หันซ้ายแลขวา เห็นคนใกล้ตัวต่างก็มีสัตว์เลี้ยงข้างกายกันทั้งนั้น เป็นเทรนด์ก็ว่าใช่ เพราะบางคู่ที่ไม่อยากมีลูก ก็เปลี่ยนมาเลี้ยงเจ้าหมาสี่ขา แล้วยกให้เป็นโซ่ทองคล้องใจแทน หลายคนอยู่บ้าน Work from Home มาแรมปีก็เปลี่ยวเหงา เลยรับแมวตัวจ้อย กระต่ายตัวจิ๊ดมาอยู่ด้วย ส่วนบางคนต่อให้อยากเลี้ยงใจจะขาด แต่ที่อยู่ดันไม่เอื้ออำนวยก็มี 

คอลัมน์หมู่บ้านเข้าใจปัญหานี้ เลยอาสาหาทางออกให้ พาไปเปิดที่อยู่อาศัยเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมที่ยอมให้เพื่อนแสนรักไปอยู่ได้เท่านั้น แต่ที่นี่เรียกได้ว่าออกแบบทุกชิ้นส่วน ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่เข้าประตูจนถึงเข้านอน ให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้รับความสะดวกสบาย รวมถึงคำนึงถึงหลักสุขอนามัย ซึ่งผ่านการวิจัยและคิดมาอย่างดีในทุกรายละเอียด เพื่อการใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คิดดูเถอะว่าขนาดคนไม่มีสัตว์เลี้ยงแบบเราแอบไปทำความรู้จักมา ยังอยากย้ายเข้าไปอยู่ แล้วหาเพื่อนสี่ขารู้ใจสักตัวไปอยู่เป็นเพื่อนเลยล่ะ 

ถ้าพร้อมแล้ว เราขอพาคุณไปทำความรู้จักโครงการ Whizdom The Forestias โดย MQDC กันได้เลย

เมืองแห่งสัตว์เลี้ยง

ใครที่เป็นสายการ์ตูนแล้วจินตนาการอยากให้มีโลกของเหล่าสัตว์เลี้ยงแบบใน The Secret Life of Pets ที่เหล่าทาสและเจ้านายหลากหลายได้มาอยู่ร่วมกันที่ตึก Petopia ใน Whizdom The Forestias คือโครงการที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโครงการที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ขนาด 398 ไร่ของ ‘The Forestias’ หรือเมืองขนาดย่อมที่รวมเอาผืนป่าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นโปรเจกต์ยักษ์น่าจับตา ล่าสุด Whizdom The Forestias เป็นอีกหนึ่งโครงการน้องใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยคอนเซปต์บ้านแนวตั้งเน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นคอนโดมิเนียม High Rise ในชื่อ Petopia ขนาด 43 ชั้นท่ามกลางป่า 30 ไร่ ที่พร้อมพาพลพรรคคนรักสัตว์และเหล่าสัตว์เลี้ยงให้มาอยู่ร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ให้การใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ ที่อยากดูแลสัตว์เลี้ยงข้างกายให้มีชีวิตที่ดีด้วยเช่นกัน 

แถมความพิเศษของอาคารเพื่อเหล่าสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ ไม่เหมือนกับคอนโดมิเนียมทั่วไปที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ เพราะพวกเขายังค้นคว้า ทำวิจัยกันแบบจริงจัง และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เพื่อออกแบบอาคารนี้ให้ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในทุกด้าน นับว่าเป็นแห่งแรกๆ เลยที่เราเห็นว่าดีไซน์กันทุกฟังก์ชันอย่างแท้จริง

เจ้าของไม่อยู่ เจ้านายร่าเริง

เริ่มกันตั้งแต่เดินเข้ามายังด้านในตัวอาคาร เราจะได้พบประตูแบบ Double Gate เป็นด่านแรกที่ Main Lobby ซึ่งกั้นไว้ถึง 2 ชั้น เพื่อไม่ให้น้องๆ วิ่งเตลิดออกไปได้ พร้อมที่นั่งพักข้างๆ เจ้าของ ขณะที่เรากำลังนั่งเม้าหรือพักผ่อน

