The Cloud x The Hero Season3

ใครไม่อยากแก่บ้าง

ความชราเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือการคงไว้ซึ่งการเรียนรู้ที่จะหาความสุข หาสังคมใหม่ๆ และมีชีวิตต่อไปเรื่อยๆ มากกว่าแค่หายใจ

นี่คือเป้าหมายของ ‘YoungHappy’ ธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุขนาดเล็กแต่ฝันใหญ่ อยากให้ผู้สูงอายุในเมืองไทยมีโอกาสหาความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิตผ่านแอพพลิเคชัน กิจกรรม และเบอร์โทรศัพท์ให้โทรพูดคุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะดำเนินการมาเพียงปีครึ่ง แต่ธุรกิจนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของรายการใหญ่อย่าง Accelerator โครงการบ่มเพาะธุรกิจใหม่ของรัฐบาลมาเลเซีย และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปชนะงานประกวดธุรกิจเพื่อสังคมของสหประชาชาติอีกด้วย

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ฉันได้คุยกับ ณฎา ต้นสวัสดิ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งธุรกิจ YoungHappy และร้าน Indian Indigo เธอเรียนจบการเงินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำธุรกิจส่วนตัวมาตลอดกว่า 15 ปี กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชีวิตผ่านมรสุมอย่างหนักจนเธอต้องตั้งหลักและหันหัวเรือชีวิตใหม่ ก่อนจะไหลตามกระแสธารจนได้มาพบกับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 3 คน ประกอบด้วย ธนากร พรหมยศ, จุติพร อู่ไพบูลย์ และ ธีรศักดิ์ มูลตุ้ย พวกเขาร่วมงานกันจนออกมาเป็นธุรกิจดีๆ เพื่อคนสำคัญในสังคมเราแบบนี้

แรงจูงใจ วิธีการ และผลกระทบของธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง ต้องลองไปฟัง

คงแก่เรียนเรื่องความสุข

“ธุรกิจที่เคยทำประสบความสำเร็จมากเลยนะ แต่ชีวิตก็มีวิกฤต ต้นปีโดนโกง กลางปีแม่เป็นมะเร็ง ปลายปีเลิกกับสามี ทั้งหมดเกิดภายในปีเดียวกัน แล้วสุดท้ายเราก็วูบในห้องน้ำ พอไปอยู่ในโรงพยาบาล ได้มีเวลานอนคิดว่าสุดท้ายชีวิตเราต้องการอะไร ชีวิตเสียทุกอย่างหมดเลย แต่เรายังมีชีวิต มีลมหายใจ แล้วเราโคตรเห็นคุณค่าของลมหายใจตัวเองเลย” เสียงของณฎาฟังดูมั่นคงเข้มแข็ง แม้พูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก

“หลังจากนั้นเราไม่ทำงานเลย เรียนอย่างเดียวปีหนึ่ง เรียนทำขนม เรียนปลูกผัก เรียนย้อมผ้า เรียนเทรดหุ้น เรียนทำโรงแรม เรียนทำร้านอาหาร เรียนด้วยความอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเราทำอะไรได้ดี แล้วเราชอบอะไร” เธอทบทวนประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยสีสันให้เราฟัง

จากการลองผิดลองถูกและตรวจสอบตนเองจนแน่ใจ นฎาพบว่าตัวเองมีความสุขกับการเลี้ยงลูกทั้งสองคน การทำขนมปัง และการทำอะไรดีๆ ให้คนอื่น ตอนนั้นเธอเริ่มคิดว่าอยากหันไปทำงานมูลนิธิ แต่ธนากร วิศวกรหนุ่มผู้เคยร่วมงานด้วย ชักชวนให้เธอมาทำธุรกิจเพื่อคนรุ่นใหญ่ของสังคมเสียก่อน

สิ่งที่เธอทดลองทำเองในตอนนั้น ช่างคล้ายคลึงกับกิจกรรมต่างๆ ที่ YoungHappy จัดให้เหล่าผู้สูงอายุในตอนนี้ นั่นคือการลองทำกิจกรรมแปลกใหม่ไปเรื่อยๆ จนอาจพบว่าตัวเองถนัดอะไรที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อนก็ได้ เมื่อได้เจอความสุขในแบบที่ต่างไป ชีวิตก็กลับมามีค่าอีกครั้ง

