เดินทางจาก BTS พร้อมพงษ์ไม่นานมาสู่กลางซอยสุขุมวิท 49 

ตรงหน้าเราคือ 49 Playscape พื้นที่สำหรับการเล่นที่เป็นมิตรกับคนและสัตว์เลี้ยง ด้านล่างคือ Dog Park สำหรับเจ้าตูบ 4 ขา ส่วนด้านบนคือ Playville หมู่บ้านแห่งการเล่นอันเป็นจุดหมายปลายทางของเราในวันนี้

เพา-พิมพ์พร อุเอโนะ นั่งรอเราที่จุดนัดพบด้านใน ก่อนบอกให้สวมถุงเท้าให้เรียบร้อยเพื่อทดลองเป็นเด็กวัยกระเตาะ เข้ามาเล่นในหมู่บ้านแห่งการเล่นที่เพาและพาร์ตเนอร์ผู้เป็นแม่อีก 3 คนอย่าง แพร์-ณกุล ณ อยุธยา, พีช-สิตมน ผลดี และ พิมพ์-พิมพ์พันธุ์ สุทธาธิกุลชัย ปลูกปั้นขึ้นมา

Playville คุณแม่ 4 คน ทำสนามเด็กเล่นในร่มย่านสุขุมวิท เป็นบ้านหลังที่ 3 ของทุกครอบครัว

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ที่นี่คือสนามเด็กเล่นในร่มที่ต้องการเป็นบ้านหลังที่ 3 ของครอบครัว ให้เด็กเล่นอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกัน และที่สำคัญคือ ให้คุณแม่ฟูลไทม์ได้ออกมาพบปะผู้คน ชุบชูจิตใจจากการเลี้ยงลูกที่แสนเหนื่อยล้า ซึ่งเป็นเพนพอยต์ที่พวกเธอทั้ง 4 คนเคยเผชิญ

ไฮไลต์สำคัญ นอกจากนำปัญหาที่แม่ ๆ พบมาออกแบบพื้นที่แล้ว สนามเด็กเล่นในร่มแห่งนี้ยังออกแบบอย่างสร้างสรรค์ โดยสถาปนิกผู้เข้าใจพัฒนาการและความต้องการของเด็ก มีของเล่นหลากหลายรูปแบบให้ลูกเล็กเด็กแดงได้ค้นหาความสนใจส่วนตัวเพื่อต่อยอด และมีกิจกรรมประจำเดือนที่ช่วยสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวด้วย

Playville คุณแม่ 4 คน ทำสนามเด็กเล่นในร่มย่านสุขุมวิท เป็นบ้านหลังที่ 3 ของทุกครอบครัว

ว่าแต่หมู่บ้านแห่งการเล่นใจกลางสุขุมวิท 49 แห่งนี้จะสนุกแค่ไหน 

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วเดินทางไปเล่นในหมู่บ้านแห่งนี้กัน!

ทัวร์ท่องเที่ยวเล่นสนุกลุกนั่งสบายพร้อมออกเดินทาง

ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่หมู่บ้านแห่งการเล่นแห่งนี้จะถือกำเนิด เพาและพาร์ตเนอร์อีก 3 คนซึ่งมีลูกในวัยใกล้เคียงกันกำลังประสบปัญหาการเลี้ยงลูกคล้าย ๆ กัน

“ในแต่ละวันที่เราเลี้ยงลูก เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ามาก เพราะงานที่ทำค่อนข้างจำเจและไม่ค่อยได้พบปะใคร แต่พอครบปี เรากลับรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว แต่เรากับลูกไม่ได้ทำอะไรเลย เราก็ยังนอนอืดเหมือนเดิม เล่นกันได้แป๊บเดียวก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะเล่นอะไรกับเขาต่อ ตอนนั้นเลยคิดว่าน่าจะดีนะ ถ้ามีสถานที่ที่ทำให้พ่อแม่เลี้ยงลูกได้ทั้งวัน แบบที่เขาไม่จำเป็นต้องซื้อของเล่นที่ลูกเล่นแป๊บเดียวก็เบื่อมาเต็มบ้าน เป็นสถานที่ที่ทำให้การใช้เวลากับลูกสนุก และเวลาก็ผ่านไปได้เร็วโดยที่เราไม่รู้สึกว่าลูกเสียอะไรไป แต่มันมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน” เพาเกริ่น