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ที่สำคัญ ทุกสถานที่และส่วนกลางในตึก Petopia สามารถจูงน้องๆ เข้านอกออกในได้เกือบทั้งหมด ส่วนสวนบนดาดฟ้า ก็ปลูกพืชพันธุ์ปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงเดินชมวิวไปและกินไปได้ มีเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Pet play ground ลานให้สุนัขได้ออกกำลังกาย วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ระหว่างเจ้าของนั่งทำงานหรือพักผ่อน พร้อมเครื่องกดอาหารอัตโนมัติ จนถึง Relaxation Room และ Co-living Room ส่วนทำงานพร้อมพื้นที่ให้น้องแมววิ่งเล่น ที่ตั้งใจแยกฝั่งสำหรับน้องหมาและน้องแมวก็เพื่อป้องกันอันตรายหากน้องๆ ต้องเผชิญหน้ากัน ทางโครงการร่วมมือกับทาง Petology ผู้นำด้าน Pet Technology ในการออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร
Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

เพราะคิดถึงสุขอนามัยของทั้งคนและสัตว์ โครงการยังจัดห้องซักล้างที่มีเครื่องซักผ้า แยกสำหรับของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะให้ด้วย และเรายังผูกสายจูงหรืออุ้มน้องๆ ที่รักขึ้นลิฟต์ได้เลยและด้านในมีระบบไอออนที่ช่วยฆ่าเชื้อ เรียกได้ว่าปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริงๆ

และถ้าวันใดเจ้าของเกิดไม่ว่างดูแลพวกเขา ในอนาคตก็จะมี Pet Day Care รับฝากเลี้ยงน้องเมื่อเจ้าของไม่อยู่ โดยเป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

ก๊อกๆๆ เปิดห้องเลี้ยงสัตว์

หากทึ่งกับความใส่ใจของพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ในห้องพักอาจทำให้ประหลาดใจได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะ Petopia เป็นโครงการที่ดูแลคนและสัตว์กันอย่างรอบด้าน เต็มไปด้วยแนวคิดอันแยบคายตั้งแต่ก้าวแรก

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลังประตูปิดลง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือความเงียบ จากปัญหามากมายที่ทีมงานทำการบ้านรวบรวมมา หนึ่งในนั้นคือเรื่องปัญหาเสียงดังรบกวนกัน นำมาสู่ออกแบบสิ่งที่ดูเล็กน้อยแต่สำคัญอย่าง Door Seal & Drop Seal ซึ่งอยู่ด้านในของขอบประตู ช่วยกันเสียงทั้งด้านในและนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้า-ออกได้ 

และถ้าเหลือบมองต่อไปอีกไม่ไกลในห้องนอน บานกระจก IGU ก็ช่วยป้องกันเสียงได้อีกทาง เพราะติดตั้งด้วยกระจก 2 ชั้น และออกแบบให้มีช่องว่างตรงกลาง แถมยังช่วยช่วยกรองแสง และป้องกันความร้อนได้อีกด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ความจริงจังเรื่องเสียงยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะทางโครงการมีการสร้างห้องทดสอบ หรือ Lab Room จำลองห้องเสมือนจริง โดยให้ Acoustic Designer มาช่วยกันออกแบบเสียงในห้องพัก ทั้งพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตู จนถึง หน้าต่าง ผ่านการเห่าแข่งกันของน้องหมา 2 ตัว ดูความดังของเสียง แล้วหาทางพัฒนาต่อเพื่อลดเสียงรบกวนให้ได้มากที่สุด 

Safety First ปลอดภัยไว้ก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ห่วงเรื่องความปลอดภัยของเหล่าสัตว์ตัวเล็ก-ใหญ่ เป็นสำคัญ

เคยได้ยินประสบการณ์จากเหล่าทาสน้องหมาในคอนโดฯ มาบ้าง ว่าเวลาต้องต้อนรับแขกที่มาเยือน หรือพอประตูเปิดปุ๊บ เจ้าสี่ขาแสนซนที่จ้องอยู่นั้น ก็พร้อมกระโจนออกไปได้ทุกเมื่อ ตะขอเกี่ยวรูปร่างแปลกตาจึงเกิดมาเพื่อการนี้ โดยขอเกี่ยวเช่นนี้ออกแบบร่วมกับสัตวแพทย์ ช่วยนั่งเลือก นั่งคิด และทดลอง จนได้ขอเกี่ยวลักษณะดวงกลม ช่วยให้ไม่รั้งหรือกระชากคอน้องจนบาดเจ็บเวลากระโดด รวมถึงป้องกันสายจูงที่ล็อกเอาไว้ไม่ให้หลุด เวลาน้องหมาพยายามวิ่งออกไป

