10 กุมภาพันธ์ 2564
4 K

พักเรื่องวัฒนธรรมการกินแบบอิตาเลียนไว้สักครู่ มาดูแง่มุมอื่นที่สำคัญไม่แพ้กันบ้าง คราวนี้ขอเสนอเรื่อง Piazza 

Piazza-Pizza ?

ก่อนอื่น คำนี้ออกเสียงว่า ปิ-ยัต-ส่ะ 

ดูเผินๆ คล้ายกับคำว่า Pizza มาก ในการเขียนนั้น ต่างกันแค่ตัว a ตัวเดียว ส่วนในการพูด เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งตอนไปเรียน ด้วยความหิวและความเหนื่อยลนลาน ฯลฯ ก็ไปที่ร้านพิซซ่าเจ้าประจำแล้วบอกคนขายว่า “ขอ Piazza ชิ้นหนึ่ง” คนขายซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดีเหยียดแขนขวาจนสุดแขนชี้ออกไปนอกร้าน พลางบอกว่า “ไปแทะเอาที่โน่น” นิ้วป้อมสั้นของเธอพุ่งปลายไปที่กลางเมือง 

Piazza คืออะไร

มันคือลานกว้างหน้าอาคารบ้านเรือน มักจะมีสิ่งก่อสร้างล้อมรอบ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีทุกด้าน อีกทั้งรูปทรงก็ไม่แน่ไม่นอน

ในภาษาไทย มักมีคนแปลคำนี้ว่า จัตุรัส ซึ่งเข้าใจว่าแปลมาจากคำว่า Square จากภาษาอังกฤษอีกทีหนึ่ง นับเป็นการแปลที่ราชบัณฑิตฯ ไทยไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเลย เพราะในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ มีคำอธิบายถึงคำว่า ‘จัตุรัส’ ไว้อย่างเดียว คือ เรียกรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่าที่มีมุมภายในเป็นมุมฉาก ว่าสี่เหลี่ยมจัตุรัส

จริงๆ ตัวเองชอบคำว่า ‘ลาน’ เหมือนลานคนเมือง (ถนน) หน้าพระลาน ลานพระบรมรูปทรงม้า ฯลฯ แต่ครั้นจะดึงดันเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ลาน’ หลายคนก็คงไพล่นึกไปถึงลานนวดข้าวอะไรทำนองนั้น สรุปว่า อยากเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ นี่ก็จะเรียกสลับไปมาตามอารมณ์ 

Piazza สำคัญอย่างไร

Piazza เป็นสิ่งสำคัญสำหรับวิถีชีวิตอิตาเลียนมาก หมู่บ้านจะเล็กจะใหญ่ยังไงก็ต้องมี Piazza มันเป็นเหมือนพื้นที่สาธารณะที่เราจะมาพบปะทำกิจกรรมอะไรกันก็ได้ เปรียบไปก็คล้ายๆ ลานวัดหรือลานหน้าศาลากลางบ้านเรา ในหมู่บ้านเล็กๆ ไกลปืนเที่ยงหน่อยก็มาตากข้าวตากของ ถ้าเป็นในเมืองอันสวยงาม ก็มีร้านอาหารร้านกาแฟเอาโต๊ะมากางอยู่ริมขอบให้นั่งดูวิว ดูคน และให้คนมาดู บ้างก็เป็นตลาด เป็นลานคอนเสิร์ต นึกอะไรออกอีกไหม อ้อ เผาศัตรูทางการเมือง ที่ฟลอเรนซ์ก็ทำกันมาแล้วในอดีต เอาซี่

Piazza ที่อยากพาไปรู้จัก

ขอเอาตัวเองเป็นเกณฑ์เลยนะ ไม่มีการทำสำรวจหรือสถิติใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้เรียงลำดับอะไรด้วย นึกอะไรออกก็เขียนไปตามนั้น

