ปกรณ์ รุจิระวิไล

สงขลาตอน 2 ต่อเนื่องจากตอนแรกที่เราพาไปชมการอนุรักษ์ปรับปรุงอาคารเก่าในแบบเฮียเอ๋ (ปกรณ์ รุจิระวิไล) หนุ่มมาดฮิปที่ใส่ใจอดีตบ้านเกิดซิงกอร่า (Singora)-ชื่อของสงขลาในอดีตสมัยประเทศไทยมีนามว่าสยาม

ก่อนอื่นเราต้องขอแสดงความยินดีกับเฮียด้วยที่อาคาร A.E.Y. Space ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารพาณิชย์ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2561

เฮียเอ๋ยังเดินหน้าอนุรักษ์อาคารต่อไปอีกหลายหลัง โดยใช้ความตั้งใจเดียวกันกับทุกอาคาร คือเป็นการอนุรักษ์ที่เร้าสำนึกบางอย่างให้เกิดขึ้นในชุมชนและเพื่อชุมชน คราวนี้เราเลยอยากพาไปเที่ยวอีกตึกที่น่าสนใจมากของเฮียเขา พร้อมปิดท้ายเดินเล่นสนุกศิลป์ในเมืองเก่าสงขลาอย่างอร่อยและเพลิดเพลิน

 

บ้านหมอยาผู้อารี (The Apothecary of Singora) ดิ อาโปเธคารี ออฟ ซิงกอร่า
บ้านอนุรักษ์ยู่เลี่ยง

The Apothecary of Singora

เฮียเอ๋เล่าว่าวันหนึ่งเดินอยู่แถบถนนนครใน เจอะเจอช่างกำลังบูรณะอาคารเก่าสวยมากอยู่ เฮียหวั่นใจว่าช่างจะรื้อกระเบื้องเก่าไปทิ้งและใช้กระเบื้องสมัยใหม่ปูแทน จึงโฉบไปพูดคุยจนทำให้ได้พบกับคุณไกรฤกษ์ เจ้าของเรือนหลังงาม ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลทุมโฆษิต เมื่อเฮียได้พูดคุยกับท่าน เข้าไปเยี่ยมชมและได้ทราบประวัติเรือนแล้วยิ่งตื่นเต้น เฮียเอ๋คุยไปคุยมากับคุณไกรฤกษ์บ่อยเข้า จนท่านมอบความไว้วางใจให้เฮียเช่าและช่วยดูแลปรับปรุงบ้านทรงคุณค่าหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ตามประสาเฮียเอ๋ที่รักการฟื้นชีวิตให้อาคารแบบที่ต้องใช้วิธีศึกษาสืบเสาะจิตวิญญาณของเจ้าของเรือนเป็นสำคัญ ทำให้เฮียทราบว่าเจ้าของบ้านท่านแรกมีนามว่าคุณทวดซินเท็ก แซ่ลิ้ม ชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน ผู้มีวิชาความชำนาญทางด้านสมุนไพรไทย ลูกชายของท่าน ปู่ขวด ทุมโฆษิต สืบสานวิชานี้ต่อมา ท่านมีเมตตาช่วยเหลือผู้เจ็บไข้โดยเฉพาะรายที่ขัดสน เป็นที่กล่าวขานถึงหมอยาไทยใจกว้างที่ผู้คนสามารถมารับยาแบบไม่ต้องเสียสตางค์รู้จักดีในนาม ‘ยาขอ หมอวาน ร้านยู่เลี่ยง’

The Apothecary of Singora The Apothecary of Singora

เฮียเอ๋เล่าด้วยดวงตาระยิบระยับขั้นสุดว่าตอนที่เขาเข้าไปในบ้านยู่เลี่ยงครั้งแรก ประทับใจแท่นบูชาบรรพบุรุษผู้อารีนี้ที่สุด รองลงมาคือตู้ไม้เก็บสมุนไพรลิ้นชักพรึ่บ เฮียจึงปะทุไอเดียโปรเจกต์ ‘The Apothecary of Singora’ ขึ้นมา “อยากฟื้นความเป็นร้านปรุงยาแห่งเมืองสงขลาขึ้นมาใหม่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเล็กๆ ที่คงสภาพใกล้เคียงอดีต ทั้งรายละเอียดและกลิ่นอายแบบเก่า คนรุ่นหลังจะได้มาศึกษาเรียนรู้ความเป็นอยู่ วิถี และสถาปัตยกรรมแบบจีนสงขลาโบราณ”

The Apothecary of Singora

เรือนนี้แสดงให้เห็นถึงทักษะเชิงช่างของชาวจีนฮกเกี้ยนที่เข้ามาในสงขลาสมัยรัชกาลที่ 4 บางส่วนตั้งโรงงานทำอิฐทำกระเบื้อง คุณภาพดินที่ใช้ทำกระเบื้องในสงขลายุคนั้นดังระบือมากด้านความคงทนแข็งแรง โครงสร้างหลังคาบ้านยู่เลี่ยงโดดเด่นตรงหลังคาใหญ่ มุงกระเบื้องดินเผา ลาดเอียงเทมากอย่างมีเอกลักษณ์ จั่วยอดโค้งทรงภูเขา ถอดแบบจากอาคารจีนดั้งเดิม

พื้นที่ใช้สอยในอาคารแบ่งเป็น 3 ส่วน ซึ่งเวิร์กสุดๆ ด้านหน้าเปิดโล่งเชื่อมกับถนน มีชั้นลอยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ พร้อมช่องแสงขนาดเล็กจากหลังคา แบ่งกั้นพื้นที่ว่างไว้ใช้พักผ่อน ส่วนกลางของบ้านที่เราชอบมากเป็นลานล้อมบ่อ (Skywells) ทำให้บ้านโปร่ง รับแดด ลม ฝนได้ และตามความเชื่อของจีน ลานกลางบ้านนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เงินและโชคลาภไหลออกจากเรือน

