3 Oct 2018
4 PAGES
4 K
The Cloud X Park Origin

 

“ถ้าไม่มีธรรมชาติ เราจะมี Perfect Living ได้ยังไง” ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร Eco Designer หรือนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บอกกับเราด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร เรียนจบออกแบบผลิตภัณฑ์และสนใจปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม จึงนำมาทำเป็นวิทยานิพนธ์ขณะศึกษาปริญญาโท เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคต่อเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และต่อมาได้เปิดร้าน ‘The Eco Shop’ ขายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในประเทศไทยพร้อมจ้างพนักงานขายที่เป็นผู้พิการ

สิ่งที่ท็อปตั้งใจทำมานับสิบปีผลิดอกงอกงามเติบโต เป็นสตูดิโอออกแบบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้ชื่อ บริษัท คิดคิด จำกัด ทำแบรนด์สินค้าที่ใช้แนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งกระบวนการตั้งแต่ผลิตกระทั่งสินค้าหมดอายุ Eco-Cycle ในชื่อ แบรนด์โอ และก่อตั้งกลุ่ม ECO DESIGN THAI THAI กลุ่มสินค้าออกแบบไทยๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

ท็อปเชื่อว่า Perfect Living จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดธรรมชาติ เพราะทุกสิ่งรอบตัวล้วนถือกำเนิดและไปสิ้นสุดที่ธรรมชาติ และไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกล สังคมจะไปเร็วแค่ไหน แต่ ‘ธรรมชาติ’ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เช่นเดียวกับ A Perfect Living Platform คอนเซปต์ล่าสุดของการสร้างที่อยู่อาศัยของ Park Origin

ซึ่งมีการออกแบบ Landscape ให้ใช้พื้นที่อย่างมีคุณค่า โดยนักออกแบบชั้นนำเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ใหญ่ในพื้นที่เดิมใว้ และอาคารรูปแบบใหม่ในแนวคิด ‘Vertical Garden’ มีพื้นที่สีเขียวเล่นระดับเป็นขั้นบันไดถึง 1,500 ขั้น ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนไหล่เขา เสมือนสวนป่าคอนกรีตที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับคนเมือง รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานเพื่อสร้างกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติให้มีรายล้อมอยู่ภายในโครงการ ตลอดจนมี Facility ที่ให้ความรู้สึกว่าธรรมชาติยังอยู่รายล้อมรอบตัวเรา

อย่าแปลกใจหากคุณพบคำว่า ‘สิ่งแวดล้อม’ มากมายในหลายย่อหน้าด้านบน เพราะบทสนทนาที่คุณจะได้อ่านต่อไป คือเรื่องราวการเดินทางเพื่อรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน เพื่อ Perfect Living จากสองมือของชายหนุ่มผู้เปลี่ยนโลกให้น่าอยู่มากขึ้นด้วยการออกแบบ

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

เล่าย้อนความหลังให้ฟังหน่อย เด็กชายพิพัฒน์เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมแบบไหน

ทั้งชีวิตผมเป็นเด็กกรุงเทพฯ มาตลอด บ้านผมเป็นตึกแถวริมถนนใหญ่ ทำให้ผมไม่เคยมีวัยเด็กแบบคนอื่นๆ กิจกรรมอย่างปั่นจักรยานเป็นแก๊งอยู่ในหมู่บ้าน หรือล้อมวงเตะฟุตบอลกันหน้ารั้วบ้าน ผมไม่มี (ยิ้ม) เพื่อนผมตอนเด็ก จะเป็นพี่ๆ ที่ขายแผงลอยอยู่หน้าบ้าน

สนามเด็กเล่นของผมคือพื้นที่หน้าห้องแถวกว้าง 4 เมตร แต่เชื่อไหมว่าภาพในวัยเด็กเหล่านั้นแหละที่ทำให้ผมรู้จักการใช้ชีวิต เรียนรู้วิธีการทำงาน หาเงิน และได้เห็นความแตกต่างของผู้คนตั้งแต่เด็ก ผมเห็นความแตกต่าง แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่าความต่างนั้นคือเรื่องผิดแปลก ไม่ว่าจะเป็นคนพิการหรือคนต่างด้าว สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังให้ผมเติบโตมาเป็นคนแบบนี้ ไม่ว่าจะเจอใคร สังคมแบบไหน เราก็อยู่รอดได้

