ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพักผ่อนที่ดีนั้นมากมายด้วยหลายองค์ประกอบ หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นบรรยากาศดี ๆ เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่เสิร์ฟโดยธรรมชาติ กาแฟอุ่น ๆ เป็นเครื่องดื่มเคล้าด้วยอากาศเย็นค่อนไปทางหนาว อาจไม่ต้องเสิร์ฟคู่ด้วยวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเป็นจานหลัก หากมีไร่กาแฟของที่พักบนเชิงเขาชนิดที่มองออกไปปะทะกับวิวภูเขามาทดแทนกันได้ และหากโชคดีหน่อย จะมีฤดูดอกเสี้ยวบานช่วยตกแต่งประดับจานให้สวยงามยิ่งขึ้นไปอีก 

ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นเป็นคอร์สอาหารที่มีชื่อว่า ‘การพักผ่อน’ เสิร์ฟอย่างอิ่มหนำสำราญทางสายตา โดยไม่หวงวัตถุดิบแม้ขึ้นราคาที่ ‘POK Mountain’ บ้านพักตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟบนเชิงเขา ณ บ้านป๊อก อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

เอาเข้าจริงการจั่วหัวขึ้นต้นบทความแบบนี้ ดูเป็นการ Hard Sale ทำตัวเป็น Influencer โฆษณาสายที่พักจนเกินหน้าเกินตาไปสักหน่อย เพราะฉะนั้น ขอเริ่มต้นใหม่อีกสักทีแล้วกันนะครับ 

ผมจะให้ เมศร์ ฉัฐเมศร์ เจ้าของ POK Mountain มาสาธยายถึงความดีงามไร้สารปรุงแต่ง จนตัวเขาต้องโยกย้ายที่อยู่อาศัยจากกรุงเทพฯ มาพักชีวิตและคลายความเครียดอยู่ที่นี่ เพื่อให้ธรรมชาติบำบัด พร้อมกับความต้องการที่อยากแบ่งปันพื้นที่เล็ก ๆ ให้ผู้คนมาพักผ่อนจริง ๆ แบบบริสุทธิ์ใจ

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

บ้าน (พัก) ของเรา ที่ของใคร

เอาเป็นว่า เราค่อย ๆ อ่านความเป็นไปของเรื่องราวจากคำบอกเล่าของเมศร์ เกี่ยวกับที่มาที่ไปและการแรกพบสบตากับสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเคยเป็นโรงตากกาแฟเก่าของพ่อหลวง พร้อมกับร้านกาแฟ ‘ตำนานบ้านป๊อก’ ประดับอยู่ด้านบน และไร่กาแฟสายพันธุ์อราบิก้าประดับอยู่ด้านล่าง

“ผมขับรถมาเที่ยวแม่กำปอง แล้วก็เจอเจ้าของรีสอร์ต ผมถามเขาว่า แถวนี้มีที่ขายมั้ย เขาแนะนำให้ไปหาเจ้าของที่ นั่นคือพ่อหลวง เดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นอาคารเก่า เป็นโรงตากกาแฟ แล้วก็เป็นที่พักของพ่อหลวงกับแม่หลวง แต่ร้านกาแฟไม่ได้ทำแล้ว เพราะแกอายุเยอะ ผมก็เลยขอรีโนเวตพื้นที่ตรงนี้”

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

เรื่องราวคร่าว ๆ ประมาณนี้ ถ้าให้เจาะละเอียดกว่านี้ต้องลงลึกไปถึงบทสนทนาระหว่างเมศร์และพ่อหลวง ถึงการขอซื้อที่ดินผืนนี้สำหรับการนำโรงตากกาแฟขนาด 3 ชั้น รีโนเวตให้ชั้น 1 เป็นห้องสำหรับอยู่อาศัยของเมศร์ ชั้น 2 เป็นห้องพักจำนวน 3 ห้อง และคาเฟ่พร้อมสถานที่ประกอบอาหารที่ชั้น 3

อันที่จริงแล้ว เขาไปดูที่ดินข้าง ๆ เสียด้วยซ้ำ แต่บทสนทนาระหว่างเมศร์กับพ่อหลวง คุยไปคุยมาก็เกิดความรู้สึกที่ว่า ‘ผมอยากได้ที่ตรงนี้’ ขึ้นมา ควบคู่กับความรู้สึกดั่งเพลงรักแรกพบที่ทำให้ใจบอกว่า 

“ผมอยากทำ ก็ขอพ่อหลวงเลยว่า ผมอยากทำที่ตรงนี้” 