The Apothecary of Singora The Apothecary of Singora

ส่วนหลังของบ้านมี 2 ชั้นสำหรับพักอาศัย มองลงมาเห็นลานล้อมบ่อ ซึ่งปัจจุบันเฮียเอ๋ใช้เป็นพื้นที่ทำยาดมสมุนไพรไทย ผู้จัดการอาโปฯ ชื่อน้องก้องรับผิดชอบดูแลพื้นที่และปรุงยาดมที่เคาน์เตอร์ไม้ปรุงยาเก๋าเก๋ เรียกว่าจำลองกิจกรรมเดียวกันกับวันก่อนเก่าที่บ้านยู่เลี่ยงมีกันเลยทีเดียว

The Apothecary of Singora The Apothecary of Singora

ยาดมที่ทีมเฮียเอ๋ปรุงเป็นหนึ่งในของที่ระลึกจำหน่ายในมิวเซียมช็อป น่ารักมากที่เฮียหวังใจอยากให้สร้างรายได้หล่อเลี้ยงเรือนโบราณล้ำค่านี้ นอกจากนี้ ในช็อปยังมีของคัดสรรของจากทั่วสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง เฮียเอ๋สนิทกับนักวาดภาพประกอบชื่อดังคือ ซันเต๋อ (Suntur) ที่นี่ก็เลยมีเสื้อยืดแจ่มๆ ฝีมือซันเต๋อที่เป็นลวดลายสัญลักษณ์ต่างๆ ของสงขลาคละเคล้ากับเสื้อผ้าลินินที่ช่างท้องถิ่นเย็บ รวมทั้งเครื่องปั้นดินเผาฝีมือศิลปินดังแห่งสงขลาที่เดี๋ยวจะพาไปชมสตูดิโอโรงงานกันต่อไป

The Apothecary of Singora The Apothecary of Singora The Apothecary of Singora

เราเดินเพลินแหงนคอชมบ้านยู่เลี่ยงอย่างทึ่งทุกจุด ชอบช่องลมกระเบื้องปรุลายเคลือบสี เสาลายปูนปั้นพลิ้วงาม สัญลักษณ์มงคลต่างๆ บันไดขึ้นห้องพักชั้นบนที่มีสัดส่วนแปลกดี โต๊ะ เก้าอี้ กับไม้กระถางที่เฮียหามาจัดวางที่ดูน่าสบายจนเราต้องขอนั่งเล่นวาดเขียนในบรรยากาศดี มีกลิ่นสมุนไพรไทยหอมโชยมา ลานโปร่งเห็นท้องฟ้านี้พลังหมุนเวียนดีมาก และเมื่อเปิดอ่านโบรชัวร์มิวเซียมที่เฮียทำไว้อย่างดีก็เจอกลอนของช่างที่บอกมู้ดแอนด์โทนในใจผู้มาเยือนอย่างเราได้เป๊ะจนน่าตกใจ

ธรรมชาติยังเห็นเป็นธรรมชาติ
กาลเวลามิอาจพรากไปจากฝัน
ทุกเครื่องเรือนย้ำปลูกความผูกพัน
ที่ครอบครัวรักมั่นฟั่นเยื่อใย
เป็นแถวย่านบ้านเก่าเร้าสำนึก
พาทุกความรู้สึกระลึกใฝ่
ความทรงจำย้ำตรึงซาบซึ้งใจ
เขียนตำนานบทใหม่กาลเวลา
แทนทุกทุกนิยามของความรัก
เสลาสลักความจริงสิ่งล้ำค่า
มนต์ขลังยังอวลคู่บ้านยา
เต็มแววตาผู้มาเยือนมิเลือนเลย

The Apothecary of Singora

ยาดม

Singora’s Artist Studios เยือนสตูดิโอศิลปินท้องถิ่น : อาจารย์เสนีย์ เกื้อหนุน
และอาจารย์ผดุงเกียรติ รัตนศรี

เสนีย์ เกื้อหนุน

พื้นที่ปฏิบัติ / สร้างงานศิลปะ สตูดิโอทำงานของศิลปินในสงขลามีอยู่มากมาย หากคุณไปทางเกาะยอก็จะเจอช่างทอผ้า ถ้าไปสทิงพระ สทิงหม้อ ก็เจอแหล่งปั้นดินเผาโบราณ แต่สงขลาเที่ยวล่า เฮียเอ๋พาเราไปเยือนสตูดิโอร่วมสมัยของสองอาจารย์ผู้ชำนาญการวาดและการปั้น

ท่านแรกคืออาจารย์เสนีย์ เกื้อหนุน วันหนึ่งเราเดินเล่นลัดเลาะย่านเมืองเก่าไปถึงถนนปัตตานี ผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่งแล้วต้องหยุดกึกมองภาพวาด Portrait ที่เรียงรายอยู่เต็ม สไตล์ภาพเขียนมีเสน่ห์มาก เห็นแล้วนึกถึงภาพโปสการ์ดวินเทจ หรือแผ่นใบปิดโฆษณาหนังสวยเนี้ยบ อาจารย์เสนีย์ เกื้อหนุน ศิลปินชาวสงขลาโดยกำเนิด ผู้โด่งดังด้านวาดภาพพอร์เทรต มีลูกค้าต่อเนื่องยาวนานทั่วสงขลา หาดใหญ่ และจังหวัดใกล้เคียง ที่นิยมส่งภาพถ่ายบุคคลที่รักมาให้อาจารย์วาด ภาพวาดบุคคลของอาจารย์เสนีย์มีแววตาราวกับมีชีวิต ชวนให้นึกถึงภาพถ่ายฟิล์มกระจกนำมาแต่งแต้มเติมสีแบบโบราณ

ภาพวาดบุคคล

อาจารย์เล่าว่าชอบวาดรูปตั้งแต่เป็นเด็กประถมชอบใช้สีถ่าน ต่อมาหมั่นฝึกมือวาดภาพจากการสังเกตแสตมป์ดวงเล็กๆ ลวดลายละเอียดวิลิศ อาจารย์บอกว่ายิ่งละเอียดเท่าไรยิ่งท้าทาย พอจบมัธยม 6 ที่สงขลาก็เข้ามาเรียนต่อเพาะช่าง หลังจากเรียนจบใหม่ๆ อาจารย์ได้ทำงานเขียนใบปิดภาพยนตร์ รวมๆ แล้วนับร้อยเรื่อง “ทำอยู่หลายปี เดือนหนึ่งผมเขียน 3 เรื่อง หนังแขก หนังจีน ไทย ญี่ปุ่นได้หมด” ต่อมาอาจารย์กลับบ้านที่สงขลาเพื่อดูแลครอบครัว และจึงเปิดชั้นล่างที่บ้านเป็นสตูดิโอรับงานวาดภาพ