ขณะที่ความต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ให้เด็กเล่นได้อย่างอิสระและปลอดภัยมีมากขึ้น พื้นที่ที่จะตอบสนองความต้องการตรงนี้กลับหาแทบไม่ได้ในเมืองไทย ต่างจากญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศที่สนามเด็กเล่นคือสถานที่สำคัญ อาจไม่ได้ใหญ่โตหรูหราแต่จำเป็นต้องมีทุกมุมเมือง สี่สาวพาวเวอร์เรนเจอร์จึงเห็นตรงกันว่า Playville ต้องเกิดขึ้น แต่ข้อจำกัดด้านสภาพอากาศเมืองไทยและปัญหาฝุ่นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในกรุงเทพฯ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว น่าจะเป็นการสร้างสนามเด็กเล่นในร่มที่ยังให้แสงธรรมชาติทอส่องเข้ามาได้

Playville คุณแม่ 4 คน ทำสนามเด็กเล่นในร่มย่านสุขุมวิท เป็นบ้านหลังที่ 3 ของทุกครอบครัว
Playville คุณแม่ 4 คน ทำสนามเด็กเล่นในร่มย่านสุขุมวิท เป็นบ้านหลังที่ 3 ของทุกครอบครัว

“คอนเซ็ปต์ของเราคือการสร้างที่นี่ให้เป็นบ้านหลังที่ 3 ของครอบครัว เป็นสนามเด็กเล่นที่อยากให้เด็ก ๆ สนุกไปพร้อม ๆ กับเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ” การทำงานร่วมกับสถาปนิกเพื่อลงเสาเข็ม ก่อร่างสร้างหมู่บ้านแห่งการเล่นแห่งนี้จึงค่อย ๆ เกิดขึ้น

“เราอยากยกความดีความชอบให้ทีมสถาปนิกที่เขาทำการบ้านมาดีว่า เด็ก ๆ ต้องการอะไร เขาเริ่มจากจินตนาการว่า ตอนเด็กวิ่งเข้าไปเขาจะมีแอคชันยังไงบ้าง เขาอาจจะสไลด์ตัวหรือมุดถ้ำลงไป อาจจะปีนขึ้น หรืออาจจะกระโดดลง พื้นที่จึงมีความสูงต่ำเพื่อให้เด็ก ๆ ขึ้นลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งส่วนสูงก็เปรียบเสมือนเกาะหรือเขาที่จะเชื่อมต่อกันด้วยทะเลหรือแม่น้ำด้านล่าง” 

เพาพาลูกทัวร์อย่างเราเข้าทัวร์หมู่บ้านที่มีสมาชิกวัยไม่กี่ขวบเป็นผู้นำ

ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านที่การเล่นคือเรื่องสำคัญ

เมื่อถอดรองเท้าเรียบร้อยแล้วเดินเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งการเล่นของแม่ ๆ ทางขวาของเราคือส่วน Messy Play เป็นพื้นที่กึ่งกลางแจ้งที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ เล่นทรายกันอย่างอิสระ เปรียบเสมือนทะเลทรายที่แม้จะร้อนแค่ไหนเด็ก ๆ ก็ไม่หวั่น ส่วนด้านหน้าเปรียบเป็นภูเขาที่มีถ้ำ ภายในถ้ำด้านล่างเต็มไปด้วยสารพัดของเล่นพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก ๆ อย่างจิ๊กซอว์ ตัวต่อ ด้านบนของถ้ำคือเขาที่มีสไลด์เดอร์ไม้ให้สมาชิกหมู่บ้านวัยใสได้ทิ้งตัวลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

หากเดินต่อมาทางซ้ายมือ เราพบกับบ้านขนาดย่อมและโซนร้านขายของขนาดพอเหมาะ ประดับประดาด้วยวัตถุดิบทำอาหารนานา ครัว ร้านขายของ และราวตากผ้า เฉียงไปทางขวาคือของเล่นโดยนักออกแบบชาวไทย ออกแบบให้เด็ก ๆ นำมาต่อเป็นชั้น ๆ ตามรูปแบบที่ต้องการ ในทางเดียวกันก็ปีนป่ายได้อย่างไม่ต้องกลัว

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

ไฮไลต์เด็ดเป็นโซนด้านในสุด ประกอบด้วยของเล่นไม้ขนาดใหญ่ที่เพานำเข้าจากเยอรมนี นอกจากเล่นสนุก แต่ละส่วนยังออกแบบให้มีรายละเอียดเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ สังเกต อย่างแป้นหมุนที่บรรจุลูกบอลเม็ดเล็กเพื่อฝึกสังเกตการเคลื่อนไหว หลุมกระจกใสที่ทำให้เด็ก ๆ เห็นความเคลื่อนไหวของพื้นที่ด้านล่าง และเมื่อสไลด์ลงมาก็เจอกับทะเลบอลยักษ์ใหญ่กว่าโซนแรกถึง 3 เท่า!

