คุณก็เป็นอีกคนที่ชอบอาหารบ้านๆ รสมือแม่ใช่มั้ยครับ อาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ที่อาจจะเก็บมาจากหลังบ้านหรือซื้อจากตลาดสดใกล้บ้าน ก่อนนำมาปรุงให้สุกและปรุงรสง่ายๆ ด้วยเครื่องปรุงรสที่ใช้กันมาในชุมชน ไม่มีอะไรซับซ้อนหวือหวาหรือสวยงามน่าถ่ายรูปเหมือนบรรดาอาหารตามร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารที่กินแล้วช่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน 

ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบอาหารแบบนี้เหลือเกิน แม้จะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ก็ตาม แต่เมื่อเดินทางไปที่ไหนก็มักจะเสาะหาอาหารรสมือแม่แบบนี้กินอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งมีคนแนะนำให้ผมรู้จักกับการ์ตูนเล่มหนึ่งที่ทำให้รู้สึกถึงรสมือแม่แม้เพียงได้อ่าน หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า ครัวบ้านบ้าน หรือ MY LITTLE KITCHEN 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ครัวบ้านบ้าน เป็นหนังสือการ์ตูนที่วาดโดย พิชญ์สินี ตั้งกิตตินันท์ หรือ PittMomo ที่เลือกนำเสนออาหารแบบบ้านๆ และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในจังหวัดเชียงรายผ่านสายตาของตัวเอกของเรื่อง นักเขียนการ์ตูนผู้ย้ายจากเมืองหลวงกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่บ้านเกิด ได้เรียนรู้และชิมรสอาหารพื้นถิ่นหลากหลาย ซึ่งมีที่มาจากการไปตามหาและเก็บมาจากไร่สวนเทือกนาแถวบ้าน 

ครัวบ้านบ้าน นี้ตีพิมพ์มาถึงเล่มที่ 3 แล้ว ซึ่งเล่มล่าสุดนี้คือ MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน ภาคฤดูฝน 2 เล่มก่อนหน้าคือ MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน (รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 หนังสือประเภทการ์ตูน จากเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 16) และ MY LITTLE KITCHEN 2 : ครัวบ้านบ้าน ภาคฤดูร้อน (รองชนะเลิศ Silver Award จากการประกาศรางวัล Japan International MANGA Award ครั้งที่ 13 และล่าสุดรางวัลหนังสือดีเด่น ประเภทการ์ตูน และหรือนิยายภาพทั่วไป จากเวทีการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำ พ.ศ. 2563 โดย สพฐ.) 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ใช่แล้ว การ์ตูนเล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็นตามฤดูกาล ร้อน ฝน และหนาว

สำหรับคนเมืองอย่างเราๆ จะฤดูกาลไหนก็แทบจะไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันไปนัก เพราะในซูเปอร์มาร์เก็ตติดแอร์เย็นฉ่ำนั้นก็มีผักเหมือนเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่แตกต่างกัน

แต่สำหรับคนนอกเมืองแล้ว ฤดูกาลและสภาพอากาศนั้นนำมาซึ่งวัตถุดิบและอาหารที่แตกต่างกันไป เราอาจจะหลงลืมหรือไม่เคยรู้ว่าหน้าร้อนเป็นเวลาของไข่มดแดงรสมัน มะม่วงรสเปรี้ยวอมหวานและมันก็ออกมาไล่เลี่ยกัน หรือพอเข้าหน้าฝนนั้นเป็นเวลาของการหาเห็ดหาหน่อไม้และจับปูนา 

นอกจากการปรุงอาหารแต่ละเมนูแล้ว เราจะยังได้เห็นเรื่องราวที่รายล้อมรอบอาหารจานนั้นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเจียงฮาย และที่น่ารักมากที่สุดคือ นี่เป็นการ์ตูนที่ตัวละครพูดคำเมืองกันทั้งเล่ม (แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะคำแปลไว้มุมล่างของทุกหน้า) สำหรับผม นี่จึงเป็นการ์ตูนที่พาเราไปรู้จักโลกของอาหารและวัฒนธรรมที่ผม ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แทบไม่เคยรู้มาก่อนเลย

การประกอบอาชีพเป็นนักเขียนการ์ตูนในประเทศนี้ว่ายากแล้ว ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มันไม่ได้ดึงดูดคนหมู่มากนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เราจึงขอชวนท่านผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังเจียงฮาย ต้นกำเนิดการ์ตูนเล่มนี้ พร้อมพูดคุยกับ PittMomo ผู้เขียน MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน ถึงจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้กัน 

โปรดระวัง เมื่ออ่านจบ คุณอาจจะต้องไปตามหาอาหารเหนือมากินแก้หิวก็เป็นได้

ก่อนหน้านี้คุณทำงานด้านไหนบ้าง 

ส่วนใหญ่จะเป็นงานวาดการ์ตูนค่ะ ผลงานที่ผ่านมาก็มีทำงานฟรีแลนซ์ วาดหนังสือการ์ตูนสไตล์มังงะ เรื่อง BLUE STREET สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ วาดภาพการ์ตูนอาหารประกอบโฆษณาให้กับเพจ Sizzler Thailand และหนังสือการ์ตูนสไตล์คอมิกเอสเสเรื่อง MY LITTLE KITCHEN : ครัวบ้านบ้าน สำนักพิมพ์ Bunbooks ค่ะ

พิชญ์สินี ตั้งกิตติคุณ เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

คุณอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กเลยรึเปล่า 

ตอนเด็กเราคิดว่าการวาดการ์ตูนเล่นสนุกดี ชอบวาดเป็นงานอดิเรก ไม่ได้คิดจริงจังว่าอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะเราอยู่ต่างจังหวัด ไม่แน่ใจจริงๆ ว่ามีสำนักพิมพ์ไหนที่รับพิมพ์การ์ตูนบ้าง แต่เคยคิดฝันว่าอยากเป็นนักทำแอนิเมชัน ก็เลยลองมาเรียนทางสายนี้ แต่พอเรียนดูแล้วรู้สึกว่าไปทางนี้ไม่ไหว เราก็เลยเลือกที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูน

