The Cloud x The Hero Season3

ใครไม่อยากแก่บ้าง

ความชราเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือการคงไว้ซึ่งการเรียนรู้ที่จะหาความสุข หาสังคมใหม่ๆ และมีชีวิตต่อไปเรื่อยๆ มากกว่าแค่หายใจ

นี่คือเป้าหมายของ ‘YoungHappy’ ธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุขนาดเล็กแต่ฝันใหญ่ อยากให้ผู้สูงอายุในเมืองไทยมีโอกาสหาความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิตผ่านแอพพลิเคชัน กิจกรรม และเบอร์โทรศัพท์ให้โทรพูดคุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะดำเนินการมาเพียงปีครึ่ง แต่ธุรกิจนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของรายการใหญ่อย่าง Accelerator โครงการบ่มเพาะธุรกิจใหม่ของรัฐบาลมาเลเซีย และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปชนะงานประกวดธุรกิจเพื่อสังคมของสหประชาชาติอีกด้วย

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ฉันได้คุยกับ ณฎา ต้นสวัสดิ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งธุรกิจ YoungHappy และร้าน Indian Indigo เธอเรียนจบการเงินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำธุรกิจส่วนตัวมาตลอดกว่า 15 ปี กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชีวิตผ่านมรสุมอย่างหนักจนเธอต้องตั้งหลักและหันหัวเรือชีวิตใหม่ ก่อนจะไหลตามกระแสธารจนได้มาพบกับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 3 คน ประกอบด้วย ธนากร พรหมยศ, จุติพร อู่ไพบูลย์ และ ธีรศักดิ์ มูลตุ้ย พวกเขาร่วมงานกันจนออกมาเป็นธุรกิจดีๆ เพื่อคนสำคัญในสังคมเราแบบนี้

แรงจูงใจ วิธีการ และผลกระทบของธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง ต้องลองไปฟัง

คงแก่เรียนเรื่องความสุข

“ธุรกิจที่เคยทำประสบความสำเร็จมากเลยนะ แต่ชีวิตก็มีวิกฤต ต้นปีโดนโกง กลางปีแม่เป็นมะเร็ง ปลายปีเลิกกับสามี ทั้งหมดเกิดภายในปีเดียวกัน แล้วสุดท้ายเราก็วูบในห้องน้ำ พอไปอยู่ในโรงพยาบาล ได้มีเวลานอนคิดว่าสุดท้ายชีวิตเราต้องการอะไร ชีวิตเสียทุกอย่างหมดเลย แต่เรายังมีชีวิต มีลมหายใจ แล้วเราโคตรเห็นคุณค่าของลมหายใจตัวเองเลย” เสียงของณฎาฟังดูมั่นคงเข้มแข็ง แม้พูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก

“หลังจากนั้นเราไม่ทำงานเลย เรียนอย่างเดียวปีหนึ่ง เรียนทำขนม เรียนปลูกผัก เรียนย้อมผ้า เรียนเทรดหุ้น เรียนทำโรงแรม เรียนทำร้านอาหาร เรียนด้วยความอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเราทำอะไรได้ดี แล้วเราชอบอะไร” เธอทบทวนประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยสีสันให้เราฟัง

จากการลองผิดลองถูกและตรวจสอบตนเองจนแน่ใจ นฎาพบว่าตัวเองมีความสุขกับการเลี้ยงลูกทั้งสองคน การทำขนมปัง และการทำอะไรดีๆ ให้คนอื่น ตอนนั้นเธอเริ่มคิดว่าอยากหันไปทำงานมูลนิธิ แต่ธนากร วิศวกรหนุ่มผู้เคยร่วมงานด้วย ชักชวนให้เธอมาทำธุรกิจเพื่อคนรุ่นใหญ่ของสังคมเสียก่อน

สิ่งที่เธอทดลองทำเองในตอนนั้น ช่างคล้ายคลึงกับกิจกรรมต่างๆ ที่ YoungHappy จัดให้เหล่าผู้สูงอายุในตอนนี้ นั่นคือการลองทำกิจกรรมแปลกใหม่ไปเรื่อยๆ จนอาจพบว่าตัวเองถนัดอะไรที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อนก็ได้ เมื่อได้เจอความสุขในแบบที่ต่างไป ชีวิตก็กลับมามีค่าอีกครั้ง

