The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าภูเก็ตเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของไทย ขณะเดียวกันก็เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดอันดับ 2 ของประเทศ เป็นรองเพียงเมืองแม่กลองอย่างสมุทรสงคราม แต่กระนั้น ไข่มุกแห่งอันดามันก็อัดแน่นไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ตั้งแต่ชายหาด ภูเขา สถาปัตยกรรมเมืองเก่า ตลอดจนอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ หลายที่อาจยังเป็น Unseen Thailand ที่คนไม่รู้จัก แต่หลายแหล่งก็ทำเอาคนทั่วโลกหลงรักจนแวะมาเที่ยวซ้ำและซ้ำอีก ฝากรอยเท้า ความประทับใจ และความทรงจำมากมายไว้บนเกาะสวาทหาดสวรรค์แห่งนี้

อย่างไรก็ดี ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ถาโถมและเม็ดเงินที่สะพัดในระบบเศรษฐกิจ ต้องแลกมาด้วยการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชุมชนและการเสื่อมสลายของธรรมชาติ หาดทรายสีขาวมีขยะลอยมาเกย ศิลปวัฒนธรรมเริ่มถูกละเลยมองข้าม อีกทั้งกำไรจากการท่องเที่ยวก็ไปไม่ถึงมือคนท้องถิ่นอย่างถ้วนทั่ว

หลายคนหวนคิดถึงไข่มุกแห่งอันดามันเมื่อครั้งยังเป็นสวรรค์วันวาน คงถึงกาลที่การท่องเที่ยวต้องปรับตัวให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน นี่จึงไม่ใช่วันที่เราจะเยี่ยมชมเพื่อเสพเพียงความสวยงามและถามหาแต่ความสุขส่วนตัว หากแต่เป็นเวลาแห่งการเดินทางเพื่อพักผ่อน ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อส่วนรวม เราสนุก ชุมชนมีความสุข และธรรมชาติเองก็อมยิ้ม

โชคดีที่ภูเก็ตมีสถานที่แบบนั้น

เราขออาสาพาทุกท่าน ซ้อนมอเตอร์ไซค์เหวนรอบเกาะ ลัดเลาะรอบหาด กับแหล่งท่องเที่ยวในภูเก็ตที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ควรค่าแก่การบอกต่อ เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ได้ทั้งกินดี อยู่ดี สุขภาพดี แถมได้แบ่งปันสิ่งดีๆ คืนสู่สิ่งแวดล้อมและชุมชน 

ถ้าทุกคนพร้อมแล้วก็ใส่หมวกนิรภัยให้แน่น เกาะเอวคนขับให้ดี รู้ตัวอีกที คุณอาจติด (ใจ) เกาะนี้ไม่รู้ตัว

01

สุนทรีย์

ร้านกาแฟบนภูเขาที่หอบลมหนาวจากเชียงใหม่มาไว้ที่ภูเก็ต

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน
เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

มุมเล็กๆ ในป่าใหญ่ ใจกลางเมืองภูเก็ต คือที่ตั้งของกาแฟร้านเด็ดบรรยากาศดี เกิดจากการรวมตัวของ 4 หนุ่มผู้หลงใหลในรสชาติของกาแฟอย่าง วิท-วิทยา สำแดงภัย, ฟิวเจอร์-กิตติภพ เอ่งฉ้วน, ปอ-ธวัชชัย แสงมณี และ เจย์-พีรศักดิ์ ได้รูป

“ตอนนั้นพวกเราตั้งใจไปปลูกกาแฟกันที่เชียงใหม่ แล้วบังเอิญได้รู้จัก ดูเลเล โฮมสเตย์ที่ใช้ถ่ายทำหนังเรื่อง Low Season สุขสันต์วันโสด บรรยากาศที่นั่นดีมาก เราเล่นดนตรีกัน นั่งล้อมวงรอบกองไฟ ก็ได้แต่คิดว่าทำไมภูเก็ตถึงไม่มีแบบนี้บ้าง พอกลับมา ได้เจอพื้นที่ตรงนี้ เราสี่คนก็เลย เออ เอาวะ ลองดู ก็เช่าสถานที่ เติมนั่นต่อนี่ ทำระเบียง เราอยากยกบรรยากาศตรงนั้นมาไว้ที่บ้าน” ปอ หนึ่งในหุ้นส่วนของร้านเล่าให้ฟัง

