Once a year, go someplace you’ve never been before.”

Dalai Lama

เราชอบและเชื่อคำกล่าวของท่านดาไล ลามะ นะ ที่ว่า ปีละครั้ง จงไปในที่ที่คุณไม่เคยไป ปีนี้เราก็ไปในที่ที่ไม่เคยไป-เมืองชื่อยาวมาก เรียกย่อได้ว่าเวทรี่ฯ ชื่อนี้หลอนตามาหลายครั้งหลายครา เมื่อพลิกด้านหลังจานกระเบื้องที่ชอบทีไร เป็นต้องเห็นรูปไก่อ้วน รอบไก่มีอักษรเขียนว่า SOLIMENE Vietri S/M Made in Italy

บ่อยครั้งที่จุดหมายปลายทางใหม่ๆ มาจาก Passion หรือความรักความสนใจถึงขั้นหมกมุ่นที่มนุษย์เรามีต่อสิ่งใด บางคนชอบแฟชั่น บางคนรักธรรมชาติ เดินป่าเดินเขา ส่วนผู้รักกาแฟไปเที่ยวไหนก็คาเฟ่ฮันติ้งกันไป น้องชายเราสายวิ่ง มาราธอนไปแล้วห้าหกเมืองทั่วโลก

สำหรับเรา กระดาษและกระเบื้องคือเรื่องที่หลงใหล นอกจากกระเบื้องในรูปแบบภาชนะใส่อาหารจัดสำรับ กิจกรรมโปรดในชีวิตประจำวัน เรายังมีอาชีพวาดรูปและออกแบบลวดลายลงบนกระเบื้องด้วย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติใช่ไหมที่เราจะพลิกจานชามกระเบื้องดูด้านหลังบ่อยๆ จนชื่อ Vietri S/M กลายมาเป็นจุดหมายปลายทาง S/M ไม่ใช่ขนาดเล็กกลาง แต่มันย่อมาจาก Sul Mare ในภาษาอิตาเลียนที่แปลว่า On the Sea การจะไปถึงเวทรี่ฯ ได้จึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเลกันหน่อย

Vietri sul Mare Vietri sul Mare

อิตาลีเป็นประเทศที่เปรียบเสมือนบ้านเพื่อนสนิท เพื่อนคนนี้มีหลากหลายแง่มุมสุดๆ

18 ปีที่ผ่านมา เรากลับไปหาเพื่อนทรงเกือกบู๊ตทุกปี แต่ก็ยังรู้สึกว่าไปมาไม่ทั่ว อย่างแถบทะเลทางใต้ชายฝั่งอมาลฟี (Amalfi) ที่เคยนึกว่าเก็บครบแล้ว แต่เวทรี่ฯ ก็ยังหลุดรอดสายตาไปได้ ถ้าไม่พลิกหลังจานก็ไม่รู้จักหรอก ปีนี้จึงได้ฤกษ์กลับไปอมาลฟีอีกครั้งเพื่อนั่งเรือไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อยาว เวทรี่ ซูล มาเร่ อยู่ในเขตจังหวัดซาเลอร์โน (Salerno)

Vietri sul Mare

เวทรี่ฯ จัดเป็นเมืองรองเงียบๆ บนชายฝั่งอมาลฟี ไม่โดดเด่นฟู่ฟ่าเท่าเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างโพสิตาโน (Positano) ราเวลโล (Ravello) คาปรี (Capri) ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยวมากกว่า

พูดถึงโพสิตาโน ถ้าไปกินอาหารร้านดังๆ ในเมืองนี้แล้วลองพลิกจานดู จะพบตราไก่เวทรี่ฯ เช่นเดียวกับร้านรวมแบรนด์กระเบื้องที่เลือกของเจ๋งสุดในคาปรี ชื่อร้าน Sea Gull ที่มีเซรามิกของดีเวทรี่ฯ วางขาย

Sea Gull หอยนางรม

นี่ยังไม่นับโรงแรม The Fleming ที่เพิ่งเปิดใหม่หมาดๆ ในย่านหว่านไจ๋ ฮ่องกง มีร้านอาหารอิตาเลียนชั้นล่างโรงแรม ไม่ต้องเดาเลยว่าเชฟมาจากแถบไหนของอิตาลี จานเวทรี่ฯ มาเต็มๆ

The Fleming

แต่ที่เต็มแน่นสุดต้องโรงแรมแสนรักของเราที่ซอร์เรนโต (Sorrento) ชายฝั่งเนเปิลส์ ชื่อโรงแรม Maison La Minervetta มื้ออาหารเช้าโรงแรมนี้ละลานตาขั้นสุดกับสีสันจานชามที่เรียกว่าแทบจะขนมาแทบทุกคอลเลกชันจากโรงงานแบรนด์ไก่ Solimene ณ เวทรี่ฯ

กาแฟ อาหารเช้า

หลอนตากันมาขนาดนี้ เช้าวันอากาศดี ฟ้าสวยจัดเจิด มีเมฆงามประดับฟ้าหน้าตาแปลกเหมือนเมฆไซอิ๋ว เรานั่งเรือล่องสบายๆ จากเมืองอมาลฟีไปซาเลอร์โน