เพราะการค้นพบไม่มีคำว่าสายเกินไป

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ปัญหาเก่าแก่ในสังคมเมือง

จากจุดมุ่งหมายของธุรกิจดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายของ YoungHappy จึงเป็นเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุ (ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป) ในเมืองกรุง และมีสภาวะร่างกายที่ยังดูแลตัวเองได้ เนื่องจากคนกลุ่มนี้แม้จะสุขภาพกายแข็งแรงดี แต่สุขภาพใจอาจไม่ได้รับการดูแลจนเหงาหงอย ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่รู้ว่ามีกิจกรรมที่ไหนให้ไป และชุมชนเมืองต่างจากต่างจังหวัดตรงที่ไม่ได้สนิทสนมกันอย่างใกล้ชิด ต่างคนต่างอยู่ในบ้านของตนเอง จึงยิ่งโดดเดี่ยวขึ้นไปอีก

“หากเทียบกับกลุ่มที่ทำอะไรคล้ายๆ กัน เช่น กรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งเราทำงานร่วมกันบ่อยมาก ทางกรมจะเน้นไปด้านผู้ที่ด้อยโอกาสก่อน หรือศูนย์ต่างๆ ของรัฐก็มีกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุฟรีอยู่เพียบ แต่พอเป็นพ่อแม่เราไป เขาจะรู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของเขา คนกลุ่มนี้เลยเป็นช่องว่างในสังคม ไม่รู้จะอยู่ตรงไหน” เธออธิบายเพิ่มเติม

แรงบันดาลใจเริ่มต้นของณฎามาจากตอนที่สอนพ่อแม่ตัวเองใช้แอพ แล้วพบว่าเป็นเรื่องยากลำบากจนน่าประหลาดใจ เมื่อมาทำ YoungHappy เธอจึงลงไปทดลองศึกษาอย่างจริงจัง ด้วยการเป็นจิตอาสาสอนผู้สูงวัยและผู้ป่วยอัลไซเมอร์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก “ที่เราสอนเขา สำหรับเรามันโคตรง่าย แต่การสอนเขามันท้าทายมาก พอเขาทำได้เขาเลยรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มาก” เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม ความท้าทายนี้เองที่ผลักดันให้เธอมุ่งมั่นทำธุรกิจเพื่อพวกเขาต่อ
YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ถึงจะแก่แต่ก็มีหัวใจ

ในช่วงเวลาที่เข้าไปคลุกคลีกับพี่ป้าน้าอา ณฎาได้เรียนรู้หลายสิ่งเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ที่แตกต่างจากความเข้าใจเดิมของเธอ ตัวอย่างเช่น พวกเขาอยากทำกิจกรรมเพื่อสังคม แต่ไม่แน่ใจว่ามีกิจกรรมไหนที่ไปทำได้บ้าง หรือพวกเขาอยากทำกิจกรรมกับคนรุ่นเดียวกันมากกว่าคนรุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะเขาซึ่งช้ากว่าจะได้ไม่รู้สึกกดดันหรือเป็นตัวถ่วง

“อย่างเรื่องส่งรูปเนี่ย วัยรุ่นไม่เข้าใจจริงๆ นะว่าสวัสดีวันจันทร์ วันอังคาร วันพระ จะส่งมาทำไม พอไปถามเขา เขามีคำตอบ 2 อย่าง อย่างแรก เขาพิมพ์ไม่ไหว ส่งรูปง่ายกว่า และสอง เขาส่งไปให้ใคร เพื่อจะบอกคนนั้นว่า ฉันยังมีชีวิตอยู่นะ อย่าลืมฉัน” นฎาเล่าถึงตัวอย่างการมองในมุมของผู้สูงวัยให้ฟัง

จากบทเรียนต่างๆ ทำให้พวกเธอสรุปสโลแกนของ YoungHappy ออกมาเป็น ‘สนุก มีคุณค่า พึ่งพาตัวเองได้’ นั่นคือเน้นตอบโจทย์ผู้สูงอายุเหล่านี้ ที่ต้องการจะมีความสุข และทำสิ่งดีๆ ให้สังคม โดยไม่เป็นภาระใครนั่นเอง