การมาเยี่ยมชมสตูดิโอทำงานของอาจารย์เสนีย์ นอกจากได้ชมพอร์ตเทรตแสนงามแล้ว ยังทำให้ได้รู้จักเรื่องราวต่างๆ ในสงขลาผ่านบุคคลในภาพที่อาจารย์วาด กวีสาวอิสลามมากฝีมือ คนเก่าคนแก่ที่ทำร้านรวงต่างๆ อย่างคุณตาเจ้าของร้านกาแฟในสถานีรถไฟเก่าของสงขลาที่ปิดทำการไปแล้ว ภาพวาดของอาจารย์บอกเล่าเรื่องราวในท้องถิ่นไว้มากมายทีเดียว

เสนีย์ เกื้อหนุน

เราเดินซุกซนชมทั้งอุปกรณ์วาดภาพต่างๆ ของอาจารย์ และมองส่องลึกเข้าไปถึงช่วงใต้บันไดทางขึ้นบ้าน พบภาพทิวทัศน์งามราวกับภาพวาดอิตาเลียนยุค 1930 อาจารย์เสนีย์หัวเราะและเล่าว่าจริงๆ ชอบวาดภาพทิวทัศน์ รูปที่เราชอบและชี้ชมเป็นวิวทางไปสทิงพระ อาจารย์นั่งเขียนอยู่ขอบถนนนานหลายชั่วโมง รถผ่านไปมาก็จอดดู เฮียเอ๋ที่ยืนยิ้มอยู่แอบเผยว่าคิดโปรเจกต์ชวนอาจารย์เสนีย์มาสร้างงานสนุกแหวกแต่งต่างจากงานวาดภาพบุคคลที่เป็น Signature ของอาจารย์อยู่เช่นกัน เราชอบฝีแปรงและการใช้สีสันของอาจารย์มาก ตั้งใจว่ามาสงขลาเที่ยวหน้าจะนำภาพถ่ายต้นแบบไปต่อคิวให้อาจารย์วาดแน่ นึกถึงภาพถ่ายทิวทัศน์เมืองซอเรนโต้สุดตรึงใจที่เพิ่งไปเที่ยวมา ภาพครอบครัวก็น่าจะออกมาเปรี้ยวย้อนอดีตดีไม่เบา

 

Pun Eatery and Pottery

สตูดิโออีกแห่งที่เป็น Hidden Gem ของสงขลาคือโรงเซรามิกของอาจารย์ผดุงเกียรติ รัตนศรี ที่ปัจจุบันลูกชายของอาจารย์ชื่อคุณปั้น-เชฟหล่อเท่เปิดร้านอาหารอยู่ด้านหน้าโรงปั้นของคุณพ่อ และใช้ชื่อว่า Pun Eatery and Pottery แน่นอนว่าจานชามภาชนะทุกอย่างล้วนมาจากโรงเซรามิกของคุณพ่อ ซึ่งเป็นการ Collaborate ที่เราว่าเจ๋ง แม้ลูกชายไม่ได้สืบทอดงานฝีมือโดยตรง แต่สิ่งที่เขารักและสนใจก็มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับงานของผู้เป็นพ่ออย่างเหมาะเจาะพอดี เพราะอาหารและภาชนะนั้นคือของคู่กัน

Pun Eatery and Pottery Pun Eatery and Pottery

อาจารย์ผดุงเกียรติเป็นศิลปินนักปั้นผู้สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอควนลัง-ที่ตั้งโรงเซรามิกมานานหลายสิบปี อาจารย์สร้างงานเครื่องปั้นดินเผาส่งออกทั่วโลกมาโดยตลอด มีลูกค้าทั้งรีสอร์ต โรงแรม ร้านอาหาร ท่านเล่าว่าสมัยก่อนมีพนักงานแยะกว่านี้ ปัจจุบันลดอัตราการผลิตและทำกันเองภายในครอบครัวไม่กี่คน แต่เตาเผาหลากขนาดที่กรำงานยังตระหง่านตั้งอยู่ครบ งานดินเผาของอาจารย์มีทั้งแบบดินเผาแดงด้าน เผาเคลือบ ประติมากรรมของตกแต่ง จานชามภาชนะเครื่องใช้ถ้วยกาแฟหลากสีสัน ลวดลาย และผิวสัมผัส อำเภอควนลังอยู่ใกล้สนามบินหาดใหญ่ ก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้านจัดเวลาแวะรับประทานอาหารเชฟปั้นและเยี่ยมชมโรงเซรามิกของอาจารย์ผดุงเกียรติกันได้

 

Singora Walking เดินเล่นชมเมืองซิงกอร่า

ร้านค้า

การเดินวนเวียนทั่วตัวเมืองเก่าสงขลานั้นสนุกที่สุด อาคารต่างๆ จากหลากยุคสมัยงามน่าดู วิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นที่ประกอบกิจการน่าสนใจมีเอกลักษณ์ตามความชำนาญสืบทอดกันมาก็น่าทำความรู้จัก วันอาทิตย์ยังมีทีเด็ดตั้งแต่เช้าคือตลาดนัดของเก่าที่เฮียเอ๋พาเราเดินเล่นแต่ตรู่ จากที่พัก A.E.Y. space ถนนนางงาม เดินลัดเลาะเข้าตรอกซอกซอยผ่านสายส่งหนังสือเก่า ร้านรับซื้อของเก่าของเฮียมาดเก๋าเท่เจ้าของหมาน้อยชิวาว่าชื่อน้องกระจงตัวจิ๋วน่ารักจนเราขอเฮียถ่ายรูปมา จากตรอกบ้านน้องกระจงทะลุสู่ตลาดนัดถนนรามวิถี เป็นเวิ้งก่อนถึงสะพานลอยคนข้ามที่มีร้านเครื่องเขียนวินเทจชื่อนิรมล ติดกับโรงน้ำแข็งเก่า มีพ่อค้าแม่ขายมาปูผ้าขายเครื่องใช้ของตกแต่งโบราณ ทั้งเครื่องกระเบื้อง โคมไฟ แผ่นเสียง

