18 ธันวาคม 2564
18 K

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เพชรบุรีไม่ได้มีดีแค่ขนมหม้อแกง

แน่ล่ะ จังหวัดนี้เป็นแหล่งผลิตตาลโตนดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เป็นเจ้าตำรับขนมหม้อแกงและสารพัดของหวานไทยแสนอร่อย แถมล่าสุดยังได้ขึ้นทะเบียนเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์อาหารโลกของยูเนสโกในปี 2564 การันตีรสชาติความอร่อยเด็ดขาดของเมืองที่ผสมผสานทั้งความดุดันและอ่อนหวาน แต่เพชรบุรียังมีดีในอีกหลายมิติ มีทั้งผืนป่าแก่งกระจานแสนอุดมสมบูรณ์ ทะเลชะอำงามสงบ สวนผลไม้สารพัดที่แสนอร่อย ไปจนถึงงานศิลปวัฒนธรรมเมืองเพชรก็โดดเด่นจนมีสกุลช่างของตัวเอง 

จุดเด่นมาก ๆ อีกอย่างของเมืองเพชร คือการเป็นเมืองรองที่ส่องประกายเรืองรอง ยังรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความจริงแท้ไว้ ขณะเดียวกันก็เปิดประตูบ้านให้คนเข้ามาสัมผัสเสน่ห์เพชรน้ำหนึ่งอย่างภาคภูมิใจ เราจึงขอชวนมารู้จักของดี ‘เมืองพริบพรี’ จากกิจการและกิจกรรมของชาวเพชรบุรีทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ให้คุณได้กิน เที่ยว และพักผ่อนหย่อนใจอย่างเป็นสุข และทำความรู้จักเมืองหน้าด่านระหว่างภาคกลางกับภาคใต้นี้ด้วยแนวคิดยั่งยืน เป็นมิตรต่อทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม

01

ร้านรัญจวนใจ Local Cuisine

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม
10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ร้านอาหารไทย Hidden Gem ที่ได้แรงบันดาลใจจากเพชรบุรี

ระหว่างทางจากเพชรบุรีไปชะอำ มีร้านอาหารไทยฝีมือดีอยู่ร้านหนึ่งอยู่ที่อำเภอท่ายาง ร้านห่างออกมาจากตัวอำเภอเล็กน้อย รับลูกค้าวันละไม่กี่โต๊ะผ่านการจองล่วงหน้า เสิร์ฟอาหารไทยที่ เชฟเปอร์โยต์-กิจณรงค์ จันทร์ปลูก คนเพชรบุรีเป็นคนปรุง 

ร้านรัญจวนใจเปลี่ยนเมนูตามฤดูกาล เราจึงสั่งได้ตามเมนูที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ในเมนูของแต่ละฤดูกาลจะมีทั้งอาหารไทยโบราณที่แกะจากตำราเก่าเช่นน้ำพริกลงเรือ อย่างเจ้าจอมหม่อมราชวงค์สดับ ลดาวัลย์ หรือแกงชื่อไม่คุ้นอย่างแกงมาชะแมน อาหารพื้นบ้านแบบคนเพชรบุรีอย่างแกงหลอกเนื้อดองหน่อไม้เปรี้ยว หรืออาหารที่มีเฉพาะฤดูกาล เช่น สะเดาน้ำปลาหวาน กับปลากะพงแดงเขี้ยวทอด ปลาที่ได้จากประมงพื้นบ้าน หรือบางวันก็เป็นฝีมือการตกของเชฟโยเอง

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ไม่ใช่เฉพาะอาหารที่มาจากสูตรหรือตำราเท่านั้น เชฟโยยังมีเมนูที่คิดขึ้นเองจากประสบการณ์การทำครัว จับนั่นนิด ผสมนี่หน่อย กลายเป็นอาหารจานใหม่ แต่รสชาติจัดจ้านแบบรสมือคนเพชร 

เชฟเทเบิ้ลฝีมือดีรสชาติจัดจ้าน ในบรรยากาศแบบบ้าน ๆ และจริงใจ เป็นเพชรเม็ดงามแห่งเมืองเพชรที่ควรแวะไปลองชิม

ที่ตั้ง : 77/7 หมู่ ต.ท่ายาง อ อำเภอท่ายาง เพชรบุรี 76120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : หยุดวันจันทร์-อังคาร 12.00 – 19.00 น

โทรศัพท์ : 09 0980 0115

Facebook : รัญจวนใจ Local Cuisine

02

เพ็ญพริกเผ็ด

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงสูตรเผ็ด ที่ใช้น้ำตาลโตนดและพริกเมืองเพชร

ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงเป็นก๋วยเตี๋ยวที่หากินได้หลายร้าน เมื่อมาเที่ยวเพชรบุรี แต่ละร้านสูตรจะต่างกันไป แต่ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร คือก๋วยเตี๋ยวร้านเพ็ญพริกเผ็ดที่ขายมากว่า 40 ปี 

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ก๋วยเตี๋ยวที่ เพ็ญ-สมพร กิมเหล็ง เจ้าของร้านคิดสูตรเอง ได้แรงบันดาลใจจากก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงแบบเพชรบุรี มีน้ำจิ้มสีแดงส้มใส่ถ้วยมาให้เพื่อปรุงก๋วยเตี๋ยว แต่เพ็ญอยากทำสูตรให้เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูอย่างเดียว คิดสูตรให้มีรสเผ็ดและหวานนำ เป็นรสจัดแบบคนเพชรกิน และยังใช้น้ำตาลโตนดของขึ้นชื่อเมืองเพชร กับพริกกะเหรี่ยงจากหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นรสชาติหลักในแทบทุกส่วนประกอบของก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ซอสจนถึงซุป รวมถึงเลือกใช้ถั่วงอกที่หัวโตไม่เหมือนใคร

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ส่วนประกอบสำคัญคือหมูหวานสูตรพิเศษเคี่ยวกับน้ำตาลโตนด หากเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งที่เจ้าของร้านแนะนำให้กินแบบเส้นบะหมี่ จะเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเผ็ดเปรี้ยว พร้อมน้ำซุปรสเผ็ดเบา ๆ ช่วยล้างคอได้ดี ส่วนก๋วยเตี๋ยวแบบน้ำจะปรุงรสมาให้แล้ว เจ้าของแนะนำว่าควรชิมก่อนแล้วจึงค่อยปรุงตามชอบ เพราะไม่อยากให้รสจัดมากเกินไป ที่สำคัญ ควรสั่งลวกจิ้มรวมที่มีทั้งลูกจิ้นหมู หมูสดลวก หมูเปื่อย และหมูหวาน ราดซอสรสเฉพาะตัวที่อร่อยแบบพลาดไม่ได้

ที่ตั้ง : 173/1 ถนน พงษ์สุริยา ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : หยุดทุกวันอังคาร 10.00 – 15.00 น. 

