“เคยมีคนให้ 2 แสนบอกขอซื้อทั้งหมด แต่เราไม่ขาย”

“2 แสนไม่ขาย แล้วถ้า 2 ล้านขายไหม” เราถามติดตลก

“ไม่ขายครับ!!”

เพื่อนซี้ทำจากพลาสติกขนาดเล็กกว่าเหรียญ 10 บาทไทยที่ ป๊อกกี้-เกรียงไกร แซ่โล้ว ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่มีวันขาย คือของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 – 90 ที่ถูกเรียกขานว่า ‘ของเล่นกูลิโกะ’ 

‘ของเล่นกูลิโกะ’ ยุค 80 ของป๊อกกี้ เกรียงไกร ไทม์แมชชีน 200 ชิ้นจิ๋วๆ ที่พาสู่วัยเด็ก
‘ของเล่นกูลิโกะ’ ยุค 80 ของป๊อกกี้ เกรียงไกร ไทม์แมชชีน 200 ชิ้นจิ๋วๆ ที่พาสู่วัยเด็ก

ย้อนไปใน พ.ศ. 2531 กูลิโกะไทยผลิตลูกอมออกมา 2 รส ภายใต้กล่องสีเย้ายวนอย่างสีชมพู รสคาราเมล และสีน้ำตาล รสช็อกโกแลต ซึ่งภายในไม่ได้มีเพียงขนมรสชาติอร่อย แต่ยังมีของเล่นสุดน่ารักที่แถมมาด้วย 

ป๊อกกี้เล่าว่า ตอนเขายังเด็ก รสช็อกโกแลตเป็นรสโปรดของเด็กทั้งซอย ทุกคนต่างแห่ไปซื้อจนเกลี้ยงชั้น ทำเอาคุณป้าเจ้าของร้านต้องอ้อนให้เด็ก ๆ ช่วยซื้ออีกรสถึงจะเติมสต็อกได้

ของเล่นกูลิโกะที่แถมมากับขนม ผลิตออกมาต่อเนื่องด้วยกัน 3 รุ่น 3 สมัยในราคาต่างกัน รุ่นแรกเริ่มเพียง 5 บาท ก่อนรุ่นที่ 2 จะขยับมาเป็น 8 บาท และปิดท้ายด้วยรุ่นรถแข่งโดยเฉพาะในราคา 10 บาท 

จนถึงวันนี้ เขาสะสมไว้ทั้ง 3 รุ่นรวมกันกว่า 200 ชิ้น โดยเฉพาะรุ่นหนึ่งที่เก็บสะสมไว้มากที่สุดและนานที่สุด แต่ถึงแม้จะซื้อหนังสือคู่มือของญี่ปุ่นมาเทียบ สังเกตจากหน้ากล่อง หรือจดจำจากนักสะสมด้วยกัน ปริศนาที่รักษาความลับมานานหลายสิบปีกลับยังไม่ถูกไขเสียทีว่า แท้จริงแล้วของเล่นกูลิโกะมีจำนวนกี่ชิ้นกันแน่

“เมื่อก่อนเวลาเห็นคนซื้อกูลิโกะ ก็จะชะเง้อคอมองว่าเขาได้ลายอะไร ซ้ำกับเราไหม ถ้าไม่ซ้ำก็จะจำว่าชิ้นนี้เรายังไม่มี ตอนนี้ก็ไม่รู้ขาดชิ้นไหนบ้าง พยายามเก็บตามหน้ากล่องที่มันโชว์อยู่”

แต่ถึงจะไม่รู้ว่าตนเองสะสมเอาไว้เป็นจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด นักสะสมในวงการด้วยกันก็เรียกเขาว่า เป็นนักสะสมของเล่นกูลิโกะตัวจริงที่ตอนนี้ยังไม่มีใครมาเทียบได้

‘ของเล่นกูลิโกะ’ ยุค 80 ของป๊อกกี้ เกรียงไกร ไทม์แมชชีน 200 ชิ้นจิ๋วๆ ที่พาสู่วัยเด็ก
‘ของเล่นกูลิโกะ’ ยุค 80 ของป๊อกกี้ เกรียงไกร ไทม์แมชชีน 200 ชิ้นจิ๋วๆ ที่พาสู่วัยเด็ก

จากความทรงจำในร้านป้าน้อย สู่กรุ๊ปออนไลน์

ป๊อกกี้เล่าต่อว่า เมื่อ 30 ปีก่อน แหล่งตามล่าของเล่นกูลิโกะคือ ‘ร้านป้าน้อย’ ร้านขายของย่านเยาวราช ขวัญใจเด็กในซอย

จุดเด่นของร้านป้าน้อยคือ ป้ามักจะนำของเล่นใหม่มาขายไวกว่าร้านอื่น ทำให้เด็กมาร้านไม่ขาด จนสองข้างผนังร้านล้วนมีแต่ของล่อตาล่อใจห้อยโชว์เรียกลูกค้าตัวจิ๋ว

ก่อนเข้าสู่ยุคที่เว็บเพจรุ่งเรือง คนยุค 80 – 90 จะรวมตัวกันเปิดห้องค้าขาย เป็นทั้งแหล่งพูดคุย ตามหา และส่งต่อของสำหรับผู้คนที่สนใจเรื่องเดียวกัน แต่เมื่อเว็บเพจเหล่านั้นปิดตัวลง ก็ได้เวลาแห่งการเข้ามาของเฟซบุ๊กที่กลุ่มต่าง ๆ กลายเป็นพื้นที่สำหรับนักตามหาความทรงจำ

ของเล่นกูลิโกะที่ผลิตในไทยรับต้นแบบมาจากญี่ปุ่นทั้งหมด จึงไม่มีคอลเลกชันที่ผลิตในไทยโดยเฉพาะ 

ความแตกต่างระหว่างของไทยกับญี่ปุ่นอยู่ที่เนื้อพลาสติก โดยของไทยจะแตกหักง่าย ต่างจากของญี่ปุ่นที่ใช้นิ้วดันแล้วเด้งกลับมาได้ นอกเหนือไปจากนั้นก็เป็นเรื่องความละเอียดของของเล่น

ระหว่างพูดคุยกันเรื่องนี้ ป๊อกกี้โชว์ให้ดูถึง ‘แก๊งน่าหงุดหงิด’ หรือกลุ่มเจ้าตัวจิ๋วที่ไทยนำมาทำแล้วขาดรายละเอียดบางอย่างไป

