19 มิถุนายน 2563
31 K

The Cloud x ไทยประกันชีวิต
แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากพลังเล็กๆ สู่การสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้

วิจัย อัมราลิขิต คือนายกเทศมนตรีแห่งเทศบาลเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ผู้ดำรงตำแหน่งมานานถึง 8 สมัย เขาใช้เวลากว่า 30 ปี เปลี่ยนเมืองเล็กๆ ที่ถูกมองข้าม เพราะไม่ฉูดฉาดตระการตาเหมือนเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในภาคตะวันออก ให้กลายเป็นเมืองที่ได้รับการยอมรับว่าน่าอยู่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เมื่อสภาพแวดล้อมดี คุณภาพชีวิตของคนที่นี่ก็ดีตามไปด้วย

เราขับรถจากกรุงเทพฯ มาพนัสนิคม ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง เมื่อมาถึงได้เดินสำรวจเมืองไปรอบๆ ก็อดคิดว่าตัวเองอยู่ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ ด้วยบ้านเรือนน่ารักกระจุกกระจิกร้อยเรียงกันไว้ด้วยถนนขนาด Human Scale เหมาะกับการเดินของมนุษย์ ไม่ข่มขวัญผู้เดินอย่างถนนสายมหึมาในกรุงเทพฯ ที่รถราแล่นฉิวแถบจะเฉี่ยวคนเดิน

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก
วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

จนถึงปัจจุบัน พนัสนิคมมีรางวัลการันตีความเจ๋งจริงอยู่มากมาย อย่างการได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในระดับอาเซียน รวมถึงเป็นเมืองน่าอยู่อันดับหนึ่งของประเทศในระดับเทศบาล และเป็น 1 ใน 1,000 เมืองระดับโลกที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับว่า รณรงค์พิทักษ์คุณภาพชีวิตและสุขภาพคนเมืองอย่างตั้งอกตั้งใจ

เราจะไปคุยกับ วิจัย อัมราลิขิต ผู้ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวไปเมื่อปีที่แล้ว และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ถึงการบริหารงานอย่างเข้าใจชุมชน ทำให้ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติในพนัสนิคมร่วมมือร่วมใจช่วยกันก่อร่างสร้างเมืองมายาวนานหลายทศวรรษ ภายใต้ความเฉียบคมในการบริหารงานและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของชายคนนี้

01

ภารกิจสร้างเมือง

ผมเป็นคนพนัสนิคมโดยกำเนิด เมื่อสี่สิบปีที่แล้วไปเรียนต่อปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยแอครอน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ชีวิตที่ต่างประเทศอยู่เจ็ดปี ไม่เคยคิดจะอยู่ที่นั่นถาวร รู้ดีว่าสักวันหนึ่งเราจะนำความรู้กลับมาเมืองไทย” 

คุณวิจัยกลับมาใน พ.ศ. 2520 สิ่งแรกที่ทำคือช่วยธุรกิจโรงสีของที่บ้าน “คุณพ่อผมใฝ่ฝันจะทำโรงสีข้าวนึ่งที่อบข้าวให้แห้งโดยไม่ต้องตาก สุดท้ายก็ทำสำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ตอนนั้นโด่งดังมาก มีคนมาดูเทคโนโลยีเยอะแยะ แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจปิดกิจการ เพราะอำเภอพนัสนิคมไม่ใช่แหล่งผลิตข้าว เกษตรกรพอมีแต่ไม่มาก ทำให้ผลผลิตในพื้นที่มีไม่พอที่จะส่งมาเข้ากระบวนการที่โรงานเราได้ ถ้าจะไปซื้อจากแหล่งปลูกข้าวทางอีสานก็ไม่คุ้มต้นทุนการขนส่ง” 

ช่วงเดียวกันนั้น อดีตนายกเทศมนตรีเมืองพนัสนิคม จรวย บริบูรณ์ เมื่อทราบว่าคุณวิจัยกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกาและมีความรู้ด้านวิศวกรรมโยธา จึงชักชวนให้คุณวิจัยลงรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกเทศมนตรีใน พ.ศ. 2523 เพื่อจะได้นำความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยพัฒนาเมืองพนัสนิคม

7 ปีต่อมา คุณวิจัยก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีในวัย 30 ต้นๆ เท่านั้น 

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

“ทีแรกก็กังวลเหมือนกันนะ หน้าที่ของนายกเทศมนตรี พูดง่ายๆ คือการบริหารเมืองทั้งเมือง ผมก็เอาแนวคิดจากการบริหารอุตสาหกรรมที่มีอยู่ในเวลานั้นมาประยุกต์ใช้กับการบริหารเมือง มี Foreman มี Supervisor มาดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือคนงานในแต่ละระดับขั้นเลย แต่กว่าจะจับทางถูกก็ใช้เวลาหลายปีเหมือนกัน 