โทรศัพท์ : 0 3241 2990

03

พรชัยไอติมกะทิสด

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ไอศกรีมกะทิและไอศกรีมน้ำตาลสด กับขนมไข่สไตล์เพชรบุรี

ไอศกรีมที่กินกับขนมไข่ จะใส่เครื่องก็แค่ข้าวเหนียวกับเม็ดแมงลัก โรยถั่วลิสงคั่ว รสหอมมันเย็นชื่นใจ เป็นเอกลักษณ์การกินแบบคนเพชรดั้งเดิมและจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะไอศกรีมน้ำตาลสดที่ทำจากน้ำตาลโตนดของขึ้นชื่อของเพชรบุรี ยิ่งหากินได้ไม่ง่ายนัก

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม
10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

พรชัยไอติมเป็นร้านไอศกรีมทำเองที่เปิดมายาวนานมากกว่า 30 ปี ตั้งอยู่ในตัวเมืองเพชร ตุ้ม-มาลี วัชชุปปกรณิช เจ้าของร้านเล่าว่า สูตรดั้งเดิมของเพชรบุรีคือไอศกรีมกะทิสด ไอศกรีมกะทิของร้านพรชัยจะมีกลิ่นหอมมะลิอ่อน ๆ ทางร้านใช้มะลิที่ปลูกเอง มาผสมผสานเข้าเป็นไอศกรีมรสหอมมัน 

แต่ตอนหลังได้ทดลองดัดแปลง จากเดิมใช้น้ำตาลทรายเพื่อให้ความหวาน เปลี่ยนเป็นใช้น้ำตาลสดของเพชรบุรีเป็นส่วนผสมแทน เลยได้เป็นสูตรไอศกรีมน้ำตาลสดขึ้นมา โดยยังคงความมันของเนื้อไอศกรีมทั้งสองจากกะทิสด 

ร้านพรชัยทำไอศกรีมเองแบบสดใหม่แบบวันต่อวัน ใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบมาใช้ รวมไปถึงขนมไข่ของคู่กันที่ร้านก็อบเอง เป็นความสุขง่าย ๆ ราคาไม่แพงที่สุดพิถีพิถันแบบคนเพชรบุรี  

ที่ตั้ง : 116 ตำบล คลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 16.30 น. 

โทรศัพท์ : 08 1641 5236

04

สวนตาลลุงถนอม

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

สวนตาลเพชรบุรี แหล่งเรียนรู้เรื่องตั้งแต่ต้นจนเป็นน้ำตาล

ห่างจากถนนเพชรเกษมไปไม่ไกล ลัดเลาะไปตามคลอง จะรู้สึกเปลี่ยนบรรยากาศแบบรวดเร็วเข้าสู่สวนตาลที่มีต้นตาลขนาดใหญ่ยักษ์ เรียงกันเป็นระเบียบสุดลูกหูลูกตาดูร่มรื่น ท้ายสวนมีเตาตาลที่กำลังสุมไฟเตา เพื่อเตรียมเคี่ยวน้ำตาลที่เพิ่งเทลงกระทะ 

สวนตาลลุงถนอมเป็นแหล่งปลูกและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากตาล มีทั้งน้ำตาลสด น้ำตาลข้น หรือที่เรียกติดปากกันว่าน้ำตาลปี๊บ ขนมจากตาล 

อำนาจ ภู่เงิน ทายาทผู้สืบทอดสวนตาลแห่งนี้เล่าว่า สวนตาลลุงถนอมเป็นสวนตาลที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ยังมีวิถีชีวิตในการทำน้ำตาลแบบครบวงจรให้เห็น จึงเป็นที่บอกต่อกันปากต่อปาก จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ไม่กี่แห่งที่จะเห็นวิถีชีวิตคนทำสวนตาลของจังหวัดเพชรบุรี ที่นี่จะมีการให้ความรู้เรื่องพันธุ์ การปลูกสาธิตการขึ้นตาล การเก็บน้ำตาล และการแปรรูปการเคี่ยวน้ำตาล ทำขนมตาลให้ชม และพร้อมให้คนเข้าชมได้ร่วมลงมือทำในบางกิจกรรมด้วย

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม
10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ในช่วงวันหยุดจะมีขนมและของฝากที่เป็นทั้งผลิตภัณฑ์จากต้นตาล ขนมพื้นบ้าน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเกษตรจากท้องถิ่น ให้เลือกติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ 

จบด้วยแวะพักดื่มอเมริกาโน่ลูกตาลลอยแก้ว เมนูขึ้นชื่อของคาเฟ่บ้านไร่ภู่หวาน คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนตาลนี้

หากต้องการชมวิถีชีวิตคนทำน้ำตาลเป็นแบบคณะใหญ่ควรนัดหมายล่วงหน้า

ที่ตั้ง : ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 08.30-16.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 7800 7716 

Facebook : สวนตาลลุงถนอม

05

Coco&coff

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

คาเฟ่ในสวนมะพร้าว ที่บอกว่าเพชรบุรีไม่ได้มีดีแค่ต้นตาล

Coco&coff เป็นร้านกาแฟที่อยู่ในสวนมะพร้าวบ้านของ จ๊อย-ลภา บัวประดิษฐ์ และ ฮัน-รัชนีวรรณ จันทมาตย์ ทั้งคู่ลาออกจากงานมาเปิดเป็นร้านกาแฟในสวนมะพร้าว พืชที่อาจไม่ได้รับความนิยมในการปลูกเท่ากับต้นตาล แต่หมู่บ้านดอนผิงแดด อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มีดินที่เป็นดินเหนียวและเป็นน้ำกร่อย ส่งผลทำให้มะพร้าวที่ปลูกในพื้นที่นี้มีรสชาติหอมหวาน

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

เมื่อเห็นว่ามีของดีอยู่หลังบ้านทั้งคู่เลยทำร้านกาแฟขึ้นมา ใช้น้ำมะพร้าวเป็นส่วนผสมในกาแฟ เพื่อโชว์ความหอมหวานของน้ำจากมะพร้าวดอนผิงแดด มีเมนูแนะนำของร้านคืออเมริกาโน่มะพร้าวและลาเต้มะพร้าว หรือถ้าใครไม่กินกาแฟ จะลองสั่งมะพร้าวปั่นนมสด ที่ใช้น้ำมะพร้าวผสมกับนมสดปรุงพิเศษก็ได้ และยังมีขนมที่ทำมะพร้าวอีกหลากหลายเมนู 

ระหว่างรอขนมและเครื่องดื่ม ก็เดินเล่นถ่ายรูปในสวนมะพร้าวและสวนสนกับสระน้ำ เมื่อได้เครื่องดื่มแล้วจะมีประกาศเสียงตามสายให้ไปรับเครื่องดื่มแบบไม่ต้องเสียเวลารอ

หลังจากนั้นค่อยเอนหลังบนเก้าอี้ผ้าใบใต้ร่มเงามะพร้าวแบบสบายใจ ดื่มกาแฟ ซึมซับความอร่อยของน้ำมะพร้าวเพชรบุรีที่มีดีไม่แพ้น้ำตาลสด 

ที่ตั้ง : 79 ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ :  ทุกวัน 09.00-18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1780 0983

Facebook : Coco&coff

06

บ้านถ้ำเสือโฮมสเตย์

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

Eco Resort และแหล่งแคมป์​ปิ้งริมน้ำแก่งกระจาน

“คนชอบมาที่นี่ เขาว่ามาแล้วตรงปก” 

