12 พฤศจิกายน 2564
6 K

ที่นี่ลาดกระบัง ห่างจากตัวเมืองกรุงเทพฯ อย่างทองหล่อราว 30 กิโลเมตร ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเพียง 5 กิโลเมตร ในอาณาจักรเพลินเวย์ (Ploenway) มีทั้งร้านอาหารไทย คาเฟ่ และที่พัก ซุกซ่อนอยู่ ราวกับว่าสายน้ำอันนิ่งสงบที่โอบรับ เพลินเวย์ เป็นดังเวทมนตร์ที่ตัดขาดความยุ่งเหยิงวุ่นวายของเมืองใหญ่ จนต้องเอ่ยปากถามตัวเองว่า

“ที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ จริงหรอ”

เหล่าแขกผู้พานพบที่แวะเวียนมา ต่างขนานนามที่แห่งนี้ว่า Hidden Gem ส่วน มู-สิริญญา จันทร์แสงสุก หนึ่งในผู้สานต่อธุรกิจครอบครัวบอกเราว่า สำหรับเธอ เพลินเวย์ คือความสงบ ความสบาย และความอบอุ่น

อัญมณีสีเรืองรองแห่งนี้ก่อร่างจากความเป็นครอบครัว พร้อมส่งมอบ ‘ความเป็นครอบครัว’ ให้แขกผู้มาเยือน ไม่ว่าแขกไทย แขกเทศ ก็เป็นเสมือนคนบ้าน (หลัง) เดียวกัน ที่สำคัญ ยังมอบความเพลินกาย เพลินใจ ด้วยธรรมชาติสีเขียวที่โอบล้อมรอบพื้นที่ แถมด้วยแสงแดดอุ่นๆ และวิวพระอาทิตย์ตกดินที่โรแมนติกที่สุดในย่านลาดกระบัง

เพลินเวย์ พื้นที่พักผ่อนครอบครัว มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และธรรมชาติ ครบที่ลาดกระบัง

ธุรกิจครอบครัวที่เปิดบ้านต้อนรับแบบคนในครอบครัว

“ที่นี่คือธุรกิจครอบครัว” มูเกริ่น

เพลินเวย์เป็นที่ดินดั้งเดิมของตระกูล ซึ่งถือครองโดย คุณมานพ ผลโพธิ, คุณรัชนี แต่งตั้ง และ คุณสุกุลทิพย์ ผลโพธิ์ ทั้งสามคนมีศักดิ์เป็นคุณลุง คุณป้า และคุณแม่ของมูตามลำดับ ส่วนมูเป็นหนึ่งในลูกหลานที่เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจ จุดเริ่มต้นของเพลินเวย์มาจากร้านอาหาร ‘เพลินเพลิน’ โดยคุณสุกุลทิพย์ เป็นคนริเริ่ม ด้วยความหลงรักในการทำอาหาร และมีสูตรลับเฉพาะตระกูล เมื่อรวมกับบรรยากาศริมน้ำแล้ว ยิ่งส่งผลให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้นเป็นเท่าตัว

หลังจากเปิดร้านอาหารไทยสูตรครอบครัวมา 8 ปี ทางครอบครัวเล็งเห็นความสงบและสบายที่ลูกค้าได้รับ จึงก่อเกิดคาเฟ่สุดโฮมมี่ชื่อ PLOENWAY Waffle House และที่พักใกล้ชิดธรรมชาติชื่อ เพลินภิรมย์

เพลินเวย์ พื้นที่พักผ่อนครอบครัว มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และธรรมชาติ ครบที่ลาดกระบัง
เพลินเวย์ พื้นที่พักผ่อนครอบครัว มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และธรรมชาติ ครบที่ลาดกระบัง

“ที่มาของทุกสถานที่เราจะขึ้นต้นด้วย ‘เพลิน’ เพราะเราอยากให้ที่นี่เป็นอาณาจักรที่ทุกคนเข้ามาแล้วทุกอย่างเชื่อมโยงกัน และเพลิดเพลินกับสถานที่แห่งนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเพลิดเพลินใจ เพลิดเพลินกาย เราเลยใช้คำว่าเพลินเวย์” ด้วยความที่เป็นธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก ทางครอบครัวของมูจึงเข้ามาดูแลเอาใจใส่ได้ทุกขั้นตอน

“ของทุกอย่างที่เราใช้ในร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พัก ล้วนเป็นของที่ใช้ในชีวิตจริง เราเติบโตมาแบบไหน กินอาหารแบบไหน ใช้ของอย่างไร ก็จะนำสิ่งดีๆ เหล่านี้มาถ่ายทอดต่อ เหมือนกับว่าเมื่อแขกเข้าพักที่เพลินภิรมย์ปุ๊บ ก็กลายเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ใช้นามสกุลเดียวกันไปเลย” คุณสุกุลทิพย์ แม่ของมูเล่าเสริมพร้อมกับรอยยิ้ม

เพลินเวย์ พื้นที่พักผ่อนครอบครัว มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และธรรมชาติ ครบที่ลาดกระบัง

หากสังเกตเพลินเวย์ถูกรายล้อมไปด้วยดอกไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นดอกพุทธรักษาที่คุณสุกุลทิพย์อธิบายว่า เธอเป็นเด็กที่บ้านติดริมคลอง จึงมักมีภาพจำของดอกพุทธรักษาขึ้นรอบๆ ริมน้ำ คอยแตกหน่อชูก้านใบเสมอ ความงามในอดีตที่แจ่มชัดอยู่ในความทรงจำจึงถูกหยิบยกมาแต่งแต้มเป็นภาพปัจจุบัน ภายนอกเพลินเวย์ประดับด้วยดอกพุทธรักษา ส่วนภายในร้านและที่พัก ต้อนรับด้วยดอกไม้ไทยอย่างดอกเฟื่องฟ้า ดอกชบา และดอกเข็ม 

