หลายครั้งเวลาเราพูดถึงธุรกิจครอบครัว ก็มักนึกถึงความอยู่รอดยืนยาวว่า ทำอย่างไรธุรกิจจึงจะสืบทอดจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่งได้

แต่ธุรกิจจะยั่งยืนได้ ห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chain ก็ต้องยั่งยืนด้วย ถ้าผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต้นน้ำ (Supplier) ลูกค้า และผู้บริโภคอยู่รอดเติบโตไม่ได้ ธุรกิจเราก็อยู่รอดไม่ได้เช่นกัน

ทายาทรุ่นสองตอนนี้ เราจะมาคุยกันถึงตัวอย่างของธุรกิจครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับหลักความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน และไม่เพียงแต่คำนึงถึงความยั่งยืนของธุรกิจครอบครัวตัวเองเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึง Supply Chain ของอุตสาหกรรมกาแฟทั้งห่วงโซ่เช่นกัน

นี่เป็นเคล็ดลับที่ทำให้ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จยืนยาวมาเกือบ 100 ปี จนถึงรุ่นที่ 4

ตัวอย่างธุรกิจครอบครัวที่เราจะมาคุยกันในวันนี้คือ ธุรกิจกาแฟ illy

ต้นกำเนิดของธุรกิจกาแฟตระกูล Illy เริ่มจาก Francesco Illy ชาวฮังกาเรียนที่เกิดในจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ในเมืองที่ปัจจุบันอยู่ในโรมาเนีย

เขาหลงใหลกาแฟเวียนนา ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ย้ายไปเมือง Trieste ประเทศอิตาลี เขาแต่งงาน ตั้งรกราก และเริ่มต้นธุรกิจกาแฟในปี 1933

Francesco เป็นนักประดิษฐ์ ในปี 1934 เขาคิดค้นกระป๋อง Oxygen-free ที่เก็บกาแฟโดยรักษารสและกลิ่นไว้ได้ ปีถัดมา เขาคิดค้นเครื่องชงเอสเปรสโซ ซึ่งเป็นต้นแบบของเครื่องชงเอสเปรสโซในปัจจุบันที่เราใช้กัน

ลูกชายของ Francesco อย่าง Ernesto Illy เข้ามารับช่วงธุรกิจต่อจากพ่อในปี 1956 และได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Chairman ของบริษัทในระหว่างปี 1963 – 2004 ทายาทรุ่นสองคนนี้มีพื้นฐานการศึกษาทางด้านเคมี เขาเป็นคนตั้ง Research Lab ของ illy ซึ่งกลายเป็นหน่วยที่คิดค้นผลิตภัณฑ์และสิทธิบัตรมากมาย

Ernesto ให้ความสำคัญกับจริยธรรมในการทำธุรกิจมาก ก่อนเสียชีวิตในปี 2008 เขาบอก Andrea ผู้เป็นลูกชายว่า สิ่งสำคัญสิ่งเดียวคือจริยธรรม การทำธุรกิจคือการทำเพื่อลูกค้า ครอบครัวหรือผู้ถือหุ้นทำงานให้บริษัท แต่สุดท้ายแล้วบริษัทเป็นของลูกค้า

สำหรับทายาทรุ่นสาม สี่พี่น้อง ลูก ๆ ของ Ernesto คือ Francesco, Anna, Riccardo และ Andrea

Francesco Illy ลูกชายคนโต ได้เริ่มโครงการ illy Art Collection ในปี 1992 โดยร่วมมือกับศิลปินชื่อดัง ออกแบบลวดลายบนถ้วยกาแฟและกระป๋องกาแฟ

ส่วน Riccardo Illy ลูกชายอีกคน เริ่มสร้าง lllycaffè ในปี 1977 และกลายเป็น Business Director ของธุรกิจ รับผิดชอบดูแลโครงสร้างองค์กร ก่อตั้ง Marketing Department ต่อมาได้เป็น CEO จนกระทั่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Vice President ของบริษัท

Riccardo ยังเล่นการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เขาได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีของเมือง Trieste ในระหว่างปี 1993 – 2001 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2001

ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา Riccardo ออกจากการทำธุรกิจกาแฟที่มีการแข่งขันสูง ไปทำธุรกิจชา ช็อกโกแลต และไวน์ เพื่อกระจายความเสี่ยงของธุรกิจครอบครัว

ส่วนลูกชายอีกคนของ Ernesto คือ Andrea Illy ซึ่งเป็นกำลังหลักของทายาทรุ่นสามในปัจจุบัน เขาเริ่มทำงานในธุรกิจครอบครัวตั้งแต่อายุ 13 และเรียนด้านเคมีเหมือนพ่อ ต่อมาได้เป็น CEO ในระหว่างปี 1994 – 2016 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัท

ตระกูล Illy มีทายาทรุ่นสี่ทั้งหมด 9 คน แต่ปัจจุบันมี Daria Illy ลูกสาวคนเดียวของ Riccardo เท่านั้นที่เข้ามาทำงาน และมีบทบาทในธุรกิจครอบครัวแทนพ่อ เธอมีตำแหน่งเป็น Coffee System Director

ส่วนลูก ๆ ของพี่น้องอีก 3 คนยังไม่เข้ามาทำธุรกิจ โดย Francesco มีลูกสาว 3 คน ลูกชาย 1 คน Anna มีลูกสาว 1 คน และ Andrea มีลูกสาว 3 คน

ในการที่สมาชิกครอบครัวเข้ามามีบทบาทในธุรกิจนั้น ตระกูล Illy มีกฎครอบครัวที่เคร่งครัด

