คุณก็เป็นอีกคนที่ชอบอาหารบ้านๆ รสมือแม่ใช่มั้ยครับ อาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ที่อาจจะเก็บมาจากหลังบ้านหรือซื้อจากตลาดสดใกล้บ้าน ก่อนนำมาปรุงให้สุกและปรุงรสง่ายๆ ด้วยเครื่องปรุงรสที่ใช้กันมาในชุมชน ไม่มีอะไรซับซ้อนหวือหวาหรือสวยงามน่าถ่ายรูปเหมือนบรรดาอาหารตามร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารที่กินแล้วช่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน 

ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบอาหารแบบนี้เหลือเกิน แม้จะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ก็ตาม แต่เมื่อเดินทางไปที่ไหนก็มักจะเสาะหาอาหารรสมือแม่แบบนี้กินอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งมีคนแนะนำให้ผมรู้จักกับการ์ตูนเล่มหนึ่งที่ทำให้รู้สึกถึงรสมือแม่แม้เพียงได้อ่าน หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า ครัวบ้านบ้าน หรือ MY LITTLE KITCHEN 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ครัวบ้านบ้าน เป็นหนังสือการ์ตูนที่วาดโดย พิชญ์สินี ตั้งกิตตินันท์ หรือ PittMomo ที่เลือกนำเสนออาหารแบบบ้านๆ และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในจังหวัดเชียงรายผ่านสายตาของตัวเอกของเรื่อง นักเขียนการ์ตูนผู้ย้ายจากเมืองหลวงกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่บ้านเกิด ได้เรียนรู้และชิมรสอาหารพื้นถิ่นหลากหลาย ซึ่งมีที่มาจากการไปตามหาและเก็บมาจากไร่สวนเทือกนาแถวบ้าน 

ครัวบ้านบ้าน นี้ตีพิมพ์มาถึงเล่มที่ 3 แล้ว ซึ่งเล่มล่าสุดนี้คือ MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน ภาคฤดูฝน 2 เล่มก่อนหน้าคือ MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน (รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 หนังสือประเภทการ์ตูน จากเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 16) และ MY LITTLE KITCHEN 2 : ครัวบ้านบ้าน ภาคฤดูร้อน (รองชนะเลิศ Silver Award จากการประกาศรางวัล Japan International MANGA Award ครั้งที่ 13 และล่าสุดรางวัลหนังสือดีเด่น ประเภทการ์ตูน และหรือนิยายภาพทั่วไป จากเวทีการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำ พ.ศ. 2563 โดย สพฐ.) 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ใช่แล้ว การ์ตูนเล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็นตามฤดูกาล ร้อน ฝน และหนาว

สำหรับคนเมืองอย่างเราๆ จะฤดูกาลไหนก็แทบจะไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันไปนัก เพราะในซูเปอร์มาร์เก็ตติดแอร์เย็นฉ่ำนั้นก็มีผักเหมือนเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่แตกต่างกัน

แต่สำหรับคนนอกเมืองแล้ว ฤดูกาลและสภาพอากาศนั้นนำมาซึ่งวัตถุดิบและอาหารที่แตกต่างกันไป เราอาจจะหลงลืมหรือไม่เคยรู้ว่าหน้าร้อนเป็นเวลาของไข่มดแดงรสมัน มะม่วงรสเปรี้ยวอมหวานและมันก็ออกมาไล่เลี่ยกัน หรือพอเข้าหน้าฝนนั้นเป็นเวลาของการหาเห็ดหาหน่อไม้และจับปูนา 

นอกจากการปรุงอาหารแต่ละเมนูแล้ว เราจะยังได้เห็นเรื่องราวที่รายล้อมรอบอาหารจานนั้นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเจียงฮาย และที่น่ารักมากที่สุดคือ นี่เป็นการ์ตูนที่ตัวละครพูดคำเมืองกันทั้งเล่ม (แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะคำแปลไว้มุมล่างของทุกหน้า) สำหรับผม นี่จึงเป็นการ์ตูนที่พาเราไปรู้จักโลกของอาหารและวัฒนธรรมที่ผม ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แทบไม่เคยรู้มาก่อนเลย

การประกอบอาชีพเป็นนักเขียนการ์ตูนในประเทศนี้ว่ายากแล้ว ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มันไม่ได้ดึงดูดคนหมู่มากนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เราจึงขอชวนท่านผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังเจียงฮาย ต้นกำเนิดการ์ตูนเล่มนี้ พร้อมพูดคุยกับ PittMomo ผู้เขียน MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน ถึงจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้กัน 

