ใครบางคนกล่าวไว้ว่าฝนภาคใต้ตก 8 เดือน

ใช่…หากแต่ฝนที่ว่าไม่ใช่พายุ แต่มันคือความทรงจำผสมกลิ่นดินอ่อนๆ หลังจากที่มันได้ตกลงบนพื้นดิน พื้นหญ้า ในหมู่บ้านที่เราอยู่ และเราจดจำมันได้ดีผ่านความหอมของกลิ่นดินความเย็นของอากาศ และความเขียวชอุ่ม ของภูเขา ไร่สวน ห้วยหนองคลองบึง ในบ้านเกิดแห่งนี้

ตำบลควนกาหลง จังหวัดสตูล คือผืนแผ่นดินปลายสุดประเทศฝั่งอันดามัน คือสถานที่อีกแห่งที่ฝนตกชุกตลอดปี การเกิดที่นี่ โตที่นี่ ทำให้ภูมิต้านทานในการสัมผัสความชื้นของเราเป็นเรื่องปกติ สีเขียวในหมู่บ้านแห่งนี้ยังคงเขียวเหมือนตอนที่เรายังเด็ก เราเดินทางกลับบ้านด้วยฟิล์มสี 1 ม้วน และกล้องฟิล์มคอมแพคไฟฟ้าเก่าๆ 1 ตัว การบันทึกภาพถ่ายหมู่บ้านตัวเองไว้ครั้งนี้ คงไม่ใช่การเก็บภาพถ่ายความชุ่มชื้นนี้ไว้อย่างเดียว แน่นอนว่ามันได้เก็บเอากลิ่นของไอฝน ไอดิน กลับมาให้เราอีกด้วย

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย (แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay’
ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดน่ารัก จาก The Cloud ส่งไปให้นะ

Writer & Photographer

Avatar

ณัฐกานต์ ตำสำสู

จบวารสารศาสตร์ ม.สารคาม อายุ 26 เป็นคนสตูลที่เดินทางมาเรียนที่ภาคอีสาน ชอบฟังเพลงโลโซ คลั่งฟุตบอลไทย และชอบถ่ายภาพบ้านเกิดตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ ปัจจุบันเปิดแล็ปล้างฟิล์มและห้องมืด ‘ฟิล์มกาหลง’ อยู่ขอนแก่น

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

หลังรถไฟสายเหนือแล่นผ่านอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศ นั่นหมายความว่าเราจะพบกับสถานีขุนตาน ซึ่งจุดหมายของการเดินทางในนี้ ผมเลือกที่นี่เป็นที่แรกของการเดินป่าในครั้งแรกของผม เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกและเส้นทางไม่ได้ยากมากนัก ผมจึงคิดว่าที่นี่แหละ คงเหมาะกับนักเดินป่ามือสมัครเล่นอย่างผม

เช้าวันใหม่ ผมกับเพื่อนเริ่มออกเดินกันตั้งแต่ตี 4 ในเช้ามืดวันที่สองเพื่อที่จะรีบเดินไปให้ทันพระอาทิตย์ สองข้างทางมืดสนิท มีแค่แสงจากไฟฉายที่คาดบนหัว มองอะไรไม่เห็นนอกจากทางเดินเลียบหน้าผาขนาดเล็ก ตอนนั้นรู้สึกง่วงและกลัวปนกันไปหมด แต่เพราะมีจุดหมายคือยอดดอยยังไงก็ต้องเดินให้ถึง ทุก ๆ ครั้งที่เห็นไฟของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเดินตามมา มันอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างน้อยท่ามกลางความมืดนั้นก็ไม่ได้มีแค่เราแล้วล่ะ 

หลังจากฝืนเดินท่ามกลางอากาศ 10 กว่าองศาเซลเซียสจนถึงยอดดอย เป็นเวลาที่พระอาทิตย์จะโผล่มาให้ชม แต่วันนี้ม่านหมอกปกคลุมดอยทั้งผืน ความหวังที่จะเห็นพระอาทิตย์ก็ลดลงไป แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ขณะทั้งสนทนากับกลุ่มเพื่อน แสงแดดที่ค่อยผ่านหมอกค่อยโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า จนทั้งผืนดอยกลายเป็นสีทอง อบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก 

เราเดินขึ้นมาจากสถานีจนถึง ย.4 รวมแล้วเกือบ 10 กิโลเมตร ความเหนื่อยหายปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นพระอาทิตย์โผล่พ้นม่านหมอกขึ้นมา และแล้วเป้าหมายที่ตั้งไว้ของนักเดินป่ามือสมัครเล่นคนนี้ก็สำเร็จได้ บางครั้งเรื่องเล็ก ๆ หากเราลองทำด้วยตัวเอง จะกลายเป็นเรื่องราวที่โคตรพิเศษและยิ่งใหญ่ในใจเราเลยแหละ

อยากบอกผู้อ่านที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ว่า “บางเรื่องที่คนอื่นอาจมองว่าไร้ประโยชน์ อาจเพียงเพราะเขาไม่ให้ค่ากับมันก็แค่นั้นเอง สิ่งสำคัญคือเราให้ค่ากับสิ่งที่เราทำมากแค่ไหน จงภูมิใจกับในสิ่งที่เราทำก็เพียงพอ”

Write on The Cloud

Photo Essay

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

Avatar

อดิศักดิ์ วัฒนะจำนงค์

นักศึกษา Interior Design ที่สนใจเรื่องราวนอกห้อง ออกเดินทางตามหาตัวตนและแรงบันดาลใจในการทำงาน และยังคงหวังให้การเดินทางนำพาให้ค้นพบตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load