คุณก็เป็นอีกคนที่ชอบอาหารบ้านๆ รสมือแม่ใช่มั้ยครับ อาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ที่อาจจะเก็บมาจากหลังบ้านหรือซื้อจากตลาดสดใกล้บ้าน ก่อนนำมาปรุงให้สุกและปรุงรสง่ายๆ ด้วยเครื่องปรุงรสที่ใช้กันมาในชุมชน ไม่มีอะไรซับซ้อนหวือหวาหรือสวยงามน่าถ่ายรูปเหมือนบรรดาอาหารตามร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารที่กินแล้วช่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน 

ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบอาหารแบบนี้เหลือเกิน แม้จะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ก็ตาม แต่เมื่อเดินทางไปที่ไหนก็มักจะเสาะหาอาหารรสมือแม่แบบนี้กินอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งมีคนแนะนำให้ผมรู้จักกับการ์ตูนเล่มหนึ่งที่ทำให้รู้สึกถึงรสมือแม่แม้เพียงได้อ่าน หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า ครัวบ้านบ้าน หรือ MY LITTLE KITCHEN 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ครัวบ้านบ้าน เป็นหนังสือการ์ตูนที่วาดโดย พิชญ์สินี ตั้งกิตตินันท์ หรือ PittMomo ที่เลือกนำเสนออาหารแบบบ้านๆ และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในจังหวัดเชียงรายผ่านสายตาของตัวเอกของเรื่อง นักเขียนการ์ตูนผู้ย้ายจากเมืองหลวงกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่บ้านเกิด ได้เรียนรู้และชิมรสอาหารพื้นถิ่นหลากหลาย ซึ่งมีที่มาจากการไปตามหาและเก็บมาจากไร่สวนเทือกนาแถวบ้าน 

ครัวบ้านบ้าน นี้ตีพิมพ์มาถึงเล่มที่ 3 แล้ว ซึ่งเล่มล่าสุดนี้คือ MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน ภาคฤดูฝน 2 เล่มก่อนหน้าคือ MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน (รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 หนังสือประเภทการ์ตูน จากเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 16) และ MY LITTLE KITCHEN 2 : ครัวบ้านบ้าน ภาคฤดูร้อน (รองชนะเลิศ Silver Award จากการประกาศรางวัล Japan International MANGA Award ครั้งที่ 13 และล่าสุดรางวัลหนังสือดีเด่น ประเภทการ์ตูน และหรือนิยายภาพทั่วไป จากเวทีการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำ พ.ศ. 2563 โดย สพฐ.) 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ใช่แล้ว การ์ตูนเล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็นตามฤดูกาล ร้อน ฝน และหนาว

สำหรับคนเมืองอย่างเราๆ จะฤดูกาลไหนก็แทบจะไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันไปนัก เพราะในซูเปอร์มาร์เก็ตติดแอร์เย็นฉ่ำนั้นก็มีผักเหมือนเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่แตกต่างกัน

แต่สำหรับคนนอกเมืองแล้ว ฤดูกาลและสภาพอากาศนั้นนำมาซึ่งวัตถุดิบและอาหารที่แตกต่างกันไป เราอาจจะหลงลืมหรือไม่เคยรู้ว่าหน้าร้อนเป็นเวลาของไข่มดแดงรสมัน มะม่วงรสเปรี้ยวอมหวานและมันก็ออกมาไล่เลี่ยกัน หรือพอเข้าหน้าฝนนั้นเป็นเวลาของการหาเห็ดหาหน่อไม้และจับปูนา 

นอกจากการปรุงอาหารแต่ละเมนูแล้ว เราจะยังได้เห็นเรื่องราวที่รายล้อมรอบอาหารจานนั้นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเจียงฮาย และที่น่ารักมากที่สุดคือ นี่เป็นการ์ตูนที่ตัวละครพูดคำเมืองกันทั้งเล่ม (แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะคำแปลไว้มุมล่างของทุกหน้า) สำหรับผม นี่จึงเป็นการ์ตูนที่พาเราไปรู้จักโลกของอาหารและวัฒนธรรมที่ผม ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แทบไม่เคยรู้มาก่อนเลย

การประกอบอาชีพเป็นนักเขียนการ์ตูนในประเทศนี้ว่ายากแล้ว ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มันไม่ได้ดึงดูดคนหมู่มากนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เราจึงขอชวนท่านผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังเจียงฮาย ต้นกำเนิดการ์ตูนเล่มนี้ พร้อมพูดคุยกับ PittMomo ผู้เขียน MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน ถึงจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้กัน 

โปรดระวัง เมื่ออ่านจบ คุณอาจจะต้องไปตามหาอาหารเหนือมากินแก้หิวก็เป็นได้

ก่อนหน้านี้คุณทำงานด้านไหนบ้าง 

ส่วนใหญ่จะเป็นงานวาดการ์ตูนค่ะ ผลงานที่ผ่านมาก็มีทำงานฟรีแลนซ์ วาดหนังสือการ์ตูนสไตล์มังงะ เรื่อง BLUE STREET สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ วาดภาพการ์ตูนอาหารประกอบโฆษณาให้กับเพจ Sizzler Thailand และหนังสือการ์ตูนสไตล์คอมิกเอสเสเรื่อง MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน สำนักพิมพ์ Bunbooks ค่ะ

พิชญ์สินี ตั้งกิตติคุณ เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

คุณอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กเลยรึเปล่า 

ตอนเด็กเราคิดว่าการวาดการ์ตูนเล่นสนุกดี ชอบวาดเป็นงานอดิเรก ไม่ได้คิดจริงจังว่าอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะเราอยู่ต่างจังหวัด ไม่แน่ใจจริงๆ ว่ามีสำนักพิมพ์ไหนที่รับพิมพ์การ์ตูนบ้าง แต่เคยคิดฝันว่าอยากเป็นนักทำแอนิเมชัน ก็เลยลองมาเรียนทางสายนี้ แต่พอเรียนดูแล้วรู้สึกว่าไปทางนี้ไม่ไหว เราก็เลยเลือกที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูน

มีการ์ตูนเรื่องไหนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณมั้ย

มีคอมิกเอสเสของ อาจารย์นาโอโกะ ทาคางิ (คนเขียนหนังสือเรื่อง ชีวิต 150 cm) และอีกเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจคือ มารูโกะ ทั้งสองท่านเป็นนักเขียนที่เราชื่นชอบมาก ลายเส้นน่ารักมาก

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ความทรงจำวัยเด็กที่คุณต่อบ้านเกิดคืออะไร

กับข้าวท้องถิ่นจากฝีมือของแม่ ซึ่งเมนูฝีมือแม่ที่คิดถึงมากๆ ก็จะเป็นแกงผักกาดจอ น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว ที่ทานบ่อยมากเลย

เราจำได้ว่าอาหารสไตล์ภาคเหนือบ้านเราจะทำกินเองทุกวัน ถึงฤดูไหนที่พืชผักโตแล้วก็จะหาเด็ดตามแถวบ้านมาทำ บางทีคุณตาไปนาจับปลา ปู หอย มาให้ด้วย บ้านเรามักจะทานน้ำพริกกับผักบ่อยๆ เพราะทานง่าย ในทุกวันก็จะได้ยินเสียงแม่ตำน้ำพริกค่ะ แม่กับญาติจะช่วยกันทำ บางทีถ้าญาติไม่ว่าง แม่ก็จะทำเองแบบชุดใหญ่ เสร็จแล้วเราก็จัดอาหารแบบวางรวมกันในถาด เรามักจะทานอาหารร่วมกันแบบพร้อมหน้าเสมอ 

แล้วคุณมีส่วนร่วมอยู่ในการทำอาหารเหล่านั้นบ้างรึเปล่า

ตอนเด็กเราก็ช่วยแม่ทำกับข้าวทุกวัน ส่วนใหญ่ก็ทำอาหารพื้นบ้าน เหมือนคุณแม่ก็พยายามสอนเราทำด้วยเผื่อว่าเราเป็นผู้ใหญ่หรือออกเรือนไปจะได้ทำกินเอง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังทำไม่เก่ง

