วันนี้เรามาชวนคุณแม่ๆ มาเล่น Baby Sleeping Art กันนะคะ (แต่พอดีลูกแม่โตเลยวัยเบบี้มาแล้ว ของแม่เลยขอเปลี่ยนเป็น Kid Sleeping Art แทนนะ)

Baby Sleeping Art ที่ญี่ปุ่นเริ่มเล่นกันมาระยะหนึ่งแล้ว ถึงแม้ตอนนี้อาจจะซาๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ในหมู่แม่ๆ ทั้งหลาย และยังขยายความออกไปถึงเหล่าสตูดิโอถ่ายรูปเด็กที่เปิดบริการถ่ายรูปให้เด็กน้อยในแนวนี้โดยเฉพาะ

งานศิลปะนี้ถึงแม้ชื่อจะบอกว่า sleeping แต่เบบี้ไม่ sleeping เราก็ถ่ายได้ แต่คงต้องเป็นวัยที่ยังไม่ออกคลานหรือออกเดิน ไม่อย่างนั้นเบบี้จะไม่อยู่นิ่งๆ ให้แม่ถ่ายรูปได้อย่างสงบ

วิธีการขั้นแรกเราต้องเตรียมอุปกรณ์

  • อุปกรณ์สำคัญที่สุดคือ ลูกของเราที่ยังหลับกลางวัน (ลูกคนอื่นอาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก)
  • กล้องถ่ายรูป (กล้องมือถือ กล้องอะไรก็จัดไป)
  • เก้าอี้เตี้ยๆ ในกรณีถ่ายจากมุมสูง
  • อุปกรณ์ประกอบฉากขึ้นอยู่กับธีมที่จะถ่าย หาวัสดุในบ้าน ถ้วย ชาม ไห กะละมัง หม้อ ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว หมอน ตุ๊กตา ของเล่นลูก ไม่แนะนำให้ไปซื้อของมาเพื่อใช้ถ่าย เพราะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ถ้าอยากได้พระจันทร์ก็ให้เอาฝาหม้อกลมๆ มาห่อด้วยผ้าสีเหลือง ดาวก็ใช้คลิปหนีบผ้าวางเป็นวงแฉกๆ ต้นไม้ก็มาจากผ้าห่มสีเขียว โคนต้นไม้ก็ผ้าสีน้ำตาล อะไรที่หาไม่ได้เราก็วาดเอาเองเลยจ้า ตัดเป็นรูป วาดระบายสี จัดวาง ตอนแรกคุณแม่ๆ อาจเริ่มจากภาพธีมง่ายๆ เรียงวางไป พอเริ่มทำบ่อยๆ จะมีความชำนาญ รู้ทางรู้มุม จับอันนั้นมาผสมอันนี้ เกิดไอเดียแปลกๆใหม่ๆ

จากนั้นพอลูกหลับเราก็เริ่มเลยจ้า ถ้าลูกน้อยของคุณแม่หลับง่าย หลับลึก หลับนาน นี่ก็จะสะดวกแม่มาก มีเวลาจัดแต่งฉาก จัดแต่งท่าลูกได้แบบสบายใจ แต่ถ้าหนูน้อยคนไหนตื่นง่าย แตะตัวไม่ได้ ก็จะเป็นความท้าทายของแม่ที่จะต้องทำอัตราเร่ง และอาจจะคิดธีมได้จากตอนที่ลูกผล็อยหลับไปแล้ว เพราะต้องดูว่าลูกหลับท่าไหน เข้าคอนเซปต์อะไร ก็สนุกสนานไปอีกแบบ

ข้อควรระวังคือ เวลาลูกหลับคือเวลาที่เขาจะพักผ่อน เพราะฉะนั้น ต้องรบกวนเขาให้น้อยที่สุด (ขีดเส้นใต้ 3 เส้น) ถ้าวันนี้ทำไม่ได้ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังมี ค่อยทำใหม่ เพราะยังไงลูกก็หลับทุกวันอยู่แล้ว

คุณแม่ๆ ลองเล่นกันดู อาจจะนำลูกๆ มาฟีเจอริ่งเข้าคู่ถ่ายร่วมกันก็ออกจะน่ารักกิ๊บเก๋ไปอีก แล้วอย่าลืมส่งรูปมาแบ่งกันชมความน่ารักด้วยนะคะ

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย (แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay’

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดน่ารัก จาก The Cloud ส่งไปให้นะ

Writer & Photographer

ปองทิพย์ วนิชชากร

แม่บ้านไทย-ญี่ปุ่น-ลาดพร้าว รักจะ slow life เลยชอบ write slow slow

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

21 มิถุนายน 2565
1.03 K

ความหลากหลายกลายเป็นเรื่องราวที่ผมเก็บใส่หัวทีละนิด และการเจอผู้คนก็เหมือนการอ่านหนังสือหนึ่งเล่ม ไม่ใช่หนังสือธรรมดา แต่เป็น ‘หนังสือชีวิต’ ที่ผมต้องถ่ายทอดผ่านภาพถ่าย