“ต้องให้เครดิตท่านนายกฯ คนเก่า ท่านเป็นคนมีวิสัยทัศน์มาก คิดดูว่าเมื่อสี่สิบ ห้าสิบปีก่อน ท่านสร้างอะไรหลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้คำนึงถึง เช่น บ่อบำบัดน้ำเสียจากโรงฆ่าสัตว์ก่อนทิ้งน้ำลงสู่ลำคลองสาธารณะ ทำเป็นที่แรกในประเทศไทย

“เมื่อผมมารับช่วงต่อ ด้วยความที่จบมาทางด้านวิศวะและเรียนด้านสิ่งแวดล้อมมาบ้าง ทำให้เข้าใจระบบงานได้อย่างรวดเร็ว เวลามีคนมาดูงานก็อธิบายได้อย่างชัดเจน จากตรงนี้ ทำให้ส่วนกลางรู้ว่าผมมีความรู้ทางด้านนี้ จึงเริ่มชวนผมไปบรรยายเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ที่อื่นๆ ฟัง”

คุณวิจัยเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า จุดเปลี่ยนมันอยู่ที่เวลาไปบรรยายแล้วแนะนำตัวว่ามาจากพนัสนิคม คนจะส่ายหน้าไม่รู้จัก งงกันว่ามันคือที่ไหน 

“ผมค่อนข้างอึดอัดพอสมควร พนัสเนี่ย เป็นอำเภอที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดชลบุรี ณ ตอนนั้นเลยนะ ทำไมไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเลยล่ะ รู้จักกันแต่บางแสน พัทยา ทำให้ผมมุ่งมั่นตั้งใจว่า ในฐานะผู้บริหารเทศบาล จะต้องทำให้คนรู้จักพนัสนิคมให้ได้ เมื่อคนรู้จัก คนก็จะแวะมา สิ่งนี้จะสร้างเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นได้”

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

02

เมืองที่สนใจเรื่องขยะ

“แต่การจะทำให้คนมาเที่ยวได้ เราต้องมีแรงดึงดูดใจให้เขามาเที่ยว และเมื่อเขาประทับใจ เขาก็จะมาซ้ำ สิ่งแรกที่ผมทำคือการทำให้เมืองสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเริ่มจากเรื่องขยะ ผมให้เจ้าหน้าที่สำรวจ พบว่าแต่ละวันเมืองเราสร้างขยะยี่สิบห้าตัน ตอนนั้นเรามีประชากรแค่หนึ่งหมื่นสองพันคน สถิติสากลระบุว่าคนหนึ่งคนจะผลิตขยะเฉลี่ยหนึ่งกิโลกรัมต่อวันเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น ในเทศบาลของเราควรมีขยะไม่เกินสิบสองตันต่อวัน แล้วขยะมาจากไหนตั้งเท่าตัว

“เรามาถึงบางอ้อ เมื่อพบว่าถามบาทวิถี เราจึงจัดตั้งถังขยะไว้ทุกหนึ่งร้อยเมตรให้ชาวบ้านมาทิ้ง ทีมงานเทศบาลก็สบาย แค่ตามเก็บเป็นจุดๆ ไป ถนนในเทศบาลมีความยาวทั้งหมดประมาณยี่สิบหกกิโลเมตร เท่ากับเรามีสองร้อยหกสิบถังทั่วเขตเทศบาล ถังขยะตามท้องถนนเป็นแรงจูงใจให้คนอยากทิ้งขยะ แถมยังเป็นจุดที่คนต่างพื้นที่แอบเอาขยะมาทิ้ง ทำให้ปริมาณขยะแต่ละวันมีมากกว่าที่ควรจะเป็นนับเท่าตัว สร้างค่าใช้จ่ายในการบำบัดถึงปีละสี่ล้านบาท”

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

คุณวิจัยจึงประชุมกับชาวบ้านเพื่อบอกเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และหารือว่าถ้าเอาถังขยะทั้งหมดออก แล้วให้ชาวบ้านแยกขยะใส่ถุงดำ ตั้งไว้หน้าบ้านแทน ทุกคนโอเคไหม ประชามติส่วนใหญ่เห็นด้วย ทุกวันนี้พนัสนิคมมีขยะแค่ 14 ตันต่อเดือน และลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดขยะลงเหลือ 1.5 ล้านบาทต่อปี เหลือเงิน 2.5 ล้านบาทต่อปีที่นำไปพัฒนาชุมชนในด้านอื่นๆ ได้อีก

“หลายปีที่ผ่านมาเรารณรงค์ให้คนเลิกใช้โฟมหีบห่ออาหาร แม่ค้าคนไหนใช้โฟม เราไม่ให้ขายในเขตเทศบาล ต้องแยกขยะด้วยนะ บ้านไหนไม่แยกขยะ รถขยะจะไม่เก็บขยะบ้านนั้น