ในหนังสือ ครัวบ้านบ้าน ของคุณมีการแบ่งเรื่องราวออกตามฤดูกาล คุณมีอาหารโปรดประจำแต่ละฤดูไหม

ถ้าเป็นฤดูร้อน ชอบทาน ‘ตำมะม่วงใส่ปลาแห้ง’ หน้าร้อนมะม่วงเปรี้ยวดกเต็มต้น เหมาะกินในหน้าร้อนมาก 

ฤดูฝนก็มีเมนูหลายอย่างที่น่ากิน แต่เราชอบ ‘อ่องปูนา’ ใช้มันปูผสมกับไข่ไก่ รสชาติอร่อยมันดี ไม่ค่อยได้ทานบ่อย แต่ปูมีให้จับเยอะมากในช่วงนี้

ส่วนฤดูหนาวก็จะเป็น ‘ข้าวหนุกงา’ หรือโมจิสไตล์เมืองไทย ผสมเมล็ดงาขี้ม้อนมีกลิ่นหอม มีขายกันเฉพาะหน้าหนาว เพราะเขาว่าทานช่วงนี้จะอร่อยมาก

ในการ์ตูนของคุณ มีหลายตอนที่คุณมักจะเขียนให้ตัวเองกินอาหารพื้นเมืองไม่เป็นอยู่เสมอ ในชีวิตจริงคุณมีประสบการณ์กับบรรดาอาหารพื้นเมืองเหล่านั้นยังไง

อันนี้เราเขียนจากประสบการณ์จริง เพราะมันมีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูเลยที่เรากินไม่เป็น อย่างพวกผักบางชนิดที่มีกลิ่นแรงหรือพวกแมลงต่างๆ แต่ตอนหลังก็เริ่มกินได้มากขึ้นแล้ว อย่างพวกน้ำพริก เพราะเมื่อก่อนรู้สึกว่าเผ็ดมาก แล้วเราน้ำพริกกินกับข้าวเหนียวไม่เป็น ขนาดผักสดที่เคียงหรือผักในแกง บอกตามตรงว่าเรายังเลือกกินเลย อาหารเหนือส่วนใหญ่ใส่ผักเยอะ ส่วนมากมักเป็นผักพื้นบ้าน จำได้ว่าเคยเลือกกินแต่เนื้ออย่างเดียว (หัวเราะ) 

แต่ตอนนี้ก็ทานได้หลายอย่างแล้ว ไม่เลือกกินเหมือนเมื่อก่อน เห็นเขาบอกว่าผักมีสารอาหารเยอะ ก็เลยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตอนนี้ที่ชอบกินสุดๆ คือน้ำพริกหนุ่ม

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

แล้วอะไรเป็นจุดเปลี่ยนทำให้หันมาสนใจเรื่องอาหารพื้นบ้านจนวาดออกมากลายเป็นการ์ตูน

ก่อนที่เราจะตัดสินใจเขียนการ์ตูนเรื่อง ครัวบ้านบ้าน เป็นช่วงเวลาที่เราเขียนการ์ตูนอยู่ กทม. หลายปี ทำให้รู้สึกคิดถึงบ้านเกิด คิดถึงกับข้าวท้องถิ่นจากฝีมือของแม่ ก็เลยลองหยิบมาเขียนเป็นการ์ตูนลงเพจเฟซบุ๊กสักตอน ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมีหลายคนเริ่มสนใจติดตามค่ะ แล้วการที่เลือกจะใช้ภาษาเหนือ เลยต้องติดต่อแม่ให้ช่วยแปลเป็นภาษาเหนือ ก็ทำให้รู้สึกว่าไม่ห่างเหินจากครอบครัวทางบ้านเท่าไหร่ค่ะ

การ์ตูนตอนแรกนั้นที่วาดเป็นอาหารอะไร

เมนูที่หลายคนอาจคุ้นเคยบ้างอย่าง แกงผักกาดจอ ลาบคั่วกับผักพลูคาว และน้ำพริกอ่อง ซึ่งเป็นอาหารที่ทำบ่อยเหมือนกัน เพราะเป็นเมนูที่เราเองก็ทานได้กับครอบครัว

ในชีวิตจริงคุณทำอาหารบ่อยมั้ย แล้วได้ทำอาหารเหนือบ้างรึเปล่า 

เรามักจะทำอาหารเองบ่อยๆ ค่ะ ส่วนใหญ่จะทำเมนูง่ายๆ อย่างต้มยำกับผัดผัก แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารเหนือเพราะขั้นตอนทำเยอะกว่า แล้วต้องเตรียมตำน้ำพริกก่อนนำไปใส่แกงทุกครั้ง ซึ่งพอมาเขียนการ์ตูนก็เริ่มรู้สึกขี้เกียจ ไม่ค่อยมีเวลาทำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว (หัวเราะ) 

การ์ตูนเกี่ยวกับอาหารพื้นเมืองดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนสนใจวาดออกมาสักเท่าไหร่ คุณเชื่อมั่นอะไรในสิ่งนี้

ความจริงเราก็ไม่ได้เชื่อมั่นค่ะ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า เราเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยความคิดถึงบรรยากาศทางบ้าน สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจว่าทุกคนชอบก็คือเกี่ยวกับอาหาร เราจึงเขียนพร้อมวิธีทำลงไปคร่าวๆ ด้วย หลายคนก็ชื่นชอบกัน ให้กำลังใจและอยากติดตามอ่านกันมากขึ้น เราจึงตั้งใจเขียนและถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

นอกเหนือจากเรื่องของอาหารแล้ว คุณยังนำเสนอเรื่องอย่างสังคมและวัฒนธรรมด้วย 

เราเขียนการ์ตูนที่มีลักษณะดำเนินเรื่องไปแต่ละวัน และในแต่ละช่วงของฤดูมีวันสำคัญที่มีประเพณีท้องถิ่นที่ทำเป็นปกติ ถ้าไม่ได้นำสิ่งนั้นมาเขียนลงไปก็เหมือนขาดอะไรไป แต่จริงๆ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านเราอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษาพูด และบรรยากาศ

มีวัฒนธรรมอะไรของชาวเชียงรายหรือคนภาคเหนือที่คนภาคอื่นไม่มี หรือคนภาคอื่นๆ มักเข้าใจผิดมั้ย

‘วันปี๋ใหม่เมือง’ ตรงกับวันสงกรานต์และเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวเหนือ อย่างวันสงกรานต์มีกิจกรรมที่ทำปกติสามวัน แต่แบบล้านนามีพิธีกรรมที่ต้องทำหลายอย่าง ซึ่งอาจยาวไปถึงสี่ถึงห้าวัน อย่างวันแรกที่ตามบ้านทำพิธีล่องสังขาร ทำพิธีสืบชะตา และกินแกงขนุนในวันปากปีหรือวันที่สี่

มีเมนูอาหารเหนือที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในภาคกลางที่เราไม่ควรพลาดเวลาเข้าร้านอาหารเหนือในครั้งต่อไปมั้ยครับ

มีคนแนะนำให้ลองกิน ‘จิ๊นฮุ่ม หมูฮุ่ม ไก่ฮุ่ม’ เป็นอาหารคล้ายแกงน้ำขลุกขลิกที่เคี่ยวเนื้อสัตว์จนเปื่อยของชาวไทใหญ่ 

อีกอย่างก็ ‘ข้าวบ่ายหมูเค็ม’ เป็นข้าวเหนียวยัดไส้แล้วนำไปย่างบนเตาอีกที เป็นของกินล้านนาโบราณ ค่อนข้างหาทานยาก เหล่านี้เราเองก็ยังไม่เคยกิน แต่เห็นเขาบอกมาว่าอร่อย

