ผนังตึกสีเหลืองพระอาทิตย์ ห้องสีไข่ขาวโพลนภายใน หน้าต่างกลมแดง บอร์ดเกม และสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ประกอบรวมกันเป็น ‘Play Academy’ สถาบันการศึกษานอกระบบที่มุ่งพัฒนาเด็กผ่านการเล่นและการลงมือทำ เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตควบคู่ไปกับความสุข

บทความนี้เราจะพาสัญจรไปตามเส้นทางธุรกิจแห่งความสุขในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์และเฝ้าดูต้นกล้าเจริญเติบโต กับ ครูปุ๊ก-ชลมาศ คูหารัตนากร ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันแห่งนี้

Play Academy สถาบันนอกระบบสำหรับเด็กเล็ก สอนทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น

Chonlamard

“ความฝันมันชัดมาก ทำให้ไม่ลังเลเลย” ถ้อยคำที่ครูปุ๊กฝากไว้พร้อมกับน้ำเสียงอ่อนหวาน เมื่อเราตั้งคำถามถึงจุดกำเนิดของสถาบันแห่งนี้ น่าแปลกใจที่เธอเรียนสาขาโฆษณามาก่อน ฟังดูแล้วเหมือนจะไม่มีปมให้ผูกไปถึงการสอนหนังสือเด็ก แต่แล้วเราก็ร้องอ๋อขึ้นมาดัง ๆ เมื่อได้ยินว่าเธอเรียนวิชาโทเสรีด้านวรรณกรรมเด็กและวัยรุ่น รวมถึงจิตวิทยาพัฒนาการร่วมด้วย ทำให้เธอค้นพบตัวเองนับแต่นั้น

“มันเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่ง โลกของจินตนาการที่อะไร ๆ ก็เป็นจริงได้” ครูปุ๊กเล่าด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหน

เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร เธอไม่รอช้าที่จะเบนเข็มทิศด้วยการเริ่มประกอบอาชีพครูสอนเด็กในวัยประมาณ 2 – 3 ขวบที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ตั้งแต่รับพวกเขามาจากอ้อมกอดของพ่อแม่ พาไปสนามเด็กเล่น พาเข้าห้องน้ำ ทานข้าว ขับถ่าย อาเจียน ชงนม ปูที่นอน

“เราไม่เคยทำมาก่อน ต้องเรียนรู้แล้วก็ทำจริงเลย แรก ๆ อยากลาออก แต่ก็บอกกับตัวเองว่า จะมาทิ้งความฝันและสิ่งที่ตัวเองหาเจอเพียงเหตุการณ์แค่นี้ไม่ได้ ลองอดทนต่อไปอีกดีกว่าไหม”

แรงฮึดทางใจพาให้กายของเธอขยับไปตามฝัน ครูปุ๊กเริ่มเลื่อนขั้นไปสอนอนุบาล 2 และ ป.1 ตามลำดับ ใน 3 ปีนั้นเธอจึงได้เรียนรู้งานแบบ Learn by Doing ได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้จากเด็กว่าแท้จริงแล้วแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการอย่างไร ทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่เพียงเรียนจากตำรา

“ประสบการณ์ในวัยเด็กโดยเฉพาะช่วงปฐมวัย จะเป็นความทรงจำในระยะยาวของคนคนหนึ่งไปตลอดชีวิต ผู้ใหญ่ปฏิบัติต่อเขายังไง พ่อแม่ ครูที่เจอในสังคมพูดคุยกับเขายังไง ถ้าเป็นความทรงจำที่ดีก็เป็นต้นทุนที่ดีให้ชีวิตเขา เมื่อนึกย้อนกลับมาเมื่อไหร่ก็แช่มชื่น แต่ถ้าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็จะเป็นแผลในใจที่บาดลึกและไม่มีวันเลือนหาย

“แต่โดยธรรมชาติแล้ว จิตใจคนเราไม่เหมือนกัน ความแข็งแกร่งของคนเราไม่เหมือนกัน จึงต้องให้ความสำคัญกับเด็กและครอบครัว ต่อให้โรงเรียนหรือบุคลากรครูดียังไง ถ้าพ่อแม่ไม่เปลี่ยน ไม่รู้วิธีการเลี้ยงดูที่ถูกต้องจริง ๆ เด็กคนหนึ่งก็จะไม่ได้เติบโตขึ้นมางอกงามอย่างถึงที่สุด”

