ย้อนกลับไปราวครึ่งทศวรรษก่อน ชนเผ่าพเนจรชาวทิเบตหลายครอบครัวได้ตัดสินใจลี้ภัยสงครามออกจากทิเบตตามองค์ดาไลลามะองค์ที่ 14 ไปยังประเทศอินเดีย

ด้วยวิถีชีวิตที่ต้องพึ่งพาบรรดาสัตว์ที่ชอบอยู่ตามที่สูงและอากาศหนาว พวกเขาจึงเลือกที่ราบสูงชังตัง (Changtang) บริเวณทะเลสาบโมริริ (Tso Moriri) แคว้นลาดักห์ ประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 4,500 – 5,000 เมตร เป็นบ้านหลังที่สอง และนั่นก็เป็นที่มาของชื่อเรียกชนเผ่ากลุ่มนี้ว่า ชังปา(Changpa)

วิถีชีวิตในแต่ละวันของชาวชังปาจะทุ่มเทไปกับการทำปศุสัตว์เป็นหลัก โดยสัตว์คู่ชีวิตของพวกเขาคือ แกะ แพะพัชมีนา และจามรี กิจกรรมหลักๆ ของพวกเขาคือ ต้อนสัตว์ไปกินหญ้าบนภูเขา รีดนมแกะ นมแพะ และนมจามรี

อาหารการกินของชาวชังปาส่วนใหญ่คือผลิตภัณฑ์จำพวกนม เช่น โยเกิร์ต ชีส เนย และชาทิเบตหรือชาเนยแทนน้ำเปล่า นอกจากนี้ยังมีพวกข้าวสาลี แป้ง และไข่ไก่ ที่ซื้อได้จากพ่อค้าทั้งขาจรและจากหมู่บ้านคอร์ซอค (Korzok) ใกล้ๆ กับทะเลสาบโมริริ

พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่นี้มานานกว่า 50 ปี แม้จะดูเหมือนว่าพวกเขาสามารถนำรูปแบบชีวิตจากบ้านหลังเก่ามาใช้ในบ้านหลังใหม่ได้อย่างลงตัวแล้ว แต่เมื่อถามใครหลายๆ คนในชุมชน เสียงส่วนใหญ่ก็ยังคงสะท้อนความต้องการลึกๆ ภายในใจว่า พวกเขาอยากกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดพร้อมกับองค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตใจของพวกเขา

Writer & Photographer

Avatar

ธีรชาติ ชัยประเสริฐ

มนุษย์เงินเดือนที่อดกินมื้อหรูเพราะจะเก็บเงินไว้เป็นค่าเดินทางออกไปเรียนรู้อยู่กินกับชนเผ่าทั่วโลก เพื่อนำเรื่องราวของพวกเขามาบอกเล่าให้หลายๆ คนได้รับรู้ และหวังว่าเรื่องราวที่นำมาเล่าจะช่วยสร้างความเคลื่อนไหวเล็กๆ ให้กับสังคม

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

หลังรถไฟสายเหนือแล่นผ่านอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศ นั่นหมายความว่าเราจะพบกับสถานีขุนตาน ซึ่งจุดหมายของการเดินทางในนี้ ผมเลือกที่นี่เป็นที่แรกของการเดินป่าในครั้งแรกของผม เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกและเส้นทางไม่ได้ยากมากนัก ผมจึงคิดว่าที่นี่แหละ คงเหมาะกับนักเดินป่ามือสมัครเล่นอย่างผม

เช้าวันใหม่ ผมกับเพื่อนเริ่มออกเดินกันตั้งแต่ตี 4 ในเช้ามืดวันที่สองเพื่อที่จะรีบเดินไปให้ทันพระอาทิตย์ สองข้างทางมืดสนิท มีแค่แสงจากไฟฉายที่คาดบนหัว มองอะไรไม่เห็นนอกจากทางเดินเลียบหน้าผาขนาดเล็ก ตอนนั้นรู้สึกง่วงและกลัวปนกันไปหมด แต่เพราะมีจุดหมายคือยอดดอยยังไงก็ต้องเดินให้ถึง ทุก ๆ ครั้งที่เห็นไฟของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเดินตามมา มันอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างน้อยท่ามกลางความมืดนั้นก็ไม่ได้มีแค่เราแล้วล่ะ 

หลังจากฝืนเดินท่ามกลางอากาศ 10 กว่าองศาเซลเซียสจนถึงยอดดอย เป็นเวลาที่พระอาทิตย์จะโผล่มาให้ชม แต่วันนี้ม่านหมอกปกคลุมดอยทั้งผืน ความหวังที่จะเห็นพระอาทิตย์ก็ลดลงไป แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ขณะทั้งสนทนากับกลุ่มเพื่อน แสงแดดที่ค่อยผ่านหมอกค่อยโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า จนทั้งผืนดอยกลายเป็นสีทอง อบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก 

เราเดินขึ้นมาจากสถานีจนถึง ย.4 รวมแล้วเกือบ 10 กิโลเมตร ความเหนื่อยหายปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นพระอาทิตย์โผล่พ้นม่านหมอกขึ้นมา และแล้วเป้าหมายที่ตั้งไว้ของนักเดินป่ามือสมัครเล่นคนนี้ก็สำเร็จได้ บางครั้งเรื่องเล็ก ๆ หากเราลองทำด้วยตัวเอง จะกลายเป็นเรื่องราวที่โคตรพิเศษและยิ่งใหญ่ในใจเราเลยแหละ

อยากบอกผู้อ่านที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ว่า “บางเรื่องที่คนอื่นอาจมองว่าไร้ประโยชน์ อาจเพียงเพราะเขาไม่ให้ค่ากับมันก็แค่นั้นเอง สิ่งสำคัญคือเราให้ค่ากับสิ่งที่เราทำมากแค่ไหน จงภูมิใจกับในสิ่งที่เราทำก็เพียงพอ”

Write on The Cloud

Photo Essay

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

Avatar

อดิศักดิ์ วัฒนะจำนงค์

นักศึกษา Interior Design ที่สนใจเรื่องราวนอกห้อง ออกเดินทางตามหาตัวตนและแรงบันดาลใจในการทำงาน และยังคงหวังให้การเดินทางนำพาให้ค้นพบตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load