เพราะการค้นพบไม่มีคำว่าสายเกินไป

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ปัญหาเก่าแก่ในสังคมเมือง

จากจุดมุ่งหมายของธุรกิจดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายของ YoungHappy จึงเป็นเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุ (ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป) ในเมืองกรุง และมีสภาวะร่างกายที่ยังดูแลตัวเองได้ เนื่องจากคนกลุ่มนี้แม้จะสุขภาพกายแข็งแรงดี แต่สุขภาพใจอาจไม่ได้รับการดูแลจนเหงาหงอย ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่รู้ว่ามีกิจกรรมที่ไหนให้ไป และชุมชนเมืองต่างจากต่างจังหวัดตรงที่ไม่ได้สนิทสนมกันอย่างใกล้ชิด ต่างคนต่างอยู่ในบ้านของตนเอง จึงยิ่งโดดเดี่ยวขึ้นไปอีก

“หากเทียบกับกลุ่มที่ทำอะไรคล้ายๆ กัน เช่น กรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งเราทำงานร่วมกันบ่อยมาก ทางกรมจะเน้นไปด้านผู้ที่ด้อยโอกาสก่อน หรือศูนย์ต่างๆ ของรัฐก็มีกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุฟรีอยู่เพียบ แต่พอเป็นพ่อแม่เราไป เขาจะรู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของเขา คนกลุ่มนี้เลยเป็นช่องว่างในสังคม ไม่รู้จะอยู่ตรงไหน” เธออธิบายเพิ่มเติม

แรงบันดาลใจเริ่มต้นของณฎามาจากตอนที่สอนพ่อแม่ตัวเองใช้แอพ แล้วพบว่าเป็นเรื่องยากลำบากจนน่าประหลาดใจ เมื่อมาทำ YoungHappy เธอจึงลงไปทดลองศึกษาอย่างจริงจัง ด้วยการเป็นจิตอาสาสอนผู้สูงวัยและผู้ป่วยอัลไซเมอร์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก “ที่เราสอนเขา สำหรับเรามันโคตรง่าย แต่การสอนเขามันท้าทายมาก พอเขาทำได้เขาเลยรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มาก” เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม ความท้าทายนี้เองที่ผลักดันให้เธอมุ่งมั่นทำธุรกิจเพื่อพวกเขาต่อ
YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ถึงจะแก่แต่ก็มีหัวใจ

ในช่วงเวลาที่เข้าไปคลุกคลีกับพี่ป้าน้าอา ณฎาได้เรียนรู้หลายสิ่งเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ที่แตกต่างจากความเข้าใจเดิมของเธอ ตัวอย่างเช่น พวกเขาอยากทำกิจกรรมเพื่อสังคม แต่ไม่แน่ใจว่ามีกิจกรรมไหนที่ไปทำได้บ้าง หรือพวกเขาอยากทำกิจกรรมกับคนรุ่นเดียวกันมากกว่าคนรุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะเขาซึ่งช้ากว่าจะได้ไม่รู้สึกกดดันหรือเป็นตัวถ่วง

“อย่างเรื่องส่งรูปเนี่ย วัยรุ่นไม่เข้าใจจริงๆ นะว่าสวัสดีวันจันทร์ วันอังคาร วันพระ จะส่งมาทำไม พอไปถามเขา เขามีคำตอบ 2 อย่าง อย่างแรก เขาพิมพ์ไม่ไหว ส่งรูปง่ายกว่า และสอง เขาส่งไปให้ใคร เพื่อจะบอกคนนั้นว่า ฉันยังมีชีวิตอยู่นะ อย่าลืมฉัน” นฎาเล่าถึงตัวอย่างการมองในมุมของผู้สูงวัยให้ฟัง

จากบทเรียนต่างๆ ทำให้พวกเธอสรุปสโลแกนของ YoungHappy ออกมาเป็น ‘สนุก มีคุณค่า พึ่งพาตัวเองได้’ นั่นคือเน้นตอบโจทย์ผู้สูงอายุเหล่านี้ ที่ต้องการจะมีความสุข และทำสิ่งดีๆ ให้สังคม โดยไม่เป็นภาระใครนั่นเอง