ผลตอบรับที่ได้จากการเขียน ครัวบ้านบ้าน นั้นเป็นอย่างไรบ้าง 

ช่วงแรกๆ ที่เขียนก็ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ค่ะ ก็ไม่ถือว่าขายได้มากเหมือนผลงานอื่นๆ ที่ตรงตามตลาด อาจเพราะงานเราเป็นงานเฉพาะกลุ่มเลยไม่ค่อยแมสด้วยแหละ แต่หลังจากที่ได้รางวัลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คนอ่านก็เริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้นตามลำดับค่ะ เราคิดว่าการ์ตูนของเราน่าจะเป็นสื่อกลางที่ช่วยเผยแผ่ความรู้เรื่องราวของอาหารพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคเหนือให้ผู้คนได้รู้จักกันมากขึ้น เพราะมีนักอ่านมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่า อ่าน ครัวบ้านบ้าน จบแล้วรู้สึกหิว จนต้องรีบไปหาเมนูอาหารเหนือในเรื่องมาลองกินตามเลย

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

คิดว่าอะไรทำให้คุณได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น

คิดว่าเป็นความแปลกใหม่มั้ง อาจจะยังไม่เคยมีงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นออกมาเป็นการ์ตูนอย่างจริงจัง มันก็เลยดูน่าสนใจในสายตาของชาวต่างชาติ

การได้รับรางวัลจากทั้งหน่วยงานในไทยและญี่ปุ่นนั้นมีความหมายอะไรกับตัวคุณบ้าง

คงจะเป็นความภูมิใจที่มีคนมองเห็นคุณค่าในผลงานของเราน่ะค่ะ เพราะตอนที่เราเริ่มเขียนเนี่ยก็ไม่ได้คิดฝันว่าจะมีคนให้ความสนใจการ์ตูนของเรามากขนาดนี้ ปกติคิดแต่ว่าเขียนการ์ตูนยังไงให้เลี้ยงชีพไปได้ยาวๆ แค่นั้น

ที่บ้านรู้เรื่องที่คุณได้รับรางวัลมั้ย แล้วเขารู้สึกยังไงเมื่ออาหารบ้านๆ ที่ทำกันมาตลอดชีวิต แต่กลับได้รางวัลขึ้นมาเลย

รู้ค่ะ เพราะคุณแม่ของเราเป็นคนช่วยแปลภาษาเหนือในเรื่องนี้ให้ด้วย พอรู้ว่าได้รางวัลคุณแม่ก็ดีใจและภูมิใจมากๆ 

มีอะไรที่คุณยังไม่ได้ทำแต่วางแผนจะทำต่อไปในอนาคตบ้างมั้ย

วางแพลนไว้ว่าจะเขียนอาหารท้องถิ่นให้จบถึงหน้าหนาว แล้วหลังจากนี้ก็อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเขียนเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอย่างนกแก้วที่เลี้ยงดูบ้าง อาจจะแปลกดีที่มีการ์ตูนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ นอกจากน้องแมวหรือน้องหมา และในอนาคตอันใกล้ตั้งใจจะย้ายกลับไปเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพที่บ้านเกิด แต่ก็คิดว่าอาจหางานอื่นทำเพื่อเป็นอาชีพสำรองควบคู่กันไปด้วย เผื่อว่าเขียนการ์ตูนไม่ไหวแล้วน่ะ

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ติดตามเรื่องราวของ PittMomo ได้ที่ Facebook : PittMomo

Writer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากวาง 2 อัลบั้มแรกในชีวิตของผู้หญิงที่ชื่อ วิโอเลต วอเทียร์ ลงตรงหน้า

เอาเข้าจริง ดูจากแววตาบนหน้าปกและโทนสี Glitter and Smoke ก็น่าจะเป็นตัวแทนของวัยก้าวเข้าสู่เลข 3 ที่เผชิญเรื่องราวมามากจนมองเห็นแง่มุมต่างของชีวิต 

แต่เปล่าเลย Your Girl ต่างหากที่เป็นผลงานล่าสุดของเธอ และแม้มันจะดูแสบซนแก่นเซี้ยวเหมือนเด็กสาว แต่วีบอกว่าเธอไม่เคยคิดถี่ถ้วนขนาดนี้มาก่อน มากกว่าครั้งไหนที่ผ่านมา

อาจหมายความว่าอัลบั้มนี้มีอิทธิพลกับเธอถึงระดับตัวตนข้างใน ไม่เพียงแต่ผ่านร้อนหรือผ่านหนาว แต่มันบรรจุความพัง ๆ ของชีวิตในวันที่เธออ่อนแอ หลงทาง และน่าเกลียดชิงชังไว้เต็มไปหมด 

ในเวลากว่า 2 ปีที่พังทลายลงซ้ำ ๆ เธอพบว่าตัวเองกลับมาหยัดยืนใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง

วันนี้ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ถูกบอกว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่จ้องตาเธอได้ตลอดการสนทนา เพราะวีคิดว่าดวงตาของเธอเป็นอวัยวะที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรนัก กลับกัน คงเป็นเพราะเราเห็นพลังของผู้หญิงที่ผ่านการต่อสู้กับตัวตนและความเชื่อของตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้น

วีที่อยู่ตรงหน้าเรามีความสุข เปี่ยมไปด้วยพลัง เล่าเรื่องในอดีตอย่างคนไม่มองกลับหลัง หัวเราะให้กับมัน สมกับที่เธอบอกว่านี่เป็นวีเวอร์ชันใหม่ล่าสุดที่รักที่สุดในชีวิต

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
Now playing…

ระวังเสียใจ (Warning)

คลิปเต้นทเวิร์กของวีเป็นไวรัลมาก ฟีดแบ็กบางส่วนบอกว่า ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวจริงเป็นแบบนี้ คุณคิดเห็นยังไงตอนอ่าน

อ้าว นี่คือภาพ Marketing ของฉันไม่ตรงกับสิ่งที่ฉันเป็นเหรอ (หัวเราะ) คิดแบบนั้นไปอีก เพราะจริง ๆ วีก็เป็นคนค่อนข้างซ่าอย่างเปิดเผยนะ เพียงแต่หน้าตาอาจจะดูเรียบร้อยมั้ง 

เข้าใจว่าวีไม่ได้เป็นคนเรียบร้อยมาตลอด เพราะรู้ตัวเองว่าเราเป็นคนแบบไหน หรือว่าเราวางตัวดีเกินไปในสังคมจนคนคิดว่าเราเป็นคนดี๊ดี เรียบร้อย ๆ มันก็อาจจะช็อกเขา แต่จริง ๆ ดูทรงในคอนเสิร์ตก็รู้แล้วนะว่าไม่ได้เป็นคนเรียบร้อย (หัวเราะ) ก็เลยเซอร์ไพรส์นิดหน่อยที่คนตกใจมาก 

แล้วภาพ Marketing ที่วีถูกจัดวางไว้เป็นแบบไหน

วีไม่ได้มีทีม Branding ขนาดนั้น ไม่ได้มีใครวางใคร วีแค่เป็นตัวเองมาเรื่อย ๆ แหละ แต่เดาว่าอาจจะเป็นเพราะวิธีการเล่น Social Media มั้งที่ทำให้เขาเข้าใจผิดไปแบบนั้น โพสต์เป็นงานมาก ๆ รูปค่อนข้าง Official ขึ้นมาหน่อย ไม่ได้โพสต์อะไรเล่น ๆ มั่ว ๆ ซั่ว ๆ บอกตัวเองนะว่าจริง ๆ ควรเล่น แต่มันแค่เหนื่อย

รู้สึกว่าการเป็นคนมีชื่อเสียงต้องเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไอดอลของคนอื่นไหม

เป็นแบบอย่างที่ดีได้ ก็ดี แต่ถ้ามันดันเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี มันก็คือเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี 

คนทุกคนในโลกใบนี้มันเป็นแบบอย่างกันได้หมด ยิ่ง Celebrity ทุกคน แต่ว่าจะเป็นแบบไหน ให้เรียนรู้จากอะไร อะไรที่มันไม่ดีก็แค่ไม่ต้องไปทำตาม แค่นั้นเอง เราก็มีมุมที่ไม่ดีแน่ ๆ แต่เราไม่จำเป็นต้องพรีเซนต์ออกมา

