เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว…ถึงฤดูกาลที่ผู้คนเริ่มเดินทางไปเยือนเมืองเหนือกันเน่อออออ ‘เชียงใหม่’ นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายทุกสารทิศ รวมถึงเราและครอบครัวที่มักจะไปเยือนอยู่เสมอๆ แต่เราไม่ได้จะมาเล่าถึงการไปเที่ยวตอนอากาศหนาวๆ หรอก

พอเริ่มเห็นว่าผู้คนเริ่มหนีอากาศร้อนไปสัมผัสลมเย็นๆ บนเขากันอย่างคึกคัก ก็ทำให้คิดถึง ‘เหนือหน้าฝน’ ที่แสนสงบขึ้นมา คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเที่ยวแล้วฝนตกจะไปสนุกอะไร? จากประสบการณ์ เราคิดว่าฤดูฝนเป็นตัวเลือกที่ดีมากนะ ตามสถานที่ท่องเที่ยวไม่แออัด ธรรมชาติเขียวขจีเต็มพื้นที่ กลิ่นดินหอมๆ บนเขา บนดอย อากาศเย็นกำลังดี คนละบรรยากาศเลย สวยงามคนละแบบ คุ้มค่าที่จะได้สัมผัสไม่แตกต่างกัน แต่ได้ประสบการณ์ที่ต่างกันต่างหาก…นอกจากช่วงหนาวๆ แล้วเราและครอบครัว ก็เลยเลือกไปตอนฝนๆ นี่ล่ะ! ไปมา 4 ปีติดกันแล้วววว หลงรักเข้าแล้วสิ

สถานที่ที่ต้องไปทุกครั้ง ขาดไม่ได้เลย ก็คือดอยอ่างขาง… ‘สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง’ การไปเดินวนรอบสถานีครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อสำหรับคนเมืองอย่างเราเลย อย่างที่รู้กันว่าที่นี่เป็นพื้นที่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพลิกฟื้นให้อุดมสมบูรณ์ สร้างคุณค่า สร้างอาชีพ มอบชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนอย่างอย่างยั่งยืนให้เราได้เห็นกันทุกวันนี้ ‘อ่างขางแดนมหัศจรรย์’ จริงๆ

ภาพถ่ายที่นำมาให้ดู เป็นภาพที่ถ่ายช่วงฤดูฝนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา…ลองเปิดใจกับการท่องเที่ยวภูเขาตอนฝนๆ กัน ถึงกำลังจะเข้าหนาวๆ ก็เถอะ…วางแผนล่วงหน้ากันได้เลย หรือจะลองไปสถานที่อื่นๆ ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันบ้างก็ได้ (ดูตามความเหมาะสมของสถานที่นั้นๆ ด้วยเน่อออ)

เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว…ถึงฤดูกาลที่ผู้คนเริ่มเดินทางไปเยือนเมืองเหนือกันเน่อออออ ‘เชียงใหม่’ นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายทุกสารทิศ รวมถึงเราและครอบครัวที่มักจะไปเยือนอยู่เสมอๆ แต่เราไม่ได้จะมาเล่าถึงการไปเที่ยวตอนอากาศหนาวๆ หรอก

พอเริ่มเห็นว่าผู้คนเริ่มหนีอากาศร้อนไปสัมผัสลมเย็นๆ บนเขากันอย่างคึกคัก ก็ทำให้คิดถึง ‘เหนือหน้าฝน’ ที่แสนสงบขึ้นมา คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเที่ยวแล้วฝนตกจะไปสนุกอะไร? จากประสบการณ์ เราคิดว่าฤดูฝนเป็นตัวเลือกที่ดีมากนะ ตามสถานที่ท่องเที่ยวไม่แออัด ธรรมชาติเขียวขจีเต็มพื้นที่ กลิ่นดินหอมๆ บนเขา บนดอย อากาศเย็นกำลังดี คนละบรรยากาศเลย สวยงามคนละแบบ คุ้มค่าที่จะได้สัมผัสไม่แตกต่างกัน แต่ได้ประสบการณ์ที่ต่างกันต่างหาก…นอกจากช่วงหนาวๆ แล้วเราและครอบครัว ก็เลยเลือกไปตอนฝนๆ นี่ล่ะ! ไปมา 4 ปีติดกันแล้วววว หลงรักเข้าแล้วสิ

สถานที่ที่ต้องไปทุกครั้ง ขาดไม่ได้เลย ก็คือดอยอ่างขาง… ‘สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง’ การไปเดินวนรอบสถานีครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อสำหรับคนเมืองอย่างเราเลย อย่างที่รู้กันว่าที่นี่เป็นพื้นที่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพลิกฟื้นให้อุดมสมบูรณ์ สร้างคุณค่า สร้างอาชีพ มอบชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนอย่างอย่างยั่งยืนให้เราได้เห็นกันทุกวันนี้ ‘อ่างขางแดนมหัศจรรย์’ จริงๆ