ความเข้าใจเหล่านี้ของครูปุ๊กล้วนมาจากการฝักใฝ่เรียนรู้พัฒนาการและจิตวิทยาเกี่ยวกับเด็กอย่างไม่หยุดยั้ง ครูปุ๊กเรียนต่อด้านสุขภาพจิตเด็กในระดับปริญญาโท และยังพัฒนาความรู้จากทั้งในและต่างประเทศอยู่ตลอด ซึ่งเป็นบันไดให้เธอได้ก้าวขึ้นสู่การก่อตั้งและบริหารสถาบัน Play Academy ด้วยตัวเอง

Play Academy สถาบันนอกระบบสำหรับเด็กเล็ก สอนทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น
Play Academy สถาบันนอกระบบสำหรับเด็กเล็ก สอนทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น

Don’t Just Dream. Do It.

ระหว่างพูดคุยกัน เราเห็นถึงแววตา ท่าทางแข็งนอกอ่อนใน และความมุ่งมั่นของครูปุ๊กที่พยายามจะพัฒนาการจัดการศึกษาให้ดีขึ้น เธอต้องอาศัยความเชื่ออย่างแรงกล้าและแรงกำลังของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น ครูปุ๊กมองเห็นช่องโหว่และข้อจำกัดของระบบการศึกษาไทย ซึ่งทำให้เธอยิ่งมีพลังลุกขึ้นมาทำงานด้านเด็กและครอบครัว

“ค่าตอบแทนครูโรงเรียนในระบบน้อยมาก และไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพจริง ๆ ทำให้คนที่มีความสามารถสูง มีอุดมการณ์ อยู่ได้ไม่นาน

“เมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญมาก ๆ แล้ว อาชีพครูสำคัญพอ ๆ กับหมอ วิศวกร หรืออาชีพอื่น ๆ ที่สังคมนิยม เพราะเขารู้ว่าประเทศจะพัฒนาไปได้ เกิดจากประชากรที่มีคุณภาพ ซึ่งประชากรที่มีคุณภาพต้องเกิดจากการบ่มเพาะและการศึกษา เขาจึงต้องการคนเก่ง คนมีอุดมการณ์ มาสร้างประชากรให้มีคุณภาพ”

รากฐานของบุคลากรที่มีคุณภาพนั้นเกิดจากการบ่มเพาะตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งโรงเรียนในระบบการศึกษาไทยยังค่อนข้างหนักไปทางคุณครูบรรยาย เด็ก ๆ นั่งฟังและทำแบบฝึกหัด แม้จะมีกระบวนการ Learn by Doing อยู่บ้างแต่นับว่าน้อย เมื่อเทียบสัดส่วนกับการสอนแบบบรรยายขึ้นกระดาน และทำใบงาน

ครูปุ๊กเริ่มต้นด้วยการทำโรงเรียนบ่มเพาะเด็กปฐมวัยตั้งแต่ 1.9 ขวบ และขยายมาจนถึง 11 ขวบ ซึ่งความพิเศษของที่นี่คือ มีหมุดหมายชัดเจนเรื่องปลุกปั้นการเรียนด้วยการเล่น ให้เด็กได้ลงมือทำผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยมีสื่อการสอนเป็นของเล่น เกมการศึกษา บอร์ดเกม และอุปกรณ์รอบตัวเพื่อเสริมพัฒนาการตามวัยและการทำงานของสมอง เธอไม่ได้เป็นเพียงนักสุขภาพจิตเด็ก แต่ยังเป็นนักจัดกระบวนการเรียนรู้ร่วมด้วย วิธีการสอนจึงออกแบบมาอย่างมีลำดับตามหัวข้อและวัตถุประสงค์ที่ครูปุ๊กคิดค้นขึ้น และเธอยังละเมียดกระทั่งสื่อที่เลือกใช้

“ทั้งหมดนี้เกิดเป็น Business Model โรงเรียนที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กและทักษะชีวิตในเด็ก โดยผ่านกิจกรรม สื่อ การเล่น และการลงมือทำ”

Play Academy สถาบันนอกระบบสำหรับเด็กเล็ก สอนทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น

Play Academy

‘เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นได้ดีที่สุด’

เป็นวลีที่ใครหลายคนได้ยินผ่านหูอยู่บ่อยครั้ง แต่การจัดการศึกษาผ่านการเล่นอย่างเป็นรูปธรรมกลับหาได้ยาก Play Academy เป็นสถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาผ่านการเล่นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้วิธีการเล่นแบบ Free Play เข้ามาเชื่อมโยงเรื่องราวกับเนื้อหาที่สอน เป็นการเล่นอย่างมีโครงสร้าง

