“เอาจริงๆ แล้ว รู้นะว่าเขาหลอกแต่ก็เต็มใจ เป็นอะไรที่โดนหลอกแต่มันสนุกเราอะ” 

ปอ-วุฒิชัย อนุชิตนานนท์ เจ้าของเพจ ‘ปอ ยูโร่ ของเล่นในความทรงจำ‘ ตอบพร้อมหัวเราะร่าหลังจากได้ยินคำถามว่า คุณคิดยังไงกับคำพูดปรามาสของผู้ใหญ่สมัยหนึ่งที่ว่าขนมพวกนี้คือขนมหลอกเด็ก

ปอ-วุฒิชัย อนุชิตนานนท์ นักสะสมของเล่นแถม

เชื่อแน่ว่าเด็กชายหลายคนเมื่อพูดถึงกิจกรรมในวัยเด็ก ต้องมีภาพของเล่นที่แถมมาในซองขนมลอยเข้ามาในหัว โดยเฉพาะผู้ที่นิยามตนได้อย่างเต็มปากว่าเป็นเด็กไทยยุค 80 – 90 ปอเป็นอีกผู้หนึ่งที่หากกดปุ่มย้อนภาพไปยังอดีต จะพบว่าเขาคือเด็กชายที่มีความสนุกในวัยเยาว์กับของแถมจากสารพัดสินค้า ไม่ต่างจากหลายๆ คนที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ 

ไม่เพียงแต่ขนม เพราะในห้วงเวลาหนึ่ง นานาสรรพสินค้า ตั้งแต่รองเท้านักเรียน ไปยันปั๊มน้ำมัน ต่างก็มีของเล่นล่อใจผู้ซื้อมาพร้อมกับสินค้า เรียกได้ว่าเป็นความนิยมของเหล่าผู้ประกอบการในยุคนั้น

“คือของทุกอย่างต้องแถมของเล่น ปั๊มน้ำมันยังแถมเลย มันเป็นความนิยมในช่วงนั้น เพราะเด็กยุคนั้นโตมากับของเล่นจริงๆ ไม่มีสื่อโซเชียลอะไรแบบนี้ ก็ไม่มีไรทำนอกจากวิดีโอเกมกับของเล่น เด็กรุ่นเราเลยบ้าของเล่นกัน ช่วงนั้นเป็นช่วงพีกเลย ตั้งแต่ พ.ศ. 2520 ต้นๆ ยาวจนถึงเกือบ พ.ศ. 2540 เลยนะที่เขาออกของเล่นมาดึงดูดลูกค้า” ปอชวนเราย้อนเวลาไปยังความทรงจำของเขาที่ยังฉายชัดแม้ผ่านมากว่า 30 ปีแล้ว

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80
ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

เมื่อวันเวลาผ่าน พร้อมกับวัยที่เปลี่ยน ของเล่นที่ดูเป็นแค่สิ่งของให้ความสนุกในตอนนั้น กลับกลายเป็นของที่มีมูลค่าทางจิตใจ ความโหยหาอดีตทำให้ปอคิดที่จะกลับมาตามหาของเล่นที่ตัวเองเคยได้หยิบจับกลับมาสู่ในครอบครองอีกครั้ง ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องย้อนเวลาที่พาเขากลับไปในวันที่นั่งล้อมวงเพื่อนลุ้นสติกเกอร์ลายใหม่ๆ 

“พอมันถึงช่วงชีวิตหนึ่ง ช่วงอายุสามสิบกว่าขึ้นมา ชีวิตเริ่มมีงานทำ ก็เหนื่อย อยากจะหาอะไรผ่อนคลาย ก็คือการสะสมเป็นงานอดิเรก เวลาเราได้ของชิ้นไหนก็ทำให้เรามีความสุข ยิ่งเป็นของที่เราเคยเล่นมาด้วยตอนเด็กๆ พอได้กลับมาเห็น มาจับมันอีกครั้งก็รู้สึกภาพความทรงจำในอดีตก็กลับมา” นักสะสมตรงหน้าพาเรากลับขึ้นมาใกล้ปัจจุบันอีกหน่อย คือเมื่อ 6 ปีก่อนตอนที่เขาเริ่มกลับมาเติมเต็มความทรงจำวัยเด็กให้สมบูรณ์ขึ้นด้วยของเล่นที่เคยได้หยิบจับ

