คุณก็เป็นอีกคนที่ชอบอาหารบ้านๆ รสมือแม่ใช่มั้ยครับ อาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ที่อาจจะเก็บมาจากหลังบ้านหรือซื้อจากตลาดสดใกล้บ้าน ก่อนนำมาปรุงให้สุกและปรุงรสง่ายๆ ด้วยเครื่องปรุงรสที่ใช้กันมาในชุมชน ไม่มีอะไรซับซ้อนหวือหวาหรือสวยงามน่าถ่ายรูปเหมือนบรรดาอาหารตามร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารที่กินแล้วช่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน 

ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบอาหารแบบนี้เหลือเกิน แม้จะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ก็ตาม แต่เมื่อเดินทางไปที่ไหนก็มักจะเสาะหาอาหารรสมือแม่แบบนี้กินอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งมีคนแนะนำให้ผมรู้จักกับการ์ตูนเล่มหนึ่งที่ทำให้รู้สึกถึงรสมือแม่แม้เพียงได้อ่าน หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า ครัวบ้านบ้าน หรือ MY LITTLE KITCHEN 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ครัวบ้านบ้าน เป็นหนังสือการ์ตูนที่วาดโดย พิชญ์สินี ตั้งกิตตินันท์ หรือ PittMomo ที่เลือกนำเสนออาหารแบบบ้านๆ และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในจังหวัดเชียงรายผ่านสายตาของตัวเอกของเรื่อง นักเขียนการ์ตูนผู้ย้ายจากเมืองหลวงกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่บ้านเกิด ได้เรียนรู้และชิมรสอาหารพื้นถิ่นหลากหลาย ซึ่งมีที่มาจากการไปตามหาและเก็บมาจากไร่สวนเทือกนาแถวบ้าน 

ครัวบ้านบ้าน นี้ตีพิมพ์มาถึงเล่มที่ 3 แล้ว ซึ่งเล่มล่าสุดนี้คือ MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน ภาคฤดูฝน 2 เล่มก่อนหน้าคือ MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน (รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 หนังสือประเภทการ์ตูน จากเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 16) และ MY LITTLE KITCHEN 2 : ครัวบ้านบ้าน ภาคฤดูร้อน (รองชนะเลิศ Silver Award จากการประกาศรางวัล Japan International MANGA Award ครั้งที่ 13 และล่าสุดรางวัลหนังสือดีเด่น ประเภทการ์ตูน และหรือนิยายภาพทั่วไป จากเวทีการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำ พ.ศ. 2563 โดย สพฐ.) 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ใช่แล้ว การ์ตูนเล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็นตามฤดูกาล ร้อน ฝน และหนาว

สำหรับคนเมืองอย่างเราๆ จะฤดูกาลไหนก็แทบจะไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันไปนัก เพราะในซูเปอร์มาร์เก็ตติดแอร์เย็นฉ่ำนั้นก็มีผักเหมือนเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่แตกต่างกัน

แต่สำหรับคนนอกเมืองแล้ว ฤดูกาลและสภาพอากาศนั้นนำมาซึ่งวัตถุดิบและอาหารที่แตกต่างกันไป เราอาจจะหลงลืมหรือไม่เคยรู้ว่าหน้าร้อนเป็นเวลาของไข่มดแดงรสมัน มะม่วงรสเปรี้ยวอมหวานและมันก็ออกมาไล่เลี่ยกัน หรือพอเข้าหน้าฝนนั้นเป็นเวลาของการหาเห็ดหาหน่อไม้และจับปูนา 

นอกจากการปรุงอาหารแต่ละเมนูแล้ว เราจะยังได้เห็นเรื่องราวที่รายล้อมรอบอาหารจานนั้นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเจียงฮาย และที่น่ารักมากที่สุดคือ นี่เป็นการ์ตูนที่ตัวละครพูดคำเมืองกันทั้งเล่ม (แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะคำแปลไว้มุมล่างของทุกหน้า) สำหรับผม นี่จึงเป็นการ์ตูนที่พาเราไปรู้จักโลกของอาหารและวัฒนธรรมที่ผม ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แทบไม่เคยรู้มาก่อนเลย

การประกอบอาชีพเป็นนักเขียนการ์ตูนในประเทศนี้ว่ายากแล้ว ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มันไม่ได้ดึงดูดคนหมู่มากนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เราจึงขอชวนท่านผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังเจียงฮาย ต้นกำเนิดการ์ตูนเล่มนี้ พร้อมพูดคุยกับ PittMomo ผู้เขียน MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน ถึงจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้กัน 

โปรดระวัง เมื่ออ่านจบ คุณอาจจะต้องไปตามหาอาหารเหนือมากินแก้หิวก็เป็นได้

ก่อนหน้านี้คุณทำงานด้านไหนบ้าง 

ส่วนใหญ่จะเป็นงานวาดการ์ตูนค่ะ ผลงานที่ผ่านมาก็มีทำงานฟรีแลนซ์ วาดหนังสือการ์ตูนสไตล์มังงะ เรื่อง BLUE STREET สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ วาดภาพการ์ตูนอาหารประกอบโฆษณาให้กับเพจ Sizzler Thailand และหนังสือการ์ตูนสไตล์คอมิกเอสเสเรื่อง MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน สำนักพิมพ์ Bunbooks ค่ะ

พิชญ์สินี ตั้งกิตติคุณ เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

คุณอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กเลยรึเปล่า 

ตอนเด็กเราคิดว่าการวาดการ์ตูนเล่นสนุกดี ชอบวาดเป็นงานอดิเรก ไม่ได้คิดจริงจังว่าอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะเราอยู่ต่างจังหวัด ไม่แน่ใจจริงๆ ว่ามีสำนักพิมพ์ไหนที่รับพิมพ์การ์ตูนบ้าง แต่เคยคิดฝันว่าอยากเป็นนักทำแอนิเมชัน ก็เลยลองมาเรียนทางสายนี้ แต่พอเรียนดูแล้วรู้สึกว่าไปทางนี้ไม่ไหว เราก็เลยเลือกที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูน

มีการ์ตูนเรื่องไหนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณมั้ย

มีคอมิกเอสเสของ อาจารย์นาโอโกะ ทาคางิ (คนเขียนหนังสือเรื่อง ชีวิต 150 cm) และอีกเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจคือ มารูโกะ ทั้งสองท่านเป็นนักเขียนที่เราชื่นชอบมาก ลายเส้นน่ารักมาก

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ความทรงจำวัยเด็กที่คุณต่อบ้านเกิดคืออะไร

กับข้าวท้องถิ่นจากฝีมือของแม่ ซึ่งเมนูฝีมือแม่ที่คิดถึงมากๆ ก็จะเป็นแกงผักกาดจอ น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว ที่ทานบ่อยมากเลย