ซึ่งก่อนจะเข้ามาเรียนที่นี่ เด็กแต่ละคนต้องผ่านการประเมินเดี่ยวกับครูปุ๊ก 1 ชั่วโมง แบ่งการทดสอบออกเป็น 2 แบบ แบบแรกเป็นการทดสอบตามอายุ แบบที่ 2 เรียกว่า Performance Test เป็นการลงมือหรือปฏิบัติจริง ใช้บอร์ดเกมหรือเกมการศึกษาเพื่อให้เด็กได้ทดลองทำ หลังจากนั้นจะนำผลมารวมกันแล้วรายงานคุณพ่อคุณแม่อย่างละเอียดโดยใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมง

ครูปุ๊กจะดูไปถึงพฤติกรรม อารมณ์ และสมาธิ หากเจอปัญหาก็จะพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ถึงวิธีการเลี้ยงดูว่า ปัญหาคืออะไร มีทางแก้ไขยังไง วิธีทดสอบนี้นอกจากจะทำให้ผู้ปกครองเข้าใจลูกมากขึ้น ยังช่วยให้เข้าใจการเรียนด้วยการเล่นที่ Play Academy มากขึ้นด้วย

หลักสูตรของเด็กแต่ละช่วงวัยจะเป็นไปตาม Critical Period กล่าวคือ เด็กจะได้เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นและสำคัญต่อวัยของเขาโดยเฉพาะ

“เริ่มจากเด็กเล็กสุดที่เรารับคือวัย 1.9 – 3.5 ขวบ เป็นหลักสูตรเน้นพัฒนาการและสร้างสมองที่มีคุณภาพ แค่ 2 วัตถุประสงค์นี้ เพราะพัฒนาการเป็นรากฐานของชีวิต ถ้าพัฒนาการไม่ดีตั้งแต่แรก อย่างอื่นก็ไปต่อยาก เราสอนเด็กวัยนี้แบบตัวต่อตัว เพราะเด็กจะพร้อมเข้าสังคมเมื่อมีอายุ 3 ขวบขึ้นไป ต่อมาเป็นหลักสูตรอนุบาล ตั้งแต่ 3.6 – 6.6 ปี เราเรียกว่า Active Brain มี 3 ระดับเหมือนบันได 3 ขั้น วัย 3.6 – 4.6 คือ Starter วัย 4.6 – 5.6 คือ Intermediate ส่วนวัย 5.6 – 6.6 เป็น Advanced แล้วก็มาถึงหลักสูตรสุดท้ายสำหรับเด็กอายุ 7 – 11 ขวบ (ป.1 – ป.6) หลักสูตรนี้ชื่อว่า PBL & Life Skill หรือ Problem-based Learning”

Play Academy นับเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ไม่ใช่โรงเรียนติวเข้มเฉพาะทางสำหรับเพิ่มเกรด แต่เน้นพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งสำคัญมากในยุคนี้ อ้างอิงจาก World Economic Forum ถึงทักษะที่เด็กในศตวรรษที่ 21 ควรมี

Critical Thinking ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดแบบมีวิจารณญาณ แปลไทยเป็นไทยคือคิดเป็นเหตุเป็นผล

Creativity ความคิดที่หลากหลาย

Communication การสื่อสาร ในที่นี้หมายถึงอธิบายความคิดของตัวเองได้ว่าต้องการจะสื่อสารอะไร เหนือชั้นกว่านั้นคือโน้มน้าวหรือชักจูงคนอื่นให้ร่วมมือกับเราได้

Collaboration ความร่วมมือ ทำงานเป็นทีมผสมกลมกลืนเป็น หมดยุค One-man Show ทักษะเหล่านี้นำมาใช้เป็นแกนในหลักสูตร PBL & Life Skill หรือ Problem-based Learning สำหรับเด็กอายุ 7 – 11 ขวบ

Play Academy สถาบันนอกระบบสำหรับเด็กเล็ก สอนทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น

“การที่เด็กยุคนี้จะประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่ว่าต้องได้เกรดดีหรือเรียนสูง แต่เป็นเด็กที่ปรับตัวได้เร็ว ค้นหาตัวเองเจอว่าชอบอะไร ทำงานเป็นทีมได้ และรู้ว่าความสุขของตัวเองอยู่ตรงไหน ถ้าเราสร้างหรือแก้ได้ ยิ่งเด็กยิ่งเห็นผล มันเร็วและแก้ได้โดยใช้เวลาสั้น พ่อแม่ไม่เหนื่อยมากเท่ากับมาแก้ตอนโต สร้างว่ายากแล้ว ซ่อมยากกว่า”

ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แม้การเรียนด้วยการเล่นจะยังไม่เป็นที่รู้จักและแพร่หลาย แต่ครูปุ๊กก็รับมือและแก้ปัญหาได้ดีด้วยการสื่อสารอย่างละเอียดลึกซึ้งกับผู้ปกครอง เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ความเป็น Play Academy และสถาบันนี้ก็ได้เรียนรู้ความเป็นพวกเขา

“เพราะเขาไม่เข้าใจและไม่เคยเจอ เราทำเป็นแผนภาพและโครงสร้างหลักสูตรขึ้นมา เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าแต่ละช่วงวัยมีหลักสูตรอะไร เน้นอะไร 1 หลักสูตรมี 40 ครั้ง ก็จะทำเป็นภาพออกมาเลยว่า ครั้งที่ 1 มีกิจกรรมอะไรบ้าง ใช้เกมอะไร และยกตัวอย่างให้ผู้ปกครองฟังเป็นสัปดาห์ ๆ ไป เราต้องให้ความรู้แก่พ่อแม่ เพื่อให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วอะไรสำคัญ และการเรียนแบบนี้จะมีประโยชน์อย่างไรในระยะยาว

“ทุกครั้งที่เรียนเสร็จ คุณพ่อคุณแม่จะต้องเข้าฟังบรีฟว่า วันนี้เรียนอะไรไปบ้าง ครูสอนยังไง น้องทำความเข้าใจเป็นยังไง มีอารมณ์และพฤติกรรมอะไรเกิดขึ้นในห้องบ้าง พ่อแม่ต้องไปต่อยอดที่บ้านยังไง ต้องไปแก้อะไร เป็นการเรียนรู้ที่อาศัยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเยอะมาก”

ส่วนของเล่น สื่อการศึกษาและบอร์ดเกมที่ใช้ ครูปุ๊กนำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะ เช่น เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่เล่นบอร์ดเกมจนเป็นวัฒนธรรมในครอบครัว และเลือกใช้บอร์ดเกมที่มีวัตถุประสงค์เหมาะสมกับวัยผู้เล่น เช่น ลูกเต๋า ถ้าเป็นเกมเด็กเล็กจะมีขนาดใหญ่ จับถนัดมือ ขอบมน ให้เด็กได้ฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและเพิ่มความปลอดภัย

Play Academy สถาบันนอกระบบสำหรับเด็กเล็ก สอนทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น
Play Academy สถาบันนอกระบบสำหรับเด็กเล็ก สอนทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น

Nobody Left Behind

Play Academy ไม่ได้ใช้การทำการตลาดยิ่งใหญ่ แต่คำบอกเล่าปากต่อปากของผู้คนถึงสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากสถาบันแห่งนี้ ทำให้มีคนส่งลูกหลานเข้ามาเรียนกันอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น

บางครอบครัว 3 คนพี่น้องเรียนที่นี่ทั้งหมด บางครอบครัวเด็กเรียนนานถึง 8 ปี เพื่อนแนะนำเพื่อนต่อจนตารางเรียนส่วนใหญ่เต็มทั้งหมด

“บางครอบครัวถึงกับเขียนพินัยกรรมไว้ว่า หากเขาเป็นอะไรไป ให้ผู้ใหญ่ที่อยู่ในครอบครัวพาลูกมาให้ครูปุ๊กดูทุก ๆ 3 เดือน” เราตาลุกวาวในสิ่งที่ครูปุ๊กเล่าให้ฟัง และน่าสนใจว่าเธอสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร

“เราไม่ได้ทำอะไรพิเศษ เราคุยกับทุก ๆ คนด้วยความจริงใจ แนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้เขา จะบอกว่าตำราไม่ได้มีทุกสิ่งทุกอย่าง เรา Customize ฟังบริบทของครอบครัว เด็กบางคนเรียนจบไปแล้วหลายปี พ่อแม่มีปัญหา เราก็ยังยินดีให้ข้อมูลและคำแนะนำอย่างเต็มที่ มันเป็นความจริงใจ นักเรียนเมื่อเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของ Play Academy แล้ว Nobody Left Behind”