โปรดระวัง เมื่ออ่านจบ คุณอาจจะต้องไปตามหาอาหารเหนือมากินแก้หิวก็เป็นได้

ก่อนหน้านี้คุณทำงานด้านไหนบ้าง 

ส่วนใหญ่จะเป็นงานวาดการ์ตูนค่ะ ผลงานที่ผ่านมาก็มีทำงานฟรีแลนซ์ วาดหนังสือการ์ตูนสไตล์มังงะ เรื่อง BLUE STREET สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ วาดภาพการ์ตูนอาหารประกอบโฆษณาให้กับเพจ Sizzler Thailand และหนังสือการ์ตูนสไตล์คอมิกเอสเสเรื่อง MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน สำนักพิมพ์ Bunbooks ค่ะ

พิชญ์สินี ตั้งกิตติคุณ เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

คุณอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กเลยรึเปล่า 

ตอนเด็กเราคิดว่าการวาดการ์ตูนเล่นสนุกดี ชอบวาดเป็นงานอดิเรก ไม่ได้คิดจริงจังว่าอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะเราอยู่ต่างจังหวัด ไม่แน่ใจจริงๆ ว่ามีสำนักพิมพ์ไหนที่รับพิมพ์การ์ตูนบ้าง แต่เคยคิดฝันว่าอยากเป็นนักทำแอนิเมชัน ก็เลยลองมาเรียนทางสายนี้ แต่พอเรียนดูแล้วรู้สึกว่าไปทางนี้ไม่ไหว เราก็เลยเลือกที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูน

มีการ์ตูนเรื่องไหนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณมั้ย

มีคอมิกเอสเสของ อาจารย์นาโอโกะ ทาคางิ (คนเขียนหนังสือเรื่อง ชีวิต 150 cm) และอีกเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจคือ มารูโกะ ทั้งสองท่านเป็นนักเขียนที่เราชื่นชอบมาก ลายเส้นน่ารักมาก

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ความทรงจำวัยเด็กที่คุณต่อบ้านเกิดคืออะไร

กับข้าวท้องถิ่นจากฝีมือของแม่ ซึ่งเมนูฝีมือแม่ที่คิดถึงมากๆ ก็จะเป็นแกงผักกาดจอ น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว ที่ทานบ่อยมากเลย

เราจำได้ว่าอาหารสไตล์ภาคเหนือบ้านเราจะทำกินเองทุกวัน ถึงฤดูไหนที่พืชผักโตแล้วก็จะหาเด็ดตามแถวบ้านมาทำ บางทีคุณตาไปนาจับปลา ปู หอย มาให้ด้วย บ้านเรามักจะทานน้ำพริกกับผักบ่อยๆ เพราะทานง่าย ในทุกวันก็จะได้ยินเสียงแม่ตำน้ำพริกค่ะ แม่กับญาติจะช่วยกันทำ บางทีถ้าญาติไม่ว่าง แม่ก็จะทำเองแบบชุดใหญ่ เสร็จแล้วเราก็จัดอาหารแบบวางรวมกันในถาด เรามักจะทานอาหารร่วมกันแบบพร้อมหน้าเสมอ 

แล้วคุณมีส่วนร่วมอยู่ในการทำอาหารเหล่านั้นบ้างรึเปล่า

ตอนเด็กเราก็ช่วยแม่ทำกับข้าวทุกวัน ส่วนใหญ่ก็ทำอาหารพื้นบ้าน เหมือนคุณแม่ก็พยายามสอนเราทำด้วยเผื่อว่าเราเป็นผู้ใหญ่หรือออกเรือนไปจะได้ทำกินเอง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังทำไม่เก่ง

ในหนังสือ ครัวบ้านบ้าน ของคุณมีการแบ่งเรื่องราวออกตามฤดูกาล คุณมีอาหารโปรดประจำแต่ละฤดูไหม

ถ้าเป็นฤดูร้อน ชอบทาน ‘ตำมะม่วงใส่ปลาแห้ง’ หน้าร้อนมะม่วงเปรี้ยวดกเต็มต้น เหมาะกินในหน้าร้อนมาก 

ฤดูฝนก็มีเมนูหลายอย่างที่น่ากิน แต่เราชอบ ‘อ่องปูนา’ ใช้มันปูผสมกับไข่ไก่ รสชาติอร่อยมันดี ไม่ค่อยได้ทานบ่อย แต่ปูมีให้จับเยอะมากในช่วงนี้

ส่วนฤดูหนาวก็จะเป็น ‘ข้าวหนุกงา’ หรือโมจิสไตล์เมืองไทย ผสมเมล็ดงาขี้ม้อนมีกลิ่นหอม มีขายกันเฉพาะหน้าหนาว เพราะเขาว่าทานช่วงนี้จะอร่อยมาก

