The Cloud X Park Origin

“ถ้าไม่มีธรรมชาติ เราจะมี Perfect Living ได้ยังไง” ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร Eco Designer หรือนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บอกกับเราด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร เรียนจบออกแบบผลิตภัณฑ์และสนใจปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม จึงนำมาทำเป็นวิทยานิพนธ์ขณะศึกษาปริญญาโท เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคต่อเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และต่อมาได้เปิดร้าน ‘The Eco Shop’ ขายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในประเทศไทยพร้อมจ้างพนักงานขายที่เป็นผู้พิการ

สิ่งที่ท็อปตั้งใจทำมานับสิบปีผลิดอกงอกงามเติบโต เป็นสตูดิโอออกแบบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้ชื่อ บริษัท คิดคิด จำกัด ทำแบรนด์สินค้าที่ใช้แนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งกระบวนการตั้งแต่ผลิตกระทั่งสินค้าหมดอายุ Eco-Cycle ในชื่อ แบรนด์โอ และก่อตั้งกลุ่ม ECO DESIGN THAI THAI กลุ่มสินค้าออกแบบไทยๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

ท็อปเชื่อว่า Perfect Living จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดธรรมชาติ เพราะทุกสิ่งรอบตัวล้วนถือกำเนิดและไปสิ้นสุดที่ธรรมชาติ และไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกล สังคมจะไปเร็วแค่ไหน แต่ ‘ธรรมชาติ’ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เช่นเดียวกับ A Perfect Living Platform คอนเซปต์ล่าสุดของการสร้างที่อยู่อาศัยของ Park Origin

ซึ่งมีการออกแบบ Landscape ให้ใช้พื้นที่อย่างมีคุณค่า โดยนักออกแบบชั้นนำเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ใหญ่ในพื้นที่เดิมใว้ และอาคารรูปแบบใหม่ในแนวคิด ‘Vertical Garden’ มีพื้นที่สีเขียวเล่นระดับเป็นขั้นบันไดถึง 1,500 ขั้น ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนไหล่เขา เสมือนสวนป่าคอนกรีตที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับคนเมือง รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานเพื่อสร้างกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติให้มีรายล้อมอยู่ภายในโครงการ ตลอดจนมี Facility ที่ให้ความรู้สึกว่าธรรมชาติยังอยู่รายล้อมรอบตัวเรา

อย่าแปลกใจหากคุณพบคำว่า ‘สิ่งแวดล้อม’ มากมายในหลายย่อหน้าด้านบน เพราะบทสนทนาที่คุณจะได้อ่านต่อไป คือเรื่องราวการเดินทางเพื่อรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน เพื่อ Perfect Living จากสองมือของชายหนุ่มผู้เปลี่ยนโลกให้น่าอยู่มากขึ้นด้วยการออกแบบ

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

เล่าย้อนความหลังให้ฟังหน่อย เด็กชายพิพัฒน์เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมแบบไหน

ทั้งชีวิตผมเป็นเด็กกรุงเทพฯ มาตลอด บ้านผมเป็นตึกแถวริมถนนใหญ่ ทำให้ผมไม่เคยมีวัยเด็กแบบคนอื่นๆ กิจกรรมอย่างปั่นจักรยานเป็นแก๊งอยู่ในหมู่บ้าน หรือล้อมวงเตะฟุตบอลกันหน้ารั้วบ้าน ผมไม่มี (ยิ้ม) เพื่อนผมตอนเด็ก จะเป็นพี่ๆ ที่ขายแผงลอยอยู่หน้าบ้าน

สนามเด็กเล่นของผมคือพื้นที่หน้าห้องแถวกว้าง 4 เมตร แต่เชื่อไหมว่าภาพในวัยเด็กเหล่านั้นแหละที่ทำให้ผมรู้จักการใช้ชีวิต เรียนรู้วิธีการทำงาน หาเงิน และได้เห็นความแตกต่างของผู้คนตั้งแต่เด็ก ผมเห็นความแตกต่าง แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่าความต่างนั้นคือเรื่องผิดแปลก ไม่ว่าจะเป็นคนพิการหรือคนต่างด้าว สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังให้ผมเติบโตมาเป็นคนแบบนี้ ไม่ว่าจะเจอใคร สังคมแบบไหน เราก็อยู่รอดได้

สมัยอยู่ตึกแถว บ้านเราไม่มีพื้นที่สีเขียวในบ้านเลย จะมีก็แต่ต้นไม้ของ กทม. ที่ปลูกอย่างเก้ๆ กังๆ อยู่ริมฟุตบปาธหน้าบ้าน แต่ผมไม่เคยเห็นต้นไม้มันโตเลยสักครั้ง (หัวเราะ) จนถึงทุกวันนี้ มันยังขนาดเท่าเมื่อ 30 ปีก่อนอยู่เลย ต้นไม้หน้าบ้านผมต้นนั้น พอมันเริ่มแตกยอด มันก็จะโดนตัด วนเวียนแบบนี้เสมอ

ช่วงวัยเด็ก ผมไม่เคยสนใจเรื่องธรรมชาติรอบตัวเลยนะ ไม่ได้เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญใดๆ กับชีวิตเลย

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

แล้วจุดเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้คุณหันมาสนใจเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคือเมื่อไหร่