Play Academy รับรองคุณภาพของครูด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้คุณพ่อคุณแม่ว่า สองมือที่ประคองลูกหลานของพวกเขาอยู่นี้ ได้ผ่านการสอบทั้งอุดมการณ์ Mindset ครอบครัว และภูมิหลัง

“การเป็นครูที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย และการทำงานกับครูปุ๊กก็ไม่ง่ายเพราะเป็นคนละเอียดและมาตรฐานสูง บางทีสัมภาษณ์ 20 คนไม่มีใครผ่านเลย ผู้สมัครต้องผ่านการสัมภาษณ์เบื้องต้นทางโทรศัพท์ถึงเงื่อนไขในการทำงาน เมื่อผ่านแล้วค่อยเข้าสู่ขั้นตอนการสัมภาษณ์เชิงลึก แม้แต่การถามถึงภูมิหลังของครูแต่ละคนก็ไม่ได้ต้องการตัดสินเขา แต่อยากเข้าใจว่าเขามีที่มาที่ไปอย่างไร และคุณครูจะต้องมีต้นทุนในตัว หมายถึงการที่จะมาสอนทักษะการคิด ทักษะชีวิต เขาต้องมีเชาวน์และความคิดที่เป็นระบบพอสมควร ต้องเล่นบอร์ดเกมให้เราดูด้วย เท่านั้นไม่พอ ยังต้องดูลักษณะนิสัยการทำงานร่วมกันกับเราและทีมงาน”

ครูปุ๊กยังจัดตารางเวลาเพื่อเทรนครูก่อนสอน และมีการสอบสอนทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 – 15.00 น. โดยในระหว่างนั้นจะไม่รับสอนเด็ก เพื่อให้เป็น Training Session แบบ Active Learning พัฒนาความรู้ของครูให้เท่าทันโลก ขณะเดียวกันก็หารือเพื่อปรับปรุงห้องเรียนให้สนุกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Play Academy สถาบันพัฒนาทักษะชีวิตสำหรับเด็กที่ใช้แนวคิด Learning by Doing และสอนทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น

Trick & Treat

ใช่ว่าธุรกิจที่เริ่มยืนด้วยลำแข้งของตัวเองจะไม่ประสบกับอุปสรรคใด ครูปุ๊กได้ถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อช่วยเป็นบทเรียนให้แก่ผู้ที่สนใจทำธุรกิจ

“มันเป็นโมเดลระยะยาว พ่อแม่จ่ายเงินเราวันนี้ เขาต้องเรียนกับเราไปอีก 1 ปี เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการเงินและบัญชีจะต้องดี เราต้องคิดแล้วว่าเราเป็นหนี้เขาไปอีก 1 ปี จะปิดโรงเรียนไม่ได้ วันหนึ่งถ้าเกิดอะไรขึ้น คุณต้องมีเงินคืนพ่อแม่ ถ้าให้มอง มันไม่เหมือนไปกินร้านอาหาร กินเสร็จจ่ายเงินจบ เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว แต่นี่เป็นงานระยะยาว คุณต้องพร้อมจริง ๆ ที่จะบริหารจัดการและรับผิดชอบธุรกิจระยะยาว เรื่องเงินทุนไม่เท่าไหร่ หลัก ๆ เป็นเรื่องของบุคลากรที่หายากและ Business Model ซึ่งไม่ใช่โมเดลอิสระเสียทีเดียว”

ขณะนี้ ธุรกิจบนความใส่ใจได้เดินทางมาจนถึงขวบปีที่ 11 มีบุคลากรครูรวม 5 ท่าน และเด็กกว่า 200 ชีวิตภายในอาณาเขตที่อบอุ่น ครูปุ๊กเล่าว่าเธอไม่มีการโฆษณาในช่องทางออนไลน์ใด ๆ ไม่มีการลดโปรโมชันจัดหนักเอาใจลูกค้า มีเพียงตัวเธอและสถาบันที่ตั้งตระหง่านอยู่ใน The Circle Ratchapruk ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งตามคำบอกเล่า

Blossom Out

แม้ Play Academy จะได้ชื่อว่าเป็นสถาบันการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังไม่หยุดพัฒนาเพื่อส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้สังคม โดยออกแบบผลิตภัณฑ์แบรนด์ของเล่นของตัวเอง ภายใต้ The Umbrella of Play Academy