ลัดเลาะรอบเกาะภูเก็ตกับ 10 สถานที่เด็ด แนวคิดดี ที่เป็นมิตรต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และดีต่อใจจนอยากกลับไปเที่ยวอีก

และก็จริงอย่างที่ว่า ลูกค้าที่แวะเวียนมาสุนทรีย์ นอกจากจะได้ลิ้มลองกาแฟรสชาติดีที่กลั่นกรองจาก 4 หุ้นส่วนแล้ว ยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์จนเต็มปอดและโอบกอดธรรมชาติสีเขียวไม่ต่างจากภาคเหนือ แถมวันไหนโชคดีก็จะมีครอบครัวหมูป่าแวะมาเดินเล่นให้ได้ถ่ายรูปกันอีกด้วย

แต่สิ่งที่เราหลงรักที่สุดของที่นี่กลับไม่ใช่รสกาแฟหรือความงามของธรรมชาติ หากแต่เป็นลีลาและความสามารถในการตบมุกของเหล่าเจ้าของร้าน พวกเขาคุยเล่นกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง ก่อนชวนให้เราขับร้องสักหนึ่งบทเพลงก่อนจากไป วิท ฟิวเจอร์ ปอ และเจย์ ทำให้เรารู้ว่าธุรกิจที่ดีเริ่มจากใจที่พร้อมจะหยิบยื่นรอยยิ้มให้แก่กัน และรอยยิ้มเหล่านั้นถูกกลั่นอย่างประณีตลงในทุกหยดของกาแฟ

แม้อากาศไม่เย็นสบายเท่าเชียงใหม่ แต่ร้านสุนทรีย์ที่ภูเก็ตจะฝากความประทับใจให้ผู้ที่แวะเวียนมาเที่ยวไม่ต่างกัน

ที่ตั้ง : เลขที่ 12/3 อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 09.00 – 18.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 0957 4841

Facebook : สุนทรีย์

02

Cloud Markt

ร้านชำเก๋ๆ ที่ดึงเสน่ห์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วไทยมารวมไว้ในที่เดียว

ลัดเลาะรอบเกาะภูเก็ตกับ 10 สถานที่เด็ด แนวคิดดี ที่เป็นมิตรต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และดีต่อใจจนอยากกลับไปเที่ยวอีก

ในวันที่ประเทศไทยประกาศล็อกดาวน์จากสถานการณ์โควิด-19 หลายคนริเริ่มธุรกิจอาหารจากบ้านของตัวเอง เกิดเป็นผลิตภัณฑ์อันมีเอกลักษณ์มากมายค้าขายบนโลกโซเชียล แต่หลายครั้ง การส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าก็อาจเกิดความล่าช้าเพราะต้องขนส่งข้ามจังหวัด กว่าจะได้ลิ้มลองก็ต้องรอกันหลายวัน คุณภาพอาหารก็อาจเสียไป จึงเป็นที่มาของ Cloud Markt ร้านชำที่อาสานำคราฟต์ฟู้ดจากทั่วฟ้าเมืองไทยมาให้เลือกสรรในที่เดียว

ไอเดียสุดชิคนี้เริ่มต้นจากสามเพื่อนซี้ มอนด์-สุวิจักขณ์ กังแฮ ผู้ดูแลด้านอาหาร มิว-ภาสกร กัจฉปะรักษ์ ผู้รับผิดชอบเรื่องเครื่องดื่ม และ ณัฐ-ณัฐนรี ใจอาจ รับหน้าที่ติดต่อนำเข้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ส่งให้ร้านชำแห่งนี้มีอาหารหลากประเภท จากหลายพื้นที่ ตั้งแต่ซีอิ๊วขาวและหมี่สั่วของภูเก็ต ช็อกโกแลตจากเชียงใหม่ น้ำผึ้งจากเชียงราย เกลือจากสกลนคร ไปจนถึงปลาทูต้มหวานจากชุมพร

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

มอนด์เล่าว่า คำว่า ‘Cloud’ ใน Cloud Markt คือก้อนเมฆที่เกิดจากการรวมตัว เปลี่ยนรูปทรงได้สารพัด ทั้งยังพัฒนากลายเป็นเมฆก้อนใหญ่ได้ ตอนนี้ขวามือของร้านจึงต่อขยายเป็นร้านกาแฟ ซ้ายมือเติมแต่งเป็นร้านพิซซ่า และใน Cloud Markt เองก็มีการขายอาหารจานร้อนที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น กลายเป็นเมนูข้าวแกงกะหรี่ที่มีท็อปปิ้งไม่เหมือนใคร

