บนโลกของเรามีคนเกือบ 1 พันล้านคนเข้าไม่ถึงน้ำดื่มสะอาด และเด็กเกือบ 1,000 คนเสียชีวิตไปในแต่ละวันเพราะโรคที่มากับน้ำ (มากกว่าโรคมาลาเรียและเอดส์รวมกันเสียอีก) นอกจากนี้ การเข้าไม่ถึงน้ำสะอาดยังส่งผลกว้างกว่ามิติสุขภาพ อาทิ เด็กๆ ที่ป่วยเพราะการดื่มน้ำไม่สะอาดจะขาดเรียน ขณะที่พ่อแม่ต้องขาดงาน ขาดรายได้

มีคนพยายามแก้ปัญหาใหญ่ระดับโลกด้วยวิธีหลากหลาย หนึ่งในนั้นคืองานออกแบบที่เราชอบจนขอหยิบมาพูดถึงวันนี้ นั่นคือ ‘ผงทำน้ำสะอาด’ ที่มีชื่อว่า P&G™ Purifier of Water เจ้าผลิตภัณฑ์ซองเล็กนี้ไม่ได้มีรูปลักษณ์สวยเก๋ แต่เข้าไปแก้โจทย์ยากได้ถูกจุดจนสร้างอิมแพคในระดับนานาชาติ

ลองฉีกซองดูความช่างคิดที่ซ่อนอยู่ข้างในงานออกแบบชิ้นนี้กัน

สะอาดให้ถูกวิธี

  เมื่อพูดถึงการเข้าถึงน้ำสะอาด หลายคนอาจนึกถึงวิธีอย่างต่อท่อประปา แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับบริบทของหลายพื้นที่ องค์การอนามัยโลกระบุไว้ว่า การจัดการน้ำระดับครัวเรือน (บำบัดและเก็บน้ำไว้ใช้) คือทางแก้ปัญหาที่ดีสำหรับประชากรกลุ่มขาดโอกาสที่สุดก่อนน้ำประปาจะมาถึง

แต่การจะพบทางแก้ปัญหาแท้จริงนั้นไม่ง่าย ใน ค.ศ. 1999 – 2001 บริษัท P&G™ ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลากหลายชนิดได้ร่วมกับ U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ทดลองสร้างที่กรองน้ำราคาถูก ซึ่งดูเป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่เล่น แต่ผลลัพธ์คือที่กรองอุดตันอย่างรวดเร็วเพราะความขุ่นของน้ำสกปรก และกลุ่มผู้หญิงที่เข้าร่วมการทดสอบก็ระบุว่าวิธีนี้ไม่มีประสิทธิภาพ 

ทีม P&G™ และ CDC จัดกิจกรรมร่วมกันต่อมาอีกหลายครั้ง จนกระทั่งพวกเขาตัดสินใจทำการ Reverse Engineering (ย้อนไปแยกแยะต้นทางอย่างละเอียด) กับระบบบำบัดน้ำของเทศบาล แล้วทำให้สารเคมีเหล่านั้นมาอยู่ในรูปแบบผง 

และนี่คือต้นกำเนิดผงทำสะอาด นวัตกรรมที่แก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงน้ำดื่มปลอดภัยที่ถูกต้อง

P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้

เข้าถึงง่าย ไม่ยาก ไม่แพง

ผงทำน้ำสะอาดนี้เล็กพริกขี้หนูอย่างไร

อย่างแรกคือ นอกจากเป็นผงแล้ว ผลิตภัณฑ์ 1 ซองยังมีขนาดแค่ 4 กรัม (มีคนเปรียบเทียบว่าเล็กเท่าซองซอสมะเขือเทศร้านฟาสต์ฟู้ดเท่านั้น) ความกะทัดรัดนี้ทำให้เข้าถึงพื้นที่ซึ่งเกิดภัยพิบัติหรือพื้นที่ทุรกันดาร อันเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้คนขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดได้ง่าย

อย่างที่สอง ผงอัจฉริยะนี้ช่วยให้น้ำสะอาดได้อย่างสะดวก เรียบง่าย โดยทำงานเหมือนแม่เหล็กที่ดูดฝุ่นและสารพิษออกจากน้ำสกปรก ผลิตภัณฑ์ 1 ซองทำให้น้ำสะอาดได้ถึง 10 ลิตร ภายใน 30 นาที ใช้อุปกรณ์แค่ถังน้ำ ช้อน และผ้าสำหรับกรอง 

ขั้นตอนคือ ฉีกผงทำน้ำสะอาดใส่ถังที่มีน้ำเสียอยู่ คน 5 นาทีจนน้ำใส พักทิ้งไว้ 5 นาที แล้วเอาน้ำนั้นมากรองผ่านผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ที่สะอาด รออีก 20 นาทีจนน้ำพร้อมดื่ม แล้วเก็บใส่ภาชนะที่เหมาะสม