ขาไปเจอเรือแบบหวานเย็น คือจอดหลายป้ายหน่อยแต่ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวก็ถึงซาเลอร์โน เทียบท่าซาเลอร์โนแล้วซื้อตั๋วรถเมล์ 1.20 ยูโร รถบัส No.1 จะพาเราซิ่งออกนอกตัวเมืองซาเลอร์โนไปทางตะวันตก ราวสิบห้านาทีก็ถึงเมืองเล็กๆ แสนน่ารักที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงเซรามิกแห่งแคว้นกัมปาเนีย (Campania)

Solimene

พอรถเมล์จอดตรงปากทางเข้าเมือง เราแอบร้อง แม่เจ้า! ดังลั่นใจ Solimene โรงงานเซรามิกเจ้าของตราไก่ ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าบนเนิน บอกตรงๆ ว่าแว้บแรกนึกถึงสัตว์ประหลาดพิงภูผาอยู่ โรงงานนี้เหมือนปราสาทเซรามิกอันลึกลับ ที่ทำให้เรานึกถึงทั้งสถาปัตยกรรมเกาดี (Gaudi) และกุกเกนไฮม์ (Guggenheim) มิวเซียม ผสมกัน มันมีความเพี้ยนนิดๆ ที่ดูเป็นมิตร

Solimene Solimene

คงเพราะความพลิ้วโค้ง ทรวดทรงออร์แกนิกของอาคาร ปะประดับกระเบื้องสลับกับช่องกระจกให้แสงเข้า คือด้านนอกก็อู้หูแล้ว ด้านในยิ่งตื่นใจกว่า มีการเล่นระดับพื้นที่ไปตามโครงนอก โค้งเว้าเหมือนเดินอยู่ในถ้ำ ผลงานออกแบบของสถาปนิกชื่อดังชาวตูรินที่ย้ายไปปักหลักสร้างชื่อในอเมริกา โรงงานโซลิมีเน่ คือผลงานชิ้นเอกของเขา-เปาโล โซลีรี (Paolo Soleri) ที่บินจากแอริโซนากลับมาอมาลฟีเพื่อออกแบบอาคารนี้ในยุค 1950 โรงงานนี้ชื่อเต็มก็ยาวไม่แพ้เมือง Ceramica Artistica Solimene

กิจการครอบครัวโซลีมีเน่นี้ ลูกหลานสืบสานงานเซรามิกกันมาหลายร้อยปีตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 มีการส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1947 วินเซนโซ (Vincenzo Solimene) ตัดสินใจสร้างโรงงานสุดอลังขึ้นโดยมอบหมายให้เปาโล โซลีรีเป็นผู้ออกแบบ

ด้วยขนาด โครงสร้างด้านนอกด้านในเปี่ยมเอกลักษณ์ ไม่น่าแปลกใจที่โรงงานนี้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 3 ปี และเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1954 กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเล็กๆ สงบเงียบ แต่เพียบไปด้วยเวิร์กช็อปของศิลปินนักปั้นและนักเขียนลายเซรามิก ที่ถ้าเราเดินเข้าตัวเมืองไปจะละลานตา หันซ้ายขวาส่องร้านค้าและสตูดิโอของศิลปินที่พรึ่บอยู่ทั้งเมือง

Solimene จาน

กว่าเราจะหลุดออกจากโรงงานสุดเก๋าโซลีมีเน่ก็ใช้เวลานานโขอยู่

ถ้ำอะลาดินในฝันของคนรักเครื่องกระเบื้อง บรรยากาศประหนึ่งพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่มีชีวิต งานรอเข้าเตาเผาเรียงรายอยู่โซนส่วนกลาง งานเซรามิกตามสั่งชิ้นใหญ่ยักษ์ ไม่ว่าจะป้ายชื่อหน้าอาคารทั้งโรงแรม ร้านอาหาร โต๊ะเซรามิกกลมเขียนลายตามออร์เดอร์ ประติมากรรม เครื่องใช้

เซรามิก โรงงานเซรามิก

ของตกแต่งที่สามารถแบ่งหมวดหมู่ได้ คือพวกลายคลาสสิกที่เป็นสัญลักษณ์ของโซลีมีเน่ที่เห็นที่ไหนก็จำได้ ออกแนวคันทรี สีสันสดใส ช่างเขียนลายตวัดพู่กันอย่างเป็นอิสระ วาดรูปลายสัตว์ต่างๆ ปลา หมู ปลาหมึก ไก่ หมุนวนอยู่รอบจานกลม และให้สีแบบไม่แคร์โลกคือตัดกันอย่างร่าเริง เห็นฝีแปรงน้ำหนักพู่กันชัด อารมณ์ดิบๆ ไร้กฎเกณฑ์ ได้อารมณ์สบายๆ สไตล์เวทรี่ฯ