มีการ์ตูนเรื่องไหนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณมั้ย

มีคอมิกเอสเสของ อาจารย์นาโอโกะ ทาคางิ (คนเขียนหนังสือเรื่อง ชีวิต 150 cm) และอีกเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจคือ มารูโกะ ทั้งสองท่านเป็นนักเขียนที่เราชื่นชอบมาก ลายเส้นน่ารักมาก

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ความทรงจำวัยเด็กที่คุณต่อบ้านเกิดคืออะไร

กับข้าวท้องถิ่นจากฝีมือของแม่ ซึ่งเมนูฝีมือแม่ที่คิดถึงมากๆ ก็จะเป็นแกงผักกาดจอ น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว ที่ทานบ่อยมากเลย

เราจำได้ว่าอาหารสไตล์ภาคเหนือบ้านเราจะทำกินเองทุกวัน ถึงฤดูไหนที่พืชผักโตแล้วก็จะหาเด็ดตามแถวบ้านมาทำ บางทีคุณตาไปนาจับปลา ปู หอย มาให้ด้วย บ้านเรามักจะทานน้ำพริกกับผักบ่อยๆ เพราะทานง่าย ในทุกวันก็จะได้ยินเสียงแม่ตำน้ำพริกค่ะ แม่กับญาติจะช่วยกันทำ บางทีถ้าญาติไม่ว่าง แม่ก็จะทำเองแบบชุดใหญ่ เสร็จแล้วเราก็จัดอาหารแบบวางรวมกันในถาด เรามักจะทานอาหารร่วมกันแบบพร้อมหน้าเสมอ 

แล้วคุณมีส่วนร่วมอยู่ในการทำอาหารเหล่านั้นบ้างรึเปล่า

ตอนเด็กเราก็ช่วยแม่ทำกับข้าวทุกวัน ส่วนใหญ่ก็ทำอาหารพื้นบ้าน เหมือนคุณแม่ก็พยายามสอนเราทำด้วยเผื่อว่าเราเป็นผู้ใหญ่หรือออกเรือนไปจะได้ทำกินเอง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังทำไม่เก่ง

ในหนังสือ ครัวบ้านบ้าน ของคุณมีการแบ่งเรื่องราวออกตามฤดูกาล คุณมีอาหารโปรดประจำแต่ละฤดูไหม

ถ้าเป็นฤดูร้อน ชอบทาน ‘ตำมะม่วงใส่ปลาแห้ง’ หน้าร้อนมะม่วงเปรี้ยวดกเต็มต้น เหมาะกินในหน้าร้อนมาก 

ฤดูฝนก็มีเมนูหลายอย่างที่น่ากิน แต่เราชอบ ‘อ่องปูนา’ ใช้มันปูผสมกับไข่ไก่ รสชาติอร่อยมันดี ไม่ค่อยได้ทานบ่อย แต่ปูมีให้จับเยอะมากในช่วงนี้

ส่วนฤดูหนาวก็จะเป็น ‘ข้าวหนุกงา’ หรือโมจิสไตล์เมืองไทย ผสมเมล็ดงาขี้ม้อนมีกลิ่นหอม มีขายกันเฉพาะหน้าหนาว เพราะเขาว่าทานช่วงนี้จะอร่อยมาก

ในการ์ตูนของคุณ มีหลายตอนที่คุณมักจะเขียนให้ตัวเองกินอาหารพื้นเมืองไม่เป็นอยู่เสมอ ในชีวิตจริงคุณมีประสบการณ์กับบรรดาอาหารพื้นเมืองเหล่านั้นยังไง

อันนี้เราเขียนจากประสบการณ์จริง เพราะมันมีอาหารพื้นเมืองหลายเมนูเลยที่เรากินไม่เป็น อย่างพวกผักบางชนิดที่มีกลิ่นแรงหรือพวกแมลงต่างๆ แต่ตอนหลังก็เริ่มกินได้มากขึ้นแล้ว อย่างพวกน้ำพริก เพราะเมื่อก่อนรู้สึกว่าเผ็ดมาก แล้วเราน้ำพริกกินกับข้าวเหนียวไม่เป็น ขนาดผักสดที่เคียงหรือผักในแกง บอกตามตรงว่าเรายังเลือกกินเลย อาหารเหนือส่วนใหญ่ใส่ผักเยอะ ส่วนมากมักเป็นผักพื้นบ้าน จำได้ว่าเคยเลือกกินแต่เนื้ออย่างเดียว (หัวเราะ) 

แต่ตอนนี้ก็ทานได้หลายอย่างแล้ว ไม่เลือกกินเหมือนเมื่อก่อน เห็นเขาบอกว่าผักมีสารอาหารเยอะ ก็เลยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตอนนี้ที่ชอบกินสุดๆ คือน้ำพริกหนุ่ม

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

แล้วอะไรเป็นจุดเปลี่ยนทำให้หันมาสนใจเรื่องอาหารพื้นบ้านจนวาดออกมากลายเป็นการ์ตูน

ก่อนที่เราจะตัดสินใจเขียนการ์ตูนเรื่อง ครัวบ้านบ้าน เป็นช่วงเวลาที่เราเขียนการ์ตูนอยู่ กทม. หลายปี ทำให้รู้สึกคิดถึงบ้านเกิด คิดถึงกับข้าวท้องถิ่นจากฝีมือของแม่ ก็เลยลองหยิบมาเขียนเป็นการ์ตูนลงเพจเฟซบุ๊กสักตอน ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมีหลายคนเริ่มสนใจติดตามค่ะ แล้วการที่เลือกจะใช้ภาษาเหนือ เลยต้องติดต่อแม่ให้ช่วยแปลเป็นภาษาเหนือ ก็ทำให้รู้สึกว่าไม่ห่างเหินจากครอบครัวทางบ้านเท่าไหร่ค่ะ

การ์ตูนตอนแรกนั้นที่วาดเป็นอาหารอะไร

เมนูที่หลายคนอาจคุ้นเคยบ้างอย่าง แกงผักกาดจอ ลาบคั่วกับผักพลูคาว และน้ำพริกอ่อง ซึ่งเป็นอาหารที่ทำบ่อยเหมือนกัน เพราะเป็นเมนูที่เราเองก็ทานได้กับครอบครัว