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แถมยังมีอีก 2 จุดคือในห้องน้ำฝั่งเปียกและแห้งเพื่อง่ายต่อการอาบน้ำและไดร์ขน แถมโซน Shower Area ก็ไม่ต้องห่วงหากน้องมีปัญหาซุกซน เพราะออกแบบกันตั้งแต่ค่า R10 ของพื้นให้มีความลื่นพอดี สุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างฝักบัวแยก สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ออกแบบให้ควบคุมด้วยมือเดียวได้ หากอีกมือจับเจ้าสัตว์เลี้ยงเอาไว้ ที่นั่งอาบน้ำก็ออกแบบให้รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม และยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมให้น้องๆ นั่ง มีตะแกรงกันกลิ่น 3 ชั้น ช่วยกรองไม่ให้ขนอุดตัน หรือถึงแม้มีปัญหาเกี่ยวกับท่อน้ำ ก็ไม่ต้องขึ้นไปเคาะประตูรบกวนห้องด้านล่างอีกต่อไป เพราะทุกห้องในโครงการของ Whizdom The Forestias ใช้ระบบท่อระบายออกทางด้านหลังไว้ การซ่อมแซมจึงจะไม่ก่อให้เกิดปัญหากวนใจใคร

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

พื้นด้านนอกออกแบบมาให้มีค่าความลื่นต่างจากพื้นห้องปกติเช่นกัน เหตุผลคือเพื่อช่วยเซฟขาและเข่าของสัตว์เวลาเดินในห้อง ซึ่งตัวพื้นเองผ่านการทดสอบรอยขูดขีดของพื้น รวมทั้งยังเป็นวัสดุที่ทนความชื้นและทำความสะอาดง่าย หากเจ้าสัตว์เลี้ยงเล่นปัดถ้วยน้ำหกหรือขับถ่ายไม่เป็นที่ ก็จะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง ไปจนถึงการยกปลั๊กไฟให้อยู่สูง 1 เมตร ซึ่งมากกว่าห้องทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ส่วนการดีไซน์ห้องครัวแบบปิดนั้น เพื่อช่วยเรื่องกลิ่นและความสะอาดขณะทำอาหาร

เจ้าของไม่อยู่ หนูร่าเริง

เชื่อว่าหลายคนที่โอ๋สัตว์เลี้ยงเหมือนกับลูกคนเล็ก แทบไม่อยากห่างจากอก แต่ถ้าเกิดจำเป็นต้องออกไปข้างนอกจริงๆ เหล่าสัตว์เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะข้อแรก มีน้องไข่ต้ม Home Automation อัจฉริยะทำหน้าที่สอดส่องภายในบ้าน ให้เราดูน้องไลฟ์สดผ่านโทรศัพท์ได้ 24 ชั่วโมง รวมถึงสั่งการทุกอย่างในบ้านได้ด้วยเสียงภาษาไทย หรือจะดูดวง ฟังพยากรณ์อากาศก็ทำได้เช่นกัน 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

และอีกข้อคือที่นี่มีประตูลับบานเล็ก หรือ Wicket Door เชื่อมห้องนั่งเล่นไปยังกรงด้านนอก ให้น้องแมวออกไปนั่งส่องนก หรือน้องหมาออกไปทำธุระส่วนตัว ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นกวนใจ

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร


ก่อนจะมาเป็น Wicket Door แบบ Manual เช่นนี้ ก็พัฒนามาหลายขั้นตอนแล้วเช่นกัน ทั้งประตูใส่แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า แต่เมื่อสัตวแพทย์เข้ามาดูร่วมด้วย ก็พบว่าแม้จะสะดวกแต่หากเกิดเหตุแบตเตอรี่หมด สัตว์เลี้ยงติดอยู่ภายนอก ก็อาจเกิดอาการ Heatstroke ขึ้นได้ เลยพัฒนาต่อให้ง่ายและพร้อมใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ ไปจนถึงซี่กรงด้านนอกที่วัดและคำนวณขนาดซี่กรงแล้วว่า แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วก็ผ่านออกไปไม่ได้ 

