พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก คือพฤกษศิลปิน (Botanical Artist) ระดับปรมาจารย์ ผู้บุกเบิกวงการพฤกษศิลป์ (Botanical Art) คนแรกๆ ในประเทศ

เทคนิคการลงสีน้ำโดยไม่ใช้ดินสอร่างโครงจัดองค์ประกอบล่วงหน้า การวาดภาพพรรณพฤกษาบนพื้นหลังสีขาวสะอาด รวมทั้งสารพัดหมัดเด็ดอันเอกอุชนิดหาตัวจับยาก ซึ่งได้รับถ่ายทอดโดยตรงจาก อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะศิษย์ก้นกุฏิ ทำให้ผลงานเขาโดดเด่นเข้าตา ดร.เชอร์ลีย์ เชอร์วูด (Dr. Shirley Sherwood OBE) นักพฤกษศาสตร์และนักสะสมภาพพฤกษศิลป์ชาวอังกฤษชื่อดัง ผู้สะสมผลงานของพันธุ์ศักดิ์มากถึง 45 ภาพ ใน The Shirley Sherwood Collection คอลเลกชันซึ่งดีที่สุดในโลกที่ Royal Botanic Gardens Kews

chakkaphak

เพียงได้มีภาพเขียนจัดเก็บอย่างพิถีพิถันในคอลเลกชันระดับโลกนั้นว่ายากแล้ว แต่ทุกคราวที่ ดร. เชอร์วูด แปรอาร์ตพีซในคลังส่วนตัวเป็นหนังสือหรือนิทรรศการ พันธุ์ศักดิ์คือศิลปินลำดับต้นๆ ผู้ได้รับเลือกผลงานไปจัดแสดงด้วยสัดส่วนมากเป็นพิเศษเสมอ 

พันธุ์ศักดิ์​ จักกะพาก พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานใน Shirley Sherwood Collection
พันธุ์ศักดิ์​ จักกะพาก พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานใน Shirley Sherwood Collection

ภาพดอกบัวสวรรค์ ได้จัดแสดงคู่กับภาพของ มาร์กาเร็ต มี (Margaret Mee) พฤกษศิลปินรุ่นใหญ่ และภาพดอกบัวหลวง ได้รับเลือกให้เป็นภาพปก Press Kit ในการประชุมของสมาคมพฤกษศิลป์ฝรั่งเศส (Société Française d’Illustration Botanique) ประจำ ค.ศ. 2016 ต่างตะโกนกึกก้องถึงฝีไม้ลายมือที่นานาชาติให้การยอมรับได้ด้วยตัวมันเอง

และนั่นทำให้รางวัลนักออกแบบแห่งปี (Designer of the Year) สาขา Honor Awards ตกเป็นของเขาโดยดุษณี

วันนี้เราขอบุกสตูดิโอแหล่งสร้างสรรค์งานชั้นครู สนทนากับอาจารย์พันธุ์ศักดิ์ถึงเส้นทางชีวิตบนถนนสายศิลปะ แกะแนวคิดและถอดบทเรียนสู่ศิลปินรุ่นหลัง ผ่านประสบการณ์รังสรรงานอันทรงคุณค่า

01 “จะให้ได้ดีอะไรสักอย่างต้องใช้เวลา อย่าไปเสียเวลากับอย่างอื่นเลย”

ชีวิตหลังจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของพันธุ์ศักดิ์นั้นแสนสนุกซับซ้อน เขาบินไป-กลับไทย-สหรัฐอเมริกาหลายครั้ง ทั้งเพื่อไปเรียนและทำร้านอาหาร จึงต้องเข้า-ออกงานในบริษัทโฆษณาชื่อดังสัญชาติอเมริกันหลายคราว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้รู้จัก อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ตั้งแต่ก่อนจบมหาวิทยาลัย ไปมาหาสู่บ้านอาจารย์อยู่เนืองๆ จนตอนท้ายจึงตัดสินใจลาออกมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยอาจารย์อย่างเต็มตัว

ภาพ : จำนงค์ ศรีนวล

“วันหนึ่งมีคนนำดอกกุหลาบสีขาวช่อหนึ่งมาฝากกราบอาจารย์ ผมก็จัดแจงใส่แจกันเตรียมไว้ให้ท่านบูชาพระตอนเย็น อาจารย์มาเห็นผมว่างระหว่างรอเผาเครื่องเซรามิกที่รับผิดชอบ เลยบอกให้ลองเขียนสีน้ำจากกุหลาบช่อนั้นดู แต่ให้โจทย์สองข้อ คือไม่ต้องใช้ดินสอร่างแบบก่อน และไม่ต้องเขียนภาพพื้นหลัง ปล่อยเป็นสีขาวทิ้งไว้อย่างนั้น”

เมื่อศิษย์เชื่อคำครู จึงใช้ทักษะอดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์แก้ปัญหา เขียนเสร็จในเย็นวันนั้นได้โดยไม่เคยฝึกเขียนสีน้ำมาก่อน ลงลายเซ็นเอาตอนเส้นยาแดงผ่าแปด ทันท่วงทีพร้อมส่งผู้มอบหมาย

“อาจารย์ดูภาพแล้วพูดกับผมว่า พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำเซรามิกหรอก มาเขียนดอกไม้ดีกว่า ผมบอกว่าทำคู่กันไปได้ ท่านจึงบอกว่า จะทำอะไรให้ดีสักอย่างต้องใช้เวลานะ อย่าไปเสียเวลากับอย่างอื่นเลย จากนั้นก็ติชมทีละจุด ค่อยๆ สอนวิธีใช้สีอย่างละเอียด พอมาเห็นลายเซ็นสุดท้าย ท่านบอกว่าเซ็นแบบนี้ไม่ได้นะ อะไรอยู่ในรูปต้องดีที่สุด ไม่สวยห้ามอยู่เด็ดขาด