‘ของเล่นกูลิโกะ’ ยุค 80 ของป๊อกกี้ เกรียงไกร ไทม์แมชชีน 200 ชิ้นจิ๋วๆ ที่พาสู่วัยเด็ก
ปูขาดก้ามและยานอวกาศขาดคนบังคับ ซึ่งเวอร์ชันญี่ปุ่นจะมีคนนั่งอยู่ด้านบน 2 คน

ถึงจะหงุดหงิดเช่นไร เขายืนยันว่า ของเล่นกูลิโกะที่ผลิตในไทยนั้นหายาก และปัจจุบันมีมูลค่าสูงกว่าของนอกหลายเท่า ถึงขนาดว่าถ้าลองไปเดินตามแหล่ง เช่น ย่านคลองถมหรือเมกาพลาซ่า ก็ยังมีโอกาสเจอของญี่ปุ่นบ้าง แต่ของไทยนั้นแทบไม่มีเลย  

แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ของไทยราคาสูงกว่าและหายากกว่า

ป๊อกกี้สันนิษฐานว่าเกิดจากที่ญี่ปุ่นผลิตของเล่นออกมาในล็อตใหญ่กว่า นอกจากนั้นก็หนีไม่พ้นเรื่องความผูกพัน ซึ่งเมื่อเราได้สัมผัส ได้ลองเล่น มูลค่าก็เพิ่มขึ้นตามราคาของความผูกพันและความทรงจำ 

ด้วยใจที่อยากสะสม

บุคคลแรกที่นำของเล่นกูลิโกะเข้ามาทำความรู้จักกับบ้านแซ่โล้วคือ พี่สาวของป๊อกกี้ ต่อมาตัวเขาเอง พี่ชาย และเพื่อนจึงพากันไปซื้อตาม พร้อมเปิดเวทีอวดของกันอยู่เสมอ จนสิ่งของดังกล่าวกลายเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้ 3 พี่น้องได้ใช้เวลาร่วมกัน

“ของเล่นกูลิโกะเป็นชิ้นเดียวที่ได้เล่นกันทั้งครอบครัว คือ 3 พี่น้อง อย่างตุ๊กตากระดาษเล่นกับพี่สาว พี่ชายไม่เล่น อย่างอื่นก็เล่นกับพี่ชายแทน แต่มีอันนี้ที่เล่นกันทั้ง 3 คนจริง ๆ เป็นจุดรวมของคนในบ้านมากที่สุด” ป๊อกกี้พูดถึงความทรงจำด้วยรอยยิ้ม

‘ของเล่นกูลิโกะ’ ยุค 80 ของป๊อกกี้ เกรียงไกร ไทม์แมชชีน 200 ชิ้นจิ๋วๆ ที่พาสู่วัยเด็ก

นิสัยนักสะสมของเขาก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่อายุ 6 – 7 ขวบ เด็กชายเริ่มเก็บของเล่นต่าง ๆ ไว้ในบ้าน ด้วยความยินดีของพ่อแม่ที่ไม่เคยต่อต้านต่อความรักความชอบนี้ 

เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 3 – 4 ปี วัฏจักรของของเล่นก็แปรไปตามยุคสมัย ป๊อกกี้เริ่มเก็บของเล่นชนิดอื่นเพิ่มเติมโดยยังสะสมชิ้นเก่า ๆ ไว้ทั้งหมด แม้เวลาจะผ่านไปไม่นาน พอได้มาเจอเพื่อนที่สะสมเหมือนกัน ได้พูดคุยถึงของที่เก็บไว้ จึงพบว่ามันเป็นความทรงจำที่ดี น่าเก็บสะสมไปเรื่อย ๆ 

แม้เวลาผ่านไป บทสนทนาเหล่านี้คงได้วนกลับมาคุยกันอีก จวบจนปัจจุบันของเล่นกูลิโกะก็ยังเป็นบทสนทนาในวงเพื่อนทุกครั้งที่กลับมาเจอกัน

“คนมีอดีตเยอะมั้ง รุ่นราวคราวเดียวกันก็จะรู้จักหมด วันนั้นไปเล่นบอร์ดเกมกับเพื่อน โชว์รูปให้ดูก็ เห้ย! ยังเก็บอยู่เหรอ!” 

‘ของเล่นกูลิโกะ’ ยุค 80 ของป๊อกกี้ เกรียงไกร ไทม์แมชชีน 200 ชิ้นจิ๋วๆ ที่พาสู่วัยเด็ก

ปลดปล่อยความทรงจำ

กว่าจะมาสู่จุดที่มีของสะสมมากมายให้เราได้ชมกัน พวกมันเคยถูกเก็บไว้ในกล่องนมที่ซ่อนไว้อีกทีในซอกหลืบของบ้านจนไม่มีใครจำได้

ครั้นมาวันหนึ่ง พี่ชายไปเจอของเล่นกูลิโกะในกลุ่มขายของเล่น แล้วจำได้ว่าชิ้นนี้เหมือนทุกคนในบ้านจะยังไม่เคยมี เขาจึงซื้อเพื่อเอามาเทียบ แต่กลับหากล่องนมนั้นไม่เจอ ทุกคนในบ้านร่วมแรงร่วมใจหาในเทศกาลล้างบ้านของชาวจีน จนกลายเป็นภารกิจ 3 ปีที่สุดท้ายได้กลับมาเจอกัน

ไหน ๆ ตัวจิ๋วเหล่านี้ก็กลับมาสู่อ้อมอกอย่างปลอดภัยแล้ว เราจึงขอให้ป๊อกกี้ช่วยเลือกชิ้นที่โดดเด่นในความทรงจำมาเล่าให้ฟังหน่อย

01 ชามมีดเขียง 

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

น้อยคนนักจะรู้ว่าส่วนประกอบกระจุกกระจิก 3 ชิ้นนี้มาจากชิ้นเดียวกัน ชาม มีด เขียง

ถูกใช้เป็นเครื่องครัวในร้านอาหารที่เปิดกิจการอย่างสนุกสนานกับพี่สาวกันหลายปี

“สมัยเด็กใช้มีดสับเล่น ๆ เปิดร้านอาหาร ทำครัวกับพี่สาว”