Love me, Love my pet

นอกจากสัตว์เลี้ยงแล้ว ภายในห้องยังคำนึงถึง Health and Wellbeing ให้คนเลี้ยงรู้สึกเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง ทั้งตู้เก็บของขนาดความลึกถึง 70 เซนติเมตร ให้ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไปได้และมีพื้นที่เก็บของมากขึ้น 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แม้กระทั่งแสงและสีในห้อง พวกเขาก็ให้ความสำคัญ ทั้งไฟที่เลือกค่าความสว่างใกล้ความจริงมากที่สุด ในตำแหน่งที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือบนเตียงที่สุด และสีที่เลือกมาแล้วว่าปลอดภัย ไม่ปล่อยสารระเหยหรือสารเคมีอันตรายใดๆ ออกมา

มีเครื่อง Fresh Air Fan เพื่อดึงอากาศบริสุทธิ์และออกซิเจนเข้ามาภายในห้อง ทำให้เรานอนหลับได้ลึกและดีขึ้น ส่วนอีกเครื่องที่คล้ายกันแต่อยู่ในห้องนั่งเล่น คือ ERV เครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ ที่จะช่วยให้อากาศในห้องที่มีสัตว์เลี้ยงถ่ายเทอยู่เสมอ และช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ให้ทั้งคนและสัตว์อยู่ในสภาวะสบายที่สุดแบบไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยให้ทาสอย่างเราๆ ประหยัดค่าไฟได้เพราะเครื่อง ERV ช่วยลดอุณหภูมิจากภายนอกได้ประมาณ 3 องศา และใช้แอร์แบบฝังฝ้าที่เป็นระบบน้ำเย็น จึงทำให้ไม่มีคอมเพรซเซอร์แอร์อยู่ตรงระเบียง จึงทำให้ไม่มีลมร้อนมารบกวน ก็ช่วยให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ใช้ระเบียงได้อย่างเต็มที่ 

วันไหนไฟดับก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะมีไฟสำรองใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง 

ทั้งหมดนี้ ทีมออกแบบเล่าให้ฟังว่าแต่ละห้องของ Petopia ถูกคิดอย่างถี่ถ้วนมาตั้งแต่ต้น รวมถึงพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ อย่างจริงจัง และตั้งใจแก้สารพัดข้อกังวลใจของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

กติกาการอยู่ร่วมกัน 

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลากกระเป๋าพาเหล่าสัตว์เลี้ยงมาอยู่ ก็อาจต้องหมายเหตุกฎกติกาการอยู่ร่วมกันเอาไว้สักนิด ว่าถึงแม้จะเข้านอกออกในได้ทั่วทั้งตึก แต่สระว่ายน้ำและฟิตเนสอาจต้องงดเว้นเอาไว้เพื่อสุขอนามัย

แล้วเราจะพาสัตว์อะไรมาเลี้ยงได้บ้าง สัตว์แปลกๆ เข้าอยู่ได้ไหม ทางทีมงานก็รีบคลายข้อสงสัยให้ว่า อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ทำร้ายคน หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์อื่นและเพื่อนบ้าน นำมาเลี้ยงได้ น้องสุนัขบางพันธุ์ที่ดุร้ายหรือสัตว์มีพิษอาจไม่ได้รับอนุญาต หากเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ก็ต้องมาคุยกับทางทีมงานเป็นกรณีไป และอาจมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักตัวและจำนวนของสัตว์เลี้ยงเพิ่มด้วย ว่าต้องไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อตัวเมื่อโตเต็มวัย ในห้องขนาดไม่เกิน 50 ตารางเมตรเลี้ยงสัตว์ได้ 2 ตัว ขนาด 50 – 90 ตารางเมตรได้ไม่เกิน 3 ตัว และ 90 ตารางเมตรขึ้นไปเลี้ยงได้สูงสุด 4 ตัว รวมถึงเจ้าตูบ เจ้าเหมียว และบรรดาสัตว์เลี้ยง ต้องผ่านการฝึกกับผู้เชี่ยวชาญของโครงการประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้คุ้นชินกับสถานที่และอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ได้ 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

