15 กรกฎาคม 2560
243 K

กิ่งหมากผู้หมากเมีย (Cordyline) ใบยาวมีริ้วสีชมพูอ่อนแก่สลับกันเป็นลวดลายแปลกตาในขวดแก้วที่ตั้งเป็นประจำอยู่บนโต๊ะไม้มะค่าตัวใหญ่ของบ้าน ยังคงเป็นภาพที่พวกเราทุกคนในบ้านจดจำได้แม่นยำ

เมื่อมีโอกาสมานั่งล้อมวงคุยกันวันหนึ่ง พวกเราต่างเผยความสงสัยเรื่องจุกสำลีที่อุดปากขวดหมากผู้หมากเมียที่มีรากงอกอยู่ในขวดเต็มไปหมดนั้นออกมา ผมตั้งสมมติฐานเล่นๆ ในใจแล้วบอกทุกคนว่าน่าจะปิดไม่ให้อากาศเข้า ทำให้รากงอกเร็วขึ้น และอาจช่วยป้องกันไม่ให้ยุงลงไปไข่ พ่อผมเสริมอีกเหตุผลว่า น่าจะเป็นเรื่องการพยุงกิ่งในน้ำไม่ให้ขยับไปขยับมาทำให้รากเกิดการสะเทือน

เราไม่ได้สรุปเรื่องนี้กัน เพราะบทสนทนาของเราเปลี่ยนไปหลายเรื่องและไม่ได้วกกลับมาที่เรื่องนี้อีก แต่ผมคิดว่าก้อนสำลีที่อุดปากขวดเหล่านั้นทำหน้าที่ทั้งสามอย่างได้ดีไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าเหตุผลไหนจะเป็นเหตุผลเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด

ไม้ปักน้ำ ไม้ปักน้ำ

นอกจากต้นหมากผู้หมากเมียแล้ว ต้นไม้ปักน้ำในบ้านที่ผมจำความได้ก็มีกิ่งโกสน ตอนนั้นผมอายุราว 7 – 8 ขวบ จำได้ว่าพ่อสะสมต้นไม้ไว้หลายชนิดในโรงเรือนเล็กๆ ข้างบ้าน บางช่วงพ่อก็มีบอนสีเต็มโรงเรือนง่ายๆ ของพ่อ บางช่วงก็เป็นต้นโกสนหลากสีสัน บางช่วงก็เป็นหมากผู้หมากเมีย ขวดแก้วที่มีกิ่งไม้ซึ่งเต็มไปด้วยรากขาวๆ ปักอยู่บนโต๊ะไม้มะค่าอาจเป็นการขยายพันธุ์ไม้สะสมของพ่อผม หรืออาจจะเป็นแจกันประดับโต๊ะฝีมือแม่ผม ซึ่งผมไม่ค่อยแน่ใจนัก

หลังยุคโกสนและหมากพู่หมากเมียปักน้ำ ผมแทบไม่เห็นไม้ปักน้ำเท่าไหร่ ที่เห็นบ้างก็เป็นพวกพลูด่าง พลูเขียว จนมาถึงยุคกวนอิมปักน้ำ ไม้โชคลาภที่คนซื้อมาประดับไว้ในบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกเหนือจากต้นไม้ที่ว่ามา ผมสงสัยว่ามีกิ่งไม้อื่นๆ อีกไหมที่เราสามารถนำมาปักน้ำเพื่อขยายพันธ์ุและตกแต่งบ้าน เรื่องนี้น่าสนุก ผมทดลองปักกิ่งพุด ลิปสลิด พญาไร้ใบ โรสแมรี่ บอนสี โกฐจุฬาลัมพา กระชาย บีโกเนีย ก้ามปูหลุด เงินไหล เฟินน้ำ เล็บครุฑ สะระแหน่ฟิลิปปินส์ สมุนไพรต่างๆ เช่น ก้านโหระพา ใบมินต์ที่เด็ดใบไปใช้ในครัวแล้ว แม้แต่แคคตัส หรือไม้อวบน้ำ (Succulent) ในแจกันใส

ทุกตัวแตกรากงอกออกมาในน้ำ เป็นการทดลองที่ไม่ได้ยุ่งยากและฝึกการสังเกตและการรอคอยได้เป็นอย่างดี จะน่าสนุกและตื่นเต้นแค่ไหนถ้าหากกิ่งไม้ที่เราเฝ้าสังเกตทุกวันเริ่มมีรากงอกออกมา