สมัยอยู่ตึกแถว บ้านเราไม่มีพื้นที่สีเขียวในบ้านเลย จะมีก็แต่ต้นไม้ของ กทม. ที่ปลูกอย่างเก้ๆ กังๆ อยู่ริมฟุตบปาธหน้าบ้าน แต่ผมไม่เคยเห็นต้นไม้มันโตเลยสักครั้ง (หัวเราะ) จนถึงทุกวันนี้ มันยังขนาดเท่าเมื่อ 30 ปีก่อนอยู่เลย ต้นไม้หน้าบ้านผมต้นนั้น พอมันเริ่มแตกยอด มันก็จะโดนตัด วนเวียนแบบนี้เสมอ

ช่วงวัยเด็ก ผมไม่เคยสนใจเรื่องธรรมชาติรอบตัวเลยนะ ไม่ได้เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญใดๆ กับชีวิตเลย

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

แล้วจุดเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้คุณหันมาสนใจเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคือเมื่อไหร่

ผมไม่ได้มีจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ชัดเจน แต่ผมเปลี่ยนไปด้วยองศาความคิดที่มันขยับ ถ้าองศามันอยู่ในตำแหน่งเดิม เส้นที่ฉายออกไปจากองศานั้นก็จะทับซ้อนอยู่ที่เดิม แต่เมื่อองศาขยับเปลี่ยนมุมไปเพียงนิดเดียว เส้นที่ฉายออกไปจะฉีกไปจากองศาเดิมเรื่อยๆ ชีวิตของผมเปลี่ยน จากองศาความคิดที่ขยับเพียงนิดเดียวนี่แหละ

ตอนนั้นสิ่งที่ทำให้องศาขยับ มันเริ่มจากการที่ผมมีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ชื่อ An Inconvenient Truth ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ผมเรียนจบปริญาตรีด้าน Product Design และเรียนปริญญาโท Marketing ผมอยากเปิดกิจการเป็นของตัวเอง ดังนั้น นอกเหนือจากเรื่องออกแบบแล้ว ถ้าอยากให้กิจการอยู่รอดปลอดภัย ผลงานของผมขายได้ ผมต้องมีความรู้ด้านการตลาดด้วย

หลังผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ ผมกลับมาศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และนำมาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทในชื่อหัวข้อ ‘แนวโน้มพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ ผลการวิจัยเล่าให้ฟังอย่างสรุปได้ว่า เวลาคนเห็นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้ตอนเริ่มต้นผู้บริโภคจะรู้สึกชอบ และผลสุดท้ายกลับลังเลที่จะซื้อ ด้วยปัจจัยด้านราคาที่สูงกว่าราคาเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ในตลาดมาก

ดังนั้น โจทย์หลักของผมในการทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือเรื่องของต้นทุนการผลิต ที่จะต้องลดลงมาเพื่อไม่ให้ราคาขายสูงเกินไป จนกลายมาเป็นหลักคิดในการเป็น Eco Designer และตัวตนของผมมาจนถึงทุกวันนี้

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

เล่าเส้นทางการเป็น Eco Designer ของคุณให้ฟังหน่อย

บริษัทของผมชื่อ Kid Kid เป็น Social Enterprise (SE) แปลว่าธุรกิจเพื่อสังคม แนวทางของบริษัทคือการมุ่งเน้นกำไรที่ไม่ใช่เฉพาะตัวเงิน แต่ต้องมีกำไรคืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย

โจทย์ที่ต้องทำให้สำเร็จในทุกโปรเจกต์ อย่างแรกคือเราต้องส่งผลงานที่ดีให้กับลูกค้า ต่อมาคือสิ่งที่เราทำต้องสามารถวัดผลในแง่สังคมหรือสิ่งแวดล้อมได้ พูดง่ายๆ คือวัด Social Impact ได้ เพราะถ้าโปรเจกต์ของเราคอนเซปต์ดีงาม รักษ์โลกมาก แต่สุดท้ายวัดผลไม่ได้ว่าช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเท่าไหร่ มันก็จะกลายเป็นแค่การประชาสัมพันธ์เท่านั้น

อย่างล่าสุดผมทำแอพพลิเคชันชื่อ ‘Eco Life’ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกแบบ Single-use ในมหาวิทยาลัย จำพวกถุงพลาสติก หลอด ช้อนส้อมพลาสติก หรือแก้วพลาสติก มันก็ต้องวัดผลได้ว่าสุดท้ายเราสามารถลดปริมาณการใช้ไปได้เท่าไหร่ ถ้าเราลดทั้งสี่อย่างนี้ได้ก่อน มันจะนำพามาซึ่งการลดสิ่งอื่นๆ ได้ด้วย จริงๆ พลาสติกไม่ได้ผิดอะไร แต่เราควรใช้งานเขาให้คุ้มค่ากว่านี้ เพราะนอกจากย่อยสลายยากมากแล้ว พลาสติกพวกนี้ยังผลิตจากทรัพยากรทางธรรมชาติ คุณจะเห็นว่าสุดท้ายแล้วมันเริ่มต้นและจบลงที่ธรรมชาติ