“วันนั้นผมกระจ่างเลย นี่คือหัวใจของทั้งหมด” ผู้สร้างสรรค์ภาพดอกไม้สีงามสดถ่ายทอดประสบการณ์ด้วยแววตาวาววับ เรื่องราวพรูพรั่งออกจากปากฉะฉาน แจ่มชัดราวกับเหตุการณ์ของเมื่อวาน ทั้งที่ล่วงมาแล้วถึงสามทศวรรษ

02 “เราทำงานศิลปะนะ เพราะฉะนั้นชุ่ยไม่ได้”

หลังจากฝึกฝนวิทยายุทธ์กับศิลปินชั้นครูไม่นาน พันธุ์ศักดิ์ก็ได้รับทาบทามจาก ชาลี-ชุลิตา อารีย์พิพัฒน์กุล บรรณาธิการนิตยสาร พลอยแกมเพชร ผ่านการแนะนำของอาจารย์จักรพันธุ์ ให้ร่วมเป็นหนึ่งในทีมนักวาดภาพประกอบตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์

พันธุ์ศักดิ์​ จักกะพาก พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานใน Shirley Sherwood Collection
พันธุ์ศักดิ์​ จักกะพาก พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานใน Shirley Sherwood Collection
ภาพประกอบนิยายเรื่อง อุทยานเครื่องเทศ

เรื่องแรกที่ได้รับมอบหมายคือนิยาย อุทยานเครื่องเทศ ผลงานจากปลายปากกาของ กฤษณา อโศกสิน ซึ่งถือว่าเข้ามือจิตรกรฝึกหัดผู้เริ่มต้นเขียนภาพจากพฤกษชาติอย่างเหมาะเหม็ง ก่อนขยับขยายมาสร้างสรรค์ภาพประกอบให้นักเขียนคนอื่นๆ มีตั้งแต่นวนิยายแนวจีนไปจนถึงเรื่องมโนสาเร่เบาอารมณ์

“ช่วงนั้นผมฝึกเขียนจนคล่องแคล่วแล้ว แต่กว่าจะกลับจากบ้านอาจารย์ก็ค่ำ จึงนำดอกไม้ไปเขียนต่อตอนกลางคืนเพราะไฟแรงมาก ปรากฏว่าเอามาให้อาจารย์ดู ท่านก็รู้เลยว่าเขียนกลางคืน และเตือนว่าอย่าทำ เพราะสีที่แท้จริงของดอกไม้มาจากแสงธรรมชาติ 

“แล้วภาพ Still Life แบบนี้ต้องเขียนสดจริงๆ แต่บางรูปผมก็เขียนจากภาพถ่ายเอา เพราะไม่มีของจริง ท่านก็ดูรู้อีก และสอนว่า ถ้าเขียนจากรูปถ่ายมันก็เป็นรูปถ่ายนะ จะแบน ไม่มีระยะ และสีมันไม่จริง อย่าทำเพราะจะสับสนเรื่องสี

“แต่ผมจะนำมาให้อาจารย์ดูก่อนทุกครั้งเสมอ เพื่อฝึกสันดานให้เป็นคนละเอียด”

พันธุ์ศักดิ์เผยเคล็ดวิชาจากประสบการณ์ตรง พลางขันความไม่รู้ประสาของตัวเองในอดีต ก่อนเราแสดงความสงสัยออกไปอย่างโจ่งแจ้งว่า-แล้วตอนนั้นคุณนิยามตัวเองว่าเป็นศิลปินหรือนักวาดภาพประกอบ

“อาจารย์จักรพันธุ์ก็ถามคำถามนี้ตั้งแต่วันแรกที่ทาบทามเหมือนกัน” เขาเฉลยด้วยนำเสียงประหลาดใจ

“ผมตอบไปว่าอยากเป็นศิลปินครับ อาจารย์แนะว่า ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็เป็นเหมือนมีดทั้งสองคมนะ แต่ถ้าตั้งใจจะเป็นศิลปิน แปลว่าเราทำงานศิลปะ เพราะฉะนั้นชุ่ยไม่ได้ ต่อจากนี้ผลงานจะออกไปสู่ประชาชนหมู่มาก ทำอย่างไรออกไปก็จะตราหน้าเราว่าอย่างนั้น ตอนนี้ได้รับโอกาสแล้ว อย่าฮึกเหิมไปนะ”

นี่คือคัมภีร์ชีวิตที่เขายึดถือมาตลอดการเป็นศิลปิน

03 “ไม่ใช่หวงวิชานะ แต่คุณน่ะจะสับสน”

1998 คือเลขปีคริสต์ศักราชอันเป็นจุดหักเหครั้งสำคัญ เมื่อคุณแม่ของเขาเสียชีวิต สบกับนิยายที่เขาเขียนภาพประกอบให้จบลง พันธุ์ศักดิ์จึงถือโอกาสพักงาน ลาไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่ซานฟรานซิสโกกว่า 6 เดือนเต็ม

ขณะเดินเล่นอยู่กลางร้านขายอุปกรณ์ศิลปะ เขาพบว่ามี California Watercolor Association เปิดรับสมัครสมาชิก และจะมีงาน San Francisco Flower Show เกิดขึ้นในเร็ววัน จึงตัดสินใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสมาคมอย่างรวดเร็ว พร้อมใช้สิทธิประโยชน์ของสมาชิกชมรม เขียนภาพดอกไม้ไปวางขายในงาน ปรากฏว่าผลงานชิ้นจิ๋วจากปลายพู่กันนักวาดชาวไทย ซึ่งแปะป้ายราคาค่างวดไว้สูงลิ่วถึง 2,000 เหรียญ กลับขายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ศิลปินคนอื่นๆ ผู้ได้สบประมาทปรามาสเอาไว้แต่ต้นต่างฮือฮาเป็นผึ้งแตกรังหลังรู้เรื่อง

ระหว่างนั้น เขาบังเอิญไปพบบูทของ American Society of Botanical Artist ขณะเดินเตร็ดเตร่ในงานดอกไม้ และใช้เวลาในซุ้มนั้นยาวนานเพียงพอจนตกตะกอนได้ว่า รูปพรรค์นี้ที่เจ้าตัวเพียรเขียนมาตลอดหลายปี ฝรั่งเรียกกันว่า ‘Botanical Art’ ไม่รอช้า เขาคว้าโอกาสทอง ลงเรียนวาดภาพพฤกษศิลป์ขั้นพื้นฐานกับ มิเชล ไมเออร์ (Michele Meyer) ประธานสมาคมขณะนั้นเอาไว้ เพื่อสร้างสัมพันธ์และศึกษาแนวทางการเขียนภาพของคนในอีกหนึ่งมุมโลก