“ย้อนไปตอนเด็กๆ เคยซื้อเอาแต่ของเล่นแล้วทิ้งขนมมั้ย” เชื่อว่าผู้ที่เกิดทันช่วงความรุ่งเรืองยุคของเล่นแถมขนม ต่างก็เคยผ่านการทิ้งขนมทั้งห่อเพียงเพื่อของเล่นชิ้นจิ๋วมาแล้วแทบทั้งนั้น

คำตอบที่ได้เจือมาพร้อมเสียงขำเป็นอันว่ายุติสงสัย

“เป็นปกติ ไม่ค่อยมีใครกินขนมหรอก เอาแต่ของ” 

สุดในรุ่น

เขายอมรับว่าของเล่นเมื่อครั้งชื่อยังนำหน้าด้วยเด็กชาย อันตรธานหายไปพร้อมกับเวลา เหลือเพียงภาพจำที่คอยเป็นไกด์ให้ตามหาในกลุ่มผู้นิยมสะสมของเล่นนำของออกมาแลกเปลี่ยน ประมูลกัน หรือแม้กระทั่งมาเสนอขายให้โดยตรงเลยก็มี

แต่หลังจากก้าวเท้าสู่กลุ่มเฟซบุ๊กที่เป็นเสมือนไทม์แมชชีน อันอุดมไปด้วยผู้คนที่ใช้ของเล่นเป็นเครื่องมือรำลึกความหลัง น้องใหม่ในวงการก็ก้าวเดินตามเก็บของเล่นในความทรงจำที่ตกหล่นตามรายทางอย่างต่อเนื่อง จนขึ้นแท่นเป็นนักสะสมแถวหน้าที่ใครๆ ก็รู้จักโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 ปี

ปริมาณความหลงใหลวัดได้จากจำนวนไอเท็มบนชั้นวางที่มีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ ไม่ได้ขาด จนเขามีของเล่นที่แถมมากับขนมมากที่สุดอันดับต้นๆ ในประเทศไทย เท่านั้นยังไม่พอ เพราะความคลั่งไคล้ทำให้คู่สนทนาของเราได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษของยูโร่ ยักษ์ใหญ่ในวงการของเล่นแถมขนม เมื่อคราวบริษัทครบรอบ 35 ปี ได้รับโล่ที่ระลึกและร่วมถ่ายรูปกับเจ้าของในฐานะผู้ที่เก็บของเล่นจากบริษัทนี้เยอะมากๆ จนมีชื่อบริษัทมาต่อท้ายชื่อตัว เป็นนามในวงการผู้สะสมของเล่นไทยยุคเก่าที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเขาในนาม ‘ปอ ยูโร่’

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80
ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

“ถ้างานไทย ยุค 80 – 90 ต้องเป็นเรานี่แหละ ตอนนี้ก็ไม่น่ามีใครเยอะขนาดนี้” ปอเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

ในฐานะผู้ที่เกิดไม่ทัน ฟังดูแล้วก็อดตื่นเต้นไม่น้อย-แล้วที่เก็บมาทั้งหมดมีกี่ชิ้นแล้ว เราถามให้แน่ใจถึงจำนวนที่เห็นกับตาตอนนี้ ก่อนได้คำเฉลยว่าเจ้าของก็ยังไม่เคยนับ แต่หากตั้งใจนับอย่างจริงจังคงจะมีเรือนหมื่นชิ้น ตั้งแต่ตุ๊กตุ่นตัวเล็กๆ ไปจนถึงแม่พิมพ์ตุ๊กตุ่นหนักอึ้งที่เจ้าตัวเอ่ยปากว่ายกจนปวดหลัง

พอถึงคำว่าแม่พิมพ์ตุ๊กตุ่น เราเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนเจ้าของบ้านจะรู้ใจในข้อสงสัย จึงเชื้อเชิญเราไปดูของชิ้นพิเศษที่ยากจะไปอยู่ตามบ้านใครง่ายๆ 