ผมไม่ได้มีจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ชัดเจน แต่ผมเปลี่ยนไปด้วยองศาความคิดที่มันขยับ ถ้าองศามันอยู่ในตำแหน่งเดิม เส้นที่ฉายออกไปจากองศานั้นก็จะทับซ้อนอยู่ที่เดิม แต่เมื่อองศาขยับเปลี่ยนมุมไปเพียงนิดเดียว เส้นที่ฉายออกไปจะฉีกไปจากองศาเดิมเรื่อยๆ ชีวิตของผมเปลี่ยน จากองศาความคิดที่ขยับเพียงนิดเดียวนี่แหละ

ตอนนั้นสิ่งที่ทำให้องศาขยับ มันเริ่มจากการที่ผมมีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ชื่อ An Inconvenient Truth ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ผมเรียนจบปริญาตรีด้าน Product Design และเรียนปริญญาโท Marketing ผมอยากเปิดกิจการเป็นของตัวเอง ดังนั้น นอกเหนือจากเรื่องออกแบบแล้ว ถ้าอยากให้กิจการอยู่รอดปลอดภัย ผลงานของผมขายได้ ผมต้องมีความรู้ด้านการตลาดด้วย

หลังผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ ผมกลับมาศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และนำมาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทในชื่อหัวข้อ ‘แนวโน้มพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ ผลการวิจัยเล่าให้ฟังอย่างสรุปได้ว่า เวลาคนเห็นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้ตอนเริ่มต้นผู้บริโภคจะรู้สึกชอบ และผลสุดท้ายกลับลังเลที่จะซื้อ ด้วยปัจจัยด้านราคาที่สูงกว่าราคาเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ในตลาดมาก

ดังนั้น โจทย์หลักของผมในการทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือเรื่องของต้นทุนการผลิต ที่จะต้องลดลงมาเพื่อไม่ให้ราคาขายสูงเกินไป จนกลายมาเป็นหลักคิดในการเป็น Eco Designer และตัวตนของผมมาจนถึงทุกวันนี้

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

เล่าเส้นทางการเป็น Eco Designer ของคุณให้ฟังหน่อย

บริษัทของผมชื่อ Kid Kid เป็น Social Enterprise (SE) แปลว่าธุรกิจเพื่อสังคม แนวทางของบริษัทคือการมุ่งเน้นกำไรที่ไม่ใช่เฉพาะตัวเงิน แต่ต้องมีกำไรคืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย

โจทย์ที่ต้องทำให้สำเร็จในทุกโปรเจกต์ อย่างแรกคือเราต้องส่งผลงานที่ดีให้กับลูกค้า ต่อมาคือสิ่งที่เราทำต้องสามารถวัดผลในแง่สังคมหรือสิ่งแวดล้อมได้ พูดง่ายๆ คือวัด Social Impact ได้ เพราะถ้าโปรเจกต์ของเราคอนเซปต์ดีงาม รักษ์โลกมาก แต่สุดท้ายวัดผลไม่ได้ว่าช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเท่าไหร่ มันก็จะกลายเป็นแค่การประชาสัมพันธ์เท่านั้น

อย่างล่าสุดผมทำแอพพลิเคชันชื่อ ‘Eco Life’ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกแบบ Single-use ในมหาวิทยาลัย จำพวกถุงพลาสติก หลอด ช้อนส้อมพลาสติก หรือแก้วพลาสติก มันก็ต้องวัดผลได้ว่าสุดท้ายเราสามารถลดปริมาณการใช้ไปได้เท่าไหร่ ถ้าเราลดทั้งสี่อย่างนี้ได้ก่อน มันจะนำพามาซึ่งการลดสิ่งอื่นๆ ได้ด้วย จริงๆ พลาสติกไม่ได้ผิดอะไร แต่เราควรใช้งานเขาให้คุ้มค่ากว่านี้ เพราะนอกจากย่อยสลายยากมากแล้ว พลาสติกพวกนี้ยังผลิตจากทรัพยากรทางธรรมชาติ คุณจะเห็นว่าสุดท้ายแล้วมันเริ่มต้นและจบลงที่ธรรมชาติ

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

จากการที่คุณทำงานเรื่องสิ่งแวดล้อมและชุมชนมานับสิบปี คนส่วนใหญ่ที่คุณทำงานด้วยมองธรรมชาติเป็นยังไง

มี 2 แบบ แบบแรกคือคนที่อยู่กับธรรมชาติจนเคยชินแล้วไม่เห็นคุณค่าหรือความสำคัญของธรรมชาติรอบตัว กับคนอีกแบบที่อยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ รู้สึกหวงแหนที่จะรักษาเอาไว้ให้อยู่ชั่วลูกชั่วหลาน เพราะเขาอยากให้คนรุ่นหลังได้เห็น ได้สัมผัสกับความร่มเย็นของธรรมชาติในแบบที่เขาเคยเห็น เคยสัมผัสมาก่อน

โปรเจกต์ที่ผมทำล้วนต้องสื่อสารกับคนทั้งสองประเภท ทั้งคนที่เห็นและไม่เห็นคุณค่าของธรรมชาติ สิ่งที่เราพยายามทำคือทำความเข้าใจและให้ความรู้ว่าทำไมเขาควรเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ และการมีมันอยู่จะส่งผลดีอย่างไรในอนาคต


แล้วสำหรับคุณ ‘ธรรมชาติ’ สำคัญยังไง มันเป็นส่วนที่ทำให้เกิด Perfect Living หรือเปล่า