“เราผลิตหนังสือกิจกรรมที่ชื่อว่า PlayBook เป็นหนังสือกิจกรรมที่ทำออกมาสำหรับเด็กอายุ 2 – 6 ขวบ ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 เล่มและส่งขายทั่วประเทศ เป็นลักษณะหนังสือกิจกรรมที่เด็กได้ลงมือทำจริง โดยมีอุปกรณ์ไปให้ด้วย ไม่ใช่แค่ลากเส้น กากบาท วงกลม ระบายสี แต่เด็กจะได้ฉีกกระดาษ โรยทราย ต่อบล็อก ติดตีนตุ๊กแกหรือสติกเกอร์

“แต่ละกิจกรรมจะไม่เหมือนกัน อย่าง Play Dough แป้งโดสูตรเฉพาะของเราเอง Non-toxic ร้อยเปอร์เซ็นต์ กำลังจะทำวางขายเช่นกัน นอกจากนี้ เราอยากทำของเล่นเสริมพัฒนาการที่ถูกต้องตามหลักพัฒนาการ เช่น ใช้วัสดุซิลิโคนแทนยาง ไม้อบอย่างดีไร้เสี้ยน วัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างมีขนาดเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก และไม่ใช่ของเล่นที่เจอได้ทั่ว ๆ ไป ขยายออกมาเป็นเรื่องของห้องเรียนคุณพ่อคุณแม่ เปิดอบรมพ่อแม่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก พูดคุยหัวข้อและปัญหาต่าง ๆ ที่น่าสนใจ มีทั้ง On-site และ Online”

ครูปุ๊กและสถาบัน Play Academy มองเห็นทัศนะที่กว้างไกลกว่าการเจริญเติบโตทางธุรกิจ พวกเขาคิดว่าจะให้อะไรสังคมได้มากกว่านี้ หรือช่วยพัฒนาอะไรได้มากกว่านี้

“ที่สำคัญที่สุดคือ เราสร้างทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศ ซึ่งในอีก 20 ปีข้างหน้า เขาจะกลายมาเป็นพลเมืองซึ่งเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม”

ภายใต้รอยยิ้มของครูปุ๊ก ล้วนประกอบร่างขึ้นจากการได้ทำในสิ่งที่รัก

“เราชอบงานนี้มาตั้งแต่เรียนปริญญาตรี และทุกวันนี้ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้อ่านองค์ความรู้ใหม่ ๆ หรือเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ โดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ ความสุขคือการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักมาได้ยาวนานขนาดนี้ สุขทางใจด้วย อยู่ได้ทางธุรกิจด้วย เราทำความรักที่มีอยู่ให้เป็นรูปธรรม จนมีคนเชื่อมั่น ยอมรับ ไว้ใจ และอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา อยากนำลูกหลานมาฝากให้เรียนกับเรา

“การเป็นครูที่ทำงานกับพ่อแม่ด้วย ทำให้เราเห็นเด็กงอกงาม เห็นรอยยิ้มของครอบครัว เห็นความสบายใจของเขา หลายครอบครัวมาด้วยปัญหา แต่กลับไปด้วยความสุขที่มากขึ้น เขากินอิ่ม นอนหลับ และมีกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อไป”

สิ้นประโยค เสียงหัวเราะคิกคักเล็ก ๆ ตามด้วยเสียงพูดอย่างละมุนนุ่มนวลดังออกมาจากห้องข้าง ๆ คงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ความสุขของครูปุ๊กนั้นอยู่ใกล้ ๆ ไม่ไกลจากที่นี่ ที่ Play Academy

Play Academy สถาบันพัฒนาทักษะชีวิตสำหรับเด็กที่ใช้แนวคิด Learning by Doing และสอนทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 ด้วยการเล่น

Lessons Learned

  • เชื่อมั่นในตัวเองและลงมือทำตามความฝันอย่างไม่ลังเล
  • ความอดทนเป็นบันไดขั้นหนึ่งที่พาเดินไปถึงความสำเร็จ
  • ความจริงใจ ใส่ใจ และสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญสู่ความเชื่อใจของลูกค้า
  • การเรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุด หมั่นแก้ไขปรับปรุง ทำให้ธุรกิจพัฒนาอย่างไม่มีขีดจำกัด
  • รากฐานที่แข็งแกร่งเกิดจากความเหนียวแน่นภายในองค์กร

Writer

Avatar

ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม

เด็กผู้หญิงชอบเขียนหนังสือ เกิดเดือนกุมภาพันธ์ กรุ๊ปเลือด AB อุปนิสัยร่าเริง

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
2 K

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

ภาพ : TADA Entertainment

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load