ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาทดลองให้ความเป็นเพื่อนกับคนที่คิดว่าจะเป็นเพื่อนได้ แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง เพราะสิ่งที่เขายื่นให้นั้นมักจะถูกเปลี่ยนเป็นอาวุธ ยามเมื่อเขาเผลอหันหลังให้ เขาก็ถูกแทง 

เพียงเปิดหน้าแรก คำโปรยที่คล้ายจะเป็นคำเตือนของหนังสือระดับตำนานก็ปรากฏขึ้นให้เห็น เรากรีดนิ้วไปตามกระดาษเก่าเก็บที่ซีดเซียวแต่ตัวอักษรยังคมชัด ก่อนจะพบหนังสือชื่อเดียวกันอีกสิบกว่าปกวางอัดแน่นอยู่บนชั้น

แน่ล่ะ เราอยู่ที่ ‘ร้านพันธุ์หมาบ้า‘ จะให้มีแค่ปกเดียวก็กระไรอยู่ 

แค่พูดชื่อนี้ขึ้นมา หลายคนคงทราบว่า พันธุ์หมาบ้า กลายเป็นแบรนด์ของนักเขียนระดับตำนาน ชาติ กอบจิตติ ที่ทำสินค้าขายทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค 

ห้องสมุดขนาดเล็กและมุมอ่านหนังสือประหนึ่งคาเฟ่ คือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าเราอยู่สาขา จ.ตรัง 

นี่คือร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวที่ยืนเด่นโดยท้าทายเมืองแห่งการกิน ถึงขนาดที่พี่คนขับรถของเรายังออกปากขอพาไปกินอาหารเช้ารองท้อง เพราะทุกคนรู้ว่าปกติร้านนี้เปิดบ่าย 2 เพียงแต่เรานัด พี่ตุ้ม-อรัญญา ทองโอ ไว้แต่เช้า

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน

หนังสือเกินกว่าครึ่งในร้านเป็นสมบัติของเธอ การตกแต่งร้านและสวนสวย ๆ ก็เป็นฝีมือของเธอ แต่พี่ตุ้มไม่ใช่สถาปนิก นักจัดสวนก็ไม่ใช่ นักออกแบบภายในยิ่งแล้วใหญ่ เธอเป็นเพียงนักบัญชีอิสระที่หลงใหลการอ่านมาตั้งแต่จำความได้ จนมีเพื่อนฝูงเป็นนักกวีมากมาย และได้ชิมลางในแวดวงวรรณกรรมมาบ้าง 

หลังใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ จนอิ่มตัว เธอกลับบ้านเกิดมาพร้อมกับความหวังว่าจะชวนคนตรังมาอ่านหนังสือ

ไม่รู้ทำไม แต่เราดันคุยกันถูกคอ 

“พี่ก็ยังรู้สึกเลยว่า ทำไมเราคุยกับเด็กรุ่นนี้รู้เรื่อง เพื่อน ๆ กันก็ยังบอก เออเว้ย รู้ไหมเวลาฉันทำงาน ฉันเจอคนทั้งหมดกี่วัย พี่มันห่าม ๆ ไง ไม่งั้นเปิดร้านพันธุ์หมาบ้าไม่ได้หรอก”

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาทดลองให้ความเป็นเพื่อนกับคนที่คิดว่าจะเป็นเพื่อนได้ 

คำโปรยอุตส่าห์เตือนไว้อย่างนั้น

แต่การได้มาเยือนที่นี่และพูดคุยกับเจ้าของร้าน ก็เหมือนได้เพื่อนเพิ่มมาอีกคนอย่างช่วยไม่ได้

ครั้งนี้เรามั่นใจว่า คงไม่ล้มเหลว

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน


หนทางของนักอ่าน

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549 

ตอนที่พี่ตุ้มตัดสินใจเปิดร้านพันธุ์หมาบ้าตามคำแนะนำของเพื่อนนักเขียน จากเป็นเพียงลูกค้าคนหนึ่งที่คอยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สาขาจตุจักร และชื่นชอบผลงานของชาติเป็นทุนเดิม

“แปะ (สรรพนามที่พี่ตุ้มใช้เรียกยอดกวีซีไรต์) บอกว่า ไหน ๆ คุณก็อยากให้คนอ่านหนังสือเยอะ ๆ งั้นก็เอาของมาลงเพิ่ม แล้วร้านหนังสือในตรังมีน้อยมาก ไม่ค่อยมีงานวรรณกรรมเท่าไร เราก็โอเค เปิดเป็นห้องสมุดเลย