นอกจากนี้ ยังมีอาคารเพื่อนบ้านอีก 2 อาคาร อย่าง Destinia & Mytopia สำหรับคนโสด คู่รัก หรือครอบครัวเล็กๆ ที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัว ซึ่งทางทีมออกแบบก็คิดมาอย่างดีว่า ทำยังไงให้ตึกที่มีเหล่าน้องๆ แสนรักก็จะไม่มารบกวนตึกข้างเคียง

ในโครงการยังมีความพิเศษอีกมากมาย ที่เหล่าคนรักสัตว์เลี้ยงคงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้ก็อาจพอทำให้เราเข้าใจแล้ว ว่ายังมีที่อยู่อาศัยที่เห็นถึงความสำคัญของคุณภาพทุกชีวิต แถมยังเป็นแห่งแรกๆ ที่เราพบว่าทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อทั้งคน สัตว์เลี้ยง และเพื่อนบ้านคนรักสัตว์ด้วยกัน อยู่ร่วมกันอย่างดีและมีความสุข จนอยากชวนเข้าไปสัมผัสความตั้งใจของพวกเขา

โครงการ WHIZDOM THE FORESTIAS PETOPIA ที่อยู่อาศัย Pet Friendly เปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมแบบส่วนตัวพร้อมเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดแล้วตั้งแต่วันนี้ นัดหมายเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ bit.ly/2Uwif6q โทร. 1265 หรือผ่านช่องทาง LINE OA : MQDC ที่ bit.ly/3xUA8KVt

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

รีสอร์ทสู่เรสสิเดนซ์

คอลัมน์หมู่บ้านคราวนี้ พามุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี เยือน ‘Veranda Pool Villas hua hin – cha am’ โครงการบ้านพักตากอากาศแบบพูลวิลล่าติดกับโครงการวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ ซึ่งตั้งใจทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้น โดย คุณบุ๊ค-คุณวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าถึงความพิเศษของที่นี่ และการขยับขยายธุรกิจจากโรงแรม-รีสอร์ทสู่ที่พักอาศัยแบรนด์วีรันดา  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

“ตอนแรกรีสอร์ทของเราเปิดที่หัวหิน-ชะอำมากว่า 18 ปี ไม่มีส่วน Residence เพราะความต้องการของลูกค้าในตอนนั้นมีไม่มากครับ มาเริ่มทำเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่ สร้างเป็น Residence ติดกับรีสอร์ท 20 ยูนิต”

การขยับไปทำที่พักอาศัยของวีรันดา จึงไม่ใช่การเริ่มใหม่จากศูนย์ซะทีเดียว แต่เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จเดิมของหนึ่งในโรงแรม-รีสอร์ทดีไซน์ดีมีเอกลักษณ์ที่ผู้คนมักจะนึกถึง เมื่อมองหาการบริการแบบ 5 ดาว วิวสวย นอนสบาย หาที่พักง่าย เพราะกระจายอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน หรือ So/Bangkok ที่ได้วิวสวนลุมพินีใจกลางเมือง โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ จนอยากเปลี่ยนมาเป็นลูกบ้านก็มีไม่น้อย

บ้านพักตากอากาศที่ดีเป็นอย่างไร 

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ที่วีรันดากำลังดำเนินการสร้างอยู่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ของบ้านพักตากอากาศในย่านหัวหิน-ชะอำ เราเลยอดไม่ได้ที่จะถามถึงหัวใจของบ้านพักตากอากาศที่ดีผ่านมุมมองเจ้าของโครงการ 

เขาบอกกับเราว่า ‘การทำวันหยุดให้มีคุณค่ามากขึ้น’ เป็นหัวใจสำคัญ

แต่จะทำด้วยวิธีไหน… ไปดูกัน

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

องค์ประกอบสำคัญที่วีรันดาคิดว่าจะทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 – 4 ข้อ 

1. Location

โลเคชันสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับเวลา Veranda Pool Villas hua hin – cha am เลยเลือกที่ตั้งที่อยู่บริเวณรอยต่อของชะอำกับหัวหิน บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนเส้นหลักรถวิ่งได้สะดวก ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่นานก็ถึงที่พัก ทำให้วันหยุดเริ่มต้นได้เร็ว เมื่อเทียบกับโลเคชันอื่นที่ต้องขับรถลงใต้ไปจากตัวเมืองหัวหินอีกครึ่งชั่วโมง อย่างเขาเต่าหรือปราณบุรี