เราจำได้ว่าอาหารสไตล์ภาคเหนือบ้านเราจะทำกินเองทุกวัน ถึงฤดูไหนที่พืชผักโตแล้วก็จะหาเด็ดตามแถวบ้านมาทำ บางทีคุณตาไปนาจับปลา ปู หอย มาให้ด้วย บ้านเรามักจะทานน้ำพริกกับผักบ่อยๆ เพราะทานง่าย ในทุกวันก็จะได้ยินเสียงแม่ตำน้ำพริกค่ะ แม่กับญาติจะช่วยกันทำ บางทีถ้าญาติไม่ว่าง แม่ก็จะทำเองแบบชุดใหญ่ เสร็จแล้วเราก็จัดอาหารแบบวางรวมกันในถาด เรามักจะทานอาหารร่วมกันแบบพร้อมหน้าเสมอ 

แล้วคุณมีส่วนร่วมอยู่ในการทำอาหารเหล่านั้นบ้างรึเปล่า

ตอนเด็กเราก็ช่วยแม่ทำกับข้าวทุกวัน ส่วนใหญ่ก็ทำอาหารพื้นบ้าน เหมือนคุณแม่ก็พยายามสอนเราทำด้วยเผื่อว่าเราเป็นผู้ใหญ่หรือออกเรือนไปจะได้ทำกินเอง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังทำไม่เก่ง

ในหนังสือ ครัวบ้านบ้าน ของคุณมีการแบ่งเรื่องราวออกตามฤดูกาล คุณมีอาหารโปรดประจำแต่ละฤดูไหม

ถ้าเป็นฤดูร้อน ชอบทาน ‘ตำมะม่วงใส่ปลาแห้ง’ หน้าร้อนมะม่วงเปรี้ยวดกเต็มต้น เหมาะกินในหน้าร้อนมาก 

ฤดูฝนก็มีเมนูหลายอย่างที่น่ากิน แต่เราชอบ ‘อ่องปูนา’ ใช้มันปูผสมกับไข่ไก่ รสชาติอร่อยมันดี ไม่ค่อยได้ทานบ่อย แต่ปูมีให้จับเยอะมากในช่วงนี้

ส่วนฤดูหนาวก็จะเป็น ‘ข้าวหนุกงา’ หรือโมจิสไตล์เมืองไทย ผสมเมล็ดงาขี้ม้อนมีกลิ่นหอม มีขายกันเฉพาะหน้าหนาว เพราะเขาว่าทานช่วงนี้จะอร่อยมาก

ในการ์ตูนของคุณ มีหลายตอนที่คุณมักจะเขียนให้ตัวเองกินอาหารพื้นเมืองไม่เป็นอยู่เสมอ ในชีวิตจริงคุณมีประสบการณ์กับบรรดาอาหารพื้นเมืองเหล่านั้นยังไง

อันนี้เราเขียนจากประสบการณ์จริง เพราะมันมีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูเลยที่เรากินไม่เป็น อย่างพวกผักบางชนิดที่มีกลิ่นแรงหรือพวกแมลงต่างๆ แต่ตอนหลังก็เริ่มกินได้มากขึ้นแล้ว อย่างพวกน้ำพริก เพราะเมื่อก่อนรู้สึกว่าเผ็ดมาก แล้วเราน้ำพริกกินกับข้าวเหนียวไม่เป็น ขนาดผักสดที่เคียงหรือผักในแกง บอกตามตรงว่าเรายังเลือกกินเลย อาหารเหนือส่วนใหญ่ใส่ผักเยอะ ส่วนมากมักเป็นผักพื้นบ้าน จำได้ว่าเคยเลือกกินแต่เนื้ออย่างเดียว (หัวเราะ) 

แต่ตอนนี้ก็ทานได้หลายอย่างแล้ว ไม่เลือกกินเหมือนเมื่อก่อน เห็นเขาบอกว่าผักมีสารอาหารเยอะ ก็เลยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตอนนี้ที่ชอบกินสุดๆ คือน้ำพริกหนุ่ม

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

แล้วอะไรเป็นจุดเปลี่ยนทำให้หันมาสนใจเรื่องอาหารพื้นบ้านจนวาดออกมากลายเป็นการ์ตูน

ก่อนที่เราจะตัดสินใจเขียนการ์ตูนเรื่อง ครัวบ้านบ้าน เป็นช่วงเวลาที่เราเขียนการ์ตูนอยู่ กทม. หลายปี ทำให้รู้สึกคิดถึงบ้านเกิด คิดถึงกับข้าวท้องถิ่นจากฝีมือของแม่ ก็เลยลองหยิบมาเขียนเป็นการ์ตูนลงเพจเฟซบุ๊กสักตอน ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมีหลายคนเริ่มสนใจติดตามค่ะ แล้วการที่เลือกจะใช้ภาษาเหนือ เลยต้องติดต่อแม่ให้ช่วยแปลเป็นภาษาเหนือ ก็ทำให้รู้สึกว่าไม่ห่างเหินจากครอบครัวทางบ้านเท่าไหร่ค่ะ

การ์ตูนตอนแรกนั้นที่วาดเป็นอาหารอะไร

เมนูที่หลายคนอาจคุ้นเคยบ้างอย่าง แกงผักกาดจอ ลาบคั่วกับผักพลูคาว และน้ำพริกอ่อง ซึ่งเป็นอาหารที่ทำบ่อยเหมือนกัน เพราะเป็นเมนูที่เราเองก็ทานได้กับครอบครัว

ในชีวิตจริงคุณทำอาหารบ่อยมั้ย แล้วได้ทำอาหารเหนือบ้างรึเปล่า 

เรามักจะทำอาหารเองบ่อยๆ ค่ะ ส่วนใหญ่จะทำเมนูง่ายๆ อย่างต้มยำกับผัดผัก แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารเหนือเพราะขั้นตอนทำเยอะกว่า แล้วต้องเตรียมตำน้ำพริกก่อนนำไปใส่แกงทุกครั้ง ซึ่งพอมาเขียนการ์ตูนก็เริ่มรู้สึกขี้เกียจ ไม่ค่อยมีเวลาทำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว (หัวเราะ) 

การ์ตูนเกี่ยวกับอาหารพื้นเมืองดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนสนใจวาดออกมาสักเท่าไหร่ คุณเชื่อมั่นอะไรในสิ่งนี้

ความจริงเราก็ไม่ได้เชื่อมั่นค่ะ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า เราเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยความคิดถึงบรรยากาศทางบ้าน สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจว่าทุกคนชอบก็คือเกี่ยวกับอาหาร เราจึงเขียนพร้อมวิธีทำลงไปคร่าวๆ ด้วย หลายคนก็ชื่นชอบกัน ให้กำลังใจและอยากติดตามอ่านกันมากขึ้น เราจึงตั้งใจเขียนและถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

นอกเหนือจากเรื่องของอาหารแล้ว คุณยังนำเสนอเรื่องอย่างสังคมและวัฒนธรรมด้วย 

เราเขียนการ์ตูนที่มีลักษณะดำเนินเรื่องไปแต่ละวัน และในแต่ละช่วงของฤดูมีวันสำคัญที่มีประเพณีท้องถิ่นที่ทำเป็นปกติ ถ้าไม่ได้นำสิ่งนั้นมาเขียนลงไปก็เหมือนขาดอะไรไป แต่จริงๆ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านเราอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษาพูด และบรรยากาศ