02 กล่องตัดเย็บ

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

กล่องสีเขียวใบน้อยเปิดปิดได้ ล็อกได้ ด้านในมีช่องสามช่องพอดีกับกรรไกรและหลอดด้ายที่ไว้ตัดเย็บ 

“ชิ้นนี้มันน่ารัก มีลูกเล่น เปิดฝากล่องออกมาแล้วเจอเข็มกับด้าย ใส่ได้พอดีกัน”

03 รถสามล้อส่งไปรษณีย์ของญี่ปุ่น

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

พาชมระบบการสื่อสารในยุคหลายสิบปีก่อนด้วยรถเวสป้าที่ใช้ส่งไปรษณีย์ตามบ้านของญี่ปุ่น

04 แมวจับหนู

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

หนูวิ่งไป แมวไล่ตาม ชิ้นนี้มีกลไกตรงล้อ เราจับมันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าให้แมวไล่จับหนูได้ตลอดเวลา

05 ไฟจราจร

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

ในสนามของการประลองรถแข่งระหว่างป๊อกกี้กับพี่ชาย ชิ้นนี้นับเป็นตัวขัดขวางตัวฉกาจ ด้วยฟังก์ชันที่หมุนได้ ไฟเขียว ไฟแดง จึงแทนสัญญาณไฟจราจรในการแข่งขัน

“ชิ้นนี้นี่สนุกมากเลยตอนเด็ก เป็นตัวขัดขวางระหว่างแข่งรถกับพี่ชาย หยุดอยู่นะ อย่าเพิ่งวิ่ง!”

06 รถพระเอก

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

ตอนได้ยินชื่อครั้งแรกก็แอบสงสัยว่า รถพระเอกควรจะหน้าตาเป็นอย่างไร 

เจ้ารถขาวฟ้าที่ตรงกลางเคยใสจนเห็นเป็นสีรุ้งนี้ คือรถที่พี่ชายของเขาชอบมาก ทุกการแข่งขันรถคันนี้จึงได้เป็นรถฝ่ายดีที่มาแข่งกับรถตัวร้ายเสมอ แน่นอนว่าป๊อกกี้ต้องรับบทหลังสุดเกือบทุกครั้ง

07 รถแท็กซี่ญี่ปุ่น

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

มีพระเอกแล้วก็ต้องมีผู้ร้าย รถคันนี้เป็นรถที่ป๊อกกี้รักมาก เพราะมันกุ๊กกิ๊กและมีตรากูลิโกะอยู่บนป้ายแท็กซี่ 

“พอพี่ชายรู้ว่าชอบก็จะให้เป็นผู้ร้ายตลอด เป็นรถที่รับพวกวายร้ายขึ้นไป”

08 กล้องถ่ายรูป

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

ถึงแม้ว่ากล้องนี้จะถ่ายภาพไม่ได้ แต่ก็ลั่นชัตเตอร์ได้ด้วยกลไกที่เมื่อกดแล้วมันจะเด้งกลับมา

09 สตรอว์เบอร์รีพรหมลิขิต

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

ชิ้นที่ดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่กลับมีเรื่องราวซ่อนเอาไว้ 

“ตอนเด็กไม่เคยมีชิ้นนี้ แต่ไปได้จากกองของเล่น มีแต่พลาสติกตัวสตรอว์เบอร์รี ไม่มีตรากูลิโกะ พอไม่มีหัว (ส่วนใบ) ก็เลยไม่รู้ว่าใช่ไหม ผ่านไป 3 – 4 ปี ไปเดินเล่นที่คลองถม แล้วไปเจอส่วนหัวมา ไม่รู้ว่าหัวคืออะไร แต่มีตรากูลิโกะก็เลยซื้อไว้ก่อน แล้วพอมาคุ้ยในถุงเดียวกัน เห้ย! มันประกอบกันได้พอดี!”

แต่เราก็หากันจนเจอจริง ๆ

10 เรือสำเภา

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

ยานพาหนะสุดท้ายที่มีใบพัดใสสวยสง่า เรือสำเภานี้กางใบ หุบใบได้ แถมยังลอยน้ำได้ฉิว เมื่อใช้ปากเป่าก็เสมือนว่าแล่นในน้ำได้จริง ๆ

ชิ้นนี้ในดวงใจ

แม้ว่า 10 ชิ้นที่เลือกมาจะเลือกจากความโดดเด่นและรูปแบบที่แตกต่าง แต่สำหรับชิ้นนี้ ป๊อกกี้ยืนยันว่าเป็นอันดับหนึ่งในดวงใจ

‘รถเจาะดิน’ คือของเล่นกูลิโกะชิ้นแรกที่เก็บเงินซื้อด้วยตัวเองในวัยเด็กด้วยราคา 5 บาท 

เขาเล่าให้ฟังว่าตอนแรกรู้สึกหงุดหงิดมากที่ได้ชิ้นนี้มา เนื่องจากมันไม่น่ารักหรือมีอะไรโดดเด่นเหมือนที่คนอื่นเปิดได้ 

“อะไรเนี่ย! รถเจาะดิน! สีก็เชย พลาสติกก็ทำเกินมาอีก เข็นแล้วมันก็เจาะดินไป แต่พอพี่เห็นเราซื้อได้ เวลาเล่นรถแข่งกันก็เลยให้มันเป็นหัวหน้าตัวร้าย ถึงเวลาถ้ายกให้คนอื่นหมด ยังไงก็จะขอเก็บชิ้นนี้ไว้”

ของเล่นมากมายมีความทรงจำถูกสะกดไว้จนเกือบล้นทะลัก เรื่องราวที่อัดแน่นกลับกลายเป็นเสน่ห์อันน่าค้นหาของการสะสมที่ทำให้เราได้ย้อนวันวานพูดถึงเรื่องเก่า ๆ 

แม้เจ้าตัวจิ๋วจะมีขนาดเล็กเพียงใด แต่มันแฝงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์สอนคนรุ่นหลัง

“ของเล่นพวกนี้มันบอกเล่ายุคสมัย อย่างรถเจาะดิน คนสมัยนี้คงไม่รู้แล้วว่ามันหน้าตาแบบนี้ หรือเมื่อก่อนเขาใช้รถเวสป้าส่งไปรษณีย์ คนแก่จะเก็บเข็มกับด้ายไว้ในกล่อง สิ่งเหล่านี้เหมือนการบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในของเล่น”