1. Piazza di Spagna

5 จัตุรัสกลางเมือง (Piazza) ที่สวยเก๋ที่สุดในอิตาลี
ภาพ : unsplash.com

ปิ-ยัต-ส่ะ-ดิ-สปัน-ยา แปลให้คุ้นขึ้นมาอีกนิดคือ ‘จัตุรัสสเปน’

ยังไม่คุ้นอีกหรือ

อ๊ะ ‘บันไดสเปน’ ดีขึ้นไหม

ความจริงที่น่าสนใจก็คือ อิตาเลียนไม่เรียกตรงนี้ว่าบันไดสเปน แต่เรียกว่าจัตุรัสสเปน จัตุรัสนี้ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยม และไม่ได้เป็นของสเปน แต่ที่เรียกว่าจัตุรัสสเปน เพราะมีสถานทูตสเปนประจำวาติกันตั้งอยู่ด้านหนึ่ง ถ้าท่านเคยไปมา แล้วนึกจิ๊จ๊ะขึ้นมาว่าไม่เห็นจะมีเลย ก็จะบอกว่า มันไม่ได้ตั้งอยู่หน้าบันได อีกทั้งไม่ได้ตั้งอยู่บนปลายสุดของบันได อันนั้นเป็นโบสถ์ (ของฝรั่งเศสอีกต่างหาก) สถานทูตที่ว่านี้อยู่เขยิบออกไปอีกหน่อย ตรงแถวที่มีแท่งหินโอเบลิสก์อยู่นั่นล่ะ

แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าจัตุรัสแห่งนี้มีดีที่บันได กล่าวคือบันไดแห่งนี้ เมื่อสมัยที่สร้างนั้นเป็นทั้งบันไดที่มีหน้ากว้างที่สุดและยาวที่สุดในยุโรป การออกแบบก่อสร้างก็มีการจัดประกวดอย่างจริงจังจนได้แบบนี้ออกมา นับว่าไม่เสียแรงที่ประกวดประขันกันมา

ถ้าคุยกับคนรุ่นก่อน (ทั้งไทยทั้งเทศ) ที่เคยมาเยี่ยมเยือนที่นี่ ก็มักจะพูดคล้ายๆ กันว่า เป็นที่รวมศิลปินวาดภาพเหมือน ใครไปใครมาก็จะต้องมานั่งกินไอศกรีม ดูผู้คน นักท่องเที่ยวก็จะมานั่งให้ศิลปินวาดรูป ปัจจุบันทำไม่ได้แล้ว อย่าว่าแต่วาดรูปไม่ได้เลย นั่งก็ไม่ได้แล้ว 

2. Piazza del Campo แห่งเซียน่า (Siena)

5 จัตุรัสกลางเมือง (Piazza) ที่สวยเก๋ที่สุดในอิตาลี
ภาพ : www.artribune.com
5 จัตุรัสกลางเมือง (Piazza) ที่สวยเก๋ที่สุดในอิตาลี
ภาพ : www.10cose.it

ปิยั๊ตส่ะ เดล กัมโป เป็นลานที่มีเสน่ห์มากที่สุด (แห่งหนึ่ง) ในอิตาลี นอกเหนือจากรูปทรงที่เปรี้ยวกล้าแล้ว (รูปหอยหรือพัดแล้วแต่จะมอง) พื้นลานยังลาดลง ด้วยองศาที่เหมาะแก่การนั่งทอดหุ่ยทอดอารมณ์ยิ่งนัก ดังนั้น ถ้าคุณได้มีโอกาสไปหรือได้ดูรูป คุณจะเห็นผู้คนนั่งกันกระจัดกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ ทอดสายตามองไปข้างหน้าราวกับว่าอยู่ริมทะเล แต่จริงๆ แล้วเห็นแต่ตึกศาลาว่าการเมืองและหอคอยสูงตระหง่านตั้งอยู่ ความเคลิบเคลิ้มคิดว่านั่งอยู่ริมทะเลนั้น ฉันเคยคิดว่าตัวเองคิดอยู่คนเดียว จนกระทั่งบ่ายหนึ่งในฤดูร้อน สตรีวัยกลางคนไม่แคร์สังคมผู้หนึ่ง ก็มาทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้คิดไปคนเดียว เธอเอาผ้าขนหนูชายหาดมาปู นอนคว่ำ เปลื้องผ้า ปลดตะขอยกทรง อาบแดด ร้อนถึงตำรวจต้องมาเป่านกหวีดปรี๊ดๆ เชิญเธอออกไปออกไปจากหาดทิพย์ของเธอ 