อย่างสุดท้าย ผงทำน้ำสะอาดนี้ราคาถูกมาก 1 ซองราคาเพียง 10 เซนต์หรือประมาณ 3 บาทเท่านั้น (เฉลี่ย 1 เซนต์ต่อน้ำ 1 ลิตร) เพราะทางบริษัทขายในราคาทุนหรือ At Cost ช่วยให้คนที่รายได้ไม่สูงสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้

แม้ผงทำน้ำสะอาดนี้จะมีจุดอ่อนอยู่บ้าง เช่น วิธีใช้นั้นจำเป็นต้องมีการฝึกสอน ไม่อย่างนั้นอาจทำผิดได้ แต่ก็พูดได้ว่านี่คือทางแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้
P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้

สะอาดอย่างยั่งยืน

P&G™ นำผงทำน้ำสะอาดนี้ไปอยู่ในส่วนโปรแกรม P&G™ Children’s Safe Drinking Water โดยเปิดโอกาสให้คนนอกบริจาคเงินเพื่อนำผงทำน้ำสะอาดนี้ไปช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย 

เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้ราคาไม่สูง เงินบริจาคเพียง 1 ดอลลาร์ฯ จึงช่วยให้เด็ก 1 คน เข้าถึงน้ำสะอาดได้นานถึง 50 วัน ขณะที่ เงิน 30 ดอลลาร์ฯ ช่วยให้ครอบครัวขนาด 4 คน เข้าถึงน้ำสะอาดตลอดปี 

นอกจากนั้น บริษัทยังเน้นจำหน่ายผงอัจฉริยะนี้ให้องค์กรเพื่อสังคมนานาชาติในราคาต้นทุน Financial Times วิเคราะห์ว่า วิธีการนี้ช่วยให้ผงทำน้ำสะอาดอยู่รอดในตลาด โดยมีเหล่าพาร์ตเนอร์จัดการเรื่องการแจกจ่ายสินค้าให้ฟรี

 ทั้งหมดนี้ช่วยให้งานออกแบบเพื่อแก้ปัญหาน้ำดื่มชิ้นนี้อยู่ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้คนได้ยั่งยืนยาวนาน

P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้
P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้

พลังความสะอาด 

“ฉันมีลูกสี่คนที่มักจะเป็นโรคอุจจาระร่วงเนื่องจากความไม่สะอาดและการดื่มน้ำจากบ่อที่ไม่ได้ทำให้สะอาดเสียก่อน ผงทำน้ำสะอาดนี้ช่วยให้เรามีน้ำสะอาดดื่มกัน” 

ประโยคด้านบนคือเสียงจาก Diarry Yafa คุณแม่วัย 32 ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง Diarry คือหนึ่งในผู้คนมากมายที่ผงทำน้ำสะอาดซองเล็กนี้ช่วยเปลี่ยนชีวิต 

ตั้งแต่ ค.ศ. 2004 งานออกแบบนี้ช่วยเปลี่ยนน้ำเสียเป็นน้ำใสไปแล้วมากกว่า 17 พันล้านลิตร โดยขจัดสิ่งสกปรกและมลพิษ ช่วยให้น้ำสะอาดขนาดเด็กทารกดื่มได้ และกำจัดต้นเหตุโรคอุจจาระร่วง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์

ส่วนในด้านเครือข่าย ตอนนี้ P&G™ ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์มากกว่า 150 ราย นั่นหมายความว่าผลิตภัณฑ์ซองเล็กแต่ผลลัพธ์ทรงพลังนี้ได้ถูกส่งถึงมือเด็กและผู้ใหญ่ที่ต้องการ ปัจจุบัน ผงทำน้ำสะอาดได้รับการแจกจ่ายไปยังมากกว่า 90 ประเทศในทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย

ใน ค.ศ. 2025 นี้ P&G™ ตั้งเป้าหมายว่าจะช่วยให้น้ำสะอาดได้ครบ 25 พันล้านลิตร

เมื่อมองดูงานออกแบบชิ้นเล็กแต่เปี่ยมประสิทธิภาพและเส้นทางที่มันเดินมา เราเชื่อว่าเป้าหมายของพวกเขาไม่ไกลเกินจริง 

P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้

ข้อมูลอ้างอิง

  • www.wvi.org
  • www.pg.com
  • csdw.org
  • www.ft.com

บนโลกของเรามีคนเกือบ 1 พันล้านคนเข้าไม่ถึงน้ำดื่มสะอาด และเด็กเกือบ 1,000 คนเสียชีวิตไปในแต่ละวันเพราะโรคที่มากับน้ำ (มากกว่าโรคมาลาเรียและเอดส์รวมกันเสียอีก) นอกจากนี้ การเข้าไม่ถึงน้ำสะอาดยังส่งผลกว้างกว่ามิติสุขภาพ อาทิ เด็กๆ ที่ป่วยเพราะการดื่มน้ำไม่สะอาดจะขาดเรียน ขณะที่พ่อแม่ต้องขาดงาน ขาดรายได้