แรกเริ่ม ส่วนต่าง ๆ ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ออกแบบบนพื้นฐานของพัฒนาการ 7 ด้านสำคัญสำหรับเด็ก เช่น โซน Messy Play สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ประสาทสัมผัสของเด็กเล็ก โซนใต้ถ้ำที่อุดมด้วยบล็อกไม้สร้างเมือง จิ๊กซอว์สร้างภาพเพื่อพัฒนาสมาธิ แต่เมื่อหมู่บ้านแห่งนี้เปิดรับสมาชิกเด็กจิ๋วเข้ามามากขึ้น เพาก็เรียนรู้บทเรียนสำคัญหลายข้อ

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

“ในฐานะพ่อแม่และในฐานะคนสร้างพื้นที่ตรงนี้ เราควรโฟกัสให้ลูกเล่นสนุกไว้ก่อน ไม่ต้องจำเพาะเจาะจงว่าเครื่องเล่นชิ้นนี้จะให้ทักษะอะไรหรือไม่ให้อะไร เพราะทักษะต่าง ๆ ได้จากการเล่นโดยธรรมชาติ และเครื่องเล่น 1 อย่างก็ให้ทักษะที่หลากหลายตามวิธีเล่นของเด็ก เช่น โซนครัว ก็อาจจะได้ทั้งเรื่องการสื่อสาร ฝึกภาษา ฝึกจินตนาการ และฝึกเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการที่พ่อแม่ให้ลูกไปหยิบข้าวโพด ไอติม ไก่ ไข่ ฯลฯ มาจัดเป็นจานอาหารให้ทาน” 

เพาบอกความคิดที่เปลี่ยนไปของเธอ ก่อนเสริมต่อว่าพ่อแม่มักชอบไกด์ว่าต้องเล่นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือต้องเล่นให้หลากหลายเข้าไว้ ทั้งที่จริงแล้วการที่เด็กหมกมุ่นอยู่กับบางอย่างนาน ๆ ก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้ค้นหาความชอบของตัวเอง ส่วนพ่อแม่ก็จะได้รู้ว่าลูกชอบอะไร 

“อย่างลูกคนโตของเราชอบอยู่มุมครัวมาก ตอนแรกเราก็ถามว่าทำไมไม่เล่นสไลเดอร์บ้าง ทั้งที่ตอนนี้เขาสนใจสิ่งนี้อยู่ เดี๋ยวพอเปลี่ยนความสนใจ ครั้งหน้าเขาอาจจะไปเล่นอย่างอื่นก็ได้ หรือตอนแรก ลูกคนที่สองก็ไม่กล้าเล่นสไลด์เดอร์เท่าไหร่ เขาเริ่มจากนอนก่อนแล้วค่อย ๆ สไลด์ลงมา พอเริ่มมั่นใจขึ้นก็นั่งได้ รอบแรกอาจจะทรงตัวไม่ค่อยได้ แต่พอรอบต่อไปเขาทำได้ เขาก็จะเล่นได้เอง มันทำให้เรารู้ว่าผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องไปอะไรกับเด็กมาก แค่มีสถานที่ให้เขา เดี๋ยวเขาก็พัฒนาเองได้”

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

อาชีพของนักเล่นตัวยงในหมู่บ้านแห่งการเล่น

นอกจากหมู่บ้านแห่งการเล่นแห่งนี้ประดับประดาด้วยเครื่องเล่นหลากหลาย อีกหนึ่งความน่ารักของที่นี่ คือการจัดกิจกรรมเวิร์กชอปหมุนเวียนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว เพื่อให้ผู้ปกครองรู้จักวิธีการเล่นกับลูก และเพื่อให้เด็กรู้จักการเข้าสังคม เสมือนเป็นอาชีพสำคัญที่สมาชิกทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

“สนามเด็กเล่นตรงนี้เป็นแค่เครื่องมือหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง ๆ คือกิจกรรมที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้สร้างขึ้นเพื่อแก้เพนพอยต์ต่าง ๆ ของพ่อแม่”

แบบแรก Baby Planet คือกิจกรรมสำหรับเบบี๋หัดนั่ง สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้คุณแม่ฟูลไทม์ที่อยู่แต่บ้านได้พาตัวเองมาพบปะคอมมูนิตี้พ่อแม่ และพาลูกน้อยมาฝึกเข้าสังคม เช่น กิจกรรมธีม Peekaboo เด็ก ๆ และแม่ ๆ จะได้เริ่มจากการร้องเพลงแนะนำตัว จากนั้น แม่ ๆ จะได้ทำของเล่นง่าย ๆ ที่นำกลับไปเล่นที่บ้านได้ อย่างแก้วน้ำที่ดึงหลอดขึ้นมา แล้วจะมีตุ๊กตาโผล่หน้ามาจ๊ะเอ๋ลูกน้อย!