จานอิตาลี เครื่องเคลือบ

กลุ่มลายร่วมสมัยก็มีความเปรี้ยวแปลก ชอบลายปลาหมึกสีน้ำเงินบนจานขาวที่สุด ไวท์แอนด์บลูในแบบเวทรี่ฯ ที่เราว่าเท่เก๋ กระถางต้นไม้ทรงหัวคนหลากขนาดเราก็เลิฟ กระถางดอกไม้หัวคนแบบนี้ที่เกาะซิซิลีก็เป็นที่นิยม ของซิซิลีหน้าตาคนจะคมกว่า ชัดกว่า ดุกว่า ขณะที่ของเวทรี่ฯ กลมมนอ่อนโยน ดูสนุกเฟรนด์ลี่ มีอารมณ์ขันทะเล้นๆ ตรงที่แลบลิ้นออกมาด้วย

โรงงานจาน จานอิตาลี

หนึ่งในความเร้าใจของการมาช้อปปิ้งเซรามิกถึงที่โรงงานคือคุณต้องคุ้ยค้นหาเซรามิกสภาพดีให้ได้ ของที่ไม่ได้คุณภาพการผลิตตามสั่งลูกค้ามีกองให้เลือกในราคาไม่แพง คุณป้าพนักงานที่นี่บีซี่ ยุ่งขิง วุ่นวือตลอดเวฯ เพราะโรงงานรับออร์เดอร์จากลูกค้าที่ทั้งวอล์กอินมาติดต่อ และสั่งกันเป็นประจำมานานหลายปี ป้าๆ จึงดูหัวปั่น คัดของ จัดของที่ผลิตเสร็จแล้วส่งลูกค้าทั่วทุกมุมโลก

โซลีมีเน่มีบริการรับออกแบบตกแต่งภายใน และมีโปรเจกต์ที่ทำให้โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหารทั่วอิตาลี การช้อปปิ้งเซรามิกในบรรยากาศโรงงานเก๋ายุคฟิฟตี้นี้จึงเปี่ยมชีวิตชีวา คึกคัก ไม่ต่างจากในตัวเมืองที่ละลานตาไม่แพ้กัน

Vietri sul Mare Vietri sul Mare

ถนนในเมืองเวทรี่ แม้จะแคบเล็กและไม่ใช่เส้นยาวอะไร มีถนนเส้นหลักเพียงสองสามเส้น แต่เต็มไปด้วยร้านรวงที่ล้วนมีความถ้ำมหาสมบัติ อัดแน่นไปด้วยงานกระเบื้องในแบบเฉพาะตัว อีกทั้งด้านหน้าร้าน บริเวณถนนก็มีรายละเอียดยุ่บ เขาใช้กระเบื้องเขียนลายตกแต่งปะประดับงามงด เหมือนเดินพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงว่ากระเบื้องใช้ประดับตกแต่งอาคารได้ยังไงบ้าง

Vietri sul Mare Vietri sul Mare

อย่างขอบโค้งบนกรอบประตูที่เมืองอื่นเป็นเหล็กฉลุลาย แต่เมืองนี้ใช้เซรามิก สวยปังมาก

ลวดลายที่ปรากฏบนกระเบื้องเมืองเวทรี่ฯ บอกเล่าวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน สะท้อนวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน งานประมง การเดินเรือ สวนมะนาว ไปจนถึงลายสัตว์สำคัญอย่าง ลา พาหนะหลักของผู้คนย่านนี้ในอดีต สัตว์สัญลักษณ์ของเมืองเวทรี่ฯ

Vietri sul Mare Vietri sul Mare

เวทรี่ฯ เป็นศูนย์กลางงานเซรามิกมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เทคนิคการปั้น การเคลือบแบบโบราณขึ้นชื่อในเรื่องความคงทนในการใช้งาน และมีเอกลักษณ์ของความเป็นงานทำมือ

ต่อมาในยุค 1920 เทคโนโลยีการผลิตแบบอุตสาหกรรมเฟื่องฟู มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานเซรามิกการปั้นจากเยอรมันย้ายมาปักหลักอยู่ในเวทรี่ฯ และยังมีนักปั้นช่างเซรามิกจากโปรตุเกสอีก ส่งผลให้เซรามิกในเวทรี่ฯ มีวิวัฒน์ไปอย่างหลากหลายและน่าสนใจ ทั้งทางด้านเทคนิคและดีไซน์ นำมาซึ่งอัตลักษณ์ใหม่ๆ ทำให้การเดินชมเมืองชมกระเบื้องนั้นสุดเพลิดเพลินใจ

Vietri sul Mare กระเบื้องอิตาลี

รู้ตัวอีกที เป้สะพายหลังชักเริ่มหนักไปด้วยจานชาม ถ้วยกาแฟ ตัวปลาหมึก ประติมากรรมขนาดเล็กน่ารักที่เราเพิ่งสังเกตว่าชาวอิตาเลียนเขาใช้จัดวางบนโต๊ะอาหาร เพิ่มสีสันความสนุกได้โดยไม่ต้องพึ่งดอกไม้สด