“ในอนาคต เราอยากจัดตลาดออร์แกนิกกลางแจ้ง เหมือนเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่ขายผักออร์แกนิก น้ำผลไม้ บาร์บีคิว อาจจะจัดตอนเย็นช่วงสุดสัปดาห์ แล้วก็มีไอเดียว่าจะเปิด Cloud Markt สาขา 2 ที่มีพื้นที่มากขึ้น เพราะใจจริงเราก็อยากลงของให้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้มีพื้นที่จำกัด ก็ตั้งใจให้สาขา 2 มีความเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายผักสดๆ เนื้อไทย และอีกหลายอย่าง” มอนด์และณัฐกล่าวทิ้งท้าย

ที่ตั้ง : เลขที่ 95/18 ถนนมนตรี ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 23.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2918 6828 

Facebook : CLOUD MARKT

03

ลกเที้ยน ศูนย์อาหารพื้นเมืองภูเก็ต

แหล่งสูดหมี่ฮกเกี้ยน ตัดเลี่ยนด้วยปอเปี๊ยะสด ก่อนซดโอ้เอ๋วสักชาม

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

“ลกเที้ยน แปลว่า สถานรื่นเริง เหมือนเป็นสถานที่ที่คนสมัยก่อนมาสังสรรค์กัน มีอาหารหลากหลายชนิด แต่เมื่อก่อนที่นี่จะมีกำแพงกั้นระหว่างแต่ละร้าน ถ้าลูกค้าอยากกินให้ครบ กินร้านนี้เสร็จจะต้องเดินอ้อมกำแพงเพื่อไปกินอีกร้านหนึ่ง ตอนนั้นพ่อผมเลยคิดว่า ถ้าเราทุบกำแพงทิ้งแล้วยุบเป็นร้านเดียวก็น่าจะดี เพราะทุกร้านที่นี่ก็สนิทกันอยู่แล้ว สุดท้ายจึงเกิดเป็นศูนย์อาหารพื้นเมืองแห่งแรกของภูเก็ต”

เดียร์-ยศธร รัตนประทุมมาลย์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของร้านปอเปี๊ยะสด ผู้ดูแลศูนย์อาหารพื้นเมืองภูเก็ตเผยถึงที่มาของการทลายกำแพงจนเกิดเป็นศูนย์อาหารใกล้ย่านเมืองเก่า ที่เป็นทั้งร้านประจำของคนท้องถิ่นและจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว

ลัดเลาะรอบเกาะภูเก็ตกับ 10 สถานที่เด็ด แนวคิดดี ที่เป็นมิตรต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และดีต่อใจจนอยากกลับไปเที่ยวอีก
เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

เดียร์เล่าว่า ผู้ที่มาที่นี่จะได้ลิ้มรสชาติอาหารภูเก็ตแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นหมี่ผัดฮกเกี้ยน หมี่น้ำโบราณ บี้หุ้นป้าฉ่าง (หมี่หุ้นกระดูกหมู) โลบะ ปอเปี๊ยะสด โอต้าว หมูสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยวกุ้ย อิ่วปึ่ง และตบท้ายด้วยของหวานขึ้นชื่ออย่างโอ้เอ๋ว

รสชาติที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นยังส่งกลิ่นกรุ่นเย้ายวน รอคนยุคใหม่ไปสัมผัส อาหารไม่ใช่วัฒนธรรมถาวรที่ตั้งอยู่รอผู้คนมาถ่ายรูป แต่ต้องสัมผัสด้วยตนเองโดยปลายลิ้น ลองกินเพื่อซึมซับและส่งต่อวัฒนธรรมในแต่ละคำให้ดำรงต่อไป นี่คือความตั้งใจของร้านรวงในศูนย์อาหารพื้นเมืองแห่งนี้

ดังนั้น หากใครแวะมาภูเก็ต แล้วอยากกินอาหารท้องถิ่นให้ครบแต่มีเวลาจำกัด มาที่นี่ที่เดียวคงประหยัดเวลาเที่ยวไปได้ไม่น้อย

ที่ตั้ง : เลขที่ 173 ถนนเยาวราช ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันพุธ-จันทร์ เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4307 9903