“ทั้งหมดที่เห็นเป็นดอกไม้ที่อยู่ในรั้วบ้านเราหมด ไม่ได้ซื้อเลย เพราะเราเห็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เราอยากสื่อสารให้ชาวต่างชาติมาเห็นความงามที่เราเรียกว่า งามแบบบ้านๆ งามแบบธรรมชาติ แบบสบายๆ” คุณแม่อธิบาย

ต้นกำเนิดเพลินเวย์ เพลิดเพลินไม่แพ้ชื่อ 

“เราสร้างทุกอย่างมาทีละนิด ต้องการให้ทุกอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา ทุกอย่างมาจากครอบครัวที่ค่อยๆ สร้างขึ้นทีละนิดทีละน้อย ตามความรู้สึกตามความชอบ หลักๆ คือทุกอย่างต้องหันหน้าเข้าบ่อน้ำ” มูเล่า

นี่ไม่ใช่แม่น้ำหรอคะ-เราถาม

เพลินเวย์ พื้นที่พักผ่อนครอบครัว มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และธรรมชาติ ครบที่ลาดกระบัง

“นี่เป็นสระที่ขุดมาตั้งแต่รุ่นคุณตา มีเนื้อที่ตรงบ่อน้ำอย่างเดียวยี่สิบเอ็ดไร่ ลูกค้าก็ชอบถามเหมือนกันว่านี่แม่น้ำหรือคลอง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ มันคือบ่อเลี้ยงปลาในอดีตของคุณตา” มูพูดพร้อมหัวเราะ 

สระน้ำที่กว้างใหญ่ราวกับแม่น้ำสายหนึ่ง แทบทุกมุมของเพลินเวย์จะหันหน้าเข้าหาสระนี้แทบทั้งหมด

“เราเคยมีลูกค้าชาวต่างชาติเป็นนักจัดสวน Landscape เขาชมสวนเราว่าสวนเราสวยมาก เขาบอกว่าเป็นการจัดสวนที่ From my Heart ขนาดนักจัดสวน Landscape ยังตื่นเต้นกับการจัดสวนมั่วๆ ของเรา” มูพูดพร้อมกับยิ้ม

“เราไม่ได้มั่ว แค่จัดตามใจ จัดตามเซนส์” คุณแม่พูดเสริมพร้อมรอยยิ้ม

ทั้งสองคนลงความเห็นตรงกันว่า ทุกองค์ประกอบภายในเพลินเวย์เป็นความเอาใจใส่ที่ครอบครัวอยากถ่ายทอดผ่านความธรรมดาที่หลายคนมองข้าม และต้องการส่งมอบความธรรมดาที่ไม่ธรรมดากลับคืนสู่ทุกคน ผ่านความรู้สึกสบาย เป็นกันเอง ใครเล่าจะคิดว่าไกลจากเมืองเพียง 30 – 40 กิโลเมตร กลับมีที่แสนสุขสบายและอบอุ่นแห่งนี้ซ่อนอยู่

เพลินเวย์ พื้นที่พักผ่อนครอบครัว มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และธรรมชาติ ครบที่ลาดกระบัง

สูตรลับฉบับเพลินเพลิน คือ ธรรมชาติ 

มาถึงเพลินเวย์ ถ้าไม่พูดถึงร้านอาหารต้นกำเนิดอาณาจักรแห่งนี้คงไม่ได้ 

เราถือโอกาสล้วงความลับสูตรอาหารจานเด็ดจากที่นี่มาเล่าสู่คุณฟัง

“สูตรลับของที่นี่คืออาหารธรรมชาติ เป็นอาหารที่ทำกินกันในครอบครัวจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ วัตถุดิบแต่ละอย่างเราเลือกสรรแต่สิ่งดีๆ มาให้ลูกๆ ประจวบกับสมัยก่อน บ้านเรามีกล้วยน้ำว้าเยอะ คุณพ่อเลยเอากล้วยดิบมาต้มผสมลงในแกงเพื่อลูกๆ จะได้กินด้วยกันได้ เพราะเด็กๆ ไม่ชอบกินมะเขือ ก็เลยใช้กล้วยมาใส่แทนผัก และกล้วยน้ำว้ายังช่วยดับรสเผ็ดของเครื่องแกงด้วย กล้วยจึงกลายมาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหารที่เพลินเพลิน” คุณแม่เล่า

เพลินเวย์ พื้นที่พักผ่อนครอบครัว มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และธรรมชาติ ครบที่ลาดกระบัง
เพลินเวย์ พื้นที่พักผ่อนครอบครัว มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และธรรมชาติ ครบที่ลาดกระบัง

ลูกสาวเล่าเสริมว่า ด้วยความที่คุณแม่ได้รับสูตรมาจากคุณตา และส่วนตัวเป็นคนชอบทำอาหารจึงได้นำอาหารก้นครัวของที่บ้านมาเสิร์ฟเป็นเมนูต่างๆ โดยเมนูหลักของทางร้านที่เธอแนะนำคือ ผัดเผ็ดเนื้อกล้วยดิบและแกงเนื้อกล้วยดิบ ซึ่งสูตรของทางร้านคือการนำกล้วยดิบไปต้ม ถ้าใครได้ลองกินจะรู้สึกว่ากล้วยมีรสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนกับกินมันฝรั่งแต่หนึบหนับกว่า

ด้วยความที่ร้านอาหารเพลินเพลินมีเมนูอาหารไทยเป็นหลัก ผักและเครื่องครัวจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การซื้อผักมาแต่ละครั้งจึงต้องผ่านการทำความสะอาดล้างน้ำหลายต่อหลายครั้ง จนทางเพลินเวย์ได้ข้อตกลงกันว่า 

‘ทำไมเราไม่ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อทำอาหารกันล่ะ’

สวนผักออร์แกนิกจึงเกิดขึ้น!