“แม้เราจะสามารถแก้ไขเรื่องพฤติกรรมการใช้โฟมได้อย่างจริงจัง แต่ก็มีบางปัญหาที่แก้ไขเด็ดขาดไม่ได้ อย่างการใช้ถุงพลาสติก ตอนแรกผมต้องการให้ประชาชนในเทศบาลเปลี่ยนมาใช้ถุงพลาสติกย่อยสลายได้ (Biodegradable Plastic) เพื่อช่วยย่นระยะในการย่อยสลายและลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม จึงประกาศใช้ระยะเวลาหนึ่ง

“จากนั้นสอบถามผลการดำเนินการกับประชาชน ก็พบปัญหาว่าถุงแบบย่อยสลายได้ยืดหยุ่นและทนความร้อนได้น้อยกว่าถุงพลาสติกแบบปกติ เวลาใส่ของร้อนๆ ถุงมักจะรั่ว หรือถ้าใส่ของหนักก็จะขาดทันที เราก็พิจารณาและประนีประนอมในเรื่องนี้”

คุณวิจัยให้ความสำคัญกับการแยกขยะมาก นอกจากรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางในบ้าน และสนับสนุนรถซาเล้งรับซื้อขยะไปรีไซเคิลแล้ว ยังมีการจัดทำโครงการธนาคารขยะ แยกขยะปลายทาง รวมถึงนำขยะย่อยสลายได้มาทำปุ๋ยหมักอย่างจริงจัง เมื่อเป็นเช่นนี้ บ่อทิ้งขยะที่เดิมมีพื้นที่หลายสิบไร่จึงแทบไม่ได้ใช้งาน และเปลี่ยนมาเป็นสวนเกษตรกรรมปลอดสารพิษแทน

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

03

เมืองแห่งสายน้ำที่ใสสะอาด

ที่พนัสนิคม ทุกครัวเรือนมีบ่อดักไขมันจากการอุปโภค บริโภค จากนั้นน้ำเสียจะไหลลงสู่ท่อระบายน้ำเสียที่แยกจากคลองระบายน้ำอย่างเป็นสัดส่วน ไม่ได้ปล่อยให้น้ำฝนและน้ำเสียไหลระบายรวมกันอย่างที่เราเห็นตามคลองในกรุงเทพฯ ท่อระบายน้ำเสียเหล่านี้มีปลายทางอยู่ที่โรงงานบำบัดน้ำเสียแบบ Oxydation Pond ที่นอกเมือง 

“ระบบท่อระบายน้ำเสียเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ยุคคุณจรวย เริ่มแรกแนวท่อถูกวางไว้กลางลำคลอง แต่ปัญหาที่ตามมาคือเราลอกคลองไม่ได้ ฤดูน้ำหลาก บางทีน้ำก็พาตะกอนต่างๆ มาด้วย ทำให้บางทีท่อน้ำเสียที่วางอยู่กลางคลองหลุด ท่อตันกันไปหมด เป็นหน้าที่ผมที่จะต้องแก้ไข สุดท้ายก็ได้ไอเดีย นำท่อน้ำเสียเหล่านั้นมาแขวนไว้กับ Retaining Wall ไม่เสียพื้นที่ ง่ายต่อการซ่อมบำรุง

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

“เมืองของเรามีคลองระบายน้ำสองสายไหลขนาบ นอกจากจัดการเรื่องการปล่อยน้ำเสียลงในลำคลองแล้ว เรากังวลเรื่องดินถล่มและการรุกล้ำพื้นที่คลอง เลยมีการทำ Retaining Wall หรือกำแพงกันดิน ระยะจากต้นถึงสุดเขตคลองระยะสองกิโลเมตรครึ่ง ตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน นับการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะสร้างประโยชน์หลายต่อในเวลาต่อมา” 

คุณวิจัยบอกว่า พนัสนิคมเป็นเมืองเล็ก ถ้าขยะเต็มเมือง น้ำในลำคลองเน่าเสีย คุณภาพชีวิตของผู้คนย่ำแย่แน่นอน และที่นี่ก็ไม่มีพื้นที่พอจะมาซุกซ่อนปัญหาไว้ใต้พรม 

“ทุกวันนี้เรามีโซเชียลมีเดียที่ใครจะพูดอะไรก็ได้ ถ้าการทำงานของเทศบาลส่วนไหนผิดพลาด เราก็ยอมรับผิดและพร้อมที่จะแก้ไข แต่ก็มีเหมือนกันที่บางคนพูดเอามัน ไม่มีเหตุและผล ในกรณีอย่างนี้ ผมจะชี้แจงจนกว่าจะเคลียร์กันทุกฝ่าย ผมไม่กังวลเรื่องคะแนนเสียง เราเอาความถูกต้อง เอาความจริง ประชาชนรู้ว่าเราพยายามผลักดันอะไร และเราทำจริง วัดด้วยผลงานไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู”

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก
วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