ผมว่าเราอาจจะต้องถามกลับกันว่า ถ้าไม่มีธรรมชาติ เราจะมี Perfect Living ได้ยังไงต่างหาก ผมเคยมองแค่เรื่องเงินทอง ชื่อเสียง แต่เมื่อเติบโตขึ้น ก็รู้ว่าเรื่องพวกนั้นมันไม่ยั่งยืน สิ่งที่จริงคือธรรมชาติ ฉะนั้นการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มันมอบพลังให้กับชีวิต ผมถึงต้องหาโอกาสพาตัวเองไปหาธรรมชาติอยู่เสมอ เหมือนไปหาโอเอซิสที่ทำให้เราได้พักหายใจ

แม้ว่าผมกับภรรยา (นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) จะทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่เราก็พยายามที่จะทำให้ตึกที่เราอยู่มีพื้นที่สีเขียวสอดแทรกอยู่บ้าง เราพยายามที่จะออกมาเจอกับธรรมชาติอย่างสวนสาธารณะใกล้ๆ กับตึกของเรา และเราก็พยายามท่องเที่ยวไปตามต่างจังหวัดบ้างเมื่อมีโอกาส เพราะสำหรับเราทั้งคู่ การพักผ่อนคือการได้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ มีดอกไม้ใบหญ้า

อย่างทุกวันนี้ เวลาพ่อของผมทานข้าวเสร็จ ท่านจะมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นสวน เห็นความร่มรื่น มองจากสายตาผมก็รู้แล้วว่าท่านมีความสุข หรือหลานชายผม ปกติใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก ช่วงฤดูหนาวแทบไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน เขาเห็นธรรมชาติแต่ก็ออกไปสัมผัสไม่ได้ เพราะอากาศหนาวเหลือเกิน ดังนั้น ทุกปิดเทอมที่เขากลับมาประเทศไทย เขาจะมีความสุขมากที่ได้วิ่งเล่นอยู่ในสวน ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

นี่คือสิ่งที่ผมเห็นและรับรู้ว่าธรรมชาติสำคัญต่อความสุขในการใช้ชีวิตของคนเราขนาดไหน และแน่นอนว่าเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิด Perfect Living 

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

ว่าแต่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบหรือ Perfect Living ในมุมมองของคุณต้องเป็นยังไง

Perfect Living ในแบบของผม คือการได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากทำ ได้เป็นในแบบที่เราอยากเป็น แต่อยู่ในศีลธรรมและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

ผมใช้ชีวิตให้มันไม่ยาก ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและทำได้ดี อะไรที่ผมทำไม่ได้ ก็เลือกที่จะไม่ทำ ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตแบบ Eco Life คือเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด เวลาจะออกไปข้างนอกผมก็พกกระบอกใส่น้ำไปเอง พกผ้าเช็ดหน้าไปเอง พยายามเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เริ่มต้นเล็กๆ ที่ตัวเราก่อน ทำสิ่งที่คิดว่ามันส่งผลดีกับตัวเราและคนรอบตัว แล้วเดี๋ยวครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศและสิ่งแวดล้อมก็จะดีตาม

Motto ที่อยู่ในหัวผมตลอดเวลาคือ ‘ดีหรือไม่ ใครจะรู้’ เป็นวลีที่เกิดจากเวลาทำงาน มันย่อมมีการสมหวังและผิดหวัง ทีนี้เวลาเราไปเจอความผิดหวัง มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ ที่จะตามมาในอนาคตก็ได้ เมื่อคิดแบบนี้ความผิดหวังมันจะไม่ใช่การล้มหัวทิ่ม แต่มันจะเป็นเหมือนการสะดุดนิดหน่อยแล้วก้าวต่อไปได้

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

ธรรมชาติมีบทบาทกับชีวิตคุณยังไงบ้างในแง่ที่อยู่อาศัย และมันสร้าง A Perfect Living Platform ได้ยังไง

ผมว่าสิ่งปลูกสร้างเป็นสิ่งสำคัญ แต่ชีวิตที่อยู่ในสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ สำคัญกว่า ถ้าสมมติว่าเราอาศัยอยู่ในห้องที่ดูดี ใช้ข้าวของทุกอย่างที่ดีที่สุด แต่ห้องนั้นไม่ได้เติมเต็มตัวตนของคุณเลย ก็ยากที่จะพูดว่าที่อยู่อาศัยนั้นเติมเต็มการใช้ชีวิตของคุณ

ที่อยู่อาศัยที่เติมเต็มความเป็นตัวตนของผม และสร้าง A Perfect Living Platform ให้เกิดขึ้นได้ ต้องมี ‘ชีวิต’ ตั้งแต่หมาแมวที่เราเลี้ยง ปลาในตู้ ต้นไม้ที่เราปลูก และคนที่เรารัก ผมโชคดีที่เจอคนรักที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ แม้เราจะไม่ใช่คนที่เหมือนกัน 100% แต่นุ่นคือคนที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างบางอย่างของผมที่ขาดไป เป็น Amazing Piece ที่ต่อกันได้พอดี และเราก็รักในสิ่งเดียวกันนั่นคือธรรมชาติ