ส่วนของอร่อยบนจาน เราแวะร้านอาหารน่ารักใจกลางเมืองแบบมั่วๆ และสั่งพาสต้าเด่นประจำแถบอมาลฟีนี้ คือ Paccheri Pasta ประจำแคว้นกัมปาเนีย ทรงเหมือนท่อขนาดใหญ่ถูกตัดเป็นชิ้นๆ ราดซอสต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นซอสทะเล กุ้ง ปู ปลาหมึก บางเจ้าก็ทำซอสปลาอร่อย อ่อนๆ เบาๆ เหมือนซุปข้น ไม่ได้กระหน่ำชีสหรือซอสครีมเจ้มจ้นเท่าแถบทัสคานีหรือทางเหนือ แต่ร้านอาหารสมัยใหม่บางร้านในคาปรี เชฟก็พลิกแพลงใส่ชีส Burrata เข้าไปในท่อ Paccheri อร่อยดีมาก

Paccheri Pasta

แน่นอนว่าหนึ่งในความสนุกในการทำความรู้จักกับบ้านเพื่อนอย่างอิตาลีอยู่ที่อาหารการกิน เราไปทุกปี เปลี่ยนแคว้น เปลี่ยนเมือง ก็พบพาสต้าแปลกๆ ใหม่ๆ ตลอด พร้อมซอสที่ไม่ซ้ำ แต่ละเมืองก็ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นพลิกแพลงกันไป

อย่างแถบปูลยา (Puglia) ค่อนข้างแห้งแล้งกันดาร พาสต้ามีความแปลกแตกต่าง ทั้งพาสต้ารูปทรงเหมือนหู (Orecchiette) เคี้ยวหนึบๆ อิ่มตึ้บๆ และยังมีการเอาพาสต้ามาทอดกรอบ ได้อารมณ์แนวอีหมี่ร้านสีฟ้าบ้านเรา ชาวปูลยาเล่าให้ฟังว่า เพราะบ้านเมืองเขายากจนข้นแค้น ไม่มีเนื้อสัตว์ใส่ในพาสต้า ทำให้ต้องพลิกแพลงสร้างเท็กซ์เจอร์ใหม่ๆ ให้มีอะไรเคี้ยวกรอบๆ บ้าง เนื้อสัตว์ ไข่ สมัยก่อนจัดเป็นของราคาแพง พาสต้าแถบปูลยาจึงไม่ค่อยเหลืองนวลสวยด้วยไข่

ส่วนแถบตอนบนของรองเท้าบู๊ตอย่างโบโลนญา (Bologna) เมืองที่มีตลาดอาหารโบราณและร้านอาหารอร่อยเต็มเมือง เราได้รู้จักกับเส้นใหญ่ Pappardelle ออกสีเหลืองนวลใส่ไข่ครั้งแรกที่เมืองนี้

และเมื่ออยู่ตอนกลางหรือตอนเหนือของอิตาลี เราก็ไม่ได้พบเห็นจานลายทะเลสีสนุกแซ่บแบบเวทรี่ฯ จานกระเบื้องทัสคานี จานกระเบื้องแนวนิยมที่ใช้ในมิลาน ในซิซิลี ก็จะมีลีลาเฉพาะตัว สะท้อนแนวทางการใช้ชีวิตและรสนิยมของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นให้ตามสืบกันต่อไป ตามเหตุผลในการดำเนินชีวิตของผู้คนในดินแดนนั้นๆ ที่มีภาชนะอย่างกระเบื้องบรรจุอาหาร ช่วยทำหน้าที่บอกเล่า ชวนให้เราสัมผัสและมองเห็นภาพ นำไปสู่การรู้จักและเข้าใจผ่านความอบอุ่นของเนื้อดิน รูปทรง ลวดลาย และสีสัน

กระเบื้อง Vietri sul Mare

กระเบื้องดีแถบชายฝั่งอมาลฟี (Amalfi Coast)

Vietri Sul Mare : Ceramica Artistica Solimene www.ceramicasolimene.it/eng/default.asp

Capri : Sea Gull Ceramiche www.seagullcapri.com

Positano : L’Arte della Ceramica www.arteceramicapositano.com/it/index.php

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

บ้านเพื่อน

พลอย จริยะเวช พาไปรู้จักคนสร้างผลงานน่าตื่นเต้นแบบเป็นกันเองเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน

เพื่อนรักของเราปรับอาคารเก่าบนถนนทรงวาด เปลี่ยนเป็นที่พักเปิดรับแขกเหรื่อจากทั่วโลกมาได้พักใหญ่ในนาม ‘บ้านทรงวาด’ บ้านที่เพื่อน อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และคู่ใจของเธอ อาทิตย์ สิริสันต์ ร่วมกันทำนั้น สร้างความประทับใจสูงสุดให้แขกสารพัดสัญชาติที่เข้าพักทุกราย ล่าสุดที่เพิ่งเช็กเอาต์รีวิวให้ว่า “คะแนนเต็ม 5 ให้ 10”