Facebook : ลกเที้ยน ศูนย์อาหารพื้นเมืองภูเก็ต

04

The Memory at On On Hotel

โรงแรมเก่าแสนสวยปรับปรุงใหม่ ย้อนวันวานงดงามของภูเก็ต

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

รูปแบบสถาปัตยกรรมที่คงอยู่ในความทรงจำของคนภูเก็ตทุกยุคทุกสมัยคือชิโน-ยูโรเปียน การออกแบบซึ่งสอดประสานความตระหง่านแข็งแรงของยุโรป โอบล้อมด้วยความโค้งมนแบบจีน เกิดเป็นวัฒนธรรมสองทวีปที่เคียงคู่เมืองภูเก็ตหลายชั่วอายุคน และหนึ่งในอาคารชิโน-ยูโรเปียน ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดคงหนีไม่พ้น The Memory at On On Hotel

อาคารขนาด 3 คูหา ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มและของตกแต่งแบบเพอรานากัน คือสถานที่ที่ครั้งหนึ่งถูกเรียกว่าโรงแรมอัน อัน ซึ่งในภาษาจีนแปลว่า ‘ความสุขสำหรับผู้มาเยือน’ ก่อนที่ชื่อโรงแรมจะเพี้ยนไปตามการสะกดในภาษาอังกฤษจนกลายเป็น ออน ออน ในเวลาต่อมา

วันคืนหมุนเวียนไป โรงแรมใจกลางเมืองได้รับการดัดแปลงใหม่ให้ทันสมัยและแข็งแรงมากขึ้น แต่ก็ยังรักษากลิ่นอายของภูเก็ตวันวานไว้ได้อย่างสมบูรณ์ คงไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้ลูกหลานได้ศึกษา และเมื่อปีที่ผ่านมา ทีมงานนาดาว บางกอก ก็เลือกที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ

อดิษฐ์ภาคย์ เกษตรรุ่งเรือง ผู้จัดการโรงแรมเล่าว่า ทีมงานของซีรีส์ค้นพบที่นี่ขณะตระเวนหาสถานที่ถ่ายทำ และหลังจากได้พูดคุยกันอยู่ครู่ใหญ่ ทีมงานก็ตัดสินใจเพิ่มฉากของโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในภูเก็ต จนได้ฉากสำคัญอันเป็นที่จดจำของผู้ชม ส่งผลให้นักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชมไม่ขาดสายช่วงปลายปีที่ผ่านมา

“ที่นี่คงถ่ายทอดความเป็นภูเก็ตได้ดี ทั้งตึกราม อาคาร สถาปัตยกรรม หรือกระทั่งสีของกำแพง” อดิษฐ์ภาคย์กล่าวทิ้งทาย

ที่ตั้ง : 19 ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 7636 3700

Facebook : The Memory at OnOn Hotel – Phuket Old Town

05

The SIS Kata Resort

ที่พักสุดกรีนแสนสบาย ดูอาทิตย์ตกได้จากเตียงนอน

จากตัวเมืองภูเก็ตไม่ใกล้ไม่ไกล เราขับมอเตอร์ไซค์เตร็ดเตร่ไปยังหาดกะตะ ตรงขึ้นเขา ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าอาคารรูปทรงทันสมัย ประดับด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ นี่คือที่พัก 124 ห้อง เจ้าของเหรียญทอง Green Hotel 3 ปีซ้อนอย่าง The SIS Kata Resort

ล็อบบี้ของที่นี่สูงโปร่ง โอ่อ่า อากาศถ่ายเทเย็นสบาย แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับความผ่อนคลายของห้องอาหาร All-day Dining การระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงแรมตัดสินใจดัดแปลงห้องอาหารใหม่เป็นแบบเปิดโล่ง ให้แขกได้ทานอาหารเช้ากลางแจ้งรับแสงแรกของวัน ส่วนมื้อเย็นก็ใส่ความพิถีพิถันกับเมนูจิ้มจุ่มเตาถ่านลอยฟ้าที่ The SIS อยากเปลี่ยนภาพจำว่า การกินข้าวในโรงแรมไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่คิด