วิธีการที่เหมาะสมแก่เป้าหมาย

ศูนย์กลางของธุรกิจนี้ คือแอพซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวของผู้สูงวัยแต่ละคน “ในเชิงธุรกิจ เฟซบุ๊กกับไลน์เป็นเหมือนบ้านเช่า แต่แอพเหมือนเป็นบ้านของเราเอง” ณฎาบอกสาเหตุของการเลือกทำแอพ

รวมถึงเหตุผลด้านการใช้งานที่เธอเรียนรู้จากการทำจิตอาสาว่า ผู้สูงวัยจะต้องการให้ได้สิ่งที่ต้องการภายใน 3 คลิก หากเป็นเว็บไซต์หรือบริการผ่านแอพอื่นๆ อาจสร้างความยุ่งยากให้เขามากเกินไป เทียบกับแอพเดียวที่ออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ เช่น มีปุ่มขนาดใหญ่ๆ จะได้กดง่าย หรือมีปุ่มสำหรับโทรศัพท์คุยกับคนจริงๆ เพราะคนกลุ่มนี้ถนัดโทรมากกว่ากรอกรายละเอียดลงทะเบียน

ในแอพมีทั้งบทความที่มีข้อมูลถูกต้องให้อ่านและแชร์ต่อได้ รวมถึงประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่ YoungHappy จัดเอง หรือไม่ก็จัดร่วมกับองค์กรอื่น ตั้งแต่การไปเที่ยวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน เรียนวิธีการทำ CPR เรียนรู้การทำเพจ เขียนโปรแกรม หรือแม้แต่เรียนเป็นบาริสต้าก็มี

สิ่งสำคัญอีกอย่างในแอพคือคอลเซ็นเตอร์ ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม โทรมาได้ทุกเรื่องตั้งแต่ขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ จนกระทั่งแค่หาเพื่อนพูดคุยแก้เหงา

“บางคนก็เข้าใจนะว่า YoungHappy เป็นออร์แกไนเซอร์จัดงานคนแก่ แต่งานหลักของเราคือทำอะไรก็ได้ให้เขายังแอคทีฟและยังแฮปปี้ ตามชื่อเลย” นฎาเล่าพร้อมรอยยิ้ม “หลังจากนี้เราอยากขยายจนเป็น One-stop Service สำหรับผู้สูงอายุ ในเชิง e-Commerce ด้วย เราอยากขายสิ่งที่เขาต้องการ โดยเลือกก่อนว่ามันโอเคกับเขาจริงๆ”

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว

เมื่อเป็นสมาชิกของ YoungHappy แล้วจะได้อะไรบ้าง

ณฎาตอบโดยเทียบกับประสบการณ์ของเธอเอง “เราย้อนนึกถึงตัวเราเอง พอเราเจอสิ่งที่ชอบ เวลาตื่นมาแล้วชีวิตมีความหมาย เราอยากให้เขาเจอจุดนั้นบ้าง ส่วนเรื่องเพื่อน ตอนเราเรียนก็ได้เจอสังคมใหม่ๆ ต่างจากสังคมเดิมที่เราอยู่มา 15 ปี คนแก่ที่เขาอยู่ออฟฟิศเดิมมา 30 ปี พอเกษียณออกมาก็ไม่เหลือใคร การไปเจอสังคมใหม่ เจอเพื่อนใหม่ น่าจะดีกับเขา”

ยกตัวอย่างกรณีที่เห็นจริง คุณลุงอรรณพ อดีตผู้บริหารเก่าแก่ มาร่วมกิจกรรมของพวกเธอแทบทุกครั้ง ตั้งแต่การเรียนทำเดคูพาจ เรียนการทำธุรกิจขายของออนไลน์ ไปจนถึงเรียนตัดต่อวิดีโอ ก่อนจะประมวลความรู้ทั้งหมดมาเปิดเพจเฟซบุ๊ก ขายที่วางโทรศัพท์ซึ่งทำจากไม้เป็นลายเดคูพาจ จนถึงตอนนี้ก็ยังรักและสนิทสนมกับชุมชนเล็กๆ นี้อยู่ จนภรรยาของแกได้ช่วยทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ของ YoungHappy ไปโดยปริยาย