การพูดคุยถูกคอของเมศร์และพ่อหลวงจึงไม่ได้ดำเนินเดินไปในเชิงของชายหนุ่มที่มาขอลูกสาวจากพ่อตา แต่เป็นไปในเชิงธุรกิจ พร้อมบอกถึงเป้าประสงค์อย่างชัดเจนแจ้มแจ้งว่า เขาจะทำอะไรกับโรงตากกาแฟอันทรุดโทรมหลังนี้บ้าง

“แกมองหน้ากันสองคน แล้วก็บอกว่า ได้!” สิ้นเสียงอนุมัติด้วยความยินดีของพ่อหลวง เมศร์ไม่รอช้า เขาวางแผน ออกแบบ และพาทีมสารพัดช่างเข้ามาปรับโฉมสถานที่แห่งนี้ทันที

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ออกแบบ ก่อสร้าง และนอกเรื่อง

เข้าสู่กระบวนการออกแบบและก่อสร้าง ตามปกติ คงไม่ต้องพูดถึงช่วงเวลานี้ให้มากความ เพราะมันคือช่วงเวลาทำมาหากินของสถาปนิกและผู้รับเหมา ทั้งยังเป็นงานเบื้องหลังที่น้อยคนนักจะให้ความสนใจเวลาเข้าพัก เพราะคงไม่มีแขกคนไหนมาถามว่า เสาต้นนี้ขึ้นก่อนเสาต้นนู้นหรือเสาต้นนั้น

อย่างมากสุดก็คงถามว่าเฟอร์นิเจอร์พวกนี้ซื้อที่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้ POK Mountain ต่างจากที่พักอื่นคือ เมศร์เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาออกแบบบ้านและรีสอร์ต ถ้ามีคนมาถามว่า เสาต้นนี้ขึ้นก่อนเสาต้นนู้นหรือเสาต้นนั้น เขาก็คงตอบไม่ได้อยู่ดี แต่ถ้าเรื่องเฟอร์นิเจอร์ เขาตอบได้ทุกชิ้น รวมถึงหลายสิ่งหลายอย่างภายในบ้านพัก เพราะเขาเป็นคนออกแบบและลงมือทำเองแทบทั้งหมดทุกอย่าง

แต่ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลักของส่วนนี้ ผมคงต้องพาคนอ่านย้อนเวลากลับไปว่า ทำไมเจ้าของบริษัทรับเหมาจากจังหวัดกรุงเทพฯ ถึงกลายมาเป็นเจ้าของบ้านตากอากาสในเชียงใหม่ได้

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เรียกว่า ความทรงจำวัยเด็ก เมศร์เคยมาเที่ยวดอยสุเทพพร้อมแบกความรู้สึกชื่นชอบกลับไปเป็นของฝากประจำจังหวัด และอยากมาอยู่อาศัยที่นี่สักวันหนึ่ง แต่ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เขาต้องรบราฆ่าฟันกับความเครียดจากการทำงานในเมืองใหญ่ชนิดเส้นเลือดในสมองแทบแตก (เขาบอกแบบนี้จริง ๆ) จำนวนคนงานที่เยอะ ความเบื่อหน่ายจากการบริหารผู้คน ทำให้โยกย้ายตัวเองมาอยู่ในที่สงบ ให้ธรรมชาติบำบัดสักเล็กน้อยถึงมากโข และสนุกไปกับการออกแบบบ้านพักตามใจฉัน

“สนุก ผมออกแบบเอง ครีเอตอย่างเต็มที่ ต่างจากการทำบ้านลูกค้า บางทีผมเสนอไปไม่ตรงกับใจเขา เพราะเขาอยากได้ในสิ่งที่เขาอยากได้ แต่ที่นี่ผมทำตามใจตัวเอง อยากได้อะไรก็ใส่เลย”

เมศร์เพิ่มเติมอีกว่า การที่เขาออกแบบเองทั้งหมดทำให้เขารู้สึกว่า สิ่งของเหล่านั้นมีคุณค่า มีที่มาที่ไป มีเหตุและผลในการเกิดขึ้นและคงอยู่ เป็นนัยว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีเรื่องราวในตัวเอง ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงที่ซื้อมาจับวางแล้วจบไป กระทั่งรูปวาดงานเขียนที่แขวนบนผนัง บางรูปเขาก็วาดเองกับมือ และทำเลบนดอยก็หาช่างไม่ได้ง่าย ๆ การทำเองทุกอย่างเห็นจะเป็นทางออกที่ง่ายต่อเขาที่สุด