ไม้ปักน้ำ

ไม้ปักน้ำ

สำหรับเด็กน้อยวัยช่างสังเกตก็น่าจะเป็นกิจกรรมสนุกสนุกที่คุณพ่อคุณแม่ชวนพวกเขาตัดกิ่งไม้หลากชนิดมาปักน้ำในขวดแก้ว วางเรียงไว้บนโต๊ะหรือตามขอบหน้าต่าง แล้วให้เด็กเด็กเฝ้ารอวันที่กิ่งไม้มีรากงอกออกมา และจดบันทึกแยกชนิดต้นไม้ที่ปลูกในน้ำได้ กับปลูกไม่ได้ เป็นทั้งเรื่องการเรียนรู้ของลูกและเรื่องการตกแต่งบ้านของคุณพ่อคุณแม่

ข้อดีที่ชัดเจนมากของการนำไม้ปักน้ำมาประดับมุมต่างๆ ของบ้าน คือการกำจัดปัญหาเรื่องโรคแมลงและเชื้อโรคในดิน ไม่ต้องกังวลเรื่องการรดน้ำ วางบนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้ไม่เลอะเทอะ ปรับเปลี่ยนได้ง่าย เป็นเหมือนการจัดดอกไม้ แต่ได้อารมณ์แบบเขียวๆ ของต้นไม้ เหมาะกับคนหลงใหลความชอุ่มของใบไม้และอยากให้บ้านเต็มไปด้วยสีเขียว และที่สำคัญแจกันกิ่งไม้ของเราจะอยู่กับเรานานกว่าแจกันดอกไม้มาก แม้กิ่งบางกิ่งเมื่อเราเอามาปักแล้วไม่ยอมออกรากสักที ก็สามารถปักอยู่ในน้ำได้แรมเดือน เช่น กิ่งทีทรี (Tea Tree)

ไม้ปักน้ำ ต้นไม้แช่น้ำ ทางเลือกใหม่ในการปลูกต้นไม้ในห้อง

ภาชนะที่ใช้ควรเป็นภาชนะใส รูปทรงต่างๆ ตามชอบ หรือตามที่หาได้ในบ้าน เหลี่ยม กลม โค้งมน สั้น สูง หรือเป็นขวดเหลือใช้ ขวดรีไซเคิล ก็เป็นเรื่องที่ดีงาม เพื่อความสวยงามแนะนำให้เป็นขวดแก้วใสมากกว่าขวดพลาสติก ความใสของขวดจะช่วยให้เราเห็นรากสวยๆ ของต้นไม้ และเราก็ได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของรากและกิ่งไปพร้อมๆ กัน

วิธีตัดกิ่ง เลือกตัดบริเวณโคนใบเฉียง 45 องศาบริเวณที่เรียกว่า Leaf Node ถ้าเราตัดบริเวณนี้จะช่วยให้รากงอกเร็วเพราะบริเวณนี้มีฮอร์โมนอยู่ หลังจากนั้นให้รูดใบด้านล่างออก บางคนอาจจุ่มฮอร์โมนเร่งราก (Hormone Powder) เพื่อให้รากงอกเร็ว แต่เรามีวิธีให้ฮอร์โมนรากแบบง่ายๆ ด้วยการจุ่มกิ่งลงไปในน้ำผึ้ง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อ ทำให้กิ่งของเราไม่ติดเชื้อ และน้ำผึ้งยังมีแร่ธาตุและสารอาหารช่วยกระตุ้นให้รากงอกเร็วขึ้นด้วย

น้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงพืชปักน้ำ แม้ว่าเราจะใช้น้ำก๊อกได้ แต่ถ้าเราเลือกใช้น้ำแร่ในการปลูกก็จะช่วยให้พืชได้รับสารอาหารจากน้ำได้มากขึ้น ปริมาณน้ำที่ใช้ไม่ควรสูงกว่าปลายกิ่ง 1 – 2 นิ้ว ขึ้นกับชนิดของต้นไม้ และควรดูแลให้น้ำในขวดใสสะอาดอยู่เสมอ เพื่อความสวยงามและป้องกันเรื่องการเพาะพันธุ์ของยุง

ไม้ปักน้ำ ไม้ปักน้ำ

สำหรับแคคตัสและไม้อวบน้ำชนิดต่างๆ เราต้องนำมาตัดรากเก่า (รากดิน) ทิ้งแล้ววางไว้ปากขวด เพื่อรอรากขาวๆ ใหม่ๆ (รากน้ำ) งอกออกมาหาน้ำเอง แต่ถ้าไม่ตัดรากดินทิ้ง มันจะเน่า