“เกือบ 20 ปีที่แล้วที่กลับมาจากกรุงเทพฯ อย่างอื่นไม่ได้ขนกลับมา เอามาแต่หนังสืออย่างเดียว” 

พี่ตุ้มชี้ชวนให้เรามองตาม ว่าหนังสือที่ร้านเธอแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง หนึ่ง เอาไว้ยืมอ่าน สอง เอาไว้วางขาย ซึ่งเธอให้ความสำคัญกับฝั่งแรกอยู่พอสมควร อย่างที่บอก เดิมทีเป็นแค่สมบัติส่วนตัว ก่อนเธอจะเปิดพื้นที่ให้ผู้คนมาพูดคุยกันเรื่องหนังสือ ข่าวคราวลอยไปถึงหูเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันจนพากันส่งสมบัติมาให้พี่ตุ้มจำนวนมาก   

แน่นอน การมาของเธอปลุกกระแสการอ่านให้เกิดขึ้นในตรังอยู่ไม่น้อย เพราะความตั้งใจที่มากกว่าแค่การยืมหนังสือ คือการสร้างพันธุ์หมาบ้าให้เป็นพื้นที่ใช้สอยของชุมชน 

“เราบอกตลอดว่า ให้ร้านนี้มันเป็นพื้นที่ของเมืองแล้วกัน ไม่อยากให้คิดว่าเป็นร้านอะไรหรือของใคร” 

โต๊ะกลางร้านขนาดใหญ่ของเธอจึงกลายเป็นพื้นที่ผลัดเปลี่ยนทำกิจกรรมไปโดยปริยาย ทั้งสอนวาดสีน้ำ สเก็ตช์ภาพ เรียนศิลปะ ใครอยากใช้พื้นที่ในร้านทำอย่างอื่นก็ขอเพียงแจ้งเธอมา

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน

“ร้านเราเปิดถึง 4 ทุ่ม เพราะส่วนใหญ่คนมานั่งร้านจะอยากใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับพื้นที่ที่มันดูสบาย ๆ เราไม่ได้เป็นร้านอาหาร ไม่ได้เป็นร้านกาแฟ ไม่ได้เป็นร้านเหล้า คนบ้านเราก็รู้จักกันหมด พอวันร้านตัวเองหยุด ก็ไปนั่งร้านคนอื่น พี่ก็เหมือนกัน”

ทำบัญชีไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วย เปิดเพลง ดริปกาแฟดื่ม นี่คือกิจวัตร

“ดูสูงวัยมาก” พี่ตุ้มหัวเราะ ก่อนจะแวะพูดถึงวัฒนธรรมการอ่านในบ้านเกิดอย่างคนไม่ยอมหมดไฟ

“ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนต่างจังหวัดอยากไปอยู่กรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยน กลายเป็นว่าเด็กรุ่นใหม่กลับมา อะไรหลายอย่างในตรังมันก็เปลี่ยนเยอะ แต่ในความรู้สึกพี่ เรื่องการอ่านยังไม่ได้เปลี่ยนไปไหน

“นั่งนึก แม่ง เราอยู่ในเมืองที่หนังสือหาอ่านยากมาก ที่นี่มันลงหนังสือที่เป็นรายปักษ์รายอะไรไม่ได้ เพราะว่าคนไม่ได้เยอะขนาดนั้น ตรังไม่เหมือนเชียงใหม่ เราต้องขวนขวายอ่านด้วยตัวเอง หอศิลป์ในตรังยังไม่มีเลย ทำไมที่อื่นเขามีกันหมด เรายังขาดอะไรอีกเยอะมาก โดยเฉพาะหนังสือ ศิลปะ ดนตรี กลุ่มก้อนที่ทำงานแบบนี้ก็น้อย มันเลยไม่ค่อยขยับ

“พี่ว่ามันต้องผลักดันมากกว่านี้ เอาแค่ร้านพันธุ์หมาบ้าร้านเดียว ไม่ช่วยให้เด็ก ๆ ขยันอ่านหนังสือมากขึ้นหรอก แต่ก็ต้องทำต่อไป”

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน


ร้านนี้เป็นของทุกคน

“เราออกแบบร้านแบบนักบัญชี” พี่ตุ้มว่า “เอาง่าย ๆ มันเคยเป็นตึกร้างที่ใกล้พังแล้ว ที่เหลืออยู่เนี่ย คือส่วนที่ยังไม่พัง”

คุณจะบอกว่าออกแบบและปรับปรุงทั้งหมดเองเหรอ – เราสวนทันที

“ใช่ เป็นคนชอบทำอะไรบ้าบอ” 

เราไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นแค่นักบัญชี เพราะถึงแม้มันจะดูดิบเถื่อน ด้วยโครงเหล็กและปูนเปลือยเป็นส่วนใหญ่ บรรยากาศภายในร้านก็โล่ง โปร่ง เป็นสัดส่วน ตกแต่งด้วยศิลปะหลากหลายแขนง มีพนักงานต้อนรับเป็นแก๊งแมวเหมียว รับรองว่าสวยมากพอสำหรับชาว Instagrammable 

พี่ตุ้มบอกเคล็ดลับมาอย่างหนึ่งว่า ความสนใจทั้งหมดเกิดจากการอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอง 

“อยากใส่อะไรตรงไหน อยากทำชั้นลอย อยากนู่นนี่นั่น ทำด้วยตัวเอง ไม่มีใครว่าหรอก เพราะว่าเราไม่ใช่สถาปนิก แต่ว่าเป็นคนชอบปลูกต้นไม้มาแต่ไหนแต่ไร เราสะสมพันธุ์ไม้โบราณ เป็นคนชอบแบบนั้น”

ไขความกระจ่างกันไปทีละข้อก่อนไปต่อ 

ชั้นลอยของเธอไม่ใช่ส่วนของร้านที่ขึ้นไปนั่งได้ แต่เป็นบ้านของบรรดา(อดีต)แมวจร ที่บัดนี้นอนทับแขนเราจนเริ่มชา

ส่วนการชื่นชอบต้นไม้ก็ไม่ธรรมดา นอกจากโซนสีเขียวด้านข้างจะสวยประจักษ์ เธอยังเป็นเจ้าของหนังสือ ระเบียงสวน ระเบียงสวย ให้ความรู้เรื่องพันธุ์ไม้อีกด้วย

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

“พี่อาจจะไม่ใช่นักบัญชีแบบเหมือนคนอื่น เราเจอคนเยอะ เจอคนหลายแบบ ความคิดมันก็เปลี่ยน เพราะแต่ละคนมีวิธีคิดต่างกัน เราเลยอยากทำร้านให้เป็นร้านหนังสือของคนทุกวัย

“พี่ชอบมากเวลาเจอเด็ก คือเราไม่มีหนังสือที่เขาอ่านอยู่ ณ ปัจจุบัน เวลาแนะนำหนังสือเก่า มันคือใหม่ของเขาเลย เราบอกว่า หนังสือมันไม่มียุคสมัยนะเว้ย ลองหยิบไปอ่านดูดิ

“ถ้าใครมีเพื่อนอยู่ที่ตรัง มานั่งอ่านหนังสือที่นี่ได้ คุณไปซื้อกาแฟจากร้านข้าง ๆ ไปสั่งชาโกแจ้งมา แล้วก็นั่งดื่มนั่งอ่านหนังสือได้ยาว ๆ เลย มากัน 5 คน 5 มุม ต่างคนต่างหยิบหนังสือของตัวเอง หรืออยากได้ต้นไม้ต้นไหนกลับไปก็บอก” พี่ตุ้มว่าพลางพาเราเดินชมแต่ละโซนภายในร้าน

“โซนโน้นจะมีน้องอีก 2 คนมาเปิดบาร์ตอนค่ำ เราให้ทำเลย แค่ช่วยกันจ่ายค่าไฟ”

นึกเสียดายที่ดันมาแต่เช้า เพราะร้านสไตล์นี้พอพลบค่ำหน่อยคอก็ชักจะแห้ง

“ที่สำคัญ โซนนี้สูบบุหรี่ได้หมด เพราะอะไรรู้เปล่า ยุคพี่มันเป็นยุคที่สูบบุหรี่โคตร ๆ พี่อยากเป็นร้านของคนทุกประเภท ใครอยากทำอะไรก็ได้ทำ” 

ถึงจะพูดพร้อมเสียงหัวเราะ แต่เธอก็พูดคำไหนคำนั้น

มองดูแล้ว จะเรียกซอยนี้ว่าเป็นซอยของคนรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้ ทั้งร้านกาแฟ Slow Bar เปิดใหม่ข้าง ๆ กำแพงโดยรอบที่ถูกจับจองด้วยกราฟฟิตี้อาร์ตจากกลุ่มตรังสตรีทอาร์ต เรื่อยมาจนถึงร้านน้ำชาโกแจ้ง บุคคลที่พี่ตุ้มบอกว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังถนนแห่งศิลปะ 