ในการ์ตูนของคุณ มีหลายตอนที่คุณมักจะเขียนให้ตัวเองกินอาหารพื้นเมืองไม่เป็นอยู่เสมอ ในชีวิตจริงคุณมีประสบการณ์กับบรรดาอาหารพื้นเมืองเหล่านั้นยังไง

อันนี้เราเขียนจากประสบการณ์จริง เพราะมันมีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูเลยที่เรากินไม่เป็น อย่างพวกผักบางชนิดที่มีกลิ่นแรงหรือพวกแมลงต่างๆ แต่ตอนหลังก็เริ่มกินได้มากขึ้นแล้ว อย่างพวกน้ำพริก เพราะเมื่อก่อนรู้สึกว่าเผ็ดมาก แล้วเราน้ำพริกกินกับข้าวเหนียวไม่เป็น ขนาดผักสดที่เคียงหรือผักในแกง บอกตามตรงว่าเรายังเลือกกินเลย อาหารเหนือส่วนใหญ่ใส่ผักเยอะ ส่วนมากมักเป็นผักพื้นบ้าน จำได้ว่าเคยเลือกกินแต่เนื้ออย่างเดียว (หัวเราะ) 

แต่ตอนนี้ก็ทานได้หลายอย่างแล้ว ไม่เลือกกินเหมือนเมื่อก่อน เห็นเขาบอกว่าผักมีสารอาหารเยอะ ก็เลยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตอนนี้ที่ชอบกินสุดๆ คือน้ำพริกหนุ่ม

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

แล้วอะไรเป็นจุดเปลี่ยนทำให้หันมาสนใจเรื่องอาหารพื้นบ้านจนวาดออกมากลายเป็นการ์ตูน

ก่อนที่เราจะตัดสินใจเขียนการ์ตูนเรื่อง ครัวบ้านบ้าน เป็นช่วงเวลาที่เราเขียนการ์ตูนอยู่ กทม. หลายปี ทำให้รู้สึกคิดถึงบ้านเกิด คิดถึงกับข้าวท้องถิ่นจากฝีมือของแม่ ก็เลยลองหยิบมาเขียนเป็นการ์ตูนลงเพจเฟซบุ๊กสักตอน ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมีหลายคนเริ่มสนใจติดตามค่ะ แล้วการที่เลือกจะใช้ภาษาเหนือ เลยต้องติดต่อแม่ให้ช่วยแปลเป็นภาษาเหนือ ก็ทำให้รู้สึกว่าไม่ห่างเหินจากครอบครัวทางบ้านเท่าไหร่ค่ะ

การ์ตูนตอนแรกนั้นที่วาดเป็นอาหารอะไร

เมนูที่หลายคนอาจคุ้นเคยบ้างอย่าง แกงผักกาดจอ ลาบคั่วกับผักพลูคาว และน้ำพริกอ่อง ซึ่งเป็นอาหารที่ทำบ่อยเหมือนกัน เพราะเป็นเมนูที่เราเองก็ทานได้กับครอบครัว

ในชีวิตจริงคุณทำอาหารบ่อยมั้ย แล้วได้ทำอาหารเหนือบ้างรึเปล่า 

เรามักจะทำอาหารเองบ่อยๆ ค่ะ ส่วนใหญ่จะทำเมนูง่ายๆ อย่างต้มยำกับผัดผัก แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารเหนือเพราะขั้นตอนทำเยอะกว่า แล้วต้องเตรียมตำน้ำพริกก่อนนำไปใส่แกงทุกครั้ง ซึ่งพอมาเขียนการ์ตูนก็เริ่มรู้สึกขี้เกียจ ไม่ค่อยมีเวลาทำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว (หัวเราะ) 

การ์ตูนเกี่ยวกับอาหารพื้นเมืองดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนสนใจวาดออกมาสักเท่าไหร่ คุณเชื่อมั่นอะไรในสิ่งนี้

ความจริงเราก็ไม่ได้เชื่อมั่นค่ะ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า เราเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยความคิดถึงบรรยากาศทางบ้าน สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจว่าทุกคนชอบก็คือเกี่ยวกับอาหาร เราจึงเขียนพร้อมวิธีทำลงไปคร่าวๆ ด้วย หลายคนก็ชื่นชอบกัน ให้กำลังใจและอยากติดตามอ่านกันมากขึ้น เราจึงตั้งใจเขียนและถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