ภาพถ่ายที่นำมาให้ดู เป็นภาพที่ถ่ายช่วงฤดูฝนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา…ลองเปิดใจกับการท่องเที่ยวภูเขาตอนฝนๆ กัน ถึงกำลังจะเข้าหนาวๆ ก็เถอะ…วางแผนล่วงหน้ากันได้เลย หรือจะลองไปสถานที่อื่นๆ ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันบ้างก็ได้ (ดูตามความเหมาะสมของสถานที่นั้นๆ ด้วยเน่อออ)

Writer & Photographer

เนตรรัต จิระศิลป์

"มนุษย์เดี่ยว ไม่เดียวดาย ไม่หยุดนิ่ง" ชอบอยู่คนเดียว พอๆ กับอยู่หลายคน สนใจเรื่องการดื่มชา สนุกกับการเดินทาง รักการถ่ายภาพไปเรื่อยๆ อยากทำสิ่งที่ใจสุขเป็นอาชีพ

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

อดีตนักศึกษาล้วนเคยมีช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างยากลำบากที่สุด ทั้งกดดันและยาวนาน แต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นด่านแรกในการพิสูจน์ตัวเองก่อนจะไปเผชิญชีวิตวัยทำงาน นั่นคือช่วงของการทำโปรเจกต์จบหรือทีสิส ที่หลายคนคงจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ไม่ลืม เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้

ชุดภาพถ่ายนี้เป็นผลงานของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่บังเอิญมีใจให้ศิลปะ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคณะวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องศิลปะเลย แต่ในเมื่อเราไม่สามารถบอกรักวิทยาศาสตร์ได้อย่างหมดหัวใจ เลยได้แอบบอกรักศิลปะ ผ่านสีสันระดับจุลภาคในโปรเจกต์ของภาควิชาวัสดุศาสตร์นี้

โปรเจกต์นี้ได้ศึกษาอิทธิพลของความร้อนต่อโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าไร้สนิม หรือสเตนเลสที่เรารู้จักกัน

เมื่อมันได้รับความร้อนมากพอ ฟิล์มใสๆ บนผิวสเตนเลสจะค่อยๆ หนาขึ้นเป็นกลไกตามธรรมชาติ และเมื่อมีแสงมาตกกระทบฟิล์มเหล่านี้ จะเกิดการหักเหให้เห็นเป็นสีต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับปรากฏการณ์สายรุ้งของละอองน้ำ

ความหนาของฟิล์มที่แตกต่างกันจึงหักเหแสงออกมาได้สีแตกต่างกัน ทำให้ความตื่นเต้นของการทำโปรเจกต์เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ได้มองสีสันที่มหัศจรรย์เหล่านี้ผ่านกล้องจุลทรรศน์

อดีตนักศึกษาล้วนเคยมีช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างยากลำบากที่สุด ทั้งกดดันและยาวนาน แต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นด่านแรกในการพิสูจน์ตัวเองก่อนจะไปเผชิญชีวิตวัยทำงาน นั่นคือช่วงของการทำโปรเจกต์จบหรือทีสิส ที่หลายคนคงจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ไม่ลืม เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้

ชุดภาพถ่ายนี้เป็นผลงานของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่บังเอิญมีใจให้ศิลปะ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคณะวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องศิลปะเลย แต่ในเมื่อเราไม่สามารถบอกรักวิทยาศาสตร์ได้อย่างหมดหัวใจ เลยได้แอบบอกรักศิลปะ ผ่านสีสันระดับจุลภาคในโปรเจกต์ของภาควิชาวัสดุศาสตร์นี้

โปรเจกต์นี้ได้ศึกษาอิทธิพลของความร้อนต่อโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าไร้สนิม หรือสเตนเลสที่เรารู้จักกัน

เมื่อมันได้รับความร้อนมากพอ ฟิล์มใสๆ บนผิวสเตนเลสจะค่อยๆ หนาขึ้นเป็นกลไกตามธรรมชาติ และเมื่อมีแสงมาตกกระทบฟิล์มเหล่านี้ จะเกิดการหักเหให้เห็นเป็นสีต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับปรากฏการณ์สายรุ้งของละอองน้ำ

ความหนาของฟิล์มที่แตกต่างกันจึงหักเหแสงออกมาได้สีแตกต่างกัน ทำให้ความตื่นเต้นของการทำโปรเจกต์เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ได้มองสีสันที่มหัศจรรย์เหล่านี้ผ่านกล้องจุลทรรศน์

Writer & Photographer

พศิกา สรรเสริญ

ศรัทธาในวิทย์ ดำเนินชีวิตด้วยศิลป์ ปัจจุบันเป็นวิศวกรที่เหนื่อยล้าคนหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load