น้อย-สุเทพ พิมพ์ศิริ รองประธานบ้านถ้ำเสือโฮมสเตย์เอ่ยอย่างภูมิใจในชุมชนริมน้ำเพชรบุรี แรกเริ่มเดิมทีผู้นำชุมชนมุ่งมั่นเรื่องแก้ไขปัญหาความยากจนของชาวบ้าน ที่ความจำเป็นบีบบังคับให้ต้องขายที่ดินริมน้ำริมป่าให้คนนอกทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวบ้าง กู้หนี้ยืมสินบ้าง จึงร่วมทำธนาคารต้นไม้กับ ธ.ก.ส. โครงการที่ให้ชาวชุมชนปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ เปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์พืชพรรณ และพื้นที่จัดกิจกรรม CSR สุดกรีน 

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

ต่อมาคนทำกิจกรรมต้องการที่พักเสร็จสรรพ บ้านถ้ำเสือเลยเปิดโฮมสเตย์ไว้รองรับ โดย 1 – 2 ปีมานี้หันมาเปิดเป็นแหล่งแคมป์ปิ้ง ตอบสนองกระแสกางเต็นท์ที่มาแรงแซงโค้ง ใครมาก็หลงรักเพราะที่นี่สวยทุกมุม โดยเฉพาะพื้นที่เกาะกลางน้ำให้กางเต็นท์ได้อย่างส่วนตัว มีห้องน้ำสะอาดเรียบร้อย แถมยังมีกิจกรรมสารพัด เช่น ล่องแพ ปั้นกระสุนเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นไว้ยิงปลูกต้นไม้บนภูเขา ทำไข่เค็มอัญชันและทองม้วนน้ำตาลโตนด 

และช่วงปลายปีที่เขาพะเนินทุ่งเปิด เช้า ๆ ก็หิ้วปิ่นโตไปกินอาหารเช้าและชมทะเลหมอกกันได้ด้วย อยู่ที่นี่ใครจะหุงหาอาหารเองหรือซื้อที่นี่กินก็เลือกได้ตามอัธยาศัย แถมมีคาเฟ่กลางป่าดีต่อใจให้นั่งพักพิงอีกต่างหาก 

นักท่องเที่ยวพึงพอใจ ชุมชนก็ได้รายได้ยั่งยืนตลอดปี ผลตอบรับดีขนาดนี้ชุมชนจึงจำกัดจำนวนคนเข้าพักให้ไม่แออัด ไม่รับกลุ่มกินเลี้ยงสังสรรค์ขนาดใหญ่ งดใช้เสียงดังยามค่ำคืน และที่สำคัญคือต้องแยกขยะด้วย บ้านถ้ำเสือจะได้สวยไม่สร่าง เป็นที่เที่ยวที่รักสิ่งแวดล้อมและทุกชีวิตไปอีกนาน

ที่ตั้ง : 8 ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน (แต่ควรจองพื้นที่กางเต็นท์ล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 08 1130 3835

Website : www.baanthamsue.com 

Facebook : โฮมสเตย์ บ้านถ้ำเสือ อ.แก่งกระจาน

07

The Life Garden Boutique Farmstay

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

โรงแรมแสนเก๋ท่ามกลางฟาร์มสมุนไพรออร์แกนิก

‘บูติกฟาร์มสเตย์แบบวิลล่า 10 หลังที่รายล้อมไปด้วยสมุนไพรไทยนานาชนิด’ คือนิยามของ The Life Garden Boutique Farmstay ที่พักเปิดใหม่ที่อยากให้คนใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังพักผ่อนสบายในสถาปัตย์น่ารักสวยเก๋ โดยเฉพาะห้องที่มีอ่างน้ำนั้นสุดน่ารัก แถมอยู่ห่างจากหาดเจ้าสำราญเพียง 4 กิโลเมตร แต่คนที่เข้าพักส่วนมากไม่อยากออกไปไหนหรอก อยากจะพักอยู่ข้างสระน้ำคดเคี้ยวในสวนเขียว ๆ สดชื่นมากกว่า 

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

ที่พักหลากขนาดมีความสงบ อากาศดี มีชุดดริปกาแฟให้ในห้อง และเป็นส่วนตัวมากเพราะล้อมด้วยฟาร์มออร์แกนิกกว้างใหญ่ จึงทำกิจกรรมได้หลายรูปแบบ เช่น ให้อาหารปลา เป็ด และห่าน เรียนรู้การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ย ไปจนถึงเก็บมะเขือเทศราชินี ผักนานา และไข่สด ๆ จากเล้าไก่มาให้โรงแรมทำอาหารเช้า หรือใครไม่สะดวกก็ตื่นสาย ๆ มากินข้าวยำหรือแซนด์วิชใส่ผักออร์แกนิกกรุบกรอบจากฝีมือเจ้าของก็ได้ ใส่ใจสุขภาพดีมาก ตอบโจทย์ทั้งแขกคู่รัก ครอบครัวที่มีเด็ก หรือผู้สูงวัย และบางวันที่นี่ยังเปิดให้แขกพาสัตว์เลี้ยงมาได้ด้วย 

อีกไม่นาน  The Life Garden Boutique Farmstay  จะเปิดคาเฟ่ด้วย เป็นจุดเช็กอินใหม่ที่ทำให้คนได้ใกล้ชิดและรักธรรมชาติในเพชรบุรี

ที่ตั้ง : 100 ตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 8994 2563

Website : s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/a360.co.th/TheLifeGarden/index.html 

Facebook : The Life Garden Boutique Farmstay เดอะ ไลฟ์ การ์เด้น 

08

Hua Hin Sailing Club

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

โรงเรียนสอนแล่นเรือใบสำหรับคนทุกวัย

ในวัยหนุ่ม Richard Vine รักการแล่นเรือใบตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เขาเป็นครูสอนแล่นเรือใบที่ Club Med ในยุค 70 แต่ทะเลอังกฤษหนาวเย็น เมื่อได้ออกเดินทางจากอังกฤษไปแล่นเรือใบแถบคาริบเบียน อิสราเอล สเปน ฯลฯ เขาหลงใหลการแล่นเรือใบในพื้นที่อากาศอบอุ่นหรือร้อนตลอดมา การแล่นเรือลำเล็ก ๆ ทำให้เขาได้สัมผัสธรรมชาติและคลื่นลมอย่างใกล้ชิด

 เมื่อมาสร้างครอบครัวอยู่เมืองไทยกับภรรยาชาวไทย น้ำ ไวน์ เขาเปิดโปรเจกต์วัยเกษียณ Huahin Sailing Club มาเกือบ 17 ปี เพราะพบว่าแถบชะอำ-หัวหิน มีหาดสวยงาม ลมพัดดีตลอดทั้งปี ไม่มีหินเกาะแก่งอันตราย บรรยากาศเหมาะสมกับการแล่นเรือใบ แต่กลับไม่มีใครแล่นเรือเลยนอกจากตัวเขากับลูกชาย Sailing Club ที่ใกล้ที่สุดคือที่กรุงเทพฯ กับสัตหีบ ริชาร์ดเลยตัดสินใจเปิดโรงเรียนสอนแล่นเรือใบเล็ก ๆ ขึ้น ให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสความสนุกอย่างที่เขารู้สึก 