ในชีวิตจริงคุณทำอาหารบ่อยมั้ย แล้วได้ทำอาหารเหนือบ้างรึเปล่า 

เรามักจะทำอาหารเองบ่อยๆ ค่ะ ส่วนใหญ่จะทำเมนูง่ายๆ อย่างต้มยำกับผัดผัก แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารเหนือเพราะขั้นตอนทำเยอะกว่า แล้วต้องเตรียมตำน้ำพริกก่อนนำไปใส่แกงทุกครั้ง ซึ่งพอมาเขียนการ์ตูนก็เริ่มรู้สึกขี้เกียจ ไม่ค่อยมีเวลาทำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว (หัวเราะ) 

การ์ตูนเกี่ยวกับอาหารพื้นเมืองดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนสนใจวาดออกมาสักเท่าไหร่ คุณเชื่อมั่นอะไรในสิ่งนี้

ความจริงเราก็ไม่ได้เชื่อมั่นค่ะ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า เราเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยความคิดถึงบรรยากาศทางบ้าน สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจว่าทุกคนชอบก็คือเกี่ยวกับอาหาร เราจึงเขียนพร้อมวิธีทำลงไปคร่าวๆ ด้วย หลายคนก็ชื่นชอบกัน ให้กำลังใจและอยากติดตามอ่านกันมากขึ้น เราจึงตั้งใจเขียนและถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด 

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

นอกเหนือจากเรื่องของอาหารแล้ว คุณยังนำเสนอเรื่องอย่างสังคมและวัฒนธรรมด้วย 

เราเขียนการ์ตูนที่มีลักษณะดำเนินเรื่องไปแต่ละวัน และในแต่ละช่วงของฤดูมีวันสำคัญที่มีประเพณีท้องถิ่นที่ทำเป็นปกติ ถ้าไม่ได้นำสิ่งนั้นมาเขียนลงไปก็เหมือนขาดอะไรไป แต่จริงๆ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านเราอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษาพูด และบรรยากาศ

มีวัฒนธรรมอะไรของชาวเชียงรายหรือคนภาคเหนือที่คนภาคอื่นไม่มี หรือคนภาคอื่นๆ มักเข้าใจผิดมั้ย

‘วันปี๋ใหม่เมือง’ ตรงกับวันสงกรานต์และเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวเหนือ อย่างวันสงกรานต์มีกิจกรรมที่ทำปกติสามวัน แต่แบบล้านนามีพิธีกรรมที่ต้องทำหลายอย่าง ซึ่งอาจยาวไปถึงสี่ถึงห้าวัน อย่างวันแรกที่ตามบ้านทำพิธีล่องสังขาร ทำพิธีสืบชะตา และกินแกงขนุนในวันปากปีหรือวันที่สี่

มีเมนูอาหารเหนือที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในภาคกลางที่เราไม่ควรพลาดเวลาเข้าร้านอาหารเหนือในครั้งต่อไปมั้ยครับ

มีคนแนะนำให้ลองกิน ‘จิ๊นฮุ่ม หมูฮุ่ม ไก่ฮุ่ม’ เป็นอาหารคล้ายแกงน้ำขลุกขลิกที่เคี่ยวเนื้อสัตว์จนเปื่อยของชาวไทใหญ่ 

อีกอย่างก็ ‘ข้าวบ่ายหมูเค็ม’ เป็นข้าวเหนียวยัดไส้แล้วนำไปย่างบนเตาอีกที เป็นของกินล้านนาโบราณ ค่อนข้างหาทานยาก เหล่านี้เราเองก็ยังไม่เคยกิน แต่เห็นเขาบอกมาว่าอร่อย

ผลตอบรับที่ได้จากการเขียน ครัวบ้านบ้าน นั้นเป็นอย่างไรบ้าง 

ช่วงแรกๆ ที่เขียนก็ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ค่ะ ก็ไม่ถือว่าขายได้มากเหมือนผลงานอื่นๆ ที่ตรงตามตลาด อาจเพราะงานเราเป็นงานเฉพาะกลุ่มเลยไม่ค่อยแมสด้วยแหละ แต่หลังจากที่ได้รางวัลต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คนอ่านก็เริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้นตามลำดับค่ะ เราคิดว่าการ์ตูนของเราน่าจะเป็นสื่อกลางที่ช่วยเผยแผ่ความรู้เรื่องราวของอาหารพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคเหนือให้ผู้คนได้รู้จักกันมากขึ้น เพราะมีนักอ่านมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่า อ่าน ครัวบ้านบ้าน จบแล้วรู้สึกหิว จนต้องรีบไปหาเมนูอาหารเหนือในเรื่องมาลองกินตามเลย

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

คิดว่าอะไรทำให้คุณได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น

คิดว่าเป็นความแปลกใหม่มั้ง อาจจะยังไม่เคยมีงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นออกมาเป็นการ์ตูนอย่างจริงจัง มันก็เลยดูน่าสนใจในสายตาของชาวต่างชาติ

การได้รับรางวัลจากทั้งหน่วยงานในไทยและญี่ปุ่นนั้นมีความหมายอะไรกับตัวคุณบ้าง

คงจะเป็นความภูมิใจที่มีคนมองเห็นคุณค่าในผลงานของเราน่ะค่ะ เพราะตอนที่เราเริ่มเขียนเนี่ยก็ไม่ได้คิดฝันว่าจะมีคนให้ความสนใจการ์ตูนของเรามากขนาดนี้ ปกติคิดแต่ว่าเขียนการ์ตูนยังไงให้เลี้ยงชีพไปได้ยาวๆ แค่นั้น

ที่บ้านรู้เรื่องที่คุณได้รับรางวัลมั้ย แล้วเขารู้สึกยังไงเมื่ออาหารบ้านๆ ที่ทำกันมาตลอดชีวิต แต่กลับได้รางวัลขึ้นมาเลย

รู้ค่ะ เพราะคุณแม่ของเราเป็นคนช่วยแปลภาษาเหนือในเรื่องนี้ให้ด้วย พอรู้ว่าได้รางวัลคุณแม่ก็ดีใจและภูมิใจมากๆ 