สงขลา สงขลา

เดินตลาดของเก่ากันเรียบร้อย ก็ต่อด้วยตลาดสด (ตลาดทรัพย์สินฯ) ช้อปฯ ของอร่อยกลับบ้านอย่างไข่ครอบ ปลาหวาน ผักพื้นบ้าน ขนมไทยน้ำกะทิตลาดนี้ก็เลิศ ยังมีของกินพื้นถิ่นที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแป้งแดง อยู่ในถุงสีชมพูสดคล้ายเต้าหู้ยี้ ที่เราต้องหยิบขึ้นมาพิศดูว่ามันคืออะไร จนเฮียเอ๋เห็นเข้าและมาเฉลยให้ “โอ้โห นี่เป็นอาหารที่มีเฉพาะสงขลาเลยนะครับ เป็นการถนอมอาหารแบบท้องถิ่น ในถุงมีเนื้อปลาหมักเกลือ คลุกแป้งข้าวหมากและมีส่วนผสมอื่นๆ อีกครับ รสชาติเปรี้ยวๆ ต้องเอาไปนึ่งก่อนแบบไข่ตุ๋น โรยพริกโรยผักหอมๆ” ฟังการบรรยายแป้งแดงทรงเครื่องแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกเลย

ตลาด

จ่ายตลาดครบทุกแนวแล้วเราก็หอบของไปเก็บที่ที่พักให้โล่งกายาค่อยมาเดินเล่นกันต่อ มาสงขลาคราวนี้เรานำงานออกแบบที่กำลังทำให้นอริตาเกะ (Noritake) แบรนด์เครื่องกระเบื้องเก่าแก่ของญี่ปุ่นมาทำด้วย และมีโจทย์ในใจอยากหาศิลปะบางอย่างชม บรรยายให้เฮียเอ๋ฟังว่าต้องการอยากดูอะไรยังไง เฮียนึกพักใหญ่แล้วพาไปวัดเก่าแก่งามตรึงใจที่เติมเต็มภาพร่างในหัวเราได้ตรงประเด็น จนทำให้ความคิดทำงานออกแบบคลี่คลายและงานดีไซน์สำเร็จส่งญี่ปุ่นเรียบร้อย

วัดกลางหรือวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร วัดเก่าแก่ของเมืองอายุ 400 ปี ที่เราว่าเป็นวัดงามสงบ ชื่นชมทางวัดมากที่ดูแลอย่างสง่าน่าทึ่ง สมศักดิ์พระอารามหลวงชั้นตรี อาณาบริเวณในวัดร่มเย็นด้วยไม้ใหญ่ หอไตร ศาลาการเปรียญ ศาลาฤาษีที่มีภาพเขียนฤาษีดัดตนท่วงท่าต่างๆ อาคารประวัติศาสตร์เหล่านี้เรียงตัวกันอยู่อย่างวันก่อนเก่า ได้รับการดูแลอย่างดี ไม่มีสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ แปลกปลอมขึ้นมารกรุงรังสายตา เดินแล้วชื่นใจ สัมผัสได้ถึงความดั้งเดิมงามเนียน

วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร

วัดกลางเป็นวัดแห่งแรกๆ ในตัวเมืองเก่าสงขลา ตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ศิลปะประยุกต์ไทยจีน ที่ชื่อว่าวัดกลางเพราะต่อมามีวัดต่างๆ มาสร้างรายรอบจนพิกัดวัดกลายเป็นอยู่ตรงกลาง ต่อมาในรัชกาลที่ 3 – 4 ทรงบูรณะวัดกลางสร้างพระอุโบสถย่อส่วนปรับปรุงจากแบบวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่เราว่าเด็ดจนขนลุกคือจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถสวยสมบูรณ์เหลือเกิน แหงนคอชมกันแบบไม่เหน็ดไม่เหนื่อยไม่เมื่อย ภาพเขียนสีฝุ่นบนผนังปูนสีโทนน้ำเงิน แดงชาด น้ำตาล คุณน้าเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มัชฌิมาวาส เป็นคนพาเราชม คุณน้าบอกว่าเราโชคดีมาก เพราะอุโบสถไม่ได้เปิดไว้ให้เข้าตลอดเวลา กุญแจอยู่ที่ท่านเจ้าอาวาส แม้วันนี้ท่านไม่อยู่ แต่ก็แขวนกุญแจพระอุโบสถไว้ คุณน้าจึงไขประตูให้เราเข้าชมได้

ภาพเขียนสีฝุ่นฝีมือช่างหลวงจากกรมช่างสิบหมู่สมัยรัชกาลที่ 4 ที่ทางกรุงเทพฯ ส่งมาทำงานร่วมกับช่างฝีมือเมืองซิงกอร่านี้เลอเลิศจริงๆ คุณน้าเจ้าหน้าที่มิวเซียมเล่าว่าช่างสมัยนั้นใช้เตยทะเลเขียนแทนพู่กัน เรื่องราวภาพวาดแสดงทั้งพุทธประวัติ ทศชาดก เทพชุมนุม และยังมีภาพการใช้ชีวิตของชาวท้องถิ่นสงขลาในยุคที่การค้าขายทางเรือเฟื่องฟู

วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร วัดกลาง

ซุ้มประตูด้านนอกวัดศิลปะจีนปนยุโรปก็อลังการมาก เรียกว่าทุกสิ่งอย่างในวัดกลางดึงดูดให้เราพิศชมนานๆ พิพิธภัณฑ์ที่คุณน้าใจดีดูแลก็เต็มไปด้วยโบราณวัตถุ / ศิลปวัตถุเก่าแก่ที่มีผู้นำมาถวายวัดตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จากเขตอำเภอสทิงพระและอำเภอใกล้เคียง มีทั้งปฏิทินโบราณเป็นกล่องไม้เจาะช่อง มีแป้นผ้าอยู่ภายใน เขียนตัวหนังสือบอกวัน เดือน ปี แบบจันทรคติและสุริยคติ รวมถึงกาน้ำชาลายน้ำทองที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานแก่วัดมัชฌิมาวาส ฯลฯ เป็นวัดที่ถ้ามาสงขลาไม่น่าพลาด