ถึงแม้จะเต็มไปด้วยความสนุก ไม่ได้ปวดหัวเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกอย่างเมื่อก่อน แต่การสร้างเรื่องราวผ่านสถานที่และบ้านพักซึ่งออกแบบเองทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการทำบ้านพักบนที่สูงนั้นย่อมยากเย็นกว่าที่ราบเป็นไหน ๆ ทั้งการขนส่งข้าวของสำหรับก่อสร้างขึ้นมาบนหมู่บ้าน หรือเรื่องไฟฟ้า ที่หากช่วงไหนฝนตกหนัก คุณอาจจะเจอกับสถานการณ์ไฟดับกลางดอย เครื่องสำรองไฟจึงกลายเป็นของใช้จำเป็นประจำบ้านในทันที แม้แต่น้ำที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติจากภูเขาก็มีช่วงเวลาน้ำขาด ทำให้ไม่มีน้ำใช้เลยสักหยดเดียว ถือเป็นประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการลืมจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แต่สำหรับเมศร์แล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาหนักสุดสำหรับเขา คือ ความชื้นและฝน

“ความชื้นกับฝน เป็นสองสิ่งที่ทำให้ทำงานก่อสร้างไม่ได้ครับ อย่างชั้นล่างผมใช้ไม้ทั้งหมด ถ้ามีฝนกับความชื้น ตรงวงกบจะปิดไม่ได้เพราะไม้พองตัว ทุกอย่างผมเลยต้องแก้ปัญหาทั้งหมด”

เหมือนโดนธรรมชาติรับน้องโหดก่อนอาศัยเพื่อบำบัดเสียอย่างนั้น กว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง จนเปิดให้เข้าพัก ต้องแก้ปัญหาสารพัดที่เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติ เมศร์ถึงกับเอ่ยปากบอกว่า 

การทำบ้านพักบนดอยทำให้เขาได้เรียนรู้การอดทนและการแก้ปัญหาตลอดเวลา

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ถึงแม้ว่าตัวบ้านพักอยู่ห่างออกมานอกตัวหมู่บ้าน พ่อหลวงแม่หลวงที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเองก็ให้อิสระกับเมศร์ในการทำบ้านพักบนผืนที่ดินนั้นอย่างเต็มที่ แต่สำหรับเขาแล้ว บ้านพักหลังนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน การคิดจะให้ธรรมชาติบำบัดในทีแรก โดยการโยกย้ายตัวเองมาตั้งหลักปักฐานอยู่ ณ ที่แห่งนี้ พร้อมกับใช้ชีวิตขึ้นลงดอยในทุก ๆ วัน จนความคิดว่า ลำบากในทีแรกกลายเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน

แต่แท้จริงแล้วหนึ่งในผู้ที่เข้ามามีส่วนช่วยบำบัดชีวิตเขา คือชุมชนที่มอบวิถีความสงบมาให้

จากเดิมที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล แสงสว่างที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติยังคงสาดส่องตลอด 24 ชั่วโมง ต่างกับพื้นที่บนเวิ้งอันเดียวดายนี้ ความเงียบสงบของพื้นที่และหมู่บ้าน ส่งผลถึงการนอนที่เป็นปกติมากขึ้น สมองที่โลดแล่นด้วยความคิดที่มีประสิทธิภาพ จนเขาเองยังยอมรับว่า เขาได้ซึมซับวิถีชีวิตเหล่านั้นมาแล้ว โดยที่ไม่คิดถึงหรือโหยหาปาร์ตี้ยันฟ้าสางเฉกเช่นเมื่อก่อนอีกเลย

งานไม้ ฉันอยากทำ

ตามจริงแล้ว POK Mountain มีกำหนดการจะเปิดให้คนเริ่มจองเข้าพักในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ แต่หารู้ไม่ว่า เมศร์เคยเปิดบ้านพักหลังนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ถือว่ามีการตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่มแรก ทั้งความประทับใจในบรรยากาศอันเงียบสงบ ความสวยของวิวธรรมชาติที่เข้าปะทะสายตาอย่างชะงัดนัก อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่ดอกเสี้ยวเบ่งบานชูช่อสวย ๆ ต้อนรับแขกผู้มาเยือน

ซึ่งใจความสำคัญอยู่ตรงที่บ้านพักของเขาถูกเรียกว่าเป็น บ้านพักแบบ Natural Loft

เมศร์ขอใช้บทความนี้ในการแก้ต่างอย่างกลาย ๆ ว่า “คอนเซ็ปต์จริง ๆ เป็น Wabi-Sabi และ Rustic ผสมกัน ตอนนี้ดูเหมือนอเมริกันนิดหนึ่งแหละ เพราะเฟอร์นิเจอร์และโครงสร้างเป็นไม้เก่าทั้งหมด”

ตรงนี้ผมต้องขอย้อนท้าวความกลับไปยังตอนที่เมศร์เป็นเด็กกันอีกสักรอบ ถึงความชอบด้านงานไม้ในอดีตที่กลายมาเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการสร้างบ้านพักตากอากาศ POK Mountain 