Piazza del Campo แห่งนี้ พอถึงงานแข่งม้าที่รู้กันกันในชื่อ Palio ทางเมืองก็จะเอาทรายมาเทลงตรงถนนรอบ Piazza แล้วในบัดดล ลานแห่งนั้นก็กลายเป็นสนามแข่งม้า โดยมีผู้ชมคนดูยืนอยู่ตรงกลาง

3. Piazza San Marco แห่งเวนิส

5 จัตุรัสกลางเมือง (Piazza) ที่สวยเก๋ที่สุดในอิตาลี
ภาพ : artacadia.org/info/piazza-san-marco

เราจะไม่พูดถึงห้องนั่งเล่นของยุโรปตามคำนิยามของนโปเลียนได้อย่างไร

ไม่ต้องพูดถึงประวัติศาสตร์หรือสุนทรียศิลป์ใดๆ พูดกันตามที่ตาเห็น Piazza นี้ดูโอ่อ่า สมมาตร ตัวอาคาร 3 ด้านมีรูปทรงเหมือนกันดูเป็นระเบียบ อีกด้านหนึ่งนั้นเล่าก็มีวิหารใหญ่ตั้งอยู่ เงยหน้าอีกนิดก็เป็นหอคอยสูงตระหง่าน สรุปว่าสวย ครบ จบในที่เดียว

แต่สำหรับฉันแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้จัตุรัสนี้เป็นที่น่าประทับใจเข้าไปอีก คือร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ เพราะมันทำให้เป็นที่นั่งเล่นมากๆ ร้านกาแฟสำคัญทางประวัติศาสตร์คือฟลอเรียน (Florian) ซึ่งเป็นร้านกาแฟร้านแรกของโลก ที่บริเวณหน้าร้าน ทางร้านจะจัดให้มีวงดนตรีออร์เคสตราวงเล็ก ๆ เล่นบรรเลงให้ฟัง เวลาไปเวนิส ฉันชอบชวนสมัครพรรคพวกย่องออกมาจากที่พักในยามค่ำ เพื่อมานั่งดื่มด่ำน้ำตารินฟังเพลงที่นี่ ฉันยอมประหยัดค่าเดินทาง ค่าที่พัก ด้วยวิธีต่างๆ แต่การนั่งอาบแสงจันทร์จิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ฟังดนตรีที่ฟลอเรียนนี่ เป็นกิจกรรมประจำปีที่ยอมทุบกระปุกจริงๆ 

4. Piazza dei Miracoli

5 จัตุรัสกลางเมือง (Piazza) ที่สวยเก๋ที่สุดในอิตาลี
ภาพ : beforechartres.blog

เดย์-มิราโกลี แปลว่า แห่งสิ่งมหัศจรรย์

ถึงบอกเสียงอ่านและคำแปลไป แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่คุ้นอยู่ดี แต่พอบอกว่า ก็ตรงหอเอนปิซ่ายังไงเล่า ก็จะนึกออกทันที

อันที่จริงหอเอนนั้นเป็นเพียง 1 ในสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ 4 แห่งของลานกว้างแห่งนี้… เอาใหม่ ว่ากันจริงๆ ตรงนี้คือพื้นที่ของวิหารแห่งเมืองปิซา ถ้าเดินจากประตูกำแพงเข้าไปก็จะเจอหอน้ำมนต์ก่อน จากนั้นเป็นโบสถ์ (ซึ่งสวยมาก) หอเอนนั้นคือหอระฆัง และอีกสิ่งที่ผู้คนมักละเลยกันไป คือทางด้านซ้ายมือคือสุสาน