ส่วนใหญ่เป็นผักสามัญประจำบ้าน เช่น กะเพรา โหระพา กล้วยน้ำว้า ฯลฯ ส่วนผักอื่นๆ ปลูกตามฤดูกาล ซึ่งในขณะที่สนทนากันอยู่นี้ เจ้าบ้านบอกกับเราว่าเพิ่งลงแปลงผักใหม่ น้องๆ ผักจึงไม่ได้โผล่มาให้เชยชมมากนัก

จากที่ดินของตระกูล สู่เพลินเวย์ Hidden Gem ย่านลาดกระบัง ที่ให้คนเมืองพักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติ ในบรรยากาศครอบครัว

วาฟเฟิลคราฟต์

“ร้านเราเน้นเมนูง่ายๆ ไม่ทำเค้กครีมหน้าตาอลังการ สิ่งที่เราต้องการคือ อย่างน้อยถ้าคุณมาที่นี่ รับรองมีกาแฟอร่อยๆ ให้จิบ มีขนมง่ายๆ ที่เราทำเอง ทุกอย่างดูเรียบง่ายและอบอุ่น เราต้องการให้ร้านมีบรรยากาศแบบโฮมมี่ ที่สำคัญ เราเน้นเครื่องดื่มไทย กาแฟก็เป็นกาแฟไทย เรานำเมล็ดกาแฟจากอำเภอเทพเสด็จ จังหวัดเชียงใหม่ มาขายที่นี่ ” มูพูดถึงคอนเซ็ปต์ของ PLOENWAY Waffle House ที่เธอและครอบครัวช่วยกันคัดสรรตั้งแต่เมล็ดกาแฟที่นำมาขาย

จากที่ดินของตระกูล สู่เพลินเวย์ Hidden Gem ย่านลาดกระบัง ที่ให้คนเมืองพักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติ ในบรรยากาศครอบครัว

“เราช่วยกันเลือกเอง เพราะคุณแม่ชอบกินกาแฟมาก และกาแฟของไทยไม่เป็นรองใครเลย แต่ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟเหมือนร้านกาแฟจริงจัง เราแค่อยากนำสิ่งที่ชอบ และสื่อให้ชาวต่างชาติที่เป็นลูกค้าหลักของเราเห็นว่ากาแฟไทยก็อร่อยนะ ตอนเช้าเราเสิร์ฟกาแฟสดให้ลูกค้าที่มาพัก ลูกค้าบางคนชอบมากถึงกับขอสองแก้วเลยได้มั้ย เราตกใจเพราะเขากินลาเต้ติดกันสองแก้ว ถ้าเป็นเราคงตาค้าง (หัวเราะ) แต่เขาคงชอบจริงๆ ด้วยที่พักเรามีแค่สิบสามห้อง เลยเสิร์ฟของดีๆ ให้ทุกคนได้ เพราะอยากดูแลทุกคนให้ดีที่สุด “ มูเล่า

นอกจากความเรียบง่ายและบรรยากาศโฮมมี่แสนอบอุ่นแล้ว มูยังเข้าครัวอบขนม ทำซอสวาฟเฟิลเองทุกขั้นตอน หากมีโอกาสมาเยือนคาเฟ่ เธอแนะนำว่าต้องลิ้มมิกซ์เบอรี่วานิลา วาฟเฟิลสูตรเฉพาะฉบับเพลินเพลิน รวมกับซอสมิกส์เบอรี่ที่เธอคิดค้นเอง เมื่อกินกับไอศกรีมวานิลาแล้ว เป็นความอร่อยลงตัวและเรียกความสดชื่นได้ดีมากๆ 

จากที่ดินของตระกูล สู่เพลินเวย์ Hidden Gem ย่านลาดกระบัง ที่ให้คนเมืองพักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติ ในบรรยากาศครอบครัว

แถมอีกเมนู พีช วานิลา วาฟเฟิล อร่อยไม่แพ้กัน 

เมนูของหวานส่วนใหญ่จะหมุนเวียนตามฤดูกาลผลไม้ ขณะที่เรากำลังกินมิกซ์เบอรี่วานิลา วาฟเฟิลอยู่นั้น สายตาก็ได้สอดส่องสำรวจความอบอุ่นภายในร้านที่ประดับประดาด้วยกระเป๋าสานงานฝีมือ มีทั้งกระเป๋าน้อยใหญ่วางเรียงรายกันอยู่

กระเป๋าสานที่วางอยู่ภายในร้านขายหรือเปล่าคะ-เราสงสัย

“ขายค่ะ ที่มาคือเราเป็นคนชอบงานสานมาก เพราะตอนเด็กไปเดินงานโอท็อปกับคุณแม่ กลายเป็นว่าเรากลับซึมซับความชอบเหล่านี้มาด้วย เรารู้สึกว่างานฝีมือของคนไทยสวยมาก แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจ จึงอยากนำงานคราฟต์เหล่านี้มาวางที่ร้านให้ทุกคนเห็นคุณค่า ก็เลยสร้างแบรนด์ขึ้นมาชื่อว่า Siam Craft Journey เราเป็นตัวกลางและนำงานของชาวบ้านหลายๆ จังหวัดในประเทศมาวางขาย เช่น เชียงราย พะเยา และบุรีรัมย์ ซึ่งที่เพลินเวย์รับนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอด เราเลยเป็นตัวกลางที่จะสื่อสารให้ชาวต่างชาติเห็นคุณค่า ความงาม ในงานฝีมือคนไทยได้” เธออธิบายที่มา

หลังจากคำตอบของมู เราก็ไปยืนจับๆ กระเป๋าสานหลายต่อหลายใบ จนท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ ความละเอียดและประณีตของบรรดาช่างฝีมือจากชุมชนท้องถิ่นทั่วไทย ต้องยกนิ้วเลยว่าสวยไม่แพ้ที่ไหนจริงๆ

นกอยู่ได้ คนอยู่ได้

จากที่ดินของตระกูล สู่เพลินเวย์ Hidden Gem ย่านลาดกระบัง ที่ให้คนเมืองพักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติ ในบรรยากาศครอบครัว

‘Only Bird’