อีกสิ่งที่จำไม่รู้ลืมคือวิวจากห้องพัก จะมาคนเดียว เที่ยวกับครอบครัว หรือเดตแบบคู่รัก ก็ชมความงามของพระอาทิตย์ยามเย็นได้จากริมระเบียงหรือเตียงนอน แต่สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่พวกเขาหลงรักในความพยายามที่ The SIS Kata Resort ทำเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมรอบเกาะ ตั้งแต่การคัดแยกขยะตามขั้นตอน งดใช้หลอดพลาสติก ไปจนถึงมอบหมายให้แม่บ้านใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 70 – 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นมิตรทั้งต่อผู้ใช้และแหล่งน้ำยามปล่อยลงสู่ทะเล 

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน
เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

นอกจากนี้ พนักงานยังร่วมกับชุมชนกะตะกะรน เก็บขยะริมหาดหลังฤดูมรสุมเป็นประจำ ปีละ 2 – 3 ครั้ง พร้อมทั้งเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ไปด้วยกัน

กนกกร ภัทรวรณี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของรีสอร์ตเล่าว่า ผู้บริหารและพนักงานทุกคนเชื่อมั่นในเรื่องของ Long-term Tourism เพราะการท่องเที่ยวที่ดีไม่ควรเน้นแค่กอบโกยผลประโยชน์ หวังกำไรสูงๆ ในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ธุรกิจจึงจะยั่งยืนได้

“ภูเก็ตเองก็เป็นแค่เกาะ ถ้าขยะล้นเกาะก็อาจเกิดภูเขาขยะแบบที่อินเดีย ซึ่งต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการแก้ปัญหา ในเมื่อไม่สามารถบอกให้ทุกคนในจังหวัดช่วยกันได้ เราก็ควรเริ่มที่ตัวเองก่อน ให้หัวหน้าแผนกร่วมประชุม หาแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด วันหนึ่งถ้าทุกโรงแรมตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ภูเก็ตก็จะมีขยะน้อยลง”

ที่ตั้ง : เลขที่ 255 ถนนโคกโตนด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83100 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 7660 9555

Facebook : The SIS Kata, Phuket

06

รื่นรมย์ Reun-Rom (ลื่นล้ม)

คาเฟ่ใกล้หาดของลุงตุ๊ก นักอนุรักษ์ผู้ชื่นชอบการเล่นเซิร์ฟ

ลัดเลาะรอบเกาะภูเก็ตกับ 10 สถานที่เด็ด แนวคิดดี ที่เป็นมิตรต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และดีต่อใจจนอยากกลับไปเที่ยวอีก
เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

หากมองเผินๆ คงไม่มีใครคิดว่า บ้านหลังย่อมท่ามกลางหมู่ไม้สีเขียวนานาพันธุ์ ป้ายแนววินเทจสีสันสดใส และลานสเก็ตบอร์ดขนาดใหญ่กำลังพอเหมาะ จะเป็นคาเฟ่สุดแนวที่ไม่มีสาวกเซิร์ฟและเซิร์ฟสเก็ตคนไหนไม่รู้จัก

รื่นรมย์ Reun-Rom (ลื่นล้ม) คือบ้านและร้านกาแฟของลุงตุ๊ก ชายผู้หลงรักการเล่นเซิร์ฟเป็นชีวิตจิตใจ พาให้เขาหลงใหลผูกพันกับท้องทะเล เมื่อเห็นฟองคลื่นและชายหาดไม่สะอาดเหมือนในอดีต หนุ่มนักเซิร์ฟจึงผันตัวเองเป็นนักอนุรักษ์ เก็บขยะจากริมหาดมาเนรมิตเป็นงานอาร์ตประดับบ้าน ก่อนต่อยอดเป็นร้านกาแฟที่ไม่ได้มีดีแค่ของตกแต่ง แต่รสชาติของเครื่องดื่มก็ดีต่อใจไม่แพ้กัน

 ดื่มโกโก้เย็นให้ชื่นใจสักแก้ว ก่อนเดินชมผนังและชั้นวางที่มีของสะสมนานาชนิดตั้งเป็นแนว ตั้งแต่ปิ่นโต กล้องถ่ายรูป ตุ๊กตา ไปจนถึงกีตาร์ไม่ต่ำกว่า 4 ตัว แม้แต่ละชิ้นจะแตกต่าง แต่ทั้งหมดกลับจัดวางแล้วเข้ากันอย่างลงตัว จนไม่น่าเชื่อว่าบางชิ้นเคยเป็นขยะที่เก็บมาจากทะเล