ความเปรี้ยวคือ ในขณะที่ที่อื่นนั้นอาคารก่อสร้างจะตั้งอยู่รอบๆ แต่นี่คือ เอาโบสถ์เอาหอน้ำมนต์มาวางอยู่ตรงกลาง Piazza เลย

ส่วนกิจกรรมอันโด่งดังที่ทำใน Piazza แห่งนี้ แน่นอน คือการหย่อนลูกตุ้มโชว์ของกาลิเลโอ จากหอระฆังเอียง

5. Piazza San Pietro แห่งนครวาติกัน

5 จัตุรัสกลางเมือง (Piazza) ที่สวยเก๋ที่สุดในอิตาลี
ภาพ : serenamarletta.wordpress.com

ถ้าว่ากันจริงๆ นี่เราข้ามประเทศแล้วนะนี่ เพราะวาติกันไม่ถือเป็นประเทศอิตาลี แต่ก็เอาเถอะ

จัตุรัสลานกว้างแห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ภาพจำติดตาคือลานกว้างๆ ทรง (เหมือนจะ) กลม แนวโค้งทั้งสองด้านมีเสาเรียงราย ตรงกลางมีแท่งเสาโอเบลิสก์

กิจกรรมที่ทำอยู่ทุกวันอาทิตย์ของที่นี่ คือ สมเด็จพระสันตะปาปาจะเสด็จออกมาที่หน้าต่างเพื่อพบปะศาสนิกชน ทั้งนี้ไม่รวมถึงในโอกาสสำคัญอื่นๆ อีกด้วย

ย้อนกลับมาที่แนวเสา ซึ่งมีทั้งหมด 284 ต้นนั้น ก็มีกิจกรรมให้เราได้ร่วมสนุกกันนิดหน่อยกันเหงา นั่นก็คือเมื่อเราไปยืนตรงลานด้านหน้าแนวเสาเหล่านี้ ให้มองหาหมุดกลมหินอ่อนสีขาวใหญ่ขนาดฝ่าเท้า (สนุกตรงนี้) หากคุณยืนอยู่บนหมุดนี้แล้วมองเข้าไปในแนวเสา คุณจะเห็นแต่เฉพาะเสาต้นหน้าเท่านั้น เสาที่อยู่ด้านหลังจะแอบหลังเสาหัวแถวอย่างมิดชิดเงียบงัน และเป็นอย่างนี้ทั้งสองฝั่ง

ส่วนการออกแบบลานนี้ให้เป็นโค้งๆ อย่างนั้น ก็ไม่ใช่เอาความเก๋เป็นที่ตั้ง หากแต่สร้างให้เป็นดั่งแขนของพระเจ้า ขอจงเอื้อมมือและโอบกอดเราผู้ผ่านเข้ามา

ยกตัวอย่างมาให้เห็นแต่ piazza ที่หลายท่านคุ้นเคยเพื่อให้เห็นชีวิตและกิจกรรมที่เกิดขึ้น ณ ลานโล่งนั้น ถ้าหาก Piazza มีชีวิต จะต้องเป็นบุคคลที่น่าสัมภาษณ์ที่สุดในการเรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตอิตาเลียนอย่างแน่นอน

ฉันเป็นคนชอบนั่ง Piazza ชอบนั่งดูผู้คนแล้วนึกไปเรื่อยว่า คนสมัยก่อนเขาจะแต่งตัวกันยังไงนะ เขาจะเดินด้วยท่าทางแบบนี้มั้ยนะ เวลาเขาเจอกันเขาจะทักกันอย่างนี้ไหมนะ แล้วในอนาคตล่ะจะเป็นอย่างไร