ป้ายไม้ขนาดเล็กติดอยู่บริเวณด้านหน้า PLOENWAY Waffle House & Coffee นอกจากเป็นคาเฟ่แล้ว จุดประสงค์อีกอย่างของที่นี่คือ เป็นล็อบบี้ที่พักเพลินภิรมย์ ป้ายแสดงอาณาเขตของนกเจ้าถิ่นชื่อนกกระจาบสีทอง มูเล่าว่ามักจะมาสร้างรังบริเวณนี้อยู่เสมอ โดยจะสร้างรังตามฤดูกาลที่แวะเวียนมาพักที่เพลินเวย์โดยตลอด ป้ายนี้ราวกับกำลังบอกเราว่า ขนาดนกยังอยู่สบายที่เพลินเวย์ แล้วปุถุชนคนเมืองอย่างเราจะไม่เพลิดเพลินกับสถานที่นี้ได้อย่างไร

เพลินภิรมย์มีห้องพักทั้งหมด 13 ห้อง ประกอบด้วยวิลล่าติดสระน้ำ 5 ห้อง อีก 8 ห้องเป็นห้องพักทั่วไป เรามีโอกาสเยี่ยมชมห้องวิลล่าติดสระน้ำที่มองอย่างไรมันก็คือแม่น้ำชัดๆ ภายในห้องขนาดใหญ่ตกแต่งเรียบง่ายตามคอนเซ็ปต์แบบเพลินเวย์ สบายๆ เป็นกันเอง ขณะเดียวกันก็แฝงกลิ่นอายความเป็นไทยออกมาอย่างท่วมท้น

จากที่ดินของตระกูล สู่เพลินเวย์ Hidden Gem ย่านลาดกระบัง ที่ให้คนเมืองพักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติ ในบรรยากาศครอบครัว
จากที่ดินของตระกูล สู่เพลินเวย์ Hidden Gem ย่านลาดกระบัง ที่ให้คนเมืองพักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติ ในบรรยากาศครอบครัว

“เฟอร์นิเจอร์ที่เราใช้ก็เลือกและออกแบบเองทั้งหมด เตียงก็ทำจากไม้สักที่ออกแบบเอง เวลาลูกค้าต่างชาติเห็นเขาก็จะเข้าไปลูบเตียง พร้อมกับบอกว่าเฟอร์นิเจอร์คุณสวยจริงๆ ส่วนเหตุผลที่เลือกใช้ไม้สักเป็นเฟอร์นิเจอร์ เพราะบอกกับมูว่า เตียงแต่งงานไม้สักของคุณตาคุณยาย ทุกวันนี้ยังตกทอดมาถึงรุ่นแม่เลย ตอนนี้ยังใช้งานได้ดีอยู่

“เพราะฉะนั้นใช้ไม้สักไปเลย ถึงแม่ตายแล้วกลับมาเกิดใหม่ เตียงไม้สักนี้ก็ยังอยู่ ทนทานจริงและยังแสดงถึงความคลาสสิก ทุกยุคสมัย เพราความที่เราเป็นธุรกิจขนาดเล็ก จึงดูเองได้ทุกระเบียบนิ้ว” คุณแม่เล่า

จากที่ดินของตระกูล สู่เพลินเวย์ Hidden Gem ย่านลาดกระบัง ที่ให้คนเมืองพักผ่อนและใกล้ชิดธรรมชาติ ในบรรยากาศครอบครัว

Hidden Gem อีกอย่างของเพลินเวย์ คือ ที่นี่คือสถานที่ดูพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง 

พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงท่ามกลางแมกไม้และสายน้ำ ช่างน่าเสียดายนักที่เราไปเยือนอาณาจักรแห่งความเพลิดเพลินนี้ในยามเช้า จึงบอกกับตัวเองว่า เมื่อไรก็ตามที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในตัวเมือง จะขับรถมุ่งสู่อาณาจักรเพลินเวย์ เพื่อมานั่งมองสายน้ำ ชมพระอาทิตย์ตก พร้อมกับถือกระเป๋าสานที่ได้เป็นของฝากติดไม้ติดมือ เพื่อเป็นตัวแทนของความสงบ อบอุ่น และความเรียบง่ายในวันนี้ไปด้วย

Ploen Way, Ploen Ploen Restaurant และ Ploen Pirom Hotel 

ที่ตั้ง : คู่ขนาน 35 แยก 2, ถนนพัฒนาชนบท แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 06 4536 9462

Facebook : Ploen Way Waffle House, Ploen Ploen Facebook และ Ploen Pirom Facebook

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

หากใครมีโอกาสผ่านไปมาบริเวณศาลหลักเมือง จังหวัดขอนแก่น คงคุ้นตาบ้านไม้กึ่งปูนขนาด 4 คูหาหลังนี้ไม่มากก็น้อย หากมองจากด้านหน้า ตึกแห่งนี้ละม้ายคล้ายคลึงกับตึกไม้ทั่วไปที่พบเจอบ่อย ๆ ตามเมืองเก่า แต่หากเขยิบไปอีกนิดและเดินออกไปอีกหน่อย พบผนังสีเหลืองสดน่าสนใจ แม้สีสดใสเหมือนเพิ่งทาไม่นาน แต่ร่องรอยที่ปรากฏก็พอคาดเดาได้ถึงตัวเลขอายุและความเก่าแก่ 

และหากใครมือซน เปิด GPS ดูภาพมุมสูงของสถานที่แห่งนี้แบบเราแล้วล่ะก็ จะพบว่าพื้นที่แห่งนี้ทอดตัวยาวเป็นแนวตั้ง ชวนสงสัยถึงอดีตก่อนกลายมาเป็น ‘Rak An Coffee – 樂安’ ในปัจจุบัน

Rak An Coffee เปลี่ยนโรงเลี้ยงหมูเป็นคาเฟ่ที่อนุรักษ์บ้านเก่า 67 ปี บอกเล่าวิถีคนขอนแก่น