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากคุณพ่อซึ่งประกอบอาชีพช่างไม้ การเห็นคุณพ่อสร้างบ้านด้วยตัวเองเปรียบเสมือนการถูกปลูกฝังความชอบในเสน่ห์ของชิ้นงานไม้ตั้งแต่ยังเด็ก แล้วค่อย ๆ สั่งสมมาทีละเล็กละน้อย ทว่าด้วยวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ การจะเลื่อย กลึง ตอกลิ่มไม้แต่ละที อาจทำให้ข้างบ้านเขวี้ยงงานหินอย่างครกและสากข้ามมา แทนคำชื่นชมในความสวยงามและเสน่ห์ของงานไม้ที่ทำสำเร็จ การขึ้นมายังเชียงใหม่จึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับเขาที่จะเริ่มศึกษาและลงมือทำเฟอร์นิเจอร์งานไม้ตามแบบที่เขาชื่นชอบ ผสมผสานด้วยรูปแบบ Wabi-Sabi และ Rustic เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ในชิ้นงานนั้น ๆ มากขึ้น

“ความงามแบบ Wabi-Sabi คือความงามตามกาลเวลา ไม้ผุพังก็เอามาทำเฟอร์นิเจอร์ได้ ให้มันสวยงามตามกาลเวลาของมัน ไม่ต้องตกแต่งมาก ไม่ต้องเนี้ยบมาก ไม่สมมาตร บูด ๆ เบี้ยว ๆ บ้างก็ได้ แล้วมันก็เอนมาทางอเมริกันด้วย มีกลิ่นอายคันทรี ให้อารมณ์เคบินหน่อย ๆ คล้ายบ้านเก่า ๆ”

ความไม่สมมาตรคือความสวยงามอย่างหนึ่ง นั่นคือแนวคิดของ Wabi-Sabi ที่เขานำมาใช้ในการออกแบบงานไม้ ว่ากันอย่างตรงไปตรงมา เฟอร์นิเจอร์แทบทั้งหมดทุกชิ้นในบ้านพักออกแบบโดยเขาเพียงคนเดียว ตั้งแต่เก้าอี้นั่งยันหัวเตียงนอน แม้ว่าความคิดการออกแบบเองทั้งหมดจะโผล่ขึ้นมาในสถานการณ์ที่เขาบอกผมว่า “ตอนที่ไม่มีงบ” เพราะด้วยราคาของเฟอร์นิเจอร์ชุดหนึ่งแทบจะแตะหลักหมื่นการประกอบร่างสร้างเอง นอกจากจะเติมเต็มความชอบส่วนตัวได้แล้ว ยังลดค่าใช้จ่ายได้มาก

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

จอร์จ นากาชิม่า (George Nakashima) คือชื่อของศิลปินที่เมศร์เอ่ยขึ้นมาขณะที่กำลังเล่าถึงความชื่นชอบงานไม้ ไม่ซับซ้อน เรียบง่าย แต่น่าดึงดูด เห็นจะเป็นคำจำกัดความต่อเสน่ห์ของงานไม้ที่ทำให้เขาหลงใหลในชิ้นส่วนจากธรรมชาติที่ไม่อ่อนนุ่มหรือแข็งกร้าวจนเกินไปเหล่านี้ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขา และเขาหวังว่าคนที่มาพักจะได้รับแรงบันดาลใจจากงานไม้ของเขากลับไปเช่นกัน

และชายหนุ่มคนนี้ก็มีความคิดอยากจะสร้างช็อปงานไม้ไว้ด้านบนบ้านพัก สำหรับเป็นเวิร์กชอปของเขาเอง และเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ให้แก่แขกผู้มาเยือนได้มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานด้วยกัน

สภากาแฟชุมชน

“ผมชอบกาแฟและชอบวิถีการดื่มกาแฟ ถ้าลูกค้ามาผมก็จะดริปให้กินด้วย” 

ความชอบกาแฟ (ชนิดไม่ลึกจนเชี่ยวชาญ) ส่งผลให้ไร่กาแฟสายพันธุ์อราบิก้าแท้ซึ่งตั้งอยู่ด้านล่างเชิงเขา ถือเป็นหนึ่งจุดขายสำคัญของบ้านพักหลังนี้ เพราะปลูกมาตั้งแต่สมัยที่พ่อหลวงยังเป็นเจ้าของ และยังคงเก็บเกี่ยวนำเข้าสู่กระบวนการกะเทาะเพื่อเอาไปคั่ว ผู้รับผิดชอบตรงนี้คือแม่หลวงและพี่น้องจากจากหมู่บ้านป๊อก ซึ่งเมศร์หยิบยกเอาชื่อหมู่บ้านแห่งนี้มาตั้งเป็นชื่อของบ้านพักตากอากาศ