วิธีการที่เหมาะสมแก่เป้าหมาย

ศูนย์กลางของธุรกิจนี้ คือแอพซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวของผู้สูงวัยแต่ละคน “ในเชิงธุรกิจ เฟซบุ๊กกับไลน์เป็นเหมือนบ้านเช่า แต่แอพเหมือนเป็นบ้านของเราเอง” ณฎาบอกสาเหตุของการเลือกทำแอพ

รวมถึงเหตุผลด้านการใช้งานที่เธอเรียนรู้จากการทำจิตอาสาว่า ผู้สูงวัยจะต้องการให้ได้สิ่งที่ต้องการภายใน 3 คลิก หากเป็นเว็บไซต์หรือบริการผ่านแอพอื่นๆ อาจสร้างความยุ่งยากให้เขามากเกินไป เทียบกับแอพเดียวที่ออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ เช่น มีปุ่มขนาดใหญ่ๆ จะได้กดง่าย หรือมีปุ่มสำหรับโทรศัพท์คุยกับคนจริงๆ เพราะคนกลุ่มนี้ถนัดโทรมากกว่ากรอกรายละเอียดลงทะเบียน

ในแอพมีทั้งบทความที่มีข้อมูลถูกต้องให้อ่านและแชร์ต่อได้ รวมถึงประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ที่ YoungHappy จัดเอง หรือไม่ก็จัดร่วมกับองค์กรอื่น ตั้งแต่การไปเที่ยวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน เรียนวิธีการทำ CPR เรียนรู้การทำเพจ เขียนโปรแกรม หรือแม้แต่เรียนเป็นบาริสต้าก็มี

สิ่งสำคัญอีกอย่างในแอพคือคอลเซ็นเตอร์ ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม โทรมาได้ทุกเรื่องตั้งแต่ขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ จนกระทั่งแค่หาเพื่อนพูดคุยแก้เหงา

“บางคนก็เข้าใจนะว่า YoungHappy เป็นออร์แกไนเซอร์จัดงานคนแก่ แต่งานหลักของเราคือทำอะไรก็ได้ให้เขายังแอคทีฟและยังแฮปปี้ ตามชื่อเลย” นฎาเล่าพร้อมรอยยิ้ม “หลังจากนี้เราอยากขยายจนเป็น One-stop Service สำหรับผู้สูงอายุ ในเชิง e-Commerce ด้วย เราอยากขายสิ่งที่เขาต้องการ โดยเลือกก่อนว่ามันโอเคกับเขาจริงๆ”

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว

เมื่อเป็นสมาชิกของ YoungHappy แล้วจะได้อะไรบ้าง

ณฎาตอบโดยเทียบกับประสบการณ์ของเธอเอง “เราย้อนนึกถึงตัวเราเอง พอเราเจอสิ่งที่ชอบ เวลาตื่นมาแล้วชีวิตมีความหมาย เราอยากให้เขาเจอจุดนั้นบ้าง ส่วนเรื่องเพื่อน ตอนเราเรียนก็ได้เจอสังคมใหม่ๆ ต่างจากสังคมเดิมที่เราอยู่มา 15 ปี คนแก่ที่เขาอยู่ออฟฟิศเดิมมา 30 ปี พอเกษียณออกมาก็ไม่เหลือใคร การไปเจอสังคมใหม่ เจอเพื่อนใหม่ น่าจะดีกับเขา”

ยกตัวอย่างกรณีที่เห็นจริง คุณลุงอรรณพ อดีตผู้บริหารเก่าแก่ มาร่วมกิจกรรมของพวกเธอแทบทุกครั้ง ตั้งแต่การเรียนทำเดคูพาจ เรียนการทำธุรกิจขายของออนไลน์ ไปจนถึงเรียนตัดต่อวิดีโอ ก่อนจะประมวลความรู้ทั้งหมดมาเปิดเพจเฟซบุ๊ก ขายที่วางโทรศัพท์ซึ่งทำจากไม้เป็นลายเดคูพาจ จนถึงตอนนี้ก็ยังรักและสนิทสนมกับชุมชนเล็กๆ นี้อยู่ จนภรรยาของแกได้ช่วยทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ของ YoungHappy ไปโดยปริยาย