ขวดไม้ปักน้ำเหล่านี้เราสามารถนำไปตกแต่งโต๊ะอาหาร ผนังบ้าน ขอบหน้าต่าง โต๊ะทำงาน ชั้นหนังสือ โต๊ะหัวเตียง มุมต่างๆ ของบ้านโดยเลือกขนาดและชนิดของกิ่งของต้นไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่นำไปจัดวาง

ถึงตรงนี้ถ้าหลายคนนึกสนุกอยากทำการทดลองไปด้วยกัน ลองหากรรไกรตัดกิ่งไม้สักอัน แล้วเดินออกไปในสวนดูสิว่ามีกิ่งไม้อะไรบ้างที่ถึงเวลาต้องเล็มทิ้งเพราะยื่นออกมาบังทางเดิน หรือมีต้นไม้ใบสวยๆ ที่อยากได้ไปวางบนโต๊ะอาหาร ห้องนอน ชั้นหนังสือ บ้างไหม แนะนำว่าเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นดีที่สุดครับ ขอให้ทุกคนเพลิดเพลินกับการทดลองสนุกๆ ครั้งนี้นะครับ

Writer & Photographer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ต้นไม้ที่น่ารู้จักที่สุดในปี 2023 คือ ‘Grevillea’ หรือ ที่เรียกกันในบ้านเราว่า สนเกรวิลเลีย

สนเกรวิลเลีย เป็นพืชในสกุลเกรวิลเลีย เป็นไม้ยืนต้นมีที่ทรงพุ่มหนา มีดอกหลายสี มีประมาณ 360 สายพันธุ์ ถิ่นกำเนินอยู่ที่ออสเตรเลีย นำเข้ามาในไทยน่าจะเกิน 40 ปีแล้ว แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก เพราะจัดอยู่ในหมวดไม้สะสม พันธุ์ที่อยู่ในบ้านเรามานาน ๆ ก็มีพันธุ์ดอกสีชมพู ลองจอห์น (Grevillea ‘Long John’) พันธุ์ดอกสีเหลือง ฮันนีเจม (Grevillea ‘Honey Gem’) และพันธุ์ดอกสีขาว มูนไลต์ (Grevillea ‘Moonlight’)

ด้วยความที่เป็นไม้จากออสเตรเลียที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับบ้านเรา ทำให้สนเกรวิลเลียแทบไม่ต้องปรับตัว ยิ่งเป็นไม้ที่โตเร็วอยู่แล้ว เมื่อนำมาปลูกในไทยจึงเจริญเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี

ในยุคที่สนเกรวิลเลียเข้ามา ต้นไม้ใหญ่ที่ใช้จัดสวนมักเป็นพวก ปีบ ล่ำซำ ซิลเวอร์โอ๊ก จนกระทั่งไม่นานมานี้ เริ่มมีการนำเกรวิลเลียมาใช้จัดสวนมากขึ้น จึงถูกพูดถึงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีการนำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ ดอกสีแปลก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยมีแค่ 3 สายพันธุ์ ตอนนี้เราหาซื้อได้ถึง 10 กว่าสายพันธุ์

จุดเด่นของเกรวิลเลีย คือความหลากหลายของสายพันธุ์ ทำให้มีขนาดของลำต้นและทรงพุ่มต่างกัน มีทั้งลำต้นทรงสูงและลำต้นทรงพุ่มที่ใบมีลักษณะเป็นริ้ว ทำให้สนเกรวิลเลียดูพลิ้วไหว ไม่แข็งเหมือนต้นไม้ใหญ่อื่น ๆ ซึ่งใบของแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งฟอร์มและสี บางพันธุ์ก็มีใบเป็นสีเงิน ไปจนถึงเกือบขาว

ดอกของสนเกรวิลเลียถือเป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ สนเกรวิลเลียออกดอกทั้งปี เป็นช่อ ครั้งละหลายช่อกระจายทั่วต้น แต่ละช่ออยู่ได้นานหลายเดือน ฟอร์มของช่อดอกและสีสันของดอกก็มีให้เลือกมากมาย

ในมุมของการดูแลรักษาถือว่าเลี้ยงง่ายมาก สนเกรวิลเลียควรปลูกกลางแจ้ง ต้องการแดดจัดเต็มวัน ชอบแห้ง ๆ แทบไม่ต้องการการดูแลรักษาอะไรมากมาย จึงเป็นไม้ที่เรียกได้ว่าปลูกทิ้ง ๆ ได้เลย แล้วก็ยังไม่ต้องการพื้นที่มากนัก