นอกเหนือจากเรื่องของอาหารแล้ว คุณยังนำเสนอเรื่องอย่างสังคมและวัฒนธรรมด้วย 

เราเขียนการ์ตูนที่มีลักษณะดำเนินเรื่องไปแต่ละวัน และในแต่ละช่วงของฤดูมีวันสำคัญที่มีประเพณีท้องถิ่นที่ทำเป็นปกติ ถ้าไม่ได้นำสิ่งนั้นมาเขียนลงไปก็เหมือนขาดอะไรไป แต่จริงๆ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านเราอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษาพูด และบรรยากาศ

มีวัฒนธรรมอะไรของชาวเชียงรายหรือคนภาคเหนือที่คนภาคอื่นไม่มี หรือคนภาคอื่นๆ มักเข้าใจผิดมั้ย

‘วันปี๋ใหม่เมือง’ ตรงกับวันสงกรานต์และเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวเหนือ อย่างวันสงกรานต์มีกิจกรรมที่ทำปกติสามวัน แต่แบบล้านนามีพิธีกรรมที่ต้องทำหลายอย่าง ซึ่งอาจยาวไปถึงสี่ถึงห้าวัน อย่างวันแรกที่ตามบ้านทำพิธีล่องสังขาร ทำพิธีสืบชะตา และกินแกงขนุนในวันปากปีหรือวันที่สี่

มีเมนูอาหารเหนือที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในภาคกลางที่เราไม่ควรพลาดเวลาเข้าร้านอาหารเหนือในครั้งต่อไปมั้ยครับ

มีคนแนะนำให้ลองกิน ‘จิ๊นฮุ่ม หมูฮุ่ม ไก่ฮุ่ม’ เป็นอาหารคล้ายแกงน้ำขลุกขลิกที่เคี่ยวเนื้อสัตว์จนเปื่อยของชาวไทใหญ่ 

อีกอย่างก็ ‘ข้าวบ่ายหมูเค็ม’ เป็นข้าวเหนียวยัดไส้แล้วนำไปย่างบนเตาอีกที เป็นของกินล้านนาโบราณ ค่อนข้างหาทานยาก เหล่านี้เราเองก็ยังไม่เคยกิน แต่เห็นเขาบอกมาว่าอร่อย

ผลตอบรับที่ได้จากการเขียน ครัวบ้านบ้าน นั้นเป็นอย่างไรบ้าง 

ช่วงแรกๆ ที่เขียนก็ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ค่ะ ก็ไม่ถือว่าขายได้มากเหมือนผลงานอื่นๆ ที่ตรงตามตลาด อาจเพราะงานเราเป็นงานเฉพาะกลุ่มเลยไม่ค่อยแมสด้วยแหละ แต่หลังจากที่ได้รางวัลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คนอ่านก็เริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้นตามลำดับค่ะ เราคิดว่าการ์ตูนของเราน่าจะเป็นสื่อกลางที่ช่วยเผยแผ่ความรู้เรื่องราวของอาหารพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคเหนือให้ผู้คนได้รู้จักกันมากขึ้น เพราะมีนักอ่านมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่า อ่าน ครัวบ้านบ้าน จบแล้วรู้สึกหิว จนต้องรีบไปหาเมนูอาหารเหนือในเรื่องมาลองกินตามเลย

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

คิดว่าอะไรทำให้คุณได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น

คิดว่าเป็นความแปลกใหม่มั้ง อาจจะยังไม่เคยมีงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นออกมาเป็นการ์ตูนอย่างจริงจัง มันก็เลยดูน่าสนใจในสายตาของชาวต่างชาติ

การได้รับรางวัลจากทั้งหน่วยงานในไทยและญี่ปุ่นนั้นมีความหมายอะไรกับตัวคุณบ้าง

คงจะเป็นความภูมิใจที่มีคนมองเห็นคุณค่าในผลงานของเราน่ะค่ะ เพราะตอนที่เราเริ่มเขียนเนี่ยก็ไม่ได้คิดฝันว่าจะมีคนให้ความสนใจการ์ตูนของเรามากขนาดนี้ ปกติคิดแต่ว่าเขียนการ์ตูนยังไงให้เลี้ยงชีพไปได้ยาวๆ แค่นั้น

ที่บ้านรู้เรื่องที่คุณได้รับรางวัลมั้ย แล้วเขารู้สึกยังไงเมื่ออาหารบ้านๆ ที่ทำกันมาตลอดชีวิต แต่กลับได้รางวัลขึ้นมาเลย

รู้ค่ะ เพราะคุณแม่ของเราเป็นคนช่วยแปลภาษาเหนือในเรื่องนี้ให้ด้วย พอรู้ว่าได้รางวัลคุณแม่ก็ดีใจและภูมิใจมากๆ 