2. Early Check-in / Late Check-Out

อีกข้อดีของการมีบ้านพักตากอากาศ นอกจากการมีห้องพักแน่นอน ไม่ต้องจองล่วงหน้า และไม่โดนฟันราคาในช่วงวีกเอนด์แล้ว ยังมีเรื่องความยืดหยุ่นในการเช็กอิน-เช็กเอาต์ ที่คุณบุ๊คมองว่าสำคัญ และได้เปรียบกว่าการพักโรงแรม รีสอร์ท เพราะเป็นอีกส่วนที่ช่วยยืดเวลาวันหยุดของเราให้ยาวนานขึ้น ออกจากกรุงเทพฯ ได้แต่เช้า เลี่ยงเวลารถติด พอมาถึงแล้วก็เข้าที่พักได้เลย ไม่ต้องรอเช็กอินหลังบ่าย 3 หรือตอนขากลับ ถ้ายังอยากละเลียดใช้เวลาพักผ่อน อ้อยอิ่งได้อีกหน่อย ไม่ต้องรีบตื่นมาเก็บข้าวของให้ทันก่อนเที่ยง

3. Service 

เนื่องจาก Pool Villa ใหม่นี้สร้างติดกับวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน-ชะอำ เจ้าของบ้านจะสามารถเข้าถึงการบริการมาตรฐานเดียวกับรีสอร์ท ทั้งบริการจากส่วนของรีสอร์ทที่เข้ามาเซอร์วิสในที่พัก หรือการเข้าไปใช้บริการในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม เช่น สปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร และเดินผ่านรีสอร์ทไปถึงหน้าหาดได้โดยไม่ต้องขับรถออกไปนอกโครงการ นอกจากนั้นยังอยู่ในระยะที่สามารถใช้บริการจากภายนอก เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันอีกได้อีกด้วย 

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

4. Design

โครงการนี้เป็นพูลวิลล่า เพราะจากการสังเกตเทรนด์ท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะหลังที่เริ่มเปลี่ยนไป มีความต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนเลือกที่จะพักในบ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่ามากขึ้น เพราะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ต้องเข้าไปปะปนกับผู้อื่นในพื้นที่ส่วนกลาง ที่นี่จึงมีวิลล่าเพียง 13 หลัง เพราะเน้น Optimum Return มากกว่า Maximum Return

โครงการนี้คุณบุ๊คลงไปเลือกที่ดินด้วยตัวเอง และพัฒนาแบบร่วมกับนักออกแบบมือดีที่ร่วมงานกันมาหลายโครงการ อย่างบริษัทสถาปนิกกรุงเทพ (OBA) รับหน้าที่ออกแบบสถาปัตยกรรม และบริษัท August Design ดูแลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้น่าอยู่

“เขาเข้าใจว่าเราต้องการสร้างโปรดักต์แบบไหน อันที่ดูง่ายไป เขาก็จะทำให้มันดูยากขึ้นนิดหน่อย เพื่อให้ได้โครงการที่แตกต่าง ซึ่งเขาก็ได้เครดิตไปด้วยครับ” หัวเรือใหญ่ของวีรันดาเล่าถึงการร่วมงานกับดีไซเนอร์คู่ใจกลั้วเสียงหัวเราะ

บ้านพักทั้ง 13 หลังแบ่งเป็น Pool Villa แบบ 2 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 481 ตร.ม. และแบบ 5 ห้องนอน เพียง 1 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 756 ตร.ม. สำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งบริการและพื้นที่แบบพรีเมียม โดยแยกเป็น 2 ฝั่ง คั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำ ระหว่าง Pool Villa 2 ห้องนอน ชั้นเดียวสูงโปร่ง และ Pool Villa แบบ 3 กับ 5 ห้องนอนซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าอีกด้วย  

“ส่วนของสระว่ายของ 3 ห้องนอน กับ 5 ห้องนอน เรายกขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เพราะเคยเห็นหลายโครงการที่คนเดินผ่านหน้าสระแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัว พอเป็นวิลล่าที่แพงหน่อย เราเลยยกสระไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า นอกจากเพิ่มพื้นที่ด้านล่างแล้ว ด้านบนยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ได้ด้วย ผมมองว่าลูกค้าน่าจะโหยหาพื้นที่แบบนี้ เพราะถ้าเป็นคอนโดมิเนียมปกติ ต่อให้เป็นห้อง Penthouse คุณก็ต้องไปเล่นสระรวมอยู่ดี แต่ที่นี่คุณได้สระส่วนตัว เข้ากับไลฟ์สไตล์ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา” 

นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของวีรันดาหรือ?