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

“การฝึกให้ลูกเข้าสังคมบ่อย ๆ ตั้งแต่เด็ก จะทำให้เขาปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น อีกอย่างเราพูดคนเดียวมานานแล้ว การได้มาเจอกับคุณแม่ที่มีปัญหาในการเลี้ยงลูกคล้ายกัน ทำให้เราไม่โดดเดี่ยวและสนุกขึ้น” เพาอธิบายกิจกรรมพลางหัวเราะ 

 กิจกรรมที่สองคือ Messy Play ที่จะปล่อยให้เด็ก ๆ ได้เล่นอย่างอิสระ เพื่อใช้จินตนาการอย่างเต็มที่และตอบโจทย์พ่อแม่สมัยใหม่ที่เชื่อว่ายิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์ แต่ถ้าจะดีกว่านั้นก็อย่าเลอะที่บ้านให้เหนื่อยเก็บจะดีกว่า

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

กิจกรรมที่สามคือ Small World เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็ก ๆ สร้างโลกใบเล็ก ๆ ตามธีม โดยผสมการเล่น Messy Play และ Sensory Play เข้าไป เช่น การออกแบบป่าในโลกจินตนาการของตัวเองจากการฟังเรื่องราวของป่า 

ส่วน Process Art สร้างขึ้นจากประสบการณ์การสอนศิลปะลูก ๆ ของเพาและพาร์ตเนอร์แม่ ๆ ที่เมื่อพาไปคลาสศิลปะทีไร จะต้องเผลอทำงานศิลปะแทนลูกทุกที Process Art จึงเป็นคลาสศิลปะที่ปล่อยให้เด็ก ๆ ใช้จินตนาการของตนเอง โดยที่พ่อแม่และครูไม่ตีกรอบใด ๆ 

“ความสนุกของกิจกรรมนี้เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ทั้งการเพนต์ การทดลองใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ หรือถ้าไม่เอาพู่กันระบายสี แต่เอาใบไม้มาจุ่มสีแล้วเพนต์ ภาพจะเป็นแบบไหน คราวนี้พ่อแม่ก็จะไม่ติดแล้วว่าผลงานของลูกจะมีหน้าตาเป็นยังไง พ่อแม่และลูกก็จะรู้สึกดีด้วยกันทั้งคู่”

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

บ้านหลังที่สามที่อยากให้การเล่นเป็นเรื่องสำคัญ

หลังเพาพาเราเดินชมหมู่บ้านแห่งการเล่นจนครบทุกซอกทุกมุม เราจึงอยากพาเธอกลับมาที่จุดเริ่มต้นของการสร้างหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้งว่า Playville เกิดขึ้นเพราะเธอและพาร์ตเนอร์ให้คุณค่ากับอะไร

“เราโตมาในยุคที่พ่อแม่ให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาและความรู้ ถ้าลูกขึ้นประถมหนึ่ง เขาต้องเริ่มเขียน ก.ไก่ ข.ไข่ ได้แล้ว แต่พ่อแม่ยุคนี้มักจะมีไอดอลคนเดียวกันนั่นก็คือ คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ซึ่งเชื่อว่าเด็กจะอ่านหนังสือได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบหรือ 6 ขวบ สุดท้ายเด็กก็จะอ่านหนังสือได้เหมือนกัน 

“สำหรับเรา ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเร่งให้ลูกต้องเก่ง ต้องฉลาด เพราะการเลี้ยงลูกคือการวิ่งมาราธอนที่เราต้องทำตลอดชีวิต เราไม่อยากกดดันว่าอายุ 7 ขวบ ลูกจะต้องอ่านหนังสือได้ แต่เราอยากให้เขาได้ใช้ชีวิตมากกว่า” เพาไขข้อข้องใจถึงการสร้างพื้นที่แห่งนี้ขึ้นมา 

แน่นอนว่าการเรียนรู้ทุกอย่างเกิดจากการเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่สนามเด็กเล่นที่ผ่านการออกแบบมา คือการจำลองโลกภายนอกในพื้นที่ที่มีขอบเขตและปลอดภัยกว่า มันช่วยให้พ่อแม่กล้าปล่อยให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระมากขึ้น และที่สำคัญ พ่อแม่อาจจะไม่รู้ว่าจะเล่นยังไง เล่นแบบไหน แต่สนามเด็กเล่นที่วางแผนมาทุกอย่าง จะช่วยให้พ่อแม่รู้ว่าต้องเล่นกับลูกยังไง” เธอเสริม