ลัดเลาะรอบเกาะภูเก็ตกับ 10 สถานที่เด็ด แนวคิดดี ที่เป็นมิตรต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และดีต่อใจจนอยากกลับไปเที่ยวอีก

ทางขวามือของตัวร้านคือลานสเก็ตที่ทั้งโปรสเก็ตบอร์ด ตลอดจนมือใหม่ผู้มีใจรักเซิร์ฟสเก็ตต่างแวะเวียนมาฝึกหัด บ้างมากันเป็นแก๊งช่วงเย็น บ้างมาเดี่ยวเพื่อฝึกปรือฝีมือ

วันที่เราไปสำรวจความรื่นรมย์ของที่นี่ โชคไม่ดีที่เจ้าของร้านต้องไปเป็นกรรมการการแข่งขันเซิร์ฟสเก็ตที่จังหวัดพังงา เราจึงอดเห็นหน้าค่าตาของนักกีฬาอารมณ์ศิลปินคนนี้ แต่ถ้าผู้อ่านโชคดี แวะไปในวันที่ลุงตุ๊กอยู่ร้าน ก็อย่าลืมขอให้เขาลองสอนเซิร์ฟสเก็ตให้สักนิดสักหน่อย จะได้ลองลื่นล้มอย่างรื่นรมย์ให้สมชื่อคาเฟ่ หรือถ้าอยากลองเล่นเซิร์ฟในทะเล บางทีลุงก็จัดกิจกรรมเก็บขยะหน้าหาดแลกกับการสอนด้วย

พิมพ์แล้วรู้สึกอยากเรียนเซิร์ฟกับลุงดูสักครั้งเหมือนกันแฮะ 

ที่ตั้ง : เลขที่ 11/1 ปฏัก ซอย 4 ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 8299 2351

Facebook : รื่นรมย์-Reun-Rom

07

Blue Tree Phuket

ศูนย์รวมความบันเทิงที่มนุษย์ก็สุขใจ ต้นไม้ก็อารมณ์ดี

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน
เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

บนพื้นที่ 140 ไร่ คือศูนย์รวมความบันเทิงแห่งใหม่ที่ทุกเพศทุกวัยสนุกและสุขภาพดีไปพร้อมกันได้ ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ Blue Tree Phuket สวรรค์ชั้นเจ็ดที่หลายคนยังไม่รู้จัก

เป็นเรื่องยากหากต้องนิยามความเป็น Blue Tree Phuket ให้ครบถ้วน เพราะที่นี่มีตั้งแต่มหาสมุทรจำลองขนาด 17,000 ตารางเมตร พร้อมเครื่องเล่นทางน้ำแบบจัดเต็ม ใครเบื่อน้ำเค็มต้องขอเชิญ หรือใครเคยเพลิดเพลินตื่นเต้นกับรายการโทรทัศน์อย่าง Ninja Warrior ที่นี่ก็พร้อมนำเสนอด่านหฤโหดให้นักท่องเที่ยวลองประชันฝีมือ หรือจะลานเต้นซุมบ้า ลานสเก็ต Kid Planet ตลอดจนร้านค้าที่มาในคอนเซ็ปต์รีไซเคิล ก็มีให้เดินชมพร้อมสรรพ

ลัดเลาะรอบเกาะภูเก็ตกับ 10 สถานที่เด็ด แนวคิดดี ที่เป็นมิตรต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และดีต่อใจจนอยากกลับไปเที่ยวอีก

จันทร์จิรา จินดานุภาพ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดเล่าให้เราฟังว่า One Stop Service สำหรับทั้งครอบครัวแห่งนี้ยินดีที่จะมอบความสุข แต่สิ่งที่พนักงานทุกคนให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่นี่มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้กว่า 600 กิโลวัตต์ต่อวันเพื่อใช้เป็นพลังงานสะอาด ควบคู่กับการให้พนักงานพกกระติกน้ำติดตัวและแยกขยะอย่างเป็นระบบ ก่อนตบท้ายด้วย Precious Plastic Blue Tree Phuket โครงการที่ให้ความรู้และจัดเวิร์กช็อปเรื่องการจัดการขยะพลาสติกแก่เยาวชนและผู้ที่สนใจ โดยวางแนวทางให้เป็นอีโค่ฮับด้านความยั่งยืน เกษตรผสมผสาน รวมถึงพลังงานทดแทนในอนาคต