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

เมื่อเดินลงไปยังพื้นที่ด้านล่าง ยังมีกาแฟอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ปลูกเอาไว้ นั่นคือ สายพันธุ์คาติมอร์ (Catimor) ในอนาคต ไร่กาแฟจะยึดโยงเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมสำหรับผู้เข้าพัก เมศร์จะสร้างทางเดินลงไปเพื่อให้ผู้คนสัมผัสบรรยากาศของไร่กาแฟแบบใกล้ชิด และหากถูกฤดูกาล เขาวางแผนไว้ว่าอยากให้แขกผู้มาเยือนลองเก็บกาแฟกับชาวบ้านท่ามกลางอโรม่าของกาแฟที่ตลบอบอวลในอากาศ

ไม่เพียงเท่านั้น ในตอนนี้เมศร์ยังทำแบรนด์กาแฟ POK Mountain ผ่านการรับซื้อจากชุมชน ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เขาช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนอันน่ารักที่ใจดีกับเขามาโดยตลอด 

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

วิถีชุมชนบ้านป๊อกจึงอาจเรียกว่าเป็น ‘หมู่บ้านกาแฟ’ อย่างแท้จริง เพราะจากการบอกเล่าของเมศร์ เขาบอกว่าแต่ละบ้านปลูกกาแฟ รวมถึงเป็นที่ตั้งของโรงกาแฟสำหรับนำกาแฟเข้าสู่กระบวนการกะเทาะเปลือก เขาจึงเกิดความคิดว่า ถ้าหากลูกค้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ การพาขึ้นไปดูโรงกาแฟเห็นจะเป็นการทั้งต่อตัวแขกและดีต่อตัวชาวบ้าน ด้วยสภาพแวดล้อมของพื้นที่เป็นเวิ้งขนาดใหญ่ มีที่พักของเขาตั้งตระหง่านอยู่หลังเดียว การเดินป่าจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เอาเข้าจริงก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เหมือนกัน ขอแค่มีชาวบ้านผู้เก่งกาจและชำนาญเป็นผู้นำทาง ก็เดินป่าได้ตลอดรอดฝั่งไม่หลงทางแน่นอน

“แต่ต้องบอกล่วงหน้านะ ผมจะวางแผนให้” บรรทัดนี้สำหรับผู้ที่กำลังสนใจโดยเฉพาะ

เราอยากให้คุณพักผ่อน

หลายครั้งหลายคราวมักจะเจอที่พักที่ถึงแม้จะเงียบสงบ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความโหวกเหวกโวยวาย ฟูมฟาย และเขย่าแขนแขกพร้อมตะโกนกรอกหูว่า ต้องทำยังไงถึงจะพักให้คุ้มตังค์ ซึ่งไม่ใช่แค่การทิ้งตัวเอนหลังนอนจมฟูกเตียงอยู่เฉย ๆ แน่นอน ในทางกลับกัน เมศร์บอกกับผมอย่างบริสุทธิ์ใจว่า สถานที่แห่งนี้คือที่ที่เขาอยากแบ่งปันให้คนมาพักผ่อน ทั้งกลุ่มครอบครัวที่อยากผ่อนคลายสบายใจท่ามกลางธรรมชาติ หรือกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังหาพื้นที่เงียบสงัดสำหรับปาร์ตี้เสียงดังแบบไม่รบกวนใคร

เอาเป็นว่า เขายินดีต้อนรับทุกคนอย่างเต็มใจและบริการด้วยความรู้สึกที่เท่ากัน

POK Mountain : บ้านตากอากาศ 1 หลังกลางไร่กาแฟในหุบเขา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

จำนวน 3 ห้องนอนนั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมาก ทั้งหมดทุกห้องมีหน้าตาเหมือนกัน เป็นเพียงห้องธรรมดาทั่วไป ถูกออกแบบด้วยแนวคิดของความเรียบง่ายเพื่อให้เกิดการพักผ่อนที่ดีที่สุด และสำหรับเขา บ้านพักหลังกะทัดรัดแห่งนี้ยังคงต้องต่อเติมอะไรต่าง ๆ อีกมากมายให้เต็มอิ่มด้วยความตั้งใจที่ว่า

“ผมจะอยู่กับมันตลอดไป ไม่ได้คิดจะย้ายไปอยู่ที่อื่น” เมศร์พูดด้วยรอยยิ้ม

ในอนาคตอาจจะมีบ้านพักงอกงามขึ้นอีก 2 – 3 หลัง ไหนจะการโปรโมตและการทำการตลาด เขาไม่เคยแตะต้องมันมาก่อน ถ้าต้องตีตัวเลขความสำเร็จของ POK Mountain เป็นเปอร์เซ็นต์ ก็เพิ่งจะ 10 – 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ใครก็ตามที่เข้าพักในช่วงนี้จะมีสถานะเป็นลูกค้ารุ่นบุกเบิกไปโดยปริยาย