มีอะไรที่คุณยังไม่ได้ทำแต่วางแผนจะทำต่อไปในอนาคตบ้างมั้ย

วางแพลนไว้ว่าจะเขียนอาหารท้องถิ่นให้จบถึงหน้าหนาว แล้วหลังจากนี้ก็อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเขียนเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอย่างนกแก้วที่เลี้ยงดูบ้าง อาจจะแปลกดีที่มีการ์ตูนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ นอกจากน้องแมวหรือน้องหมา และในอนาคตอันใกล้ตั้งใจจะย้ายกลับไปเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพที่บ้านเกิด แต่ก็คิดว่าอาจหางานอื่นทำเพื่อเป็นอาชีพสำรองควบคู่กันไปด้วย เผื่อว่าเขียนการ์ตูนไม่ไหวแล้วน่ะ

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ติดตามเรื่องราวของ PittMomo ได้ที่ Facebook : PittMomo

Writer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

เจมส์ ธีรดนย์ ไม่สบาย

เย็นวันที่เราพบกัน ฉันได้รับข่าวว่า ‘เจมมี่เจมส์’ เป็นไข้เล็กน้อย ใบหน้าของนักแสดงหนุ่มซีดขาว แต่แววตายังมีประกายแจ่มใส อาการป่วยรบกวนร่างกาย แต่ข้างในหนุ่มน้อยยังเปี่ยมด้วยพลัง ความกระตือรือร้นแบบที่เราเห็นในตัว ซัน HORMONES วัยว้าวุ่น หรือ พัฒน์ จาก ฉลาดเกมส์โกง เปล่งประกายยามเจรจา ความร่าเริงเปิดเผยนี้เองคงเป็นเหตุให้ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เราต่างมองเห็นตัวตนสนุกสนานของ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผ่านซีรีส์หรือภาพยนตร์เสมอ

จนกระทั่งภาพ SOS skate ซึม ซ่าส์ ซีรีส์ลำดับที่ 3 ใน Project S The Series ปล่อยออกมา เจมส์พลิกบทบาทไปรับบท ‘บู’ เด็กหนุ่มซึมเศร้าที่ค้นพบการเยียวยาจากการเล่นสเก็ตบอร์ด ดวงตาลึกโหล ใบหน้าซูบผอม และท่าทางอมทุกข์ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชมหรือกระทั่งตัวเจมส์เองคุ้นเคยเลยสักนิด บทบาทคนป่วยข้างในใจทำให้เขาเติบโตขึ้น และน่าสนใจเกินกว่าจะมองเพียงในหน้าจอ ฉันต้องขอพบนักแสดงหนุ่มตัวจริงสักรอบ

เจมส์จิบน้ำอุ่น ฉันจิบน้ำเย็น เรานั่งลงสนทนากันเรื่องความป่วยไข้ และการไถลออกจากบทบาทที่เคยเป็น ไปแตะขอบความเศร้าที่ฝั่งตรงข้าม เพื่อหวนกลับสู่สมดุลอีกครั้ง

เจมส์ ธีรดนย์

โรคภัยอะไรที่คุณรู้จักดีที่สุด

ภูมิแพ้ ผมแพ้อากาศ ชอบมีอาการหวัดตอนเช้า ช่วงนึงเป็นหนักมาก เคยแพ้กุ้งด้วย กินแล้วปากบวมมาก แต่ผมชอบกินซีฟู้ดปิ้งย่างมาก เลยสู้ กินไปเรื่อยๆ แต่ก่อนไม่เข้าใจว่ากุ้งอร่อยตรงไหน ตอนนี้ก็เรียบร้อย เอาชนะได้แล้ว

ก่อนหน้ารับบท ‘บู’ คุณรู้จักโรคซึมเศร้ามากแค่ไหน

ไม่อยู่ในความคิดผมเลย ผมเคยได้ยินเรื่องโรคซึมเศร้ามาบ้าง แต่ไม่ได้เข้าใจ แต่ก็ไม่เคยไปตัดสินคนที่เป็น

ก่อนหน้านี้ผมไม่กล้าพูดเรื่องโรคซึมเศร้า พูดผิดพูดถูกเดี๋ยวโดนด่า แต่ตอนนี้เรียนรู้แล้วว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าความคิดของเราไม่ได้ไปตัดสินใคร เบียดเบียนใคร ก็ไม่แปลกถ้าเราจะพูด ผมเห็นหลายคนออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ผมว่าไม่ผิดเลยนะ แต่ถ้าพูดโดยที่ไม่เข้าใจโรคนี้ แล้วไปโทษคนที่เป็น ไปตัดสินคนที่เป็น รู้สึกว่าไม่ควร