เก๋-กีรติพร จูตะวิริยะ และ โต้ง-ประกิจ จูตะวิริยะ คู่สามีภรรยา เจ้าของบ้านผู้เปลี่ยนบ้านเก่าให้เป็นร้านกาแฟ พิพิธภัณฑ์ และตั้งใจเป็นห้องรับแขกแห่งเมืองขอนแก่น เล่าให้ฟังว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นบ้านเก่าของอากงฝ่ายชาย ซึ่งเป็นชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมายังประเทศไทย ด้วยการขึ้นเรือที่กรุงเทพฯ จากนั้นเดินทางด้วยรถไฟสายอีสานมาสุดทางที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ตั้งรกรากอยู่บริเวณสถานีรถไฟ ประกอบอาชีพเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ และทำการเกษตร หลังจากกิจการรุ่งเรืองเติบโต ครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋วครอบครัวนี้ก็โยกย้าย เดินทางกว่า 40 กิโลเมตร มาสร้างบ้าน (พ.ศ. 2498) และเปิดกิจการโรงเลี้ยงหมูใจกลางอำเภอเมือง ห่างจากสถานีรถไฟขอนแก่นเพียง 450 เมตร 

Rak An Coffee เปลี่ยนโรงเลี้ยงหมูเป็นคาเฟ่ที่อนุรักษ์บ้านเก่า 67 ปี บอกเล่าวิถีคนขอนแก่น

บ้านหลังนี้ถูกจัดสรรปันส่วนอย่างชัดเจนตามวัตถุประสงค์ในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพ สร้างขึ้นด้วยฝีมือช่างไม้ชาวจีนที่อพยพมาในรุ่นราวคราวเดียวกัน จากไม้เนื้อแข็งประจำถิ่นอย่างไม้มะค่าโมง เต็ง รัง และชิงชัน จากบ้านท่าเม่า อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยด้านหน้าเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว และด้านหลังเป็นพื้นที่ประกอบอาชีพเลี้ยงหมู 

นอกจากนี้ อากงยังเปิดร้านทองและร้านยาอยู่บริเวณไม่ใกล้ไม่ไกล เพื่อให้พี่น้องและครอบครัวได้ไปมาหาสู่กันง่าย ๆ บ้านหลังนี้ญาติชาวจีนจึงใช้อยู่อาศัยอย่างอบอุ่นมากว่า 3 เจเนอเรชัน ก่อนถูกปิดสนิทนานกว่า 10 ปี

รักบ้าน

“จนกระทั่งเราคิดว่า มันถึงเวลาบูรณะแล้วล่ะ” เก๋เกริ่น ก่อนจะเล่าด้วยน้ำเสียงฟังสนุกว่า

“อำเภอเมืองขอนแก่นเป็นเมืองเก่ากึ่งใหม่ ไม่เหมือนอุบลฯ ยโสธร หรือเมืองอื่น ๆ ที่มีบ้านร้อยปี เพราะสมัยก่อนอำเภอบ้านไผ่เจริญกว่าอำเภอเมืองเสียอีก ก่อนจะค่อย ๆ เจริญเติบโตตามเส้นทางรถไฟ ดังนั้น บ้านในขอนแก่นเก่าแก่สุดก็หลัก 70 – 80 ปี เราอยากอนุรักษ์บ้านหลังนี้ไว้ เพราะถ้าไม่เก็บไว้ ลูกหลานก็คงไม่ได้เห็นแล้ว 

“ถ้าสร้างใหม่ขึ้นใหม่ก็คงไม่ได้ไม้แบบนี้ แล้ววิธีสร้างแบบนี้จะหาที่ไหน ซึ่งเราก็ปรึกษาสถาปนิกหลายท่าน เขาจะรื้อบ้านเราอย่างเดียว เพราะซ่อมยาก รื้อเลยง่ายกว่า ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่า โชคดีที่ รศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล และ รศ.กุลศรี ตั้งสกุล มีแนวคิดตรงกัน มาช่วยดูโครงสร้างให้ ท่านบอกว่าโครงสร้างไม่ต้องไปแตะเลย แข็งแรงมาก เนื้อไม้ก็ดี ถ้าจะปรับปรุงพัฒนา ต้องทำด้านในให้ตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่ ถ้าอยากอนุรักษ์ ให้อนุรักษ์ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนา ก็เลยออกมาเป็นคอนเซ็ปต์เก่าในใหม่ ใหม่ในเก่า ใช้โครงสร้างเดิม เฟอร์นิเจอร์เดิม”

Rak An Coffee เปลี่ยนโรงเลี้ยงหมูเป็นคาเฟ่ที่อนุรักษ์บ้านเก่า 67 ปี บอกเล่าวิถีคนขอนแก่น

เจ้าบ้านทั้งสองต้องออกเดินทางตามหาช่างไม้ฝีมือเก๋ามาสบทบทีมด้วยตัวเอง ก่อนจะลงมือจริง 

“ยากมาก เดี๋ยวนี้หาช่างยากมาก” เจ้าบ้านย้ำ “เราเจอแต่ช่างปูน ไม่ค่อยเจอช่างไม้ฝีมือดี เพราะทำแบบธรรมดาไม่ได้ ตัวอาคารเป็นไม้เก่า เลยไปตามหาถึงโคราช เพราะโคราชก็เป็นเมืองเก่า มีช่างไม้เยอะ”

รักไม้

เมื่อไอเดียพร้อม สถาปนิกพร้อม ช่างไม้พร้อม โครงสร้างของร้าน Rak An Coffee จึงถูกคงไว้ให้เหมือนเก่าได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน โดยมีการเลาะพื้นบางส่วนออก แผ่นไม้บริเวณผนังบางชิ้นถูกแทนที่ด้วยแผ่นอะคริลิกสีแจ่ม เพื่อเพิ่มความโปร่งให้กับตัวบ้าน แม้รื้อออกไปแต่ไม้ทุกแผ่นยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี บ้างกลายร่างเป็นโต๊ะบาร์ บ้างกลายเป็นถาดเสิร์ฟกาแฟ และบางส่วนก็ถูกปะติดปะต่อใหม่ กลายเป็นรั้วไม้กันตกอยู่บนชั้นสอง 

Rak An Coffee เปลี่ยนโรงเลี้ยงหมูเป็นคาเฟ่ที่อนุรักษ์บ้านเก่า 67 ปี บอกเล่าวิถีคนขอนแก่น