มีอะไรที่คุณยังไม่ได้ทำแต่วางแผนจะทำต่อไปในอนาคตบ้างมั้ย

วางแพลนไว้ว่าจะเขียนอาหารท้องถิ่นให้จบถึงหน้าหนาว แล้วหลังจากนี้ก็อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเขียนเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอย่างนกแก้วที่เลี้ยงดูบ้าง อาจจะแปลกดีที่มีการ์ตูนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ นอกจากน้องแมวหรือน้องหมา และในอนาคตอันใกล้ตั้งใจจะย้ายกลับไปเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพที่บ้านเกิด แต่ก็คิดว่าอาจหางานอื่นทำเพื่อเป็นอาชีพสำรองควบคู่กันไปด้วย เผื่อว่าเขียนการ์ตูนไม่ไหวแล้วน่ะ

PittMomo เจ้าของผลงานการ์ตูนคำเมืองแสนอบอุ่น ‘ครัวบ้านบ้าน’ ที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่น

ติดตามเรื่องราวของ PittMomo ได้ที่ Facebook : PittMomo

Writer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

2 กุมภาพันธ์ 2566
1 K

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ 

หากใครกำลังมีความรักที่ผลิบานก็ยินดีด้วย แต่หากใครรักไปแล้วหัวใจต้องแตกทุกครั้งก็ขอชวนมาเข้าแก๊ง 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านดังย่านเมืองเอก เพื่อพูดคุยกับ ‘เรนิษรา เจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด ท่ามกลางตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวไปจนถึงมีนาคม 

ไม่ต้องรอให้สิ้นหน้าหนาว จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล

เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลี​ประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้น ๆ ที่จะมาเปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำกับ The Cloud เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก

บทสนทนาขาดห้วงจากการเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อเก็บภาพ John Lennon กับ Yoko Ono ได้รับรู้อีกนิดหน่อยว่าพวกเขามีครอบครัวมาดูแลข้างเวที แถมยังขับรถตู้คันโตไปส่งเล่นดนตรีไม่ว่าที่ไหน

ตกดึกแล้วอากาศเย็นชะมัด แต่คนตรงหน้าเราทำให้รู้สึกอบอุ่น

ขอให้ทุกคนโชคดีและไม่ผิดหวังอีกเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

ลุควันนี้แสบสันมาก ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ตั้ม : (หัวเราะ)

สบาย : วันนี้ที่ร้านเป็นธีม Y2K จริง ๆ จะใส่เสื้อหนังไบเกอร์ค่ะ แต่ว่าเก็บไว้ก่อนเป็นเซอร์ไพรส์ ส่วนของตั้มเป็นเสื้อทรง 80s แบบดิสโก้ ใส่ออกกำลังกาย ได้ตอนไปเล่นงานที่บุรีรัมย์จากร้านฮิปปี้แนวย้อนยุค

ทั้งคู่เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วไหม

(ตอบพร้อมกันว่าใช่)

ตั้ม : แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋าขนาดนั้นนะ ผมอยากแต่งแค่ตอนไปเล่นงานครับ ถ้าไม่เล่นงานก็ใส่เสื้อยืด

สบาย : ใส่เสื้อขาด ๆ (หัวเราะ)

แต่ในโซเชียลจะเห็นตั้มแต่งตัว Feminine มากเลย ส่วนสบายก็แต่งตัวสีฉูดฉาด 

ตั้ม : อ๋อ เพราะว่าอยู่ในกล้องด้วย มีใส่ไปเรียนบ้าง แต่น้อยมากครับ เพราะผมมองว่าการแต่งตัวคือการแสดงออก ต้องแคร์คนอื่นอยู่แล้ว 

สบาย : ใช่ ๆ บายเคยอ่านอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นปลา เลือกสวยแค่ตอนจะสืบพันธุ์ ตอนหากินปกติมันก็ทำสีให้จืด ๆ ธรรมดา ถ้าเข้าใจว่าเราเป็นสัตว์เหมือนกันก็เป็นเรื่องปกติ

ตั้ม : บางทีการแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วพยายามใส่อะไรที่แตกต่างมาก ผมว่ามันเหนื่อยตัวเองนะ การแสดงออกต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 

ตอนนี้นอกจากทัวร์ร้องเพลงทุกวัน ทำอะไรกันอยู่

ตั้ม : ยังเรียนอยู่ครับ ปี 4 ที่ศิลปากร 

คณะอะไร

ตั้ม : ผมเรียนดุริยางค์ครับ

สบาย : บายเรียนโบราณคดี เอกอังกฤษ ไม่เข้ากันเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

นั่นสิ ทำไมถึงมาลงเอยกัน

ตั้ม : เรามาเจอกันตอนปี 1 ครับ เป็นวิชาเรียนรวมที่ต้องไปเรียนคณะดุริยางคฯ

สบาย : วิชาศิลปะ วิชาออกแบบ

เล่าได้ไหมว่าเส้นทางรักของพวกคุณเป็นยังไง

สบาย : เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ เริ่มจากชวนคุย แล้วก็มียืมปากกาวาดรูปเรียนวิชาศิลปะ

ตั้ม : เราชวนกันคุยเรื่องชีวิต เพลง ทัศนคติ ผมดูเหมือนจะพูดเก่งนะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่

สบาย : เจอกันครั้งแรกคุยกันเรื่องการเมืองแล้วก็ตีกันไปช่วงหนึ่งค่ะ เพราะตั้มเป็นคนชัดเจน บายเป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น ตั้มก็จะบังคับให้บายออกความเห็นบ้าง

ตั้ม : แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคิดยังไง เราจะได้คุยกันและปรับตัวเข้าหากันได้ถูก อาจจะเป็นเรื่องเล็กนะ เรื่องทัศนคติการเมือง แต่อนาคตก็มีผลต่อครอบครัว ต่อลูก 

จุดไหนที่ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา

สบาย : เราก็คุยเล่นกันไป 4 – 5 เดือนค่ะ แล้วก็เจอกันทุกวัน มีเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์บ้าง

ตั้มเป็นคนไปส่ง?