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

เรายังขอมอบตำแหน่งพีอาร์ทรงวาดผู้ทรงประสิทธิภาพให้อินด้วย เพื่อนทำให้เรารู้สึกถึงความทรงพลังของย่านนี้ในแบบที่เธอไม่ต้องพูดจาหรือแสดงอะไรยิ่งใหญ่ แต่เรากลับสัมผัสอัตลักษณ์ของชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิมชัดเจน และการที่ผู้เข้ามาใหม่รักให้เกียรติชุมชนด้วยใจอ่อนน้อม อีกทั้งมาพร้อมสูตรกระบวนการคิดพิถีพิถัน เป็นสิ่งน่าชื่นชมมากจนคนนอกอย่างเราสัมผัสได้เองแบบคนทำไม่ต้องบอกหรือประกาศ อาจเรียกว่าเป็นการเกลี่ยเนียนกลืนระหว่างเก่าใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ 

อินยังแนะนำให้เรารู้จักเจอะเจอบรรดาผู้คนน่ารักแนวคิดเดียวกัน ซึ่งเข้ามาปักหลักในทรงวาดพร้อมกิจการประณีตคิดหลายหลาก จนทำให้เรามองเห็นสูตรใหม่ในทรงวาดที่มีตัวเลข 5-3-2 เป็นแกนสำคัญ

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

บ้านทรงวาด (5)

อินและพี่โอ๊ต อาทิตย์ เป็นชาวบ้านย่านสุขุมวิทที่หลงรักย่านเมืองเก่า (Old Town) รอบเกาะรัตนโกสินทร์ อินเริ่มต้นอาชีพการงานในบริษัทโฆษณาชื่อดัง ก่อนจะเข้าสู่วงการสิ่งพิมพ์ รับตำแหน่งบรรณาธิการบริหารนิตยสารเดินทางท่องเที่ยวหลายปี ต่อด้วยทำหน้าที่บรรณาธิการนิตยสาร Martha Stewart Living

จากนั้นก็ทำงานอิสระ เขียน / แปลบทความให้นิตยสารต่างๆ หลายเล่ม พี่โอ๊ตเป็นมัณฑนากรมากฝีมือ เปิดบริษัทสร้างสรรค์งานโปรเจกต์ต่างๆ และบ้านลูกค้ามากมายตลอด 30 ปีที่ผ่านมา มีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพ ทุกสุดสัปดาห์ทั้งคู่มีกิจกรรมโปรดคือขี่จักรยาน / เดินเล่นถ่ายภาพตามย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และเมืองไทย 

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

ทั้งคู่เก็บประสบการณ์ท่องทางตามตรอกย่านโบราณจนมั่นใจว่าหลงรักเมืองเก่าจริงจัง และอยากเปิดกิจการเล็กๆ ประเภทที่พักแรม จึงเริ่มออกตระเวนชมตึกที่หมายตาอย่างเจาะลึก โดยเริ่มที่ย่านท่าเตียนซึ่งรักมากเป็นพิเศษ ก่อนจะพบว่าเมื่อเข้าไปสำรวจแล้ว แปลนและ Vibe อาคารในย่านรักสุดกลับไม่ทำให้รู้สึกว่า ใช่ ในการเริ่มต้นกิจการ

จนวันหนึ่ง ขณะเดินเล่นอยู่บนถนนทรงวาดที่รักและคุ้นเคยจากการเดินเท้าบ่อยๆ เช่นกัน พี่โอ๊ตเห็นป้ายแปะให้เช่าบ้านหลังหนึ่งอยู่ จึงลองติดต่อไปดู ได้พบปะพูดคุยกับคุณลุงคุณป้าผู้เป็นเจ้าของซึ่งไม่คิดจะขายบ้านเก่าของบรรพบุรุษ แม้ท่านทั้งสองย้ายออกไปอยู่ย่านอื่นนานแล้ว

มรดกตกทอดอายุราว 90 ปี ถูกปล่อยเช่าเป็นพื้นที่ทำประโยชน์แก่ผู้สนใจมาตลอดเวลาหลายสิบปี จนได้จังหวะที่อินกับพี่โอ๊ตมาพบเจอบ้านช่วงว่างจากการเช่าพอดี เมื่อทั้งคู่เข้าไป ยิ่งรู้สึกได้ถึงพลังดี อินเล่าว่า เยี่ยมชมตึกเก่ามาหลายแห่ง แต่ที่ตึกที่ทรงวาดนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างมาก “อีกอารมณ์เลย ใจมันสบาย รู้สึกว่าถูกกับเรา”

“โชคดีบ้านนี้เป็นตึกหัวมุม ชั้นบนมีหน้าต่าง แสงเข้า ตึกนี้ยังดีมากตรงขนาด ทั้งความกว้างและลึกกว่าห้องแถวโบราณปกติ” ถูกใจนักออกแบบตกแต่งภายในมากประสบการณ์อย่างพี่โอ๊ต อินเล่าว่า พี่โอ๊ตใช้เวลาออกแบบและลงมือก่อสร้างตกแต่งใช้เวลาทั้งหมดราว 6 เดือน นับว่าเร็วมาก ส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการบูรณะซ่อมแซมโครงสร้าง