เหตุผลที่เก๋และโต้งตั้งใจเก็บรักษาไว้อย่างดีนั้น นอกจากเรื่องความทนทานของไม้เนื้อแข็ง ที่พิสูจน์ด้วยการตั้งตระง่านถึงครึ่งศตวรรษ ความสวยงามเฉพาะตัวที่ซุกซ่อนอยู่ในเนื้อไม้ทุกแผ่น และเรื่องราววิถีชีวิตของครอบครัวที่ผสมผสานอยู่ในสีของไม้ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาแล้ว ไม้พื้นถิ่นเหล่านี้ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยย้ำเตือนถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าภาคอีสาน ในยุคปลาย พ.ศ. 2490 และอาจเป็นอีกเสียงที่กระซิบบอกผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาว่า นอกจากอนุรักษ์บ้านเก่าแล้ว ก็อย่าลืมอนุรักษ์ป่าไม้ให้ยังคงอุดมสมบูรณ์เฉกเช่นอดีตด้วยล่ะ 

รักอัน

แล้วทำไมถึงชื่อ ‘รักอัน’ – เราสงสัย

“เป็นชื่อเดิมค่ะ ชื่อห้างทองและร้านยารักอันเภสัช ตัวอักษรจีน 樂 ออกเสียงว่า เลอ แปลว่า สนุกสนาน 安 ออกเสียงว่า อัน แปลว่า ปลอดภัย ออกเสียงแบบแต้จิ๋วว่า ‘หลักอัน’ แต่คนไทยออกเสียงเป็นรักอัน

“รักอันเลยหมายถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย” เธอคลายความสงสัย

Rak An Coffee เปลี่ยนโรงเลี้ยงหมูเป็นคาเฟ่ที่อนุรักษ์บ้านเก่า 67 ปี บอกเล่าวิถีคนขอนแก่น

บ้านเก่าสไตล์ไทย-จีน ที่เคยปิดเงียบมากว่าสิบปี ในวันนี้แม้ถูกแปรเปลี่ยนสถานะมาเป็นร้านกาแฟแนวอบอุ่นชวนย้อนอดีต แต่งเติมเสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจส่วนตัวจากบ้านหลังเก่า ร้านทอง และร้านยาของอากง 

“ทุกอย่างเป็นของเดิมหมดเลย ตั้งแต่กลอนประตูยันหน้าต่าง เวลาลูกค้าผู้สูงอายุมาที่ร้าน เขาจะรู้สึกเหมือนได้หวนคืนไปสู่อดีตวัยหนุ่มสาว เราก็บรรลุเป้าหมายด้วย เพราะชอบเก็บรักษาของเก่า แล้วของที่เอามาตกแต่งร้าน ก็เป็นของที่เราใช้กันจริง ๆ อย่างเก้าอี้หวายโบราณ ทนมาก ๆ บางชิ้นก็เอามาซ่อมแซ่ม เปลี่ยนเบาะ เพราะโครงสร้างยังแข็งแรง เราอยากให้ทุกคนที่มารู้สึกเหมือนกับเรา ของที่เขาเคยใช้กันในอดีต ทุกวันนี้มันก็ยังใช้ได้ดี” เก๋เล่าเรื่องราวข้าวของแต่ละชิ้นให้ฟังอย่างออกรส พร้อมแชร์สกรีนเปิดบรรยากาศร้านประกอบ 

แม้สถานการณ์โรคระบาดยังอยู่ จนทำให้อดไปเยือนและจิบกาแฟหอม ๆ ด้วยตัวเอง แต่สีหน้า แววตา และน้ำเสียงของคนไกล ทำเอาระยะทาง 400 กิโลเมตรของชลบุรี-ขอนแก่น ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมของกาแฟและบรรยากาศอบอุ่น เหมือนอยู่เพียงปลายจมูกเท่านั้น

Rak An Coffee เปลี่ยนโรงเลี้ยงหมูเป็นคาเฟ่ที่อนุรักษ์บ้านเก่า 67 ปี บอกเล่าวิถีคนขอนแก่น

“หน้าร้านที่เป็นประตูบานเฟี้ยม วิธีปิด ต้องเดินเข้าไปด้านหลังประตู ทำให้ตอนวางแผนติดกระจก ต้องติดเขยิบเข้าไปด้านใน เราก็ต้องแลก เพราะอยากเก็บไว้ให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้เห็น” เธอเล่าถึงประตูบานเฟี้ยมอันโตด้านหน้าร้าน ก่อนเปิดภาพที่มาของโลโก้หน้าตาน่ารักสีเหลืองสดใส แม้เห็นครั้งแรกรู้สึกขัดจากบรรยากาศร้านนิดหน่อย 

“เราออกแบบให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของตัวบ้าน บ้านเรามันลึกมาก มี 3 ส่วน ส่วนหน้าเป็นตัวบ้าน ส่วนกลาง และส่วนหลังเป็นห้องน้ำและครัว เวลาถ่ายภาพออกมามันเห็น 3 ส่วนนี้ชัดเจนมาก เลยใช้ภาพโมเดลสมัยใหม่แบบนี้จำลองตัวบ้าน เราต้องการให้คนเห็นแล้วจดจำว่า เป็นของเก่าที่มีชีวิตชีวาขึ้นมา ต้องไม่ใช่ของเก่าที่ทุกคนจะลืมมันไป แต่จะต้องเป็นของเก่าที่ฟื้นคืนชีวืตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เลยเลือกสีเหลือง เพราะเป็นสีเดิมของตัวบ้าน” 

Rak An Coffee เปลี่ยนโรงเลี้ยงหมูเป็นคาเฟ่ที่อนุรักษ์บ้านเก่า 67 ปี บอกเล่าวิถีคนขอนแก่น
Rak An Coffee เปลี่ยนโรงเลี้ยงหมูเป็นคาเฟ่ที่อนุรักษ์บ้านเก่า 67 ปี บอกเล่าวิถีคนขอนแก่น