ตอนนี้ไปก่อนล่ะ ว่าจะไปกิน Pizza ที่ Piazza ถ้าที่ Piazza เขาไม่ให้กิน Pizza ก็คงจะต้องหาที่นอก Piazza เพื่อกิน Pizza ต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง 

dictionary.orst.go.thwww.treccani.it/enciclopedia

www.vatican.va

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

ตอนเด็ก ๆ ฉันเป็นคนชอบชื่อ ชอบนามสกุล ฉันท่องนามสกุลเพื่อนได้ทุกคน ถึงวันนี้ ใครบอกชื่อเพื่อนสมัยประถมมา ฉันมักจะต่อด้วยนามสกุลโดยอัตโนมัติ จะไม่ให้ทำอย่างนี้ต้องหยิกตัวเองอย่างแรง

ชื่อของคนอิตาเลียน

ปกติชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงโอ จะเป็นผู้ชาย ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา จะเป็นผู้หญิง เช่น Paolo-Paola, Mario-Maria เป็นต้น แต่ก็มีชื่อที่ไม่ได้ตามกฎนี้อยู่บ้างเหมือนกัน เช่น

ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา แต่เป็นผู้ชาย ได้แก่ Andrea, Luca และ Nicola (ถ้าเป็นผู้หญิงจะเป็น Andreina, Nicoletta ส่วน Luca นั้นไม่มีเพศหญิง)

ชื่อที่เราอาจนึกว่าเป็นผู้หญิงได้แก่ Gabriele (กาบรีแยเล), Emanuele (เอมานูแยเล) (ชื่อผู้หญิงจะเป็น Gabriella, Emanuela)

ส่วนนามสกุลนั้น ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วยเสียงอี (-i) เช่น Rossi หรือ Bianchi แต่ก็ไม่เสมอไปอีกเช่นกัน

วางชื่ออย่างไร ชื่อก่อนหรือนามสกุลก่อน

คำตอบคือ ชื่อแล้วค่อยนามสกุล เว้นแต่จะเป็นรายชื่อเรียงรายแบบในตามประกาศราชการ ประกาศผลสอบ หรือแม้แต่ในสมุดโทรศัพท์ ทั้งนี้เพราะชื่ออิตาเลียนซ้ำกันเหลือเกิน นามสกุลก็อาจมีซ้ำบ้าง แต่ไม่ซ้ำเท่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ มักมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างนามสกุลกับชื่อ

ส่วนคนไทยอย่างเรานั้น หากจะต้องติดต่อกับคนอิตาเลียน จะทำอย่างไรให้อิตาเลียนรู้ว่าอันไหนชื่ออันไหนนามสกุล คนอื่นทำอย่างไรไม่ทราบ แต่ฉันนั้น นอกจากจะเรียงลำดับอย่างที่บอกไปแล้ว ฉันจะเขียนหรือพิมพ์นามสกุลด้วยตัวใหญ่ทั้งหมดเพื่อเป็นการเน้น ส่วนปัญหาเรื่องว่าเขาจะคิดว่าเราเป็นชายหรือหญิงนั้น แก้ไม่ได้ในชื่อ แต่ถ้าเรามีเนื้อความอะไรเขียนต่อไป เพศของเรามันจะแสดงให้เห็นในเนื้อความเอง เพราะภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาที่มีเพศ

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : whoisdenilo-unsplash

เขาตั้งชื่อกันอย่างไร

ไม่มีเกจิรับตั้งชื่อ ไม่มีชื่อไหนมงคลกว่าชื่อไหน ธรรมเนียมการตั้งชื่อของคนอิตาเลียน ‘แบบดั้งเดิม’ นั้น จะใช้ชื่อปู่-ย่าเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยย้ายไปเป็นตา-ยาย จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราเห็นบุคคลสำคัญโดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ชื่อสลับกันไป แล้วใส่ที่หนึ่ง ที่สอง ฯลฯ ไว้ข้างหลัง ของอิตาลีก็เช่น