ไม่เพียงสมาชิกเท่านั้น เจ้าของธุรกิจอย่างณฎาเองก็ได้ฝึกตนเองหลายอย่าง ทั้งเรื่องความใจเย็น และการเรียนรู้ที่จะลดตัวตน เมื่อไม่ว่าจะเถียงอย่างไรก็ไม่มีทางชนะ จึงได้ฝึกพูดคำว่าขอบคุณและขอโทษให้ติดปาก ในขณะเดียวกัน งานนี้ก็ได้มอบความรู้สึกดีๆ ให้ ผ่านการดูแลคนที่ไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่ และช่วยให้เขาได้มีความสุข

“อยู่กับคนกลุ่มนี้แล้วเราเองก็ได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง เช่นวันก่อนจัดงานฉายหนัง แล้วหน้างานก็ให้เขาเขียน Post-it บอกความฝันของฉัน หลังเลิกงานพี่ก็ไปอ่านดู แล้วพบว่าเขาขออยู่ 2 อย่าง คือขอให้แข็งแรง และขอให้มีความสุข มันเลยเหมือนสะท้อนว่าปลายทางชีวิตของคนคนหนึ่ง ก็ขอแค่นี้หรือเปล่า” ณฎาพูดทั้งรอยยิ้ม

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

หากใครสนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว YoungHappy เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการโหลดแอพทั้งใน App Store และ Google Play เลย
Facebook : ยังแฮปปี้ YoungHappy

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

ฉันรู้จัก มายเดย์ ตาอู จาก ‘มาหาสมบัติ’ นิทรรศการที่ The Emquatier ซึ่งหยิบเรื่องราวผืนป่ามาถ่ายทอดสู่คนเมือง ด้านหน้าของงาน มีผลงานภาพถ่ายจากผืนป่าจัดแสดงอยู่ ส่วนหนึ่งในนั้นคือผลงานฝีมือชายหนุ่มคนนี้

ภาพของมายเดย์มีเสน่ห์และน่าสนใจ หากที่ดึงดูดไม่แพ้กันคือเรื่องราวของเขา   

เรื่องของเด็กชายชาวปกาเกอะญอผู้กลายมาเป็นช่างภาพสัตว์ป่า

มายเดย์ ตาอู

มายเดย์ ตาอู

ย้อนไปในอดีต มายเดย์ลืมตาดูโลกในฝั่งประเทศพม่า ชายหนุ่มเล่าว่าก่อนเขาเกิดมา ป่าบริเวณที่อยู่ยังอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าชุกชุม แต่ทั้งหมดก็สูญสิ้นไปเพราะการสัมปทานป่าไม้ เมื่อเด็กชายชาวปกาเกอะญอจำความได้ สิ่งที่เห็นคือตอไม้และซุงท่อนใหญ่ตามถนน แล้วต่อมา ครอบครัวเขาก็ย้ายหนีเหตุการณ์รุนแรงในพม่ามาลงหลักปักฐานที่ฝั่งไทย

แต่แม้ไม่มีต้นไม้ใหญ่ มายเดย์ก็ยังคงได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดป่า ได้ตามพ่อเดินเข้าป่าลึกที่นักลักลอบตัดไม้เข้าไม่ถึง จนเมื่อเข้าสู่วัยประถม เด็กชายมายเดย์ก็ได้พบกับมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ ซึ่งทำกิจกรรมส่งเสริมให้เยาวชนรักธรรมชาติ

ระหว่างกิจกรรม เด็กชายผู้เติบโตกับผืนป่าได้จับกล้องถ่ายรูปเป็นครั้งแรกและตกหลุมรัก

มายเดย์ ตาอู

หากในเวลาเดียวกัน เขาก็รู้ว่าตัวเองมีข้อจำกัด เพราะการถ่ายภาพนั้นต้องใช้อุปกรณ์ ซึ่งแน่นอนว่าหมายถึงเงินที่ต้องจ่าย

“ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะได้มาถ่าย เพราะเรามีพื้นฐานที่ไม่มีเงินอยู่แล้ว” มายเดย์ย้อนเล่า แล้วเอ่ยต่อว่า หลังจากนั้นเขาก็ห่างหายจากการถ่ายภาพไปยาวนาน จนเริ่มมาทำงานกับทางมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ เขาถึงได้เริ่มจับกล้องอีกครั้ง และมุ่งมั่นจนเก็บเงินซื้อกล้องมือสองต่อจากพี่ๆ ในมูลนิธิได้ในราคา 3,000 บาท

ช่างภาพฝึกหัดชาวปกาเกอะญอเริ่มต้นด้วยการถ่ายรูปค่ายเยาวชนที่ทางมูลนิธิจัด และธรรมชาติรอบสถานที่ทำกิจกรรม ต่อมา เมื่อทางมูลนิธิฯ จับมือกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ทำโครงการถ่ายภาพสัตว์ป่าในที่อยู่ตามธรรมชาติเพื่อทำเป็นหนังสือภาพให้คนได้รู้จักและเห็นคุณค่าป่ามรดกโลกผืนนี้ มายเดย์ผู้เติบโตกับป่าก็ได้ตามเข้าไปเพื่อช่วยช่างภาพสัตว์ป่าคนอื่นๆ

มายเดย์ ตาอู

มายเดย์ ตาอู

ภาพ มายเดย์ ตาอู

แต่อนาคตเป็นสิ่งยากคาดเดา วันหนึ่งมายเดย์จึงพบว่าเส้นทางใหม่เปิดออกเผยตัว เมื่องานถ่ายภาพสัตว์ป่าหนักหน่วงจนช่างภาพคนอื่นเริ่มทำต่อไม่ไหว

“เวลาเข้าป่า เราต้องเข้าครั้งหนึ่งสิบวัน สิบห้าวัน บางทีอยู่เป็นเดือน” ช่างภาพหนุ่มเอ่ยเล่า “แล้วการถ่ายรูปสัตว์ป่าต้องเข้าป่าต่อเนื่องทุกเดือน ช่างภาพคนอื่นเขาเข้าไปนานขนาดนั้นไม่ได้ ไม่ว่าง เขาก็เริ่มฝึกให้ผมถ่ายแบบจริงจังเพราะผมมีเวลา ก็เลยได้ลองถือกล้องตัวใหญ่ เลนส์ตัวใหญ่”  

เพราะเหตุนี้ มายเดย์จึงกลายเป็นช่างภาพสัตว์ป่าเต็มตัว

และเป็นช่างภาพสัตว์ป่าที่ไม่เหมือนใคร

มายเดย์ ตาอู

หากช่างภาพคนอื่นคือผู้หลงใหลการถ่ายภาพและหลงรักธรรมชาติ จนเข้าป่าไปบันทึกภาพเหล่านั้นไว้โดยมีผืนป่าใหญ่เปรียบเหมือนออฟฟิศ ฉันคิดว่า การเป็นช่างภาพสัตว์ป่าของมายเดย์ก็คือการทำงานที่รักใน ‘บ้าน’  งานไม่ได้เบาลงหรือสะดวกสบายขึ้น แต่ชายหนุ่มไม่เคยหลงป่าแม้แต่ครั้งเดียว และเมื่อคุ้นเส้นทาง เขาก็ออกจากที่พักเข้าไปทำงานในป่าคนเดียวได้ ไม่ต้องทำงานเป็นหมู่คณะหรือมีคนนำทาง ซึ่งเป็นข้อดีใหญ่หลวง เพราะทำงานได้อย่างคล่องตัวและเสี่ยงต่อการทำให้สัตว์ป่าระแวงน้อยลง  

นอกจากนี้ เขายังเอาตัวรอดในป่าได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าระยะประชิดก็รู้ว่าควรต้องรับมืออย่างไร การพบกับเสือโคร่ง ช้าง หรือกระทิงจึงผ่านมาได้ตลอดรอดฝั่ง (แถมบางครั้งยังได้ภาพด้วย) ฉันไม่รู้ว่าเขารู้ตัวมากน้อยแค่ไหน แต่การทำงานในป่าของเขาอาจเรียกได้ว่าเป็นสัญชาตญาณซึ่งคนชอบเข้าป่าต้องอิจฉา