มีวัฒนธรรมอะไรของชาวเชียงรายหรือคนภาคเหนือที่คนภาคอื่นไม่มี หรือคนภาคอื่นๆ มักเข้าใจผิดมั้ย

‘วันปี๋ใหม่เมือง’ ตรงกับวันสงกรานต์และเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวเหนือ อย่างวันสงกรานต์มีกิจกรรมที่ทำปกติสามวัน แต่แบบล้านนามีพิธีกรรมที่ต้องทำหลายอย่าง ซึ่งอาจยาวไปถึงสี่ถึงห้าวัน อย่างวันแรกที่ตามบ้านทำพิธีล่องสังขาร ทำพิธีสืบชะตา และกินแกงขนุนในวันปากปีหรือวันที่สี่

มีเมนูอาหารเหนือที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในภาคกลางที่เราไม่ควรพลาดเวลาเข้าร้านอาหารเหนือในครั้งต่อไปมั้ยครับ

มีคนแนะนำให้ลองกิน ‘จิ๊นฮุ่ม หมูฮุ่ม ไก่ฮุ่ม’ เป็นอาหารคล้ายแกงน้ำขลุกขลิกที่เคี่ยวเนื้อสัตว์จนเปื่อยของชาวไทใหญ่ 

อีกอย่างก็ ‘ข้าวบ่ายหมูเค็ม’ เป็นข้าวเหนียวยัดไส้แล้วนำไปย่างบนเตาอีกที เป็นของกินล้านนาโบราณ ค่อนข้างหาทานยาก เหล่านี้เราเองก็ยังไม่เคยกิน แต่เห็นเขาบอกมาว่าอร่อย

ผลตอบรับที่ได้จากการเขียน ครัวบ้านบ้าน นั้นเป็นอย่างไรบ้าง 

ช่วงแรกๆ ที่เขียนก็ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ค่ะ ก็ไม่ถือว่าขายได้มากเหมือนผลงานอื่นๆ ที่ตรงตามตลาด อาจเพราะงานเราเป็นงานเฉพาะกลุ่มเลยไม่ค่อยแมสด้วยแหละ แต่หลังจากที่ได้รางวัลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คนอ่านก็เริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้นตามลำดับค่ะ เราคิดว่าการ์ตูนของเราน่าจะเป็นสื่อกลางที่ช่วยเผยแผ่ความรู้เรื่องราวของอาหารพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคเหนือให้ผู้คนได้รู้จักกันมากขึ้น เพราะมีนักอ่านมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่า อ่าน ครัวบ้านบ้าน จบแล้วรู้สึกหิว จนต้องรีบไปหาเมนูอาหารเหนือในเรื่องมาลองกินตามเลย

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

คิดว่าอะไรทำให้คุณได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น

คิดว่าเป็นความแปลกใหม่มั้ง อาจจะยังไม่เคยมีงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นออกมาเป็นการ์ตูนอย่างจริงจัง มันก็เลยดูน่าสนใจในสายตาของชาวต่างชาติ

การได้รับรางวัลจากทั้งหน่วยงานในไทยและญี่ปุ่นนั้นมีความหมายอะไรกับตัวคุณบ้าง

คงจะเป็นความภูมิใจที่มีคนมองเห็นคุณค่าในผลงานของเราน่ะค่ะ เพราะตอนที่เราเริ่มเขียนเนี่ยก็ไม่ได้คิดฝันว่าจะมีคนให้ความสนใจการ์ตูนของเรามากขนาดนี้ ปกติคิดแต่ว่าเขียนการ์ตูนยังไงให้เลี้ยงชีพไปได้ยาวๆ แค่นั้น

ที่บ้านรู้เรื่องที่คุณได้รับรางวัลมั้ย แล้วเขารู้สึกยังไงเมื่ออาหารบ้านๆ ที่ทำกันมาตลอดชีวิต แต่กลับได้รางวัลขึ้นมาเลย

รู้ค่ะ เพราะคุณแม่ของเราเป็นคนช่วยแปลภาษาเหนือในเรื่องนี้ให้ด้วย พอรู้ว่าได้รางวัลคุณแม่ก็ดีใจและภูมิใจมากๆ 

มีอะไรที่คุณยังไม่ได้ทำแต่วางแผนจะทำต่อไปในอนาคตบ้างมั้ย

วางแพลนไว้ว่าจะเขียนอาหารท้องถิ่นให้จบถึงหน้าหนาว แล้วหลังจากนี้ก็อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเขียนเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอย่างนกแก้วที่เลี้ยงดูบ้าง อาจจะแปลกดีที่มีการ์ตูนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ นอกจากน้องแมวหรือน้องหมา และในอนาคตอันใกล้ตั้งใจจะย้ายกลับไปเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพที่บ้านเกิด แต่ก็คิดว่าอาจหางานอื่นทำเพื่อเป็นอาชีพสำรองควบคู่กันไปด้วย เผื่อว่าเขียนการ์ตูนไม่ไหวแล้วน่ะ

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ติดตามเรื่องราวของ PittMomo ได้ที่ Facebook : PittMomo

Writer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ 

หลายคนคงไม่คุ้นเคยกับการที่ชื่อของเธอต่อท้ายด้วยชื่อจริงและนามสกุลเท่าไหร่ เพราะในหลายบทความ หลากบทสัมภาษณ์ ชื่อของเธอมักถูกพ่วงมาด้วยนามสกุลที่ติดตัวมานานกว่า 6 ปีว่า อร (อดีต) BNK48

อรอุทิศช่วงเวลากว่าครึ่งของวัยรุ่นตอนปลายและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นให้กับการเป็นไอดอล โดยไม่ยอมให้ภาพลักษณ์ใสซื่อมากีดกันตัวตนของเธอ อรเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และตะโกนบอกความต้องการของตัวเองเสมอ นั่นทำให้เธอไม่เคยหลบอยู่ใต้แสงไฟ

ตั้งแต่การเป็นเซนเตอร์เพลง RIVER ในอัลบั้มแรกของวง ดีไซน์เสื้อผ้าร่วมกับ atmos bangkok ในโปรเจกต์ crush ORN you คว้ารางวัลจากเวที KAZZ awards 2 ปีซ้อน (2020, 2021) และออกพ็อกเกตบุ๊กท่องเที่ยว ORN THE WAY ก่อนจะประกาศจบการศึกษาในเวลาต่อมา

หรืออาจเป็นเพราะค่ายไม่ได้มองเธอในฐานะไอดอลตั้งแต่แรก 

ความจริงคืออรถูกปั้นมาให้กลายเป็นดั่ง ‘อั้ม พัชราภา’ ประจำวง

ปัจจุบัน อร ในวัย 25 ไม่ได้รับบทเป็นใครทั้งนั้น นามสกุล 6 ปีถูกถอดทิ้งไป เธอนั่งแท่นเป็นผู้บริหารค่าย UNEQ Entertainment ที่เพิ่งเปิดตัวสด ๆ ร้อน ๆ สนุกกับชีวิตใหม่อย่างสมเป็นอร และใช้เวลาว่างไปกับการอ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน แบบที่ตอนเป็นไอดอลทำไม่ได้