ปู่ – Vittorio

พ่อ – Umberto

ฉัน – Vittorio

ลูก – Umberto

หลาน – Vittorio

ธรรมเนียมนี้ ว่ากันว่า เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอิตาเลียนโบราณมีลูกดก ทั้งนี้เพื่อให้ปู่ย่าตายายอิ่มอกอิ่มใจ การมีลูกแล้วไม่ตั้งชื่อตามท่านเหล่านั้น ถือเป็นการขาดความเคารพซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญของคนอิตาเลียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวใต้ อย่างเช่นชาวเกาะซิซีลี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมนี้คลายลงไปมากแล้วตามยุคสมัย ส่วนหนึ่งก็พบว่า บ้างก็ว่าชื่อบรรพบุรุษเชยฉ่ำไปบ้าง ลูกสะใภ้เกลียดแม่ผัวบ้าง หรือถ้าเกิดคุณปู่มีลูกชาย 3 คน แล้วลูกทั้งสามตั้งชื่อลูกตามคุณปู่ จะต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่แท้

ปัจจุบันตั้งชื่อกันอย่างไร

สมัยนี้มีอิสระในการตั้งชื่อมากขึ้น ชื่ออิตาเลียนที่ฮิตที่สุด (ดังจะได้กล่าวต่อไป) ก็แทบไม่มีชื่อนักบุญแล้ว เรียกได้ว่า เจอชื่ออะไรเพราะ ๆ ก็สรรหากันไป บางคนก็ตั้งชื่อตามโอกาสสำคัญ คนที่คลอดลูกในวันอีสเตอร์ (ภาษาอิตาเลียนคือ Pasqua – ปัสกวา) ก็มีไม่น้อยที่ตั้งชื่อลูกว่า Pasqua หรือ Pasquale หรือเด็กที่เกิดวันคริสต์มาส อาจจะได้ชื่อ Natale – Natalia ไปก็ได้ (คริสต์มาส = Natale) เพื่อนคนหนึ่งเกิดตอนย่ำรุ่ง แม่ของเธอก็ตั้งชื่ออย่างเก๋ว่า โรซัลบา (Rosalba) อันแปลว่า กุหลาบยามรุ่งอรุณ ฉันแอบคิดในใจว่า ถ้าเพื่อนคนนี้เกิดที่เมืองไทย เธอจะต้องได้รับการตั้งชื่อลูกจากแม่ว่า ดาวพระศุกร์สุดแสนอำไพ อย่างแน่นอน

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ: danielfazio-unsplash

มีกฎมีเกณฑ์อะไรในการตั้งชื่อบ้างไหม เช่น เกิดวันจันทร์ต้องไม่มีสระ ฯลฯ

เท่าที่ทราบไม่มีอะไรอย่างนั้น คงมีแต่กฎหมายที่กำหนดไว้ (โดยสรุป) ว่า

  1. ห้ามใช้ชื่อของบิดามารดา พี่น้อง ที่ยังมีชีวิตอยู่
  2. ห้ามชื่อเหมือนกับนามสกุล
  3. ห้ามชื่อที่ขบขันน่าอาย
  4. ชื่อทางภูมิศาสตร์ ชื่อหรือนามสกุลจะต้องไม่บอกที่มาว่าเป็นลูกกำพร้า เช่น Esposito, Diotallevi, Innocenti เป็นต้น เนื่องจากนามสกุลที่ยกตัวอย่างมานี้ ในสมัยก่อนจะตั้งให้แก่เด็กกำพร้าเท่านั้น

ชื่อยอดนิยมในปัจจุบันของคนอิตาเลียน

ชื่อที่ฮิตที่สุด 5 อันดับแรก ในการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติอิตาลีซึ่งสำรวจในปี 2019 คือ