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ
ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

สำหรับเพาและแม่ ๆ ผู้ก่อตั้งอีก 3 คน นอกจากการสร้างให้สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านหลังที่สามที่พ่อแม่จะมาเลี้ยงลูกที่นี่ได้อย่างเต็มที่และผ่อนคลาย ภารกิจสำคัญที่พวกเธอตั้งใจอยากให้ Playville ไปถึงอีกข้อ คือการขับเคลื่อนแนวความคิดเรื่องการเล่นในประเทศไทยให้ไปไกลและกว้างกว่าเดิม

“ถ้าเราตามเทรนด์ต่างประเทศ เราจะเห็นว่าแม่ ๆ ให้ความสำคัญกับการเล่นมากและส่งเสริมให้ลูกได้เล่นอย่างหลากหลาย เราอยากให้ Playville ทำให้คนไทยเห็นว่า การเล่นสำคัญต่อการเติบโตของเด็กมาก และพ่อแม่ก็เล่นกับลูกได้อย่างไม่จำเจเลย” คุณแม่เพาทิ้งท้าย

ทัวร์สนามเด็กเล่นใจกลางสุขุมวิท ผ่านเครื่องเล่นที่ออกแบบอย่างเข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กสนุกโดยไม่จำกัดจินตนาการ

Playville

ที่อยู่ : 49 Playscape ชั้น 2, เลขที่ 8/3 ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2297 0091

เว็บไซต์ : http://www.playville.co.th

Facebook : Playville

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

23 พฤศจิกายน 2565
2 K

“การทำยางกับการทำกาแฟ มันมีบางอย่างคล้ายกัน”

เป็นหนึ่งในประโยคบทสนทนาของ เติ้ล-รังสิมันตุ์ ร่วมชาติ เจ้าของร้านกาแฟ The Rubberer หรือทายาทรุ่นสามธุรกิจทำยางในจังหวัดระยองที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

คาเฟ่ยางพาราแฝงตัวอยู่ในระยอง ไม่ได้ขายยางพาราและไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่นำสองสิ่งนี้มารวมกันเป็นหนึ่ง ยางกับกาแฟเชื่อมโยงกันอย่างไร การทำสองสิ่งนี้คล้ายกันตรงไหน ที่สำคัญ ระยองมีสวนยางด้วยเหรอ เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนและผลไม้นานาชนิด รวมไปถึงทะเลสวย ๆ แต่กลับแทบไม่มีภาพจำของสวนยางเลย

เช้าตรู่วันศุกร์ เรารีบออกเดินทางปักหมุดไปยังตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อไขข้อข้องใจ แต่ไม่นานความสงสัยก็หายไป เมื่อล้อรถหยุดหมุนจอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเสียงของพี่คนขับตะโกนมาว่า “ถึงแล้ว” ความสงสัยได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความประทับใจแรกต่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ ลานกว้าง โล่ง โปร่ง สบาย 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ด้วยการออกแบบอิงจากโรงยาง ทั้งรูปทรงและวัสดุจากอิฐก้อนใหญ่ รวมทั้งหลังคายาวยื่นพิเศษซึ่งผสมความชอบญี่ปุ่นเล็กน้อยของเติ้ล จึงทำให้ The Rubberer มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สมชื่อ

เพียงแค่ข้างนอกยังคล้ายโรงยาง แล้วภายในร้านกาแฟพร้อมเสิร์ฟความอร่อยนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับยางอีก ไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวเข้าไปดูกัน

ต้นยาง

เติ้ลเป็นคนระยองตั้งแต่เกิด มีธุรกิจติดตัวตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกับยางตั้งแต่จำความได้ เพราะทำมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยคุณตาเป็นเกษตรกร มีทั้งสวนผลไม้และสวนยาง ขายส่งมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน จนถึงคราคุณตาได้ถ่ายทอดมอบประสบการณ์ต่อให้คุณพ่อรวมถึงตัวเติ้ลเอง จึงทำให้เขารู้จักกระบวนการและวิธีกรีดยางเป็นอย่างดี 

“ตอนเด็กคุณพ่อชอบพาไปดูว่าทำอะไรยังไง วิธีการกรีดยาง การดูหน้ายาง”