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

ORN that day

อะไรคือความทรงจำแรกที่นึกถึงถ้าพูดถึง BNK48

นึกถึงตอนเดบิวต์ที่เราฝึกหนักมาก ๆ ทุกวันเป็นของ BNK ไม่มีอะไรแทรกเข้าไปได้

ทำไมนึกถึงความทรงจำนั้น 

เพราะรู้สึกว่า จะเติบโตได้ต้องมีรากฐานที่ดี ก็เลยจะนึกถึงรากฐานของตัวเองเสมอ สิ่งที่เราทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด มันเติบโตมาเป็นต้นไม้ที่สวยงาม

แล้วต้นไม้ที่เติบโตมาอย่างสวยงามตลอด 6 ปี มีความรู้สึกอยากแกรดสักครั้งไหม

มีค่ะ ไปคุยเรียบร้อยเลย เพราะคิดว่าอยู่ข้างนอกเติบโตได้ดีกว่าตรงนี้ เบอร์มั่นมาก (หัวเราะ) 

คนข้างนอกพูดกับหนูเสมอ แม้แต่คนข้างในเขาก็จะพูดประมาณว่า อรไปได้ดีในวงการนะ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ BNK แล้วก็ตาม แต่หนูก็แอบหวั่น เฟลจากหลาย ๆ อย่าง อันดับเลือกตั้งตกด้วย แอบเถียงในใจว่า ถ้าอยากสนับสนุนก็สนับสนุนตั้งแต่หนูอยู่ในวงสิ 

แล้วก็ค่าฉีกสัญญาแพงมากค่ะ หนูเลยไม่ฉีกดีกว่า (หัวเราะ) อาจจะเป็นลูกรักลูกชังแหละ หนูก็เลย โอเค กลับลำก็ได้

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

นอกจากค่าฉีกสัญญา เหตุผลอะไรที่ทำให้ยังอยู่ต่อ

แฟนคลับด้วย เพื่อนด้วย อยากจบพร้อมเพื่อน อีก 2-3 ปีก็จะหมดสัญญาแล้ว

อรจินตนาการภาพวันสุดท้ายของการเป็น BNK ไว้ยังไง

หนูคิดมาตลอด (หัวเราะ) ก็เลยไม่ได้ใจหายขนาดนั้น ทำใจมาเป็นปีแล้วค่ะ

พอวันสุดท้ายมาถึงจริง ๆ เหมือนที่คุณคิดไว้ไหม

แตกต่างนะ คิดไว้ว่าต้องอาลัยอาวรณ์กว่านี้ (หัวเราะ) แต่ช่วงหลัง ๆ งานรุ่น 1 เยอะมาก จนไม่ได้เทกไทม์ในการเศร้าหรืออะไร 

Jiwaru DAYS เนี่ย เป็นซิงเกิลสุดท้ายที่เต้นยากมาก หนูให้เลย Top 3 ของ BNK ที่เต้นยากที่สุด เพราะใช้เวลาจำ 4 วันแล้วขึ้นเลย คือวันแรกรับท่าก็เอ๋อไปแล้ว ต้องทำการบ้านเยอะมาก 

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

เขาแกล้งให้เกิดการจดจำรึเปล่า

เป็นไปได้ หรือเขาแกล้งวะ (หัวเราะ)

เราไม่ค่อยได้เจอเพื่อนเท่าไหร่ พอรวมกันทีก็เป็นอะไรที่ เออ เดี๋ยวตี เดี๋ยวทะเลาะ เราก็นั่งดู (ปรบมือ) เป็นโรงเรียนหญิงล้วนของจริง ใช้เวลาอยู่กับเพื่อน แล้วก็ซ้อม แล้วก็เหนื่อย เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป เดี๋ยวมันก็จะจบละ อีกนิดเดียว คอนเสิร์ตสุดท้ายแล้วเนี่ย แต่ก็เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจในพาร์ตที่ว่า เราก็อดทนเก่งเหมือนกันนะ คิดว่าเป็นโปรเจกต์จบแล้วกัน ออกไปก็สนามจริงแล้ว

โมเมนต์ที่ดีที่สุดคือตอนลงไฮโดรลิกไปแล้ว 19 คนที่แกรดนั่งกอดกันร้องไห้ แบบจบแล้วเว้ย ไม่คุยอะไรกันเลย เรานั่งอยู่เงียบ ๆ รู้สึกว่าภาพนั้นจะไม่มีอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ เพราะบางคนก็ออกจากวงการ บางคนไปเติบโตในทางของตัวเอง แล้วหนูก็ไม่มั่นใจว่า ในอนาคตจะจัดคอนเสิร์ตที่มีคนดูเท่านี้ได้ด้วยตัวคนเดียวรึเปล่า มันเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตวัยรุ่นของเราจริง ๆ 

เช้าวันแรกที่ตื่นมาไม่มีนามสกุล BNK48 อีกแล้ว รู้สึกยังไง

รู้สึกแบบ เราออกจริงเหรอ ช่วงที่หยุดงานก็จะฟุ้งซ่าน ปกติจะมีซ้อม มีนู่นมีนี่ ไม่ค่อยว่าง แต่พอไม่มีแล้วแปลก ๆ ปกติจะส่อง #ornbnk แต่นี่ต้องรีบตั้งใหม่เป็น อรอุ๋ง อย่างการตั้ง OpenChat ก็ไม่รู้หรอกว่าการต้องรับมือกับแฟนคลับเป็นยังไง ปรับตัวไม่ถูก ต้องมานั่งปิดการแจ้งเตือน เป็นการเรียนรู้ใหม่ทั้งเราและแฟนคลับ

แล้วก็ตอนออกจากกรุ๊ปไลน์ BNK ที่มีเป็นร้อย ตั้งแต่งานแรกยันงานสุดท้าย คือนั่งไล่ Leave Leave Leave

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน
อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

ใช้เวลานานไหม

นาน เพราะเรากลับเข้าไปดู เซฟรูปบางรูป มีความอ้อยอิ่งในการร่ำลา หรือนี่คือความรู้สึกของคนที่อกหัก เพิ่งเลิกกับแฟน ต้องมาลบแชต เนยก็บอกเหมือนอกหัก 

การออกกรุ๊ปใหญ่เป็นเรื่องยากที่สุด เราใช้เวลาประมาณ 4 วัน รอดูว่าใครจะออกคนแรก (หัวเราะ) พอมีคนออกแล้วนี่ก็แบบ ต้องทำยังไงวะ ยิ่งพวกกัปตันทีมจะต้องมีการเขียนยาว ๆ แต่หนูกดออกเลย

สมเป็นอร

(หัวเราะ) 

รู้สึกว่าเดี๋ยวเราก็เจอกัน ไอจีเราก็เห็นกัน แล้วการอันฟอล BNK ก็เหมือนเป็นการเคลียร์ชีวิตด้วย

ไม่ใช่ไม่ชอบหรือว่าอะไร แค่ไม่อยากติดตามแล้ว ช่วงแรก ๆ เราไม่ได้อยากเห็นวงขนาดนั้น หนูก็เลยไม่รู้ข่าววงเลย หรือว่ามันคืออาการอกหัก

เสียใจไหมล่ะตอนนี้

ไม่เสียใจนะ แค่รู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของเราแล้วก็เลยอันฟอล ไม่รู้เป็นการดีรึเปล่า

