การเดินทางของคนเราก็คล้ายกับการออกวิ่ง ส่วนมากนักวิ่งแทบไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำว่าระยะทางที่วิ่งมานั้นไกลเท่าไหร่แล้ว แต่รู้ว่าทุกๆ ก้าวที่ได้วิ่งล้วนมีความหมายกับตัวเองทั้งนั้น ผลงาน Mileage ชิ้นนี้เป็นเหมือนการออกวิ่งของศิลปินผู้สะสมระยะทาง มุมมองในภาพถ่ายเป็นไมล์สะสมความทรงจำ ความประทับใจ มิตรภาพ ความเศร้า ความกลัว ความเหงา และความคิดถึง ตามแต่ละช่วงระยะเวลา สถานที่ และอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป ณ ขณะนั้น

ผลงานนี้ใช้เวลาเดินทางเพื่อสร้างสรรค์ 3 ปี โดยใช้ฟิล์มขาวดำ 1 ม้วนบันทึกภาพ เมื่อครบทุกรูปจะนำกลับมากรอใช้ใหม่ซ้ำไปซ้ำมา เพื่อสร้างภาพทับซ้อนที่คาดเดาไม่ได้ ภาพและความทรงจำที่จัดเก็บในพื้นที่เดียวกันคล้ายกับการทำงานของสมองมนุษย์ที่จดจำทุกอย่างแบบทับซ้อนไปมา แต่เมื่อนึกถึงก็แยกแยะความทรงจำนั้นออกมาได้ บางครั้งอาจไม่ชัดเจนเพราะกาลเวลาที่ผ่านไป แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกได้คือสิ่งเหล่านั้นเคยมีอยู่จริง

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย (แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay’

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดน่ารัก จาก The Cloud ส่งไปให้นะ

Writer & Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ฉันซื้อฟิล์ม LomoChrome Purple มาเมื่อต้น พ.ศ. 2565 และซื้อกล้องฟิล์มที่น่ารักเพราะตัวกล้องสีชมพู-ม่วง มาในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่มั่นใจว่ากล้องป๊อกแป๊กจะทำงานได้ดีกับฟิล์มราคาแพงที่ดูต้องการการปรับตั้งค่ากล้องก่อนถ่ายไหม แต่ก็ตัดสินใจเอาฟิล์มโลโมม่วงใส่กล้องสีชมพู-ม่วง ไปแล้ว

ตอนซื้อฟิล์ม พี่ที่ร้านแนะนำให้ดูสีภาพที่จะได้จากฟิล์มนี้ ฉันพูดกับเพื่อนทันทีว่า เหมือนมิวสิกวิดีโอเพลง Shout Out to My Ex ของ Little Mix วงดนตรีที่ฉันชื่นชอบ

ตอนเพลงออกยังพยายามตีความอยู่เลยว่าทำไมต้นไม้ต้องเป็นสีม่วง เพิ่งรู้หลังผ่านไปหลายปีว่า เขาถ่ายด้วยเทคนิคสีฟิล์มแบบนี้ ตอนเปิดให้เพื่อนดู MV เพื่อนยังวิเคราะห์อยู่ว่ารถยนต์ในภาพที่เป็นสีเขียวอันที่จริงต้องเป็นสีแดงแน่ ยิ่งดูอย่างนั้นเราก็ยิ่งลุ้นกันไปใหญ่ ว่าเราจะได้ภาพแบบไหนตอนถ่ายเอง

ดองฟิล์มไว้เฉย ๆ อยู่นานโดยไม่ได้มีโอกาสเอาออกไปถ่ายสักที เพราะต้องรอไปถ่ายกับที่สีเขียว ๆ เพื่อให้ได้ภาพม่วงสมใจ (เพราะสีเขียวถ่ายออกมาจะกลายเป็นสีม่วง) ปรากฏว่าพอมีโอกาสได้ถ่าย

การใช้กล้องตัวใหม่ครั้งแรกก็ไม่เป็นใจเท่าไหร่ รู้สึกเหมือนหมุนขึ้นฟิล์มได้ไม่สุด ปุ่มโฟกัสก็กดลงไม่สุด ไปเที่ยวคาเฟ่ครั้งแรก ได้ถ่ายไปไม่กี่ภาพ และพกไปอีก 2 – 3 โอกาส เริ่มจากพยายามถ่ายต้นไม้ให้เขียว ๆ สรุปแล้วกลายเป็นการอยากกด ๆ ให้หมด ๆ ไม่ได้ตั้งใจมากนักอย่างที่ตื่นเต้นตอนซื้อฟิล์มครั้งแรก

สุดท้ายได้ถ่ายภาพจนหมดที่อัมพวา คาเฟ่ Somdul Agroforestry Home และอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กดแบบไม่ตั้งใจเท่าไหร่ จะได้กลับมาล้างสักที ปรากฏว่าภาพที่ได้มาทำให้ตื่นเต้นอย่างหนัก แบบที่เสียดายว่าถ้าตั้งใจ น่าจะได้ภาพดี ๆ กว่านี้อีกมาก แต่เพราะว่าได้ภาพที่เกินคาด ก็เลยประทับใจมากกว่าเสียดายเหมือนกัน

Purple Lover ที่ได้ภาพม่วง ๆ มาทั้งม้วน ต้นไม้ใบหญ้า เรือนไทยสวยงาม ที่ตื่นเต้นที่สุดคือ ขนมตาลร้านระเบียงริมน้ำเพชรบุรี (ร้านอาหารที่รัก) สีชมพู และเครื่องแขวนที่ดอกจำปาเป็นสีชมพู เหมือน MV Shout Out to My Ex แล้ว!

ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า จงตั้งใจ จะได้ไม่เสียดาย (เงินค่าฟิล์ม) ทีหลัง

Writer & Photographer

นีนนิมมาน ยอดเมือง

นักเรียนภาษาไทยที่ชอบไปวัด โบราณสถาน อาร์ตแกลเลอรี่ และชอบตามหาร้านอาหารดี ๆ ไว้แนะนำคนอื่น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load