ความสนุก ความสุขของเขาไม่ใช่การทำสวนยาง ทว่าเป็นการได้เข้าไปวิ่งเล่น และใช้เวลาอยู่กับคุณพ่อในสวน เวลาผ่านไป เด็กน้อยซุกซนวิ่งเล่นในสวนคนนั้น ก็ได้รับบทมาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจครอบครัวและดูแลลูกน้อง ให้ทุกอย่างเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม โดยธุรกิจของเขาทำตั้งแต่ปลูกยาง กรีดยาง มาทำเป็นยางแผ่น และนำจำหน่ายทั้งรูปแบบของยางแผ่นและน้ำยางสด แต่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นหมอนหรืออะไร ส่วนถ้าถามถึงนักทำยางมือทองล่ะก็ คุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเคย

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างใหม่จึงออกแบบทรงคล้ายโรงยาง และเลือกใช้วัสดุเป็นอิฐสีเทา ส่วนข้างบนหลังคามีช่องใสเล็ก ๆ ให้แสงส่องลงมา อิงจากโรงยางที่ต้องใช้ความร้อนอบยาง เดิมที่นี่เคยเป็นพื้นที่ของสวนมะพร้าว โรงโม่มัน และโรงยางจริง ๆ มาก่อน การออกแบบคาเฟ่จึงไม่เพียงเน้นความสวยงามหรือความเสมือนจริง แต่อบอวลด้วยเรื่องราวความผูกพันของเติ้ลกับยางร่วมกันไปทั้งร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

โรงยางเดิมซึ่งเอาไว้ใช้อบยาง ทำยางแผ่น อยู่บนพื้นที่โซนด้านหลังร้าน แต่ตอนนี้ได้ทุบทิ้งไปแล้ว โรงยางใหม่สร้างใกล้ ๆ บริเวณโรงยางเดิมแทน 

ส่วนสวนยางจะเขยิบออกไปไกลหน่อย อยู่คนละที่กับโรงยาง ซึ่งสวนของเขาก็ติดกับสวนเพื่อนบ้านละแวกนี้ที่ปลูกยางเหมือนกัน เป็นอีกการการันตีว่าระยองมีคนปลูกยางมากพอสมควร เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางมากมายเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงระยองก็นึกถึงผลไม้ บางคนจะไม่รู้ว่าเรามียางพาราเหมือนกัน แต่ที่ระยองเขาก็ปลูกกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็กผมก็จำได้ว่าเป็นสวนยางแบบนี้เลย”

ลูกพี่ลูกน้องหรือญาติ ๆ ของเติ้ลในวัยนั้น หลายคนก็ทำอาชีพขายส่งน้ำยางเช่นเดียวกัน เวลาเลิกเรียนตอนเย็นก็มักมีผู้คนแวะเวียนมาเล่นกับเติ้ลในสวนอยู่บ่อยครั้ง 

“แต่ถ้าเทียบสมัยก่อน ตอนนู้นสวนยางมันก็เยอะกว่านะ มีช่วงหนึ่งยางราคาขึ้นกิโลเป็นร้อย เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนมาทำสวนยางพาราเพราะราคาดีมาก” เขาพูดไปขำไป แต่ตอนนี้ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้ทุกอย่างกลับกัน เกษตรกรที่เคยทำสวนยาง ก็โค่นยางไปปลูกผลไม้ที่ราคาดีกว่า อย่างทุเรียน

แต่ในความโชคร้ายยังแอบมีสิ่งโชคดีเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ คือความพิเศษของยางที่ไม่อาจหาได้จากการปลูกผลไม้ชนิดไหน

“ยางเขามีอายุนาน 20 – 30 ปี”

นั่นแปลว่าการปลูกยางไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะ “ถ้าไม่มีคนกรีดยางก็ไม่เป็นอะไร มันไม่เสียหาย แต่ถ้าเรามีคนกรีด เราก็ได้รายได้จากตรงนั้น” เติ้ลชี้ให้เห็นถึงข้อดีต้นยาง

แต่ก็ต้องเน้นความชำนาญด้วยเช่นกัน “ถ้าเรากรีดยางดี กรีดไม่เข้าแก่นต้น ก็จะทำให้ต้นยางให้น้ำยางเราไปได้นานเลย การกรีดยาง ดูแลหน้ายาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางออกมาได้นาน”

และความพิเศษอีกอย่าง ถ้าน้ำยางหมดต้นโดยเกิดจากการกรีดยางไม่ดี กรีดแล้วเข้าแก่นยาง ทำให้หน้ายางเสียหาย หรือต้นที่หมดอายุ ไปต่อไม่ไหว เขาสามารถตัดต้นยางนำไปขายได้ต่อแล้วก็ปลูกใหม่ มีความยืดหยุ่น แถมไม่ต้องฉีดยาเยอะแบบผลไม้ให้มากมาย นี่เป็นข้อดีเอกอุของการปลูกยาง