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

คิดว่าคือการจบการศึกษาจริง ๆ หรือเป็นการเริ่มต้นใหม่

เริ่มต้นใหม่ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการจบเลย ตราบใดที่เดินออกไป คุณยังมีนามสกุล BNK แม้เราจะไม่ได้พูดออกสื่อแล้ว แต่ก็ยังตามติดไปทั้งชีวิตอยู่ดี

ต้นปีก็คิดแล้วว่า เราต้องวางแผนยังไงต่อ จะหาคอนเนกชันยังไงดี เพื่อเรา เพื่อค่าย อ้อ ตอนนี้เปิดค่ายอยู่นะคะ ตอนแรกคิดว่าหมดสัญญา 21 ธันวาคมใช่ไหม จะปล่อยค่ายเลย วันที่ 23! แต่มันก็ดูน่าเกลียดไปไหมนะ

เอาจริงหนู Loyalty กับวงด้วย แม้แต่ผู้บริหารเองก็ตาม

จริงเหรอ

จริง แล้วก็เข้าใจความเป็นไปทั้งบทบาทเมมเบอร์ บทบาทของผู้บริหาร และแฟนคลับเอง เหมือนหนูเป็นตัวกลาง 

แต่การออกมาแล้วเปิดค่ายใหม่เป็นของตัวเอง หลายคนคงเข้าใจและคิดว่าถ้าเป็นอรก็ไม่แปลก

สมเป็นอร เออ เป็นพวกชอบเล่นใหญ่ (หัวเราะ) 

แค่รู้สึกว่าผู้จัดการที่ตรงตามความต้องการของเราเป็นสิ่งที่หายากมาก งั้นทำไมเราต้องเลือกผู้จัดการแค่คนเดียวล่ะ ในเมื่อเรารู้จักคนที่ดี ๆ มากมาย อย่างพี่แนน (ผู้จัดการ) ก็เป็นหนึ่งในนั้น อาจจะไม่ได้รู้จักกันนานมาก แต่หนูเห็นพี่แนนเป็นพี่ที่รัก เขาไม่เคยโกรธใคร เหมาะจะเป็นประสานงานในพาร์ตที่ต้องรับมือและแก้ปัญหา ต้องมีคนแบบนี้อยู่ในองค์กรของเรา แล้วก็ต้องมีคนที่เป็น Fighter คอยปกป้องเด็กอย่างพี่เหมา และมีพี่เอส ผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะคอยแนะนำว่าต้องทำยังไงให้ออกงานแล้วไม่จม หรือสคริปต์แบบไหนที่เหมาะสมกับเรา 

แล้วคุณเป็นอะไรในค่ายนี้ 

อร… เป็นเจ้าของค่ายค่ะ (หัวเราะ)

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

ORN progress

ค่าย UNEQ Entertainment ของอร มองว่าจะเป็นค่ายแบบไหน

ในมุมแรกเลย คิดแบบง่ายที่สุด แค่ลดหย่อนภาษีเฉย ๆ (หัวเราะ) เปิดค่ายไปเลยก็ดูยิ่งใหญ่ดี เป็นเมมเบอร์หนึ่งเดียวในนั้น อนาคตค่อยว่ากัน แล้วเพื่อน ๆ ก็เหมือนรู้ มีแบบ “ต้องการ Main Vocal ไปอยู่ในนั้นไหม” 

จากค่ายเล็ก ๆ ที่ใช้ลดหย่อนภาษี ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ต้องจริงจังแล้ว เพราะมีคนอยากเข้ามา  

คิดว่าอะไรในตัวคุณที่ทำให้เพื่อน ๆ เชื่อมั่นและไว้วางใจ

แวบแรกหนูอาจเป็นคนหนึ่งที่เพื่อนคิดว่าน่าจะไปรอดในวงการ แต่ความจริงคือไม่มั่นใจขนาดนั้นนะ (หัวเราะ) 

วงการนี้น่ากลัวมาก เป็น BNK เหมือนมีหลังคามาครอบเอาไว้ เลยลดแรงกระแทกได้เยอะ แต่พอออกมาเองจริง ๆ มันต้องสู้ 300% แค่ 100% ไม่ได้ เราขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ไว้ใจ แอบอุ่นใจนิดหนึ่ง มีเพื่อนมาอยู่ด้วย ไม่ได้ต่อสู้เพียงคนเดียวบนโลกนี้ แต่ถ้าเกิดเพื่อนไปเจอทางที่มั่นคงกว่า เราก็ยินดี

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

ค่ายใหม่ของคุณจะช่วยแก้ปัญหาที่ไอดอลเคยเผชิญมาได้รึเปล่า

จะแก้ปัญหาวงการไอดอลไหม อันนี้ไม่ทราบได้ แต่การเชือดไก่ให้ลิงดูนั้น เราทำได้ 

แฟนคลับจะค่อนข้างเป็นห่วงเวลาเจออะไรที่ไร้สาระ หรือเรื่องที่มา Sexual Harassment หนูด้วย ซึ่งหนูเฉยมากเลย จริง ๆ มันไม่ควรเฉยเว้ย แต่หนูเจอแบบนี้มา 6 ปี แล้วค่ายหนูจัดการอะไรไม่ได้ พูดจริง ๆ ไม่สามารถทำอะไรได้ มันชินไปแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าคนพวกนี้มาทำอะไรชีวิตหนูได้ แค่อย่าเอาความคิดหยาบโลนของตัวเองมาป้ายคนอื่น

คือจะมองแค่เรื่องเพศอย่างเดียวเลยหรอวะ นี่ก็เลือก คนจะมาเป็นแฟนหนูแบรนดิ้งก็ต้องดีอยู่นะ เข้าใจปะ (หัวเราะ) อย่ามาคิดแทนค่า เปิดตัวเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้ หรือเปิดตัวอีกทีมีลูก หนูคลอดแล้วค่า! 

ในมุมหนู มันเป็นสิทธิ์ที่เราพึงได้ เป็นสิทธิ์ที่ค่ายต้องปกป้องเราไม่ว่าทางใดก็ตาม เพื่อสภาพจิตใจ หรือหน้าตาของเราเองที่จะไม่โดนแบบนี้อีก เราแคปไว้หมดแล้ว มันต้องจับได้สักตัวแหละ เอาเงินเข้าค่ายสักหน่อย จะเชือดให้ดู

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

นอกจากเรื่อง Sexual Harassment ยังมีอะไรไม่เป็นธรรมที่อยากแก้ไขอีกบ้าง

นี่ก็ถามความเห็นเพื่อนว่ามาตรฐานของค่ายควรเป็นแบบไหน อยากมีอะไรเพิ่มเติมไหม และเราจะไม่ใช้คำว่าดูแลเป็นครอบครัว เราเป็นธุรกิจจริง ๆ นี่คือสิ่งที่เธอควรจะได้และเธอควรจะทำ