ไม่เพียงสมาชิกเท่านั้น เจ้าของธุรกิจอย่างณฎาเองก็ได้ฝึกตนเองหลายอย่าง ทั้งเรื่องความใจเย็น และการเรียนรู้ที่จะลดตัวตน เมื่อไม่ว่าจะเถียงอย่างไรก็ไม่มีทางชนะ จึงได้ฝึกพูดคำว่าขอบคุณและขอโทษให้ติดปาก ในขณะเดียวกัน งานนี้ก็ได้มอบความรู้สึกดีๆ ให้ ผ่านการดูแลคนที่ไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่ และช่วยให้เขาได้มีความสุข

“อยู่กับคนกลุ่มนี้แล้วเราเองก็ได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง เช่นวันก่อนจัดงานฉายหนัง แล้วหน้างานก็ให้เขาเขียน Post-it บอกความฝันของฉัน หลังเลิกงานพี่ก็ไปอ่านดู แล้วพบว่าเขาขออยู่ 2 อย่าง คือขอให้แข็งแรง และขอให้มีความสุข มันเลยเหมือนสะท้อนว่าปลายทางชีวิตของคนคนหนึ่ง ก็ขอแค่นี้หรือเปล่า” ณฎาพูดทั้งรอยยิ้ม

YoungHappy, ผู้สูงอายุ, the hero season3, สสส

หากใครสนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว YoungHappy เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการโหลดแอพทั้งใน App Store และ Google Play เลย
Facebook : ยังแฮปปี้ YoungHappy

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

Heartist คือแบรนด์กระเป๋าผ้าเพื่อสังคมที่ก่อตั้งโดย วริศรุตา ไม้สังข์ หญิงสาววัย 25 ปี 

เธอมีงานประจำ แต่นอกเวลางานเธอทุ่มเทแรงกายและใจให้กับสิ่งนี้ นับดูคร่าวๆ งานนี้ทำให้เธอมีเวลานอนน้อยนิด แต่เมื่อเล่าถึงแบรนด์กระเป๋า ดวงตาเธอเป็นประกาย จริงอยู่กระเป๋าผ้าใบสวยของเธอหมดเกลี้ยงรวดเร็วเมื่อวางขาย แต่หลังฟังเรื่องราว ฉันว่าเธอไม่ได้สนุกที่เห็นเม็ดเงินไหลบ่าเข้ามา

สิ่งสำคัญอาจเป็น ‘ความหมาย’ ในกระเป๋า

เพราะนี่เป็นกระเป๋าที่มีแค่ใบเดียวในโลกซึ่งทำจากผ้าทอของเด็กพิเศษ เพื่อเด็กพิเศษอย่างแท้จริง

Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ

Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ

Heartist เกิดขึ้นได้ยังไง? บัณฑิตสาวจากคณะเศรษฐศาสตร์เล่าว่า ก่อนก่อตั้งแบรนด์นี้เธอชอบทำงานอาสาอยู่แล้วเป็นทุนเดิม และมีโอกาสได้เข้าร่วมทอผ้าบำบัดกับเด็กพิเศษของโครงการอรุโณทัยเพื่อบุคคลพิเศษ ซึ่งเป็นกลุ่มบำบัดเด็กพิเศษที่ก่อตั้งโดยแม่ของเด็กๆ มีกิจกรรมทอผ้าเพื่อให้เด็กฝึกสมาธิและเข้าสังคม

“โลกของเด็กพิเศษเป็นอีกโลกที่เราไม่เคยรู้จัก พอได้เข้าไปอยู่ด้วยก็รู้ว่าเขาก็เหมือนคนทั่วไป คือมีทั้ง High Function และ Low Function และที่จริงเขาก็มีความสามารถเหมือนเรา แค่ขาดโอกาสกับพื้นที่” วริศรุตาเล่าประสบการณ์การคลุกคลีกับโลกแสนพิเศษใบนั้นให้ฉันฟัง

หญิงสาวไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ สม่ำเสมอ จนเมื่อมีโอกาสเข้าอบรมกับโครงการของ G-LAB มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอก็ได้เข้าใจสิ่งที่เรียกว่า ‘กิจการเพื่อสังคม’ มากขึ้น และเริ่มเห็นว่าน่าจะหยิบผ้าฝีมือเด็กพิเศษมาต่อยอดเป็นสินค้าได้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเด็กพิเศษที่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลพวกเขาอยู่ไม่น้อย

Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ

“เวลาแม่ต้องดูแลน้อง เขาไม่ได้มีเวลามาทำผลิตภัณฑ์ มาขายของ ผ้าที่เก็บไว้ก็จะประมูลปีละครั้ง หรือไม่ก็คนรู้จักช่วยกันซื้อไป” เจ้าของแบรนด์สาวบอก “แต่เวลาช่วยซื้อ ผ้าผืนหนึ่งราคา 3,000 บาท  5,000 บาท คนซื้อคือซื้อไปเก็บหรืออาจจะเอาไปเป็นผ้าปูโต๊ะ เป็นการซื้อเพราะสงสาร เราก็รู้สึกว่าเขาทอมาตั้งนาน ใช้เวลา 4 – 6 เดือน ไม่คุ้มเลย เราก็เลยบอกว่า แม่ หนูขอได้มั้ย เดี๋ยวหนูเอามาเพิ่มมูลค่า แล้วเราก็ต้องการเสนอศักยภาพเขานะ ต้องการให้รู้ว่าการทอมาจากของน้อง มันว้าว มันคือศักยภาพที่คนภายนอกไม่มีทางได้รับรู้เลย”

วริศรุตาหยิบผ้าทอของเด็กๆ มาแปลงโฉมเป็นกระเป๋า ผ้าเหล่านี้มีขนาดแตกต่างกัน มีสีสันหลากหลายตามที่เด็กชอบ และไม่ได้สวยเนี้ยบสมบูรณ์แบบ (บางครั้งถ้าเด็กๆ อารมณ์ไม่คงที่ ผ้าอาจถึงขั้นใช้ไม่ได้) แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้กระเป๋าแต่ละใบของ Heartist มีเพียงใบเดียวในโลก เป็นกระเป๋าที่ถักทอจากศิลปินคนพิเศษ

“Heartist หมายถึง heart บวก artist เราเชื่อว่าแค่มีใจ ทุกคนบนโลกเป็นศิลปินได้” หญิงสาวอธิบาย

Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ

ยังไงก็ตาม เส้นทางจากผ้าบนกี่ของเด็กพิเศษมาสู่การเป็นกระเป๋าหนึ่งใบไม่ได้ราบรื่น วริศรุตาจะรับผ้าทอฝีมือเด็กพิเศษจากโครงการอรุโณทัยเพื่อคนพิเศษ และอีกที่ที่เธอติดต่อเพิ่มมาคือโรงเรียนอุบลปัญญานุกูลในจังหวัดอุบลราชธานี ผ้าเหล่านี้จะรับมาแบบเหมา คือไม่ได้คัดเอาแค่ผืนสวยๆ แต่รับทุกผืน แล้วหญิงสาวก็จะหาทางหยิบมันมาแปลงโฉมเป็นกระเป๋า โดยลดต้นทุนด้วยการผสมเข้ากับผ้าทอมือคุณภาพจากกลุ่มชาวบ้านที่รู้จัก (ผ้าฝีมือเด็กๆ มีราคาสูงเพราะใช้เวลาทอนานและเป็นงานฝีมือแท้ๆ) แล้วทดลองพัฒนาจนได้กระเป๋าที่เธอพอใจ

แน่นอนว่าระหว่างทางไม่ใช่แค่ออกแบบ สั่งผลิต แล้วก็เสร็จสิ้น แต่ Heartist ล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ เผชิญปัญหาร้อยแปด ตั้งแต่ผ้าไม่สมบูรณ์ ขึ้นแบบพลาด ของผลิตล่าช้า ฯลฯ เรื่องทุนส่วนตัวที่จ่ายไปไม่พูดจำนวนอาจดีกว่า หากหญิงสาวผู้ไม่ได้จบด้านการออกแบบก็ไม่ล้มเลิกหรือลดมาตรฐาน เพราะต้องการให้แบรนด์เพื่อสังคมนี้อยู่รอด และมีสินค้าคุณภาพที่จะทำให้คนซื้อเพราะอยากใช้ ไม่ใช่ด้วยความเห็นใจ