“ไม่ถึงกับเคล็ดลับหรอกครับ แต่ผมมองว่าตอนเราตั้งโจทย์ เราต้องตั้งบนความแตกต่างที่เรามีและตอบโจทย์ลูกค้าได้ อย่างตอนนี้ลูกค้าชอบความ Instagramable ชอบมุมถ่ายรูปอะไรแบบนี้ เราก็ต้องจัดหาให้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียพื้นที่บางส่วน ทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนต่อตารางเมตรสูงสุด อย่างเช่นการสร้างสระน้ำบนดาดฟ้า แทนที่จะสร้างบนพื้นเพราะค่าโครงสร้างถูกกว่า แต่พอลงทุนสร้างชั้นบนแล้วได้มุมแบบที่ที่อื่นไม่มี มันก็จะเป็นจุดเด่นของเราไปตลอด ซึ่งลูกค้าที่มาหรือใครที่จะลงทุนต่อจากเราก็จะแฮปปี้ นอกจากนั้นก็ยังเพิ่มดีเทลอื่น เช่น ที่ชาร์จรถ EV ที่พยายามทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ด้วยครับ”

“เวลาพูดถึง 3 ห้องนอน คนอาจจะนึกถึงห้องขนาด 100 – 200 ตร.ม. แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่ Pool Villa แบบ 3 ห้องนอน เราให้พื้นที่ 400 กว่าตารางเมตรเลย เพราะเราเน้นเทรนด์ที่มีหมู่เพื่อนหรือญาติเข้ามาใช้งานด้วย เขาอาจจะมาเล่นน้ำทำกิจกรรมในวิลล่าเราก็ได้ ส่วนห้องนอนที่ต้องเพิ่ม สามารถจองห้องพักในโรงแรมได้เลย เจ้าของบ้านประหยัดขึ้น ไม่ต้องลงทุนทำวิลล่า 7 – 8 ห้องนอนไว้รับแขก มีแค่ 2 – 3 ห้องนอนสำหรับครอบครัวก็เพียงพอ” 

ชั้น 1 มีที่จอดรถได้ 2 คัน มีห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว และห้องนอนที่ตัวห้องน้ำออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ ฝั่งข้างบ้านเป็นระเบียงที่นั่งเล่น รับลมแบบ Semi-outdoor ส่วนชั้น 2 เป็นห้อง Master Bedroom ที่มองออกไปเป็นวิวสระว่ายน้ำส่วนกลาง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว และชั้นดาดฟ้ามีสระว่ายน้ำกับ Pool Deck สำหรับนั่งพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ ซึ่งมองเห็นวิวได้กว้างขึ้น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากระดับอาคารที่สูงกว่า Pool Villa แบบ 2 ห้องนอนชั้นเดียว 

ส่วน Pool Villa แบบ 5 ห้องนอน จอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีจุดเด่นเป็นคอร์ตบริเวณกลางบ้าน มีช่องแสงเจาะทะลุลงมาจากสระว่ายน้ำ สร้างมิติแสงเงาน่าสนใจเปลี่ยนไปตลอดวัน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าว ความพิเศษของหลังนี้คือมีครัวไทยและห้องแม่บ้านให้กับลูกค้าด้วย เหมาะกับการยกพลมาพักผ่อนกันทั้งบ้าน และได้ทานอาหารรสมือที่คุ้นเคย ในขณะที่ฝั่งขวาประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน มีห้องน้ำซึ่งออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์

ส่วนชั้นสอง ห้อง Master Bedroom อยู่ฝั่งซ้าย มีจากุซซี่ที่ระเบียงไว้สำหรับแช่น้ำและดื่มด่ำกับวิวจากมุมสูง ในขณะที่พื้นที่ดาดฟ้าเข้าถึงได้ด้วยลิฟต์ เป็นอีกความพิเศษที่โครงการเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อเปิดออกไปจะเห็นวิวกว้างของท้องฟ้าและธรรมชาติรอบ ๆ มีพื้นที่ Pool Deck ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ พร้อมสระน้ำ 2 แบบ คือ Shallow Pool ที่วาง Daybed ไว้สำหรับนอนเล่น อาบแดด รับลม และสระว่ายขนาดประมาณ 5 x 10 ม. ที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริง 