เปลี่ยนซอยที่มืดมิดปราศจากแสงไฟ ให้สว่างไสวด้วยไฟจากร้านรวงของคนรักงานศิลป์ และการฉายหนังกลางแปลงบนกำแพงของเมืองแห่งการกินนี่แหละ

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย


พันธุ์คนบ้า

เพราะเมืองตรังมีโรงภาพยนตร์เดียวคือเครือ SF Cinema การที่พี่ตุ้มริเริ่มกลุ่มฉายหนังอิสระขึ้นมา จึงได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนล้นหลาม 

“พี่เหมือนอยู่ตรงกลาง เราอยากเป็นตัวเชื่อมต่อคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าเข้าด้วยกัน เราก็รวมน้อง ๆ ที่ชอบดูหนัง แล้วก็ดึงพี่โต ๆ มาช่วยหน่อย มีจอใหญ่ ๆ ฉายโปรเจกเตอร์ มีอุปกรณ์ฉายหนัง ซึ่งคนที่ดูหนังเป็นเด็กรุ่นใหม่เกือบหมดเลย แล้วเขานี่แหละที่เป็นคนคุยเรื่องหนังได้ดีกว่าเรา”

โดย Documentary Club เจ้าของภาพยนตร์ มีเงื่อนไขว่าต้องมีการเสวนา พูดคุยแลกเปลี่ยน ช่วงนี้แหละที่เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างคน 2 วัย 

“เด็ก ๆ เขาคุยกัน เราอึ้งไปเลย ผู้ใหญ่ก็อึ้ง มันวิเคราะห์เจาะลึก มันดึงออกมาได้เป็นฉาก ๆ แล้วอย่างน้อย เขาก็ได้มีกลุ่มเล็ก ๆ ของเขา พี่เป็นคนลงทุนอุปกรณ์ให้หมด แต่เราไม่อยากให้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านมาก เพราะอยากให้เขาทำกันเอง

“เมืองตรังมันเล็กมาก ทุกคนรู้จักกันหมด พันธุ์หมาบ้าทุกคนก็รู้จัก กลุ่มตรังสตรีทอาร์ตมีกันกี่คน ทุกคนก็รู้จัก ซึ่งถ้าจะผลักดันให้มันเป็นงานที่โดดเด่นขึ้นมา ไม่ยากเลย แต่เขาไม่ได้ส่งเสริม 

“น้อง ๆ ทำกันเอง ขอความร่วมมือจากพี่ ๆ พอมีคนหลายเจนฯ มาร่วมกันเนี่ย เขาไม่ได้เข้าใจหรอกว่าคุณทำอะไรกัน แต่บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจ เขาก็พร้อมสนับสนุนเด็ก ๆ 

“เราอยากเชื่อมโยงคนหลายเจนฯ เข้าด้วยกัน แล้วก็ทำในเรื่องเดียวกันให้มีพลังมากขึ้น อะไรทำให้คนมาอ่านหนังสือเยอะขึ้น พี่ก็ทำเท่าที่ได้ แต่เราไม่ใช่คนที่จะไปผลักดันให้ตรังกลายเป็นเมืองแห่งการอ่าน มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย


บทส่งท้าย

แม้พี่ตุ้มจะมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เบื้องหลังทุกเล่มที่เลือกเข้าร้าน ล้วนเป็นเรื่องที่คัดสรรมาแล้วว่าควรค่าแก่การอ่าน

“บ้านเรานะ ถ้าอยากเดินไปหาหนังสือมูราคามิ ไม่มี หาหนังสืออุทิศเหรอ ไม่มี แล้วเราก็ทำเป็นร้านขนาดใหญ่เหมือนแบรนด์ร้านหนังสือทั้งหลายไม่ไหว หนังสือใหม่ก็ไม่มี แต่การ์ตูนกับหนังสือฮาวทูเยอะมาก เราก็เลือกเรื่องที่รู้สึกว่า อยากให้คนที่นี่อ่าน”

ถึงจะไม่ใช่คนที่นี่ แต่เราฟังแล้วก็ขอยืม After the Quake ของมูราคามิใส่กระเป๋ากลับมาอ่านต่อที่บ้านเสียหน่อย 

ส่วนหนังสือที่พี่ตุ้มมักจะแนะนำให้อ่าน ก็เป็นเรื่องที่ทำงานกับความรู้สึกมากพอสมควร นั่นคือ ลักษณ์อาลัย โดย อุทิศ เหมะมูล นักเขียนคนโปรดของเธอ ซึ่งถูกยืมไปในวันที่เราคุยกันอยู่