“เป็นคอร์สพื้นฐาน เรียนห้าสัปดาห์แล้วจะได้ผลงานหนึ่งชิ้น แต่อาทิตย์แรกผมเขียนเสร็จไปเลยหนึ่งภาพ มิเชลจึงให้ผมสาธิตวิธีการเขียนโชว์เพื่อน แล้วเขาจะบรรยายคู่กันไป มีคนถามเทคนิคมากมาย แต่ผมไม่ได้วาดและจัดองค์ประกอบก่อนลงสี สวนทางกับคนทั้งโลก ผมจึงสอนใครไม่ได้ ไม่ใช่หวงวิชานะ แต่คุณน่ะจะสับสนเอง” น้ำเสียงเรียบนิ่งสื่อความซื่อตรงแห่งนัยยะได้จนเราเชื่อสนิทใจ

ช่วงเวลานั้น ศิลปินหนุ่มจากเอเชียยังได้รู้จักองค์กรระดับสากล ซึ่งมีบทบาทด้านงานพฤกษศิลป์ในโลกตะวันตกอีกหลายเจ้า โดยเฉพาะ Hunt Institute of Botanical Documentation แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมลลอน (Carnegie Mellon University) ซึ่งจัดนิทรรศการ International Exibition of Botanical Art and Illustration ครั้งที่ 14 เมื่อ ค.ศ. 2013 และได้เชิญเขาให้ส่งผลงานไปจัดแสดงร่วมกับศิลปินนานาชาติอีก 39 คน จาก 10 ประเทศทั่วโลก

แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection
แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection
แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection

04 “But I can tell you one thing; your leaves are the best.’”

พันธุ์ศักดิ์พัฒนาแนวทางของตนให้ชัดเจนขึ้นเมื่อกลับมาตุภูมิ มาวาดภาพประกอบให้นิตยสารดังเดิม แต่เติมลูกเล่นให้สนุกสนานชวนชมยิ่งขึ้น โดยมีหนังสือรวมภาพพฤกษศิลป์ของ ดร.เชอร์ลีย์ เชอร์วูด เป็นต้นเค้า ลับเหลี่ยมคมจนชำนิเชี่ยวชาญ ถึงขั้นอาจารย์จักรพันธุ์เอ่ยปากชมว่า “สีน้ำแบบนี้ไม่คุ้นเลย ทำอย่างไรให้ใบบัวมีนวลได้แบบนี้”

วันหนึ่ง เจ้าของร้านซาลอนชื่อดังประจำโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ผู้ใช้ภาพผลงานพันธุ์ศักดิ์วางประดับหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับในร้าน ติดต่อมาว่ามีคนต้องการพบศิลปินเจ้าของสีสันอันคมคายรายนี้ โดยทิ้งโน้ตไว้ว่า “For Dr. Shirley Sherwood.”  พอได้รู้เรื่องราวเหนือปาฏิหาริย์เช่นนั้นก็ดีใจเป็นลิงโลด รีบรัดนัดหมายและรุดเข้าพบเจ้าของคอลเลกชันโบทานิคัลอาร์ตที่เจ๋งที่สุดในโลก พร้อมขนผลงานตัวเองไปเต็มเหนี่ยวเพื่ออวดโฉม

“พันธุ์ศักดิ์ ฉันขอบอกอะไรอย่าง” คู่สนทนาของเรายังไม่ลืมประโยคที่ ดร.เชอร์วูด พูดกับเขาตั้งแต่แรกพบ

“งานพฤกษศิลป์ชิ้นเยี่ยมจากพฤกษศิลปินชั้นยอดที่ผ่านตาฉันมาทั้งหมด ไม่ใช่แค่หลักพันหรือหลักหมื่นนะ แต่เป็นหลักแสน But I can tell you one thing; your leaves are the best.”

เพราะเคยได้ไปเห็นกระบวนการเก็บรักษาผลงานศิลปะใน The Shirley Sherwood Collection ที่ Kew Gardens มากับตาก่อนหน้า แถมเจ้าของคอลเลกชั่นยังมายืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะถึงบ้านเกิดราวสวรรค์บันดาล เขาจึงยกผลงานในมือให้เธอเป็นผู้เก็บรักษาต้นฉบับจนหมดหน้าตัก

แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection
แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection
แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection
แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection

“คุณค่าของภาพเหล่านี้อยู่ที่อายุของต้นฉบับ ผมจึงอยากให้มันอยู่กับ ดร.เชอร์วูด อธิษฐานขอให้ได้เกิดมาเป็นคนนั่งเฝ้าแกลเลอรี่นี้ เพราะเชื่อว่าชาติหน้า ภาพเหล่านี้ก็ยังอยู่ ขอให้ได้ไปดูรูปตัวเองอีกครั้งก็ดีใจแล้ว” เขาว่าอย่างจริงจังแกมขัน

ปัจจุบัน พันธุ์ศักดิ์คือศิลปินไทยคนเดียวผู้มีผลงานสะสมใน The Shirley Sherwood Collection มากที่สุดในโลกถึง 45 ภาพ ทุกครั้งที่มีการรวบรวมผลงานพฤกษศิลป์ขึ้นเป็นหนังสือภาพ หรือเวียนจัดแสดงในแกลเลอรี่ที่ Kew Gardens หรือต่างประเทศ จึงต้องมีอาร์ตพีซจากนักวาดดอกไม้มากฝีมือผู้นี้ร่วมด้วยในสัดส่วนมากเป็นพิเศษ

แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection

“อย่างในหนังสือ Modern Masterpieces of Botanical Art มีผลงานของผมถึงห้าภาพ จากที่ว่างเพียง 265 ภาพ โดยศิลปิน 144 คน ซึ่งสามในห้าภาพของผมจากหนังสือเล่มนี้ได้รับคัดเลือกมาจัดแสดงนิทรรศการชื่อเดียวกัน และมีศิลปินเพียงสองคนทั่วโลกที่ได้รับเกียรตินี้

“รวมทั้งหนังสือ World Class Botanical Art Book ของ Korea Botanical Art Cooperative ซึ่งพิมพ์จำหน่ายเพื่อระดมทุนเข้าองค์กร ผมเป็นศิลปินของประเทศไทยเพียงผู้เดียวที่ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในสิบสองคน จากสิบสองประเทศ และมีภาพผมถึงเจ็ดชิ้นในเล่ม” ศิลปินตรงข้ามเล่าด้วยน้ำเสียงสุดภาคภูมิ พลางเว้นจังหวะสั้นๆ ขณะต่อเรื่อง ชวนให้ใจระทึกว่าความเก่งกาจของเขาจะไปสุดที่จุดไหน

05 “ชีวิตผมมาจากคนอื่นให้ทั้งนั้น”

“ชีวิตผมมาจากคนอื่นให้ทั้งนั้น” พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก สรุปเส้นทางชีวิตตัวเองในหนึ่งประโยค

“ทั้งคำสอนและความไว้ใจจากอาจารย์ เกียรติยศ รางวัล หรือแม้กระทั่งการได้เจอ ดร.เชอร์วูด เพราะฉะนั้น ถ้ามีโอกาส ผมก็อยากเป็นฝ่ายให้บ้าง”

ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่สมาทานแนวคิดนี้มาตลอดหลายสิบปีที่คร่ำหวอดในวงการศิลปะ ครั้นแต่ยังไม่ได้เป็นบิ๊กเนม โดยการร่วมเป็นส่วนเล็กๆ คอยช่วยเหลือสังคมผ่านความถนัดเฉพาะทางของตน

แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection

“ทางศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคารปัญญา ช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย จะติดต่อมาขอรูปอาจารย์จักรพันธุ์ ไปทำการ์ด สคส. เพื่อระดมทุนเข้าสมาคมเสมอ พอผมเขียนภาพให้ พลอยแกมเพชร ได้ปีแรกๆ อาจารย์ก็เปิดทางให้มูลนิธิฯ นำภาพผมไปใช้ตั้งแต่นั้นมา จนถึงวันนี้ก็สามสิบปีกว่าแล้ว”

แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection

อีกอย่างที่เจ้าตัวภูมิใจมากจนเราจับสังเกตได้ คือการได้ต่อยอดงานศิลปะเป็นปกหนังสือธรรมะ ตั้งแต่หนังสือ เพื่อนนอกเพื่อนใน ของ ชยสาโรภิกขุ (พระธรรมพัชรญาณมุนี) ไปจนถึงพระนิพนธ์ธรรมะในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ทั้งได้แปลงโฉมงานศิลปะเป็นนานาผลิตภัณฑ์ เพื่อจำหน่ายหาเงินเข้ากองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ในวัย 72 โบทานิคอลอาร์ทิสต์ระดับโลกอย่างพันธุ์ศักดิ์ยังคงมานะสร้างสรรค์พฤกษศิลป์ที่รักอยู่เป็นนิตย์ แม้ไม่ได้มีภาพเขียนใหม่ๆ ออกสู่สายตาสาธารณชนบ่อยครั้ง แต่เราเชื่อเหลือเกินว่า จำนวนผลงานจากปลายฝีแปรงเฉียบคมอันมีค่าอนรรฆ ที่เขาได้เพียรแต่งแต้มหมู่พฤกษชาติช่องามบนผืนกระดาษ ตลอดชีวิตซึ่งเปี่ยมประสบการณ์ นั้นสร้างสุนทรียะและคุณค่าให้แก่โลกไปนี้ได้อย่างสมบูรณ์

แนวคิดและประสบการณ์ของพันธุ์ศักดิ์ พฤกษศิลปินไทยคนเดียวที่มีผลงานสะสมใน Shirley Sherwood Collection

5 แนวคิดจากพฤกษศิลปินรุ่นใหญ่ที่อยากส่งต่อให้ศิลปินรุ่นน้อง

ประวัติชีวิตอันแสนสนุกโชกโชนของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ถูกถ่ายทอดผ่านบทสนทนาเพียงไม่นาน ผ่านเศษเสี้ยวงานจิตรกรรมของเขาเพียงไม่กี่ชิ้น แต่เราเห็นอย่างชัดแจ้งถึงกระบวนการเรียนรู้อันเข้มแข็ง วิถีการทำงานอันแน่วแน่ และประสบการณ์ซึ่งหล่อหลอมให้เขาประสบความสำเร็จ เราจึงถอดกฎเหล็ก 5 ข้อ ในการทำงานมาฝาก ดังนี้

01 จงใช้เวลา

“จะทำอะไรให้ดีสักอย่างต้องใช้เวลานะ อย่าไปเสียเวลากับอย่างอื่นเลย”

02 จงเด็ดขาด

“อะไรไม่สวยห้ามอยู่ในรูปเด็ดขาด อะไรที่อยู่ในรูปต้องดีที่สุด” 

03 อย่าชุ่ย

“ถ้าตั้งใจจะเป็นศิลปิน แปลว่าเราทำงานศิลปะ เพราะฉะนั้นชุ่ยไม่ได้ ต่อจากนี้ผลงานจะออกไปสู่ประชาชนหมู่มาก ทำอย่างไรออกไปก็จะตราหน้าเราว่าอย่างนั้น ตอนนี้ได้รับโอกาสแล้ว อย่าฮึกเหิมไปนะ”

04 จงมุ่งมั่น

“อยากเก่งต้องทำเยอะๆ เพราะมันคือคำตอบตายตัวอย่างเดียว แล้วคนเก่งเขาไม่อวดเก่งกัน อวดเก่งเมื่อไหร่ก็ตายเมื่อนั้น”