นี่จึงเป็นคอมมูนิตี้ที่เราได้ออกกำลังกาย ใช้เวลายามบ่ายกับครอบครัว ก่อนปิดท้ายด้วยการรับความรู้สิ่งแวดล้อมติดตัวกลับบ้าน Blue Tree Phuket กำลังพิสูจน์ว่า มนุษย์ควรมีความสุขโดยเบียดเบียนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

ที่ตั้ง : 4/2 ถนนศรีสุนทร ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 7660 2435

Facebook : Blue Tree Phuket

08

สวนสาธารณะหนองน้ำในหาน

ทะเลสาบชวนผ่อนคลาย ดื่มด่ำทัศนียภาพที่ธรรมชาติเติมแต่ง

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน
เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

เมื่อมองหาที่นั่งปิกนิกเงียบๆ ใกล้ชิดธรรมชาติ บรรยากาศดีๆ เราคงขับมอเตอร์ไซค์ตรงไปที่สวนสาธารณะหนองน้ำในหาน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ช่วยให้ลืมความวุ่นวายของโลกใบใหญ่ที่หมุนเร็ว

คู่รักกำลังนอนหนุนตักบนผืนเสื่อ เด็กน้อยปั่นจักรยานคลายเบื่ออย่างสนุกสนาน คุณลุงคุณป้าเดินเล่นชมความเขียวขจีของแมกไม้ ชาวต่างชาติกำลังวิ่งออกกำลังกายรอบทะเลสาบ เหล่านี้คือทัศนียภาพอันราบเรียบ ผ่อนคลาย ที่เราหาได้จากสวนสาธารณะแห่งนี้

สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นกว่าสวนสาธารณะอื่นๆ คงหนีไม่พ้นทำเล ที่เด่นสง่าอยู่ริมทะเลสาบคือวัดในหาน สถานที่ซึ่งชาวบ้านสักการะบูชา ผู้ที่แวะเวียนเข้ามามักถือโอกาสไหว้พระทำบุญ พักผ่อนจิตใจสักนิด ก่อนออกกำลังกายยามเย็น จะวิ่งก็ได้ กายบริหารก็ดี เพราะที่นี่มีเครื่องออกกำลังให้บริการ

ไม่ไกลจากสวนสาธารณะก็มีหาดในหาน ออกกำลังกายเสร็จไม่นานจะได้รับชมผืนทรายสีขาวทอดยาวเป็นแนวเผยให้เห็นอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มตัดสีครามงามตาของท้องทะเล เคล้าคลอด้วยเสน่ห์ของเสียงคลื่นกระทบฝั่ง เป็นการเพิ่มพลังเตรียมรับวันใหม่ด้วยแรงกายแรงใจที่เต็มเปี่ยม

ที่ตั้ง : สวนสาธารณะหนองน้ำในหาน ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83100 (แผนที่)

09

Elephant Wildlife Sanctuary

สปากลางป่าที่เชื่อว่าคนกับช้างอยู่ร่วมกันได้

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

คนไทยในอดีตอาจเคยชินกับการมีช้างไว้ใช้งาน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป คนที่เลี้ยงช้างบ้านก็จำต้องหาวิธีใหม่เพื่อให้ช้างทุกเชือกยังสุขสำราญและมีสุขภาพที่ดี เป็นที่มาของ Elephant Wildlife Sanctuary สถานที่ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาดูแลช้างอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่หัวจรดหาง

ผู้ที่มาเยี่ยมชมจะได้ทำกิจกรรมดูแลช้าง ทั้งให้อาหาร ตำสมุนไพรเพื่อใช้ขัดผิว ทำทรีทเมนต์สปาโคลน นวดน้ำมันอโรม่า ตลอดจนบำรุงขน เล็บ และหางให้กับเจ้าสัตว์จมูกยาว พูดง่ายๆ ว่า คนต้องเข้าสปาฉันใด ช้างตัวน้อยตัวใหญ่ก็ต้องมีสปาเช่นเดียวกัน 

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

“ช้างป่าเกิดมาพร้อมสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในป่า แต่ช้างที่นี่เกิดและอยู่กับคนมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ถ้าเราเอาไปปล่อยป่า เขาจะไม่มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอด สุดท้ายก็จะกลับมาหาคนอยู่ดี และถ้าโชคไม่ดีก็อาจมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเขา”