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลาผ่านไป จากเรือ 10 ลำก็กลายเป็นเรือหลายขนาด 35 ลำ มีทั้งครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาอยู่กับทะเลช่วงวันหยุดยาว จนถึงผู้ใหญ่ที่ลองแล่นเรือครั้งแรก โดยมีคอร์สพื้นฐาน 4 วัน ที่ทำให้มือใหม่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่แล่นเรือใบได้เองในระยะทางสั้น ๆ ใครอยากฝึกระดับแอดวานซ์หรือลองเช่าเรือใบมาแล่นเองก็ติดต่อที่นี่ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านอาหารกึ่งบาร์ริมหาด ให้นักแล่นเรือใบที่หิวโหยทั้งหลายได้เติมพลังและพักผ่อนก่อนหรือหลังลงน้ำด้วย ครบสูตรหย่อนใจดีมาก

เรือใบเป็นกีฬาที่ค่อนข้างเคารพสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีเครื่องยนต์ปล่อยมลพิษ และยังเล่นได้แทบทุกวัยตั้งแต่ 8 ขวบขึ้นไปจนถึงวัย 80 ขอแค่สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็มาลองแล่นเรือได้ ริชาร์ดเองก็สอนนักเรียนวัย 70 มาแล้วจนแล่นเรือได้สบาย

ที่ตั้ง : 851/3 สวนสนลอย ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7888 7565

Website : huahinsailing.com 

Facebook : Sailing Club Hua Hin 

09

เส้นทางศึกษาธรรมชาติแก่งกระจาน

แหล่งสำรวจนก แมลง สัตว์ป่า และพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ของไทย

แก่งกระจานเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทย เป็นป่าต้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกจากยูเนสโก ในความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบชื้นประกอบด้วยทะเลสาบ ถ้ำ น้ำตก และหน้าผาสวยงาม จึงไม่น่าแปลกใจที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นี่จะเต็มไปด้วยความดึงดูดใจคนรักป่าและชีวิตกลางแจ้ง

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นี่มีอะไรให้ดูเยอะมาก ทั้งพืชพันธุ์แปลก ๆ โดยเฉพาะกล้วยไม้ ไปจนถึงดอกไม้หายากเช่น เอื้องสายสี่ดอก จำปีเพชร นกนานาชนิดทั้งนกท้องถิ่นอย่างนกเงือก และนกอพยพที่เข้ามาพักพิงในช่วงฤดูหนาว เช่น นกยางกรอกพันธ์ุจีน นอกจากนี้ยังมีแมลง แถมที่นี่ยังมีสัตว์ป่าสารพัด อย่างหมี สมเสร็จ แมวป่า อ้นใหญ่ (สัตว์ฟันแทะชนิดหนึ่ง) เต่าบก ซึ่งถ้าโชคดีอาจได้พบเห็นรอยเท้าหรือร่องรอยบ่งชี้ต่าง ๆ เหมาะกับคนที่อยากหนีกรุงมาสัมผัสความอัศจรรย์ของธรรมชาติ และเหมาะที่จะให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาเรียนรู้เรื่องธรรมชาติของป่าไทยด้วย

เนื่องจากอุทยานขนาดใหญ่มีอะไรให้เลือกชมเยอะมาก จะมาท่องเที่ยวระยะสั้นหรือมาปักหลักแคมป์ปิ้งในอุทยานแห่งชาติก็ได้ แค่ได้สูดอากาศฉ่ำปอดที่นี่ก็คุ้มแล้ว

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 1050 4461, 0 3277 2311 (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว), 0 3277 2312 (ที่ทำการอุทยานฯ)

Website : park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=1028 

Facebook : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park 

10

โรงเรียนลูกหว้า

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

โรงเรียนช่างศิลป์เมืองเพชร ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะ

โรงเรียนลูกหว้าก่อตั้งโดย จำลอง บัวสุวรรณ์ อดีตครูสอนภาษาอังกฤษและชาวเพชรบุรีคนแรก ๆ ที่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตในจังหวัด การเชื่อมต่อกับโลกกว้างทำให้เขามองเห็นว่า การศึกษาแค่ในห้องเรียนไม่เพียงพอให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรีได้เรียนรู้ทักษะจำเป็นในชีวิต รวมถึงรู้จักแง่งามของบ้านเกิด เขาจึงก่อตั้ง ‘กลุ่มลูกหว้า’ ให้เยาวชนได้ออกมาทำกิจกรรมช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เคเบิลคาร์ อาเขต หรือบริเวณเขาวังเคเบิลคาร์ ทั้งทำพวงมโหตร ตอกกระดาษ วาดรูประบายสี รวมถึงพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกับนักท่องเที่ยว และจัดหอศิลป์สุวรรณารามในกุฏิเก่าร้าง ทำให้เยาวชนได้รู้จักทั้งงานช่างศิลป์สกุลเมืองเพชร และสร้างสมประสบการณ์ชีวิตด้านการปฏิสัมพันธ์ 

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

ต่อมากลุ่มลูกหว้าขยายกิจกรรมเป็นโรงเรียนลูกหว้า โรงเรียนสาธารณะที่เด็กหรือผู้ใหญ่จากที่ไหน ๆ ก็มาเรียนรู้ได้ตลอด ทั้งชมนิทรรศการช่างศิลป์เมืองเพชร เรียนทำพวงมโหตร ทำขนมจากตาลโตนดสุก ไปจนถึงวาดรูประบายสีและพิมพ์ลงบนผลงานอย่างกระเป๋าผ้า แก้วน้ำ แถมยังมีมุมขายของคราฟต์ของที่ระลึกจากลุงป้าในชุมชนทั่วเพชรบุรี และที่นี่ยังเป็นแหล่งข้อมูลการท่องเที่ยวเพชรบุรีที่เยี่ยมยอดจากคนท้องถิ่น เรียกได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวได้ครบทุกสิ่ง เหมาะกับกิจกรรมวันหยุดของครอบครัวหรือคนรักศิลปวัฒนธรรม 

ที่ตั้ง : เขาวังเคเบิลคาร์ ตำบลคลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์) 

โทรศัพท์ : 08 1290 8091

Facebook : กลุ่มลูกหว้า เพชรบุรี

Writers

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

“ต้องกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงเรียน”

เพราะวัยเรียนเป็นวัยที่ใช้พลังงานจากความเป็นเด็กอย่างคุ้มค่า ทั้งเรียนและทำกิจกรรม เมื่อใช้พลัง ก็ต้องเติมพลัง อาหารจึงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ เราไม่แปลกใจหากคุณเคยได้ยินประโยคข้างต้นผ่านหูกันมาบ้าง จากพ่อ แม่ ครู ญาติผู้ใหญ่ แม้แต่คุณลุง คุณป้า เจ้าของ ‘ร้านอาหารละแวกโรงเรียน’ 

