ดวงตาของมนุษย์นั้นสามารถมองเห็นแสงได้เพียงความยาวคลื่นช่วงสั้นๆ เท่านั้น (หรือแสงที่ตามองเห็น) แต่เรากลับคิดว่าโลกที่เรามองเห็นนั้น ยิ่งใหญ่และสวยงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ แล้วถ้าหากเราสามารถมองเห็นแสงได้ทั้งหมดทุกช่วงความยาวคลื่น โลกของเราจะงดงามมากขึ้นอีกเท่าไร หรือความซับซ้อนดังกล่าวอาจจะเกินความรู้สึกที่พวกเราจะรับไหว แล้วจะกลับมาทำลายตัวเราเอง

ธรรมชาติมอบการมองเห็นที่จำกัดเพื่อป้องกันพวกเราสติหลุด หรือว่าต้องการให้สิ่งอื่นๆ ที่อยู่เหนือจากการมองเห็น เช่น ประสาทสัมผัสอื่นๆ หรืออารมณ์ความรู้สึก สร้างความสมดุลแก่เรา

 

ดวงตาของมนุษย์นั้นสามารถมองเห็นแสงได้เพียงความยาวคลื่นช่วงสั้นๆ เท่านั้น (หรือแสงที่ตามองเห็น) แต่เรากลับคิดว่าโลกที่เรามองเห็นนั้น ยิ่งใหญ่และสวยงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ แล้วถ้าหากเราสามารถมองเห็นแสงได้ทั้งหมดทุกช่วงความยาวคลื่น โลกของเราจะงดงามมากขึ้นอีกเท่าไร หรือความซับซ้อนดังกล่าวอาจจะเกินความรู้สึกที่พวกเราจะรับไหว แล้วจะกลับมาทำลายตัวเราเอง

ธรรมชาติมอบการมองเห็นที่จำกัดเพื่อป้องกันพวกเราสติหลุด หรือว่าต้องการให้สิ่งอื่นๆ ที่อยู่เหนือจากการมองเห็น เช่น ประสาทสัมผัสอื่นๆ หรืออารมณ์ความรู้สึก สร้างความสมดุลแก่เรา

 

Writer & Photographer

ศิรวิทย์ คุววัฒนานนท์

เกิดในเดือนธันวาคม ปี 2536 หลังจากที่จบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในปี 2559 เขาก็เริ่มทำงานเป็นติวเตอร์สอนวิชาฟิสิกส์และช่างภาพสมัครเล่น โดยภาพถ่ายของเขานั้นได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด Young Street Photography Contest 2017 และเข้ารอบสุดท้ายของรายการระดับนานาชาติต่างๆ เช่น Miami Street Photography Festival 2017, Italian Street Photography Festival 2018 และ Street Foto San Francisco 2018 (ภาพเดี่ยวและภาพชุด) IG: titi.kittikorn

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

อดีตนักศึกษาล้วนเคยมีช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างยากลำบากที่สุด ทั้งกดดันและยาวนาน แต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นด่านแรกในการพิสูจน์ตัวเองก่อนจะไปเผชิญชีวิตวัยทำงาน นั่นคือช่วงของการทำโปรเจกต์จบหรือทีสิส ที่หลายคนคงจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ไม่ลืม เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้

ชุดภาพถ่ายนี้เป็นผลงานของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่บังเอิญมีใจให้ศิลปะ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคณะวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องศิลปะเลย แต่ในเมื่อเราไม่สามารถบอกรักวิทยาศาสตร์ได้อย่างหมดหัวใจ เลยได้แอบบอกรักศิลปะ ผ่านสีสันระดับจุลภาคในโปรเจกต์ของภาควิชาวัสดุศาสตร์นี้

โปรเจกต์นี้ได้ศึกษาอิทธิพลของความร้อนต่อโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าไร้สนิม หรือสเตนเลสที่เรารู้จักกัน

เมื่อมันได้รับความร้อนมากพอ ฟิล์มใสๆ บนผิวสเตนเลสจะค่อยๆ หนาขึ้นเป็นกลไกตามธรรมชาติ และเมื่อมีแสงมาตกกระทบฟิล์มเหล่านี้ จะเกิดการหักเหให้เห็นเป็นสีต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับปรากฏการณ์สายรุ้งของละอองน้ำ

ความหนาของฟิล์มที่แตกต่างกันจึงหักเหแสงออกมาได้สีแตกต่างกัน ทำให้ความตื่นเต้นของการทำโปรเจกต์เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ได้มองสีสันที่มหัศจรรย์เหล่านี้ผ่านกล้องจุลทรรศน์

อดีตนักศึกษาล้วนเคยมีช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างยากลำบากที่สุด ทั้งกดดันและยาวนาน แต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นด่านแรกในการพิสูจน์ตัวเองก่อนจะไปเผชิญชีวิตวัยทำงาน นั่นคือช่วงของการทำโปรเจกต์จบหรือทีสิส ที่หลายคนคงจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ไม่ลืม เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้

ชุดภาพถ่ายนี้เป็นผลงานของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่บังเอิญมีใจให้ศิลปะ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคณะวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องศิลปะเลย แต่ในเมื่อเราไม่สามารถบอกรักวิทยาศาสตร์ได้อย่างหมดหัวใจ เลยได้แอบบอกรักศิลปะ ผ่านสีสันระดับจุลภาคในโปรเจกต์ของภาควิชาวัสดุศาสตร์นี้

โปรเจกต์นี้ได้ศึกษาอิทธิพลของความร้อนต่อโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าไร้สนิม หรือสเตนเลสที่เรารู้จักกัน

เมื่อมันได้รับความร้อนมากพอ ฟิล์มใสๆ บนผิวสเตนเลสจะค่อยๆ หนาขึ้นเป็นกลไกตามธรรมชาติ และเมื่อมีแสงมาตกกระทบฟิล์มเหล่านี้ จะเกิดการหักเหให้เห็นเป็นสีต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับปรากฏการณ์สายรุ้งของละอองน้ำ

ความหนาของฟิล์มที่แตกต่างกันจึงหักเหแสงออกมาได้สีแตกต่างกัน ทำให้ความตื่นเต้นของการทำโปรเจกต์เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ได้มองสีสันที่มหัศจรรย์เหล่านี้ผ่านกล้องจุลทรรศน์

Writer & Photographer

พศิกา สรรเสริญ

ศรัทธาในวิทย์ ดำเนินชีวิตด้วยศิลป์ ปัจจุบันเป็นวิศวกรที่เหนื่อยล้าคนหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load