ตั้ม : เขาเดินมาส่งผม ไม่ใช่ครับ! ต่างคนต่างเดินไปส่งกันครับ (หัวเราะ)

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

สบายชอบอะไรในตัวตั้ม

สบาย : ตอนแรกเข้าไปหาตั้มเพราะเขาดูไม่สนใจคนอื่นค่ะ หนูชอบคนที่อยู่กับตัวเอง เพราะจะทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งเพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วมันก็เป็นสิ่งที่หนูอยากเป็น แรก ๆ หนูเอาใจคนอื่นมากเลย พยายามทำให้คนอื่นชอบ แต่งตัวไปเรียนแบบจัดเต็ม อยากเป็นจุดสนใจ 

ตั้ม : เพราะเมื่อก่อนไม่ได้รับไง เป็นปกติของคนแหละ

สบาย : ใช่ เพราะเมื่อก่อนหนูไม่ได้หน้าแบบนี้ หนูโดนบูลลี่เยอะมาก จนบอกแม่ว่า ขึ้นมหาลัยขอทำจมูกได้ไหม พอเราเปลี่ยนไปเยอะก็ปรับตัวรับแสงไม่ทันค่ะ อึดอัดตัวเอง 

คือบางทีไม่อยากใส่สั้น ไม่อยากแต่งอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเราแต่งตัวน่าเกลียดคนจะว่าเราไหม เพราะตอนแรกคนชมว่าเราสวย มาหลัง ๆ เราก็คิดว่าคนชมเขาให้อะไรเราบ้าง เราได้แค่คำชม ไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินตากแดดกลับบ้านเหมือนเดิม เลยใส่มอมแมม ๆ ไปเรียนแล้วค่ะ สบายใจมากกว่า ตอนเจอตั้มคือเขาใส่เสื้อขาด ๆ กับกางเกงชาวเล (หัวเราะ)

แล้วตั้มชอบอะไรในตัวสบาย

ตั้ม : สบายเป็นคนเอาใจครับ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ ตอนแรกบายก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองนะ แต่งตัวเวอร์มาก เหมือนใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ คนละขั้วกันเลย แต่ถึงเราไม่เหมือนกัน เราก็จะไม่บังคับกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ มีความสุขกับตัวเอง 

ผมเคยคบกับแฟนเก่าที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับตลอดเลย ไม่ชอบคนไว้ผมยาว ไม่ชอบให้ไว้หนวด เขาเหมือนจะตีกรอบว่า เฮ้ย ผู้ชายที่ไว้ผมยาวสกปรกเลอะ ๆ บางทีก็ดูเป็นเพศที่สาม พอเขาบังคับเรามาก ๆ มันเป็นเหมือนปมที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมในเรื่องของตัวตน 

อีกเรื่องคือผมทำเพลงมานานแล้วครับ ผมเคยประกวด Hot Wave ปี 2018 ได้เข้ารอบชิง แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้เข้าไปทำงานในค่ายต่อ ซึ่งก็เฟลมากครับ แล้วแฟนเก่าผมก็ให้คำแนะนำอะไรแปลก ๆ 

นั่นคือ

ตั้ม : เขาจะออกแนวว่าเรามากกว่าว่า ทำไมทำเพลงอย่างนี้ ผมก็แบบ เชี่ย ก็กูเป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่ได้แคร์นะ การที่เข้ารอบไปแล้วค่ายเขาจะไม่เอาเรา ผมก็ช่างแม่ง จนมาเจอบายก็ได้ทำเพลงด้วยกัน ประเด็นหลักคือบายไม่ได้บังคับอะไรผม มันเลยออกมาเป็นเรนิษราทุกวันนี้ เพราะผมทำเพลงตามใจ ไม่ได้มีกรอบว่าต้องทำอะไร

สบาย : สมัยที่ตั้มทำวงแรกกับเพื่อน เขาเป็นวงร็อกเลยค่ะ หนัก ๆ แต่หนูไม่ได้ว่า เพราะหนูฟังเพลงทุกแนว มันก็เพราะในแบบของมัน 

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

แล้วพวกคุณมาทำวงเรนิษราร่วมกันได้ยังไง

สบาย : หลังจากนั้นตั้มก็แยกวงมาทำเพลงกับบายแนวดิสโก้หน่อย แล้วก็ไม่ดังค่ะ เราคิดว่าชื่อวงมันไม่มีเอกลักษณ์ ตอนนั้นชื่อ Winterberry หนูเลยคิดจะตั้งใหม่ แล้วช่วงปี 1 หนูเกลียดตัวเองตอนมัธยมมาก เพราะว่าหนูโดนบูลลี่เยอะ ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเรนิษรา ดัดแปลงมาจาก เรนิตา เป็นภาษาละติน แปลว่า เกิดใหม่ 

ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สบาย : เรื่องแรกที่ทำให้หนูติดเรื่องค่านิยมขึ้นมา คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องบอกว่า ทำไมหนูขนขาเยอะจัง (หัวเราะ) 

พอขึ้นมัธยมหนูก็เริ่มมีความรัก เริ่มรู้ว่าในประเทศนี้ใครคือสวย ใครคือไม่สวย พอมองกระจกแล้วเราคือฝั่งที่ไม่สวย เราตรงข้ามหมดเลยทั้งสีผิวทั้งหน้าตา ม.ปลาย น่าจะโดนเยอะสุดว่าหน้าเหมือนกะเทย นักมวย เหมือนไดโนเสาร์ ทุกวันนี้ก็ยังโดนนะคะ เพราะเราเป็นคนแต่งหน้าจัด แล้วผู้หญิงปกติจะแต่งหน้าใส ๆ แต่จริง ๆ เราแค่ชอบยุค 60 ที่เขานิยมแต่งหน้าเหมือนตุ๊กตามากกว่า 

คิดว่าการเปลี่ยนชื่อทำให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ได้จริงรึเปล่า

สบาย : ไม่ลืมค่ะ (หัวเราะ) หนูเหมือนหลอกตัวเองว่าหนูลืมได้มากกว่า

ตอนนี้ปัญหาในอดีตยังมารบกวนจิตใจอยู่เหรอ

ตั้ม : ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย

สบาย : ก็มีคนที่โรงเรียนเก่ามาส่องบ้าง แต่หนูก็ไม่ได้สนใจค่ะ เพราะหนูตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนคนละคนกันแล้ว คือถ้าไม่มีใครรู้ว่าหนูชื่อบายก็คงจำหนูไม่ได้ (หัวเราะ) หน้าหนูไม่เหมือนเดิม ชื่อไม่เหมือนเดิม เหลือแค่นามสกุลแล้วตอนนี้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน

ตอนที่บายบอกว่าอยากตั้งชื่อวงด้วยชื่อตัวเอง ตั้มโอเคไหม

ตั้ม : โอเคเลยครับ

สบาย : ตอนแรกก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่า ตั้มชื่อชยพล หรือจะเปลี่ยนเป็น เชนิษรา แต่ไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ) 

พวกคุณเคยมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างขัดแย้งกัน ความชอบเรื่องการทำเพลงของคุณสวนทางกันด้วยรึเปล่า 

สบาย : เราชอบเหมือนกันค่ะ

ตั้ม : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าครับ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ผมชอบที่สุด ถ้าไม่มี The Beatles ก็คงไม่มีผมในตอนนี้ครับ ผมสักรูป John Lennon ไว้ สักโน้ตเพลง All You Need is Love ไว้ด้วย เป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ทำไมต้องเพลงนี้

ตั้ม : เพราะมันแปลไทยประมาณว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้ถ้าคุณอยากทำ ไม่มีภาษาไหนที่คุณจะพูดไม่ได้ถ้าคุณอยากพูด ไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องไม่เป็นถ้าคุณอยากร้อง ไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นยังไง จะเศร้าจะเหงา คุณแค่ต้องการความรัก ผมก็มองแค่นั้นแหละ 

ผมมองรอยสักเพื่อเข้าใจตัวเองว่าเราแค่ต้องการความรักนี่หว่า บางทีเราอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกแย่นะ บางคนก็ด่าเละเลย เสียงแบบนี้ใครจะไปร้องตามได้ ดนตรีก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือกูไปทำอะไรให้มึง คนไม่แคร์มันก็ต้องมีสักนิดในความรู้สึกที่ยังแคร์คนอื่นอยู่ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลก

อะไรทำให้ The Beatles มีอิทธิพลกับคุณ

ตั้ม : ผมเป็นเด็กชุมพรที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯ แล้วก็มีอาการ Homesick ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนคนอื่นเรียนเสร็จเขามีบ้าน ได้กลับไปนอน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบ้าน อยู่ชุมพรเรามีมอเตอร์ไซค์ขับรถได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่เราไม่มีอะไรเลย เดินอย่างเดียว ครอบครัวผมก็ไม่ได้เรียกว่าอบอุ่น พ่อก็ทำงานหนัก แม่ก็ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอกัน พอมาฟัง The Beatles ก็รู้ว่า John Lennon เขาขาดพ่อขาดแม่แต่ก็็ยังทำเพลงได้ ซึ่งผมต่างจากบายที่ชอบเพลงป๊อปทันสมัย

สบาย : ใช่ค่ะ ตั้มก็จะไม่รู้จักเพลงใหม่ บายก็จะไม่รู้จักเพลงเก่า บายฟังพวก Cardi B, Nicki Minaj, Doja Cat แต่ที่เข้ากันได้ เพราะว่าทุกคนที่หนูฟัง เขามีอดีตลากไปถึงสิ่งที่ตั้มฟัง ป๊อป R&B ก็มาจาก Marvin Gaye ค่ะ 

แต่บายเรียนโบราณคดีไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกอยากทำเพลง เริ่มขึ้นมาได้ยังไง

สบาย : จริง ๆ อยากร้องเพลงทำเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ปลายแล้วค่ะ แต่เรากดความรู้สึกไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หน้าตาเราไม่ดี คงเป็นสินค้าให้คนอื่นขายไม่ได้ คงไม่มีใครซื้อเรา

ตั้ม : วงการนี้ของไทยมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ถ้าหน้าตาแย่แล้วอยากประสบความสำเร็จก็ต้องตลก

นึกถึงเพลงหนึ่งของคุณที่ร้องว่า “ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี” แล้วจริง ๆ คุณเป็นลูกใคร

ตั้ม : (หัวเราะ) เอาแล้วไงทีนี้

ผมไม่ได้เรียกว่าลำบากนะครับ แค่ต้องเล่นดนตรีและเรียนไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะจะนอนโรงเรียนมากกว่า ที่บ้านผมถ้าพอมีตังค์ก็จะไม่ค่อยถึงผมเท่าไหร่ ต้องหาใช้เอาเองบ้าง ดิ้นร้นบ้าง เราไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไร แค่ต้องเชื่อในตัวเอง 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ดังเป็นพลุแตก เป็นยังไงบ้าง

ตั้ม : งงครับ (หัวเราะ) เพราะเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโปรโมตอะไรเลย แค่ลงไปเฉย ๆ ดูจาก MV ก็น่าจะรู้ 

สบาย : จริง ๆ MV ถ่ายเหมือนคนมักง่าย (หัวเราะ)

ตั้ม : ก็เพราะว่าเราไม่มีตังค์จริง ๆ ครับ ไม่มีเงินจริง ๆ ก็เลยได้ MV เป็นฟีลธรรมชาติ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

ตั้ม : จริง ๆ ตอนแรกมันไม่เกี่ยวกับตัวผมและไม่เกี่ยวกับตัวบาย 

คืออย่างนี้ครับ เราเป็นนักแต่งเพลง ผมก็จะดูทวิตเตอร์ดูอะไรไปเรื่อย ๆ ผมไปเจอคำว่า ความผิดหวังมักเลือกฉันเสมอ ผมก็คิดว่า เออ งั้นมีคำว่า ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แล้วกัน ซึ่งไม่รู้มันมาจากไหน มั่วมากเลย แม่บายก็มาบอกมันแปลกดี เพราะปกติคำว่าผู้ถูกเลือกมักจะเป็นแง่บวก 

พอทำไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเออจริง ๆ มันเข้ากับเรานี่หว่า เพราะเราเป็นคนทำอะไรไม่เคยสมหวัง ประกวด Hot Wave ได้เข้ารอบชิงมาก็ไม่ได้เซ็นสัญญา แต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างเราได้เซ็นสัญญา ได้เห็นเขาออกไปเป็นศิลปินค่ายใหญ่