วีไม่ได้กดดันที่จะต้องเป็นคนที่ดีมาก ๆ ให้กับสังคม วีอยากเป็นคนดีด้วยตัวของวีเอง วีไม่ได้พยายามจะดีเพื่อเป็นตัวอย่างของใคร 

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

นอกจากรูปงานที่ดูเป็นทางการ สิ่งที่เห็นบ่อยพักหลังคือรูปคุณร้องไห้

เพิ่งมีอันล่าสุดที่วีร้องไห้ 2 รูป อันอื่นก็แค่เล่าให้ฟังแต่ไม่ได้โพสต์รูป เพราะเราเป็นคนหนึ่งที่แอบแอนตี้การโพสต์รูปตัวเองร้องไห้ ไม่แน่ใจว่ามันเป็นกลไกในหัวหรือเปล่า 

วีแค่รู้สึกว่า เวลาโพสต์อะไรที่เราอ่อนแอมาก ๆ หรือส่วนตัวมาก ๆ จะมีอะไรมาย่ำยีซ้ำอีกทีหนึ่ง

อย่างเพลง โลกร้าย (Sick) เผยให้เห็นความอ่อนแอของเรามาก เราก็มี Bad Day ข้างหน้าฉากเราอาจจะดูดี ดูสวย หารู้ไม่กูแต่งหน้า 2 ชั่วโมง เหนื่อยมาก ทุก ๆ อย่างที่คนเห็นในโซเชียลมีเดีย มันคือสิ่งที่ถูกปั้นแต่งมาแล้วทั้งนั้น เรารู้สึกว่า I can be real about it และเราก็โพสต์สิ่งนั้น 

ซึ่งวันที่วีเลือกเล่าคือ เฮ้ย เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่แน่นอน เจอคอมเมนต์แย่ ๆ มาเยอะมาก แล้วมันจะมีวันไม่ดีวันหนึ่งที่คอมเมนต์พวกนี้จะแทงใจดำเราได้ เราจะรับมันไม่ค่อยไหว เราจะร้องไห้ ซึ่งเพราะเราก็เป็นมนุษย์เหมือนกันเลยเล่าสู่กันฟัง แล้วทุก ๆ อย่าง วีฮึบได้ภายใน 5 – 10 นาที มันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่กลายเป็นมันดราม่าใหญ่กว่าที่เป็นมาก ๆ 

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่อยากโพสต์อะไรที่เปราะบางหรืออ่อนแอ เพราะคนเอาไปตีให้มันเกินกว่าที่เราต้องการจะสื่อ บวกกับคอมเมนต์ที่เข้ามาพูด มีคนที่เข้ามาให้กำลังใจ มีคนที่เข้ามาสั่งสอน ซึ่งวีว่านี่คือหนึ่งในวิธีการย่ำยีเหมือนกัน

การเป็นคนมีชื่อเสียง ต้องใช้ความกล้ามากกว่าคนอื่นไหมที่จะบอกใคร ๆ ว่าเราเป็นคนอ่อนแอ

มันต้องใช้ความกล้าที่จะ Real 

หลาย ๆ คนไม่กล้าโชว์ความเป็นตัวของตัวเอง สิ่งที่เป็นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมุมความอ่อนแอ มุมความแตกต่าง มุมของความคิดเห็น หรืออะไรก็ตามที่สวนกระแสกับโลกใบนี้ สิ่งเหล่านี้มันต้องการความกล้ามาก ๆ ที่จะออกมาพูดและยืนหยัด โดยที่รู้ว่ามันจะมีกระแสน้ำมาพัดเราอีกเยอะมาก แต่เราต้องเลือกยืนอยู่ตรงนั้น ไม่เปลี่ยนไป 

ล่าสุดที่บอกว่ามีคอมเมนต์แทงใจดำ เขาว่าเพลงของเราไม่ดี แต่เราเลือกที่เราจะเป็นแบบนี้ เราเลือกที่จะทำเพลงแบบนี้ เพราะเราชอบเพลงแบบนี้ นี่คือตัวตนของเรา และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แมสที่สุดในโลก แต่เราเลือกที่จะเป็นตัวของเราเองมากกว่าที่จะขายวิญญาณแล้วไปทำเพลงเพื่อติด Radio แต่ไม่เป็นตัวของเราเอง เราเลือกที่จะสู้แบบนี้ 

แล้วถ้าวันหนึ่งเราจะแมสขึ้นมา วีภูมิใจกว่าที่เราจะขายวิญญาณ แล้วให้คนอื่นเอาคำมายัดใส่ปากเรา

รู้ไหมว่าความกล้าเหล่านี้มีที่มาจากไหน

เดาว่ามีที่มาจากครอบครัวของวี เราได้รับความรักพื้นฐานมาเต็มที่ และพ่อแม่วีส่งเสริมให้เรามั่นใจในตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ ถ้าเห็นแม่วี ก็จะรู้ว่าเขาเป็นคนมั่นใจล้น ๆ พ่อวีก็เหมือนกัน 

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

มั่นใจล้น ๆ คือยังไง

มั่นใจล้น ๆ ก็คือ สมมติเย็บผ้า อันนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดมาก แม่ทำเสร็จก็จะชมตัวเอง เก่งมากเลยตัวฉัน แล้วเขาก็จะชอบบอกว่า วันนี้แม่ไปทำอันเนี้ยมานะ แม่เป็นคนดีมาก 

รู้สึกว่าวีได้สิ่งนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ววีก็เป็นแบบนั้นมาตลอด มันมีมุมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราจะรู้สึกว่าเราสวยมาก เราร้องเพลงเพราะมาก เรามีความมั่นใจ เพราะเรารู้ในข้อดีที่เราชื่นชมตัวเอง แล้วเราก็ไม่พยายามไปกดสิ่งนั้นลง เต็มที่เลยค่ะ

ช่วงไหนบ้างที่ความมั่นใจของเด็กคนนั้นเริ่มเสียไป

มีหลายช่วงนะ ก็จะเสียเป็นเรื่อง ๆ แหละ 

มีช่วงหนึ่งที่วีโดนวิจารณ์โดยคนใกล้ตัวบางคนบ่อย ๆ จนเราตั้งคำถามเหมือนกันว่า นี่สิ่งที่กูเป็นมันไม่ดีเหรอวะ หรือการเป็นเรามันผิด สิ่งที่เธอคอมเมนต์ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มันเป็นระดับตัวตนที่เรารู้สึกว่า เราไม่รู้จะเปลี่ยนยังไงแล้ว พอน้ำเซาะตรงนี้บ่อย ๆ มันทำให้เราพังทลายข้างในเหมือนกัน มันทำลายชุดความเชื่อของเรา เพราะนี่คือแก่นของเรา นี่คือตัวตนของเรา จนเราตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองเป็น ตั้งคำถามกับทุก ๆ อย่าง 

บางครั้งเราต้องพังตัวเองลงเพื่อที่จะสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ มันเลยทำให้เรา evolve ขึ้นเรื่อย ๆ มั้ง เพราะมันมีโมเมนต์ที่ต้องหยุดซ่อมตัวเองก่อนแล้วสร้างใหม่ขึ้นมา 

ซึ่งช่วงนี้โชคดีมากที่ได้สัมภาษณ์เราในโมเมนต์ที่จิตใจแข็งแรงมาก (หัวเราะ) วีเคยสัมฯ กับสื่อหนึ่งตอนเพิ่งปล่อย Glitter and Smoke แล้วบทสัมภาษณ์นั้นไม่เคยออกมาเลย เพราะเขาน่าจะรู้ว่าตอนนั้นวีพังมาก