มีคนพยายามแก้ปัญหาใหญ่ระดับโลกด้วยวิธีหลากหลาย หนึ่งในนั้นคืองานออกแบบที่เราชอบจนขอหยิบมาพูดถึงวันนี้ นั่นคือ ‘ผงทำน้ำสะอาด’ ที่มีชื่อว่า P&G™ Purifier of Water เจ้าผลิตภัณฑ์ซองเล็กนี้ไม่ได้มีรูปลักษณ์สวยเก๋ แต่เข้าไปแก้โจทย์ยากได้ถูกจุดจนสร้างอิมแพคในระดับนานาชาติ

ลองฉีกซองดูความช่างคิดที่ซ่อนอยู่ข้างในงานออกแบบชิ้นนี้กัน

สะอาดให้ถูกวิธี

  เมื่อพูดถึงการเข้าถึงน้ำสะอาด หลายคนอาจนึกถึงวิธีอย่างต่อท่อประปา แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับบริบทของหลายพื้นที่ องค์การอนามัยโลกระบุไว้ว่า การจัดการน้ำระดับครัวเรือน (บำบัดและเก็บน้ำไว้ใช้) คือทางแก้ปัญหาที่ดีสำหรับประชากรกลุ่มขาดโอกาสที่สุดก่อนน้ำประปาจะมาถึง

แต่การจะพบทางแก้ปัญหาแท้จริงนั้นไม่ง่าย ใน ค.ศ. 1999 – 2001 บริษัท P&G™ ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลากหลายชนิดได้ร่วมกับ U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ทดลองสร้างที่กรองน้ำราคาถูก ซึ่งดูเป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่เล่น แต่ผลลัพธ์คือที่กรองอุดตันอย่างรวดเร็วเพราะความขุ่นของน้ำสกปรก และกลุ่มผู้หญิงที่เข้าร่วมการทดสอบก็ระบุว่าวิธีนี้ไม่มีประสิทธิภาพ 

ทีม P&G™ และ CDC จัดกิจกรรมร่วมกันต่อมาอีกหลายครั้ง จนกระทั่งพวกเขาตัดสินใจทำการ Reverse Engineering (ย้อนไปแยกแยะต้นทางอย่างละเอียด) กับระบบบำบัดน้ำของเทศบาล แล้วทำให้สารเคมีเหล่านั้นมาอยู่ในรูปแบบผง 

และนี่คือต้นกำเนิดผงทำสะอาด นวัตกรรมที่แก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงน้ำดื่มปลอดภัยที่ถูกต้อง

P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้

เข้าถึงง่าย ไม่ยาก ไม่แพง

ผงทำน้ำสะอาดนี้เล็กพริกขี้หนูอย่างไร

อย่างแรกคือ นอกจากเป็นผงแล้ว ผลิตภัณฑ์ 1 ซองยังมีขนาดแค่ 4 กรัม (มีคนเปรียบเทียบว่าเล็กเท่าซองซอสมะเขือเทศร้านฟาสต์ฟู้ดเท่านั้น) ความกะทัดรัดนี้ทำให้เข้าถึงพื้นที่ซึ่งเกิดภัยพิบัติหรือพื้นที่ทุรกันดาร อันเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้คนขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดได้ง่าย

อย่างที่สอง ผงอัจฉริยะนี้ช่วยให้น้ำสะอาดได้อย่างสะดวก เรียบง่าย โดยทำงานเหมือนแม่เหล็กที่ดูดฝุ่นและสารพิษออกจากน้ำสกปรก ผลิตภัณฑ์ 1 ซองทำให้น้ำสะอาดได้ถึง 10 ลิตร ภายใน 30 นาที ใช้อุปกรณ์แค่ถังน้ำ ช้อน และผ้าสำหรับกรอง 

ขั้นตอนคือ ฉีกผงทำน้ำสะอาดใส่ถังที่มีน้ำเสียอยู่ คน 5 นาทีจนน้ำใส พักทิ้งไว้ 5 นาที แล้วเอาน้ำนั้นมากรองผ่านผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ที่สะอาด รออีก 20 นาทีจนน้ำพร้อมดื่ม แล้วเก็บใส่ภาชนะที่เหมาะสม

อย่างสุดท้าย ผงทำน้ำสะอาดนี้ราคาถูกมาก 1 ซองราคาเพียง 10 เซนต์หรือประมาณ 3 บาทเท่านั้น (เฉลี่ย 1 เซนต์ต่อน้ำ 1 ลิตร) เพราะทางบริษัทขายในราคาทุนหรือ At Cost ช่วยให้คนที่รายได้ไม่สูงสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้