ซึ่งเพื่อนหนูทำได้อยู่แล้ว ประสบการณ์ 6 ปีในวงการบันเทิงหาไม่ได้ง่าย ๆ พูดตรง ๆ หนูคิดว่า BNK คือจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารในวงการบันเทิง ความกดดัน ทุกอย่าง แล้วยิ่งอยู่ต่ำเท่าไหร่ การที่เราจะไปสูงมันเร็วมากเท่านั้น เพราะมีแรงถีบเยอะ 

หนูว่าเด็ก BNK แม่งโคตรเก่งเลยว่ะ ถึงแม้จะไม่อยู่วงการบันเทิงแล้ว แต่จะมีสกิลบางอย่างที่ติดตัวไปตลอดชีวิตแน่นอน

ORN my way

หลังผ่านการเป็น BNK48 มาแล้ว รับมือกับเรื่องยาก ๆ ได้ดีขึ้นรึเปล่า

มีเรื่องใหม่ ๆ ที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา แค่คิดว่าเรารับมือกับอะไรที่ไม่ยุติธรรมได้ดีแน่ ๆ

คุณเป็นผู้หญิงที่ผ่านการต่อสู้มาเยอะ ในวัยเด็กคิดไหมว่าต้องมาถึงจุดนี้

คิด เพราะหม่าม้าเคยเป็นดาราตัวเล็กตัวน้อย แต่อากงไม่ให้เป็น เต้นกินรำกินไม่เหมาะกับครอบครัว ต้องเป็นคุณหมอ แล้วบ้านหนูก็เป็นบ้านหมอ ความฝันของหม่าม้าเลยมาตกที่ดิฉันที่เป็นผู้หญิง 

ตั้งแต่เด็กเขาเลยอยากให้หนูขึ้นเวทีตลอด ๆ ร้องเยอะ เต้นเยอะ มันเลยเป็นความฝันที่… เอาจริงตอนเด็กก็ไม่แน่ใจเป็นความฝันของหนูเองหรือของหม่าม้า แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราชอบตรงนี้ ถึงไม่ใช่เพราะหม่าม้า หนูก็น่าจะอยู่วงการบันเทิง 

งั้นทำไมถึงเลือกมาเป็นไอดอล ไม่ใช่นักแสดง

อยากเป็นเกิร์ลกรุ๊ป (หัวเราะ) ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เกาหลีบุกประเทศไทย ฉันอยากจะเป็น ฉันจะทำให้ได้ ฉันจะส่งเดโม่ แล้วท่ามกลางเกาหลีก็มีญี่ปุ่นเข้ามา คิดว่าน่าสนใจดี ตอนสมัครก็มั่นใจว่าเราน่าจะได้แหละ ประมาณ 60% ดูจากคณะกรรมการ

แล้วอีก 40 ล่ะ

  40% ทำใจไว้ก่อน จะมั่นหน้าเกินไป (หัวเราะ)

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

อรเป็นคนที่บอกความต้องการของตัวเองตลอดเวลาไหม

ใช่ แต่นี่เป็นสิ่งที่เพิ่งค้นพบมาเหมือนกันว่า ตะโกนเยอะก็ไม่ดี เพราะอาจจะมีบางคนที่เขาอยากเติบโต อยากโดดเด่นเหมือนกัน แต่เขาไม่กล้าพูด เขาจะอิจฉาคนแบบเรา หนูก็เลยไม่แปลกใจที่โดนอิจฉาบ่อย 

ความจริงก็คือ หนูไม่ได้แคร์ว่าเขาจะอิจฉาหรือไม่อิจฉา มานั่งด่าหนูหรือมานินทาลับหลังหนู แค่รู้สึกว่าการที่เขาคิดแบบนี้มันทำให้เขาไม่ไปไหนสักที ในเมื่อเธออิจฉาก็ทำให้ได้เท่าฉันสิ คือเราก็ไม่ได้เก่ง เรายังต้องเรียนรู้ตลอดเวลา มีพลาด มีคิดไม่ออก มีคิดไม่ถึง มีสิ่งที่เราต้องเรียนรู้

พี่ต้อม-จิรัฐ บวรวัฒนะ เขาพูดมาเสมอว่า “ผมนับถือคุณ ที่ให้รับผิดชอบงานเดี่ยวได้ เพราะว่าคุณทำ ไม่ใช่พูดอย่างเดียว” ง่าย ๆ แค่นั้นเลย

อย่าง ORN and ON ตอนแรกจะไม่ทำ แต่รู้สึกว่าควรมีผลงานสักชิ้นหนึ่ง หนูอยากให้แฟนคลับภูมิใจในตัวหนูเสมอ หนูเห็นเขาเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นพี่ เป็นน้อง เหมือนเด็กคนหนึ่งที่อยากทำให้พ่อแม่ชม อาจจะเป็นการคาดหวังที่ไม่ดีรึเปล่าก็ไม่รู้นะ

แล้วเอาตัวรอดยังไงในค่ายไอดอลที่เต็มไปด้วยกฎ

ทำตัวเป็นน้ำ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ

มีสักครั้งไหมที่ไปขวางเรือ

ก็ออกจากค่ายไงคะ (หัวเราะ) ครั้งเดียวจบเลย 

ORN my life

ตลอด 6 ปีของการเป็น BNK ถ้ามีคะแนนเต็ม 10 คุณเป็นตัวเองกี่คะแนน

6 เต็ม 10 เราพูดทุกอย่างที่คิดไม่ได้ขนาดนั้น

ถ้าเทียบกับเพื่อน ๆ คิดว่าคนอื่นได้กี่คะแนน

4 เต็ม 10 หนูคิดว่าเพื่อน ๆ ไม่ค่อยบอกความต้องการของตัวเองสักเท่าไหร่ หนูเด่นในการ Outstanding ออกมา แต่จริง ๆ แล้ว 6 คะแนนของเราคือธรรมดามาก 

ตอนอยู่ BNK ใครเป็นคนวางคาแรกเตอร์ให้คุณต้องเป็นคนแบบนี้

อยากรู้ว่าคนแบบนี้เป็นแบบไหน ในมุมของคนข้างนอก

เป็นผู้หญิงมั่นใจ มีความคิดเป็นของตัวเอง พูดจาฉะฉาน ไม่ค่อยยอมคน 

แต่ถ้าอะไรหยวนได้ก็หยวนนะ

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

ซึ่งค่ายเลือกให้หรือเราเป็นเอง

เป็นนิสัยหนูอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ค่ายวางให้หนูคือนักแสดงค่ะ ไม่ว่าจะอะไร เขาไม่ได้มองว่า หนูเป็นศิลปินเดี่ยว เกิร์ลกรุ๊ป เขามองว่าหนูเป็นนักแสดง

เพราะ

เขาบอกว่า อยากให้หนูเป็น พี่อั้ม พัชราภา (หัวเราะ) 

พูดจริง พี่ต้อมบอกว่า “ผมเห็นคุณเป็น อั้ม พัชราภา” วันแรกเขาบอกว่าหนูเป็นคนสวย (หัวเราะ) 

แล้วตอบกลับเขาไปว่าอะไร

หนูก็ อ๋อ ค่ะ อั้ม พัชราภา เลยหรอวะ เอาจริงหรอแม่ (หัวเราะ)