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว
เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว
เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ของเล่นที่เคยโด่งดังในยุคหนึ่ง กลับถูกผู้คนลืมเลือนไป เราลองถามจากผู้ที่มีใจรักในพวกมันว่า ความเปลี่ยนแปลงของวงการของเล่นที่เขาเห็นคืออะไร 

“มีทั้งเปลี่ยนแปลงและไม่เปลี่ยน เพราะมันไม่เปลี่ยนไปทั้งหมด ยังมีคนที่คิดเหมือนเราอยู่ว่า ของเล่นคือของสะสมที่มีความทรงจำ เวลาเจอกันก็มารื้อฟื้นเรื่องเก่ากัน แต่บางคนก็ตีไปว่ามันเป็นสิ่งของที่มีมูลค่า กลายเป็นสินค้า ไม่ได้มองว่าเป็นของเล่นสมัยเด็กแล้ว เป็นของที่งอกเงยแทน แต่ก็ไม่โทษเขา เพราะมันก็เป็นทางที่เติบโตได้”

เพราะเหตุนี้ ปัจจุบันของเล่นกูลิโกะจึงยังไม่มีกลุ่มสังคมที่รวมตัวกันอย่างชัดเจน เพราะในนัยหนึ่งมันคือการแข่งขันเพื่อสะสมให้ได้มากที่สุด แต่ถือเป็นความหวังของป๊อกกี้ที่เขาเองก็อยากสร้างกลุ่มสังคมที่มีคนสนใจร่วมกัน จะได้พูดคุยกันแบบเพื่อน แลกเปลี่ยนเรื่องราวและความทรงจำเหมือนคนในครอบครัว

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

Toy Story

นอกจากวงการที่เปลี่ยนไป มุมมองของตัวเขาต่อของเล่นเองก็เปลี่ยน จากครั้งหนึ่งเคยตั้งภาวนาให้เปิดกล่องออกมาเจอหุ่นยนต์ ถึงขั้นว่าถ้าเปิดออกมาได้รถเต่าก็จะยอมเอาไปแลกกับหุ่นยนต์ที่เพื่อนเปิดได้ แต่เมื่อโตขึ้น เขาไม่ได้เห็นมันเป็นเพียง ‘ของที่ใช้เล่น’ อีกต่อไป เขามองมันเป็น ‘เครื่องเก็บความทรงจำ’ ที่จะรักษาไว้ใกล้ตัว

“แต่ก่อนเราชอบหุ่นยนต์ ตอนนี้เราชอบของฟรุ้งฟริ้ง เมื่อก่อนเรามองมันฉาบฉวย พอเลิกฮิตก็เก็บขึ้น อันใหม่มาก็เล่น ของเล่นทุกอย่างมันก็ไหลไปตามกาลเวลา และมันก็อยู่กับเราตลอดไป เปรียบเทียบกับเราเลี้ยงสุนัขตัวหนึ่ง พอวันหนึ่งมันเสียชีวิตไป มันก็ยังอยู่กับเราในความรู้สึกอยู่ดี” 

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว
เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

Toy Family

เราพูดคุยกับป๊อกกี้อยู่นาน และพบว่าเมื่อพูดถึงเรื่องราวความผูกพันระหว่างของเล่นกับสามพี่น้อง แววตาของเขาจะเคล้าน้ำตาเสมอ 

เมื่อช่วงวัยเปลี่ยนไป พี่น้องต่างมีภาระหน้าที่ มีครอบครัวที่ขยายใหญ่ นานครั้งถึงจะได้กลับมาพบเจอกัน ของเล่นกูลิโกะจึงเป็นสายใยที่สานต่อบทสนทนา 

ป๊อกกี้ถ่ายรูปของเล่นแต่ละชิ้นเก็บไว้ให้พี่ ๆ หวนนึกถึงอดีตที่เคยเล่นหั่นผัก แข่งรถ หรือเป่าเรือด้วยกัน บางครั้งเขาก็พกใส่ถุงไปให้พี่ชายพี่สาวได้ลองจับ

“ถึงจะไม่ได้เล่นเหมือนสมัยก่อนแล้ว แต่สำหรับเรามันมีค่ามากขึ้น แต่ก่อนเราอาจจะเล่นแล้วก็ลืมมันไป แต่ตอนนี้พอพูดถึงอีกครั้งแล้วมันอบอุ่น พูดแล้วน้ำตาจะไหล” 

เขาเว้นวรรคอยู่นาน 

“มันเป็นความผูกพันของครอบครัว พูดแล้วยังซึ้งเลย เป็นความผูกพันที่ไม่เลือนหายไปง่าย ๆ เป็นโมเมนต์ที่พูดถึงได้ตลอด”

ปิดบานประตูตู้สะสมของเล่นกูลิโกะ ภาพเจ้าตัวจิ๋วกว่า 200 ชิ้นที่เรียงรายทำเอาเราอยากลองกลับไปค้นตู้เก่า กล่องลังเล็ก ๆ ในซอกหลืบของบ้าน เผื่อจะได้เจอของเล่นในความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและความรู้สึกบ้าง

เปิดกรุ 'ของเล่นกูลิโกะ' กับ 'ป๊อกกี้ เกรียงไกร' นักสะสมของเล่นขวัญใจเด็กยุค 80 เพื่อนซี้พลาสติกที่จิ๋วแต่แจ๋ว

Writer

ปณิตา พิชิตหฤทัย

นักเรียนสื่อผู้ชอบเล่าเรื่องแถวบ้าน ความฝันสูงสุดคือการเป็นเพื่อนกับแมวสามสีทุกตัวบนโลก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ แจ้งเกิดในวงการหนังสือของไทยเมื่อ พ.ศ. 2539 หรือ 26 ปีมาแล้ว ด้วยผลงานเล่มแรกชื่อ ความรักที่มาทางไปรษณีย์ จากนั้นวินนี่ เดอะปุ๊ หรือลุงหมีปุ๊ของแฟนหนังสือและหลาน ๆ ก็สร้างผลงานเขียนเผยแพร่แก่ผู้อ่านอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยให้เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลนราธิปประจำปี 2564 ซึ่งมอบให้แก่นักเขียนอาวุโสที่อายุถึง 75 ปี