ในชีวิตจริง คุณเจอคนเป็นโรคซึมเศร้าบ้างมั้ย

เจอไม่มาก มีทั้งเพื่อนที่มหา’ลัยและเพื่อนที่ทำงาน บางคนผมไม่รู้ว่าเป็น พอรู้นี่ตกใจเหมือนกันนะ โรคซึมเศร้าไม่ได้มีอาการแบบเดียว มันเป็นเรื่องของสารเคมีในสมอง เราไม่รู้ว่าในหัวตอนนี้เขากำลังสู้อยู่หรือกำลังท้อ มันลึกมาก

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

จากแทบไม่รู้จักโรคนี้เลย คุณเตรียมตัวรับบทนี้อย่างไร

ตอนแรกไม่รู้ว่าต้องเล่นเป็นโรคซึมเศร้า พอรู้ผมดีใจนะ คาแรกเตอร์เก่าผมคือเด็ก ม.ปลาย ที่เป็นเพลย์บอย บ้านรวย เฮฮาปาร์ตี้ ใน ฉลาดเกมส์โกง ถือว่าไปสุดแล้วสำหรับคาแรกเตอร์นั้น ถ้าไปครึ่งๆ กลางๆ ผมคงเซ็ง ถ้าต้องได้รับบทแบบเดิมก็เซ็ง ผมเลยดีใจที่ได้รับบทที่ท้าทายมากๆ แล้วเราจะได้ตีแผ่เรื่องนี้ให้คนเข้าใจโรคซึมเศร้ามากขึ้น เพราะเรื่องดำเนินผ่านตัวละครบู

ตอนแรกผมรู้แค่ว่าจะได้รับบทเล่นสเก็ตบอร์ด ก็ไปฝึกสเก็ตบอร์ดตั้งแต่รู้เลย ก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่น แต่โชคดีที่ที่ธรรมศาสตร์มีลานสเก็ตพอดี ผมก็ลองเล่น แต่ยังเล่นไม่ค่อยเป็น จนตอนหลังมีครูมาสอน ก็เจ็บตัวมาบ้าง แขนขวาหักไปรอบนึง แต่เล่นไปเรื่อยๆ ก็ชอบนะ ผมอยากเตรียมตัวให้เหมาะกับบทมากที่สุด

นอกจากฝึกสเก็ตบอร์ด คุณต้องเตรียมตัวอะไรอีก

ต่อมาก็เรื่องร่ายกาย ผมทิ้งตัวเองตั้งแต่ถ่าย ฉลาดเกมส์โกง เสร็จ ตอนแรกดูแลตัวเองมาก พี่พัฒน์ (พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์-ผู้กำกับ) บอกว่าเรื่องนี้อยากให้ผอมเลย ไม่เอากล้ามเลย เมื่อก่อนผมหนัก 60 มีกล้าม ก็เลิกเล่นกล้าม งดข้าว คือถ้าลดน้ำหนักดีๆ แบบออกกำลังกายไปด้วย ร่างกายจะแข็งแรง กล้ามจะอยู่ ดูสุขภาพดีไงครับ

โรคซึมเศร้ามีหลายแบบ แตกต่างกันออกไป บางคนกินเยอะกว่าปกติ บางคนกินข้าวน้อยกว่าปกติ แล้วตัวละครผมเป็นประเภทไม่หิว ผมก็ค่อยๆ ลดน้ำหนักมาเรื่อยๆ ยกเว้นช่วงที่ถ่าย ฉลาดเกมส์โกง ตอนนั้นยังผอมมากไม่ได้ หลังจากถ่ายเสร็จก็ลดน้ำหนักจนซูบเลย ตื่นเช้า กินกาแฟ เข้าห้องเรียน แล้วก็ใช้ชีวิต กินข้าวเย็น แล้วก็นอน

แล้วอยู่ไหว เล่นสเก็ตไหวเหรอ

บางวันไม่ไหวก็กิน 2 มื้อ แต่คือกินน้อยมาก ครึ่งจานก็อิ่มแล้ว ลดแบบโภชนาการแย่ๆ ล่องลอยมาก เพื่อนมาบอกทีหลังว่าช่วงนั้นผมหงุดหงิดง่ายมาก เป็นผลข้างเคียงของการไม่กินอาหารนานๆ ลดน้ำหนักฮวบเฉียบพลัน ถ้าดูในเทรเลอร์จะเห็นว่าผอม ลดเหลือ 51 – 52 กิโลกรัม ผมเริ่มลดกล้ามตั้งแต่เดือนตุลาฯ พอถ่าย ฉลาดเกมส์โกง เสร็จเดือนกุมภาฯ ก็ลดอีกหนักๆ 2 เดือน หลังจากนั้นก็ต้องรักษาหุ่นไว้จนถ่ายเสร็จ ตอนนี้เสร็จหมดแล้ว ผมพร้อมจะกลับไปกินข้าว กลับไปฟิตเนสอีกครั้ง มันถึงเวลาแล้ว