Take Me Out ขอจัดทริปตะลอน 10 ร้านอาหารละแวกโรงเรียนให้ตามรอยสถานที่ที่เป็นทั้งแหล่งเติมพลังก่อนเข้าเรียน พบปะเพื่อนหลังเลิกเรียน พักผ่อนหย่อนใจระหว่างรอพ่อแม่มารับ เรียนจบไปนานก็ยังหวนกลับมากินได้เสมอ ที่สำคัญ แต่ละร้านมีรสชาติที่ครองใจลูกค้ามาหลายต่อหลายรุ่น

จะมีร้านไหนในความทรงจำของใครบ้าง เตรียมท้องให้ว่าง แล้วตามไปชิมกันเลย

01

JOHNNY Food & Drink

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘จอนนี่’ ร้านอาหารตามสั่งสีชมพูขนาด 96 ตารางเมตรแห่งรั้วสามย่านมีอายุหลายสิบปี เริ่มขายตั้งแต่รุ่นอาเจ็ก ในทำเลสามย่านย่านมิตรทาวน์ และย้ายมาปักหลักที่ซอยจุฬา 11 จนถึงปัจจุบัน 

นักเรียนสาธิตจุฬาฯ ผู้ปกครอง พนักงานบริษัท ต่างมาฝากท้องกับอาหารร้านจอนนี่ เพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ปริมาณอิ่มท้อง แน่นอนว่าหาได้ไม่ง่ายนักในย่านใจกลางเมืองแบบนี้ 

ข้าวสวยนุ่ม ๆ เบคอน ต้นหอมชิ้นใหญ่ กระเทียมหัวโต ผัดคลุกเคล้าหอมกลิ่นกระทะ ก่อนเสิร์ฟเข้าปากด้วยรสชาติสุดรัญจวนใจ นี่คือข้าวผัดเจแปน เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่ พี่จอน เจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันอยากให้ทุกคนลิ้มลอง ไม่ได้ชิมเหมือนมาไม่ถึง ผู้ปกครองและน้อง ๆ สาธิตจุฬาฯ รับประกัน!

หากมาในช่วงเย็นอาจต้องรอนานสักนิด เนื่องจากเป็นเวลาที่เด็ก ๆ เลิกเรียน นอกจากข้าวผัดเจแปน เราขอแนะนำอีก 2 เมนูอร่อย ได้แก่ ข้าวผัดมันกุ้ง ข้าวไข่ระเบิดซอส เป็นอีกเมนูที่ต้องสั่งให้ได้สักครั้งหากแวะมาที่ร้านจอนนี่ รับรองว่าคุ้มค่า สมกับการรอคิวในยามเย็นแน่นอน

“ลูกค้าร้านเราเป็นเด็กเยอะ ความเป็นกันเองของเราทำให้เข้าถึงเด็ก ๆ ได้ง่าย และเราตั้งใจเสิร์ฟอาหารดี ๆ ให้กับเขาในทุก ๆ จาน ร้านจอนนี่เลยเป็นอีกหนึ่งความทรงจำในวัยเรียนของเด็กเหล่านี้ ทำให้ร้านเราเต็มไปด้วยนักเรียนรุ่นปัจจุบันและศิษย์เก่าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย” พี่จอนทิ้งท้าย

ที่ตั้ง : 223-225 ซอยจุฬา 11 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6512 2445

02

แพนเค้กพี่นุ

โรงเรียนราชินีบน

‘แพนเค้กพี่นุ’ ร้านแพนเค้กรถเข็นขนาดกะทัดรัดที่ครองตำแหน่งขวัญใจนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง โรงเรียนราชินีบนมาเกือบ 40 ปี การันตีความใส่ใจทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และบริการ 

แค่เดินเฉียดร้านก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ 

หากถามถึงเมนูขึ้นชื่อที่ติดใจใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้นแพนเค้ก ‘จุดจุด’ คือเจ้าแพนเค้กจิ๋ว ปาดเนยฉ่ำ ๆ ใส่ในถ้วยขนาดพอดี สนนราคาน่ารักที่ 3 ชิ้น 1 บาท เป็นเมนูยอดฮิตของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครก็สะดุดกับกลิ่นหอมแป้งและเนยที่ลอยมาแต่ไกล ไม่ใช่แค่กลิ่นเท่านั้น แต่รสชาติของแป้งกับเนยหอม ๆ พอได้ชิมก็ทำให้ตาลุกวาวได้ไม่ยาก แถมเมนูอร่อยให้อีก จดนะ โตเกียวไส้หวานและคาว แป้งกรอบ และเมนูที่เกิดขึ้นจากความชอบของเด็ก ๆ อย่างไส้กรอกผัดไข่ ล้วนเด่นด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติของแป้งที่คิดค้นสูตรมาอย่างดีตั้งแต่รุ่นแม่ และปรับปรุงสูตรโดยพี่นุจนมีรสหวานกำลังดี กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แม้ทิ้งไว้นานก็ยังคงความนุ่มละมุนลิ้นชนิดที่ว่าใครกินก็ติดใจได้ไม่ยาก 

นอกเหนือจากรสชาติอร่อยของขนม ความสบายใจที่ได้รับจากรุ่นแม่จนถึงรุ่นพี่นุ ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่นักเรียนราชินีบนหลายต่อหลายรุ่นยังคงวนเวียนกลับมาอุดหนุนกันอยู่เสมอ 

“สำหรับน้อง ๆ ที่นี่ เหมือนพี่เป็นส่วนหนึ่งของเขา เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งที่พ่อแม่และครูฝากดูแล พี่ดูแลลูกหลานมาหลายรุ่นแล้ว พี่ดีใจที่น้อง ๆ ไม่ลืมขนมพี่ แม่พี่พูดเสมอว่าลูกค้าคือผู้มีพระคุณ สมัยแม่พี่ขาย เด็ก ๆ เรียกว่า ป้าแพนเค้ก พอพี่มาขาย เรียกพี่นุ แม้แต่คุณยายก็ยังเรียกพี่ว่า พี่นุ” 

พี่นุบอกกับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อม ๆ กับมือที่ยังคงทำแพนเค้กอย่างคล่องแคล่ว 

ที่ตั้ง : 5 ซอยเขียวไข่กา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการเวลา 06.00 – 08.00 และ เวลา 13.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3896 3652 (แนะนำให้โทรหาพี่นุก่อนแวะไปอุดหนุน)

03

ร้านช้งเช้ง

โรงเรียนราชินี

ตึกแถว 1 คูหา 2 ทางเข้าออกแห่งซอยปานสุข ซ้ายมือมีครัวเปิด ขวามือมีโต๊ะชงกาแฟ เป็นสถานที่ตั้งของร้านอาหารหลากชื่อที่เปลี่ยนนามตาม ‘นักเรียนราชินี’ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะชื่อช้งเช้ง ร้านอาหารตามสั่งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยานี้ไม่เคยมีชื่อมาก่อน ครั้นจนพิกุลแก้วรุ่นที่ 80 ตั้งให้ว่า ‘โนบรา’ เพราะคุณลุงสมชายเจ้าของร้านไม่เคยใส่เสื้อเวลาผัดข้าวเลย เปลี่ยนยุคมาสู่รุ่นที่ 100 กว่า ด้วยทำเลร้านที่อยู่ตรงกลางระหว่างคาเฟ่ VIVI และ Coconut จึงได้ชื่อ ‘วีโค่ (VICO)’ ไปโดยปริยาย