ต้นตอ

เห็นได้ชัดว่าเติ้ลเติบโตและผูกพันกับสวนยางมาตั้งแต่เล็ก จนถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มสนใจอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพิ่มเติมจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ มีความสุขพร้อมสร้างรายได้ไปด้วยกัน

‘การกิน’ เป็นคำตอบของเติ้ล ผู้หลงใหลการได้ลิ้มรสอะไรอร่อย ๆ เอ็นจอยอาหารและเครื่องดื่ม ประจวบเหมาะเป็นช่วงที่ได้ชิมกาแฟรสชาติใหม่แบบที่เขาไม่เคยทานมาก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมกาแฟบางตัวถึงมีหลายรสชาติ มีรสต่างกัน ไม่ได้มีเพียงรสเข้ม ๆ ขม ๆ อย่างที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย! เหมือนเรากินอะไรก็ไม่รู้ มันแปลกดี มีเปรี้ยว มีหอม” 

จากความแปลกกลายเป็นความสนใจ ทำให้หันมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และเริ่มอยากเปิดคาเฟ่เพื่อส่งต่อกาแฟรสชาติในแบบที่ชอบ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

หลังจากได้ไปลองชิมกาแฟร้านต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ เติ้ลก็ได้ไปเจอเมล็ดกาแฟไทยที่ชอบมาจากโรงคั่ว Cozy Factory ที่ทางโรงคั่วได้ไปพัฒนา และดูแลเกษตรกรสวนแม่บู่หย่า จังหวัดเชียงราย เขาเลยมีโอกาสได้ลองศึกษา เรียนรู้ และทำงานร่วมกับโรงคั่ว Cozy Factory ให้ช่วยออกแบบกาแฟเฉพาะของร้าน เป็นกาแฟไทย มีคาแรกเตอร์เอกลักษณ์ ไม่หวือหวามาก แต่มีอาฟเตอร์เทสดี หวาน ทานง่ายในทุกวัน

“กาแฟไทยอร่อยครับ สู้ต่างชาติได้เลย”

และหนึ่งในความสนุกของการทำกาแฟ คือการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัวไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กาแฟบางตัวกลิ่นฟลอรัล บางตัวเป็นฟรุตตี้

แล้วระยองปลูกกาแฟได้ไหม – เราถาม

“ผมว่าน่าจะปลูกโรบัสต้าได้ แต่อาราบิก้า สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความสูงของระยอง ไม่เหมาะสมครับ” เขาตอบตามตรง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ต้นน้ำ-ปลายทาง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“แต่สุดท้ายเราก็ย้อนกลับมาอะไรที่เกี่ยวกับยางอยู่ดี” เขาพูดแซวตัวเอง

เติ้ลตั้งใจนำเรื่องราวยางมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อแสดงให้เห็นตัวตนเขาและครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกับยาง ผ่านบรรยากาศร้าน สิ่งของ หรือแม้แต่ผ่านกาแฟที่เขาทำ

“เราคิดว่าการทำยางกับการทำกาแฟมีบางอย่างคล้ายกัน ความตั้งใจในการทำ ความประณีต ความใส่ใจ

“เรากรีดยางก็ต้องเป็นคนมีฝีมือกรีด หน้ายางถึงจะสวย ไม่ลึกเข้าไปในเนื้อยาง กาแฟก็เหมือนกัน เราต้องหาสารกาแฟจากต้นน้ำ มันมีความใส่ใจในกระบวนการทำครับ”

หากจิบกาแฟเสร็จ เดินออกมาหลังร้านสักนิด จะเจอมุมให้นั่งพินิจกับความทรงจำก้อนใหญ่ของเติ้ล เพราะสิ่งนั้นคือเครื่องรีดยางสมัยโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งยังคงระบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุน มีให้เลือก 2 ลาย และยังใช้งานได้ในปัจจุบัน เครื่องนี้ยังหมุนได้จริง แต่ตอนนี้ล็อกเอาไว้ให้คงอยู่ในสถานะเก็บความทรงจำ

“ยังใช้ได้ แต่อย่าใช้เลย” เติ้ลหัวเราะ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“เหมือนเครื่องบดปลาหมึกยักษ์!” เสียงของพี่ที่มากับเราพูดขึ้นมา