05 จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด

“วันนี้คือทุนของวันพรุ่งนี้ ถ้าทำวันนี้ดีให้ที่สุด ด้วยประสบการณ์ของเมื่อวานที่ดีที่สุด พรุ่งนี้ก็จะดีที่สุด แล้วต้องทำด้วยความตั้งใจด้วย ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าทำ”

ขอบคุณภาพผลงานจาก พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

ธนกร บินซายัน

ดีไซน์เนอร์ สไตลิสต์ ช่างเย็บผ้าประจำ ช่างภาพบางเวลา เจ้าของแบรนด์ ZAYAN

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

ด้วยคุณสมบัติ ทองเหลืองคือวัสดุอันแข็งกร้าว เป็นโลหะที่ได้ชื่อว่าแกร่งสุดในยุคสำริด

ด้วยการออกแบบ ทองเหลืองกลายเป็นเครื่องเรือนชิ้นงามที่โอนอ่อนพลิ้วไหว แต่ยังซ่อนความมั่นคงไว้ภายใน ผ่านฝีมือ วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design ผู้พลิกคุณสมบัติทางสายตาของวัสดุไปอย่างสิ้นเชิง แปรเปลี่ยนให้เหนือชั้นกว่าฟังก์ชันที่มี

ปัจจุบัน อภิวัฒน์เป็นที่รู้จักในฐานะดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ MASAYA แต่ก่อนหน้านี้ เขาร่วมงานกับบริษัทต่างชาติอย่าง Alexander Lamont, Restrogen ทำงานตกแต่งผนังกับ Zen Forum ให้ Philips Collection ร่วมงานออกแบบกับแบรนด์ไทย ทั้ง Deesawat และ Prempracha รวมถึงกระโดดไปทำงานจิวเวลรี่กับ Nova Collection อีกด้วย

ตลอดเส้นทางดีไซเนอร์ อภิวัฒน์ยังพาผลงานไปอวดโฉมตามเทศกาลงานดีไซน์ทั่วโลก ตั้งแต่งาน Maison&Objet ที่ปารีส Bologna Design Week ประเทศอิตาลี Good Design Exhibition ณ กรุงโตเกียว London Design Festival ในอังกฤษ เป็นต้น กวาดรางวัลทั้งเวทีไทยและเทศมากมาย ชนิดที่ว่าถ้าหากให้ไล่เรียงทั้งหมดคงต้องใช้เนื้อที่อีกหลายบรรทัด

เขาหลอมรวมศิลปะเข้ากับงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างแยบคายและเหนือชั้น ไม่ใช้เพียงทองเหลือง-วัสดุที่เจ้าตัวถนัด วัฒน์ยังจับสเตนเลส เหล็ก ไม้ ไปถึงเซรามิก มาสร้างสรรค์ศิลปะตกแต่งชิ้นงามด้วยแนวคิดเดียวกัน

ต่อไปนี้คือวิธีคิดวิธีทำงาน ที่หลอมรวมตัวตนเข้ากับการสร้างแบรนด์จากนักออกแบบแห่งปีคนนี้

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + ประยุกต์

อภิวัฒน์เติบโตในครอบครัวศิลปินขนานแท้ มีพ่อเป็นครูสอนศิลปะคนแรกในชีวิต จึงไม่น่าประหลาดใจอะไรหากเขาจะมุ่งมั่นเอาดีบนถนนสายนี้อย่างเต็มตัวตั้งแต่เด็ก

หลังจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยช่างศิลป และได้เข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนมาศึกษาด้านประยุกต์ศิลป์ในระดับปริญญาโท ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมแนวคิดสำคัญในการทำงานศิลปะให้แก่เขา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าเป็นศิลปิน การวาดรูปหนึ่งชิ้นเพื่อนำไปวางไว้ที่พิพิธภัณฑ์ อาจจะเพื่อตัวเอง คนจะชอบหรือไม่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง แต่งานมักออกมาจากตัวตน

“แนวคิดของประยุกต์ศิลป์คือการทำงานศิลปะ จะเป็นประติมากรรมหรือภาพพิมพ์ก็ได้ แต่ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า ผลงานชิ้นนี้จะเอาไปไว้ที่ไหนนอกจากมิวเซียม อาจไปประดับสถานที่ใดที่หนึ่ง ฉะนั้น แทนที่เนื้อหาจะออกมาจากตัวเราอย่างเดียว ก็ต้องมีส่วนที่แชร์กันคนละครึ่งกับอาคาร สถานที่ หรือว่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมนั้นๆ”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ช่วงสั้นๆ หลังเรียนจบ บัณฑิตหนุ่มก็ปั้นธุรกิจส่วนตัวขึ้น เป็นแบรนด์ของแต่งบ้านที่ฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ออกมาจากตัวเขาขนานแท้ อภิวัฒน์ได้เก็บเกี่ยวคอนเนกชันและรู้จักผู้คนในแวดวงวิชาชีพอย่างโลดโผนตลอดอายุกิจการ 3 ปี ก่อนจำต้องพับโปรเจกต์ลงเพราะความไม่เจนตลาด

น้ำเสียงคู่สนทนาไม่เผยความผิดหวังที่ต้องเลิกกิจการแรกของตัวเองไปแม้แต่น้อย เพราะมีบริษัทต่างชาติมากมาย ทั้ง Alexander Lamont ผู้มาจ้างวานให้ทำงานตกแต่งผนัง เล่นสนุกกับ Restrogen ประสานมือกับ Zen Forum กรีดแผ่นเหล็กเป็นดอกประการังฟรีฟอร์ม ราวกับกระดาษ

ทั้งหมดส่งให้เขารื่นเริงอยู่กับงานตามแต่เส้นสายสัมพันธ์ของคนรู้จักที่จะพาไปเจอ

ศิลปะ + ตกแต่ง

MASAYA เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นจากธุรกิจทำรูปปั้นสัตว์-พระพุทธรูปหล่อ ส่งออกในชื่อ Asia Collection ต่อมาลูกค้าเริ่มนำแบบเฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบบตะวันตกมาสั่งผลิต จึงค่อยๆ เปลี่ยนสถานะเป็นกึ่งผู้ขายกึ่งโรงงานรับทำตามออเดอร์ ก่อนต่อยอดไปเป็น MASAYA ที่ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะอย่างเต็มตัว 