จากจุดเด่นทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้เราใช้งานสนเกรวิลเลียได้หลากหลาย ทั้งปลูกเพื่อจัดสวนในพื้นที่กว้าง หรือปลูกเป็นไม้ประธานในบ้านที่มีที่จำกัด ด้วยความพลิ้วไหวที่ดูสบายตาของใบ แถมยังมีช่อดอกขนาดใหญ่สีสันสดใสตลอดทั้งปี ทำให้พืชชนิดนี้ช่วยปรับให้พื้นที่เล็ก ๆ ในบ้านดูโปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายต่างจากไม้ใหญ่อื่น ๆ

ใครอยากหาซื้อสนเกรวิลเลียไปปลูกก็ไม่ยากเลย ถ้าเป็นสนเกรวิลเลียยุคเก่า ในเมืองไทยมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ 2 เจ้า แล้วส่งขายไปตามร้านต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยความที่อยู่มานานจึงมีต้นที่ใหญ่ขนาดหน้ากว้าง 4 หรือ 5 นิ้ว ความสูง 6 – 7 เมตรก็มี แต่อาจไม่ได้มีจำนวนมากขนาดเอาไปใช้จัดสวนเป็นปริมาณมากได้

สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อต้องระวังมาก ๆ คือเป็นต้นไม้ที่อ่อนไหวกับการโดนตัดรากและขุดย้ายมาก ๆ สนเกรวิลเลียขนาดใหญ่ผู้ผลิตปลูกลงดิน แล้วใช้วิธีล้อมขึ้นมาขาย ซึ่งอัตราการรอดอาจแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะซื้อขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาจากดิน ต้องมั่นใจว่าคนทำมีความชำนาญจริง ๆ เท่านั้น

วิธีการที่ขอแนะนำคือ ให้ปลูกสนเกรวิลเลียต้นเล็กที่ขายมาในกระถาง ความสูงตั้งแต่ 1 ฟุต ถึง 1 เมตร ถ้าเราเลือกขนาดเท่านี้ จะมีตัวเลือกเป็นต้นไม้นำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่ชุดล่าสุดที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งสวยแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อยู่พอสมควร

ด้วยความที่สนเกรวิลเลียโตเร็วมาก ลงดินไปสัก 2 – 3 ปีก็จะสูงท่วมหัว แถมยังมีระบบรากที่แข็งแรงด้วย

ช่วงนี้สนเกรวิลเลียกำลังเป็นที่นิยม จำนวนยังมีไม่มาก โดยเฉพาะพันธุ์ใหม่ ๆ ที่นำเข้ามา บางพันธุ์ที่หายาก ๆ ความสูงสัก 1 ฟุต ก็มีราคาแตะหมื่นบาทไปแล้ว แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่อยู่มานานๆ แล้วขยายพันธุ์ในบ้านเรา ขายกิ่งตอนกันในราคาหลักร้อยเท่านั้น

ถ้าใครสนใจก็ลองไปตามหากันดู แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เรามีเกรวิลเลีย 8 พันธุ์ที่หาซื้อได้ในไทยมาให้ทำความรู้จักกัน

เป็นพันธุ์ยอดนิยมดั้งเดิมที่อยู่ในไทยมานาน มีดอกสีชมพู

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานานอีกพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีดอกสีเหลืองสดใส

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

อีกพันธุ์ที่คุ้นเคยกันดีในเมืองไทย จุดเด่นคือมีช่อดอกสีขาว

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ในเมืองไทยเรียกพันธุ์นี้ว่าส้มเม่น เป็นต้นที่มีจุดเด่นคือช่อดอกสีส้มสดและมีทรงพุ่มค่อนข้างหนา

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยจุดเด่นคือช่อดอกสีชมพูสด ช่วยสร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้สวนได้

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ คือขนาดของลำต้นที่เป็นไม้พุ่มลักษณะพืชคลุมดิน สูงราว 30 – 120 เซนติเมตร ลักษณะของใบและช่อดอกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงสีสันอันสดใสของดอกด้วย

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ใหม่เอี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือช่อดอกสีม่วงละมุน

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นเกรวิลเลียตัวใหม่อีกตัวที่เพิ่งเข้ามาในไทย จุดเด่นของพันธุ์นี้คือช่อดอกสีขาวอมชมพู

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ภาพ : commons.wikimedia.org

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load