ผนังสีเหลืองสดนอกจากเป็นภาพให้คนที่ผ่านไปผ่านมาจดจำ ยังกลายเป็นมุมถ่ายรูปมุมโปรดของนักท่องเที่ยวด้วย เก๋เล่าว่าเป็นอีกสิ่งที่ทำให้เธอประทับใจ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านมากว่า 60 สิบปี ผ่านอากาศร้อน หนาว ฝนตกกระหน่ำ มีร่องรอยเปรอะเปื้อนบ้าง แต่สีเหลืองที่ถูกทาด้วยฝีมือช่างสมัยก่อน ยังคงแจ่มใสอย่างไม่น่าเชื่อ

บรรยากาศภายในร้านดูอบอุ่นโดยไม่ต้องพยายาม มั่นใจมากเลยว่าหากเข้าไป ต้องเจอของบางอย่างที่สปาร์คจอยเป็นแน่ ทั้งเก้าอี้ไม้ที่มีทุกบ้าน (ทุกบ้านจริง ๆ แม้นั่งไม่สบายก็ตาม) ถ้วยชามดีไซน์เก่าแต่เก๋า ตู้ยาหลังใหญ่ที่ประดับกำแพงบริเวณบาร์กาแฟ จนถึงโซฟาสีแดงตุ่นคุ้นตาในวัยเด็ก ขนาดของเหล่านั้นไม่ได้ตั้งอยู่ตรงหน้า ยังแอบคิดถึงบ้านญาติในวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นบ่อย ๆ หรืออาจรู้สึกอินเป็นพิเศษเพราะตั่วแปะเราก็เปิดร้านยาอยู่ต่างจังหวัดเหมือนกัน

แปลงโฉมบ้านพักและโรงเลี้ยงหมูอายุเกินครึ่งศตวรรษ เป็นคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และห้องรับแขกแห่งขอนแก่น

เดินผ่านตัวร้านบริเวณที่นั่งและบาร์กาแฟเข้ามาส่วนกลางของบ้าน เจอตัวอักษรไม้เคลือบทองเรียงเป็นชื่อร้าน ดีไซน์เฉพาะตัวพบเห็นได้ตามร้านค้าชุมชนชาวจีนที่เก๋หยิบมาจากร้านรักอันเภสัช พร้อมโซฟาสีแดงสดฉบับร้านทองที่ขนมาจากห้างทองรักอัน บนกำแพงไม้ติดกรอบรูปอธิบายประวัติและที่มาของครอบครัว รวมทั้งวิธีการอนุรักษ์บ้านเก่า 

มีภาพวาดที่ใช้เก็บร่องรอย และรายละเอียดการชำรุดของตัวบ้าน ก็ติด QR Code ไว้ด้านข้างด้วย เผื่อใครสนใจก็สแกนเก็บไว้ศึกษาข้อมูลภายหลังได้ ภายในส่วนกลางของบ้านถูกเชื่อมต่อด้วยทางเดินยาวที่ในสมัยก่อนใช้เป็นทางเดินเท้าของคนในบ้าน แถมยังเป็นทางเดินเท้าของหมู ในการขนย้ายหมูตัวเป็น ๆ ไปขึ้นรถไฟด้วย

แปลงโฉมบ้านพักและโรงเลี้ยงหมูอายุเกินครึ่งศตวรรษ เป็นคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และห้องรับแขกแห่งขอนแก่น

ขึ้นมาบนชั้นสอง พื้นไม้บางส่วนถูกนำออก เพิ่มความโปร่งโล่งให้กับบ้านไม้ที่มีลักษณะมืดทึบ นอกจากนำแผ่นไม้ไปทำไม้บาร์และถาดเสิร์ฟแล้ว ยังนำมาทำรั้วไม้กันตกสำหรับชั้นสอง เก๋เปิดภาพมุมต่าง ๆ ให้เราเชยชมผ่านหน้าจอขนาด 13 นิ้วที่อยู่ตรงหน้า แม้ภาพที่ได้เห็นจะไม่ได้คมชัดเท่ากับไปเห็นด้วยตา แต่ก็เพียงพอให้หัวใจได้เต้นตึกตัก

“ส่วนประกอบต่าง ๆ ในบ้านหลังนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็นวิธีคิด มุมมอง ค่านิยม ความเชื่อของคนสมัยก่อนในการสร้างบ้าน พอเรามาดูช่องไฟ การเข้าไม้ ละเอียดมากเลยนะ ช่างไม้เก่งมาก ถ้าเป็นบ้านทั่วไป จะวางไม้ธรรมดา อาจมีการตอกตะปู แต่อันนี้เขาเซาะร่องไม้ทุกแผ่น เอาทุกแผ่นเข้าลิ่ม เข้าล็อกกันหมด ตั้งแต่พื้นไม้ทุกแผ่นในบ้านจนถึงบันได เหมือนเทคนิคในการปูแผ่นลามิเนตสมัยนี้ แต่เป็นเทคนิคตั้งแต่สมัยโบราณ เสาทุกต้นก็มีร่องรอยการติดแผ่นทองตำ เห็นชัดบริเวณชั้น 2 เพราะความเชื่อเรื่องสิริมงคลและเสาทุกต้นช่วยค้ำจุนบ้าน” เธอเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย 

แปลงโฉมบ้านพักและโรงเลี้ยงหมูอายุเกินครึ่งศตวรรษ เป็นคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และห้องรับแขกแห่งขอนแก่น
แปลงโฉมบ้านพักและโรงเลี้ยงหมูอายุเกินครึ่งศตวรรษ เป็นคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และห้องรับแขกแห่งขอนแก่น

ก่อนเสริมต่อถึงภาพแผนที่เมืองขอนแก่นที่ถูกวาดบนผนัง เรียกว่า ฮูปแต้ม ในภาษาอีสาน มาจากคำว่า ฮูป หมายถึง รูป และ แต้ม หมายถึงวาด เป็นเทคนิคการสร้างสรรค์จิตกรรมฝาผนังของอีสาน แบบเดียวกับที่มีอยู่ตามโบสถ์หรือวิหารในวัด จึงมาเพนต์เป็นสัญลักษณ์เมืองขอนแก่น เป็นรูปร่างของบ้านเรือนและลักษณะเมืองขอนแก่น