“ชั้นบนเดิมเคยถูกใช้เป็นโกดังเก็บของ พื้นตอนเรามาดูมีเสื่อน้ำมันปูไว้ นึกว่ารื้อออกมาจะเจอพื้นไม้สวยๆ กลายเป็นไม้เก่าไม้ใหม่ปนกันหลากชนิดสารพัดสี คงมีการซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง” พี่โอ๊ตจึงแก้ปัญหาด้วยการย้อมไม้เป็นสีอ่อนให้สวยเสมอกันทั้งหมด 

“ตึกผ่านการใช้งานมาเยอะ คานมีหักบ้าง ทำ Soundproof กันเสียงไว้ด้วย เพราะเราอยู่ริมถนน โอ๊ตทำไปเขียนแบบแก้ไป” อินเล่า พี่โอ๊ตเสริมว่า “ตึกเก่าต้องทำปูนใหม่ด้วย ปูนเก่ามีความกร่อน ฝนตกปุ๊บผนังจะแฉะ ดูดความชื้นมาแยะ ต้องทากันซึม พื้นก็ต้องลงกันซึมและแก้ไขเรื่องปลวก รื้อหลังคา ไล่เปลี่ยนโครงไม้ ทำรางน้ำใหม่”

แต่บันไดแคบชันแบบตึกเก่า ทั้งคู่ยังคงไว้ไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างไร “บันไดตึกในย่านเจริญกรุงชันกว่าแถบทรงวาดอีก” พี่โอ๊ตเคยมีลูกค้าให้ออกแบบปรับอาคารเดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กมีห้องพัก 5 ห้อง ต่างลักษณะกันกับบ้านทรงวาด

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

“เราทำเป็น Holiday Home Rental สำหรับนักเดินทางที่มาเมืองไทยแบบครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ เป็นที่พักแบบให้เช่าทั้งหลัง ทั้งหมดมีสี่ห้องนอน ชั้นบนมีสามห้องนอน ชั้นล่างมีห้องนอนเล็กห้องเดียว” ห้องนอนเล็กชั้นล่างน่ารักน่าพักมาก เป็นห้องที่เราชอบบรรยากาศที่สุด นึกถึงการนอนค้างในรถบ้านคันจิ๋วของตน พื้นที่กะทัดรัดพอดิบพอดีต่อ Human Scale อินบอกว่า ใครมาเห็นห้องนี้ก็รักและอมยิ้มด้วยความเอ็นดู

การเข้าพักที่บ้านทรงวาด ผ่านกระบวนการตามระบบ Airbnb ซึ่งผู้ที่ทำการจองจะได้รับรหัสกดประตูเข้าบ้านจากสองเจ้าบ้าน และใช้รหัสนั้นกดเข้าพักในเวลาใดก็ได้ตามสะดวก และครอบครองรหัสในฐานะเจ้าของบ้านตลอดช่วงเวลาที่เข้าพัก จึงสะดวกกว่าการเช็กอินตามโรงแรมปกติ เพราะที่นี่คือ ‘บ้าน’ ที่ผู้เข้าพักได้รับความเป็นส่วนตัวสูงสุด ไม่มีพื้นที่เปิดแบบล็อบบี้ให้บุคคลทั่วไปแวะเข้ามาเยี่ยมชมแบบโรงแรม / ที่พักแบบอื่นๆ นี่คือระบบการพักแรมแบบบ้านที่เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพักอย่างแท้จริง

“วันที่เราทำบ้านเสร็จก็ชวนคุณลุงคุณป้ามาชม ทั้งสองท่านเดินดูยิ้มไปตลอด บอกว่าทำซะดีเชียว จำแทบไม่ได้เลย โอ๊ตออกแบบแบบเน้นฟังก์ชันสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูงมาพักกันหลายๆ คน” ตู้เก็บของ อุปกรณ์ทำความสะอาด พื้นที่เก็บเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ถูกซ่อนไว้อย่างสวยงามแบบห้องลับที่สร้างขึ้นด้วยมุมมองมัณฑนากรเปี่ยมทักษะความชำนาญ ภายใต้ลุคเก๋งามของบ้านทรงวาดจึงเปี่ยมไปด้วยความสบายและประโยชน์ใช้สอย ตอบโจทย์แนวคิด ‘Holiday Home’ ทุกอณู

“Living Room เราใหญ่มาก สำหรับทุกคนมารวมตัวกัน ห้องน้ำแบ่งสัดส่วนอย่างดี ห้องอาบน้ำโซนเปียก โซนแห้ง สำหรับการอยู่เป็นหมู่คณะ อ่างล้างหน้าแบบ Twin แยกออกมาไว้ด้านนอกห้องอาบน้ำ กระจายตัวกันใช้งานได้ในเวลาเดียวกัน ออกแบบโดยนึกถึงชีวิตประจำวันที่คนใช้งานจริง”

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

พี่โอ๊ตและอินละเอียดคิดทุกจุด สมกับที่เราเรียกเธอว่า มาร์ธาอิน ไม่ทิ้งลายอดีตบรรณาธิการนิตยสารการใช้ชีวิตที่มีชื่อเสียงสุด กระทั่งเก้าอี้เตี้ยๆ แบบลอยตัวสำหรับตั้งวางให้เด็กเล็กปีนขึ้นแปรงฟัน มาร์ธาอินก็จัดให้พร้อม 