“อันนี้เป็นแม่พิมพ์ของดราก้อนบอล เราได้มาจากคนขายของเก่า คนอื่นในวงการไม่มีหรอก” แรร์ไอเท็มชิ้นนี้เป็นเครื่องการันตีว่าเขาคือที่สุดในยุทธภพของเล่นนี้แล้ว

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80
ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

ไม่ได้มาเล่นๆ

ยิ่งหากได้ฟังความละเอียดและจริงจังในการเก็บแล้วอยากนั่งคุกเข่าลงขอเป็นศิษย์ เพราะนอกจากชั้นวางเหล่าของสะสมทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ซองขนมกาก้า บ้านกระดาษจาจา หรือแม้กระทั่งสมุดสะสมสติกเกอร์หลายสิบเล่ม ซึ่งยึดครองผนังแทบทุกด้านที่ชั้นล่างของบ้าน เสมือนเป็นตู้จัดแสดงของในพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม วิธีการตามหาเก็บของก็ถือว่าอยู่ในระดับโปร กว่าจะได้ของแต่ละชิ้นก็ว่ายากแล้ว แต่สำหรับปอถ้าจะให้พิเศษกว่านี้ คือต้องเก็บทั้งที่มาพร้อมกล่องในสภาพสมบูรณ์แบบ Complete Set เป็นผลให้มีอีกหลายชิ้นที่ยังเก็บไม่ได้ตามเป้าประสงค์

“ยังๆ ยังมีอีกหลายอย่างที่หาอยู่ เพราะว่าเราเป็นคนละเอียดมาก สมมติตุ๊กตุ่นตัวหนึ่ง เราก็จะเก็บทั้งยังไม่ได้ประกอบ ประกอบแล้ว และกล่อง ซึ่งการเก็บละเอียดแบบนี้บางทีก็ทำให้บางตัวเราก็ยังไม่มี อย่างสติกเกอร์ เล่มหนึ่งให้แปะสองร้อยสี่สิบสองใบ เราก็จะเก็บสมุดที่สะสมแบบแปะครบด้วย และเก็บสติกเกอร์เป็นแผ่นๆ ครบด้วย”

เมื่อลองตั้งคำถามถึงอะไรที่ทำให้เขาตกหลุมรัก จนทำให้กลายเป็นเบอร์หนึ่งในสังคมนักสะสมของเล่นสายไทย (ชื่อเรียกของเล่นแถมขนมที่มาจากบริษัทในประเทศไทย) ทั้งๆ ที่เพิ่งกลับมาเสาะหาได้ไม่กี่ปีมานี้ ชายตรงหน้าให้คำตอบว่าขึ้นอยู่กับเรามองในช่วงเวลาไหน

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80
ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

“เสน่ห์ของมันคือราคาถูก ทุกคนจับต้องได้” เขาว่าถึงเรื่องของตอนนั้น

“ส่วนปัจจุบันคือของที่ทุกคนคิดถึง ของที่ทุกคนเคยเล่นจริงๆ เลยนะ พูดได้เลย คนที่อายุรุ่นๆ เรา เห็นก็จะแบบ อ๋อ แล้วนึกขึ้นได้ว่าเคยเล่นเคยมี” นี่คือเรื่องของตอนนี้

ถึงตรงนี้อาจพาให้คิดว่าเขาเป็นผู้ที่มีของเล่นในมือครบทุกคอลเลกชันที่แต่ละแบรนด์เคยปล่อยออกมา แต่ผิดคาด เพราะปอบอกว่ายังคงมีอีกหลายชิ้นที่อยากได้แต่ยังหาไม่ได้

“เอาจริงๆ ก็หลายอย่าง แต่ถ้าจะให้บอกอยากได้ที่สุด ก็คือกล่องขนมยูโร่เซ็ต ที่เป็นกล่องรุ่นแถมเซย่าใส่ชุดเกราะตัวเล็กๆ ไม่มีเลย รู้ว่าใครมีแต่ไม่ปล่อย จริงๆ ให้เท่าไหร่ก็ไม่ปล่อย คนที่มีไม่ค่อยปล่อยหรอก เพราะหายาก เท่าที่รู้มีคนสองคนเองที่มี” แต่เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานคงไม่พ้นมือเก็บอันดับหนึ่งคนนี้ไปได้