หนูอาจจะสวยสู้พี่เขาไม่ได้ แต่จะพยายามนะคะ ก็พูดไปอย่างนี้ แต่เขาวางแผนไว้ให้เป็นแบบนี้ ความเบอร์ใหญ่ ความแม่ เอาแซ่บ ๆ โต ๆ สาว ๆ ไปเลย  

ตั้งแต่ตอนออดิชัน เขาจะวางแล้วว่าคนนี้มีภาพลักษณ์แบบไหน คนนี้มาร้องเพลง เต้น หรือแสดง  

มองว่าตัวเองเป็น อั้ม พัชราภา ได้ไหม

ไม่นะ หนูไม่น่าเป็นพี่อั้มได้ 

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

ถ้าให้ตั้งชื่อตัวเองในวงการจะชื่อว่า

ตอนแรกหนูมีอยู่เกือบ 3 ชื่อ ชื่อจริง ๆ หนูคือแคทเธอรีน ซึ่งนี้มันเก่ามาก เพื่อนบูลลี่ บางคนไม่ยอมเรียกแคทเธอรีน แล้วอาเจ็ก น้องของพ่อ เขาชอบ ‘อรอนงค์ ปัญญาวงศ์’ หนูก็เลยชื่ออร

นี่คือที่มา แต่ก็อายที่ชื่ออรอยู่ดี รู้อย่างนี้ชื่อแคทเธอรีนดีกว่า แต่ตอนเด็กมันเลือกอะไรไม่ได้ไง 

แล้วชอบไหมที่แฟนคลับตั้งฉายาให้ว่าอุ๋ง

อรอุ๋ง ได้นะ รู้สึกเป็น อ อ่าง ๆ (หัวเราะ) ตอนนี้หนูก็ใช้อรอุ๋ง คนข้างนอกจะจำอรอุ๋งได้มากกว่าอร BNK แล้วแฟนคลับก็ไม่คิดด้วยว่าหนูจะใช้ชื่อนี้ เขาแบบ “อรอุ๋ง ฉันว่าไม่ใช่ แอคทวิตนี้มันไม่ใช่หรอก อรไม่อยากใช้อรอุ๋ง มันหนีอรอุ๋งมาตลอดทั้งชีวิต แล้วอยู่ดี ๆ จะมาใช้อรอุ๋ง” สุดท้ายก็คือ ใช่ว่ะ ใช่จ้า

อะไรที่อร BNK48 มักจะถูกถาม สัมภาษณ์ สงสัยเยอะที่สุด

ถ้าจากข้างนอกก็ ออกจากวงยัง (หัวเราะ)

ทำไมถูกถามบ่อย

หนูอาจจะลุคไม่เหมือนคนอยู่ BNK มั้ง เขาเลยสงสัยว่านี่ยังอยู่ในวงปะเนี่ย แต่จริง ๆ หนูอะกรีดเลือดออกมาสีม่วงเลยนะ

แล้วก็ที่โดนถามเยอะ คือ BNK ยังมีอยู่ไหม หลังจาก คุกกี้เสี่ยงทาย มีซิงเกิลอะไรล่ะ ทั้งที่ คุกกี้ฯ คือซิงเกิลที่ 2 เรามี 10 กว่าซิงเกิลแล้ว (หัวเราะ)

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน
ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

อะไรที่ได้มาจาก BNK แล้วทำให้อรเป็นอรทุกวันนี้

หนูว่า EQ หนูดีขึ้น แล้วก็รู้สึกว่า ผู้หญิงเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน (หัวเราะ) 

ความเป็น BNK คือ ผู้หญิงละเอียดอ่อน เดินไปห้องน้ำช้า เดินเป็นแก๊ง ไปเข้าห้องน้ำคนเดียวไม่ได้ หรือต้องอ้อยอิ่งนิดหนึ่ง หนูไม่เข้าใจ อย่างตาหวานก็บอกว่า “ตอนแรกเอ็งนี่มันตัวตึงอยู่นะ” ไม่แปลกที่น้องกลัว แต่ในระหว่างทางไม่ได้สวยงามขนาดนั้นเลย ก็เลยกลับมามองตัวเองว่า ไม่ใช่ให้คนอื่นมาปรับตัวกับเรา เราควรปรับตัวกับคนอื่น ปัญหาอยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่เขา

เรามี EQ มากขึ้น มี Human Skill มี Empathy เป็นสิ่งที่ควรมีในตัวทุกคน ไม่ได้หมายความว่าเราจะอ่อนลง เราแค่เข้าใจผู้อื่น แล้วก็เป็นผู้ฟังมากขึ้น เพราะจริง ๆ คนเราขาดคนฟัง ส่วนใหญ่เราจะมีแต่คนพูด แล้วพอเราเปิดใจฟัง เรารู้สึกได้มากกว่าที่พูดซะอีก การเป็นผู้ฟังที่ดีเป็นสกิลที่ยากมาก 

แล้วการเป็น BNK ทำให้อรเสียอะไรไปบ้าง 

เมมเบอร์ BNK คงจะตอบว่าเสียสละช่วงเวลาวัยรุ่นค่ะ ซึ่งมันจริง จริงแน่ ๆ 

เราเสียช่วงเวลาอยากสนุกไป เช่น หนูเพิ่งไปสถานบันเทิงเริงรมย์ตอน 25 ขวบ เพื่อนก็ถาม จริงหรอมึง นี่ก็แบบ จริง ฉันเพิ่งรู้สึกกล้าที่จะทำอะไรอย่างนี้

ถ้าย้อนกลับไปหนูก็อยากเดินจับมือแฟนที่สยาม เพราะหลังจากนั้นมันไม่มีทางที่จะทำได้อีก คือหนูทำอย่างอื่นเยอะมากจนคิดว่า ถ้าสิ่งที่… (นิ่งคิด) ที่รู้สึกเสียดายน่าจะเป็นเรื่องความรัก หนูอยากมีแฟน 

แต่ถึงยังไง หนูก็ไม่น่าจะเปิดตัวแฟน มันไม่คุ้ม (หัวเราะ) หนูไม่อยากให้คนมานั่งเสิร์ช ‘อร พัศชนันท์ แฟน’ 

พอเป็นดารา เราถูกโฟกัสมาตลอด ไม่ว่าทำอะไรคุณจะโดนนับเป็นสถิติเสมอ อรเลือกตั้งอันดับที่เท่าไหร่ เป็นดารา Top 10 ในไทยไหม มีรายได้เท่าไหร่ หนูเลยรู้สึกว่า ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาให้โดนแสล็น เลยคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าเปิดตัว

มีอะไรที่ค้างคาหรือยังไม่ได้ทำในฐานะ BNK อยู่ไหม

ไม่มีค่ะ หนู Complete ทุกอย่างแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่คิดมาเหมือนกันว่า เราเหลืออะไรอีกวะ กัปตันก็ไม่ได้อยากเป็น พูดจริง ๆ เลยตัดไป เซนเตอร์เป็นแล้ว แถวหน้า แถวกลาง แถวหลัง เป็นหมดแล้ว พรีเซนเตอร์เป็นหมดแล้ว 