หนึ่ง จะไม่ให้มีสมาชิกครอบครัวมากกว่า 1 คนจากแต่ละสาย ทำงานในบริษัทเดียวกันหรือสายงานที่ใกล้กัน

สอง สมาชิกครอบครัวจะมีตำแหน่งบริหารได้ ต้องผ่านการอบรม มีประสบการณ์ในบริษัทอื่นมาก่อน

สาม จัดตั้งสภาครอบครัว (Family Council) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกครอบครัวทุกคน รวมถึงคนที่ไม่ได้มีตำแหน่งบริหาร โดยสมาชิกกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เป็น Auditor หรือผู้ตรวจสอบ

สี่ สมาชิกครอบครัวต้องพบเจอกันเดือนละครั้ง เพื่อพูดคุยหารือเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจ และการตัดสินใจสุดท้ายต้องเป็นฉันทานุมัติหรือ Consensus ที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน

ตระกูล Illy ต้องการให้ธุรกิจของครอบครัวเป็นธุรกิจที่ครอบครัวเป็นเจ้าของ แต่มีมืออาชีพจากนอกครอบครัวมาบริหารธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมี CEO คือ Massimiliano Pogliani ผู้มีประสบการณ์การทำงานที่บริษัท Saeco ผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟชั้นนำระดับโลก และยังเคยทำงานที่บริษัท Nespresso มาก่อนด้วย

หัวใจในการทำธุรกิจของตระกูลนี้คือ จริยธรรมในการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Ernesto ให้ความสำคัญมาก ทายาทตระกูล Illy ได้สืบทอดหลักการนี้ต่อมา และดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนที่เราพูดถึงกันในทุกวันนี้นั่นเอง

ตระกูล Illy มี Code of Ethics หรือ จรรยาบรรณในการทำธุรกิจ และ Sustainability Manifesto หรือ แถลงการณ์เรื่องความยั่งยืน

ตระกูล Illy ต้องการให้บริษัท Illycaffè เป็น Stakeholder Company ที่มุ่งสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อมลพิษ ไม่สร้างของเสีย ใช้พลังงานทดแทน

ซึ่ง Illycaffè ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่มีจริยธรรมสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก

นอกจากนี้บริษัท illy ยังมองว่าธุรกิจจะยั่งยืนไม่ได้ถ้า Supply Chain ทั้งหมดไม่ยั่งยืนไปด้วยกัน จึงเน้นส่งเสริมความยั่งยืนตั้งแต่คนปลูกกาแฟจนถึงคนดื่ม หรือ ‘From Plant to Cup’ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้ดื่มกาแฟคุณภาพดีที่สุด

ในส่วนผู้ปลูกกาแฟ ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 บริษัทได้ซื้อเมล็ดกาแฟโดยตรงจากผู้ผลิต 9 ประเทศ โดยไม่ได้ผ่านตลาดกาแฟระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศผู้ผลิตกาแฟเหล่านี้ ล้วนเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่กฎระเบียบหย่อนยาน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม บทบาทของ illy ในการส่งเสริมเรื่องจริยธรรมและความยั่งยืนจึงมีความสำคัญมาก

ทั้งนี้ illy มองเรื่องความเป็นธรรมและยั่งยืนต่างจากหลายบริษัทอื่น โดยมองว่า Fair Trade จำเป็นในอุตสาหกรรมนี้ แต่ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด มันมีขีดจำกัด เพราะไม่ได้มีมิติเรื่องการเพิ่มคุณภาพ ถ้าเป้าหมายสูงสุดคือความยั่งยืน ก็ต้องส่งเสริมการผลิตกาแฟที่มีคุณภาพสูงขึ้น จนสร้างราคาที่สูงขึ้นได้ตลอด Supply Chain

สิ่งที่ธุรกิจนี้ทำคือ การจ่ายเงินซื้อสูงกว่ามาตรฐานตลาดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ได้กาแฟคุณภาพระดับพรีเมียม และให้รางวัล Ernesto Illy International Coffee Award กับผู้ปลูกกาแฟด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ในปี 1999 illy ได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยกาแฟ Unicaffè หรือ Università del Caffè ซึ่งในปัจจุบันมี 27 สาขาทั่วโลก เพื่ออบรมชาวสวนกาแฟฟรี และยังรับซื้อ 10 – 30 เปอร์เซ็นต์ของกาแฟจากชาวสวนที่เข้ารับการอบรมในราคาสูงกว่า แต่ไม่ได้ผูกมัดว่าเกษตรกรต้องขายกาแฟให้ illy เท่านั้น

ต่อมายังขยายการอบรมไปสู่ผู้ประกอบการอื่น ๆ ใน Supply Chain อย่างคนชงกาแฟ ตลอดจนคนดื่มกาแฟด้วย เป็นการสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟคุณภาพสูง

ตระกูล Illy ยังมีมูลนิธิชื่อ Ernesto Illy Foundation ที่มี Anna Rossi Illy ภรรยาหม้ายของ Ernesto แม่ของลูกทั้ง 4 คน เป็นประธานกิตติมศักดิ์ และยังทำงานเพื่อสาธารณกุศลอื่น ๆ อีกด้วย

Episode ถัดไป เราจะคุยกันในประเด็นอะไร ยกตัวอย่างประสบการณ์จากธุรกิจไหน โปรดติดตามรับฟังกันได้

Host

ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์

ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ University of California, San Diego นักวิชาการผู้หลงใหลเรื่องราวจากโลกอดีต รักการเดินทางสำรวจโลกปัจจุบัน และสนใจวิถีชีวิตของผู้คนในโลกอนาคต