แม้ผงทำน้ำสะอาดนี้จะมีจุดอ่อนอยู่บ้าง เช่น วิธีใช้นั้นจำเป็นต้องมีการฝึกสอน ไม่อย่างนั้นอาจทำผิดได้ แต่ก็พูดได้ว่านี่คือทางแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้
P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้

สะอาดอย่างยั่งยืน

P&G™ นำผงทำน้ำสะอาดนี้ไปอยู่ในส่วนโปรแกรม P&G™ Children’s Safe Drinking Water โดยเปิดโอกาสให้คนนอกบริจาคเงินเพื่อนำผงทำน้ำสะอาดนี้ไปช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย 

เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้ราคาไม่สูง เงินบริจาคเพียง 1 ดอลลาร์ฯ จึงช่วยให้เด็ก 1 คน เข้าถึงน้ำสะอาดได้นานถึง 50 วัน ขณะที่ เงิน 30 ดอลลาร์ฯ ช่วยให้ครอบครัวขนาด 4 คน เข้าถึงน้ำสะอาดตลอดปี 

นอกจากนั้น บริษัทยังเน้นจำหน่ายผงอัจฉริยะนี้ให้องค์กรเพื่อสังคมนานาชาติในราคาต้นทุน Financial Times วิเคราะห์ว่า วิธีการนี้ช่วยให้ผงทำน้ำสะอาดอยู่รอดในตลาด โดยมีเหล่าพาร์ตเนอร์จัดการเรื่องการแจกจ่ายสินค้าให้ฟรี

 ทั้งหมดนี้ช่วยให้งานออกแบบเพื่อแก้ปัญหาน้ำดื่มชิ้นนี้อยู่ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้คนได้ยั่งยืนยาวนาน

P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้
P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้

พลังความสะอาด 

“ฉันมีลูกสี่คนที่มักจะเป็นโรคอุจจาระร่วงเนื่องจากความไม่สะอาดและการดื่มน้ำจากบ่อที่ไม่ได้ทำให้สะอาดเสียก่อน ผงทำน้ำสะอาดนี้ช่วยให้เรามีน้ำสะอาดดื่มกัน” 

ประโยคด้านบนคือเสียงจาก Diarry Yafa คุณแม่วัย 32 ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง Diarry คือหนึ่งในผู้คนมากมายที่ผงทำน้ำสะอาดซองเล็กนี้ช่วยเปลี่ยนชีวิต 

ตั้งแต่ ค.ศ. 2004 งานออกแบบนี้ช่วยเปลี่ยนน้ำเสียเป็นน้ำใสไปแล้วมากกว่า 17 พันล้านลิตร โดยขจัดสิ่งสกปรกและมลพิษ ช่วยให้น้ำสะอาดขนาดเด็กทารกดื่มได้ และกำจัดต้นเหตุโรคอุจจาระร่วง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์

ส่วนในด้านเครือข่าย ตอนนี้ P&G™ ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์มากกว่า 150 ราย นั่นหมายความว่าผลิตภัณฑ์ซองเล็กแต่ผลลัพธ์ทรงพลังนี้ได้ถูกส่งถึงมือเด็กและผู้ใหญ่ที่ต้องการ ปัจจุบัน ผงทำน้ำสะอาดได้รับการแจกจ่ายไปยังมากกว่า 90 ประเทศในทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย

ใน ค.ศ. 2025 นี้ P&G™ ตั้งเป้าหมายว่าจะช่วยให้น้ำสะอาดได้ครบ 25 พันล้านลิตร

เมื่อมองดูงานออกแบบชิ้นเล็กแต่เปี่ยมประสิทธิภาพและเส้นทางที่มันเดินมา เราเชื่อว่าเป้าหมายของพวกเขาไม่ไกลเกินจริง 

P&G™ Purifier of Water ผงที่เปลี่ยนน้ำเสียหลายพันล้านลิตรเป็นน้ำใสดื่มได้

ข้อมูลอ้างอิง

  • www.wvi.org
  • www.pg.com
  • csdw.org
  • www.ft.com

Writer

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

ดอกไม้เป็นสิ่งชุบชูใจผู้คนและมักปรากฏตัวในวาระสำคัญของเรา ตั้งแต่พิธีแต่งงานจนถึงพิธีอำลาในงานศพ แต่ขณะเดียวกัน ดอกไม้ก็มีอายุการใช้งานแสนสั้น ดอกไม้บนชั้นในซูเปอร์มาร์เก็ตจะถูกทิ้งลงถังขยะเมื่อถึงวันหมดอายุที่ระบุไว้ เช่นเดียวกับดอกไม้สวยที่บานสะพรั่งอยู่ในอีเวนต์ต่างๆ