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

แล้วด้านโรคซึมเศร้าล่ะ เตรียมตัวยังไง

พาร์ตโรคซึมเศร้า ผมคุยกับพี่พัฒน์มาตลอด รีเสิร์ชด้วยการอ่านเว็บบ้าง ดูเฟซบุ๊กของคนเป็นโรคซึมเศร้าบ้าง คุยกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจริงๆ และคุยกับจิตแพทย์ด้วย คือผมเรียนสายวิทย์ ผมก็อยากรู้ว่าโรคนี้มันเกิดจากสารเคมีในสมองตัวไหน แล้วยาที่กินเป็นสารเคมีแบบไหน ผลข้างเคียงที่เกิดกับแต่ละคนก็แตกต่างกัน ทำให้ง่วง อาเจียน ช่วงที่ดูหนักๆ คือช่วงที่ผมหาตัวละคร ผมไม่ได้หาคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ต้องหาตัว ‘บู’ ก่อน ว่าเขาเป็นใคร แบ็กกราวนด์ชีวิตบูเป็นยังไง ผมสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่คนที่เคยเห็น แล้วค่อยเอาโรคซึมเศร้ามาครอบ

บูเป็นคนยังไง

พื้นฐานของบูเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าเข้าสังคม รู้สึกว่าโดนกดอยู่ตลอดเวลา ด้วยปัญหาหลายๆ อย่างที่มีในเรื่อง ทำให้เขาปิดกั้นตัวเองและเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบบู บางคนอาจเฮฮา แต่พออยู่คนเดียว ความคิดอาจถูกดูดไปหาความเศร้า

ผมไม่ได้เล่นแค่ข้างนอก พอได้ตัวบูแล้ว รู้ว่าภายนอกเขาเป็นยังไง ระบบความคิดเป็นยังไง ถึงได้รู้ว่ารีแอ็กชั่นที่เขาจะโต้ตอบกับสิ่งรอบข้างเป็นยังไง แล้วบูเทกยาตัวไหน เทกแล้วเปลี่ยนไปยังไง

ตัวบูไม่อยากให้คนเห็นเยอะ กลัวสายตาคนมอง ผมเลยดีไซน์ตัวละครให้เดินก้มตลอด ชอบจิกขา จิกมือ ดึงสติตัวเองให้เจ็บเพราะจะได้รู้สึกว่ามีตัวตนอยู่ ช่วงที่เล่นเลยปวดหลังน่าดู  

การสร้างคนที่เศร้าขึ้นมาส่งผลกับชีวิตคุณอย่างไรบ้าง

ผมเป็นคน extrovert มาก ได้รับบท introvert มากๆ มีช่วงที่ตกใจกับตัวเองว่า เฮ้ย ปกติเราไม่ใช่คนแบบนี้นี่ ทำไมกระบวนการความคิดเราเป็นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับเรา ไปเที่ยวต่างประเทศ นึกว่าจะอินกับแสงสีเสียงในเมือง เปล่าเลย อินกับธรรมชาติ ไปนั่งบนเขาชมวิว เหมือนเจอตัวเองอีกมุมนึง

พอช่วงถ่ายเสร็จก็หนักเพราะเจอเรื่องเครียดหลายเรื่อง คนทักว่าติดตัวละครบูมา ซึ่งก็อาจจะจริง ผมกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้า เลยไปหาจิตแพทย์ แต่เพราะรู้จักโรคนี้เต็มๆ แล้ว เลยรู้ว่าที่จิตแพทย์ถาม เขาถามเรื่องอาการซึมเศร้าชัวร์ๆ ผมเลยตอบหลบในครั้งแรก ไม่ยอมกินยา แล้วช่วงนั้นผมคุยปรึกษาหลายคน คิดว่าน่าจะดีขึ้นได้ ปรากฏว่าเป็นหนักเลย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่โลกหม่นหมองมาก เหนื่อย ช่วงเย็นคือดาวน์สุดๆ