  นักเรียนราชินีรุ่น 115 เรียกร้านนี้ว่าช้งเช้ง ด้วยเหตุผลว่าคุณลุงกับคุณป้าเจ้าของร้านมักทะเลาะกันช้งเช้งวุ่นวายทุกครั้งที่ลูกค้าแน่นขนัด เมนูโปรดของชาวราชินีคือ ‘ข้าวผัดสามกษัตริย์’ เล่าง่าย ๆ เมนูนี้คือการรวมตัวกันของพริกเผา ไข่ และเนื้อสัตว์ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา

  คุณป้าเจ้าของร้านบอกว่า สามกษัตริย์ครองใจนักเรียนเพราะเป็นเมนูที่ไม่มีผัก ปรับได้ตามความต้องการของสาว ๆ ราชินี มีทั้งสามกษัตริย์ปกติที่ใส่ไก่ หมึก กุ้ง ส่วนสามกษัตริย์บก เหมาะสำหรับคนแพ้อาหารทะเล เปลี่ยนเป็นหมูยอ ไส้กรอก หรือไก่ก็ได้ บอกคุณลุงคุณป้าได้เลยตามต้องการ

  ตลอด 30 ปีที่ช้งเช้งอยู่คู่โรงเรียนราชินี ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกความทรงจำ ฝังลึกในร้านอาหารตามสั่งขนาด 1 คูหา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นี่ ทั้งอาจารย์ปกครองเดินผ่าน ทั้งนักเรียนวิ่งเอากระเป๋ามาจองโต๊ะหลังร้านเพราะกลัวไม่ได้ทาน คุณป้ากับคุณลุงก็ช่วยดูแลเด็ก ๆ จนศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันแค่เดินผ่านซอยปานสุขก็ต้องแวะมาทักทาย และซื้อข้าวกลับบ้านเพื่อหวนรำลึกถึงสมัยเรียน

ที่ตั้ง : 394/5 ซอยปานสุข แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เปิดบริการเวลา 05.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1509

04

กล่องดินสอ

โรงเรียนสตรีวิทยา

จากอดีตคุณครูประถมสู่การค้นพบว่าชอบทำของหวาน ทำให้ เปี๊ยบ-ชนัสถ์นันท์ จุลภาค ตัดสินใจเปิดร้าน ‘กล่องดินสอ’ ร้านขนมหวานที่มีเครื่องดื่มและอาหารครบจบในที่เดียว มาเสิร์ฟถึงที่ให้เด็กนักเรียนสตรีวิทยาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 แม้เป็นร้านน้องใหม่ที่เปิดได้เพียง 7 ปี แต่ด้วยความเอาใจใส่และชอบคุยกับเด็ก ๆ ทำให้ร้านนี้เป็นรายชื่อร้านแรก ๆ ที่นักเรียนเจ้าถิ่นหลายคนแนะนำ เด็กคนไหนไม่กินผัก อยากเพิ่มชีสในเมนูอาหาร เพียงเปิดกล่องดินสอออกมาแล้วหยิบกระดาษกับปากกาติ๊กเลือกได้ตามใจ 

คุณเปี๊ยบเล่าว่าเค้กนูเทลลาและสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าคือเมนูคาวหวานคู่ใจเด็กสตรีวิทยา 

ตกเย็นเมื่อไหร่เป็นต้องเดินเข้ามาสั่งที่ร้าน และนั่งคุยเล่นบ่นความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนให้เจ้าของร้านฟังเป็นประจำ ถ้าจะเรียกว่าร้านนี้เป็นพื้นที่ความสบายใจแห่งหนึ่งของเด็กสตรีวิทยาก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะแม้แต่ผู้ปกครองยังปล่อยให้ลูกนั่งในร้านและรอรับกลับบ้านได้อย่างหมดห่วง

หลังจากประสบปัญหาโควิด-19 ทำให้ทางร้านต้องปรับตัว งดนั่งทานภายในร้านไปสักพักจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยต่อเด็กทุกคน แต่ยังอุดหนุนทางร้านได้โดยการสั่งแบบกลับบ้านและสั่งเดลิเวอรี่ตามสไตล์ร้านขนมหวานยุค New Normal เพื่อลิ้มรสความรักพูน ๆ ที่ใส่ลงในจาน

กล่องดินสอ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เราอยากให้คุณไปลอง แต่สำหรับศิษย์เก่าหรือใครก็ตามที่เคยเป็นลูกค้าประจำ เราขอท้าให้คุณเดินไปสั่งเมนู ‘เอาเหมือนเดิม’ แล้วคุณเปี๊ยบจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ที่ตั้ง : เลขที่ 80 ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2298 9296

Facebook : กล่องดินสอ-Klongdinsor

05

ศรีสมรเลิศรส

โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ศรีสมรเลิศรส aka ร้านป้าหมอน จากร้านกาแฟและอาหารเช้าสู่ร้านอาหารเก่าแก่รสเลิศย่านบางรัก ป้าหมอนเชื่อว่าการทำอาหารดี ๆ ให้คนกินคือความสุข ร้านศรีสมรเลิศรสเสิร์ฟเมนูก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูอบ ไก่อบ เมนูชูโรงรสชาติเด็ดดวงที่อยู่คู่กับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์มากกว่า 50 ปี 

  รสชาติของเนื้อสัตว์เข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่มละลายลิ้น แสดงให้เห็นถึงการปรุงและตุ๋นอย่างพิถีพิถัน น้ำจิ้มรสแซ่บช่วยให้สดชื่นในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราคงไม่ต้องสาธยายเพิ่มนักว่าทำไมร้านเก่าแก่แห่งนี้ถึงครองใจนักเรียนและคนย่านบางรัก แม้กระทั่งศิษย์เก่าหรือดาราอย่าง รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ และ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ยังแวะเวียนกลับมาทานเมนูยอดนิยมที่ร้านแห่งนี้อยู่เสมอ

อย่าลืมขอน้ำจิ้มแจ่วป้าหมอนเยอะ ๆ นะ บอกเลยว่าเป็นที่เด็ด!