เบื้องหลังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้จึงหมายถึงขยะเหลือทิ้งปริมาณมาก และนั่นคือตัวจุดประกายให้นักจัดดอกไม้ที่ชื่อ เออร์ซูลา สโตน (Ursula Stone) ลุกขึ้นมาออกแบบทางแก้ไข

The Flower Bank ร้านดอกไม้ราคาเป็นมิตร ใช้ดอกไม้เหลือทิ้ง และมีเด็กเคยทำผิดเป็นทีมงาน

‘The Flower Bank’ คือคำตอบที่เธอเสนอกับสังคม

และนี่คือเรื่องราวของร้านดอกไม้เล็กๆ ในลอนดอน ที่เริ่มต้นจากความอยากช่วยชีวิตดอกไม้ในถังขยะ ก่อนจะผลิบานเป็น SE (Social Enterprise) ที่ตอบโจทย์สังคมหลายด้านไปพร้อมกัน

The Flower Bank ร้านดอกไม้ราคาเป็นมิตร ใช้ดอกไม้เหลือทิ้ง และมีเด็กเคยทำผิดเป็นทีมงาน

จากเด็กหญิงผู้ชอบดอกไม้ สู่ผู้ช่วยชีวิตดอกไม้ 

หนึ่งในผลงานจัดดอกไม้ช่วงแรกเริ่มของเออร์ซูลา คือช่อดอกไม้สำหรับงานศพของคุณปู่เมื่อเธออายุ 6 ขวบ

แต่แม้จะรักธรรมชาติและชื่นชอบดอกไม้มาแต่วัยเยาว์ เออร์ซูลาก็ห่างหายจากดอกไม้ไปยาวนาน กระทั่งเธอถูกไล่ออกจากงานนักจัดอีเวนต์ เออร์ซูลาจึงย้อนกลับไปหาความชอบดั้งเดิม ใน ค.ศ. 2014 เธอไปลงเรียนจัดดอกไม้ และตกหลุมรักงานสายนี้เต็มหัวใจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ลองไปทำงานจริง เออร์ซูลาก็พบว่ามีงานอีเวนต์ที่ลูกค้าจ่ายเงินค่าดอกไม้ไปถึง 10,000 ปอนด์ แต่ดอกไม้แสนแพงนั้นกลับได้โชว์ความสวยงามเพียงครู่เดียวแล้วก็ถูกโยนลงถังขยะ 

เออร์ซูลาสะท้อนใจกับภาพที่เห็นมาก รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องแสนสิ้นเปลือง เมื่อกลับจากอีเวนต์ เธอจึงคิดหาทางแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง แล้วในเวลาใกล้กัน เธอก็ได้ก้าวเท้าเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต เห็นพนักงานทิ้งดอกไม้สวยๆ ที่ยังสภาพดีแต่หมดอายุลงถัง

The Flower Bank ร้านดอกไม้ราคาเป็นมิตร ใช้ดอกไม้เหลือทิ้ง และมีเด็กเคยทำผิดเป็นทีมงาน
เรื่อง social enterprise ของนักจัดดอกไม้ชาวอังกฤษที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงดอกไม้ ลดขยะ และให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิด

ไอเดียของ The Flower Bank จึงเริ่มก่อตัวขึ้น เออร์ซูลาลงมือเขียนจดหมายไปหาเหล่าซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อขอเก็บดอกไม้เหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์ แล้วในปลาย ค.ศ. 2016 เธอก็ได้รับอนุญาตและได้ดอกไม้ล็อตแรกมาอยู่ในมือ หลังจากนั้น เออร์ซูลาก็เริ่มต้นลงมือต่อลมหายใจให้ดอกไม้ โดยมีที่ทำงานหลักแห่งแรกคือโต๊ะตัวเก่งในห้องครัว

The Flower Bank ของเออร์ซูลารับจัดดอกไม้ในราคาเป็นมิตร สำหรับผู้ที่มีเงินในกระเป๋าไม่มาก ช่วยให้พวกเขาเข้าถึงดอกไม้ในวาระสำคัญอย่างงานแต่งงานและงานศพ เธอยังทำงานกับบ้านพักคนชรา ทั้งจัดดอกไม้ไปให้ และสอนคุณปู่คุณย่าที่นั่นหัดจัดดอกไม้ตามต้องการ รวมถึงทำโปรเจกต์น่ารักอย่าง Flower Bombing หรือการวางช่อดอกไว้ไว้ตามที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนมาพบและรื่นรมย์กับมัน 

ที่ The Flower Bank ดอกไม้ซึ่งเคยถูกโยนลงถังขยะจึงได้รับการต่ออายุ ให้ไปผลิบานอีกครั้งในชีวิตผู้คน

แต่ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะเออร์ซูลาทำให้ The Flower Bank มีพลังขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการให้โอกาสเด็กๆ กลุ่มหนึ่งมาร่วมจัดดอกไม้