ทิ้งท้ายด้วยอาหารอร่อยในร้านที่เฮียเอ๋เป็นลูกค้าประจำ นอกเหนือจากร้านอาหารเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองจนเป็นตำนานที่แนะนำไปในตอนแรกแล้ว เมืองเก่าสงขลายังมีร้านอาหารรสชาติโฮมคุ้กกิ้งอย่างร้านเย็นตาโฟน้ำใสของคุณป้าน่ารักปากซอยร้านขนมหวานจงดี และร้านนี้ที่เราเลตลันช์กัน ชื่อร้าน สุกียากี้ ถนนรามัญ บรรยากาศสบายๆ บริการอาหารจานเดียวอร่อยมากทุกอย่าง บางจานเราว่ามีกลิ่นอายร้านกุ๊กช็อป สลัดเนื้อสัน ข้าวกุ้งทอด มะระผัดไข่ ไข่ยัดไส้ มักกะโรนีผัด อร่อยแบบอาหารอุ่นใจที่แม่ทำ

สเต็ก ร้านสุกียากี้

เรานั่งละเลียดคอมฟอร์ตฟู้ดอร่อยละไมคุยกันถึงความสนุกสนานที่เดินเล่นกันมาแต่ตรู่ บอกเฮียว่าวัดกลางคือไฮไลต์ของทริปนี้ งามตะลึงขั้นสุด เรายังชอบโมเมนต์ที่ตลาดของเก่าตอนช้อปฯ แผ่นเสียง Gloria Estefan และ ABBA (แผ่นละ 200 บาท) แล้วเฮียขายแผ่นเสียงเปิดลองให้ฟังทุกแผ่น ช่วงเวลาที่เพลง Dancing Queen ดังกระหึ่มขึ้นมาทั่วตลาด มันช่างสร้างความรู้สึกเริงร่า เหนือจริง แบบที่นึกถึงทีไรแล้วรอยยิ้มท่วมใจอย่างไร้เหตุผล

แผ่นเสียง

The Apothecary of Singora (ดิ อาโปเธคารี ออฟ ซิงกอร่า) บ้านอนุรักษ์ยู่เลี่ยง 153 ถนนนครใน ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา โทร 0868321771 Facebook | The Apothecary of Singora

อาจารย์เสนีย์ เกื้อหนุน 15 ถนนปัตตานี อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา โทร 0899764432

อาจารย์ผดุงเกียรติ รัตนศรี 71 ซอยสาสุธรรม ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โทร 0828279154 Facebook | Pun Eatery and Pottery

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มัชฌิมาวาส วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร ถนนไทรบุรี ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา โทร 074311728 เปิดวันพุธ-วันอาทิตย์ 09.00 – 16.00 น. หยุดวันจันทร์ อังคาร และวันนักขัตฤกษ์

ร้านสุกียากี้ 79 ถนนรามัญ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา โทร 074311114, 084 691 5281

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

บ้านเพื่อน

พลอย จริยะเวช พาไปรู้จักคนสร้างผลงานน่าตื่นเต้นแบบเป็นกันเองเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน

เพื่อนรักของเราปรับอาคารเก่าบนถนนทรงวาด เปลี่ยนเป็นที่พักเปิดรับแขกเหรื่อจากทั่วโลกมาได้พักใหญ่ในนาม ‘บ้านทรงวาด’ บ้านที่เพื่อน อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และคู่ใจของเธอ อาทิตย์ สิริสันต์ ร่วมกันทำนั้น สร้างความประทับใจสูงสุดให้แขกสารพัดสัญชาติที่เข้าพักทุกราย ล่าสุดที่เพิ่งเช็กเอาต์รีวิวให้ว่า “คะแนนเต็ม 5 ให้ 10”

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

เรายังขอมอบตำแหน่งพีอาร์ทรงวาดผู้ทรงประสิทธิภาพให้อินด้วย เพื่อนทำให้เรารู้สึกถึงความทรงพลังของย่านนี้ในแบบที่เธอไม่ต้องพูดจาหรือแสดงอะไรยิ่งใหญ่ แต่เรากลับสัมผัสอัตลักษณ์ของชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิมชัดเจน และการที่ผู้เข้ามาใหม่รักให้เกียรติชุมชนด้วยใจอ่อนน้อม อีกทั้งมาพร้อมสูตรกระบวนการคิดพิถีพิถัน เป็นสิ่งน่าชื่นชมมากจนคนนอกอย่างเราสัมผัสได้เองแบบคนทำไม่ต้องบอกหรือประกาศ อาจเรียกว่าเป็นการเกลี่ยเนียนกลืนระหว่างเก่าใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ 

อินยังแนะนำให้เรารู้จักเจอะเจอบรรดาผู้คนน่ารักแนวคิดเดียวกัน ซึ่งเข้ามาปักหลักในทรงวาดพร้อมกิจการประณีตคิดหลายหลาก จนทำให้เรามองเห็นสูตรใหม่ในทรงวาดที่มีตัวเลข 5-3-2 เป็นแกนสำคัญ

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

บ้านทรงวาด (5)

อินและพี่โอ๊ต อาทิตย์ เป็นชาวบ้านย่านสุขุมวิทที่หลงรักย่านเมืองเก่า (Old Town) รอบเกาะรัตนโกสินทร์ อินเริ่มต้นอาชีพการงานในบริษัทโฆษณาชื่อดัง ก่อนจะเข้าสู่วงการสิ่งพิมพ์ รับตำแหน่งบรรณาธิการบริหารนิตยสารเดินทางท่องเที่ยวหลายปี ต่อด้วยทำหน้าที่บรรณาธิการนิตยสาร Martha Stewart Living