ตามที่บอกไปข้างต้นว่า POK Mountain คือสถานที่ที่ผู้ออกแบบตั้งใจให้แขกได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม เพราะสำหรับเขาแล้ว การแบ่งปันที่พักของเขาให้แก่ผู้มาเยือน ถือเป็นความสุขและความสนุก เมื่อมีคนเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วยกันโดยไม่มีสถานะเจ้าของและลูกค้ามากีดกัน

ถ้าหากต้องการพักผ่อนอย่างจริง ๆ จัง ๆ เขาพร้อมปล่อยให้แขกหย่อนตัวปล่อยใจกับธรรมชาติ และแขวนป้าย Do not disturb ให้คุณประทับใจในความเรียบง่ายอันสวยงามท่ามกลางป่าเขา

บ้านพักตากอากาศกลางป่า ณ บ้านป๊อก จังหวัดเชียงใหม่ ออกแบบโดยคนคนเดียวเพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

POK Mountain

ที่ตั้ง : 10/5 หมู่ 1 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 8639 9199

Facebook : POK Mountain และติดตามงานไม้ของเมศร์ได้ที่ : Touch Studio

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

4 กุมภาพันธ์ 2566
2 K

การเลือกที่พักของคนยุคนี้ รีสอร์ตขนาดใหญ่สไตล์ที่พักครอบครัวซึ่งเปิดบริการมาหลายสิบปี เหมือนจะน่าสนใจน้อยกว่าโรงแรมบูติกยุคใหม่ที่ตั้งใจออกแบบมาให้เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูป

แต่ ‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ จังหวัดกาญจนบุรี ดูจะเป็นข้อยกเว้น

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ที่นี่คือที่พักสไตล์วินเทจบนพื้นที่ 120 ไร่ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนถือเป็นที่พักกลางป่าแห่งเดียวที่อยู่กลางตัวเมืองกาญจนบุรี แถมยังอยู่ติดแม่น้ำแควใหญ่แบบมีหาดส่วนตัวให้เราเดินลงไปแช่น้ำเล่นได้ จะพายเรือ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ สปา ดูนก ศึกษาธรรมชาติ ล่องแพ เล่นบ้านต้นไม้ ก็ได้

และที่ตอกย้ำความวินเทจแบบที่คนยุค Y2K ต้องกรี๊ดก็คือ ที่นี่เป็นโลเคชันถ่ายโฆษณาชาเขียวของญี่ปุ่นที่ ทาเคชิ คาเนชิโร (Takeshi Kaneshiro) พระเอกลูกครึ่งไต้หวัน-ญี่ปุ่นสุดเท่แห่งยุคนั้น บินมาเข้าฉาก จนท่าน้ำที่เขายืนในโฆษณาถูกเรียกว่า ‘สะพานทาเคชิ’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท จึงกลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรม ‘อ่านเถิดหนา 07 : Best of 2022’ ของ The Cloud เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และกำลังจะเป็นสถานที่จัด ‘อ่านเถิดหนา 08 : อ่านเอาแรง’ ในช่วงวันแรงงานที่จะถึงนี้

มาทำความรู้จักที่พักสไตล์ย้อนยุคท่ามกลางธรรมชาติซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้กัน

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท เปิดตัวประมาณ พ.ศ. 2534 โดย คุณลัดดาวัลย์ เผ่าวิบูลย์ ซึ่งมีธุรกิจร้านอาหารอยู่ในตัวเมืองกาญจนบุรี “คุณน้าเป็นคนชอบเที่ยวป่า เลยอยากสร้างรีสอร์ตที่เป็นสวนป่า คนขายที่ดินบอกว่า ที่นี่เป็นที่แปลงที่สวยที่สุดในแม่น้ำแควใหญ่ คุณน้ามาดูแล้วชอบก็เลยซื้อค่ะ เริ่มต้นจากปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ริมแม่น้ำ แล้วขยายมาเรื่อย ๆ” คุณเอิ๊ก-ผศ.ดร.อรลัชชา ศิวรักษ์ หลานสาวที่ปัจจุบันเข้ามาช่วยดูแลกิจการเล่าถึงที่มา แล้วอธิบายต่อว่า สามีของคุณน้าเป็นสถาปนิก ส่วนคุณน้าเองก็เป็นคนชอบออกแบบตกแต่งบ้านอยู่แล้ว เลยสนุกกับการทำรีสอร์ตแห่งนี้