ร้านดอกไม้ที่ให้โอกาสเด็กเคยก้าวพลาด

เออร์ซูลามีโอกาสทำงานคลุกคลีกับผู้กระทำผิดที่เป็นเยาวชน จากมุมมองของเธอ การให้เยาวชนเยียวยาความผิด (Reparation) นั้นไม่ควรเน้นการลงโทษ แต่ควรเน้นให้การศึกษาเด็กๆ

“ถ้าคนถูกลงโทษโดยไม่มีการให้โอกาสสำหรับก้าวต่อไปข้างหน้า การลงโทษนั้นก็ไม่ช่วยอะไร” นักจัดดอกไม้แห่ง The Flower Bank กล่าว 

เพราะอย่างนั้น ร้านดอกไม้ของเออร์ซูล่าจึงเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 11 – 18 ที่เคยเดินทางผิดมาเรียนรู้ ช่วยจัดดอกไม้ และได้เกียรติบัตรด้านการจัดดอกไม้เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จในชีวิต

“พวกเขารักงานนี้” เออร์ซูล่าบอก “พวกเขารักการทำงานด้วยมือ และรื่นรมย์กับสีรวมถึงกลิ่นที่ช่วยให้สงบใจ และพวกเราก็คุยกันระหว่างทำงานบ่อยๆ งานนี้เลยเป็นเหมือนการเยียวยาพวกเขาด้วย”

นอกจากเด็กๆ ที่เคยทำผิด เออร์ซูลายังเปิดพื้นที่ชวนผู้คนซึ่งมีปัญหาสุขภาพใจมาร่วมทำงาน

เรื่อง social enterprise ของนักจัดดอกไม้ชาวอังกฤษที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงดอกไม้ ลดขยะ และให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิด
เรื่อง social enterprise ของนักจัดดอกไม้ชาวอังกฤษที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงดอกไม้ ลดขยะ และให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิด

The Flower Bank จึงไม่ใช่เพียงการช่วยชีวิตดอกไม้เหลือทิ้งเพื่อส่งต่อให้คนที่มีงบน้อย แต่ยังเป็นการให้โอกาสผู้คนได้มาทำงานชุบชูใจไปด้วยกัน

และเพราะอย่างนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ใน ค.ศ. 2019 เออร์ซูล่าจะได้หอบดอกไม้จากโต๊ะในห้องครัว มาจัดที่หน้าร้านเล็กๆ ของตัวเอง 

ร้าน The Flower Bank ฉบับเป็นรูปธรรมที่เกิดจากการระดมทุนของชาวลอนดอน

ความฝันที่สังคมช่วยสร้าง 

ที่ลอนดอน ไอเดียการระดมทุนหรือ Crowdfunding เป็นสิ่งที่ผู้คนคุ้นเคยและให้การสนับสนุน เรียกว่าใครอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในชุมชน ก็ช่วยสนับสนุนให้มันได้สร้างจริงขึ้นมา 

ร้านดอกไม้ของเออร์ซูลาเป็นหนึ่งในนั้น เธอเปิดระดมทุนกับ Crowdfund London หรือโปรแกรมระดมทุนเพื่อ Empower ชุมชนที่มี The Mayor of London ดูแล 

โครงการของเออร์ซูลาคือหนึ่งในเรื่องราวที่ชนะใจคน เธอระดมทุนสำเร็จด้วยยอดเงินสนับสนุนถึง 67,890 ปอนด์ เป็นเงินที่ช่วยให้เธอได้ตั้งร้านดอกไม้ประจำชุมชนซึ่งต่อลมหายใจดอกไม้ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ของผู้คน

“ฉันพูดได้เต็มปากแล้วว่าตัวเองเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม” เจ้าของ The Flower Bank บอกไว้

ทุกวันนี้ ร้านเล็กๆ ของเออร์ซูลายังคงเดินหน้าช่วยชีวิตดอกไม้ และใช้พวกมันช่วยเหลือผู้คนต่อไป 

เป็นดอกไม้เล็กๆ ของสังคมที่เสนอทางเลือกในการแก้ปัญหาใหญ่ๆ ไว้อย่างสวยงาม

เรื่อง social enterprise ของนักจัดดอกไม้ชาวอังกฤษที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงดอกไม้ ลดขยะ และให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิด

ข้อมูลอ้างอิง

www.theflowerbank.org.uk/

inews.co.uk/

www.highlivingbarnet.com/

www.spacehive.com/

www.crunchytales.com/

www.london.gov.uk/

ดอกไม้เป็นสิ่งชุบชูใจผู้คนและมักปรากฏตัวในวาระสำคัญของเรา ตั้งแต่พิธีแต่งงานจนถึงพิธีอำลาในงานศพ แต่ขณะเดียวกัน ดอกไม้ก็มีอายุการใช้งานแสนสั้น ดอกไม้บนชั้นในซูเปอร์มาร์เก็ตจะถูกทิ้งลงถังขยะเมื่อถึงวันหมดอายุที่ระบุไว้ เช่นเดียวกับดอกไม้สวยที่บานสะพรั่งอยู่ในอีเวนต์ต่างๆ