จากนั้นก็ทำงานอิสระ เขียน / แปลบทความให้นิตยสารต่างๆ หลายเล่ม พี่โอ๊ตเป็นมัณฑนากรมากฝีมือ เปิดบริษัทสร้างสรรค์งานโปรเจกต์ต่างๆ และบ้านลูกค้ามากมายตลอด 30 ปีที่ผ่านมา มีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพ ทุกสุดสัปดาห์ทั้งคู่มีกิจกรรมโปรดคือขี่จักรยาน / เดินเล่นถ่ายภาพตามย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และเมืองไทย 

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

ทั้งคู่เก็บประสบการณ์ท่องทางตามตรอกย่านโบราณจนมั่นใจว่าหลงรักเมืองเก่าจริงจัง และอยากเปิดกิจการเล็กๆ ประเภทที่พักแรม จึงเริ่มออกตระเวนชมตึกที่หมายตาอย่างเจาะลึก โดยเริ่มที่ย่านท่าเตียนซึ่งรักมากเป็นพิเศษ ก่อนจะพบว่าเมื่อเข้าไปสำรวจแล้ว แปลนและ Vibe อาคารในย่านรักสุดกลับไม่ทำให้รู้สึกว่า ใช่ ในการเริ่มต้นกิจการ

จนวันหนึ่ง ขณะเดินเล่นอยู่บนถนนทรงวาดที่รักและคุ้นเคยจากการเดินเท้าบ่อยๆ เช่นกัน พี่โอ๊ตเห็นป้ายแปะให้เช่าบ้านหลังหนึ่งอยู่ จึงลองติดต่อไปดู ได้พบปะพูดคุยกับคุณลุงคุณป้าผู้เป็นเจ้าของซึ่งไม่คิดจะขายบ้านเก่าของบรรพบุรุษ แม้ท่านทั้งสองย้ายออกไปอยู่ย่านอื่นนานแล้ว

มรดกตกทอดอายุราว 90 ปี ถูกปล่อยเช่าเป็นพื้นที่ทำประโยชน์แก่ผู้สนใจมาตลอดเวลาหลายสิบปี จนได้จังหวะที่อินกับพี่โอ๊ตมาพบเจอบ้านช่วงว่างจากการเช่าพอดี เมื่อทั้งคู่เข้าไป ยิ่งรู้สึกได้ถึงพลังดี อินเล่าว่า เยี่ยมชมตึกเก่ามาหลายแห่ง แต่ที่ตึกที่ทรงวาดนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างมาก “อีกอารมณ์เลย ใจมันสบาย รู้สึกว่าถูกกับเรา”

“โชคดีบ้านนี้เป็นตึกหัวมุม ชั้นบนมีหน้าต่าง แสงเข้า ตึกนี้ยังดีมากตรงขนาด ทั้งความกว้างและลึกกว่าห้องแถวโบราณปกติ” ถูกใจนักออกแบบตกแต่งภายในมากประสบการณ์อย่างพี่โอ๊ต อินเล่าว่า พี่โอ๊ตใช้เวลาออกแบบและลงมือก่อสร้างตกแต่งใช้เวลาทั้งหมดราว 6 เดือน นับว่าเร็วมาก ส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการบูรณะซ่อมแซมโครงสร้าง

“ชั้นบนเดิมเคยถูกใช้เป็นโกดังเก็บของ พื้นตอนเรามาดูมีเสื่อน้ำมันปูไว้ นึกว่ารื้อออกมาจะเจอพื้นไม้สวยๆ กลายเป็นไม้เก่าไม้ใหม่ปนกันหลากชนิดสารพัดสี คงมีการซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง” พี่โอ๊ตจึงแก้ปัญหาด้วยการย้อมไม้เป็นสีอ่อนให้สวยเสมอกันทั้งหมด 

“ตึกผ่านการใช้งานมาเยอะ คานมีหักบ้าง ทำ Soundproof กันเสียงไว้ด้วย เพราะเราอยู่ริมถนน โอ๊ตทำไปเขียนแบบแก้ไป” อินเล่า พี่โอ๊ตเสริมว่า “ตึกเก่าต้องทำปูนใหม่ด้วย ปูนเก่ามีความกร่อน ฝนตกปุ๊บผนังจะแฉะ ดูดความชื้นมาแยะ ต้องทากันซึม พื้นก็ต้องลงกันซึมและแก้ไขเรื่องปลวก รื้อหลังคา ไล่เปลี่ยนโครงไม้ ทำรางน้ำใหม่”

แต่บันไดแคบชันแบบตึกเก่า ทั้งคู่ยังคงไว้ไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างไร “บันไดตึกในย่านเจริญกรุงชันกว่าแถบทรงวาดอีก” พี่โอ๊ตเคยมีลูกค้าให้ออกแบบปรับอาคารเดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กมีห้องพัก 5 ห้อง ต่างลักษณะกันกับบ้านทรงวาด

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

“เราทำเป็น Holiday Home Rental สำหรับนักเดินทางที่มาเมืองไทยแบบครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ เป็นที่พักแบบให้เช่าทั้งหลัง ทั้งหมดมีสี่ห้องนอน ชั้นบนมีสามห้องนอน ชั้นล่างมีห้องนอนเล็กห้องเดียว” ห้องนอนเล็กชั้นล่างน่ารักน่าพักมาก เป็นห้องที่เราชอบบรรยากาศที่สุด นึกถึงการนอนค้างในรถบ้านคันจิ๋วของตน พื้นที่กะทัดรัดพอดิบพอดีต่อ Human Scale อินบอกว่า ใครมาเห็นห้องนี้ก็รักและอมยิ้มด้วยความเอ็นดู

การเข้าพักที่บ้านทรงวาด ผ่านกระบวนการตามระบบ Airbnb ซึ่งผู้ที่ทำการจองจะได้รับรหัสกดประตูเข้าบ้านจากสองเจ้าบ้าน และใช้รหัสนั้นกดเข้าพักในเวลาใดก็ได้ตามสะดวก และครอบครองรหัสในฐานะเจ้าของบ้านตลอดช่วงเวลาที่เข้าพัก จึงสะดวกกว่าการเช็กอินตามโรงแรมปกติ เพราะที่นี่คือ ‘บ้าน’ ที่ผู้เข้าพักได้รับความเป็นส่วนตัวสูงสุด ไม่มีพื้นที่เปิดแบบล็อบบี้ให้บุคคลทั่วไปแวะเข้ามาเยี่ยมชมแบบโรงแรม / ที่พักแบบอื่นๆ นี่คือระบบการพักแรมแบบบ้านที่เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพักอย่างแท้จริง