ดังนั้น จึงไม่แปลกหากเราทั้งคู่จะนำธรรมชาติเข้ามาในที่อยู่อาศัย บ้านของเรามีพื้นที่ไม่มาก แต่เราก็มีต้นไม้ต้นเล็กต้นน้อยสอดแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ เยอะแยะไปหมด ทั้งผมและนุ่นใช้ทุกจังหวะชีวิตไปกับธรรมชาติ แม้เราจะอยู่ในเมืองใหญ่ที่วุ่นวายก็ตาม

เล่าให้ฟังหน่อยว่า Perfect Living ในทุกวันนี้ของคุณคืออะไร

ตั้งแต่เริ่มต้น ผมเลือกทำในสิ่งที่สนใจจนมันกลายเป็นสิ่งที่ชอบ เวลาที่มันไม่ได้ดังใจ ผมก็ท้อเหมือนคนทั่วไป แต่ผมไม่ถอยเพราะผมทำมันมานานจนกลายเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับผมไปแล้ว และสิ่งนี้มันยังสามารถเป็นธุรกิจที่ทำให้ผมมีเงินเพื่อใช้ในการบริหารบริษัท ทำให้ผมมีเป้าหมายในการทำงาน

Perfect Living ในทุกวันของผมคือความสุขเมื่อได้ทำให้บางสิ่งรอบตัวดีขึ้น ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ รอบตัว ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของโลกใบนี้

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

A Perfect Living Platform

เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ธรรมชาติ’ เป็นเผ่าพันธ์ที่ต้องสร้าง ‘สังคม’ และปัจจุบันปัจจัยรอบด้านนำพาการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งในโลกเข้าสู่ยุค ‘เทคโนโลยี’ ที่ล้ำหน้าและทันสมัย ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์ต้องปรับเปลี่ยน ให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่

‘Park Origin’ จึงสร้างขึ้นมาภายใต้คอนเซปต์ ‘A Perfect Living Platform’ ที่เข้าใจการใช้ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผสานเทคโนโลยี สังคม และธรรมชาติ ได้อย่างลงตัว โดยที่ทุกคนไม่ต้องเสียเวลาวิ่งโหยหาสิ่งเหล่านี้จากภายนอก เพราะ 3 สิ่งนี้ได้อยู่ใน Platform นี้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์แล้ว ที่ Park Origin Phayathai, Park Origin Thonglor และ Park Origin Phorm Phong

http://www.parkorigin.co.th/

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

A Perfect Living

มุมมองว่าด้วย Technology, Community และ Nature ที่ผลักดันสู่ A Perfect Living Platform

The Cloud X Park Origin

‘ความคิดสร้างสรรค์ + เทคโนโลยี = เปลี่ยนแปลงวงการก่อสร้าง’

ประโยคข้างต้นติดอยู่บริเวณทางเข้าสำนักงานของ ‘Builk’ สตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่เปลี่ยนแปลงวงการผู้รับเหมาก่อสร้างไปตลอดกาล ซึ่งผู้ก่อตั้งคือ ไผท ผดุงถิ่น

“วงการผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นวงการที่ล้าหลังที่สุดในโลก”

ครั้งหนึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อไว้เช่นนั้น ฟังดูคล้ายคำบ่นและก่นด่าวงการที่ตัวเองอยู่อาศัยแบบที่ใครๆ ก็ทำกัน ต่างแค่เขาไม่ได้ทำแค่นั้น หากแต่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงบางสิ่งที่เขาไม่พอใจ

จากเด็กน้อยที่เติบโตในบ้านที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและต่อต้านที่จะสานต่อธุรกิจครอบครัวในวันแรก ใครจะเชื่อว่าวันนี้เขาคือผู้ที่พลิกโฉมวงการก่อสร้างด้วยการใช้ต้นทุนที่มี-ทั้งความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี จนกลายเป็นแพลตฟอร์มเพื่อแก้ปัญหาที่เหล่าผู้รับเหมารายย่อยล้วนต้องเคยเจอมาทั้งชีวิต

นอกจากบทบาทของผู้ก่อตั้ง Builk เขายังเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมเทคสตาร์ทอัพ (Thailand Tech Startup Association) และนายกสมาคมคนแรก เขาย้ำเสมอว่า เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษย์อย่างพวกเรา

ชีวิตอันสมบูรณ์แบบสามารถเกิดขึ้นได้หากเรารู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับวิถีชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในที่อยู่อาศัยได้ ซึ่งตรงกับ A Perfect Living Platform คอนเซปต์ล่าสุดของการสร้างที่อยู่อาศัยของ Park Origin ที่ผสมผสานเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาสู่ที่อยู่อาศัย ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆ ไล่เรียงตั้งแต่ Home Automationที่ทำให้เราสามารถควบคุมทุกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน Smart Mirror กระจกอัจฉริยะที่แสดงผลให้ Facilities Intelligence การใช้งานพื้นที่ส่วนกลางอย่างมีประสิทธิภาพผ่านแอปพลิเคชัน และ Cashless Society สังคมไร้เงินสดที่ทำให้ทุกการจับจ่ายในโครงการสะดวกและปลอดภัย

ส่วน ‘ความคิดสร้างสรรค์+เทคโนโลยี’ จะทำให้เกิด ‘A Perfect Living Platform’ ได้อย่างไรในชีวิตของเราทุกคน เรื่องเล่าในหน้าจอต่อไปนี้มีคำตอบ