หน้าที่การงานก็ทำให้พานพบความหลากหลาย ทั้งเพศ ผู้คน ชีวิต และเรื่องราว ในเดือนแห่ง Pride Month นี้ ช่างภาพแฟชั่นวัย 39 ผู้รับค่าจ้างและสนุกกับการลั่นชัตเตอร์มาตลอด 17 ปี ตั้งใจถ่ายทอด ‘ความหลากหลาย’ ผ่านนิทรรศการ Natural Beauty ชุดภาพ ‘ความงามในแบบเรา’ เพราะผมเชื่อว่า ความงามในแบบเราเกิดจากความมั่นใจ

เป็นความมั่นใจที่เริ่มต้นจากการเข้าใจตัวเอง ยอมรับตัวเอง และรักตัวเอง 

เมื่อใดก็ตามที่เรามั่นใจ ความงามนั้นจะเฉิดฉายขึ้นมาเองโดยธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ

ภาพที่ 1 นายแบบคนนี้เป็นคนอีสาน เป้าหมายของเขาคือฮอลลีวูด เขาบอกผมว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เนื้อตัวเขาต้องแสงแดด มันทำให้เขามีพลัง เหมือนมองเห็นตัวเองชัด ยอมรับ มั่นใจ และภูมิใจในสิ่งที่เป็น

ภาพที่ 2 ทุกคนต้องมีแสงนำทางของตัวเอง ทางมืดแค่ไหนก็ไม่หลง

ภาพที่ 3 เวลาเห็นผู้หญิงสองคนเดินด้วยกัน อยู่ด้วยกันแล้ว ผมรู้สึกถึง ‘ความเป็นตลอดไป’ ได้มากกว่า

ภาพที่ 4 ผมเข้าใจว่า ‘กว่าความงามจะปรากฏผ่านสายตา เพราะเราเข้าใจชีวิตได้มากพอ’ ชีวิตของ ‘ซานิ’ สะท้อนออกมาผ่านดวงตากลมโตสวย

ภาพที่ 5 ระหว่างถ่ายภาพนี้ ผมชวนกาย (เจ้าหน้าที่ฝ่ายสำรองห้องพัก โรงแรมอวานี) คุยถึงมุมมองความรัก กายบอกผมว่า ‘เวลาคบกับใคร จงเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้ แต่ขอให้เป็นตัวเองให้มากที่สุด’ และในมุมม่านสีดำ แววตานิ่ง-สงบ มันกำลังเล่าเรื่องราวของเขา ณ โมเมนต์นั้น ภาพใบนี้คือภาพที่ผมรู้สึกว่าเขาเป็นตัวเองที่สุด

ภาพที่ 6 ผมมีโอกาสถ่าย บัวชมพู ฟอร์ด ในบ้านของเขาด้วยแสงธรรมชาติ ไม่ใช่บ้านใครทุกคนจะตั้งฉากใหญ่รับแสงธรรมชาติได้แบบนี้ ผมพลอยได้รับพลังจากพื้นที่ที่ถูกจัดการ-วางแผนให้ชีวิตอยู่ในสเปซที่สวยงาม ผมตั้งใจเก็บโมเมนต์ของเธอผ่านภาพพลิ้วไหวใบนี้

ภาพที่ 7 แสงที่ริมหน้าต่าง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นายแบบมองมา, แสงสีแดงเล็ก ๆ แทนชีวิตกลางคืน ตัดกับท้องฟ้าในวันปกติธรรมดา เป็นจังหวะเดียวกันกับชีวิตของป๊อป ผู้จัดการฝ่ายการประชุมและสัมนา โรงแรมอวานี เขาบอกผมว่า ‘ความสุขเกิดขึ้นได้ หากหาเวลาให้ตัวเองมากพอ’

ภาพที่ 8 ผมหยิบสูทผ้าไทยสีม่วงของแม่มาให้ Hiro Namba นายแบบคนญี่ปุ่นใส่ คนคงนึกไม่ออก ‘ผู้ชายกับชุดแม่’ เข้ากันได้อย่างไร แต่ ‘ความมั่นใจ’ ก็ทำให้ชุดดูกลายเป็นงาน Bespoke แสนพอดีตัว

ภาพที่ 9 คนเรามีความหลากหลายทางร่างกาย เมื่อใดที่เรายอมรับ ‘ร่างกายของเรา’ ได้ ลองเติมความเป็นแฟชั่นลงไป มันจะทำให้เราเจอเส้นทางของตัวเองที่ชัดเจนขึ้น, ภาพนี้เป็นคอลเลกชันหนึ่งในแบรนด์ LaLaLove ของ ลินดา เจริญลาภ

ภาพที่ 10 กางเกงว่ายน้ำลายเสือแทนความจัดจ้าน เหมือนมันเปล่งเสียงตะโกนคำว่า ‘Fearless!’ ราวกับว่ากำลังเปลี่ยนฤดูร้อนให้เป็นกลายเป็นวันที่ไม่ต้องแคร์ใคร พอไม่ต้องแคร์ใคร เราจะเห็นตัวเองชัดเจน

ชมนิทรรศการ Natural Beauty ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายนนี้ ชั้น 11 Avani+ Riverside Bangkok Hotel

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load