ถัดมาเป็นผ้าสีแดงผืนใหญ่ เขียนถ้อยคำอักขระสีดำเต็มผืน เก๋บอกว่าเป็นป้ายมงคลจากงานแต่งของป๊าและม้าของโต้ง หากเทียบกับยุคสมัยปัจจุบัน คงเทียบได้กับสมุดเขียนคำอวยพรในงานแต่งหนุ่มสาว ให้แขกมาลงชื่ออวยพร แต่ความพิเศษของป้ายมงคลผืนโตปักลายมังกรผืนนี้ กลับซ่อนเรื่องราวความหลากหลายของชุมชนในยุคนั้นให้เห็นอย่างชัดเจน ผ่านคำอวยพรโดยคนหลากหลายชาติ หลากหลายภาษาที่อยู่รวมกันบนผ้าผืนเดียว 

(อนุ) รักษ์กัน

“บางคนบอกเราว่าเคยเห็นพื้นที่ตรงนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ ดีใจที่ได้เข้ามาดู เขาคงจินตนาการไม่ออกว่าข้างในเป็นยังไง บางทีก็มีคนมานั่งวาดภาพร้านเราหน้าร้านเลย ที่ผ่านมาก็เพิ่งไปเจอรูปร้านเราในงานอีสานครีเอทีฟเฟสติวัล บางคนก็เข้ามาศึกษา เด็ก ๆ จากคณะสถาปัตยกรรม ม.ขอนแก่น ม.เกษตรศาสตร์ ก็มาดูงานด้านการอนุรักษ์ 

“ตัวเรา ครอบครัวเรา ญาติเราก็ดีใจ เขามาก็จะคุยกัน ตรงนี้สมัยก่อนเป็นมุมน้ำชานะ ตรงนี้เป็นที่วางเตาอั้งโล่นะ ครอบครัวเราบอกว่า ดีใจที่บ้านกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง” สาวเจ้าเล่าพร้อมรอยยิ้มมีชีวา

แปลงโฉมบ้านพักและโรงเลี้ยงหมูอายุเกินครึ่งศตวรรษ เป็นคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และห้องรับแขกแห่งขอนแก่น

เมื่อเทียบกับความยากตั้งแต่ขั้นตอนแรกที่ได้เผชิญ จนถึงวันนี้ คิดว่าคุ้มไหมคะ – เราถาม

“ทางด้านจิตใจมันคุ้มค่าแน่นอน ส่วนตัวเราเป็นคนชอบบ้านเก่าอยู่แล้ว เพราะไม้ทุกแผ่น ประตูทุกบาน มันมีความหมายมาก อย่างผนังด้านนอกของบ้าน เขาก็สร้างจากการเรียงไม้ทีละแผ่นจากล่างขึ้นบน เวลาฝนตกน้ำก็จะไหลออก การปิดบานพับด้วยการลั่นกลอนประตู การสร้างช่องลมให้อากาศถ่ายเท ลมพัดเย็นตลอดทั้งปี บางอย่างเราก็ไม่รู้ว่าเขาทำทำไม แต่พอมาดู อ้อ ทุกอย่างมันมีเหตุผลหมดเลย เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมากๆ ทำให้รู้ว่าคนสมัยก่อนเขาคิดมาดีมาก ละเอียดมาก เวลาที่เขาจะทำอะไร เขาไม่ได้แค่ทำให้เสร็จ แต่มันจะต้องดี และใช้ต่อได้ยาวนานหลายสิบปี 

“เราเห็นสิ่งเหล่านี้ในบ้านของเรา แล้วเราก็อยากให้คนอื่นได้เห็นด้วย ลูกหลานเยาวชนในอนาคตข้างหน้าได้เห็นด้วย ถ้าเราไม่เก็บแล้วใครจะเก็บ มันก็จะหายไปเรื่อย ๆ ต่อให้ของที่สร้างมาใหม่เหมือนขนาดไหนก็ทดแทนไม่ได้ สีของไม้ในบ้านเราแต่ละแผ่นต้องใช้เวลาเกือบ 70 ปีเลยนะกว่าสีจะออกมาเข้มแบบนี้ ร่องรอยต่าง ๆ ก็บอกเล่าประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ไม่อย่างนั้นเราจะไม่รู้เลยว่าสมัยก่อนเขาอยู่กันอย่างไร คิดอะไรอยู่ถึงทำสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา 

“ทุกอย่างมันมีความหมายในตัวหมดเลย” เก๋เน้นย้ำถึงการเก็บรักษาและอนุรักษ์บ้านเก่า

แปลงโฉมบ้านพักและโรงเลี้ยงหมูอายุเกินครึ่งศตวรรษ เป็นคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และห้องรับแขกแห่งขอนแก่น

หากถามถึงคำนิยามรักอัน สำหรับเก๋และโต้ง สถาปัตยกรรมตรงหน้าแม้ผ่านกาลเวลาและความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังคงเป็นบ้านหลังเดิมที่เต็มไปด้วยความทรงจำและความอบอุ่น บ้างก็บอกว่าเป็นร้านกาแฟหน้าใหม่ใจกลางขอนแก่น และบางคนก็มองว่าเหมือนพิพิธภัณฑ์ 

แต่สำหรับเรา หลังจากบทสนทนาทั้งหมดจบลง รักอันเปรียบเสมือนบ้านหลังเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความผูกพันของคนในครอบครัว ที่เปิดประตูต้อนรับผู้ผ่านไปผ่านมา ให้มานั่งพัก จิบกาแฟหอม ๆ พร้อมขนมรสเยี่ยม มีข้าวของเครื่องใช้และแผ่นไม้นับพัน ตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองอยู่บนบ้านไม้ขนาด 4 คูหาหลังนี้

แปลงโฉมบ้านพักและโรงเลี้ยงหมูอายุเกินครึ่งศตวรรษ เป็นคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และห้องรับแขกแห่งขอนแก่น

Rak An Coffee – 樂安

ที่ตั้ง : 28 ซอยดรุณสำราญ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5661 0199

Facebook : Rak An Coffee – 樂安

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load