“พี่ร้องไห้เลย เป็นเรื่องเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในครอบครัวใหญ่ ไม่ได้อ่านหนังสือแล้วรู้สึกอินกับมันขนาดนี้มานานมาก ชอบวิธีการเขียน ชอบการดำเนินเรื่องของเขา มันดูน่าติดตาม พี่นั่งนึกถึงเด็กรุ่นใหม่ว่าเขาอ่านหนังสือแล้วจะรู้สึกอินกับเนื้อหาได้จริง ๆ แบบนี้ไหม”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

เล่มต่อไปคือ คำพิพากษา อีกหนึ่งผลงานระดับตำนานของ ชาติ กอบจิตติ ที่พี่ตุ้มบอกว่าไม่น่าอ่านซ้ำ แต่ก็ควรอ่านสักครั้งในชีวิต เธอพบว่าชอบมันมากกว่า พันธุ์หมาบ้า เสียอีก ด้วยเรื่องราวกระชากอารมณ์ และวิธีการเขียนรันทดหดหู่ สะเทือนใจจนเธอจดจำได้ทุกฉาก

“ตอนนี้หนังสือเป็นการเขียนแบบคำคม เราไม่ได้อยากอ่านแบบนั้นน่ะ เราอยากอ่านแบบที่ต้องให้เราตกตะกอน คุณไม่ต้องมาบอกเรานะ เราต้องคิด ต้องสรุปของเราเองได้ พี่ว่ามันเป็นเสน่ห์ 

“เมื่อก่อน ได้หนังสือเล่มหนึ่งแล้วยืมอ่านกับเพื่อน วนกันจบครบแล้วก็คุยกันว่า มึงอ่านแล้วเป็นไง โอเคไหม หรืออีกคนบอก โอ้โห มึงต้องอ่าน เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ต้องการคำตอบเลย ต้องการความรวดเร็วในการเสพอะไรก็ตาม”

พอจะเข้าใจที่พี่ตุ้มบอกขึ้นมา ถึงแม้คนรุ่นใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในตรังให้ดีขึ้น แต่วัฒนธรรมการอ่านที่ต้องอาศัยการดื่มด่ำและตกตะกอนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนัก 

“พื้นที่การอ่านหนังสือในตรังมันน้อย มันจำกัด มันไม่เหมาะ สังเกตไหม พี่พยายามทำมุมให้คนรู้สึกว่าเข้ามาแล้วสบาย ๆ อยากให้หนังสือเข้าถึงง่าย ไม่ได้ต้องไปเข้าหอสมุด มาร้านหนังสือก็เหมือนมาคาเฟ่ 

“แค่ดึงคนให้รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้ ถือว่าพี่ประสบความสำเร็จแล้ว มีคนเดินเข้าร้านมา จากไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่กลับมาบอกว่าหนูขอยืมเล่มนี้ไปอ่าน นี่คือสิ่งที่พี่ได้จากการเปิดร้านหนังสือกับห้องสมุดเล็ก ๆ”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

เดินชมร้านไป ก็แลกเปลี่ยนหนังสือที่ชื่นชอบกันไป พูดคุยเรื่องต้นไม้บ้าง แวะโพสท่าถ่ายรูปอีกนิดหน่อย บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ก็วิ่งมาหาเพียงเรียกชื่อ ทั้งหมาทั้งแมวล้อมหน้าหลัง บ้างเอกเขนกสบายใจ รับแขกอย่างว่านอนสอนง่าย จนอาจพูดได้ว่า ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านสำหรับคนทุกวัยเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับทุกชีวิตที่ผ่านเข้ามา

“การทำร้านหนังสือมันไม่เลี้ยงชีพหรอก มันเลี้ยงหัวใจ”

บอกลากันแล้ว แต่เสียงของพี่ตุ้มยังกังวานอยู่ในหัว บรรยากาศของวันนั้นก็ยังจำได้ดี

หน้าสุดท้ายของพันธุ์หมาบ้าเล่มนี้ อยู่บนรถยนต์เหมือนกัน เพียงแต่เป็นเราที่กำลังกลับกรุงเทพฯ

รถทั้งคันพลอยหัวเราะกันอีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่ลืมเศร้าลืมกังวล มีแต่ความรื่นรมย์รออยู่เบื้องหน้า รถคันนั้นแล่นลับไปกับถนน ทิ้งเมืองตรังไว้เบื้องหลัง…

พันธุ์หมาบ้า ตรัง

ที่ตั้ง : 99/12 ถนนห้วยยอด ซอย 3 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 14.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1738 2290

Facebook : Phanmaba Trang

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load