ชุดความคิดแบบนี้มันเกิดขึ้นในช่วงไหนของชีวิต

อืม เป็นรอบ ๆ ปีแหละ ไม่ใช่ใน 1 ปีนะ หลายปีมันจะพังทีหนึ่ง ถ้าเป็นช่วงมหาวิทยาลัยก็จะพังแบบรายเดือน 6 เดือนพังที เพราะมันอาจจะไม่ได้พังในเชิงตัวตน แต่มันจะพังในเชิงความรู้สึก อาจจะทำงานเยอะ เด็กมันเหนื่อย รับแรงกดดันไม่ไหว แต่ในเชิงตัวตน วีว่ามันจะค่อย ๆ เจอเป็นเหตุการณ์ ค่อย ๆ พังเราไปทีละจุด ค่อย ๆ ซ่อมไปทีละจุด

หลังซ่อมตัวเองที่พังได้สำเร็จ มันทำให้คุณโตกว่าคนอื่นไหม 

ไม่ได้รู้สึกว่าโตกว่าคนอื่น ยังรู้สึกว่าวีต๊องมากเลย 

เราโตขึ้นไหม ก็โตขึ้น แต่ในความโตขึ้นของวีมันไม่ใช่การเป็นผู้ใหญ่ แต่ความโตขึ้นคือการมี empathy เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ไม่ได้ไปโกรธไปเกลียดใคร เป็นฟีล อ๋อ เออ เขาเป็นแบบนี้ เข้าใจมากกว่าที่จะไปทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่

แสดงว่าเมื่อก่อนวีเป็นคนแบบนั้นเหรอ

ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น แค่แบบ (จิ๊ปาก) ใช้คำว่าไม่เข้าใจมากกว่า 

เรายอมรับไม่ได้ว่า ไอ้นี่มันก็แค่เป็นแบบนี้แหละ พยายามทำความเข้าใจยังไงก็ไม่เข้าใจ เพราะมันไม่เห็นภาพ แต่พอโตขึ้นก็เลยมองกว้างขึ้นมั้ง แล้วก็จะปล่อย อืม มันคงเป็นแบบนั้น แต่สุดท้ายไม่ได้รู้สึกว่าติงต๊องน้อยลงไปกว่าตอนอายุ 20 (หัวเราะ)  

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

จริงเหรอ

จริง

10 ปีผ่านมาแล้วนะ

10 ปีผ่านมาก็ยังเล่น แฮ่ กับเพื่อนจนถึงตอนนี้ (หัวเราะ) แต่วีว่าเด็กรุ่นใหม่โตกว่าวี โตมากจนวีแบบ มึงคุยอะไรกันวะ ตอนนั้นวียังเล่นบาร์บี้ แล้วก็เล่นต่อคำไร้สาระ (หัวเราะ)

ตัวเองตอนนี้เป็นเวอร์ชันที่ชอบที่สุดไหม

So far 

น่าจะเป็น the best so far เดานะ 

อะไรเป็นตัววัดว่านี่คือ The Best Version ของฉัน

Happiness น่าจะอย่างนั้นมั้ง 

น่าจะวัดด้วยความสุขของตัวเราเอง ว่าเรามีความสุขกับตัวเองมากน้อยขนาดไหน มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราขนาดไหน โดยรวม ๆ ตอนนี้เราก็ไม่ได้แบกความทุกข์ไว้เยอะ

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

เทียบกับตัวเองในกี่ปีที่ผ่านมา

เอาจริง ๆ ไหม 2 ปีที่ผ่านมา วีทุกข์มาก เมื่อต้นปีวียังทุกข์อยู่เลย 

จริง ๆ วีก็มีความสุขนะ มีความรักที่ดี แต่ในระดับตัวตน มันมีอะไรบางอย่างที่ยังซ่อมไม่เสร็จอยู่จริง ๆ ช่วงประมาณเดือนกรกฎาของปีนี้มั้งที่วีกลับมาแข็งแรงจริง ๆ เราเพิ่งซ่อมตัวเองเสร็จมา อัพเดต IOS อัพเกรด Android มาเรียบร้อย กลายเป็นว่านี่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าจะเร็วที่สุดและแรงที่สุด 

เรื่องอะไรที่ต้องซ่อมเยอะ

ไม่อยากลงไปแตะรายละเอียดมาก แต่พูดถึงตัวตนคือถ้าเราอยู่ร่วมกันกับคนบางประเภทที่เขาทำให้เรารู้สึกไม่ดี บางครั้งตัวเราจะเหี่ยวลง แล้วมันทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองอีกว่า ทำไมเธออย่างนู้น อย่างนี้ มันทำให้เราต้องซ่อมแซมตัวเองใหม่เพื่อที่จะทำให้ตัวเองแข็งแรง ไม่ว่าจะไปเจอใครที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี เราก็จะไม่รู้สึกแย่เพราะเขา ไม่เก็บความคิดเห็นแย่ ๆ หรือการกระทำที่ไม่ถูกใจ และเราจะยืนหยัดเพื่อตัวเองได้ 

อยากให้วีเล่ากระบวนการซ่อมแซมตัวเอง 7 เดือนที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง 

ถ้าอยู่ตรงนั้นต่อไปแล้วรู้ตัวว่าเราซ่อมตัวเองไม่ได้ วีเอาตัวเองออกมาก่อน เพราะอยู่ไปซ่อมตัวเองไป มันก็จะมีคนมาทำพังได้เรื่อย ๆ เราไม่ได้ blame เขานะ แต่ตัวเราอาจจะรับมือกับสิ่งนั้นได้ไม่ดีเอง งั้นเราถอยออกมาอยู่ในที่ที่เรารู้สึกปลอดภัยหรือสบายใจก่อน ค่อย ๆ ซ่อมจากตรงนั้น ค่อย ๆ แข็งแรงจากตรงนั้น กลับไปอยู่ในอ้อมอกแม่ 

โมเมนต์ที่วีเจอปัญหาหนัก ๆ วีรู้สึกว่า เราโชคดีมากที่มีครอบครัวเป็นรากฐานที่แข็งแรงที่เราสามารถกลับไปหาเขาได้

จากเด็กที่เติบโตมาด้วยความมั่นใจ รู้สึกยังไงที่มาถึงจุดที่ตั้งคำถามกับตัวเอง

มันสูญเสียตัวตนนะ 

เพราะว่าวีคงโตมาแบบมีความมั่นใจเป็นแก่นของเราไปแล้ว แล้วพอไม่มีสิ่งนั้น มันเลยเหมือนเราหลงทาง สูญเสียตัวตนของตัวเองไป เพราะฉะนั้นมันต้องใช้เวลาที่จะหาตัวเองให้เจอ หรือทำความเข้าใจกับตัวเองใหม่ ทำความรู้จักตัวเองใหม่ ต้องใจเย็น ๆ มาก ๆ มันไม่มีทางที่จะซ่อมได้ทันที 

อย่างล่าสุดที่วีก็พัง ในระดับเล็กมาก เพิ่งอาทิตย์ที่แล้วเอง มันมีเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย เรามั่นใจ เรา build สิ่งนี้มาอีกครั้งแล้ว แต่นี่กูดีไม่พออีกแล้วเหรอวะ 

ขึ้นอยู่กับเราจะรับมือยังไง เพราะมันจะมีอะไรที่มากระทบจิตใจเราอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วเราต้องยอมรับความรู้สึกนั้นและพยายามทำความเข้าใจใหม่ เป็น challenge ที่เราต้องพิสูจน์ 

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
Now playing…

อย่าใจร้ายกับตัวเอง (It’s Okay)

The Cloud เคยคุยกับวีตอนอัลบั้ม Glitter and Smoke ตอนนั้นคุณบอกว่าการทำอัลบั้มเหมือนการบันทึกช่วงชีวิต อัลบั้มนี้ยังเป็นการบันทึกช่วงชีวิตอยู่ไหม