“ร้านของเราไม่ได้ทำเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมีเมตตา กรุณา และทำเพื่อคนอื่นด้วย บางครั้งเด็กนักเรียนอยากได้อะไร เราก็ให้เขาฟรี ๆ” ป้าหมอนบอกความตั้งใจกับเราในฐานะเจ้าของร้านอาหารศรีสมรเลิศรส และคริสเตียนคนหนึ่งที่ผูกพันกับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ที่ตั้ง : 1, 2 ซอยพิพัฒน์ 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 

เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2238 1201

06

ข้าวต้มโอชารส

โรงเรียนอัสสัมชัญ

ร้านข้าวต้มแห่งนี้ขายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2527 มีเมนูเด็ดที่ทุกคนต้องสั่ง คือ แกงจืดบ๊วยหมูสับ กุ้งราดน้ำปูดอง ปูผัดผงกะหรี่ที่ใช้ปูก้อนสด ๆ คุณภาพดีจากทะเลไทย แต่เมนูที่เป็นที่สุด คือ ไส้พะโล้ทอด (เมนูลับสุด) หมักเครื่องพะโล้จนสีเข้ม ทอดจนกรอบ เหมาะแก่การกินคู่กับข้าวต้มยามเย็นเป็นที่สุด

ร้านเปิดทำการเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามรั้วอัสสัมชัญบางรัก ทำให้ร้านข้าวต้มร้านนี้เป็นขวัญใจเหล่าน้อง ๆ แห่งรั้วขาวแดงมามากกว่า 38 ปี

เมนูที่เราแนะนำไปข้างต้นคือเมนูขึ้นชื่อลือชาจากปากนักเรียนกางเกงขาสั้นแห่งรั้วอัสสัมชัญ หนุ่ม ๆ บอกว่าต้องสั่งทุกครั้งเมื่อแวะไป แม้กาลเวลาเปลี่ยนไปเพียงใด เมนูเหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมจากลูกค้าทั่วไป ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงศิษย์เก่าที่ออกโบยบินยังโลกกว้าง

“ร้านของเราพยายามรักษาคุณภาพให้เหมือน 38 ปีที่แล้ว ความเป็นกันเองของร้านและลูกค้า ทำให้ร้านเป็นที่นิยมเสมอมา ลูกค้าหรือนักเรียนบางคนที่เคยกินกับเรา ทุกวันนี้เขายังพาพ่อ แม่ ลูก หลาน มากินตลอด ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา” 

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องรับประกันอย่างดีว่า เหตุใดร้านข้าวต้มแห่งนี้จึงเป็นขวัญใจชาวบางรักและน้อง ๆ รั้วขาวแดงจนถึงปัจจุบัน ถ้าอยากลองลิ้ม แนะนำให้รีบไป เพราะถ้าช้า ระวังของหมดนะ

ที่ตั้ง : 492/3 ซอยเจริญกรุง 49 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 17.30 – 3.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1625 7518

07

ลุงกับป้า

โรงเรียนเทพศิรินทร์

ลอดตัวเข้ามาในรั้วสีเขียวของเขตคอนโด คุณจะพบกับ ‘ร้านลุงกับป้า’ ของ ลุงหม่อม กรณ และ ป้าแป๊ว บุปผา จากวันแรกที่ทั้งคู่จับพลัดจับผลูเปิดร้านอาหาร เวลาล่วงมากว่า 20 ปีที่ร้านนี้กลายเป็นร้านอาหารในดวงใจของชาวเทพศิรินทร์ทุกรุ่น เพียงก้าวเท้าเข้าไปในร้านก็พบกับคุณลุงนั่งยิ้มรอรับออเดอร์ที่โต๊ะด้านขวาของร้าน ถัดเข้าไปเป็นตู้ไอศกรีมที่หยิบทานเป็นของหวานหลังมื้ออาหารได้

  ลุงหม่อมเล่าว่าช่วงแรกที่เปิดร้านอาหาร คุณป้ายังทำอาหารไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ก็ลองผิดลองถูกจนเข้าที่ เมนูที่เด็กเทพศิรินทร์ไม่ว่ารุ่นไหน ๆ ก็แนะนำคือ ‘หมูกระเทียม’ และ ‘หมู/เนื้อผัดน้ำมันหอย’ ถึงขนาดยกให้เป็น ‘หมูกระเทียมที่อร่อยที่สุดในโลก’ เพราะกระเทียมร่วนกรอบ เนื้อหมูหมักรสอร่อย ผัดกำลังดี ไม่แข็งหรือแห้งเกินไป ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมฉุย เข้ากันลงตัวจนอยากเบิ้ล!

  ไม่ว่าจะจบไปกี่รุ่น กี่ปี ทุกครั้งที่ผ่านย่านนี้ ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันต้องแวะเวียนมากิน ขณะที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ก็มีศิษย์เก่าแวะเข้ามาทักลุงกับป้าด้วยรอยยิ้ม พร้อมสั่งเมนูโปรดสมัยเรียน โอกาสดีแบบนี้เราจึงขอถามลูกแม่รำเพยรุ่น 135 เสียหน่อยว่า เหตุผลที่ทำให้ร้านลุงกับป้าครองใจเด็กทั้งโรงเรียนคืออะไร

  “มันคือความผูกพัน ถ้าใครเรียนเทพศิรินทร์ต้องมากินร้านนี้ ลุงน่ารัก มีวันหนึ่งผมเดินมาบอกลุงว่า ลุง ๆ ผมสอบได้เกรดสี่ ลุงเลี้ยงข้าวผมได้ปะ แล้วลุงก็เลี้ยงจริง ๆ แค่นึกก็คิดถึงตอนนั้นแล้ว”

  ไม่เพียงเติมอาหารให้ท้อง แต่ยังเติมใจให้เป็นสีชมพูด้วย เพราะศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ยืนยันว่า ร้านนี้คือจุดพบรักของเด็กเทพศิรินทร์กับเด็กสายปัญญามาหลายคู่ ร้านลุงกับป้าเป็นมากกว่าร้านอาหาร และเป็นชิ้นส่วนความทรงจำที่หากขาดหายไป ชีวิต 6 ปีในรั้วเทพศิรินทร์คงไม่มีสนุกขนาดนี้

“เช้า ๆ ต้องไล่เข้าโรงเรียน 8 โมงแล้วนะ บางคนลุงไล่จนได้ดี” ลุงหม่อมเล่าด้วยรอยยิ้ม

ที่ตั้ง : 34/3 ถนนมิตรพันธ์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6792 3397

08

 เสียวหลัง

โรงเรียนวัดราชบพิธ

ถ้านึกถึงร้านอาหารใกล้รั้วโรงเรียนวัดราชบพิธ ‘เสียวหลัง’ ต้องเป็นหนึ่งในคำตอบแน่นอน ด้วยปริมาณอาหารที่ให้เยอะจุใจ ทำเลอยู่ใกล้โรงเรียนชายล้วนและโรงเรียนหญิงล้วนมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานร้านอาหารที่ไม่เคยมีโต๊ะว่าง เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่ร้านนี้อยู่ในหัวใจเด็ก ๆ หลายยุค

คุณป้าเปรมจิต แตงสวัตดิ์ เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่า เมื่อก่อนร้านไม่ได้ตั้งอยู่ในตึกแถว 1 คูหาอย่างในปัจจุบัน แต่ตั้งอยู่ในซอยที่จัดโต๊ะให้ลูกค้านั่งสองฝั่งผนัง โดยตรงกลางเป็นพื้นที่ให้คนสัญจร ด้วยพื้นที่ตรงนี้เป็นย่านการค้า จึงมีรถเข็นผักและรถเข็นสินค้าผ่านไปผ่านมาให้ลูกค้าได้ ‘เสียวหลัง’ 

  ก่อนหน้านี้ร้านเสียวหลังก็เหมือนร้านอาหารตามสั่งธรรมดาที่จะสั่งเมนูอะไรก็ได้ แต่เมื่อช่วงสิบปีก่อน ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น ร้านจึงต้องปรับจนเหลือแค่ 2 เมนู คือ กะเพราไก่ กับ ไก่กระเทียม 