ลุงหมีปุ๊ทำงานหลักทางด้านเศรษฐกิจการเงินของประเทศ เมื่อตอนที่เปิดเผยตัวตนว่าคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติวัย 50 ปี (และปีถัดมาก็ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาติ) สร้างความแปลกใจให้คนที่รับรู้กันมาก เพราะ ดร.ชัยวัฒน์ มีชื่อเสียงว่าเป็นคนทำงานจริงจังและค่อนข้างดุ แต่นักเขียนวินนี่ เดอะ ปุ๊ กลับชอบเขียนเรื่องเล่าแบบเบา ๆ อ่านง่าย สอดแทรกทั้งความรู้และอารมณ์ขัน

ลุงหมีชี้แจงว่า ใช้นามปากกา วินนี่ เดอะ ปุ๊ เพื่อเขียนหนังสือเพราะชื่นชอบหนังสือเรื่อง Winnie the Pooh เป็นพิเศษ จึงนำชื่อเจ้าหมีผู้มีจิตใจดี แต่มักทำเรื่องเปิ่น ๆ ขำขันอยู่เสมอตัวนี้มาผสมกับชื่อเล่นปุ๊ของตัวเอง ทำให้หมีปุ๊เกี่ยวดองกับหมีพูห์ไปในตัว

Winnie the Pooh จัดเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กระดับคลาสสิก แต่งโดยนักเขียนอังกฤษชื่อ เอ. เอ. มิลน์ (A. A. Milne) เมื่อ ค.ศ. 1926 หรือ 96 ปีมาแล้ว เป็นหนังสือที่อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็ก ๆ อ่านเหตุการณ์เล่นสนุกหรือการผจญภัยของหมีพูห์กับผองเพื่อนตุ๊กตาหมีอย่างเพลิดเพลิน แต่ผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่จะพบว่าผู้เขียนได้ซ่อนนัยยะไว้ในเรื่องให้ผู้อ่านค้นพบมุมมองและความขำขันแบบลึก ๆ ไว้มากมาย จึงมีนักเขียนและนักวิชาการนำเรื่องราวของหมีพูห์มาเขียนตีความ หรือเขียนแต่งต่อให้ผู้อ่านผู้ใหญ่ได้ความสนุกสนานในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น เรื่องของหมีพูห์จึงเป็นนิยายอมตะ ส่งต่อความชื่นชอบจากคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นถัดไปได้ตลอดมา

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของหมีพูห์คนหนึ่ง ลุงหมีจึงจัดทำมุมหนังสือเล็ก ๆ สะสมหนังสือหมีพูห์ในเวอร์ชันต่าง ๆ รวมทั้งหนังสือที่นักเขียนคนอื่นแต่งหนังสือเพื่อเล่นสนุกกับหมีพูห์ด้วย อาทิ อาจารย์ด้านวรรณกรรมแต่งหนังสือเพื่อล้อเลียนนักวิจารณหนังสือ ที่มักจะตีความหนังสือให้ลึกลงไปเกินความตั้งใจของผู้เขียน คือ หนังสือชื่อ The Pooh Perplex กับ Postmodern Pooh

อาจารย์ด้านศาสนาเขียนหนังสือเปรียบเทียบพฤติกรรมของหมีพูห์และเพื่อน ๆ ว่าสอดคล้องกับลัทธิเต๋า ได้แก่ หนังสือ The Tao of Pooh และยังมีมุมมองในแง่ของความลี้ลับของจักรวาล (Pooh and the Millennium) หมีพูห์ในมุมมองการบริหารจัดการ (Winnie-The-Pooh on Management and Problem Solving) นอกจากนั้นยังมีผู้พยายามเขียนเรื่องราวของหมีพูห์ภาคต่อจากต้นฉบับด้วย (Sequel) ได้แก่เรื่อง Return to the Hundred Acre Wood

เวลาเราสะสมอะไร ควรหาความรู้เกี่ยวกับของสะสมเหล่านั้นด้วย เพราะจะทำให้ได้ทั้งความเพลิดเพลิน ความรู้ และวิธีการคิด มากกว่าเพียงสะสมเป็นของสวยงาม

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ลุงหมีเองก็ร่วมวงเล่นสนุกกับหมีพูห์ด้วย โดยเขียนหนังสือชื่อ ‘เรื่องหมีหมี’ ออกมาใน พ.ศ. 2544 โดยทำเป็นหนังสือ Two-in-One คือมี 2 เรื่องในเล่มเดียวกัน เรื่องหนึ่งคือ เพื่อนผองของหมีพูห์ เป็นการแนะนำหนังสือเรื่องหมีพูห์ผ่านจดหมายที่หมีปุ๊เขียนไปคุยกับหมีพูห์ ส่วนเรื่องที่สอง คือ เรื่องเล่าจากคนรักหมี เป็นการแนะนำตัวละครหมีในวรรณกรรมเล่มอื่น ๆ 

เล่มนี้เป็นความภูมิใจของลุงหมี เพราะเป็นเล่มที่เขียนเอง และรูปเล่มก็ออกแบบอย่างลงตัว เป็นหนังสือที่ระลึกสำหรับคนรักหมีได้

ภาพประกอบในหนังสือเล่มนี้ใช้ตุ๊กตาหมีต่าง ๆ ที่ลุงหมีสะสมไว้มาเป็นตัวแสดง การที่ทำหนังสือให้อ่านได้ทั้งจากข้างหน้าและข้างหลัง (เพราะเป็นคนละเรื่อง) ทำให้มีเรื่องขำขันเกิดขึ้นตอนเปิดตัวหนังสือโดยลุงหมีไปนั่งแจกลายเซ็น มีแฟนคลับคนหนึ่งถือหนังสือมาขอลายเซ็น 2 เล่ม บอกว่าพลิกดูแล้วน่าอ่านทั้ง 2 เรื่อง เมื่อลุงหมีบอกว่าความจริงเป็นเล่มเดียวกันแต่มี 2 ปก เขาหัวเราะชอบใจ บอกว่ายังไงก็ขอลายเซ็นทั้ง 2 เล่ม และจะเอาไปฝากเพื่อนเล่มหนึ่ง