04

เมืองเล็กที่เต็มไปด้วยต้นไม้

เมืองเล็กๆ ขนาดไม่ถึง 3 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้มีสนามกีฬาและสวนสาธารณะอยู่ถึง 9 แห่ง มีทั้งสวนขนาดใหญ่และสวนเล็กๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ ที่เท่มากคือสวนแห่งล่าสุดออกแบบตามหลัก Universal Design ที่ทุกคนรวมถึงผู้สูงวัย คนพิการ และเด็กๆ มาใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย มีราวจับและทางลาดตลอดทาง

พนัสนิคมมีจำนวนผู้สูงอายุอยู่ถึง 22 เปอร์เซ็นต์จากประชากรทั้งหมด ถือว่าเยอะมาก เรียกได้ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ที่ต้องไปเยี่ยมเยียนกันเป็นประจำ โปรเจกต์ล่าสุดที่กำลังดำเนินการคือการสร้างศูนย์ Day Care สำหรับผู้สูงอายุ

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก
วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

“ผู้สูงอายุแบ่งเป็นเป็นสี่ประเภท หนึ่ง ผู้สูงอายุติดสังคม คือคนที่ยังสามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกด้วยตัวเอง สอง ผู้สูงอายุภาวะเสี่ยง คือผู้สูงอายุที่ต้องใช้ไม้เท้าและมีคนติดตามอยู่ด้วยตลอด สาม ผู้สูงอายุติดบ้าน คือผู้สูงอายุที่อาจจะยังแข็งแรงในระดับหนึ่ง แต่เสี่ยงต่อการหลงหรืออุบัติเหตุเมื่อออกจากบ้าน และสี่ ผู้สูงอายุติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

“เรามีผู้สูงอายุเยอะ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงเป็นที่มาของศูนย์ Day Care สำหรับดูแล คือผู้สูงอายุภาวะเสี่ยงและผู้สูงอายุติดบ้านให้สามารถออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างปลอดภัย ในขณะเดียวกันเราก็มีทีมแพทย์และอาสาสมัครอาสาสมัครสาธารณสุข ออกเยี่ยมผู้สูงติดเตียงอย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ

“ที่ศูนย์นี้จะมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ ถ้าคุณต้องไปทำงานตอนกลางวัน แต่เป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่อายุมากที่อยู่บ้านตามลำพัง ก็พาพวกท่านมาฝากไว้ที่ศูนย์แห่งนี้ได้ เราจะดูแลให้ เป็นความรับผิดชอบของเทศบาลเลย” 

คุณวิจัยอธิบายต่อว่า “เมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้วตอนที่ผมมารับตำแหน่ง มีต้นไม้รอบเมืองไม่ถึงหนึ่งพันต้น เราเริ่มปลูกต้นไม้ ปลูกไปเรื่อยๆ จนทุกวันนี้มีต้นไม้อยู่มากกว่าสี่พันต้น ทุกต้นได้รับการขึ้นทะเบียนหมด โดยแบ่งเป็นต้นไม้ที่เทศบาลดูแล และต้นไม้ที่ให้แต่ละชุมชนเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ที่ต้นไม้มีป้ายหมายเลขเขียนไว้ชัดเจนว่าต้นไม้ต้นนี้ใครเป็นผู้ดูแล นอกจากจะรู้จำนวนที่ชัดเจนแล้ว เรายังคิดอัตราลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากตัวเลขต้นไม้ได้ด้วย”

คุณวิจัยเล่าว่ากรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมกำลังจะมาใส่คิวอาร์โค้ดกำกับต้นไม้แต่ละต้นด้วย ต่อไปถ้าอยากรู้ว่าต้นไม้นี้คือต้นอะไร ก็สแกนป้ายแล้วข้อมูลจะปรากฏขึ้น วิธีการนี้จะช่วยให้เด็กรุ่นใหม่เข้าถึงและเข้าใจเรื่องความสำคัญของต้นไม้กับพื้นที่สีเขียว

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก
วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

เทศบาลเมืองพนัสนิคมมีนโยบายทำให้เมืองสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เพราะรู้ดีว่าการปล่อยก๊าซชนิดนี้เป็นสาเหตุของโลกร้อน มีการลดการใช้พลังงานที่เป็นรูปธรรม โดยเก็บสถิติการใช้ไฟฟ้า น้ำประปา และน้ำมันเชื้อเพลง โดยเทศบาลยังลงมือทำให้ประชาชนดูเป็นตัวอย่าง ด้วยการเปลี่ยนหลอดไฟนีออนทั้งหมดเป็นหลอดไฟ LED และใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในส่วนที่ทำได้อย่างสัญญาณไฟจราจร

“ที่นี่เราทำงานกันเป็นทีม สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ คุณภาพชีวิต เป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ตั้งแต่เทศบาลไปจนถึงประชาชนที่จะต้องร่วมมือกันสร้างขึ้น”

05

พัฒนาคนได้ ก็พัฒนาเมืองด้วย

เขตเทศบาลเมืองพนัสนิคมประกอบไปด้วย 12 ชุมชนย่อย คุณวิจัยเชื่อมั่นในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เชื่อในเรื่องแนวคิดพัฒนาชุมชนแบบ Bottom Up หมายถึงความต้องการที่แท้จริงมาจากชุมชนและลงมือปฏิบัติด้วยชุมชน 