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

5 เรื่องเล่าจากของในซองขนม

เมื่อเราขอให้ปอช่วยคัดบรรดาของเล่นจากหมื่นชิ้นเหลือเพียง 5 ชิ้นที่ยังคงตรึงอยู่ในความทรงจำ นักสะสมหนุ่มง่วนกับการเลือกอยู่ที่หน้าตู้นั้นตู้นี้ เปิดปิดตู้ไปมาอยู่พักใหญ่ คล้ายว่าทุกชิ้นต่างเป็นส่วนหนึ่งของวัยเด็ก ก่อนจะได้ของสุดรักสุดหวงที่พร้อมพาทุกคนหมุนนาฬิกาย้อนกลับไปเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ผ่านเรื่องราววันวานที่ยังสีสันสดใส กับเหล่าตุ๊กตุ่นฮีโร่หลากสี การ์ดพลังเลเซอร์ และสมุดสติกเกอร์ดราก้อนบอล ที่ล้วนแต่มีความหมายชวนให้คิดถึงชีวิตช่วงหนึ่งของเขา และน่าจะรวมถึงใครอีกหลายๆ คน

01 หุ่นประกอบร่างซามูไรทรูเปอร์ จากขนมยูโร่จอย

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

“เป็นหุ่นที่ยังไม่ได้ประกอบ ของเล่นที่ยังไม่ได้ประกอบในแผงเดิมแบบนี้ ราคามันจะสุดๆ อยู่แล้ว อันนี้ได้มาเมื่อ สองสามปีที่แล้ว ได้มาราคาสองหมื่นตอนนั้น เราเป็นคนเดียวที่มีสีแดงนะ ยังไม่เห็นว่าใครมี แล้วก็สีส้ม คนมีก็น่าจะสองสามคนรวมเรา

“หายากสุดๆ ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าโชคดี มีเพื่อนที่เป็นคนแถวนี้ เมื่อก่อนบ้านเขาทำร้านขายส่งขนมใหญ่ แล้วโชคดีที่แม่เขาไม่ได้เอาไปทิ้ง เก็บเอาไว้สามสิบปี แล้วเขาเอาออกมาประมูลในกลุ่ม”

แน่นอนว่าด้วยวิธีการเก็บอย่างปอ เขาจะต้องมีอีกตัวที่ประกอบแล้ว ซึ่งกว่าจะได้ครบทุกส่วนก็ยากไม่แพ้กัน

“ตอนเด็กเราเคยผ่านมาหมดแล้ว ได้จับมาปกติ อย่างตอนนั้นกล่องกับตัวที่ประกอบมาแล้ว เราได้มาราคาหมื่นห้า ตัวสีแดงกว่าจะตามชิ้นส่วนมาครบก็แทบแย่เหมือนกัน”

02 สมุดสะสมสติกเกอร์ดราก้อนบอล จากขนมโดราเอมอน

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

“ที่สุดแล้วตอนนั้น แล้วเขาก็ออกมาเยอะ ออกมาเรื่อยๆ อันนี้คือเล่มที่เราชอบที่สุด เป็นเล่มแรกที่สะสมครบแล้วเอาไปแลกรางวัล ยูโร่ทำสมุดสติกเกอร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ทำเรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2540 กว่าๆ แต่ห้าหกเล่มแรกเราไม่เคยสะสมครบเลย เพิ่งสะสมครบเล่มแรกตอนโตมาหน่อย เป็นเล่มนี้ ดราก้อนบอล ภาคฟรีเซอร์ แล้วก็ไปหามาได้ในสภาพแปะครบ

“ตอนนั้นเป็นเหมือนอารยธรรมเลยนะ ของเด็กรุ่นนั้นเลย ขึ้นมาแทนเด็กยุค 70 – 80 ที่เขาเล่นตุ๊กตุ่นทอยเส้น ปาลูกข่างเลยนะ ในเล่มมีบอกว่าเราจะได้รางวัลอันไหน แค่เล่มเดียวสะสมกันแทบตาย แลกได้แค่นาฬิกาเรือนหนึ่ง ไปซื้อนาฬิกาถูกกว่า”