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

หมี Winnie the Pooh เป็นตัวละครจากหนังสือที่ชาวอังกฤษภาคภูมิใจ จึงได้ขึ้นไปอยู่บนแสตมป์ของประเทศอังกฤษมาแล้ว แต่เมื่อปีที่แล้วนี้เองเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองหมีพูห์มีอายุครบ 95 ปี ทางการอังกฤษได้จัดทำเหรียญที่ระลึกหมีพูห์ออกเผยแพร่ โดยมีแผ่น Pop-up ให้แฟน ๆ ได้เก็บรูปและเรื่องราวไว้เป็นของสะสมเพิ่มเติม อีกทั้งมีนักเขียนคนหนึ่งแต่งหนังสือเล่าประวัติหมีพูห์ย้อนหลังไปถึงช่วงเวลาก่อนที่จะมาเป็นตัวละครเอกในหนังสือคลาสสิกของ เอ. เอ. มิลน์ ตั้งชื่อเรื่องว่า Winnie-the-Pooh: Once There Was a Bear (เรื่องลักษณะนี้เรียกว่า Prequel ลุงหมีขอแอบวิจารณ์ว่า อ่านยังไงก็ไม่สนุกแบบเรื่องต้นแบบของมิลน์)

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ
รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ในหนังสือ เรื่องหมีหมี ซึ่งลุงหมีเขียนไว้นั้น ได้แนะนำตัวละครหมีมีชื่อจากวรรณกรรมเด็กของอังกฤษอีกตัวหนึ่ง คือ หมีแพดดิงตัน (Paddington Bear แต่งโดย ไมเคิล บอนด์ เมื่อ ค.ศ. 1958 หรือ 64 ปีมาแล้ว) หมีแพดดิงตันเกิดที่ประเทศเปรู แต่อยากออกมาผจญภัยในโลกกว้าง จึงเดินทางมากับเรือเดินทะเล ขึ้นบกที่นครลอนดอน แล้วหลงทางไปไหนไม่ถูกอยู่หน้าสถานีรถใต้ดินแพดดิงตัน จนมีครอบครัวอังกฤษใจดีรับไปอุปถัมภ์ไว้ ด้วยความที่ไม่ได้เกิดในอังกฤษ หมีแพดดิงตันจึงไม่เข้าใจวิถีชีวิตและประเพณีของชาวอังกฤษ จึงทำเรื่องวุ่นวายแบบขำขันอยู่เสมอ หนังสือชุดหมีแพดดิงตันได้รับความนิยมจากชาวอังกฤษระดับน้องของหนังสือหมีพูห์

ในปีนี้เองหมีแพดดิงตันได้สร้างวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ชนิดเรียกว่าจารึกประวัติศาสตร์ทีเดียว คือได้รับเลือกให้เป็นตัวละครในคลิปพิเศษจัดทำโดยพระราชวังบักกิงแฮม ในโอกาสเฉลิมฉลอง 70 ปีการครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในคลิปที่สนุกสนานและสร้างความแปลกใจให้คนดูชิ้นนี้ หมีแพดดิงตันได้รับเชิญเป็นแขกมาร่วมดื่มน้ำชากับพระราชินีเป็นการส่วนพระองค์ แน่นอนว่าเจ้าหมีโชคดีตัวนี้ก็ทำอะไรเปิ่น ๆ ออกมาตามเคย แต่จบท้ายด้วยการใช้ช้อนเคาะจังหวะกับถ้วยน้ำชาในเพลง We Will Rock You ของวง Queen ให้เข้ากับการรัวกลองของวงดุริยางค์กองรักษาพระองค์ที่หน้าพระราชวังนี่เอง

ก่อนหน้านี้เมื่อ ค.ศ. 2012 ในโอกาสพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน สมเด็จพระราชินีฯ ทรงเล่นสนุกให้ชาวโลกชื่นชมด้วยการเผยแพร่คลิปทรงเดินทางไปทำพิธีเปิดงานที่สนามกีฬา โดยมี เจมส์ บอนด์ 007 มาที่วัง เพื่อรับพระองค์เสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปสนามกีฬา

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ
อุ้มหมีมหาวิทยาลัย Williams และ MIT ที่รุ่นน้องเอามาฝาก

ตุ๊กตาหมีของอังกฤษที่ได้รับความนิยมมากพอควรอีกตัวหนึ่งคือ Me to You Bear ซึ่งลุงหมีชอบเรียกว่าหมีปุปะ รูปวาดของหมีตัวนี้เริ่มปรากฏให้เห็นในการ์ดอวยพรของบริษัท Carte Blanche เมื่อ ค.ศ. 1987 และปรับปรุงรูปแบบอยู่เรื่อย ๆ จนใน ค.ศ. 1995 บริษัทได้ปรับแต่งภาพลักษณ์หมีตัวนี้ให้เป็นแบบที่คนสะสมกันในปัจจุบัน คือเป็นตุ๊กตาหมีที่มีรอยปุปะหลายแห่ง ขนสีเทา จมูกสีฟ้า และสลักคำว่า Me to You ที่ฝ่าเท้า โดยมีการแต่งเรื่องเล่าที่มาของหมีตัวนี้ว่า เดิมเป็นตุ๊กตาหมีที่ถูกเจ้าของโยนทิ้งกองขยะในช่วงที่หิมะกำลังตก ต่อมามีเด็กหญิงใจดีไปพบเข้า จึงเก็บมาเลี้ยงที่บ้านโดยให้คุณแม่ช่วยเย็บซ่อมแซมจุดที่ขาดวิ่นบนลำตัว แต่ด้วยหมีตัวนี้ถูกทิ้งอยู่กับความหนาวเหน็บของหิมะ จึงทำให้ขนบนตัวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีเทา และจมูกเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีฟ้า นับว่าน่ารักไปอีกแบบหนึ่ง ลุงหมีมีรูปหมีตัวนี้ให้ดูพร้อมทั้งหนังสือเล่มจิ๋วเล่าประวัติของหมีตัวนี้

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

หมีพูห์ หมีแพดดิงตัน และหมีปุปะ จึงเป็นหมีอังกฤษ 3 เจนเนอเรชันที่เป็นความน่าภาคภูมิใจของหมี ๆ ทั้งหลาย

เมื่อลุงหมีได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับหมีน่ารักทั้งหลายไปหลายเล่ม ก็ขยายความเอ็นดูหมีไปสู่การสะสมตุ๊กตาหมี (ทำให้ลุงหมีเรียกตัวเองว่าคนรักหมีได้) เริ่มต้นด้วยการหาซื้อตุ๊กตาหมีแบบนิ่ม ๆ น่ากอดที่เรียกว่าเทดดี้แบร์ (Teddy Bear) มาให้ลูกสาวเล่นสนุก 