“วิธีเสริมสร้างความเข้มแข็ง กลมเกลียวให้ชุมชน คือคุณต้องชี้ให้เขาเห็นว่าตัวเขานั้นมีจุดอ่อน จุดแข็ง ศักยภาพและอุปสรรคที่กีดขวางการพัฒนาของเขาคืออะไร ผมใช้ SWOT Analysis มาทำกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชน อบรม ระดมสมอง ให้ความรู้ รับฟัง เอาเขามาเป็นทีม เหมือนสร้างเทศบาลเล็กๆ อยู่ในเทศบาลใหญ่อีกที

“เชื่อไหม ผมจัดงานประเพณีประจำเมืองชื่อ ‘งานบุญกลางบ้านและเผยแพร่เครื่องจักสานพนัสนิคม’ จนถึงปัจจุบันจัดมาต่อเนื่องยี่สิบแปดปีแล้ว เราไม่เคยจ้างคนนอกมาเป็นออแกไนเซอร์เลย เราทำเองกันหมด ในเมืองของเรามีคนอยู่สามเชื้อชาติ คือไทย ลาว และจีน ผมก็เอาวัฒนธรรมและประเพณีทั้งสามเชื้อชาติมารวมกัน จัดเป็นงานนี้ขึ้นมา งานประสบความสำเร็จและคนเยอะมาก จนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาสนับสนุนเรา”

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก
วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

เข้าไปในลานไทยก็จะเจอประเพณีวัฒนธรรมไทย มีการละเล่น เพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง 

เข้าไปในลานลาวก็จะเจอพิธีบายศรีสู่ขวัญ การละเล่นโปงลาง ลำซิ่ง และอะไรต่างๆ เข้าไปปุ๊บได้กลิ่นปลาร้าปั๊บ 

เข้าไปในลานจีน จะมีการปลูกผักสวนครัว มีอุปรากรจีนมาเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม

“อีกงานที่เราจัดคือประเพณีไหว้พระจันทร์ เราจัดมาเป็นปีที่สิบแปดแล้ว เชื่อไหมว่าผมเอาคนไทยกับคนลาวมาตั้งโต๊ะไว้พระจันทร์ได้ แม้จะเป็นวัฒนธรรมจีน เพราะคนทั้งสามเชื้อชาติในเมืองเรามีความสนิทสนมกลมเกลียวและทำงานไปด้วยกัน งานต่างๆ มันเลยยั่งยืน เพราะเราใช้ประชาชนเป็นฐานในการทำงาน ตรงนี้แหละคือสิ่งที่เราประสบความสำเร็จที่สุด

“เมื่อประชาชนทุกคนรู้ว่าเมืองกำลังขับเคลื่อนไปทางไหน และเขารู้ว่าตัวเองอยู่ตรงจุดใด มีหน้าที่รับผิดชอบอะไร เขาจะทำมันอย่างเต็มที่ นี่คือหัวใจของการพัฒนาชุมชน”

วิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีผู้ใช้เวลา 30 ปี เปลี่ยนพนัสนิคมเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ระดับโลก

Writer & Photographer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Larger than Life

แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากพลังเล็กๆ สู่การสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้

20 พฤศจิกายน 2563
12 K

The Cloud X ไทยประกันชีวิต

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตึกสูงกลางเมืองย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในซอยโยธี เป็นโรงเรียนทันตแพทย์เก่าแก่ของไทย ปลุกปั้นทันตแพทย์เก่งๆ ทำงานในสังคมไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517

บรรยากาศโดยรวมในอาคารค่อนข้างแปลกตา ถ้าเทียบกับสถานโรงพยาบาลรัฐอื่นๆ ที่นี่มีความโมเดิร์น ตกแต่งโทนสีขาวสบายตาไม่อึดอัด เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยมาก เพื่อรองรับการทำงานของอาจารย์ การเรียนของเหล่านักศึกษาทันตแพทย์ และรองรับคนไข้ในงานทันตกรรมทุกด้าน

วันนี้เรากดลิฟต์ขึ้นชั้น 9 มายังคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร คุยกับ ผศ. ดร. ทพ.ณัฐดนัย โชติประเสริฐ อาจารย์ผู้ควบคุมคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร โครงการอะไหล่มนุษย์ อะไหล่ชีวิต

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

เพื่อทำความรู้จักกับภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์แห่งเดียวในไทย ที่มีหลักสูตรการทำอวัยวะเทียมอย่างเป็นทางการ (Maxillofacial Prosthesis Service) ทำการรักษาและเติมเต็มอวัยวะให้กับผู้ป่วยที่มีความพิการทางใบหน้าและขากรรไกร เพื่อให้พวกเขาดำเนินชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

คุณหมอณัฐดนัยอธิบายกับเราในเบื้องต้นว่า ผู้ป่วยมีความพิการบริเวณใบหน้าและขากรรไกรมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ 