 “มีคนบอกแบบนี้เสมอครับ” เขาตอบกลับอย่างชอบใจ

เจ้าเครื่องบดปลาหมึกยักษ์หรือเครื่องรีดยางนี้ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มมาก น้อยคนที่เคยเห็นและเคยได้ลองใช้ เพราะตอนเติ้ลเกิดมาก็เหลือเพียงเครื่องดั้งเดิมที่ถูกเก็บไว้ และมาใช้เครื่องรีดยางที่มีมอเตอร์แทนในการทำงานแล้ว

“กระบวนการทำยางแผ่น เรานำน้ำยางสดมากรองแล้วใส่ในแบบ ใส่น้ำกรด รอเขาเซ็ตตัว แล้วเอาออกมาจากแบบ นำมาอัดให้แบนยาว แล้วนำไปเข้าเครื่องรีดยางเรียบและลายต่อ ออกมาเป็นแผ่นยางพารา ตากแดดแล้วก็นำมาเก็บเข้าโรงอบยางต่อ”

หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองแหงนมองข้างบน จะพบแผ่นยางพาราแขวนเรียงรายตากแดดอยู่บนราวเหล็ก รอการเก็บในตอนเย็น เพราะหากฝนตกอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หน้าฝนจึงไม่ค่อยเห็นแผ่นยางพาราตากอยู่หลังร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คนส่วนใหญ่ที่แวะเวียนมาคาเฟ่แห่งนี้เป็นคนต่างที่ต่างถิ่นและไม่ค่อยคุ้นเคยกับยาง มุมนี้จึงกลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคน กลายเป็นพื้นที่ของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

“ลูกค้าบางคนที่พาคุณพ่อคุณแม่มา เขาก็ประหลาดใจกับโซนนี้ ได้มาเห็นของโบราณ และทำความรู้จักยางพารา”

เติ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับภาพบรรยากาศของผู้คนที่ได้มาลองชิมกาแฟฝีมือตน และมีความสุขร่วมไปกับความทรงจำของเขาที่มีต่อยาง ซึ่งอนาคตเติ้ลเผยว่าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาได้เปิดร้านกาแฟทำตามฝัน แต่ไม่ทิ้งธุรกิจยางอย่างแน่นอน 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

อย่างอร่อย

สุดท้าย ถ้ามา The Rubberer อย่าลืมสั่งกาแฟเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไปลองชิม เมนูที่เติ้ลตั้งใจทำและคัดสรรมาแล้วว่าดีแน่นอน

‘กาแฟดำ Black’ และ ‘กาแฟนม White’ คาแรกเตอร์เมล็ดกาแฟชัดเจน และผ่านการคิดค้นอัตราส่วน ปริมาณนม ปริมาณกาแฟด้วยความประณีต ใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกขั้นตอนว่าเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟสวนแม่บู่หย่ามากที่สุด

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ขอแนะนำเมนู ‘BlackPink’ กาแฟลิ้นจี่สีชมพูสดใส ทานแล้วได้ความสดชื่นตามมาในทันที แถมด้วยเมนู ‘Larisa’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลิซ่าอย่างใด แต่เป็นชื่อลูกของเติ้ล วัยกำลังซนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำส้มยูซุเป็นชีวิตจิตใจ คุณพ่อเติ้ลจึงนำความชอบของลูกมาเป็นแรงบันดาลใจ และกลายเป็นกาแฟส้มยูซุแก้วนี้

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

หรือถ้าใครอยากได้กาแฟในรูปแบบเมล็ด ที่นี่ก็มีขายโดยตัวยอดนิยม คือ House Blend มีแบบคั่วกลางและคั่วอ่อน

คั่วกลางเป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process, Honey Process และ Natural Process ให้รสชาติออกโทนดาร์กช็อกคาราเมล กลมกล่อม เปรี้ยวน้อย เป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูกาแฟเย็น

  ส่วนคั่วอ่อน เป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process และ Natural Process รสชาติออกโทนฟรุตตี้ สดชื่น เปรี้ยว ผลไม้อบอวล และมีอาฟเตอร์เทสหอมหวาน เหมาะสำหรับทำเมนูกาแฟร้อน ใครชื่นชอบรสผลไม้ต้องไม่พลาด

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน
เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ถึงเวลาต้องแยกย้ายกัน ระหว่างทางนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เราเริ่มอยากทานกาแฟฝีมือบาริสต้าคนนี้ที่ The Rubberer อีกรอบแล้ว

The Rubberer

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์, เวลา 07.00 – 16.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 08.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4964 8008Facebook : The Rubberer

Writer

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load