ที่สะสมส่วนหนึ่งเพื่อให้ลูกเล่น แต่อีกส่วนหนึ่งตัวเองชอบเอง ลูกหลานของลุงหมีจึงเติบโตมากับตุ๊กตาหมี

พอมีมากตัวขึ้น ก็จัดเล่นเกมตั้งชื่อและช่วยกันแต่งเรื่องราวครอบครัวหมีกัน การสะสมเริ่มจริงจังขึ้นเมื่อลุงหมีชอบมองหาตุ๊กตาหมีน่ารักจากประเทศต่าง ๆ ที่มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนจากการทำงาน เรียกว่าหอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาเชียว หลังจากมีตุ๊กตาหมีขนาดกลางและใหญ่นั่ง ๆ นอน ๆ ในมุมต่าง ๆ ของบ้านหลายสิบตัวจนเริ่มหาที่เก็บยากขึ้น ลุงหมีจึงปรับวิธีสะสมตุ๊กตาหมี คือ มองหาตุ๊กตาขนาดเล็กและจิ๋ว รวมทั้งหมีที่ทำจากวัสดุต่าง ๆ มีทั้งขนสัตว์นุ่ม แก้ว ไม้ ยาง ดินเหนียว และพลาสติก มาเก็บสะสม โดยจัดทำตู้โชว์ไว้เก็บตุ๊กตาหมีเล็กไว้ที่เดียวกัน  

การที่นักเขียน วินนี่ เดอะ ปุ๊ ชอบเขียนเล่าเรื่องราวหมีจากหนังสือต่าง ๆ และชอบสะสมตุ๊กตาหมีด้วย ทำให้คนคุ้นเคยและแฟนคลับทั้งหลายมักหาตุ๊กตาหมีมามอบให้เป็นของที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ จำนวนหมีที่สะสมไว้จึงเพิ่มเป็นหลักร้อย 

จึงขอแนะนำคนที่อยากจะสะสมว่า พยายามเล่าความชอบเกี่ยวกับของที่เราสะสมให้คนฟังเยอะ ๆ เพราะเมื่อเขาเห็นของที่เราสะสมที่ไหนก็จะนึกถึง แล้วนำมาฝากเป็นของขวัญ

แม่บ้านขอร้องว่าอย่าหาตุ๊กตาหมีมาเพิ่มให้มากนักเพราะเริ่มจะล้นบ้านแล้ว ลุงหมีจึงต้องไปเปิดมุมหมีตัวใหม่ ๆ ไว้ที่ห้องทำงาน     

ในช่วงที่ลุงหมีทำหน้าที่เป็นประธานบริหารของธนาคารกรุงไทย 6 ปี และเป็นประธานตลาดหลักทรัพย์ 5 ปี จะมีน้อง ๆ เพื่อนร่วมงานแวะมาเยี่ยมเยือนที่ห้องทำงานบ่อย ๆ เหตุผลหนึ่งคือมาขอดูว่ามีตุ๊กตาหมีตัวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นบ้างไหม (แต่ลับหลังถูกตั้งฉายาว่าเป็นประธานคิกขุ ชอบสะสมตุ๊กตาหมีทั้งที่อยู่วัยสูงอายุแล้ว)

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี
“Sometimes the smallest things take up the most room in your heart.” – วินนี่ เดอะ พูห์

เมื่อ 3 ปีก่อน ลุงหมีมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรกับบรรดาหมีที่สะสมไว้ เนื่องจากตกลงใจจะย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหม่ซึ่งขนาดเล็กกว่าเดิม ให้สอดคล้องกับเป็นบ้านของผู้สูงอายุซึ่งลูก ๆ แยกตัวไปมีบ้านของตัวเองกัน ดังนั้นจึงต้องตัดใจคัดเลือกข้าวของเท่าที่จำเป็นไปไว้ที่บ้านใหม่ ส่วนของที่จะไม่เอาไปแต่ยังอยู่ในสภาพดีก็ใช้วิธีบริจาคให้มูลนิธิ เช่น เสื้อผ้าของใช้ก็ให้มูลนิธิหนึ่ง หนังสือหลายร้อยเล่มก็มอบให้สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยไปช่วยแจกจ่ายให้ห้องสมุดต่างๆ (วิธีการแบบนี้ทำให้ตัวเราเบาลงในวัยชรา และเป็นการเตรียมการจากไปแบบสงบ โดยไม่ต้องทิ้งภาระให้คนที่ยังอยู่ต้องดูแลจัดการ)

สำหรับบรรดาตุ๊กตาหมีที่สะสมไว้นั้น ลุงหมีมีลูกและหลานคัดเลือกตัวที่ชื่นชอบเป็นพิเศษเก็บไว้เองบ้าง ตุ๊กตาที่มุมหมีในห้องทำงานก็แจกจ่ายให้น้อง ๆ เพื่อนร่วมงานช่วยกันรับไปอุปถัมภ์ 

เมื่อก่อนเคยมีหมีพูห์ขนาดยักษ์อยู่ 2 ตัว ตอนที่หลาน 2 คนอายุขวบครึ่งก็ยังมานั่งบนขาหมีคนละตัว เป็นภาพที่น่ารักมาก

แต่ตอนนี้ ตัวหนึ่งอยู่ที่บ้านลูกสาว ส่วนอีกตัวหนึ่งให้แฟนคลับผู้โชคดีที่เอ่ยปากขอเป็นคนแรก 

และต่อมาก็ตกลงใจมอบตุ๊กตาหมีขนาดเล็กและกลางร้อยกว่าตัวให้เด็กนักเรียนชาวเขาที่จังหวัดเชียงใหม่ 

เพื่อนร่วมงานที่ช่วยลำเลียงตุ๊กตาหมีไปส่งนักเรียนเล่าว่า เด็ก ๆ ตื่นเต้นและมีความสุขกันมากที่ได้ตุ๊กตาหมีไปกอดเป็นของตัวเอง 

ในรูปที่ถ่ายกลับมา ทุกคนยิ้มแย้มเจ่มใส อุ้มตุ๊กตาหมีกันคนละตัว รู้ข่าวแบบนี้ลุงหมีก็ชื่นใจเป็นที่สุดแล้ว     

อย่างไรก็ตาม ลุงหมียังมีตุ๊กตาหมีตัวเล็กบางตัวที่ชอบมากเป็นพิเศษ เก็บไว้เองบ้างเพื่อเป็นที่ระลึกของการสะสมตุ๊กตาหมีมายาวนาน 20 กว่าปี จึงขอฝากรูปมาให้ผู้อ่านได้เห็นความน่ารักของตุ๊กตาหมีเหล่านี้