หนึ่ง คือพิการแต่กำเนิด เช่น ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ หรือเด็กที่มีใบหูพิการ 

และสอง ผู้ป่วยที่พิการหลังกำเนิด ผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกชนิดต่างๆ ผู้ป่วยมะเร็งบนใบหน้า แพทย์ต้องผ่าตัดอวัยวะบางส่วนบนใบหน้าพวกเขาออกไป ทำให้ใบหน้าไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม การรักษาโดยวิธีศัลยกรรมตกแต่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาผู้ป่วยใบหน้าพิการทุกราย คนไข้เหล่านั้นจึงถูกส่งต่อมาให้ทีมแพทย์ที่คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นคนรักษาต่อ

วันนี้เรามาทำความรู้จักศาสตร์วิชาการแพทย์ที่ยังมีคนรู้จักน้อยมากๆ ในบ้านเรา

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

01

เริ่มจากความตั้งใจที่อยากให้คนไข้มีกำลังใจใช้ชีวิต

คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรแห่งนี้เกิดขึ้นได้จากความตั้งใจของ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณทันตแพทย์เบ็ญจพจน์ ยศเนืองนิตย์ อดีตหัวหน้าภาคทันตกรรมประดิษฐ์ ที่อยากช่วยคนไข้ไม่รู้สึกกลัวการใช้ชีวิตในสังคม

ย้อนกลับไปเมื่อราว 40 ปีที่แล้ว คุณหมอเบญจพจน์ได้เดินทางไปศึกษาต่อสาขาประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรที่ประเทศอเมริกา เมื่อกลับมายังประเทศไทย ท่านก็เริ่มรับคนไข้เข้ามารักษา ทำอวัยวะเทียมเพื่อเติมเต็มอวัยวะบนใบหน้า ตอนนั้นยังทำงานภายใต้คลินิกทำฟันปลอม

“คนไข้กลุ่มแรกๆ คือคนไข้กลุ่มมะเร็งใบหน้าที่ต้องตัดโพรงจมูกและตัดขากรรไกรออก หมอก็จะส่งให้ทันตแพทย์มาใส่ฟันปลอม คนไข้ที่ถูกตัดใบหน้าออกไปมาก สมัยก่อนหมอศัลยกรรมตกแต่งเขาก็จะเอาเนื้อส่วนก้นมาแปะ ซึ่งมันก็จะไม่ได้เป็นรูปร่างลักษณะของใบหน้า เป็นก้อนเนื้อมาแปะไว้เฉยๆ ซึ่งถ้าพูดในแง่ของฟังก์ชันก็ใช้งานได้ กลืนน้ำได้ ไม่สำลัก แต่ว่าเรื่องความสวยงามไม่ได้ คนไข้กลุ่มนี้จึงไม่กล้าออกไปข้างนอกหรืออยู่ในสังคม

“อาจารย์หมอเบญจพจน์ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของคนไข้เหล่านี้ เลยพยายามผลักดันงานแบบนี้มากขึ้น สมัยแรกๆ เราทำเฉพาะฟันปลอม คนไข้กลืนไม่ได้ก็มาทำเพดานปากให้เคี้ยวอาหารได้บ้าง ใส่ฟันปลอมได้บ้าง พออาจารย์เบญจพจน์กลับมาจากอเมริกาก็ขยายงานเพิ่มขึ้น เป็นทำใบหูเทียม ใบหน้าเทียม ดวงตาเทียม และทำเบ้าตาเทียม” คุณหมอณัฐดนัยเล่าถึงจุดเริ่มต้นเมื่อหลายสิบปีก่อนให้ฟัง

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล
อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

ศาสตร์การทำอวัยวะเทียมมีมานานแล้วที่ประเทศอังกฤษและอเมริกา มีสาขาอาชีพที่เรียกว่า Anaplastologist เป็นวิชาชีพทางการแพทย์ที่สรรค์สร้างอวัยวะเทียมอย่างสมจริง ผู้ที่จะทำอาชีพนี้ได้ต้องร่ำเรียนเป็นเวลา 4 ปี เมื่อจบออกมาก็ทำงานร่วมกับแพทย์ในโรงพยาบาล แต่ในประเทศไทยยังไม่มีคณะและวิชาชีพนี้อย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่ทำงานได้ใกล้เคียงที่สุดก็คือทันตแพทย์ สาขาทันตกรรมประดิษฐ์ เนื่องจากหมอทันตกรรมประดิษฐ์ต้องทำฟันปลอมหรือทำรากฟันเทียมอยู่แล้ว เป็นงานที่ต้องใช้ความเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์