ชื่อผู้ชาย

5. Andrea (อันแดรอา)
4. Alessandro (อเลสซานโดร)
3. Lorenzo (โลเรนโซ)
2. Francesco (ฟรันเชสโก)
1. Leonardo (เลโอนาร์โด)

ชื่อผู้หญิง

5. Alice (อะลีเช)
4. Ginevra (จิเนฟวรา)
3. Giulia (จูเลีย)
2. Aurora (เอารอรา)
1. Sofia (โซฟียา)

คนอิตาเลียนเปลี่ยนชื่อได้ไหม

ประมวลกฎหมายแพ่งใน ‘มาตรา 6 – สิทธิในชื่อ’ ระบุว่า: “บุคคลทุกคนมีสิทธิในชื่อที่ตนกำหนดตามกฎหมาย ชื่อประกอบด้วยชื่อจริงและนามสกุล ห้ามเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือแก้ไขชื่อ เว้นแต่ในกรณีและวิธีการที่ระบุโดยกฎหมาย.” แสดงว่า มีช่องทางเปลี่ยนได้ แต่ดูเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : jeremypstewardson-unsplash

คนอิตาเลียนมีชื่อเล่นไหม

ชื่อเล่นของคนอิตาเลียนก็มาจากชื่อจริงนั่นเอง และพอคาดเดาได้ไม่ยาก เช่น
Salvatore – Totò

Daniele – Lele

Giuseppe – Pepe

Luigi – Gigi

Alberto – Berto

Andrea – Andrè

นอกจากนี้ก็ยังมีชื่อที่ไว้เรียกเด็กด้วยความเอ็นดู ก็จะใส่คำว่า -ino หรือ -ina ลงไปท้ายชื่อ เช่น คนชื่อเปาโลทุกคนเคยผ่านชื่อ เปาลีโน (Paolino) มาแล้ว แต่ชื่อเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเมื่อคุณเปาโลโตขึ้น

ชื่อบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรป

ชื่อบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ตะวันตกอันมีที่มาเป็นชื่อของนักบุญ มักเปลี่ยนเป็นชื่อในสำเนียงอิตาเลียน (เชื่อว่าชาติอื่นในตะวันตกก็ดัดแปลงให้เข้ากับสำเนียงตนเช่นกัน) เช่น

(สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ) อะลิซาเบ็ธ – Elisabetta (เอลิซาเบ็ตตา)

(พระเจ้า) ชาร์ลส์ – Carlo (คาร์โล)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) ฟรันซิส – Francesco (ฟรันเชสโก)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) เบเนดิกต์ – Benedetto (เบเนเด็ตโต)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) จอห์นพอล – Giovanni Paolo (โจวันนี เปาโล)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : en.wikipedia.org/wiki/Giovanni_Paolo_Panini

(พระเจ้า) หลุยส์ – Luigi (ลุยจิ)

(พระนาง) มารีอังตัวเนตต์ – Maria (มารียา) Antonietta (อันโตนีเย็ตตา)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : commons.wikimedia.org/wiki/File:Marie-Antoinette

ชื่อต้องห้าม

ชื่อที่ต้องถูกนายทะเบียนปรามไว้อย่างแน่นอน ได้แก่ เจสุ (Gesù = พระเยซู) ซาตานา (Satana = ซาตาน) ลูชิเฟโร (Lucifero = จอมมารลูซิเฟอร์) เบนีโต (Benito : ชื่อต้นของมุสโสลินี) เป็นอาทิ

ที่บอกว่า ‘ปราม’ เพราะตามกฎหมาย นายทะเบียนไม่มีสิทธิปฏิเสธการจดทะเบียนชื่อ แต่นายทะเบียนจะเตือน หากไม่ฟัง ก็ตามใจ แต่นายทะเบียนจะแจ้งให้อัยการทราบและดำเนินคดีกันไปเอง

ข้อมูลอ้างอิง

www.nomix.it/decreto-legge-396-2000.php

www.istat.it/it/dati-analisi-e-prodotti/contenuti-interattivi/contanomi

www.pianetamamma.it/nomi/la-scelta-del-nome-tradizione-o-volonta-dei-genitori.html

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load