“วันที่เราทำบ้านเสร็จก็ชวนคุณลุงคุณป้ามาชม ทั้งสองท่านเดินดูยิ้มไปตลอด บอกว่าทำซะดีเชียว จำแทบไม่ได้เลย โอ๊ตออกแบบแบบเน้นฟังก์ชันสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูงมาพักกันหลายๆ คน” ตู้เก็บของ อุปกรณ์ทำความสะอาด พื้นที่เก็บเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ถูกซ่อนไว้อย่างสวยงามแบบห้องลับที่สร้างขึ้นด้วยมุมมองมัณฑนากรเปี่ยมทักษะความชำนาญ ภายใต้ลุคเก๋งามของบ้านทรงวาดจึงเปี่ยมไปด้วยความสบายและประโยชน์ใช้สอย ตอบโจทย์แนวคิด ‘Holiday Home’ ทุกอณู

“Living Room เราใหญ่มาก สำหรับทุกคนมารวมตัวกัน ห้องน้ำแบ่งสัดส่วนอย่างดี ห้องอาบน้ำโซนเปียก โซนแห้ง สำหรับการอยู่เป็นหมู่คณะ อ่างล้างหน้าแบบ Twin แยกออกมาไว้ด้านนอกห้องอาบน้ำ กระจายตัวกันใช้งานได้ในเวลาเดียวกัน ออกแบบโดยนึกถึงชีวิตประจำวันที่คนใช้งานจริง”

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

พี่โอ๊ตและอินละเอียดคิดทุกจุด สมกับที่เราเรียกเธอว่า มาร์ธาอิน ไม่ทิ้งลายอดีตบรรณาธิการนิตยสารการใช้ชีวิตที่มีชื่อเสียงสุด กระทั่งเก้าอี้เตี้ยๆ แบบลอยตัวสำหรับตั้งวางให้เด็กเล็กปีนขึ้นแปรงฟัน มาร์ธาอินก็จัดให้พร้อม 

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

ห้องนอน Master Bedroom อยู่ชั้นบน พอขึ้นบันไดไปแล้วจะเจอหน้าต่าง มองออกไปเห็นวิวราวกับภาพวาดยุคอดีต เห็นสิ่งก่อสร้างสะท้อนวัฒนธรรมจีนปรากฏในกรอบหน้าต่างงดงามทรงพลัง พี่โอ๊ตนำภาพที่เคยถ่ายเก็บบรรยากาศบริเวณศาลเจ้า โรงงิ้ว เทศกาลสำคัญต่างๆ กินเจ ตรุษจีน การแห่มังกรถวายศาลเจ้า ประดับตกแต่งไว้ทั่วบ้านบรรยากาศสบาย Vibe น่าอยู่ที่ดูราวกับซุกตัวคู่ทรงวาดมานานแล้วอย่างเสงี่ยมงาม นอบน้อม 

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

อินและพี่โอ๊ตตั้งใจสร้างความกลมกลืนทางสถาปัตยกรรมด้านนอกให้เข้ากับพื้นที่แวดล้อมอย่างไม่แปลกปลอม ทาสีอาคารหล่อเรียบเนี้ยบกริ๊บ ไม่มีป้ายอะไรโฉ่งฉ่าง ปรับสร้างเพิ่มช่องแสงงานปูนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่ชั้นล่าง มีบานเลื่อนเปิดระบายอากาศได้ หรือจะปิดพรางสร้างความเป็นส่วนตัวจากถนนภายนอกอันแสนวุ่นวายในช่วงกลางวัน  

“ทรงวาดกลางคืนกับกลางวันอารมณ์ต่างกัน กลางวันพลุกพล่านตามคาแรกเตอร์ปกติของย่านนี้ มีรถเข็นส่งของแยะหน่อย แต่ไม่ขนาดสำเพ็งที่ใช้เวสป้า พอกลางคืนเงียบกริบ แต่ไม่เปลี่ยว ไม่น่ากลัว”

นับวันอินยิ่งหลงรักพิกัดที่ตั้งและขนาดความยาวกะทัดรัดของถนนทรงวาดที่มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงวาดถนนสายนี้ขึ้น หลังจากเกิดไฟไหม้ใหญ่ในแถบสำเพ็ง เยาวราช ซึ่งเชื่อมต่อสู่ทรงวาดที่พาดตัวขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีท่าน้ำราชวงศ์เป็นจุดสำคัญก่อเกิดเรื่องราวการแลกเปลี่ยนไปมาค้าขาย ดึงผู้คนหลากเชื้อชาติให้มาเทียบท่าและอยู่อาศัย ทรงวาดได้ชื่อว่าเป็นจุดกำเนิดธุรกิจค้าข้าวของไทย ปัจจุบันก็ยังคงมีกิจการค้าส่งพืชผลการเกษตรต่างๆ เปิดทำการอยู่

อาคารบ้านเรือน อาคารพาณิชย์ ที่เรียงตัวบนถนนทรงวาดเรียกว่าสภาพสวยสมบูรณ์คงรูปทรงเดิมกว่าตึกแถบสำเพ็งเยาวราช ตึกกลิ่นอายยุโรป ประดับตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบอิตาเลียนสวยงาม

หากเริ่มต้นที่ท่าน้ำราชวงศ์หันหน้าสู่ถนนทรงวาด ด้านขวาคือเจ้าพระยา ด้านซ้ายมีถนนและตรอกเล็กแคบ 3 – 4 สาย ทำหน้าที่เชื่อมต่อทรงวาดสู่เยาวราชสำเพ็ง ได้แก่ ถนนมังกร ตรอกอิสรานุภาพ ตรอกเยาวพานิช และตรอกสะพานญวนซึ่งอยู่ใกล้กับถนนทรงสวัสดิ์และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ซึ่งเดี๋ยวอินจะชวนเราไปรู้จักกับเพื่อนร่วมสมาคมคนรักทรงวาด เจ้าของเลข 3 ใน ‘ทรงวาดสูตรใหม่’ ที่เราจั่วหัวเรื่องไว้