นอกจากความสะดวกในตัวบ้านพักแล้ว เจ้าของบ้านยังเข้าไปใช้พื้นที่ Recreation Space ที่อยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางเข้าของโรงแรมอีกด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมให้ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Fitness พื้นที่ Meeting ที่กั้นเป็นยูนิต เป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัวนั่งทำงานได้ พื้นที่นั่งเล่น เป็น Lifestyle Area ใช้ร่วมกันระหว่างโรงแรมและส่วน Pool Villa 

Facilities ที่โดดเด่นอันเป็นจุดขายของวีรันดา รีสอร์ท คือเรื่อง Branded Residence ทุกโครงการเรสซิเดนซ์จะเปิดติดกับรีสอร์ทเสมอ จากความตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่ซื้อโครงการได้รับบริการต่าง ๆ เสมือนมาพักรีสอร์ท รวมถึงเข้าถึง Facilities ของรีสอร์ทได้ ตั้งแต่อาหารเช้า รูมเซอร์วิส แม่บ้านทำความสะอาด ร้านอาหารภายในรีสอร์ท สปา ซึ่งการมาใช้เวลาพักผ่อนก็แทบไม่ต้องออกไปไหน จึงใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดได้มากขึ้น 

รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัย ที่นี่มีทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีการบริหารการปล่อยเช่าโครงการโดย วีรันดา รีสอร์ท ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาในวันที่ไม่ได้เข้าใช้บริการเองอีกด้วย  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต

5. คุณค่าในการส่งต่อ

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am สำหรับวิลล่าแบบ 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท 

“ราคาอาจจะดูสูงนะครับ แต่ลูกค้าจะได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าพูลวิลล่าทั่วไป เมื่อหารออกมา ตารางเมตรหนึ่งจะอยู่ที่ 50,000 – 60,000 บาท หาได้ยากนะครับ อย่างคอนโดมิเนียมที่ราคาตารางเมตรละ 60,000 ไม่มีหรอกครับที่จะลงทุนตกแต่งและดีไซน์แบบนี้ อันนี้เป็นอีกมุมมองเรื่องความคุ้มค่านะครับ”

คุณบุ๊ครีบเสริมขึ้นมาทันทีที่เราตาโตกับราคาค่างวดของวิลล่าแต่ละแบบ เขาให้เหตุผลเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากเรื่องราคาต่อตารางเมตรแล้ว ยังมีความคุ้มค่าในแง่ที่พูลวิลล่าแห่งนี้ เป็น Property ที่อยู่ใน Branded Residence ตัวอาคารจะอยู่ในสภาพค่อนข้างดี เพราะเมื่อที่พักติดกับโรงแรม ก็จะจูงใจให้เจ้าของดูแล เป็นหน้าเป็นตา ทำให้ส่วนกลางหรือตัวบ้านน่าไปอยู่เสมอ เมื่อผ่านเวลาไปราคาขายต่อก็จะมีแต่จะเพิ่มขึ้น 

ปกติแล้วเจ้าของบ้านพักตากอากาศบางหลัง นอกจากจะใช้เองในวันพักผ่อนแล้ว ก็ยังปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Airbnb ด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am มีอีกบริการเสริมเป็น Option สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการปล่อยเช่าแต่ไม่ต้องการบริหารเอง โดยทีมของวีรันดาจะดูแลให้ทั้งหมดทั้งการติดต่อ การจัดการที่พักด้วยการบริการแบบ 5 ดาว เพราะนอกจากการซื้อเก็บเพื่อเก็งกำไรขายต่อ เจ้าของยังสร้างกำไรเพิ่มเติมจากการปล่อยเช่า ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ นำมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าบำรุงรักษาบ้านได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเกี่ยวกับบ้านพักตากอากาศสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์อีกต่อไป แต่จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำช่วยทำให้วันหยุดของลูกค้ามีคุณค่ามากขึ้นในทุก ๆ ด้าน 

ภาพ : Veranda 

ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ

Website : https://bit.ly/3gVH5aW 

สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม โทร 092 354 5511 

Add LINE : https://line.me/R/ti/p/@024qgfee

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load