เบื้องหลังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้จึงหมายถึงขยะเหลือทิ้งปริมาณมาก และนั่นคือตัวจุดประกายให้นักจัดดอกไม้ที่ชื่อ เออร์ซูลา สโตน (Ursula Stone) ลุกขึ้นมาออกแบบทางแก้ไข

The Flower Bank ร้านดอกไม้ราคาเป็นมิตร ใช้ดอกไม้เหลือทิ้ง และมีเด็กเคยทำผิดเป็นทีมงาน

‘The Flower Bank’ คือคำตอบที่เธอเสนอกับสังคม

และนี่คือเรื่องราวของร้านดอกไม้เล็กๆ ในลอนดอน ที่เริ่มต้นจากความอยากช่วยชีวิตดอกไม้ในถังขยะ ก่อนจะผลิบานเป็น SE (Social Enterprise) ที่ตอบโจทย์สังคมหลายด้านไปพร้อมกัน

The Flower Bank ร้านดอกไม้ราคาเป็นมิตร ใช้ดอกไม้เหลือทิ้ง และมีเด็กเคยทำผิดเป็นทีมงาน

จากเด็กหญิงผู้ชอบดอกไม้ สู่ผู้ช่วยชีวิตดอกไม้ 

หนึ่งในผลงานจัดดอกไม้ช่วงแรกเริ่มของเออร์ซูลา คือช่อดอกไม้สำหรับงานศพของคุณปู่เมื่อเธออายุ 6 ขวบ

แต่แม้จะรักธรรมชาติและชื่นชอบดอกไม้มาแต่วัยเยาว์ เออร์ซูลาก็ห่างหายจากดอกไม้ไปยาวนาน กระทั่งเธอถูกไล่ออกจากงานนักจัดอีเวนต์ เออร์ซูลาจึงย้อนกลับไปหาความชอบดั้งเดิม ใน ค.ศ. 2014 เธอไปลงเรียนจัดดอกไม้ และตกหลุมรักงานสายนี้เต็มหัวใจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ลองไปทำงานจริง เออร์ซูลาก็พบว่ามีงานอีเวนต์ที่ลูกค้าจ่ายเงินค่าดอกไม้ไปถึง 10,000 ปอนด์ แต่ดอกไม้แสนแพงนั้นกลับได้โชว์ความสวยงามเพียงครู่เดียวแล้วก็ถูกโยนลงถังขยะ 

เออร์ซูลาสะท้อนใจกับภาพที่เห็นมาก รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องแสนสิ้นเปลือง เมื่อกลับจากอีเวนต์ เธอจึงคิดหาทางแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง แล้วในเวลาใกล้กัน เธอก็ได้ก้าวเท้าเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต เห็นพนักงานทิ้งดอกไม้สวยๆ ที่ยังสภาพดีแต่หมดอายุลงถัง

The Flower Bank ร้านดอกไม้ราคาเป็นมิตร ใช้ดอกไม้เหลือทิ้ง และมีเด็กเคยทำผิดเป็นทีมงาน
เรื่อง social enterprise ของนักจัดดอกไม้ชาวอังกฤษที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงดอกไม้ ลดขยะ และให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิด

ไอเดียของ The Flower Bank จึงเริ่มก่อตัวขึ้น เออร์ซูลาลงมือเขียนจดหมายไปหาเหล่าซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อขอเก็บดอกไม้เหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์ แล้วในปลาย ค.ศ. 2016 เธอก็ได้รับอนุญาตและได้ดอกไม้ล็อตแรกมาอยู่ในมือ หลังจากนั้น เออร์ซูลาก็เริ่มต้นลงมือต่อลมหายใจให้ดอกไม้ โดยมีที่ทำงานหลักแห่งแรกคือโต๊ะตัวเก่งในห้องครัว

The Flower Bank ของเออร์ซูลารับจัดดอกไม้ในราคาเป็นมิตร สำหรับผู้ที่มีเงินในกระเป๋าไม่มาก ช่วยให้พวกเขาเข้าถึงดอกไม้ในวาระสำคัญอย่างงานแต่งงานและงานศพ เธอยังทำงานกับบ้านพักคนชรา ทั้งจัดดอกไม้ไปให้ และสอนคุณปู่คุณย่าที่นั่นหัดจัดดอกไม้ตามต้องการ รวมถึงทำโปรเจกต์น่ารักอย่าง Flower Bombing หรือการวางช่อดอกไว้ไว้ตามที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนมาพบและรื่นรมย์กับมัน 

ที่ The Flower Bank ดอกไม้ซึ่งเคยถูกโยนลงถังขยะจึงได้รับการต่ออายุ ให้ไปผลิบานอีกครั้งในชีวิตผู้คน