หลังจากวิ่งเล่นในวงการศิลปะตกแต่งอยู่พักหนึ่ง อภิวัฒน์ก็เข้ามาร่วมงานกับ MASAYA ในฐานะนักออกแบบหลัก ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน ผลงานชิ้นแรกที่สร้างชื่อให้เขาคือ ‘Feather’ งานสเตนเลสเชื่อมมือทีละเส้นที่แสดงความประณีตเหนือชั้นและใช้เวลาทำราว 2 เดือน จนคว้ารางวัล DEmark และ PE Award มาครอง

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ตอนเริ่มออกแบบเป็นงานทองเหลือง แต่เพราะทำกับ MASAYA ปีแรก ยังไม่รู้มือว่าช่างปั้นทำตามแบบได้ไหม การหล่อก็มีปัญหาเยอะ พอออกมาไม่ตรงกับที่ต้องการทีเดียวก็เลยถอดแบบมาเป็นอีกงานหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชื่อมสเตนเลสจากลวดชิ้นเล็กๆ ประมาณสองมิลลิเมตร แล้วค่อยๆ เชื่อมกันแทน

“ช่วงแรกผมต้องทำเป็นต้นแบบไว้ก่อน แล้วถ่ายทอดให้ช่างอีกที แต่พอผ่านมาสองสามปี ก็เริ่มปรับเทคนิคต่างๆ ให้เข้ากันได้แล้ว งานก็ค่อนข้างเป็นอย่างที่หวังไว้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อไป”

จากเดิมตั้งต้นว่าจะทำของตกแต่งขาย เพราะปูนปั้นเหล่านั้นไม่ได้มีฟังก์ชันพิเศษอื่นใดนอกจากเป็นเครื่องประดับชิ้นเขื่อง อภิวัฒน์ค่อยๆ เขียนนิยามสิ่งที่เขาทำขึ้นใหม่ ว่าเป็นศิลปะตกแต่งซึ่งใช้รสนิยมความงามนำฟังก์ชันการใช้งาน โดยมีฐานลูกค้าเก่าของโรงงาน-กลุ่มคนที่อุดหนุนประติมากรรมและงานทองเหลือง ช่วยซัพพอร์ตให้แบรนด์ตั้งไข่ได้ ไม่นานจึงค่อยๆ มีลูกค้าหน้าใหม่เข้าหา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ความต่อเนื่องสำคัญมาก” คู่สนทนาเล่าถึงแนวคิดในการทำงานช่วงนั้น

“มันทำให้คนเห็นภาพว่าแบรนด์นี้ทำงานแบบไหน ส่งผลโยงกันตั้งแต่ชิ้นแรกถึงชิ้นสุดท้าย ครั้งหนึ่งไปออกงาน Maison&Objet ลูกค้าทิ้งนามบัตรไว้แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร พออีกปีเขาถึงกลับมาซื้อสินค้าตัวแรกที่เราไปโชว์ ไม่ได้ซื้อตัวใหม่ด้วย เพราะเวลาศิลปินทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง คนจะเห็นและเชื่อมั่นว่ามันออกมาจากตัวตนจริงๆ งานมีคุณภาพ ไม่ได้ฉาบฉวย”

วัฒน์ อภิวัฒน์ นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + เฟอร์นิเจอร์

เพราะใช้สุนทรียะเป็นเข็มทิศในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ กระบวนการทำงานของวัฒน์จึงมักเริ่มต้นจากการนำองค์ประกอบทางศิลปะเป็นวัตถุดิบหลักแล้วค่อยคิดต่อยอดออกไป แต่ก็ไม่ลืมใส่ฟังก์ชันการใช้งานเข้าไปด้วยทุกครั้ง

“ผมมักรู้สึกว่างานเพนต์ที่มีแค่สีขาวดำนั้นแบน แต่หากเป็นขาว ดำ เทา ก็จะเริ่มมีมิติขึ้นมาบ้างแม้เป็นงานสองมิติ ผมเอาแนวคิดนี้มาใช้กับประติมากรรม ซึ่งเป็นสามมิติอยู่แล้ว แต่จะมีบางส่วนที่คนมองไม่เห็น อาจเพราะธรรมชาติของมนุษย์ จึงไม่ค่อยทำอะไรที่เป็นก้อนมวลมากนัก มีสามสเต็ปเป็นอย่างต่ำ อย่างทองเหลือง ก็ทำให้มีเส้นหนา เส้นกลาง เส้นเล็ก มีบางพื้นผิวที่ถูกแสงส่องเพื่อให้เกิดน้ำหนักและเงา ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างมีเอกภาพ

“ส่วนฟังก์ชันนั้นเป็นเรื่องรอง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีของที่ใช้งานได้ดีมากเกินพอแล้ว เขาไม่ได้เอาไปใช้จริงแน่นอน ผมเลยเน้นองค์ประกอบทางศิลปะ ซึ่งเป็นรูปแบบและเทคนิคเฉพาะของตัวเองมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

อภิวัฒน์ไม่ได้ใส่ฟังก์ชันลงไปเพื่อการใช้งานโดยตรง แต่มันมีหน้าที่เปลี่ยนงานศิลปะซึ่งอาจฟังดูสูงส่งเข้าใจยาก เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่คนทั่วไปรู้จักคุ้นเคย และเป็นกลยุทธ์ลับในการการพาศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน

ดีไซเนอร์คู่สนทนาเผยไต๋ถึงแนวคิดในการทำศิลปะตกแต่งอย่างหมดเปลือก ก่อนเฉลยเทคนิคการเรียกความสนใจให้แบรนด์ผ่านสินค้าชิ้นโบว์แดง ที่แม้แพงจนไม่มีใครเอื้อมถึง แต่จำเป็นต้องมี

“การใช้วัสดุให้แตกต่างจากสามัญสำนึกของคนทั่วไป คือสิ่งที่จะทำให้งานแต่ละชิ้นอิมแพคขึ้น” เขาว่า