เพลงใหม่ BNK ไง Iiwake ​Maybe โอ้ย เสียดาย ฉันอยากใส่ชุดลายสก็อตสีแดง 

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

งั้นต่อจากนี้คนคุยกับอรเรื่องอะไรถึงจะสนุกที่สุด

หนูชอบ Deep Conversation นะ ตอนนั้นเจอ พี่บาส ณัฐวุฒิ ที่งานแต่ง เขาถามว่า “สิ่งที่ได้จาก BNK คืออะไร” เป็นคำถามจากคนที่รู้จักกันครั้งแรก มา! มวยถูกคู่ว่ะ หนูชอบอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าคนไหนปิดใจ หนูก็จะไม่ถามต่อ เปลี่ยนเรื่องอื่น เอาจอย ๆ แทน 

แล้วคุยกับตัวเองบ่อยไหม

บ่อย แต่ไม่ได้คุยออกมานะ คุยในความคิด แล้วหนูเพิ่งค้นพบวิธีที่แยกความคิดตัวเองคือ เขียนลงไป ช่วงนี้ก็จะมีไดอารี่

ส่วนมากสิ่งที่จดลงไปเป็นเรื่องอะไร

เรื่องค่ายหมดเลยค่ะ น้องคนนี้ต้องการแบบนี้ ๆ เป็นไปได้ไหม ทุกคนต้องมานั่งคุยกันว่าอะไรทำได้ไม่ได้

ชีวิตจะมีแต่เรื่องงานไหมนะ

การได้กินกาแฟแก้วหนึ่งก็มีความสุขแล้ว หนูรีแลกซ์ได้ หรือการได้มาทำหน้า กินไส้ย่างกับเพื่อนต่อ ฉันจะหาทางเติมพลังของฉันเอง หนูเป็นพวกชอบทำงาน อย่างตอนนี้ติดนิยายจีนก็มีความสุข อ่านไป 400 กว่าตอนแล้วค่ะ บัลลังก์หมอยาเซียน บอกชื่อเลย

เล่าให้ฟังหน่อย

เจอบนเฟซบุ๊ก แล้วหนูก็ไปอ่านเรื่องย่อ สักพัก อ้าว ติดว่ะ มี 2,000 กว่าตอน หนูอ่านไป 400 นี่ยังไม่ถึงครึ่งเลยนะ (หัวเราะ) หนูใช้วันหยุดปีใหม่ไปกับการอ่านนิยายและการนอน

ถ้าสมมติอ่านถึงตอนที่ 1,900 แล้วเขาบอกว่าจะเลิกแปล

ร้องไห้! เพราะมันติดแล้วอะ แล้วจะจบยังไงวะ หรือยังเขียนไม่จบ หนูก็เลยพยายามเบรกตัวเองให้อ่านช้า ๆ ลง แต่ก็ไม่ได้ ไม่รู้พี่ได้ประโยชน์จากการสัมภาษณ์นี้ไหมนะ แต่หนูคงจะเป็นภาวะซึมเศร้าหลังอ่านนิยายจบ หนูไม่อยากให้มันจบเลย

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากแต่งงานก่อนอายุ 30 ตอนนี้ยังอยากอยู่ไหม

(หัวเราะ) โอย หนูว่าหนูได้แต่งงานหลัง 30 

ก็ขนาดตอนนั้นยังให้สัมภาษณ์เลยว่าแพ้แอลกอฮอล์ แล้วหนูเพิ่งไปเที่ยวผับตอนอายุ 25 ค่า เราต้องอัปเดตเนาะ 

พูดไปจะโดนด่าไหมวะ ความรักมันเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน แต่หนูเป็นคนรักจริง ถ้าเปิดตัวก็คงแต่ง คงมั่นใจในระดับมากแล้ว และแบรนดิ้งก็อาจจะต้องดีมากด้วย จริง ๆ หนูเป็นคนสบายนะ แค่ต้องการคนที่รับได้กับการที่หนูนอน 14 ชั่วโมง หรือการที่…

อ่านนิยายวันละ 50 ตอน 

ใช่! หนูโลกส่วนตัวสูงมาก เคยคิดว่าถ้ามีแฟนแล้วต้องสร้างบ้านด้วยกัน คงต้องสร้างห้องแยก หนูกับเขา แล้วก็มีห้องของเราเป็นเบสหลักในการนอน เช่น หนูกลับดึกก็กลัวรบกวนการนอนเขารึเปล่า หนูคิดเยอะไปหมดเลย เพราะหนูแค่อยากเปิดตัวคนนี้แล้วแต่งเลย เหมือนซงฮเยคโย 

ส่วนแบรนดิ้งดีที่ว่าก็คือ ผู้ชายไม่มีข่าวเสียหาย หรือเจ้าชู้ มีแฟนคลับเคยมาจับมือแล้วก็บอกว่า “อรจะมีแฟนเป็นใครก็ได้ พี่ไม่ว่า จะรวยหรือจะจน ขอแค่อย่าทำร้ายอร พี่ไม่อยากเห็นข่าวอรโดนซ้อม” ถ้าจะมีแฟนก็ต้องเป็นคนที่ไม่มีคำครหาว่าคนนี้ไม่เหมาะสม 

แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าหนูจะรักคนนี้จริง ๆ ไม่ว่าจะยังไง แบรนดิ้งไม่ดี มันก็รักแหละค่า 

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

คิดถึงขั้นมีครอบครัวเลยเหรอ

หนูอยากมีลูก แต่ก็แอบกลัวว่าถ้าเกิดมาในสังคมตอนนี้อาจไม่แฟร์กับลูกเท่าไหร่ โทษนะ เจอ PM 2.5 เจอโควิด เจอผู้นำประเทศแบบนี้

หนูคิดว่าคงเลี้ยงลูกแบบเพื่อน ถ้าจะมีก็มี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร คงต้องถามสามีว่าอยากมีลูกไหม แต่ถ้าอยากมีลูกเป็นคอกก็ไม่เอา นั่งอ่านนางเอกใน บัลลังก์หมอยาเซียน ก็คือแฝดสาม (ถอนหายใจ) แต่ถ้าอยากให้เลือก… อยากได้ผู้ชายมากกว่า เพราะว่าผู้หญิงเสียเปรียบในสังคม ขนาดในวงการบันเทิงยังเสียเปรียบเลย

แค่รู้สึกว่าถ้ามีลูกมันควรมีตอนนี้ แต่ตัวเองก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จะไปเลี้ยงลูกได้ไงวะ

ขอความสามารถพิเศษ 1 อย่างที่คนไม่รู้เกี่ยวกับคุณ

นอนได้เกินวันละ 14 ชั่วโมง

ไม่กินข้าวก็ได้ แต่ขอหลับ ถ้านอนเที่ยงคืน หนูตื่นอีกที 5 โมงก็ได้ ถ้าเกิดวันนั้นว่างจริง ๆ 

ถ้าได้จับมืออร BNK เป็นเวลา 8 วินาที จะบอกอะไรกับเธอ

แวบแรกคือ ในชีวิตนี้หนูไม่มีทางไปงานจับมือ (หัวเราะ) พูดตรง ๆ ไม่มีทาง 

แต่ว่าถ้าต้องไปจับอร BNK…

ภูมิใจในตัวเองเข้าไว้นะ จะใช้คำนี้ แค่นี้แหละค่ะ

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

Writers

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load