ทำไมถึงได้รับผลกระทบมากขนาดนั้น

อาจเพราะติดคาแรกเตอร์ อาจเพราะจิตสั่งกายว่าเรากลัวจะเป็นแบบนี้ไปตลอด ยิ่งมีเรื่องเรียน เรื่องงานเข้ามา เป็นช่วงที่เราอ่อนแออยู่ พอเจอเรื่องหนักก็เป๋ เลยไปหาหมออีกรอบนึง คราวนี้ไปคนเดียว หมอบอกว่าเป็นภาวะเครียดและสั่งยาลดเครียดให้ ผมเพิ่งหยุดกินไปช่วงวันแม่และดีขึ้นแล้ว บาลานซ์ตัวเองได้ ตอนนี้หลุดออกมาได้แล้ว เหมือนเป็นการออกจากคาแรกเตอร์ ต้องใช้เวลา

ผมคิดว่าอาชีพนักแสดง ต่อให้เล่นได้เก่งแค่ไหน สุดท้ายแล้วนักแสดงที่ดีคือต้องเข้าได้ออกได้ เข้าได้แล้วจมคือทำได้งานเดียว เข้าได้ออกได้แล้วเรียนรู้ นั่นคือสิ่งที่นักแสดงต้องทำ

เจมส์ ธีรดนย์ เจมส์ ธีรดนย์

คุณเคยติดตัวละครอื่นที่เล่นมั้ย

ไม่ ซันใน HORMOMES วัยว้าวุ่น น่ะสร้างมาจากผมอยู่เยอะ พัฒน์ใน ฉลาดเกมส์โกง ก็มีความคล้ายผมอยู่เยอะเหมือนกัน ผมก็ได้เรียนรู้นะ แต่ว่าตัวเราก่อนเล่นกับหลังเล่นก็ไม่เปลี่ยน เรื่องนี้มันต่างกับผมเหมือนหยินกับหยาง เราเป็นหยินมาก่อน พอเจอหยางในตัว แล้วมันเข้ามารวมกันได้ ทำให้รู้สึกว่าเป็นการเรียนรู้ครั้งใหญ่มาก

แล้วสิ่งที่ได้เรียนรู้อีกอย่างคือสมาธิ เวลาจะจูนเข้าต้องใช้สมาธิสูงมาก ผมไปออกกองไม่มีใครคุยกับผมเลยทั้งวัน เอาน้ำมาให้ยังไม่กล้าเลย เพราะเป็นบูตั้งแต่ถึงกองยันเลิกกอง เป็นมวลหม่นๆ เดินไปเดินมาในกองตั้งแต่ตี 5 ครึ่งถึง 5 ทุ่ม กลับบ้านแต่ละวันนี่หมดพลัง ตรงข้ามกับตอนถ่าย ฉลาดเกมส์โกง ผมดู Steve Jobs ดู The Wolf of Wall Street มันมาก พยายามหาวิธีพูดแบบดึงความสนใจคน การไปกองแต่ละวันเลยสนุกเฮฮามาก

ดูเหมือนว่าตัวละครก่อนๆ ของคุณต้องการความสนใจ แต่ตัวละครบูต้องการความเห็นอกเห็นใจ

ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แต่ผมคิดว่าบูคงไม่ได้ต้องการความเห็นใจ เพราะถึงต้องการไปก็อาจไม่ได้ ลึกๆ เขาแค่ต้องการความรักและการยอมรับ ซึ่งตัวละครอื่นๆ ก็ต้องการการยอมรับเหมือนกันนะ แต่มันแตกต่าง คนละอย่างกัน

เจมส์ ธีรดนย์

ในอนาคต คุณอยากรับบทแบบไหนอีกบ้าง

แบบไหนก็ได้ บทเด็กก็ได้ บทผู้ใหญ่ก็ได้ ขอแค่ทุกคนรอบข้างทุ่มเท มีแพสชัน มีความละเอียด และให้ผมได้ใช้เวลากับมันเต็มที่ อยากได้บทที่มีความพิเศษในตัวของมัน อาจเป็นหน้าที่ผมที่ต้องทำเอง ผมแค่อยากกระโจนลงไปทำให้ดีที่สุด

คำถามสุดท้ายสำหรับคนป่วยวันนี้ โรคที่คุณไม่อยากเป็นที่สุดคืออะไร

โห ไม่อยากเป็นเลย เหมือนที่เขาบอกว่า ‘ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ’ ก็จริงนะ เวลาไม่ป่วยนี่ดีมาก ถ้าป่วย มีเงินเป็นล้านก็ไม่ได้ใช้ เลยไม่อยากเป็นโรคอะไรทั้งนั้น ภูมิแพ้ก็ไม่อยากเป็น ตอนนี้ถ่ายเสร็จหมดแล้ว ผมพร้อมจะกลับไปกินข้าว กลับไปฟิตเนสอีกครั้ง ได้เวลากลับไปแข็งแรงแล้ว (หัวเราะ)

เจมส์ ธีรดนย์

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load