ไผท ผดุงถิ่น, Builk, BUILK Thailand, วัสดุก่อสร้าง

คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าเวลาทำอะไรเราต้องคิดแบบขบถ ทำไมถึงเชื่อแบบนั้น

เราก็เหมือนผู้ประกอบการหลายๆ คนที่อ่าน Success Story ของคนอื่นมาเยอะ แต่ผมเชื่อว่าถ้าผมเดินตามคนที่มาก่อนผมไปดื้อๆ เชื่อว่าชาตินี้ผมก็ตามเขาไม่ทัน เพราะว่าเขาเกิดมาก่อน มีต้นทุน มีเครือข่าย มีทุนเหนียวกว่าผม ถ้าเดินตามไปซื่อๆ ชาตินี้คงไม่ทัน ถ้าหวังว่าจะไปยืนคู่กับเขาให้ได้ มันต้องเดินทางอื่น เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัดก็จริง แต่เราก็เดินตามผู้ใหญ่ไม่ทัน ผมเชื่อว่าต้องมีทางใหม่ จะเรียกมันว่าขบถหรืออะไรไม่รู้ ผมก็ไม่รู้ว่าทางนั้นคืออะไรนะ มันคือสิ่งที่ต้องไปค้นหาเอง ซึ่งมันก็ไปตรงกับความเข้าใจเรื่องสตาร์ทอัพพอดี มันคือการทำสิ่งใหม่ที่คาดหวังว่าจะ Scale Up ให้ได้ แล้วก็มาผูกกับเทคโนโลยี จนเริ่มมาทำ Builk นี่แหละ

ตรงบริเวณประตูทางเข้าของออฟฟิศ Builk มีคำว่า ‘ความคิดสร้างสรรค์ + เทคโนโลยี = เปลี่ยนแปลงวงการก่อสร้าง’ คุณเชื่ออะไรในสองสิ่งนี้

ผมว่าความคิดสร้างสรรค์ใครๆ ก็พูดถึง แต่ผมคิดถึงความคิดสร้างสรรค์ในวงการที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์ ผมเป็นคนที่ใช้ตรรกะมากเลยนะ เพราะผมเรียนจบวิศวะมา วิศวกรถูกสอนมาว่าให้ใช้สูตรนี้ คำนวณโครงสร้างแบบนี้ ใช้วัสดุนี้ เราจะไม่ค่อยเสี่ยง หรือว่าสร้างสรรค์อะไรมากมาย ศาสตร์ที่ผมเรียนมามันคือศาสตร์ที่ใช้กันมาเมื่อ 150 ปีที่แล้ว เขาสร้างตึกมายังไง ผมก็เรียนมาแบบนั้น หนังสือที่เรียนเปลี่ยนน้อยมาก

เวลาออกแบบก่อสร้าง วิศวกรที่เรียนมาจะต้องถูกสอนว่า ของแต่ละอย่างจะเฟลยังไง จะออกแบบเสา ออกแบบคาน ต้องรู้ว่ามันจะหักแบบไหนได้บ้าง ถ้าหักตรงนี้ต้องเสริมเหล็กยังไงให้มันไม่หัก มันมีเรื่องการกลัวความล้มเหลวอยู่ในสิ่งที่ผมศึกษามา ผมรู้ว่าความล้มเหลวคืออะไรก่อนที่จะรู้ว่าความสำเร็จคืออะไรด้วยซ้ำ คนที่เรียนวิศวกรโยธามาจะมีแนวคิดแบบนี้ จะมีความคิดที่บล็อกเราอยู่มากๆ นี่คือสิ่งที่ผมต้องเตือนตัวเอง เพราะผมนับถือว่าคนควรจะมีความคิดสร้างสรรค์ จนวันนี้ผมก็ฝึกฝนมาเรื่อยๆ ตลอด 10 กว่าปีที่เป็นผู้ประกอบการมา จนวันนี้ก็พยายามคิดให้สร้างสรรค์ จากที่ใช้สมองซีกซ้ายเพียวๆ ตอนนี้ก็เริ่มมาใช้ข้างขวามากขึ้น เพราะมันจำเป็น

ไผท ผดุงถิ่น, Builk, BUILK Thailand, วัสดุก่อสร้าง ไผท ผดุงถิ่น, Builk, BUILK Thailand, วัสดุก่อสร้าง

แล้ว ‘เทคโนโลยี’ สำคัญยังไง เชื่ออะไรในคำคำนี้

คงเป็นความเชื่อส่วนตัวที่มีมาตั้งแต่เด็ก เราเริ่มเห็นตั้งแต่เล่นเกมแฟมิคอม เล่นคอมพิวเตอร์ในบ้าน ชีวิตเราเปลี่ยนเพราะเจ้ากล่องๆ พวกนี้แหละ เราเห็นว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยนวงการอื่นเต็มไปหมด แต่พอย้อนกลับมาดูวงการเราแล้วมันไม่เปลี่ยน ที่เราต้องเขียนแปะไว้ก็เพื่อเตือนตัวเอง เตือนคนที่ออฟฟิศว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปเยอะแล้วนะ มันควรเปลี่ยนวงการนี้ได้อีก อย่านอนกอดเทคโนโลยีเดิมๆ ถ้าผมทำซอฟต์แวร์แล้วผมก็กอดมันไว้เป็น 10 ปี ไม่เคยเปลี่ยน แน่นอน วันหนึ่งผมจะเพลี่ยงพล้ำ เพราะมีคนที่เด็กกว่าผม ใช้เทคโนโลยีใหม่กว่าผม มาแทรกผมได้ตลอดเวลา มันเป็นธุรกิจที่เหนื่อยมากเหมือนกันนะ เราต้องวิ่งตลอดเวลาเลยแหละ

ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่กับเทคโนโลยี คิดว่ามันทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้นได้ยังไง

ถามว่าเทคโนโลยีช่วยผมด้านไหน มันทำให้ชีวิตผมได้ข้อมูลมาคิดต่อได้เร็วขึ้น ผมสามารถใช้เวลาได้มีประสิทธิภาพขึ้น ผมมีเวลาจำกัดเท่าทุกคนแหละ แต่ผมเชื่อว่าถ้าผมใช้เทคโนโลยีทำให้ผมใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเราปฏิเสธเทคโนโลยี เราอาจจะต้องเสียเวลาบางอย่างไป

ผมมีเวลา 24 ชั่วโมง ผมอาจจะมีเวลาอยู่กับลูกน้อยลง แต่ถ้าผมใช้เทคโนโลยี เดินทางสะดวก ประหยัดวิธีคิด ประหยัดเวลา ผมอาจจะมีเวลาทุกๆ สัปดาห์ให้กับลูก ทุกๆ วันผมจะมีเวลาให้กับครอบครัว สิ่งที่ผมอยากจะย้ำก็คือ สิ่งที่เราจะได้คืนมาคือเวลา เอาเวลามาอยู่กับคนที่เรารักกับสิ่งที่เรารักได้มากกว่าเดิม

ไผท ผดุงถิ่น, Builk, BUILK Thailand, วัสดุก่อสร้าง

คนมักจะมองว่าเทคโนโลยีพรากเวลาไปจากเรา แต่คุณมองว่ามันคืนเวลาให้กับเรา

ใช่ ถ้ามองว่ามันคืนเวลา มันจะคืนเวลานะ สมมติผมจะต้องขึ้นเครื่องบินไปประชุมทุกวัน แต่ผมสามารถวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ ผมไม่ต้องขึ้นเครื่องบินไปประชุม ผมก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่น อยู่ที่เราจะเลือกเอาเวลาไปทำอะไร ซึ่งแต่ละคนคงเลือกไม่เหมือนกัน ผมเลือกเอาเสาร์อาทิตย์ไปอยู่กับลูก

ในมุมมองของคุณ เทคโนโลยีจำเป็นอย่างไรกับที่อยู่อาศัย

ผมรู้สึกว่าเทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยโดยรวมๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องเปิดไฟปิดไฟอัตโนมัตินะ วันนี้เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่อยู่ในบ้านมันพัฒนาขึ้น แต่ก่อนที่อยู่อาศัยของเราเซ็นเซอร์มันน้อย เราใช้เปิดไฟปิดไฟเปิดน้ำปิดน้ำ วันนี้คุณกำลังจะอยู่ในบ้านที่มีตั้งแต่เซ็นเซอร์ความชื้น เซ็นเซอร์แสงไฟ เซ็นเซอร์เสียง เซ็นเซอร์การเคลื่อนไหว เซ็นเซอร์อุณหภูมิ โดยสิ่งที่เราจะพัฒนากันไปก็คือ ที่อยู่อาศัยของเราต้องไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมมากไปกว่านี้

ตอนนี้พวกเราทุกคนทำร้ายสิ่งแวดล้อม ถูกไหม ทุกครั้งที่เปิดแอร์มันก็มีการเอาอากาศร้อนออกไปข้างนอก มันทำให้ข้างนอกร้อน ผมคิดว่าเทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยมันสร้างสมดุลเรื่องนี้ได้ มันควรจะทำให้สังคมเมือง พวกสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) ไม่ทำร้ายโลกไปมากกว่านี้

คุณมองว่าเทคโนโลยีไปกับเรื่องสิ่งแวดล้อมได้

ผมว่าไปได้นะ เมืองไทยอาจจะดูเหมือนไม่ค่อยมีตัวอย่าง แต่อย่างสิงคโปร์ เขาอยู่กับต้นไม้ใหญ่ อยู่กับสวนสีเขียว แล้วก็ยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอากาศที่ดีได้ ผมว่าเป็นไปได้ วันนี้กรุงเทพฯ กำลังเพิ่งเริ่มเท่านั้นเอง การที่คนเมืองจะอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติเพิ่มขึ้นเป็นไปได้แล้ว ก็ค่อยๆ เริ่มกันอยู่

ผมให้น้ำหนักกับเทคโนโลยีนะ ผมอยากเห็นที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวเองได้ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม วันนี้แดดไม่ส่องแอร์มันควรจะลดแล้ว ถ้าแดดส่องก็ปรับแอร์ตามระดับ ไม่ใช่มาถึงมาอัดแอร์ 20 องศา และ Hi Speed อย่างเดียว นอกจากเรื่องเปลืองเงิน ซึ่งความจริงมันไม่เยอะหรอกสำหรับคนที่อยู่คอนโดฯ แต่ที่มันแพงกว่าคือเราทำร้ายโลกอยู่ แก่นหลักๆ ของเทคโนโลยีจริงๆ คือควรใช้เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนมากกว่า