  เนื้อไก่ชิ้นสวยพูน ๆ จาน และข้าวที่ตักมาในปริมาณให้ทานพอ ๆ กัน เป็นทีเด็ดมัดใจเด็ก ร.บ. และใกล้เคียงได้อยู่หมัด คุณป้ายืนยันว่านักเรียนราชบพิธมาทานทุกวัน วันไหนร้านไม่เปิดหรือไม่เจอคุณป้าก็จะรีบถามหา แม้จบการศึกษาไปแล้วก็ยังแวะกลับมาทานกันอยู่เสมอ

  ความผูกพันระหว่างร้านอาหารกับนักเรียนชาย ไม่ได้มีเพียงแต่ปริมาณอาหารและรสชาติถูกปาก แต่แฝงไว้ด้วยความสัมพันธ์และการดูแลเด็ก ๆ ดุจลูกหลาน ครั้งที่เจอนักเรียนหิวโซ แต่มีเงินไม่พอจะทาน คุณป้าก็ยินดีทำอาหารให้ฟรี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมร้านนี้ถึงมีลูกค้าแน่นขนัดทุกวัน ทุกเวลา

ที่ตั้ง : 227 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 17.00 น. (แนะนำให้ไปก่อน 15.00 น.)

โทรศัพท์ : 0 2222 7212

09

หมี่เต๋อ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

‘หมี่เต๋อ’ เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวที่ครองใจเด็กกรุงเทพคริสเตียนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ต้นตำรับบะหมี่น้ำข้นที่คิดค้นสูตรเองจนมีรสชาติโดดเด่นแบบที่กินแค่ชามเดียวไม่พอ

หากพูดถึงหมี่เต๋อ บางคนอาจนึกถึงชื่อเรียกของเส้นอะไรสักอย่าง แต่แท้จริงแล้วหมี่เต๋อมาจากชื่อของ ‘ลุงเต๋อ’ เจ้าของร้านที่เด็กนักเรียน อาจารย์ หรือผู้ปกครอง คุ้นหน้ากันดี 

ขึ้นชื่อว่าหมี่เต๋อ ศิษย์เก่า ก.ท บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูที่ต้องสั่งคือ ‘สองกษัตริย์’ รวมหมี่หยกกับหมี่เหลืองไว้ในชามเดียว และ ‘สามกษัตริย์’ รวมหมี่หยก หมี่เหลือง และเส้นเล็ก ไว้ในชามเดียว

การผสมผสานของเส้นเหนียวนุ่ม เกี๊ยวลูกโต หมูแดงรสเข้มข้น และน้ำซุปหวานกระดูกหมู ทำให้ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ไม่พลาดที่จะแวะ ยิ่งไปกว่ารสชาติ คือการที่เมนูแนะนำนี้มีที่มาจากเด็ก ๆ 

“เมื่อก่อนนี้เป็นจตุรมิตร มีเด็กคนหนึ่งมาถามว่า ทำยังไงถึงจะชนะทั้งสามโรงเรียนได้ เขามีความคิดอยากจะกินทั้งสามโรงเรียน เราก็ทำตามที่เขาบอก น่ารักดี ความคิดของเด็ก ๆ สนุกนะ”

ความผูกพันของลุงเต๋อและเด็ก ๆ มีมายาวนาน หลายรุ่น และใกล้ชิดกันมากกว่าร้านอาหารกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเมนูอร่อยจากเด็ก ๆ หรือการที่ผู้ปกครองไว้ใจฝากลูกไว้กับลุงเต๋อ เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ที่พูดถึงเด็ก ก.ท ลุงเต๋อจะมีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าทันที 

“ทุกอย่างเราทำด้วยใจ ให้เด็กกินอิ่มและอร่อย เด็กนักเรียนทานจุกว่าผู้ใหญ่ บางคนเบิ้ล 2 พิเศษ แต่ก่อน 3 – 4 ชามก็มี เราก็ทำให้ตามใจเขา เขากินแล้วมีความสุข เราก็ดีใจ ภูมิใจที่เด็ก ๆ ชอบ

“มารับบริการจากลุงเต๋อได้เลยนะเด็ก ๆ ทุกคน” เจ้าของร้านใจดีทิ้งท้าย

แค่ได้ฟังก็รู้ถึงความอบอุ่นและความใส่ใจที่ลุงเต๋อใส่ลงไปในบะหมี่ทุกชาม

ที่ตั้ง : 10/2 ถนนศรีเวียง (ซอยตรงข้าม รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4452 7866

10

สวีท

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 

“เจ๊ใหญ่ แฮมเบอร์เกอร์ น้ำส้ม” เสียงเรียกของเด็กสวนกุหลาบที่ ป้าใหญ่ เจ้าของร้านสวีท คุ้นเคยเป็นอย่างดีในเวลาเช้าตรู่ก่อนเคารพธงชาติ เป็นเวลาที่บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยนักเรียนชายใส่เสื้อสีฟ้า-ชมพู และสีขาว กำลังนั่งรับประทานมื้อเช้าสไตล์อเมริกันอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบไม่มีที่ว่าง

ร้านนี้เปิดคู่รั้วสวนกุหลาบวิทยาลัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ด้วยความตั้งใจเป็นร้านอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเพื่อให้แหวกแนวจากร้านอื่น ๆ ที่ทำข้าวราดแกงและก๋วยเตี๋ยว เมนูที่เราอยากแนะนำ คือ ข้าวเนื้อทอดไส้กรอกไข่ดาวใส่เบคอน ที่มีสารอาหารเพียบพร้อมสำหรับมื้อเช้าก่อนไปทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใครไม่ใช่สายฝอ(ฝรั่ง) ทางร้านก็มีเมนูตามสั่งแบบไทย ๆ ให้ลิ้มรสความอร่อยด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกลับฟ้าของทุก ๆ วัน คือช่วงเวลาที่ร้านสวีทเปิดให้บริการเป็นปกติในช่วงนี้ ไม่เหมือนกับสมัยที่ป้าใหญ่ยังเป็นสาว บางครั้งที่มีงานโรงเรียนจนเด็กต้องเลิกดึก ก็มีร้านป้าใหญ่ที่คอยเปิดร้านช่วยบรรเทาความหิวโหยให้เด็ก ๆ หรือบางทีก็โดนกดออดเรียกให้ลงมาชงกาแฟตั้งแต่ตี 4 

แม้มีร้านอาหารใหม่ ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ความผูกพันกับเด็กสวนกุหลาบกว่า 40 ปี ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของร้านสวีทจางลงแม้แต่น้อย ศิษย์เก่ายังคงแวะมาทานกันอยู่เรื่อย ๆ บางคนมีลูกแล้วก็ยังมาสั่งเมนูที่คุ้นเคย แถมแซวป้าใหญ่อยู่เรื่อยว่าทำไมยังไม่เลิกขาย แต่เห็นทีคนถามจะรู้คำตอบนั้นอยู่แก่ใจ

ที่ตั้ง : 103 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2222 9611

Facebook : ร้านสวีท

เรื่อง : ภูรินทร์ บุระคร, จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา, ปณิตา พิชิตหฤทัย, วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล, สตางค์ พูลสวัสดิ์

ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ, ภูรินทร์ บุระคร

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load