สมัยเป็นวัยรุ่นผมเคยดูหนังญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งชื่อ The Village Album เป็นเรื่องของหมู่บ้านในญี่ปุ่นที่จะถูกยุบทิ้งเพราะจะสร้างเขื่อนขึ้นมาแทน ในหนังเล่าเรื่องของพ่อลูกที่เป็นคนในหมู่บ้าน และช่างภาพซึ่งได้รับมอบหมายให้ถ่ายรูปของหมู่บ้านนี้เก็บไว้

ในหนังช่างภาพเลือกที่จะใช้กล้องขนาดใหญ่แบบ Large Format ในการบันทึกภาพของทุกคนในหมู่บ้านนั้น

หลังดูจบก็อินกับหนังมาก ทำให้เวลาที่มีโอกาสเดินทางผมมักจะหยิบเอากล้องฟิลม์เดินทางไปด้วยเสมอๆ การได้เก็บภาพอะไรสักอย่างที่มันจะไม่มีอีกต่อไปในอนาคตด้วยกล้องฟิล์มมันดูน่าจะคุ้มค่าและถูกจริตผมมากกว่า

ใช่ แม้มันจะวุ่นวายและเปลืองเงินกว่ามากก็ตามที หลังจากนั้นไม่นานผมบังเอิญมีเวลาสั้นๆ ผ่านไปสังขละบุรี 2 วัน 1 คืน ก็เลยหยิบเอากล้องฟิลม์โบราณติดไปด้วย เราเดินถ่ายรูปริมแม่น้ำตอนเย็นๆ ก่อนจะกลับโรงแรมแล้วตื่นมาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ข้างนอกมืดสนิท หมอกหนา การเดินข้ามสะพานมอญแต่ละก้าวก็ชวนให้หวาดเสียวว่าจะร่วงหล่นลงไปข้างล่างเสียเหลือเกิน

เรารอ เดินหา และถ่ายภาพจนถึงตอนสายๆ เวลาผ่านมาน่าจะร่วมๆ 10 ปีแล้วจากตอนนั้น สะพานมอญก็หน้าตาต่างไปจากตอนที่ถ่ายมาในตอนนั้นแล้ว ผมไล่ดูรูปเซ็ตนี้เมื่อวันก่อนแล้วก็คิดว่าโชคดีจริงๆ ที่ตอนนั้นหยิบเอากล้องฟิล์มไปด้วย

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

เรขาคณิตเป็นจุดเริ่มต้นของมิติที่เราสัมผัส มองเห็นได้ด้วยตา โดยเริ่มจากจุด เส้น ระนาบ จนกลายเป็นรูปทรง และเกิดเป็นพื้นที่ว่างหรือ Space ขึ้น ซึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนได้มีโอกาสเข้าไปปฏิสัมพันธ์กับที่ว่างเรขาคณิตเหล่านั้นอย่างคุ้นเคย แต่ด้วยสถานการณ์หรือหน้าที่บางอย่าง รวมถึงเราไม่สามารถมองเห็นตัวเองได้ในขณะที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้น ทำให้อาจมองข้ามความงามในที่ว่าง หรือผู้คนอื่น ๆที่อยู่ในนั้นไป 

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบสังเกตเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตของผู้คนในที่ว่างต่าง ๆ โดยเฉพาะที่ว่างที่มีความเป็นเรขาคณิต เพราะผมจะเห็นความชัดเจนของชีวิตในอารมณ์ต่าง ๆ ถ้าดูแล้วเปรียบเสมือนคลื่นความถี่หลายรูปแบบ มีเร็วบ้าง ช้าบ้าง ซึ่งมีทั้งความแตกต่างตรงข้าม กับที่ว่างเรขาคณิตที่ดูเรียบง่าย หยุดนิ่ง แต่ในบางเวลาคลื่นชีวิตก็สงบนิ่งกลมกลืนกับที่ว่างเหล่านั้น และทุกครั้งที่มีชีวิตเข้าไปในพื้นที่นั้น ทำให้แพตเทิร์นรูปแบบเรขาคณิตดูคล้ายว่ามีจิตวิญญาณ อาจเป็นเพราะได้รับการถ่ายทอดคลื่นความถี่จากชีวิตผู้คนที่เข้าไปใช้งานในพื้นที่ว่างนั่นเอง

ภาพถ่ายชุดนี้จึงได้ถ่ายทอดความงามของห้วงเวลาความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับที่ว่างในรูปทรงเรขาคณิต ที่เราอาจมองไม่เห็นหรือหลงลืมไปแล้ว นำกลับมาเล่าเรื่องใหม่ ให้รู้สึกถึงความลึกซึ้งในการเข้าไปใช้พื้นที่ หรือพิจารณาความงดงามช่วงชีวิตต่าง ๆ ที่อยู่ในนั้น เห็นช่วงชีวิตและอารมณ์ของคนชัดเจนมากขึ้น เมื่อมองดูมิติของเรขาคณิตที่สวยงาม

Writer & Photographer

ทีป์ชลิต จุฬารัตน์

สถาปนิกที่มองการถ่ายภาพเป็นงานออกแบบและศิลปะ ชอบญี่ปุ่น มีของเล่น กับแมวชื่อ ‘กามี่’

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load