สุดท้ายต่อให้เราเป็นคนเมืองยังไงก็แล้วแต่ มันก็ไม่ใช่ว่าเราจะอยู่กับป่าคอนกรีตได้ ผมชอบสีเขียว ผมสนับสนุนเรื่องการที่มนุษย์กับธรรมชาติอยู่ใกล้กัน แล้วก็ไม่ได้ขัดแย้งกับเทคโนโลยีอะไรนะ ถ้ามีพร้อมทั้งเทคโนโลยีและธรรมชาติด้วยน่าจะดีที่สุด

ไผท ผดุงถิ่น, Builk, BUILK Thailand, วัสดุก่อสร้าง

พูดถึงการใช้ชีวิตที่เป็น Perfect Living ในความหมายของคุณคืออะไร เคยคิดบ้างไหม

ผมเคยถามตัวเองว่า ชีวิตที่ดีคืออะไร ผมคิดว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่มีทางเลือก ทางเลือกมันสำคัญ ทางเลือกคือสิ่งที่ผมอยากได้ ถามว่าผมจะพอใจตัวเองเมื่อไหร่ ก็คือเมื่อผมมีทางเลือก แล้วเทคโนโลยีทำให้ผมเกิดทางเลือก วันนี้ผมมีเทคโนโลยีในมือ ผมเลือกได้ว่าจะทำอะไร ไม่ทำอะไร ถ้าไม่มีเทคโนโลยีทางเลือกผมอาจจะจำกัด แต่ก็อยู่ที่คนจะเลือกสร้างสมดุลให้มันยังไง ใช้เทคโนโลยีในเวลาที่ถูกต้องและละมันในเวลาที่ถูกต้อง

Perfect Living สำหรับตัวผมเองตอนอายุ 20 ปีก็ตีความแบบหนึ่ง 30 ปีก็เป็นแบบหนึ่ง กำลังจะ 40 ปีก็เป็นแบบหนึ่ง ทุกวันนี้ถ้าชีวิตจะมี Perfect Living ก็คงเป็นชีวิตที่บาลานซ์เรื่องที่ว่ามาได้ ด้วยทางเลือกและเทคโนโลยีที่ผมมีอยู่ เช้ามาผมรู้ว่าเรื่องงานไม่ต้องห่วงมากแล้ว ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม ผมเอาเวลาไปเล่นกับลูกได้ ตอนเย็นไปรับลูกได้ เสาร์-อาทิตย์ได้เป็นพ่อเต็มตัว คนจะถามคำถามว่า คนทำธุรกิจ ยิ่งเป็นสตาร์ทอัพ แบ่งเวลายังไง ผมว่าผมไม่ค่อยคิดในแง่ลบกับตัวเองเท่าไหร่ อาจจะไม่ได้ดีมาก แต่คิดว่าผมแฮปปี้ที่ชีวิตตัวเองเป็นแบบนี้ มีเงินระดับหนึ่ง พอใช้ได้ แล้วก็มีเวลา มีทางเลือก เสาร์-อาทิตย์พาลูกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ได้ ไปที่แปลกๆ เพื่อค้นหาอะไรใหม่ๆ ได้ ผมรู้สึกว่าชีวิตผมมีคุณค่าในวันอย่างนั้น วันธรรมดาก็เต็มที่ในเรื่องงาน

โดยส่วนตัวเทคโนโลยีมีบทบาทกับชีวิตคุณยังไงบ้างในแง่ที่อยู่อาศัย

หนึ่งคือ ผมควรจะสบายใจได้ว่า ช่วงนี้ผมออกมาจากบ้านลืมปิดไฟหรือเปล่า ลืมปิดแอร์หรือเปล่า ผมมอนิเตอร์ดูบ้านผมได้ ดูห้องผมได้ มันมีความสบายใจ สองคือ ถ้าหากว่ามีอะไรผิดปกติผมควรจะรู้ก่อน เพราะว่าเซ็นเซอร์มันจะทำงานเหมือน Fitbit ที่บอกว่าร่างกายเรามีอะไรผิดปกติ แต่เทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยกำลังจะบอกผมว่าในบ้านผมมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

ที่อยู่อาศัยคือสิ่งที่เรารักอยู่แล้ว แล้วเทคโนโลยีทำให้คนอย่างพวกเราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ใครที่อยู่บ้านหลังใหญ่ หาแม่บ้านยาก แต่ถ้าอยู่คอนโดมิเนียม มีแอปพลิเคชันผู้ช่วย เรียกคนมาเซอร์วิสได้ แล้วเรารู้ว่าเขามาแล้วปลอดภัย รู้สึกเป็น Peace of Mind ทำให้เรายังใช้ชีวิตอยู่ได้สบายใจ

ไผท ผดุงถิ่น, Builk, BUILK Thailand, วัสดุก่อสร้าง ไผท ผดุงถิ่น, Builk, BUILK Thailand, วัสดุก่อสร้าง

ในฐานะคนที่คลุกคลีกับเรื่องเทคโนโลยี คุณมองสังคมไร้เงินสดยังไง

สังคมมันเปลี่ยนไปแน่ๆ แต่ก่อนเราเคยคิดว่า เรื่อง Cashless Society น่าจะเป็นเรื่องไม่จำเป็น แต่ทุกวันนี้เรามองมันใหม่ว่า การมีธุรกรรมที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์มันปลอดภัย ตรวจสอบได้ มันรู้ว่าไม่มีใครมาหยิบเงินจากกระเป๋าผม เพราะผมใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ผมก็ตรวจสอบได้