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

มุมหนังสือสะสม

01 Winnie the Pooh : The Complete Collection of Stories and Poems 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

หนังสือ Winnie the Pooh ที่ชอบมากที่สุดคือหนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่อ่านจุใจ เพราะรวมทั้งภาคหนึ่ง คือ Winnie the Pooh ภาคสอง The House at Pooh’s Corner และบทกวีที่ เอ. เอ. มิลน์ แต่งก่อนมีหมีพูห์ไว้ในเล่มใหญ่เล่มนี้ 

อีกอย่างหนึ่งคือ รูปสวยมาก มีภาพวาดสีของหมีพูห์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ชื่อว่าพูห์ประกอบอยู่ด้วย ที่จริงแล้วเล่มโตเล่มนี้มี 2 เล่ม แต่ให้ลูกสาวที่อยู่เมืองนอกไปเล่มหนึ่ง เพราะเขาก็ชอบเหมือนกัน

02 The Brilliant Career of Winnie-the-Pooh

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เป็นอีกเล่มที่ชอบมาก เพราะเป็นการศึกษาประวัติของหมีพูห์อย่างลึกซึ้ง เล่าที่มาในเชิงประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ที่มาของการเขียนเรื่องคืออะไร ต้นแบบหมีพูห์คือหมีชนิดไหน ป่าร้อยเอเคอร์เป็นอย่างไร พร้อมรูปประกอบเรื่องราวที่หาดูได้ยาก

เล่มนี้จึงขึ้นชื่อว่าเป็น ‘Definitive History’ ของ วินนี่ เดอะ พูห์ คือไม่มีเล่มไหนสรุปประวัติของหมีพูห์ได้สมบูรณ์เท่านี้แล้ว

03 The Pooh Perplex 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เล่มนี้เจอตอนเรียนปริญญาตรีที่ร้านหนังสือมหาวิทยาลัย เป็นการตีความหมีพูห์​เชิงวิชาการ ผ่านมุมมองทางประวัติศาสตร์​ วรรณคดี จิตวิทยา และลัทธิ Marxist พออ่านแล้วก็ติดใจว่า ทำไมนักวิจารณ์เขามองหมีพูห์​ลึกขนาดนี้ 

ตอนหลังไปอ่านคำนำ จึงได้รู้ว่าเป็นการล้อเลียนนักวิจารณ์ ที่ชอบวิจารณ์ลึกกว่าความตั้งใจของนักเขียน เขียนได้ตลกมาก อ่านเท่าไหร่ก็หัวเราะ 

04 Postmodern Pooh 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ประมาณ 20 ปีหลังจากที่อ่าน The Pooh Perplex ได้ไปที่ Harvard Bookstore แล้วเจอเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดยผู้เขียนคนเดียวกัน เป็นภาคสองซึ่งนำทฤษฎีวิจารณ์วรรณกรรมใหม่ ๆ มาใช้วิจารณ์หมีพูห์อีกรอบหนึ่ง

มุมสะสมหมีที่ตัดใจให้ใครไม่ได้

05 คลาสสิกพูห์ ตุ๊กตาหมีตัวโปรด

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตัวนี้เป็นหมีตัวโปรด เคยถ่ายรูปด้วยกันหลายครั้ง รวมทั้งตอนจัดงานวันเกิด 60 ปีด้วย เป็นหมีพูห์แบบคลาสสิกที่กอดกำลังสบาย  

06 กล่องเพลงหมีพูห์

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ชิ้นนี้เป็นของขวัญที่น้อง ๆ แบงก์ชาติทำให้ก่อนออกจากการเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ ความชอบจึงเกิดจากความผูกพันกับคนที่ทำให้ ข้างในมีแสตมป์หมีพูห์ด้วย

07 เซ็ตหมีแพดดิงตัน

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี
คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตอนที่หมีแพดดิงตันออกมาใหม่ ๆ มีคนให้มาประมาณสิบตัว แต่ก็แจกคนไปเยอะ 

ตอนนี้ที่เก็บไว้มีหมีแพดดิงตันตัวเล็กในถุงกระดาษ ปฏิทินหมีแพดดิงตัน และหมีแพดดิงตันหมวกดำ 

เดิมทีเคยมีหมีแพดดิงตันหมวกแดงอยู่ที่ออฟฟิศ แต่ตัดสินใจให้เลขาเป็นที่ระลึก เพราะที่บ้านไม่มีที่แล้ว

08 พูห์วิริยะ 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตามเนื้อเรื่อง หมีพูห์เป็นหมีที่ไม่ค่อยฉลาดนัก ตัวละครที่ได้เรียนหนังสือ คือ คริสโตเฟอร์ โรบิน เจ้าของหมี ก็จะมาอวดว่าเขียนหนังสือเป็น หมีพูห์เลยพยายามเขียนบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็มีความรู้เหมือนกัน

09 หมีเหงา 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตัวนี้ไปเจอที่เมืองนอกในร้านขายของที่ระลึกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เจ้าตัวนี้มีความน่ารักของมันอยู่ รูปทรงสวย ขนาดก็พอดิบพอดีสำหรับการนำมาตั้ง แล้วหน้าตาก็เศร้าเชียว

10 พูห์คริสตัล Swarovski 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เป็นชุดที่พิเศษ เพราะทำจากคริสตัล ราคาแพง และทำหมีพูห์ในท่าทางต่าง ๆ ออกมาได้อย่างสวยงาม ตัวที่เป็นหมีพูห์ถือลูกโป่งมีเรื่องราว คือในตอนหนึ่งของหนังสือ หมีพูห์พยายามลอยตัวขึ้นไปกับลูกโป่งเพื่อกินน้ำผึ้งบนต้นไม้ หลอกผึ้งว่าตนเองเป็นเมฆฝนเพื่อจะกินน้ำผึ้ง สุดท้ายผึ้งไม่เชื่อ ทำท่าจะต่อย หมีพูห์เลยปล่อยมือจากลูกโป่ง ตกลงมาเจ็บตัว

Writer

ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและอดีตประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เขียนงานวรรณกรรมโดยใช้นามปากกาว่า วินนี่ เดอะ ปุ๊

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load