จำได้รึเปล่าว่าเก็บนานไหมกว่าจะได้นาฬิกา-เราถาม

“น่าจะนานอยู่นะ สี่ถึงห้าเดือน เพราะเงินไม่ค่อยมีไง เด็กๆ ซื้อนี่ก็ห้าบาทแล้ว เลยต้องใช้ฝีมือนิดหนึ่งไปแข่งตบไพ่เอา” 

03 ปืนสะท้านฟ้าดานาแมน จากแคนดี้ทอย

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

“อันนี้เป็นปืนกับดาบ มาจากหนังเรื่อง ขบวนการดานาแมน อันละยี่สิบเก้าบาท ช่วง พ.ศ. 2528 ตั้งแต่อายุสี่ขวบ ลุงซื้อให้จำได้เลย แถมมากับผลไม้อบแห้งเรียกว่าแคนดี้ทอย กล่องหายากมากเลยนะ เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ ราคาหนึ่งหมื่นห้าพันบาท แพงที่สุดของบริษัทศรีไทย”

เพราะเป็นของเล่นที่ยังจำได้ว่าได้มาเป็นชิ้นแรกๆ ในชีวิต เขาจึงพยายามหาเพื่อเข้ามาเป็นสมบัติส่วนตัวให้ได้

“ตามมาตั้งแต่เข้าวงการ ตามมาหกปี เพิ่งมาได้พร้อมกล่อง” 

04 การ์ดพลังดราก้อนบอล จากขนมโอเดงย่า

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

“การ์ดพลังนี้มาประมาณ พ.ศ. 2533 – 2534 มีใบเลเซอร์สุ่มเอา การ์ดเขาทำมาทั้งหมดยี่สิบเจ็ดพาร์ต เราสะสมเอาไว้แค่สิบหกพาร์ต ถึงแค่ฟรีเซอร์ตาย มีพาร์ตต่อคือพวกมนุษย์แปลง แต่ไม่ได้สะสมให้หมด เอาแค่นี้ เพราะว่าหลังจากฟรีเซอร์ตายเราก็ไม่ค่อยอินท่าไหร่ เหมือนเริ่มโตแล้ว เราเก็บตามความทรงจำด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเก็บคือเราต้องทัน”

05 ร็อคกี้เหมียวและร็อคกี้โจ้ จากรองเท้าบาจา

ปอ ยูโร่ นักสะสมของเล่นแถมในซองขนม ความทรงจำวัยเด็กของคนยุค 80

“ของแถมรองเท้านักเรียนอันนี้เลยที่จำได้เป็นของบาจา เขาเรียกร็อคกี้โจ้เป็นจิงโจ้ และร็อคกี้เหมียวเป็นแมว แลกซื้อในราคาห้าสิบบาท ถ้าเราซื้อของบาจา ซื้อกระเป๋า รองเท้า ถุงเท้า

“เอาจริงๆ ยุคนั้นใครแถมของเล่นไม่ดี ยอดขายตกเลยนะ เพราะว่าเด็กเลือกจากของเล่นจริงๆ ตอนนั้นบาจาออกอันนี้มายอดขายกระฉูด หุ่นเชิดต่อยมวย เอามาต่อยกัน แต่ที่พิเศษสุดคือ เรามีเวทีดิสเพลย์ในร้านที่เขาเอามาตั้งโชว์ ไม่ต้องไปหาที่ไหนแล้ว ไม่มีใครมี น่าจะเหลืออันเดียวในประเทศ ช่วง พ.ศ. 2529 – 2530 เป็นปีส่งเสริมท่องเที่ยวไทยตอนนั้น เจ๋งนะ แค่นี้ห้าสิบบาท ตอนนั้นเล่นกันทั้งวัน เรามีความทรงจำเกี่ยวกับมันด้วยนะ เวทีเนี่ย แต่ก่อนบ้านเราเป็นตึกแถวในตลาดปากน้ำ แล้วร้านบาจาอยู่หลังบ้าน เขาก็มีเวทีให้เล่นกัน สนุกเลย”

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load