เคยพยายามหาคำตอบไหมว่าทำไม

ตั้ม : จริง ๆ ผมโทษตัวเองมากกว่าครับ เมื่อก่อนตอนเด็กเราโทษเขา ตอนนี้ผมโทษตัวเองว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เราขายไม่ได้ เราไม่พร้อมที่จะปั้นเป็นสินค้า ผมไม่อยากไปว่าใคร ผมแก้ที่ตัวเองก็ได้ เพราะว่าเราแก้ที่เขาไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง

เรื่องนี้เป็นปมในใจตั้มไหม

ตั้ม : เป็นครับ เป็นเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครับ ทุกวันนี้เลยรู้สึกสะใจนิดหนึ่งที่วงประสบความสำเร็จ เพราะคำว่าผมขายไม่ได้นี่แหละครับ

ผมเคยโดนบอกว่า หน้าแบบผมไม่มีใครเลือกหรอก จะไปอยู่ในค่ายเพลงที่ไหนได้ ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครดูหรอก ตอนนั้นเพลง ผู้ถูกเลือกฯ ยังไม่ออก เขาเปิดเพลงเราฟังแล้วก็นั่งชี้เลยว่าไม่แมสหรอก ทำไปก็ไม่มีคนฟัง เขามองว่าวงเราขายไม่ได้ เขาไม่ชอบแนวนี้ เราก็เถียง เพราะเป็นเพลงเรา ผมบอกว่า เห้ย มันเป็นความคิดเห็นของพี่คนเดียวหรือเปล่าที่ไม่แมส เพราะว่าเพลงมันต้องเอาไปเจอคนนะ ซึ่งตอนนั้นเพลงผมก็ไม่แมสจริงแหละครับ ยอดวิวหลักหมื่น 

กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกโกรธหรือเสียใจ

ตั้ม : แค้นครับ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

มันไม่ได้เสียใจนะครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมก็ทำเพลงของผม แต่ว่าคุณเรียกเราไปด่าทำไม ไม่มีเหตุผล ผมไม่เคยไปขอเขาอยู่ค่าย ไม่เคยไปขอเขากินข้าว ไม่เคยไปขออะไรสักอย่าง เขาเป็นคนชวนเราไปคุยเรื่องฝึกงาน แต่พอไปนั่งปุ๊บเขาก็เปิดเพลงเลยและก็นั่งวิจารณ์เพลงผม

จากนั้นมาน่าจะไม่ถึงเดือน ผมก็ปล่อยเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง พอเริ่มประสบความสำเร็จก็เลยเหมือนได้ตบหน้า และค่ายเพลงหลาย ๆ ค่าย แม้กระทั่งค่ายที่ปฏิเสธเรา เขาก็ติดต่อมาแสดงความยินดี ผมก็ไม่ค่อยได้ตอบ

สบาย : เขาทักมาจะจ้างงานเรา

ไปรึเปล่า

ตั้ม : ไม่ไปครับ

กระแสตอบรับจากเพลงนี้มากมายท่วมท้นขนาดไหน รับมือไหวไหม

ตั้ม : ช่วงแรกรับมือไม่ไหวครับ โทรศัพท์ผมเมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย ใช้เรียน ดูหนัง ทำเพลง ชีวิตมีแค่นั้น ว่าง ๆ โล่ง ๆ ครับ แต่พอลงเพลงไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ได้ โทรศัพท์มันเด้ง ๆๆ เปิด TikTok ก็มีเพลงเรา มีคนโทรมาทั้งวัน ถามแบบจะจ้างงาน แล้วก็เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็น 10 ปีก็ทักมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าเราร้องเพลง วุ่นวายไปหมดมีแต่คนเข้ามาหา

สบาย : หนูก็จะล้อ ๆ ตั้ม สวัสดีพี่ชื่อติ๋วน้อง ๆ แม่ต่ายอะไรแบบนี้แบบไปเรื่อยค่ะ (หัวเราะ)

ตั้ม : คือมึงเป็นใครวะ ไม่เคยคุยกันเลย เจอกันแบบในโรงเรียนแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ไม่ได้อะไรกับเขาหรอกครับ เราก็ขอบคุณมาก แต่มันแค่แปลกสำหรับเราไง เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจเรา 

เห็นชอบมีคนมาเถียงกันว่าใครเป็นคนร้องเพลงกันแน่

ตั้ม : เราร้องคู่แต่เสียงเราคล้ายกัน ผมเป็นคนเสียงเป็ด ๆ เสียงสูง บายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ แล้วพอร้องมันก็เลยเข้ากันพอดีจนแยกไม่ออก

จากชื่อเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แต่หลังเพลงดังกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือกให้สมหวัง กลัวไหมถ้าเกิดว่าดังเพลงเดียว 

ตั้ม : ผมไม่คิดว่าจะดังเพลงเดียว มั่นใจ แต่คิดว่าเพลงอื่นไม่น่าจะดังเท่าเพลงนี้แล้วแหละ แค่ประครองให้วงเราอยู่ได้ ซึ่งก็พยายามหาทางอยู่ครับ 

ผมก็มีไปคุยกับค่ายหลาย ๆ ค่าย แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเราจะเอายังไงดี เรียกว่าทุกวงก็มีระยะเวลาเป็นของตัวเอง หมายถึง ไม่ใช่ทุกวงที่จะอยู่ไปตลอด ยิ่งพวกวงอินดี้ เดี๋ยวแป๊บ ๆ มันก็เปลี่ยนแล้ว

สบาย : มีหน้าใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ใครก็ใช้คำว่าอินดี้ได้

กดดันไหมกับเพลงต่อไป

ตั้ม : ไม่ได้กดดันเลย เรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่าครับ