ต้นทุนในการถือเงินในการเก็บเงินมันต่ำกว่ากันเยอะนะ เราไม่ต้องเดินไปหาตู้เอทีเอ็ม เพื่อที่จะกดเงิน เพราะเงินมันอยู่ในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าก็ได้ ไม่ต้องกดเงิน จ่ายเงินอะไรก็ได้ เวลาทำธุรกิจต่างประเทศวันนี้ผมก็ใช้ Digital Wallet อยู่แล้ว มันง่าย มันสะดวกกว่าบัตรเครดิตตั้งเยอะ เราจะเห็นว่าประเทศจีนที่เข้าสู่สังคมไร้เงินสด คนอินโดนีเซียที่เข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้เร็วกว่าเรา ผมว่าคนไทยก็กำลังเคลื่อนที่ไปสู่สังคมแบบนั้น

เมื่อการใช้ชีวิตมีประสิทธิภาพขึ้น มีเวลาเหลือมากขึ้น มีตัวเลือกในชีวิตเพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่านี่คงจะเป็นคำนิยามของ Perfect Living ประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตน่าจะมีมากขึ้น

แล้วที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบหรือ Perfect Living Platform ในความหมายของคุณต้องมีอะไร

มันเป็นความเชื่อจริงๆ ว่า ผมคิดว่า Perfect Living ก็คือ ชีวิตที่มันมีทางเลือก ซึ่งมันจะเกิดจาก หนึ่งคือ โลเคชัน ผมอยู่คอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า แล้วผมชอบชีวิตแบบนี้มาก เพราะว่าผมสามารถพาลูกนั่งรถไฟฟ้าไม่กี่สถานีไปสวนสาธารณะ พาไปพิพิธภัณฑ์ก็นั่งรถไฟอีกไม่กี่สถานี มันคือทางเลือกในชีวิต เราไม่จำเป็นต้องขับรถอย่างเดียว เราไม่จำเป็นต้องนั่งรถไฟฟ้าอย่างเดียว อะไรก็ได้ที่มันมีทางเลือก ผมว่าชีวิตมันก็จะดีกว่า

อีกอย่างที่สำคัญก็คือเรื่องเทคโนโลยี เทคโนโลยีทำให้ผมมีทางเลือกอีก ผมได้อยู่ในที่ที่ผมสามารถจะมีข้อมูลมากขึ้น ทำให้ผมเลือกได้ว่าวันนี้ผมจะเดินทางอย่างไร เพราะเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับผม มันทำให้ผมรู้ข้อมูลได้ง่ายขึ้น ถ้าเรามีข้อมูล เราสามารถที่จะะคาดการณ์หรือป้องกันตัวเองได้ไม่ให้วันนี้เป็น Bad Day สำหรับเรา ผมอาจจะใช้ Smart Mirror ทุกเช้าเพื่อดูข้อมูล แล้วผมก็วางแผนชีวิตผมได้ สมมติวันนี้ฝนตกแน่ๆ ผมก็สามารถเลือกวิธีเดินทางได้

ผมรู้สึกว่า Information มันไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกแล้ว เราไม่ต้องพยายามอะไรมากมาย ไม่ต้องรอดูข่าว 6 โมงเช้า วันนี้เราอยากจะรู้ข้อมูลเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วมันก็แม่นยำขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เทคโนโลยีหยิบยื่นให้กับเรา มันรู้ชีวิตเรา Machine Learning มันฉลาดขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเพื่อนที่ช่วยเราได้ดีกว่าเดิม มันจะกลายเป็น Digital Assistant ได้จริงๆ แต่ก่อนเรายังต้องมีความพยายามในการเข้าถึงเทคโนโลยี แล้วผมว่ามันเริ่มเข้ามาเชื่อมต่ออย่างแนบเนียนกับที่อยู่อาศัย

สุดท้ายมองในแง่ดี เทคโนโลยีมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มทางเลือก ย้อนกลับมาว่าที่เงินสำคัญเพราะว่าเมื่อคุณมีเงินก็เลยมีทางเลือก สุดท้ายถ้าไม่ได้มองเงินเป็นเป้าหมาย ชีวิตที่ดีคือการที่คือคุณมีทางเลือกต่างหาก

ไผท ผดุงถิ่น, Builk, BUILK Thailand, วัสดุก่อสร้าง

A PERFECT LIVING PLATFORM

เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ธรรมชาติ’ เป็นเผ่าพันธ์ุที่ต้องสร้าง ‘สังคม’ และปัจจุบันปัจจัยรอบด้านนำพาการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งในโลกเข้าสู่ยุค ‘เทคโนโลยี’ ที่ล้ำหน้าและทันสมัย ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์ต้องปรับเปลี่ยน ให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่

‘Park Origin’ จึงสร้างขึ้นมาภายใต้คอนเซปท์ ‘A Perfect Living Platform’ ที่เข้าใจการใช้ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผสาน เทคโนโลยี สังคม และธรรมชาติ ได้อย่างลงตัว โดยที่ทุกคนไม่ต้องเสียเวลาวิ่งโหยหาสิ่งเหล่านี้จากภายนอก เพราะ 3 สิ่งนี้ได้อยู่ใน Platform นี้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์แล้ว ที่ Park Origin Phayathai, Park Origin Thonglor และ Park Origin Phrom Phong

https://www.parkorigin.co.th/

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load