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ช่วงที่เปิดตัวใหม่ ๆ รีสอร์ตแห่งนี้ถือว่าใหญ่โตและหรูหรามาก มีการทำประชาสัมพันธ์ใหญ่โต ถึงขนาดมีการจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ อย่างเวทีประกวดนางงามระดับประเทศที่นี่ด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ที่นี่ในช่วงเปิดตัว ก็อยู่ในตลาดกลุ่มเดียวกับรีสอร์ตสุดหรูที่เขาใหญ่ในยุคนี้

ในส่วนของที่พักมีทั้งหมด 4 โซน รวมแล้วประมาณ 90 ห้อง บรรยากาศในห้องพักตกแต่งด้วยไม้ ซึ่งถ้าพูดกันในยุคนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นสไตล์วินเทจที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบเคร่งขรึม ห้องที่ถูกใจนักออกแบบทั้งหลายมากเป็นพิเศษคือห้องสวีต มีลูกเล่นในการแบ่งพื้นที่ภายในห้อง และรายละเอียดของงานไม้ที่หาไม่ได้จากที่พักยุคใหม่

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

เช่นเดียวกับล็อบบี้ย้อนยุคที่ตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก สวยคลาสสิกแบบสร้างความประทับใจแรกให้กับแขกทุกคน

ภายในรีสอร์ตแห่งนี้ไม่ได้มีแค่โรงแรมเท่านั้น ยังมีการจัดสรรพื้นที่บางส่วนขายเป็นบ้านจัดสรรให้เพื่อน ๆ และญาติ ๆ มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติด้วยกัน

“ด้วยความที่คุณน้าชอบต้นไม้ เลยปลูกต้นไม้เพิ่มเยอะมาก จนทำให้พื้นที่ 120 ไร่ของเรามีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น เป็นรีสอร์ตกลางเมืองกาญจนบุรีแห่งเดียวที่มีต้นไม้ใหญ่มากขนาดนี้” คุณเอิ๊กอธิบายต่อว่า “ด้วยความที่คุณน้าชอบต้นไม้ รีสอร์ตของเราเลยมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวกับห้องพักเยอะมาก คือมีห้องพักน้อยมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด”

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

สิ่งนั้นดูจะไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ ระบบนิเวศขนาดย่อม ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นบ้านของนกประมาณ 12 ชนิด และแหล่งผลิตอากาศที่สดชื่น โดยเฉพาะในช่วง PM 2.5 อากาศในนี้ก็ไม่แย่เหมือนข้างนอก

แล้วที่นี่ยังตั้งใจดูแลต้นไม้ใหญ่ทั้งหมดอย่างดีให้ยืนยงอีกยืนยาว ไม่หักหรือโค่นล้มลงมาสร้างความเสียหาย ด้วยการใช้บริการรุกขกรมืออาชีพภายใต้คำแนะนำของ BIG Trees

“สถานที่ไฮไลต์ของที่นี่คือหาดกรวด” คุณเอิ๊กพูดถึงพื้นที่ริมแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเป็นหาดที่ค่อย ๆ ลาดลง พื้นล่างเป็นหินกรวดมน ในช่วงน้ำลง เราเดินลงไปท่องน้ำเล่นในแม่น้ำได้สบาย รวมไปถึงการเล่นน้ำแบบจริงจัง หรือการล่องแพที่ทางรีสอร์ตมีให้บริการ “เวลาอยู่ที่นี่ เอิ๊กชอบมานั่งสอนหนังสือออนไลน์แถวนี้ มันชิลล์มาก ถ้ามีแขกมา เราก็จัดตรงนี้ให้เป็นที่นั่งรับประทานอาหารเย็น อยากกินหมูกระทะพร้อมดูวิวพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำ ที่นี่ก็มีให้บริการ”

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ในเมื่อเป็นวิวเด็ด ตรงนี้ก็เลยถูกใช้เป็นโลเคชันถ่ายหนัง ถ่ายละครมากมาย รวมไปถึงถ่ายโฆษณาชาเขียวซึ่งฉายในประเทศญี่ปุ่นด้วย

ในช่วงโควิด หลานวัย 10 ขวบ เอ่ยปากว่าอยากได้บ้านต้นไม้ ก็เลยเกิดพื้นที่ใหม่ในรีสอร์ตแห่งนี้ เป็นโครงเหล็กสูง 3 ชั้นที่ประกบอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ พอเดินขึ้นไปก็เหมือนเราได้ใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้ ให้ความรู้สึกพิเศษไปอีกแบบ

ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างก็คือ ที่นี่เริ่มปลูกผักและสมุนไพรมากขึ้น เพื่อนำมาผลิตเป็น Welcome Drink และขายเป็นสินค้า ตอนนี้มีแปลงเก๊กฮวยขนาดใหญ่ รวมไปถึงการเลี้ยงผึ้งอย่างจริงจัง แต่สินค้าที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่คือ ดอกปีบ คุณเอิ๊กเล่าว่า “ถนนเส้นหลักของเรามีต้นปีบขึ้นสองข้างทางเยอะมาก มีดอกปีบร่วงลงมาตลอด เราเลยเก็บมาตากแล้วทำเป็นชาดอกปีบ ใช้เป็น Welcome Drink จากนั้นก็เอาไปทำสบู่ แชมพู เจลแอลกอฮอล์ เพื่อให้บริการกับแขก ถ้าใครใช้แล้วติดใจ เราก็มีขายนะคะ”

จากรีสอร์ตสุดหรูในช่วงเปิดตัวเมื่อ 30 ปีก่อน พอเวลาเปลี่ยนไปก็เกิดการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งโดยมากจะปรับตามความถนัดของผู้จัดการโรงแรม จากรีสอร์ตสุดหรูกลายมาเป็นที่พักแนวกรุ๊ปสัมมนา จนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวเรื่องความยั่งยืน ทั้งการวางระบบแยกขยะ เอาเศษอาหารไปทำแก๊สหุงต้ม จนได้รางวัลศาสตร์พระราชา มีคนมาขอดูงานตลอด

‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ ที่พักสไตล์วินเทจบนที่ดิน 120 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนเป็นป่ากลางตัวเมืองกาญจนบุรี
‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ ที่พักสไตล์วินเทจบนที่ดิน 120 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนเป็นป่ากลางตัวเมืองกาญจนบุรี

“ตอนนี้กลุ่มคนที่มาที่นี่แล้วจะชอบคือกลุ่มครอบครัว คนวัย 40 ขึ้นไป กับเด็ก ๆ” คุณเอิ๊กพูดถึงตลาดในยุคปัจจุบันของที่นี่ “ด้วยบรรยากาศของที่พักทำให้คนสูงอายุคุ้นเคย บางคนมาอยู่เป็นเดือนเลย เราก็มีบริการทำอาหารเพื่อสุขภาพให้ ถ้ามาเป็นกลุ่มเราก็จัดกิจกรรมเต้นรำ คาราโอเกะเพลงเก่าให้ได้ ส่วนเด็ก ๆ เขาจะได้ดูนก ปีนต้นไม้ ขี่จักรยาน ไปดูรอยเท้าสัตว์”

“Family Outing ด้วย” คุณเอิ๊กพูดถึงอีกตลาดที่น่าสนใจมาก “พอเพื่อน ๆ เรามีครอบครัว เวลานัดเจอกันก็ต้องพาลูกไปด้วย ไม่รู้จะไปรวมตัวกันที่บ้านใครถึงจะพอ ก็มาที่นี่ มากี่บ้านก็ได้ พ่อแม่ก็สังสรรค์กันไป ลูกก็มีพื้นที่ให้วิ่งเล่น ไม่ต้องห่วง เคยมีกลุ่มผู้ปกครองจากโรงเรียนเดียวกัน ชวนกันไปชวนกันมา มากัน 140 คน เราก็รับได้สบาย”

ช่วงนี้ คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท กำลังเตรียมวางแผนเรื่องการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อให้เข้ากับธุรกิจที่พักในยุคนี้ ส่วนจะออกมาอย่างไร ต้องติดตาม

3 Things
you should do

at Comsaed River Kwai Resort&Spa

01

ล่องแพที่หาดกรวด แค่นั่งชิลล์หรือเดินเล่นริมตลิ่งคงไม่พอ ที่นี่มีบริการล่องแพสัมผัสธรรมชาติดื่มด่ำกับแม่น้ำแควใหญ่แบบใกล้ชิดจากหาดหน้ารีสอร์ต และมีรถรับกลับมาส่งถึงที่พัก

02

ไปเยี่ยมสะพานทาเคชิ ถ้าคุณเป็นคนยุค Y2K ที่มี ทาเคชิ คาเนชิโร เป็นดาราคนโปรด นี่คือฉากที่คุณต้องไปเยือน

03

ใช้ผลิตภัณฑ์ดอกปีบ ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีดอกคำแสดเป็นชื่อ แต่ดอกปีบก็เป็นไฮไลต์ไม่แพ้กัน ชาปีบนั้นหาชิมไม่ง่าย เช่นเดียวกันสบู่แชมพูดอกปีบที่ใช้กลิ่นจากดอกปีบจริง ๆ ก็หาไม่ง่ายเช่นกัน

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load