สบาย : เราฟังแล้วชอบก็โอเคแล้ว

ตั้ม : เอาจริง มันดูแย่นะ ผมแคร์แฟนคลับเหมือนกันแต่ก็เหมือนไม่ได้แคร์เท่าไหร่

หมายความว่า

สบาย : เราว่าแฟนคลับชอบสิ่งที่เราชอบ

ตั้ม : อืม เราไม่ได้แคร์ความคิดเห็นใคร บางทีมีคนมาเมนต์แม้กระทั่งรายละเอียดเบส เบสเบาไป เสียงร้องทำไมสูงจัง ผมแคร์แค่คนที่ชอบ ก็เลยไม่ได้สนใจครับว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเมื่อก่อนวิวหลักหมื่นเราก็อยู่ได้ เราก็ยังทำมันต่อ ผมทำวงมาแค่ปีเดียวแต่ว่าปล่อยมา 10 เพลง ซึ่งผมทำคนเดียวหมดเลยเพราะไม่มีตังค์จ้างใคร

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ระยะเวลา 1 ปี 10 เพลง กับยอดวิวหลักหมื่น มีท้อบ้างไหม

ตั้ม : มีท้อแค่แวบเดียวก็กลับมา เป็นโชคดีของเราที่ยังเรียนไม่จบ ผมเรียนไปด้วย รับงานนอกไปด้วย รับงานลูกค้า แต่งเพลง ทำเพลงโฆษณา แต่ถ้าเรียนจบคงท้อกว่านี้เพราะต้องไปทำงานประจำ อาจจะหมดเวลา หมดไฟ

แสดงว่า 10 เพลงที่ผ่านมา ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ

ตั้ม : ใช่

ถามจริง อยากดังไหม

ตั้ม : ไม่เลยครับ คือวิวน้อยไม่ได้แปลว่าเพลงไม่ดีนะ แต่คนคงไม่เจอแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อไหร่คนเจอเดี๋ยวมันก็มาเอง เราก็สู้ทำไปเรื่อย ๆ ผมดูจากศิลปินต่างประเทศ อย่าง Katy Perry ทำเพลง 3 อัลบั้มกว่าจะดัง ซึ่งผมก็คิดว่า ไอ้เชี่ยเราทำแค่ 10 เพลง แค่อัลบั้มเดียวเอง เขายังสู้เลย เราทำเยอะก็มีเพลงเล่นสดเยอะ ผมคิดแค่นั้น มันดันมาดังเพลงที่ 10 แต่ถ้าไม่ดังก็ยังทำต่อครับ

แต่เพลงแรก ๆ อย่าง คุณจะไปแคร์เหี้ยอะไร ดูแตกต่างจาก ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง มาก 

ตั้ม : ผมไม่ได้มองว่าต้องทำอะไรเหมือนเดิม มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางการเดินที่แตกต่างกันจริง ๆ เราแต่งเพลงป๊อปมานานแล้ว แต่ผมแค่อยากเปิดด้วยเพลงที่แสดงความเป็นตัวเองก่อน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีคนฟัง แต่มันมีความพิเศษ คนจะฟังเยอะฟังน้อยเราไม่ได้สนใจ 

แล้วทั้งสองคนเป็นคนไม่ค่อยแคร์เหี้ยอะไรรึเปล่า

สบาย : เมื่อก่อนหนูยังฝืนที่จะไม่แคร์ค่ะ เพราะว่าหนูอยากดัดนิสัยตัวเอง แต่ตอนนี้คือไม่แคร์จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าแฟนคลับมาเจอเราไปตลาด จะเห็นใส่กางเกงลายสก็อตหรือกางเกงลายชบาออกมาซื้อส้มตำเป็นปกติ 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรนิษราจินตนาการไว้คือ

ตั้ม : หาเงินครับ จริง ๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็แค่ทำเพื่อหาเงิน มีหลาย ๆ คนถามว่ามีเฟสติวัลในฝันไหมที่อยากขึ้น ผมตอบว่าไม่มีนะครับ แต่ผมขึ้นได้ทุกเวที ถ้าเขาเชิญไปเล่นเราก็ไปสนุกได้ แต่ผมไม่ได้มีความฝันว่าเราต้องการไปตรงนั้น ผมอาจจะชอบ The Beatles ด้วยแหละ เขาเป็นวงที่ไม่ค่อยได้ทัวร์และเขาปล่อยเพลงถี่มาก 

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็อาจจะแค่มีเพลงอมตะที่ฟังได้ตลอด อีก 10 ปีก็ยังฟังเพลงนี้อยู่ อยากเป็น Radio Star ไม่ได้อยากเป็น Video Star เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยมีดราม่า 

แล้วบายล่ะ 

สบาย : ถ้าเป็นตอน ม.ปลาย จะอยากไปโคเชลล่า แต่บายเป็นเด็กอ้วนด้วยค่ะ (หัวเราะ) พอมาทำเพลงจริง ๆ ก็เลยมีความฝันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวพิเศษโดยที่ไม่ต้องคิดว่าถ้าเพิ่มเงินมา 5 บาท แล้วจะเสียดายเงิน

ตั้ม : สรุปเราคือพวกงกนั่นเอง

แล้วในมุมของศิลปิน คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลับมาฟังเพลงตัวเองจะรู้สึกยังไง

ตั้ม : ถ้าคิดล่วงหน้าในตอนนี้ ผมก็มองว่าเป็นวัยครับ มันดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยเสียดายกับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้าไม่มีเราในอดีตก็ไม่มีเราในวันนี้ เราแก้มันไม่ได้ 

ฟังเพลงเรนิษราตอนไหนถึงจะเพราะที่สุด

สบาย : ส่วนใหญ่เป็นเพลงเศร้าอะ อาจจะต้องช่วงที่เศร้า ๆ หน่อย

ตั้ม :  ผมมองว่าเป็นเพลงฟังสบาย จังหวะไม่ได้เร็วไม่ได้ช้า ฟังตอนขับรถคงจะเพลิน 

ในฐานะที่พวกคุณคุยกับ The Cloud เป็นที่แรก ขอ 1 เรื่องเข้าใจผิดที่อยากแก้ข่าว

สบาย : แรก ๆ เวลาคนบอกว่าหนูเป็นกะเทย หนูก็หงุดหงิด แต่หลัง ๆ นี้เขามาถามว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย หนูก็ตอบไปเลยว่าเป็นชายแท้ที่ไว้ผมยาว แล้วก็ชอบแต่งหน้าเหมือนแดร็กควีน หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตั้ม : แต่เป็นกะเทยก็ได้ น่ารักดีนะ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load