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

จากการที่คุณทำงานเรื่องสิ่งแวดล้อมและชุมชนมานับสิบปี คนส่วนใหญ่ที่คุณทำงานด้วยมองธรรมชาติเป็นยังไง

มี 2 แบบ แบบแรกคือคนที่อยู่กับธรรมชาติจนเคยชินแล้วไม่เห็นคุณค่าหรือความสำคัญของธรรมชาติรอบตัว กับคนอีกแบบที่อยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ รู้สึกหวงแหนที่จะรักษาเอาไว้ให้อยู่ชั่วลูกชั่วหลาน เพราะเขาอยากให้คนรุ่นหลังได้เห็น ได้สัมผัสกับความร่มเย็นของธรรมชาติในแบบที่เขาเคยเห็น เคยสัมผัสมาก่อน

โปรเจกต์ที่ผมทำล้วนต้องสื่อสารกับคนทั้งสองประเภท ทั้งคนที่เห็นและไม่เห็นคุณค่าของธรรมชาติ สิ่งที่เราพยายามทำคือทำความเข้าใจและให้ความรู้ว่าทำไมเขาควรเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ และการมีมันอยู่จะส่งผลดีอย่างไรในอนาคต


แล้วสำหรับคุณ ‘ธรรมชาติ’ สำคัญยังไง มันเป็นส่วนที่ทำให้เกิด Perfect Living หรือเปล่า

ผมว่าเราอาจจะต้องถามกลับกันว่า ถ้าไม่มีธรรมชาติ เราจะมี Perfect Living ได้ยังไงต่างหาก ผมเคยมองแค่เรื่องเงินทอง ชื่อเสียง แต่เมื่อเติบโตขึ้น ก็รู้ว่าเรื่องพวกนั้นมันไม่ยั่งยืน สิ่งที่จริงคือธรรมชาติ ฉะนั้นการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มันมอบพลังให้กับชีวิต ผมถึงต้องหาโอกาสพาตัวเองไปหาธรรมชาติอยู่เสมอ เหมือนไปหาโอเอซิสที่ทำให้เราได้พักหายใจ

แม้ว่าผมกับภรรยา (นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) จะทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่เราก็พยายามที่จะทำให้ตึกที่เราอยู่มีพื้นที่สีเขียวสอดแทรกอยู่บ้าง เราพยายามที่จะออกมาเจอกับธรรมชาติอย่างสวนสาธารณะใกล้ๆ กับตึกของเรา และเราก็พยายามท่องเที่ยวไปตามต่างจังหวัดบ้างเมื่อมีโอกาส เพราะสำหรับเราทั้งคู่ การพักผ่อนคือการได้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ มีดอกไม้ใบหญ้า

อย่างทุกวันนี้ เวลาพ่อของผมทานข้าวเสร็จ ท่านจะมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นสวน เห็นความร่มรื่น มองจากสายตาผมก็รู้แล้วว่าท่านมีความสุข หรือหลานชายผม ปกติใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก ช่วงฤดูหนาวแทบไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน เขาเห็นธรรมชาติแต่ก็ออกไปสัมผัสไม่ได้ เพราะอากาศหนาวเหลือเกิน ดังนั้น ทุกปิดเทอมที่เขากลับมาประเทศไทย เขาจะมีความสุขมากที่ได้วิ่งเล่นอยู่ในสวน ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

นี่คือสิ่งที่ผมเห็นและรับรู้ว่าธรรมชาติสำคัญต่อความสุขในการใช้ชีวิตของคนเราขนาดไหน และแน่นอนว่าเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิด Perfect Living 

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

ว่าแต่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบหรือ Perfect Living ในมุมมองของคุณต้องเป็นยังไง

Perfect Living ในแบบของผม คือการได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากทำ ได้เป็นในแบบที่เราอยากเป็น แต่อยู่ในศีลธรรมและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

ผมใช้ชีวิตให้มันไม่ยาก ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและทำได้ดี อะไรที่ผมทำไม่ได้ ก็เลือกที่จะไม่ทำ ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตแบบ Eco Life คือเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด เวลาจะออกไปข้างนอกผมก็พกกระบอกใส่น้ำไปเอง พกผ้าเช็ดหน้าไปเอง พยายามเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เริ่มต้นเล็กๆ ที่ตัวเราก่อน ทำสิ่งที่คิดว่ามันส่งผลดีกับตัวเราและคนรอบตัว แล้วเดี๋ยวครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศและสิ่งแวดล้อมก็จะดีตาม