มายเดย์ ตาอู

มายเดย์ ตาอู

มายเดย์ ตาอู

และขณะที่ช่างภาพคนอื่นหาทำเลเหมาะเจาะ กางบังไพร ซุ่มซ่อนรอสัตว์อยู่ในตำแหน่งเหมาะๆ ตลอดวัน มายเดย์กลับเลือกวิธีทำงานที่แปลก นั่นคือการคว้ากล้องออกเดิน

“ผมจะใช้วิธีเดินแล้วถ่ายภาพ คนอื่นเขาไปนั่ง สร้างบังไพร แต่ผมไม่ชอบแบบนั้น รู้สึกเหมือนเป็นการรอให้โอกาสมาหาเรา ผมสร้างโอกาสที่จะได้เจอสิ่งที่แตกต่างด้วยการเดิน ซึ่งจะได้เจออะไรหลากหลายกว่า เยอะกว่าการนั่งเฝ้า โดยเวลาเราเดิน จะมีการสำรวจก่อนรอบนึง ดูว่าสัตว์ใช้เส้นทางนี้บ่อยแค่ไหนยังไง ดูว่ามีมุมตรงไหนที่สวย แล้วเราก็หาจุดที่จะเดินไปแล้วมองเห็นสัตว์ได้โดยที่เขาไม่เห็นเรา” ช่างภาพหนุ่มชาวปกาเกอะญออธิบาย

หากแม้มีสัญชาตญาณและวิถีการทำงานไม่เหมือนใคร ทั้งหมดก็ยังตั้งอยู่บนกฏเกณฑ์ที่ฉันเชื่อว่าช่างภาพสัตว์ป่าและคนที่รักผืนป่าทุกคนเคารพ

“ต้องไม่รบกวนสัตว์ป่ามาก ให้เขาปลอดภัยแล้วเราก็ปลอดภัย” มายเดย์บอกฉัน

มายเดย์ ตาอู

จากวันแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางช่างภาพสัตว์ป่า ช่างภาพหนุ่มชาวปกาเกอะญอทำงานนี้มาได้หลายปีแล้ว และเอ่ยปนหัวเราะว่าคงทำต่อจนกว่าจะเดินป่าไม่ไหว ทั้งที่งานนี้ หากเทียบกับช่างภาพอีกหลายสาย คงจัดว่าเหนื่อยหนัก ไม่สะดวกสบาย และขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ บางครั้งการทำงานทั้งอาทิตย์อาจไม่เจอสัตว์ที่ต้องการแม้แต่เงา   

ทำไมถึงคิดว่างานนี้คุ้มค่า-ฉันถาม

“เราชอบเข้าป่า ชอบอยู่ในป่า แล้วก็เห็นว่างานที่ทำมีประโยชน์ต่อคนอื่น และถ้าเราถ่ายทอดออกมาให้คนข้างนอกซึ่งส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีสัตว์อะไรอยู่ในป่าบ้าง ได้รู้ว่ามีสิ่งเหล่านี้อยู่นะ ควรรักษาไว้ มันก็เป็นประโยชน์ต่อป่าและสัตว์ป่าด้วย เดี๋ยวนี้พื้นที่ป่าน้อยลงมากจากเมื่อก่อน เหลือแค่พื้นที่ที่เป็นเขตอนุรักษ์นิดหน่อย แต่ละพื้นที่สัตว์ก็น้อยลง เราอยากให้คนกลับมาสนใจและดูแล เพื่อให้สัตว์ป่ายังอยู่กับเรา ให้สัตว์ป่าได้อยู่อย่างมีความสุข” ช่างภาพผู้เติบโตกับผืนป่าให้คำตอบ

มายเดย์ ตาอู

ฉันนึกถึงภาพตอไม้และซุงท่อนใหญ่ ภาพป่าที่ไร้สัตว์ป่า-ผลการกระทำของผู้ใหญ่ที่เด็กชายคนหนึ่งเคยเห็น วันนี้เด็กชายปกาเกอะญอคนนั้นเติบโตแล้ว กลายเป็นผู้ใหญ่ที่กำลังสร้างภาพอันตรงกันข้าม

ด้วยดวงตาและกล้องในมือ

*ไปชมภาพของมายเดย์ได้ที่นิทรรศการ ‘มาหาสมบัติ’ ชั้น 5 โซน Helix Garden ห้าง The EmQuartier

Facebook l มาหาสมบัติ

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load