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

ห้องนอน Master Bedroom อยู่ชั้นบน พอขึ้นบันไดไปแล้วจะเจอหน้าต่าง มองออกไปเห็นวิวราวกับภาพวาดยุคอดีต เห็นสิ่งก่อสร้างสะท้อนวัฒนธรรมจีนปรากฏในกรอบหน้าต่างงดงามทรงพลัง พี่โอ๊ตนำภาพที่เคยถ่ายเก็บบรรยากาศบริเวณศาลเจ้า โรงงิ้ว เทศกาลสำคัญต่างๆ กินเจ ตรุษจีน การแห่มังกรถวายศาลเจ้า ประดับตกแต่งไว้ทั่วบ้านบรรยากาศสบาย Vibe น่าอยู่ที่ดูราวกับซุกตัวคู่ทรงวาดมานานแล้วอย่างเสงี่ยมงาม นอบน้อม 

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

อินและพี่โอ๊ตตั้งใจสร้างความกลมกลืนทางสถาปัตยกรรมด้านนอกให้เข้ากับพื้นที่แวดล้อมอย่างไม่แปลกปลอม ทาสีอาคารหล่อเรียบเนี้ยบกริ๊บ ไม่มีป้ายอะไรโฉ่งฉ่าง ปรับสร้างเพิ่มช่องแสงงานปูนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่ชั้นล่าง มีบานเลื่อนเปิดระบายอากาศได้ หรือจะปิดพรางสร้างความเป็นส่วนตัวจากถนนภายนอกอันแสนวุ่นวายในช่วงกลางวัน  

“ทรงวาดกลางคืนกับกลางวันอารมณ์ต่างกัน กลางวันพลุกพล่านตามคาแรกเตอร์ปกติของย่านนี้ มีรถเข็นส่งของแยะหน่อย แต่ไม่ขนาดสำเพ็งที่ใช้เวสป้า พอกลางคืนเงียบกริบ แต่ไม่เปลี่ยว ไม่น่ากลัว”

นับวันอินยิ่งหลงรักพิกัดที่ตั้งและขนาดความยาวกะทัดรัดของถนนทรงวาดที่มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงวาดถนนสายนี้ขึ้น หลังจากเกิดไฟไหม้ใหญ่ในแถบสำเพ็ง เยาวราช ซึ่งเชื่อมต่อสู่ทรงวาดที่พาดตัวขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีท่าน้ำราชวงศ์เป็นจุดสำคัญก่อเกิดเรื่องราวการแลกเปลี่ยนไปมาค้าขาย ดึงผู้คนหลากเชื้อชาติให้มาเทียบท่าและอยู่อาศัย ทรงวาดได้ชื่อว่าเป็นจุดกำเนิดธุรกิจค้าข้าวของไทย ปัจจุบันก็ยังคงมีกิจการค้าส่งพืชผลการเกษตรต่างๆ เปิดทำการอยู่

อาคารบ้านเรือน อาคารพาณิชย์ ที่เรียงตัวบนถนนทรงวาดเรียกว่าสภาพสวยสมบูรณ์คงรูปทรงเดิมกว่าตึกแถบสำเพ็งเยาวราช ตึกกลิ่นอายยุโรป ประดับตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบอิตาเลียนสวยงาม

หากเริ่มต้นที่ท่าน้ำราชวงศ์หันหน้าสู่ถนนทรงวาด ด้านขวาคือเจ้าพระยา ด้านซ้ายมีถนนและตรอกเล็กแคบ 3 – 4 สาย ทำหน้าที่เชื่อมต่อทรงวาดสู่เยาวราชสำเพ็ง ได้แก่ ถนนมังกร ตรอกอิสรานุภาพ ตรอกเยาวพานิช และตรอกสะพานญวนซึ่งอยู่ใกล้กับถนนทรงสวัสดิ์และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ซึ่งเดี๋ยวอินจะชวนเราไปรู้จักกับเพื่อนร่วมสมาคมคนรักทรงวาด เจ้าของเลข 3 ใน ‘ทรงวาดสูตรใหม่’ ที่เราจั่วหัวเรื่องไว้

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

เลข 5 มาจาก 50s ช่วงวัยของอินและพี่โอ๊ต ผู้ซึ่งเพิ่งก้าวผ่านช่วงวัย 40 มาได้ไม่กี่ปี เราว่าคนรุ่นห้านี้น่าสนใจในแง่เก็บประสบการณ์ทักษะความชำนาญมาเพียบ (อย่างต่ำๆ 30 ปี) เคยผ่านระบบการทำงานองค์กรใหญ่ ได้ลองเรียนรู้ลงมือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองอย่างทะลุ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานใดๆ มาแล้ว ไม่มีความจำเป็นหรือความพยายามที่จะทำอะไรเพื่อพิสูจน์อะไร แต่เต็มไปด้วยความมั่นคงทางกระบวนการคิด พร้อมลงมือสร้างงานเพื่อผลของงาน มองเห็นคุณค่าสิ่งที่ดีอันเคยเกิดขึ้นในโลกเก่า เข้าใจความเป็นไปในโลกยุคหน้า ขณะเดียวกันก็เข้าใจการใช้เทคโนโลยีช่วยขับเคลื่อนกิจการอย่างลื่นไหล 