เมื่อคุณหมอเบญจพจน์รับรักษาคนไข้อยู่ได้สักระยะหนึ่ง จำนวนคนไข้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ เกินกว่าที่กำลังหมอคนเดียวจะจัดการไหว จึงตัดสินใจรับอาจารย์มาเพิ่ม หนึ่งในนั้นคือ รศ. ทพ. หม่อมหลวงธีรธวัช ศรีธวัช ผู้เป็นหัวหน้าโครงการในปัจจุบัน พร้อมเปิดเป็นหลักสูตรแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย สอนนักศึกษาทันตแพทย์ที่สนใจมาเรียนเฉพาะทางด้านนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 

“เราเปิดหลักสูตรครั้งแรกตอน พ.ศ. 2547 แต่ตอนนั้นยังเป็น Advanced Clinic เป็นคลินิกรวมที่หลายแผนกใช้ร่วมกัน ยังไม่มีคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรตามผังโรงพยาบาล เป็นแค่หน่วยประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรเท่านั้น จนงานของเราเป็นที่รับรู้ของสังคมและของหมอจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่ Refer คนไข้มาเยอะ ทางคณะเลยตั้งเป็นคลินิกอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เป็นคลินิกหนึ่งในคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมหาวิทยาลัยอื่นหรือโรงพยาบาลอื่นไม่มีคลินิกนี้

“มันเป็นศาสตร์ที่คนไทยไม่รู้จักเลย แล้วก็มีแพทย์ที่ทำได้น้อย ตอนนี้เราก็มีคุณหมออาสาสมัคร ซึ่งจะเป็นคุณหมอจัดฟัน คุณหมอรักษารากฟัน คุณหมออุดฟัน คุณหมอรักษาโรคเหงือก และคุณหมอตา หมอเหล่านี้เข้ามาช่วยโดยไม่ได้รับเงินสักบาท อันนี้ผมก็ต้องให้คณะทำหนังสือขอบคุณทุกปี” หมอณัฐดนัยเล่า ก่อนขอตัวไปตรวจคนไข้สักพักหนึ่ง

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

02

รักษาร่างกายและรักษาใจ

คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรรับรักษาคนไข้มาแล้วนับหมื่นเคส ทีมแพทย์เจอทั้งเคสง่ายไปจนถึงเคสที่ยากมาก เช่น คุณป้าผู้ป่วยมะเร็งบนใบหน้าที่ต้องผ่านการผ่าตัด จนสูญเสียอวัยวะบนใบหน้าไปเกินครึ่ง

“ผมกับอาจารย์หม่อมดูแลเคสนั้น เป็นเคสใหญ่มากของเรา จนทีมต้องคิดกันหนักเลยว่าจะเริ่มยังไงดี หนึ่งคือจะยึดใบหน้าเขายังไง ใบหน้าเป็นโพรงจนเห็นอวัยวะข้างใน มีการเจาะเต็มไปหมดเลยครับ คนไข้ถ่ายรูปยังไม่มองกล้องเลย ประโยคแรกที่คุยกัน เขาบอกว่าคุณหมอมาช่วยชีวิตเขาทำไม เขาอยากตาย

“พอเราเจอแบบนี้ก็คิดหนักเลยว่าจะช่วยคนไข้อย่างไรดี คนไข้จะกลืนอาหารยังไงเพราะเขาไม่มีเพดานปาก ไม่มีอะไรเลย กว่าจะทำออกมาได้สำเร็จใช้เวลานานเหมือนกัน เราก็พิมพ์แบบใบหน้าเทียมที่เราทำมา มีฟันปลอม มีเพดานปาก มีอวัยวะใบหน้าทั้งหมด 

“อาจารย์หม่อมบอกเราว่า เคสนี้ใหญ่มาก สมัยอยู่อเมริกาก็ไม่เคยเจอ เรารักษาคุณป้าจนลูกสาวสนิทกับพวกผู้ช่วย ลูกสาวบอกว่า ตอนแรกคุณแม่ไม่ยอมไปไหน ไม่ยอมออกจากบ้านเลย ไม่กล้าส่องกระจก ในบ้านห้ามมีอะไรที่จะให้เห็นตัวเอง 

“ปรากฏว่าพอได้ใบหน้าไปแล้ว คุณป้าก็ออกไปไหนมาไหน คุณป้าไปตลาด ไปเที่ยวข้างนอกบ้าน และทุกครั้งที่มาเช็กอุปกรณ์ที่โรงพยาบาล ป้าจะไปสอยมะม่วงมาแจกหมอๆ ลูกสาวก็บอกว่าเขาเห็นความเปลี่ยนไปของคุณแม่เขา คุณแม่เขามีกำลังใจที่จะอยู่มากขึ้น แต่ก็นั่นแหละ ด้วยความที่เป็นมะเร็ง พออยู่ไปอีกประมาณสี่ปี มะเร็งมันกินเข้าไปถึงฐานสมอง แล้วก็ทะลุเข้าไปในสมอง” 

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล
อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

คุณหมอณัฐดนัยเล่าให้เราฟังถึงอีกเคสที่เก็บไว้สอนนักเรียนแพทย์ เป็นคุณลุงคนหนึ่งที่เจ็บปวดจากโรคมะเร็งใบหน้า เข้ามารับการรักษากับทีมคุณหมอตั้งแต่ พ.ศ. 2544