“เวลาไปออกงานแฟร์ จำเป็นต้องมีสินค้าที่อิมแพคเพื่อโชว์ศักยภาพโรงงาน อาจไม่มีคนซื้อตัวนั้นก็ได้ แต่ลูกค้าจะมาหยุดคุยกับเราและมองตัวอื่นต่อ ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ เราทำงานเพื่อขายอย่างเดียวไม่ได้ เหมือนเป็นการทำแบรนด์อย่างหนึ่ง หากมีสินค้าไฮไลต์สักชิ้น จะทำให้คนรู้จักเร็วขึ้นและติดตามแบรนด์เราต่อไปในภายหน้าว่าพัฒนาไปอย่างไร ต่อให้เขาไม่ซื้อ ก็อาจมาสั่งโรงงานเราผลิต มีรายได้เข้าอีกทางอยู่ดี” ดีไซเนอร์มากประสบการณ์อธิบายวิธีเรียกร้องความสนใจและสร้างความโดดเด่น เมื่อต้องเข้าไปอยู่ในงานจัดแสดงขนาดใหญ่

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

ศิลปะ + ตัวตน

ปกติ ศิลปินหรือดีไซเนอร์ผู้เล่นกับวัสดุแต่ละคน มักเป็นที่รู้จักอย่างเฉพาะเจาะจง ว่าเชี่ยวชาญแมททีเรียลชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นมีส่วนทำให้ภาพจำเอกลักษณ์ในเชิงออกแบบเลือนรางลงไปไม่น้อย แต่อภิวัฒน์คือดีไซเนอร์ผู้ใช้วัสดุหลากหลาย จับทางยาก เราจึงต้องถามออกไปอย่างโจ่งแจ้งว่าสไตล์และตัวตนของเขาเป็นอย่างไร

“ผมไม่ได้มีสไตล์ เพราะทำหลายอย่างนอกจากทองเหลือง มีเซรามิก เหล็ก ไปจนถึงจิวเวลรี่ ผมว่าต้องให้คนนอกมองเข้ามา จะเห็นว่ามันไม่เกี่ยวกับวัสดุ แต่จะมีบุคลิกบางอย่างที่ผมถ่ายทอดลงไปมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“อาจดูโบราณหน่อย แต่ผมถูกสอนว่าเวลาทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะออกแบบแพตเทิร์นได้สวยแค่ไหน แต่ถ้ามันซ้ำมากๆ มันสวย แต่น่าเบื่อหน่าย ดังนั้น ต้องทำอะไรให้มีความแตกต่างสักสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ความสวยนั้นมีเสน่ห์ ผมจึงใส่ดีเทลเล็กๆ ซ่อนเอาไว้นิดหนึ่ง งานผมจึงมักไม่เสมอกัน ไม่ค่อยเท่ากัน”

วัฒน์โชว์ภาพผลงานชิ้นสำคัญประกอบบทสนทนาเพื่อให้เราเห็นภาพ เป็นคอลเลกชัน Ink ที่เขาทำขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2019 หลังจากเขาเริ่มรู้มือกับช่างในโรงงานแล้ว จึงใส่เทคนิคพิเศษมากมายซึ่งสะท้อนตัวตนของเขาลงไป

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“สังเกตว่างานผมจะไม่มีทองเหลืองสำเร็จรูป เราต้องการโชว์ศักยภาพโรงงานเพื่อให้รู้ว่าถ้าไม่ใช่โรงหล่อก็ทำไม่ได้ ดังนั้น เวลาขึ้นรูปจะมีมิติเป็นเส้นหนาเส้นบางอยู่ด้วยกัน เพื่อให้มองมุมกลับได้ว่า ทำทองเหลืองที่ดูหนักให้เบาได้ยังไง และทำสีพิเศษขึ้นด้วย ตัวนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้เรามีคู่แข่งน้อย มันออกมาสมบูรณ์ตามที่ผมตั้งใจไว้และค่อนข้างเป็นตัวผม

“เริ่มต้นจากเก้าอี้ก็จริง แต่สุดท้ายลูกค้าอยากได้คอนโซล โต๊ะข้าง หรือโต๊ะกินข้าว เราก็ต่อยอดออกมาเรื่อยๆ หลายอย่างก็มาจากลูกค้าแนะนำ” เขาเล่าอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงเปิดเผยว่าเจ้าตัวมีความสุขที่ได้ทำ

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“หรืออย่างชิ้น Peacock ที่ทำให้ Touchable” วัฒน์ชวนเราดูผลงานอีกชิ้น

“แพตเทิร์นไม่ชัดเจน ผมจึงต้องคิดไปทำไป โยนแบบจากกระดาษให้ช่างเลยไม่ได้ ต้องทำแพตเทิร์นต้นแบบให้เขาดูก่อน ดูช่องไฟและอธิบายให้เห็นภาพ งานนี้ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่ปกติ Alexander Lamont ชอบใช้สีน้ำตาล เราจึงต้องเอาไปทำดำก่อน ซึ่งมีคนเชื่อมเป็นน้อยมาก”

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าวัสดุไม่ได้ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ ต้องหาความแตกต่างให้เจอ อาจเป็นความแตกต่างโดยรูปแบบ หรือความแตกต่างในรายละเอียด มันสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ได้” เขาชวนคิด

ศิลปะ + นวัตกรรม

แม้ว่าผลงานชิ้นหนึ่งๆ จะยืนระยะในตลาดได้พักใหญ่ แต่อภิวัฒน์ยังยืนยันว่าต้องหมั่นสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมาให้เป็นที่รับรู้อยู่เสมอ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และพัฒนาการของแบรนด์ ลูกค้าอาจไม่ได้สนใจซื้อหรือเป็นที่ฮือฮาในตลาดเสียทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับไปแน่ๆ คือคำแนะนำซึ่งมีประโยชน์มหาศาล

“กระบวนการมันพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยี แต่เครื่องมือเราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น เพราะฉะนั้น ต้องใส่จินตนาการ คิดตีความใหม่ ใช้ศักยภาพของเครื่องมือนั้นมาทำให้แตกต่าง แม้จะใช้เวลาผลิตนานขึ้น แต่ผมว่าคุ้มค่า

อย่างงาน bark หรือตอไม้พวกนี้ จริงๆ คนทำเยอะแล้ว ทั้งเรซิ่น ทองเหลือง ผมเลยไปเลาะเปลือกไม้เก่า ซึ่งเป็น เท็กเจอร์ที่สวยแล้วออก เอากระดาษลูกฟูกแปะทับทำเป็นแบบหล่อใหม่ ตอไม้นี้ก็จะมีเฉพาะแบรนด์เรา

“บางอย่างที่มีอยู่แล้ว เพียงจัดการอะไรเพิ่มนิดหนึ่ง ก็ทำให้แบรนด์แตกต่างได้ ตอไม้เดิมก็สวย แต่คนจำไม่ได้หรอก ตอไม้แบบนี้ ถ้าคนจะไปหล่อตาม ก็ต้องซื้อของผมไปทำเป็นพิมพ์

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

นวัตกรรม คือสิ่งที่ผู้ผลิตแต่ละเจ้ามีแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่ศักยภาพในการใช้นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์ต่างหาก คือตัวแปรที่จะทำให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดดเด่นขึ้นมาจากผู้เล่นอื่นในเกม

วัฒน์ค่อยๆ ชวนเราทำความรู้จักตัวตนเขาผ่านผลงาน ก่อนดึงเรากลับสู่โลกความจริงว่า ยังมีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งมีผลต่อการทำงานมากๆ คือช่างฝีมือ

“เขาไม่ใช่ช่างปั้นแบบอาร์ทิสต์ แต่เป็นช่างปั้นในโรงงาน แรกๆ ก็พยายามเคี่ยวเข็ญ ตอนหลังถึงรู้ว่าเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่ได้ ต้องค่อยๆ หยอดเข้าไป ผมจะขึ้นรูปทรงเองแล้วให้เขาไปปั้นตาม ขยับให้ยากขึ้นทีละนิดจนตอนนี้เขารับทำหมด ดีไม่ดีอีกเรื่องนะ แต่ไม่ปฏิเสธ อยากลองทำ แต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้คนไปด้วย

“แต่ตอนนี้โรงหล่อทองเหลืองก็ปิดตัวลงไปเยอะแล้ว เพราะวัสดุแพงมากและงานหล่อพระแบบเดิมๆ น้อยลงทุกที ต้องปรับตัวมาทำงานประเภทนี้กัน โรงงานที่ผมทำอยู่ก็อาจจะต้องปิดตัวลงไปสักวันถ้าไม่มีคนสืบทอด” 

หลังนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์บรรยายภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่เขาคลุกคลีด้วยน้ำเสียงห่วงใยเจือเสียดาย เขาก็ทิ้งท้ายด้วยแนวคิดการทำงานข้อสำคัญว่า

“งานแบบนี้ไม่ควรเชื่อมั่นว่าต้องขายได้อย่างเดียว แต่ควรเชื่อมั่นในความชอบก่อน ผมเริ่มต้นจากความอยากเห็นงานตัวเองเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้มองว่างานชิ้นนี้จะขายได้เสียทีเดียว ผมนั่งสเก็ตช์งานทุกวัน ไม่ทิ้งมันเพราะคือความชอบ ถ้าทิ้งไปเพราะไม่ได้เงินแปลว่าไม่ได้ชอบจริง”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

5 คำแนะนำถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นพี่มากประสบการณ์

01 บาลานซ์

“ต้องบาลานซ์งานขายกับงานส่วนตัวที่เราชอบให้ดี บางอย่างจำเป็นต้องทำเพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้า แต่ถ้ามีโอกาสก็ควรแทรกตัวตนของเราเข้าไปในสินค้า ไม่ต้องมาก เพราะบางทีถ้าใส่ตัวตนลงไปมากๆ แล้วอาจยืนระยะอยู่ได้ไม่ยาว”

02 แรงบันดาลใจ

“งานประเภทนี้ ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจ โปรดักต์จะไม่มีพลัง โต๊ะจะเป็นแค่โต๊ะ เป็นเครื่องวางของ ไม่มีพลังงานเข้าไปอยู่ในนั้น ไม่สื่อสารระหว่างคนผลิตกับผู้ใช้งาน เหมือนผลิตจากเครื่องจักรในโรงงาน เพราะฉะนั้น ต้องมีแรงบันดาลใจของคนออกแบบด้วย”

03 จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

“การใส่จิตนาการเข้าไปในชิ้นงานจะทำให้งานแตกต่าง เพราะจินตนาการมาจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า คนคนนั้นอ่านหนังสืออะไรมา จินตนาการทำให้โปรดักต์มีชีวิตอิสระและหลุดออกจากกรอบได้ งานที่หลุดกรอบอาจขายไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช้จินตนาการทำให้หลุดกรอบบ้าง ก็ต่อยอดออกไปไม่ได้จริงๆ”

04 วัสดุ

“ไม่ว่าเป็นวัสดุธรรมชาติหรือโลหะ พอมองจุดแข็งจุดอ่อนออกแล้ว ต้องพลิกกลับอีกทีหนึ่ง อย่าไปใช้วัสดุตรงๆ มองแบบนี้เราจะทำงานแตกต่างจากสามัญสำนึกคนทั่วไป”

05 ความต่อเนื่อง

“งานชิ้นแรกที่ออกมาดี ลูกค้าอาจแค่เฝ้ามอง แต่ถ้าเราทำต่อเนื่องจนมีสไตล์ ลูกค้าจะเห็นตัวตนประสบการณ์ และทักษะของนักออกแบบออกมานอกเหนือจากความสวยงาม ก็เหมือนการเล่าเรื่องที่เราอาจไม่ต้องเขียนเล่าให้เขาฟังโดยตรง แต่เขามองเห็นได้จากงานแต่ละชิ้นจนเกิดความเชื่อมันขึ้นเอง”

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load