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

เลข 5 มาจาก 50s ช่วงวัยของอินและพี่โอ๊ต ผู้ซึ่งเพิ่งก้าวผ่านช่วงวัย 40 มาได้ไม่กี่ปี เราว่าคนรุ่นห้านี้น่าสนใจในแง่เก็บประสบการณ์ทักษะความชำนาญมาเพียบ (อย่างต่ำๆ 30 ปี) เคยผ่านระบบการทำงานองค์กรใหญ่ ได้ลองเรียนรู้ลงมือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองอย่างทะลุ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานใดๆ มาแล้ว ไม่มีความจำเป็นหรือความพยายามที่จะทำอะไรเพื่อพิสูจน์อะไร แต่เต็มไปด้วยความมั่นคงทางกระบวนการคิด พร้อมลงมือสร้างงานเพื่อผลของงาน มองเห็นคุณค่าสิ่งที่ดีอันเคยเกิดขึ้นในโลกเก่า เข้าใจความเป็นไปในโลกยุคหน้า ขณะเดียวกันก็เข้าใจการใช้เทคโนโลยีช่วยขับเคลื่อนกิจการอย่างลื่นไหล 

บ้านทรงวาดเปิดตัวรับแขกได้ไม่กี่เดือนก็สอยสถานะ Super Host กวาดคะแนนสูงสุดจาก Airbnb มาครองแบบติดลมบน คะแนนสูงลิ่วไม่เคยลด ลูกค้าแทบทุกรายชมเหมือนกันว่า “More than we expected.” ไม่นึกว่าจะดีแบบนี้ ไม่นึกว่าจะพักสบายขนาดนี้ ฟังก์ชันและประโยชน์ใช้สอยที่เสริมการพักผ่อนมีความเป็นสากลสำหรับธุรกิจการพักแรมมากกว่าลุค สไตล์ หรือเปลือกการตกแต่งที่เก๋ไก๋เตะตา

ลูกค้าวัยรุ่นชาวฮ่องกงวัย 20 คร่ำครวญชื่นชมบรรยากาศการใช้ชีวิตในบ้านทรงวาดไว้ในสมุดเยี่ยมด้วยความรู้สึกเดียวกับลูกค้าเกาหลี จีน เนเธอร์แลนด์ อินเดีย มาเลเซีย สวีเดน อเมริกา ออสเตรเลีย ซึ่งประกอบด้วยผู้คนจากทุกช่วงวัย 30 – 60 ชาวแอร์บีเอ็นบีหมุนเวียนกันมาไม่ขาดสาย บ้านทรงวาดแทบไม่เคยว่าง

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

“ใครมาพักเราก็ดูแลแบบเขาเป็นเพื่อน แนะนำให้รู้จักของอร่อยในชุมชน สถานที่น่าไปเยี่ยมชมต่างๆ” อินตอบคำถามผ่านแอปทางมือถือลูกค้าอย่างไวว่องมาก จุดเด่นของ Airbnb น่าจะอยู่ตรงนี้ที่ผู้เข้าพักแรมอุ่นใจกับการมีเจ้าถิ่นดูแลชิดใกล้

“ลูกค้าเคยลืมไอแพดไว้ในรถแท็กซี่ ก็โทรมาหาเราว่าทำไงดี เขาร้อนใจมาก เราก็ช่วยหากล้องวงจรปิด ดูทะเบียนรถแท็กซี่ บังเอิญตอนกลางคืนมืดมาก แท็กซี่จอดไกลกล้องไปหน่อย แต่ปรากฏว่าแท็กซี่ดีมาก เสิร์ช Google Maps ชื่อบ้านทรงวาด ซึ่งมีเบอร์มือถือเราอยู่ด้วย แล้วโทรติดต่อเรามาเองและนำไอแพดมาส่งคืนลูกค้า” บางทีมีกรณีลูกค้าจะเช็กเอาต์ออกจากบ้าน เกิดปิดแอร์ไม่ได้ จึงส่งข้อความถึง Super Host Martha In ผู้เดินทางอยู่ในญี่ปุ่นกับพี่โอ๊ตตอนนั้นพอดี แต่ทั้งคู่ก็สั่งปิดแอร์ได้จากโตเกียวผ่านแอปในมือถือ 

อินและพี่โอ๊ตยังพบความประหลาดใจที่น่ายินดีมาก เมื่อพบว่าเพื่อนเก่าสมัยเรียนต่างแดนของอินคือ โอภาส จันทร์คำ ใจตรงกัน มาเปิด F.V อยู่บนทรงวาดเช่นกันในเวลาไล่เลี่ยกันโดยไม่ได้นัดหมาย ห่างกันไม่กี่สิบก้าว มีโรงเรียนเผยอิงกั้น เมื่อใดที่มีแขกเข้าพักบ้านทรงวาด ทางร้านเอฟวีจะจัดขนมไทยส่งมาวางให้ในบ้านทรงวาดทุกครั้ง

‘บ้านเพื่อน’ นำเสนอเรื่องราวของเอฟวีไปแล้วในทรงวาดตอนที่ 1 โอภาสเป็นอีกคนในรุ่นต้น 50 ที่เราว่ามีความมั่นคงในกระบวนการคิดไม่ต่างจากอินและพี่โอ๊ต เรายังชอบที่โอภาสพูดถึงเรื่องอนาคตที่ดีและแข็งแรง (Healthy Future) ว่าเกิดจากการหลอมรวมเรื่องราวของวัฒนธรรมในอดีต สิ่งดีมีคุณค่าที่เคยเกิดขึ้นในวันเก่าก่อน ผสมกลมกลืนกับธรรมชาติ พืชพรรณ ของประจำท้องถิ่นไทย และนวัตกรรมของอนาคต แนวคิดหลักที่หลอมรวมการเริ่มต้นสร้างกิจการใหม่ในย่านเก่าของเขา

Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

บ้านทรงวาด

835 ถนนทรงวาด

โทร 08 9891 9122

http://abnb.me/18bVyM1PeV

Facebook : Baan Song Wat

Writer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load