เป็น ชัดมาก 

คือมันไม่ได้ทำเพื่อบันทึก แต่เราดันใส่ความเป็นเราในตอนนั้น ๆ ลงไป ที่บอกว่าวีใช้เวลาในการทำอัลบั้มนี้เกือบ ๆ 2 ปี เห็นเลยว่าถ้าพัง เรากลับมาเยียวยาและรักตัวเองยังไง กว่าจะเรียกความมั่นใจกลับมาว่า กูไม่ใช่คนที่จะเสียใจเว้ย มึงนั่นแหละ มันใช้เวลามาก ๆ ที่จะผลักดันตัวเองไปถึงจุดนั้นได้ 

ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของเพลงที่ดูสดใสจะดาร์กขนาดนี้

ใช่ จริง ๆ มันดาร์กมากนะ แต่เราอยากเป็นแสงที่สว่างที่สุดในที่มืดตรงนั้น 

แม้ว่าจุดเริ่มต้นมันจะดาร์ก แต่การที่เราคิดแง่บวกกับมันแล้วดึงตัวเองขึ้นมาได้ เลยเป็นสิ่งที่น่าเฉลิมฉลองมาก ๆ มันคือ I don’t give a fuck about you anymore 

การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด
การตามหาตัวตนที่หล่นหายของ 'วี วิโอเลต' เวอร์ชันใหม่ที่เร็ว แรง และรักมากที่สุด

เพราะมีอิทธิพลกับชีวิตมาก ก็เลยพูดถึงอัลบั้มนี้เยอะมากเลยใช่ไหม

ถ้าถามว่ามันมีอิทธิพลต่อชีวิตไหม มี แต่วีแค่รู้สึกว่า กูทำเพลงมาดีขนาดนี้ กูจะไม่โปรโมตหน่อยเหรอ (หัวเราะ) 

เราอยากโปรโมตเยอะ ๆ เพราะเราภูมิใจ เราไม่เคยคิดถี่ถ้วนขนาดนี้มาก่อนกับการทำอัลบั้ม อัลบั้มที่แล้วก็ยังไม่ถี่ถ้วนขนาดนี้ เคยมีคนมาบอกว่าอัลบั้มก่อนดีกว่า ลึกว่า ซึ่งไม่ อัลบั้มนี้ลึกกว่าเยอะ มันเต็มไปด้วยเมสเสจต่าง ๆ นานา อัลบั้มก่อนมันเป็นแค่มู้ด แค่ดูดาร์ก แต่อัลบั้มนี้แม้มันจะดูสดใส แต่จริง ๆ แล้วความคิด กระบวนการ และเมสเสจข้างหลังมันลึกกว่านั้นมาก 

คุณเคยบอกว่าคำพูดที่ใจร้ายที่สุด ไม่ได้มาจากคนอื่น แต่มาจากตัวเอง 

ใช่

อะไรที่คุณมักจะด่าทอตัวเองบ่อย ๆ 

เธอเป็นภาระ แค่เป็นเธอก็ผิดแล้ว

เคยไปถึงจุดนั้นด้วยเหรอ

เคยไปถึงแล้ว 

เหมือนสิ่งที่เราเป็นมันผิด การมีอยู่ของเรามันผิด ไม่ได้ถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย แต่มันจะมีความรู้สึกว่า แล้วกูต้องเป็นแบบไหน ต้องเป็นอะไร แล้วเราเป็นอะไรอยู่ ทำไมสิ่งที่เป็นเรามันถึงไม่ดีเลยสักอย่าง

ส่วนหนึ่งวีคิดว่า มันมาจากคำพูดคนอื่น ๆ ที่มันแทงใจดำด้วย แล้วที่ยากที่สุดกลายเป็นว่าตัวเราเองเชื่อคำพวกนั้น ด่าตัวเองด้วยคำพูดพวกนั้น กลายเป็นบอกตัวเองว่าสิ่งที่เราเป็นมันผิด แล้วทำให้รู้สึกว่าเราไม่เหลือใคร 

คุณเอาชนะความคิดตัวเองยังไง

มันก็ต้องใจเย็นกับตัวเองแหละ เหมือนวีนั่งมองกระจก เห็นตัวเองแล้วก็รู้สึกสงสาร ก็เลยค่อย ๆ บอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร ใจเย็น ๆ บวกกับว่ามีเพื่อนดี มีครอบครัวดี แล้วก็มีแฟนดีด้วย 

แม้ว่าจะมีช่วงที่เราไม่ได้ชอบตัวเองที่สุดแต่เราก็รู้ว่าเขารักเรา เราก็จะรู้สึกว่า (น้ำตารื้น) อืม เขายังรักเราได้ เราก็ต้องรักตัวเราได้สิ 

คุยกับตัวเองหน้ากระจกบ่อยไหม

ไม่บ่อย แต่จะมีวันที่เราส่องกระจกแล้วหลุดเข้าไป เหมือนมองเข้าไปจริง ๆ ไม่ได้มองแค่ภายนอก 

ขอบคุณตัวเองบ่อยไหม

ช่วงนี้บ่อยมาก 

ก่อนหน้านี้ล่ะ 

ไม่ค่อยขอบคุณเท่าไหร่ (หัวเราะ)

ถ้าคนรอบข้างไม่ได้มอบพลังงานดี ๆ และความรักให้ คิดว่าตัวเองจะเป็นยังไง

คงไม่ได้เป็นแบบนี้ วีอาจจะแข็งแกร่งมาก ๆ ก็ได้ แต่เป็นคนแข็งแกร่งที่ไม่มี Empathy หรืออาจจะแข็งแกร่งจนเห็นแก่ตัวก็เป็นไปได้ 

ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็นเพราะว่าวีได้รับมากพอที่จะรู้ว่าการให้มันเป็นสิ่งที่ดีมาก  

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

การเข้มแข็งมันเป็นได้หลายแบบมากเลย ช่วงนี้รู้สึกว่าการร้องไห้ก็เข้มแข็งในแง่หนึ่งนะ เพราะมันเป็นการที่เรายอมรับตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ยอมรับยากที่สุดก็คือข้อเสียของตัวเองนั่นแหละ ยอมรับความน่าเกลียดของตัวเองว่า เออ กูเป็นแบบนี้ว่ะ กูต้องโอเคกับสิ่งนั้น กูต้องยอมรับว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก่อนจะซ่อมแซมมันได้

จำวันที่ยอมรับความน่าเกลียดของตัวเองได้ไหม

จำได้ 

เป็นยังไงบ้าง

ก็พังอยู่นานเลย มีช่วงเวลาที่ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ฉันอ่อนแอหรือว่าโลกใจร้าย บางครั้งเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เรายอมรับสิ่งนั้นมาก่อน 

งั้นคำตอบของคำถามที่ว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ฉันอ่อนแอหรือโลกที่ใจร้าย คืออะไร

เพลง โลกร้าย ไม่ได้มีคำตอบขนาดนั้น มันแค่ I just need you now ในตอนนี้คือเรารับไม่ไหว เราต้องการคนมาอยู่ข้าง ๆ เพลงมันเลยอุ่นขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เพราะเราไม่ได้ตัวคนเดียว 100% เออ มันเจ็บปวดมากนะ 

ส่วนเพลง อย่าใจร้ายกับตัวเอง คือเราจะไปต่อยังไงดี เลยเกิดเป็นเหตุการณ์ว่า โอเค ถ้าไม่ไหว ก็ร้องไห้ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ Take it day by day ไม่ต้องรีบเร่ง ไม่ต้องเอาความสำเร็จของคนอื่นมาเทียบกับเรา เพราะทุก ๆ คนมีจังหวะชีวิตต่างกัน เขาไม่มีวันเป็นเหมือนเรา และเราก็ไม่มีวันเป็นเหมือนเขา เพราะฉะนั้นต้องหยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับไม้บรรทัดของทุกคน 

มีคนหนึ่งเคยพูดกับวีแล้วสิ่งนี้มันติดค้างอยู่ในหัววีมาก ๆ เขาบอกให้วัดความสำเร็จของเธอด้วยความสุข ถ้าเราพอใจ นั่นคือสำเร็จแล้ว สมมติเธอประสบความสำเร็จมาก ๆ ในเชิงการงานแบบทุกคนชื่นชม แต่ตัวเธอยังไม่ได้พอใจ มันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอยู่ดี 