บ้านทรงวาดเปิดตัวรับแขกได้ไม่กี่เดือนก็สอยสถานะ Super Host กวาดคะแนนสูงสุดจาก Airbnb มาครองแบบติดลมบน คะแนนสูงลิ่วไม่เคยลด ลูกค้าแทบทุกรายชมเหมือนกันว่า “More than we expected.” ไม่นึกว่าจะดีแบบนี้ ไม่นึกว่าจะพักสบายขนาดนี้ ฟังก์ชันและประโยชน์ใช้สอยที่เสริมการพักผ่อนมีความเป็นสากลสำหรับธุรกิจการพักแรมมากกว่าลุค สไตล์ หรือเปลือกการตกแต่งที่เก๋ไก๋เตะตา

ลูกค้าวัยรุ่นชาวฮ่องกงวัย 20 คร่ำครวญชื่นชมบรรยากาศการใช้ชีวิตในบ้านทรงวาดไว้ในสมุดเยี่ยมด้วยความรู้สึกเดียวกับลูกค้าเกาหลี จีน เนเธอร์แลนด์ อินเดีย มาเลเซีย สวีเดน อเมริกา ออสเตรเลีย ซึ่งประกอบด้วยผู้คนจากทุกช่วงวัย 30 – 60 ชาวแอร์บีเอ็นบีหมุนเวียนกันมาไม่ขาดสาย บ้านทรงวาดแทบไม่เคยว่าง

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

“ใครมาพักเราก็ดูแลแบบเขาเป็นเพื่อน แนะนำให้รู้จักของอร่อยในชุมชน สถานที่น่าไปเยี่ยมชมต่างๆ” อินตอบคำถามผ่านแอปทางมือถือลูกค้าอย่างไวว่องมาก จุดเด่นของ Airbnb น่าจะอยู่ตรงนี้ที่ผู้เข้าพักแรมอุ่นใจกับการมีเจ้าถิ่นดูแลชิดใกล้

“ลูกค้าเคยลืมไอแพดไว้ในรถแท็กซี่ ก็โทรมาหาเราว่าทำไงดี เขาร้อนใจมาก เราก็ช่วยหากล้องวงจรปิด ดูทะเบียนรถแท็กซี่ บังเอิญตอนกลางคืนมืดมาก แท็กซี่จอดไกลกล้องไปหน่อย แต่ปรากฏว่าแท็กซี่ดีมาก เสิร์ช Google Maps ชื่อบ้านทรงวาด ซึ่งมีเบอร์มือถือเราอยู่ด้วย แล้วโทรติดต่อเรามาเองและนำไอแพดมาส่งคืนลูกค้า” บางทีมีกรณีลูกค้าจะเช็กเอาต์ออกจากบ้าน เกิดปิดแอร์ไม่ได้ จึงส่งข้อความถึง Super Host Martha In ผู้เดินทางอยู่ในญี่ปุ่นกับพี่โอ๊ตตอนนั้นพอดี แต่ทั้งคู่ก็สั่งปิดแอร์ได้จากโตเกียวผ่านแอปในมือถือ 

อินและพี่โอ๊ตยังพบความประหลาดใจที่น่ายินดีมาก เมื่อพบว่าเพื่อนเก่าสมัยเรียนต่างแดนของอินคือ โอภาส จันทร์คำ ใจตรงกัน มาเปิด F.V อยู่บนทรงวาดเช่นกันในเวลาไล่เลี่ยกันโดยไม่ได้นัดหมาย ห่างกันไม่กี่สิบก้าว มีโรงเรียนเผยอิงกั้น เมื่อใดที่มีแขกเข้าพักบ้านทรงวาด ทางร้านเอฟวีจะจัดขนมไทยส่งมาวางให้ในบ้านทรงวาดทุกครั้ง

‘บ้านเพื่อน’ นำเสนอเรื่องราวของเอฟวีไปแล้วในทรงวาดตอนที่ 1 โอภาสเป็นอีกคนในรุ่นต้น 50 ที่เราว่ามีความมั่นคงในกระบวนการคิดไม่ต่างจากอินและพี่โอ๊ต เรายังชอบที่โอภาสพูดถึงเรื่องอนาคตที่ดีและแข็งแรง (Healthy Future) ว่าเกิดจากการหลอมรวมเรื่องราวของวัฒนธรรมในอดีต สิ่งดีมีคุณค่าที่เคยเกิดขึ้นในวันเก่าก่อน ผสมกลมกลืนกับธรรมชาติ พืชพรรณ ของประจำท้องถิ่นไทย และนวัตกรรมของอนาคต แนวคิดหลักที่หลอมรวมการเริ่มต้นสร้างกิจการใหม่ในย่านเก่าของเขา

Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

บ้านทรงวาด

835 ถนนทรงวาด

โทร 08 9891 9122

http://abnb.me/18bVyM1PeV

Facebook : Baan Song Wat

Writer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load