แต่ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะเออร์ซูลาทำให้ The Flower Bank มีพลังขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการให้โอกาสเด็กๆ กลุ่มหนึ่งมาร่วมจัดดอกไม้

ร้านดอกไม้ที่ให้โอกาสเด็กเคยก้าวพลาด

เออร์ซูลามีโอกาสทำงานคลุกคลีกับผู้กระทำผิดที่เป็นเยาวชน จากมุมมองของเธอ การให้เยาวชนเยียวยาความผิด (Reparation) นั้นไม่ควรเน้นการลงโทษ แต่ควรเน้นให้การศึกษาเด็กๆ

“ถ้าคนถูกลงโทษโดยไม่มีการให้โอกาสสำหรับก้าวต่อไปข้างหน้า การลงโทษนั้นก็ไม่ช่วยอะไร” นักจัดดอกไม้แห่ง The Flower Bank กล่าว 

เพราะอย่างนั้น ร้านดอกไม้ของเออร์ซูล่าจึงเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 11 – 18 ที่เคยเดินทางผิดมาเรียนรู้ ช่วยจัดดอกไม้ และได้เกียรติบัตรด้านการจัดดอกไม้เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จในชีวิต

“พวกเขารักงานนี้” เออร์ซูล่าบอก “พวกเขารักการทำงานด้วยมือ และรื่นรมย์กับสีรวมถึงกลิ่นที่ช่วยให้สงบใจ และพวกเราก็คุยกันระหว่างทำงานบ่อยๆ งานนี้เลยเป็นเหมือนการเยียวยาพวกเขาด้วย”

นอกจากเด็กๆ ที่เคยทำผิด เออร์ซูลายังเปิดพื้นที่ชวนผู้คนซึ่งมีปัญหาสุขภาพใจมาร่วมทำงาน

เรื่อง social enterprise ของนักจัดดอกไม้ชาวอังกฤษที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงดอกไม้ ลดขยะ และให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิด
เรื่อง social enterprise ของนักจัดดอกไม้ชาวอังกฤษที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงดอกไม้ ลดขยะ และให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิด

The Flower Bank จึงไม่ใช่เพียงการช่วยชีวิตดอกไม้เหลือทิ้งเพื่อส่งต่อให้คนที่มีงบน้อย แต่ยังเป็นการให้โอกาสผู้คนได้มาทำงานชุบชูใจไปด้วยกัน

และเพราะอย่างนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ใน ค.ศ. 2019 เออร์ซูล่าจะได้หอบดอกไม้จากโต๊ะในห้องครัว มาจัดที่หน้าร้านเล็กๆ ของตัวเอง 

ร้าน The Flower Bank ฉบับเป็นรูปธรรมที่เกิดจากการระดมทุนของชาวลอนดอน

ความฝันที่สังคมช่วยสร้าง 

ที่ลอนดอน ไอเดียการระดมทุนหรือ Crowdfunding เป็นสิ่งที่ผู้คนคุ้นเคยและให้การสนับสนุน เรียกว่าใครอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในชุมชน ก็ช่วยสนับสนุนให้มันได้สร้างจริงขึ้นมา 

ร้านดอกไม้ของเออร์ซูลาเป็นหนึ่งในนั้น เธอเปิดระดมทุนกับ Crowdfund London หรือโปรแกรมระดมทุนเพื่อ Empower ชุมชนที่มี The Mayor of London ดูแล 

โครงการของเออร์ซูลาคือหนึ่งในเรื่องราวที่ชนะใจคน เธอระดมทุนสำเร็จด้วยยอดเงินสนับสนุนถึง 67,890 ปอนด์ เป็นเงินที่ช่วยให้เธอได้ตั้งร้านดอกไม้ประจำชุมชนซึ่งต่อลมหายใจดอกไม้ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ของผู้คน

“ฉันพูดได้เต็มปากแล้วว่าตัวเองเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม” เจ้าของ The Flower Bank บอกไว้

ทุกวันนี้ ร้านเล็กๆ ของเออร์ซูลายังคงเดินหน้าช่วยชีวิตดอกไม้ และใช้พวกมันช่วยเหลือผู้คนต่อไป 

เป็นดอกไม้เล็กๆ ของสังคมที่เสนอทางเลือกในการแก้ปัญหาใหญ่ๆ ไว้อย่างสวยงาม

เรื่อง social enterprise ของนักจัดดอกไม้ชาวอังกฤษที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงดอกไม้ ลดขยะ และให้โอกาสเด็กผู้กระทำผิด

ข้อมูลอ้างอิง

www.theflowerbank.org.uk/

inews.co.uk/

www.highlivingbarnet.com/

www.spacehive.com/

www.crunchytales.com/

www.london.gov.uk/

Writer

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load