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

ถ้าคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้คือการรักตัวเอง ตอนนี้คุณรักตัวเองมากพอหรือยัง

คิดว่าเพิ่งจะเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างถูกวิธีก็ตอนนี้แหละ เมื่อก่อนก็ไม่ได้รักตัวเองถูกวิธีขนาดนี้นะ 

การรักตัวเองที่ถูกวิธีเป็นยังไง

เคารพตัวเอง ใจดีกับตัวเอง ไม่โกหกตัวเอง แล้วก็ยอมรับในทุกข้อดี-ข้อเสียและทุกความรู้สึกของตัวเอง เพราะบางครั้งเราบอกตัวเองว่าไม่เฮิร์ทเว้ย แต่กลายเป็นกดอารมณ์ตัวเองไว้ สุดท้ายวันหนึ่งมันกลายเป็นปมที่จะปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

ถ้างั้น จงซื่อสัตย์กับทุกความรู้สึก ถ้าเรารู้สึกอิจฉาก็บอกกับตัวเองเลยว่า เออ กูอิจฉาว่ะ แล้วจะแก้ความรู้สึกนี้ยังไงดี กูต้องอิจฉาต่อไปไหม หรือกูจะแก้ที่ตัวกู วีว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับยากมาก ๆ

คำว่าอิจฉาเป็นสิ่งที่ฟังดูแย่มาก แต่มนุษย์ทุกคนรู้สึกกันได้ทุกวัน แค่เปิดไอจีมา เชี่ย แม่งหุ่นดี อิจฉาว่ะ มันจะมีความรู้สึกที่น่าเกลียดแบบนี้อีกเยอะมาก ๆ ทำแบบนี้กูเห็นแก่ตัวปะวะ เออ ใช่ กูเห็นแก่ตัว มันต้องยอมรับ แล้วเราจะได้รู้ว่าต้องแก้ไขยังไง พอเราซื่อสัตย์กับตัวเองมาก ๆ เราก็จะไม่โกรธหรือเกลียดตัวเองที่มีข้อเสียพวกนั้น เราก็แค่รู้ว่า เออ แบบนี้ไม่ดีเลย ก็แก้ไขมันใหม่ วีว่าอันนี้คือการรักตัวเองที่ถูกต้อง เพราะมันจะทำให้เราได้พัฒนาจริง ๆ

ส่งผลไปถึงคนรอบข้างด้วยไหม หลังเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

เพื่อนก็ทึ่งว่า โห จิตมึงแข็งมากเลยนะตอนนี้ เพราะมันผ่านมาเยอะไง มันเห็นวีมาเยอะ 

ต้นปีมันเห็นว่าวีร้องไห้อยู่เรื่อย ๆ นั่งดาวน์ แล้วพอวันหนึ่งมันมานั่งคุยกับวีแล้ววีไม่ Give a fuck กับเรื่องนั้น เรื่องนู้น เราปล่อยวางได้จริง ๆ เพื่อนมันเลย เชี่ย กูยังปล่อยไม่ได้เลย กลายเป็นว่าเราแซงหน้าไปในบางเรื่อง เพราะเราปล่อยให้ตัวเองพังแล้วกลับขึ้นมาใหม่ แต่มันไม่จำเป็นต้องปล่อยให้พังขนาดนั้นนะ วีอาจจะเป็นคนที่สุดเหวี่ยงสุด ๆ ทางอารมณ์

ตัวตนที่ผ่านมาเกิดจากการรู้สึกอะไรแบบสุด ๆ เศร้าก็เศร้าสุด รักก็รักสุด ทุกวันนี้เผื่อใจเวลารักใครรึเปล่า

ตอนแรกก็เผื่อ แต่ตอนนี้ไม่ค่อย ลืมคำว่าเผื่อแล้ว (หัวเราะ) 

ลืมตัวเหรอ

ใช่ เวลาตกหลุมรักมันไม่มีใครค่อย ๆ ตกได้อยู่แล้ว ตกก็คือตก ถึงช่วงที่เป็นจังหวะทางลาดชัน เราจะค่อย ๆ ค่อย ๆ พอเบรกได้อยู่ แต่ถ้าเกิดมันเป็นหลุม เราก็คงตกลงไปแล้ว 

แสดงว่าทุกวันนี้ไม่กลัวที่จะเสียใจแล้ว

ก็กลัวนะ ไม่งั้นไม่เกิดเพลง จินตนาการ หรอก (หัวเราะ) 

แต่สุดท้ายชีวิตนี้ถ้าเราไม่กล้าหาญที่จะออกไปรู้สึกอะไรเลยมันก็จะน่าเบื่อ 

ไปเถอะ พออกหักเราก็รู้แล้วแหละว่ามันไม่ตายหรอก 

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง
คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง
Now playing…

ตั้งแต่มีเธอฉันมีความสุข (This Time)

เพลงของคุณมีเอกลักษณ์คือการเล่าเรื่องได้เห็นภาพ แต่เหมือนคนเพิ่งรู้ว่าคุณเป็นคนเขียนเอง

เออใช่ คนเพิ่งรู้ ทั้ง ๆ ที่วีเขียนมานานมากแล้วนะ

เป็นผลจากที่เรียนฟิล์มมารึเปล่า

เกี่ยวมาก ๆ ก่อนหน้านี้วีไม่ได้เขียนเพลงแบบนี้ วีเขียนด้วยอารมณ์

มีอยู่วันหนึ่งนั่งเรียนคลาสหนัง เขาก็สอนการเล่าเรื่องด้วยภาพ สมมติจะบอกว่าตัดสินใจ เธอจะแสดงออกมายังไงว่าตัดสินใจ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาในหัว เป็นเรื่องขอ Eexecution ทางภาพ วีเลยรู้สึกว่า จริง ๆ เราเล่าเพลงของเราให้เป็นภาพได้นี่ สร้างห้องนั่งเล่นขึ้นมา สร้างห้องนอน สร้างการกระทำ จะทะเลาะกันยังไงโดยที่ไม่ต้องบอกว่าทะเลาะ อ๋อ แบบข้าวของกระจายเต็มพื้น 

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

มีภาพไหนที่เห็นแต่ไม่กล้าเขียนลงไปไหม

ตอนนี้ยังไม่มีขนาดนั้นมั้ง 

อืม มี ๆ แต่ไม่กล้าเล่า (หัวเราะ) เป็นเรื่องความรัก 

พอคุยแบบนี้ก็เริ่มตั้งคำถามว่า หรือจริง ๆ เราไม่ควรจะกลัวสิ่งเหล่านี้วะ เพราะเราไม่ใช่คนผิด 

ไม่รู้เหมือนกัน เพราะมันยังหาคำตอบไม่ได้มั้ง เราก็เลยไม่กล้าเล่าออกมา นี่คือเพิ่งตั้งคำถามตอนนี้เลย ว่าแล้วทำไมกูถึงไม่กล้าเล่า เราไม่ควรไม่กล้าเล่าด้วยซ้ำ เออ มันไม่ควรเลย 

ซึ่งปัญหาที่คุณเจอมันเป็นเรื่องของความเชื่อและตัวตน แต่การเขียนเพลงคือการเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองให้คนทั้งโลกรับรู้ไม่ใช่เหรอ

(หัวเราะ) 

ใช่ เวลามีคนคอมเมนต์แง่ลบเลยกระทบกับตัวเราเยอะอยู่เหมือนกันว่า อ๋อ เขาไม่ชอบตัวตนของฉัน เราก็รู้ว่าไม่ใช่อย่างงั้นแหละ แต่ความรู้สึกบางทีมันห้ามกันไม่ได้ 

วีรู้ว่ามีอีกหลาย ๆ คนที่เขารู้สึกเหมือนวีแน่ ๆ มันไม่ได้เกินมนุษย์ ไม่ได้ไกลตัวใคร มันคือชีวิตประจำวันมาก ๆ 