“ค่ารักษาคุณลุงประมาณล้านบาท เพราะต้องใส่จมูกเทียม สร้างเพดานปากขึ้นมาใหม่ และใส่ตัวรากเทียมยาวขึ้นไปยึดถึงกระดูกด้านในใบหน้า โดยปกติรากเทียมจะยึดแค่เหงือกกับกระดูกขากรรไกร แต่เคสนี้กระดูกขากรรไกรไม่เหลือแล้ว เลยต้องไปยึดขึ้นไปถึงกระดูกแถวโหนกแก้ม เป็นเคสที่เรามีหมอจากต่างประเทศมาทำ Life Surgery ที่แผนกศัลยศาสตร์ช่องปาก ทำ VDO Conference ได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ภาคส่วน

“ตอนหลังมะเร็งมันขึ้นตา ก็ต้องผ่าตาออกข้างหนึ่ง เข้ามาทำอวัยวะเพิ่ม ค่ารักษาคุณลุงจริงๆ เป็นล้าน แต่คุณลุงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะที่บ้านยากจน ขอสังคมสงเคราะห์จากทางคณะ ก็เป็นอีกหนึ่งเคสตำนาน คุณลุงออกรายการทีวีด้วย แกบอกว่าแกอยากมาให้ความรู้กับคนที่เจอเรื่องแบบเดียวกัน” คุณหมอเล่าพร้อมเปิดภาพการรักษาบางส่วนให้เราดู

อย่างหนึ่งที่เราเห็นชัด คือที่แห่งนี้เป็นที่รักษาทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยให้ผู้ป่วยรับความกระทบกระเทือนทางจิตใจลดลงหลังจากสูญเสียอวัยวะนั้นไป จนผู้ที่ได้มารับการรักษา ก็อยากถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ แบบนี้กับผู้อื่นในสังคมด้วย

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

03

มุ่งมั่นต่อไปอย่างสุดกำลัง

คุณหมอณัฐดนัยพาเราไปดูอุปกรณ์ทางการแพทย์อันทันสมัยที่คลินิกมี รวมถึงวิธีการรักษาคนไข้จริงๆ ของทีมแพทย์ที่นี่ 

เช้าวันนี้มีคนไข้เข้ามาไม่เยอะนัก พวกเขากำลังนั่งรอคิวบริเวณโถงตรงกลาง อีกด้านหนึ่งเป็นห้องแล็บผลิตอวัยวะเทียม มีเจ้าหน้าที่ช่างทันตกรรมประจำการ คอยทำหน้าที่ผลิตอวัยวะเทียมตามคำสั่งของเหล่าคุณหมอทุกวัน

ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจากที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคม ยิ่งได้รับความพิการบนใบหน้า ก็ทำให้ไม่กล้าออกไปทำงานหรือใช้ชีวิตอีก เหล่าทีมแพทย์ที่คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรจึงมุ่งมั่นรักษาผู้ป่วยอย่างสุดกำลัง 

“ห้าหกปีหลังมานี้บุคลากรเราน้อย ทีมเราก็ทำได้แค่ตั้งรับ อย่างคนไข้ดวงตาเทียมมีคิวอยู่ในสต๊อกหกร้อยกว่าคน เรามีแพลนเปิดคลินิกนอกเวลา ให้คุณหมอนักศึกษาที่เรียนไปกลับมาช่วยทำ จะเริ่มเปิดเดือนหน้าในวันที่ 1 ธันวาคม ส่วนอีกหนึ่งแพลนที่ว่าจะทำ คือเป็นโครงการทำดวงตาเทียมสำเร็จรูป คิดว่าถ้าเราทำเอง ต้นทุนจะถูกลงมากๆ เพราะไม่ต้องไปซื้อจากต่างประเทศเหมือนที่เป็นอยู่

“ผมคุยกับอาจารย์หม่อมมานานแล้วล่ะ หวังอยากให้ทันตแพทย์ดูแลคนไข้กลุ่มนี้ได้ คือบรรจุลงไปในหลักสูตรทันตแพทย์เลย แต่ว่ามันก็ยากถ้าไปปรับหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต ผมก็มองว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าให้หมอที่ไปอยู่ตามโรงพยาบาลชุมชนต่างๆ มาพัฒนาความรู้ ความสามารถ แล้วรักษาคนไข้ในที่นั่นได้เลย เพราะมีคุณหมอที่อยู่ตามชุมชนเจอคนไข้แบบนี้แล้วไม่รู้จะทำยังไง ถ้าเราเอาเข้าไปเป็นนโยบายของกระทรวงได้ เราจะมีหมอที่ทำสิ่งนี้ได้เยอะขึ้น แต่ถ้าบทความนี้ออกไปแล้วมีคุณหมอที่สนใจอยากช่วยคนไข้กลุ่มนี้ ผมยินดีมากครับ”

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load