สุชาดา เสนาวงค์ษา กรรมการผู้จัดการของ Elephant Wildlife Sanctuary เล่าให้ฟังว่า พนักงานทุกคนอยากลบภาพจำที่ว่าการเลี้ยงช้างคือการทารุณกรรมสัตว์ เพราะแท้จริงแล้ว คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ สุชาดาและพวกพ้องจึงนำกรรมวิธีดูแลสุขภาพช้างมาใช้เป็นฐานคิดในการออกแบบโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวกับช้างทำร่วมกัน คนก็เข้าใจช้างมากขึ้น ช้างก็ได้รับการดูแลที่ดี และธุรกิจที่มีก็ดำเนินต่อไปได้

ลองตำสมุนไพร ป้ายโคลนเปียกๆ กองใหญ่ใส่น้องช้าง อาบน้ำ ขัดตัว และหัวเราะไปพร้อมกัน ดูจะเป็นมิตรภาพระหว่างสองสายพันธุ์ที่น่าไปลองสักครั้งหนึ่ง

ที่ตั้ง : เลขที่ 6 ซอยเชิงทะเล 1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 08.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2415 5324

Facebook : Elephant Wildlife Sanctuary Phuket

10

ตลาดซีฟู้ดราไวย์

ตลาดชาวเลราไวย์ แหล่งอาหารทะเลสดราคาเป็นมิตร

เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน
เหวนรอบเกาะภูเก็ต ตระเวน 10 ที่เที่ยว ทั้งกินดี อยู่ดี และได้แบ่งเป็นสิ่งดีสู่ชุมชน

มาภูเก็ตทั้งที ถ้าอยากกินอาหารทะเลสดๆ รสชาติดี ราคาเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋า เราขอแนะนำ ตลาดซีฟู้ดราไวย์ ที่ลูกค้าจะได้เลือกวัตถุดิบที่ถูกใจ ก่อนนำไปให้ร้านอาหารใกล้ๆ ปรุงได้ตามต้องการ

บรรยากาศคึกคักของบรรดานักชิมอยู่บริเวณริมหาดราไวย์ ติดกับหมู่บ้านไทยใหม่ ที่อยู่อาศัยของชาวเล กลุ่มชาติพันธุ์เก่าแก่ของจังหวัดภูเก็ตผู้มีวิถีชีวิตผูกพันกับมหาสมุทร

ตั้งแต่บ่ายจรดค่ำ ชาวชุมชนไทยใหม่จะนำสัตว์ทะเลสดๆ มาให้ผู้ที่แวะเวียนได้เลือกสรร มีตั้งแต่หอยหวาน หมึกไข่ กุ้งลายเสือ และอีกมากมายหลายชนิด หากไม่รู้จะเลือกตัวไหน สังเกตอย่างไร ชาวไทยใหม่ก็ยินดีแนะนำอย่างละเอียดและเป็นกันเอง 

“ไม่ซื้อไม่เป็นไร เข้ามาดู มาคุย มาถ่ายรูปก่อนได้ ไม่ว่ากัน” แม่ค้าร้านหนึ่งร้องเรียก

หลังได้วัตถุดิบที่พาให้น้ำลายสอ คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวก็ไม่ต้องรอหรือเอากลับไปกินที่ไหน เพียงแค่นำกุ้งหอยปูปลาไปให้ร้านอาหารที่อยู่ตรงข้ามตลาดปรุงให้ ก็จะได้อาหารทะเลรสเลิศที่ช่วยให้เพลิดเพลินจนพุงกาง เล่าเป็นขั้นตอนง่ายๆ ว่า ‘เลือกวัตถุดิบจากชาวบ้าน แล้วนำมาให้ร้านอาหารปรุงรส’ เพียงแค่นี้ก็ได้กินซีฟู้ดแบบถึงใจ แถมได้อุดหนุนคนท้องถิ่นไปพร้อมกัน

ที่ตั้ง : หมู่บ้านไทยใหม่ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83130 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 09.00 – 21.00 น.

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographers

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

ทยาวีร์ สุพันธ์

ช่างภาพอิสระ บ้านอยู่ภูเก็ต หลงรักการดื่มกาแฟ ขับรถเที่ยว ชมธรรมชาติ การถ่ายรูปทะเลและผู้คน ชอบดนตรี ตีกลองเป็นงานอดิเรก

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
14.06 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load