ในอัลบั้ม Your Girl วีว่า ถ้าวีเด็กกว่านี้แล้วมีคนมาพูดกับวีแบบนี้ วีคงไม่หลงทางขนาดนี้ การที่เราได้พูดออกไปมันอาจจะเป็นประโยชน์กับใครก็ได้ 

The Cloud เคยถามว่า วีช่วงอายุ 26 เป็นยังไง แล้วคุณตอบว่า เป็นวัยที่ถูกมองข้าม เพราะคนจะให้ความสำคัญแค่อายุ 25 กับข้ามไป 30 แล้ววีในวัย 29 ปี เป็นปีที่ถูกมองข้ามด้วยรึเปล่า 

ไม่ได้มองข้าม แต่เป็นวัยที่อยากทำอะไรก็รีบทำ (หัวเราะ) เริ่มไม่ Give a fuck ไม่ได้แคร์เยอะ เพราะฉันจะ 30 แล้ว เพราะฉะนั้น ฉันอยากทำอะไรบ้าง ไม่ต้องสนใจใคร ฉันจะทำก่อน อย่ามัวแต่กังวลคนอื่นทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ไปสร้างความทุกข์ให้เขาเลย 

ตอนนั้นคุณบอกว่า การเข้าใกล้อายุ 30 เป็นเรื่องน่ากลัว ตอนนี้ยังกลัวอยู่ไหม

ไม่กลัว ไม่ได้อยากจะ 30 ทันที เพราะโควิดมันโกงอายุเราไป วีรู้สึกว่าไม่เป็นไร เราหน้าเด็กอยู่ ล่าสุดโกหกอายุตัวเองจนคนถามว่าจริง ๆ วีอายุเท่าไหร่ แล้ววีจำไม่ได้ (หัวเราะ) 

อยากเป็นคนอายุ 30 แบบไหน

อยากเป็นคนอายุ 30 ที่สวยและมีคุณภาพ แล้วมีคุณภาพในที่นี้ก็คือทุก ๆ ด้าน ทั้งตัวตน ผลงาน แต่เราจะไม่โปรโมตสิ่งนี้เยอะ เราจะโกงอายุต่อไป เพื่อที่เราจะได้อยู่ในวงการต่อนาน ๆ  (หัวเราะ)

พูดถึงวีในอนาคตไปแล้ว อยากให้พูดถึงวีในอายุเลข 2 หน่อยว่าเป็นยังไง เห็นพัฒนาการอะไรในรอบ 10 ปีบ้าง

โอ้ ไม่น่าเชื่อว่าจะเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้เหมือนกัน ถ้าวีตอนอายุ 19 – 20 มองมา ก็น่าจะภูมิใจ แบบว่า มึงทำได้ดีนะ โตมาได้โอเคอยู่ 

คงเป็นคนที่ถ้ากลับไปแนะนำตัวเองในวัย 20 แล้วไอ้เด็ก 20 มันจะเชื่อฟัง

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง
คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

ตอนนี้พูดได้หรือยังว่าวีคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง หรือรักตัวเองในทางที่ผิด ได้ตายไปแล้ว 

พูดไม่ได้ 100% แต่เรารักตัวเองในทางที่ถูกมากขึ้น สมมติถ้าเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีก คิดว่าครั้งนี้จะ aware แล้วก็จะตัดสินใจได้ดีขึ้น 

แต่เราอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งขนาดไม่ปล่อยให้ตัวเองไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก เราอาจจะแค่ เอ๊ะ นี่เรากำลังไปในเส้นทางนั้นหรือเปล่า รู้สึกแปลก ๆ ไม่แน่ใจ แต่ว่าไปก่อน มันอาจจะยังเป็นแบบนั้นอยู่ ถลำไปนิดหนึ่งแล้วพอเริ่มเห็นชัดถึงจะค่อย ๆ ถอยออกมาได้

กลัวไหมที่จะกลับไปเป็นแบบเดิม

ไม่กลัว เพราะเคยออกมาได้แล้ว 

ออกแล้วก็ออกเลย?

เออ ก็รู้แล้วว่าเดี๋ยวก็หาย แต่ไม่ได้อยากกลับไปตรงนั้นอีกนะ แล้วก็หวังว่าคงจะไม่กลับไป เพราะมันรู้สึกแย่ เช่น ไม่อยากกลับไปอกหัก มันเหนื่อย 

แต่คนเราก็ต้องอกหักรึเปล่า

แต่ก็อกหักมาเยอะแล้วไง 

รักนี้จะเป็นรักสุดท้ายเหรอ

ไม่รู้ เราไม่กล้าเคลม ขอให้คบกันนาน ๆ แล้วกัน

ถ้าสมมติว่าชีวิตคุณเป็นทินเดอร์ คนแบบไหนที่จะปัดซ้าย 

อันนี้เป็นสิ่งที่เห็นชัดที่สุดว่าสเปคในวัย 20-29 ปีเปลี่ยนเยอะมาก คนที่เราคบด้วยเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนเหมือนไม่มีสเปค ช่วงที่วีโสดยาว ๆ ก่อนหน้านั้น แฟนวีน่าจะเป็น Narcissist ทุกคนเลย (หัวเราะ)

ทำไมถึงดึงดูดคนแบบนั้น หรือคนแบบนั้นดึงดูดคุณเหรอ

เราคงยังรักตัวเองไม่เป็นจริง ๆ ถึงยังปล่อยให้ตัวเองอยู่ตรงนั้นได้นานขนาดนั้น

งั้นคนแบบไหนที่คุณจะปัดขวาในทินเดอร์

เราแทบไม่ปัดขวาเลย พอมาเจอเก้า จิรายุถึงเพิ่งปัดขวา

เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะหลังจากที่วีอกหัก ตั้งแต่ I’d do it again วีก็โสดยาว ๆ แบบไม่มีคนคุย ไม่คบกับใคร ใครเข้ามาจีบก็ปัดทิ้งเลย รู้เลยทันทีว่า You do not meet my standard and I am not gonna lower my standard แบบนี้

จะไม่ยอมเสียเวลาอีกแล้ว

ใช่ รู้สึกว่าเรามีค่าพอ 

ช่วงที่ต้องตัดสินใจว่า โอเค เปิดใจก็ได้ มันยากไหม

ตอนแรกคิดว่าจะยาก แต่ไม่ยาก

แค่แบบ เอ๊ะ หรือว่าผ่านวะคนนี้ เหมือนไม่แน่ใจ หรือจะลองดูก็ได้ เพราะไม่เจอมานานมากแล้วไง แต่ก็บอกตัวเองไว้ว่า ช่วงสโลปที่เราค่อย ๆ ยั้ง ๆ (ยั้งเท้าตัวเอง) ถ้าทำอะไรไม่เวิร์กขึ้นมา เราจะไปเลยนะ 

มั่นใจ?

มั่นใจมาก เรามั่นใจมาก ว่าถ้าเขาทำอะไรที่เราไม่โอเคขึ้นมา เราไม่คุยก็ได้ ตอนนั้นวีคุยกับเขาเลยว่า ถ้ามีนักข่าวมาถามว่า คุยกับเราเหรอ จะตอบว่าอะไร เพราะถ้าเกิดคุณปิดเรา ก็ไม่ต้องคุยกับเราแต่แรก 

ในอัลบั้ม Your Girl ของคุณมีฟีลเตอร์ผู้หญิงสไตล์ต่าง ๆ ให้เล่น ในฐานะเจ้าของเพลง คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงแบบไหน

ยากจัง 

อ้อร้อ 

ทำไม

มันมีความน่ารักและน่าถีบในเวลาเดียวกัน (หัวเราะ)

คุยกับ วี วิโอเลต ศิลปินผู้บอกให้ทุกคนรักตัวเอง ถึงวันที่ปราศจากความกล้า และยอมพังทลายเพื่อสร้างใหม่ปีละหลาย ๆ ครั้ง

ขอบคุณสถานที่ ร้าน 22 Sep. Cafe & Space

324/1-3 รัชดาซอย 3 แยก 4 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load