“การซื้อเพราะความสงสารจะไม่ยั่งยืน” วริศรุตาบอกเหตุผล “เราต้องการให้เขาซื้อเพื่อการใช้งาน แล้วค่อยเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก คืออยากให้รู้ว่าใครเป็นคนทำมา คุณเป็นคนให้โอกาสคน สนับสนุนเขา แต่ประเด็นแรกที่คุณซื้อเพราะคุณต้องการใช้กระเป๋าแบบนี้ ผ้าน้องจะได้ถูกใช้จริงๆ และการซื้อไปวางทิ้งไว้เฉยๆ ถึงได้เงินจริง แต่ไม่ทำให้เราและน้องรู้สึกภูมิใจเลย”

Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ

กระเป๋าของ Heartist ต้นทุนสูง ราคาจึงอาจสูงอยู่สักหน่อย แต่เมื่อวริศรุตาปล่อยกระเป๋าสู่ตลาด ก็พบว่ากระแสตอบรับดีเยี่ยม แต่ที่สำคัญยิ่งกว่ายอดขาย คือกระเป๋าทุกใบที่ขายได้หมายถึงสังคมยอมรับในศักยภาพของเด็กพิเศษทุกคน ผลคือผู้อยู่เบื้องหลังกระเป๋าแต่ละใบต่างภาคภูมิใจ แต่มากกว่านั้น ผู้ปกครองเองก็ได้ตระหนักว่าลูกของพวกเขามีความสามารถไม่แพ้ใคร

“เวลามีคนใช้กระเป๋า เราก็บอกน้องๆ เสมอว่ามีคนชอบนะ น้องเขาก็ดีใจ และไม่ใช่แค่ตัวน้องที่ภูมิใจนะ ล่าสุดเราไปออกบูท แม่น้องที่ไม่เคยพูดว่าน้องเป็นเด็กพิเศษ ไม่ยอมรับ พาน้องมากับเราแล้วเปิดเพจใหม่ บอกว่านี่เป็นงานของน้อง น้องมาช่วยพี่ คือเรารู้สึกว่าการที่มีคนยอมรับเขา มันก็จะสะท้อนว่าคนนอกยังยอมรับเขาเลย ทำไมคนในครอบครัวถึงยังไม่ยอมรับ ไม่เปิดใจ” วริศรุตากล่าว

 

Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ

Heartist : กระเป๋าใบเดียวในโลกจากฝีมือเด็กพิเศษ

ตอนนี้ Heartist เปิดตัวมาได้เกือบ 1 ปี วริศรุตาบอกว่า แบรนด์ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า โดยระหว่างทางก็เรียนรู้จากความผิดพลาด และพัฒนาด้วยวิธีอย่างไปเข้าโครงการ SET Social Impact Gym by mai Executives ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาให้คำแนะนำ แต่ทั้งนี้ หญิงสาวตัวเล็กตรงหน้าเราก็จาระไนหลายแผนการอนาคตให้ฟังเรียบร้อย ตั้งแต่ส่งเสริมให้เด็กๆ มีรายได้หลังเรียนจบมัธยมด้วยการไปติดตั้งกี่ทอผ้าที่บ้านให้ ส่งครูสอนทอผ้าไปสอนเด็กๆ เพิ่ม หาสถานที่เปิดเป็นสตูดิโอให้เด็กพิเศษได้เป็นครูสอนทอผ้า (เหมือนพี่ยิมในซีรีส์ Side by Side ไงล่ะ) จนถึงขยับไปสร้างโอกาสด้านรายได้แก่ผู้พิการกลุ่มอื่นๆ เช่น ผู้พิการทางการได้ยินซ้ำซ้อน

“เราไม่ได้มองว่า Heartist คือแบรนด์กระเป๋านะ มันแค่เริ่มต้นจากกระเป๋า” วริศรุตาบอกเราด้วยดวงตาเป็นประกายเหมือนทุกประโยคที่ผ่านมา

ส่วนเราน่ะเหรอ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเจ้าของกระเป๋าใบพิเศษไปเรียบร้อยโรงเรียน Heartist แล้ว

Facebook l HEARTISTdid

 

 

 

 

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load