Motto ที่อยู่ในหัวผมตลอดเวลาคือ ‘ดีหรือไม่ ใครจะรู้’ เป็นวลีที่เกิดจากเวลาทำงาน มันย่อมมีการสมหวังและผิดหวัง ทีนี้เวลาเราไปเจอความผิดหวัง มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ ที่จะตามมาในอนาคตก็ได้ เมื่อคิดแบบนี้ความผิดหวังมันจะไม่ใช่การล้มหัวทิ่ม แต่มันจะเป็นเหมือนการสะดุดนิดหน่อยแล้วก้าวต่อไปได้

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

ธรรมชาติมีบทบาทกับชีวิตคุณยังไงบ้างในแง่ที่อยู่อาศัย และมันสร้าง A Perfect Living Platform ได้ยังไง

ผมว่าสิ่งปลูกสร้างเป็นสิ่งสำคัญ แต่ชีวิตที่อยู่ในสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ สำคัญกว่า ถ้าสมมติว่าเราอาศัยอยู่ในห้องที่ดูดี ใช้ข้าวของทุกอย่างที่ดีที่สุด แต่ห้องนั้นไม่ได้เติมเต็มตัวตนของคุณเลย ก็ยากที่จะพูดว่าที่อยู่อาศัยนั้นเติมเต็มการใช้ชีวิตของคุณ

ที่อยู่อาศัยที่เติมเต็มความเป็นตัวตนของผม และสร้าง A Perfect Living Platform ให้เกิดขึ้นได้ ต้องมี ‘ชีวิต’ ตั้งแต่หมาแมวที่เราเลี้ยง ปลาในตู้ ต้นไม้ที่เราปลูก และคนที่เรารัก ผมโชคดีที่เจอคนรักที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ แม้เราจะไม่ใช่คนที่เหมือนกัน 100% แต่นุ่นคือคนที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างบางอย่างของผมที่ขาดไป เป็น Amazing Piece ที่ต่อกันได้พอดี และเราก็รักในสิ่งเดียวกันนั่นคือธรรมชาติ

ดังนั้น จึงไม่แปลกหากเราทั้งคู่จะนำธรรมชาติเข้ามาในที่อยู่อาศัย บ้านของเรามีพื้นที่ไม่มาก แต่เราก็มีต้นไม้ต้นเล็กต้นน้อยสอดแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ เยอะแยะไปหมด ทั้งผมและนุ่นใช้ทุกจังหวะชีวิตไปกับธรรมชาติ แม้เราจะอยู่ในเมืองใหญ่ที่วุ่นวายก็ตาม

 

เล่าให้ฟังหน่อยว่า Perfect Living ในทุกวันนี้ของคุณคืออะไร

ตั้งแต่เริ่มต้น ผมเลือกทำในสิ่งที่สนใจจนมันกลายเป็นสิ่งที่ชอบ เวลาที่มันไม่ได้ดังใจ ผมก็ท้อเหมือนคนทั่วไป แต่ผมไม่ถอยเพราะผมทำมันมานานจนกลายเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับผมไปแล้ว และสิ่งนี้มันยังสามารถเป็นธุรกิจที่ทำให้ผมมีเงินเพื่อใช้ในการบริหารบริษัท ทำให้ผมมีเป้าหมายในการทำงาน

Perfect Living ในทุกวันของผมคือความสุขเมื่อได้ทำให้บางสิ่งรอบตัวดีขึ้น ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ รอบตัว ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของโลกใบนี้

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, Park Origin

ภาพ: ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

A Perfect Living Platform

เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ธรรมชาติ’ เป็นเผ่าพันธ์ที่ต้องสร้าง ‘สังคม’ และปัจจุบันปัจจัยรอบด้านนำพาการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งในโลกเข้าสู่ยุค ‘เทคโนโลยี’ ที่ล้ำหน้าและทันสมัย ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์ต้องปรับเปลี่ยน ให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่

‘Park Origin’ จึงสร้างขึ้นมาภายใต้คอนเซปต์ ‘A Perfect Living Platform’ ที่เข้าใจการใช้ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผสานเทคโนโลยี สังคม และธรรมชาติ ได้อย่างลงตัว โดยที่ทุกคนไม่ต้องเสียเวลาวิ่งโหยหาสิ่งเหล่านี้จากภายนอก เพราะ 3 สิ่งนี้ได้อยู่ใน Platform นี้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์แล้ว ที่ Park Origin Phayathai, Park Origin Thonglor และ Park Origin Phorm Phong

http://www.parkorigin.co.th/

CONTRIBUTORS

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ ติดตามได้ที่ IG | mochafe และเพจ nonsense1992