17 มิถุนายน 2563
9 K

“ไฟสวยไหมครับ รอดไหม”

ภีม พูลผล ถามเราด้วยเสียงหัวเราะ ทันทีที่เราบอกว่าเคยไปคอนเสิร์ตที่เขาออกแบบไฟให้

เขาเป็น Lighting Designer นักออกแบบแสงให้งานบันเทิงและงานศิลปะ ตั้งแต่คอนเสิร์ต เฟสติวัล อีเวนต์ ไปจนถึง Art Installation โดยทำงานร่วมกับศิลปินหลายๆ แขนง และเป็นผู้ก่อตั้ง Saturate Designs ซึ่งเชื่อว่าไฟคือวิธีการสื่อสารสิ่งที่ศิลปินต้องการบอกสู่คนดูที่ง่ายที่สุด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

คุณอาจไม่คุ้นหน้าเขา และอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของเขาด้วยซ้ำ แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบไปคอนเสิร์ต คงต้องมีอย่างน้อยหนึ่งหรือสองงานของเขาที่คุณเคยเห็นอยู่บ้าง ทั้งดอกไม้บนจอ LED ในคอนเสิร์ตของ POLYCAT สายรุ้งในอิมแพ็คของคอนเสิร์ต POTATO หรือการจำลองตลาดปลาของวง Whal & Dolph ที่น่ารักมากๆ

ภีมเริ่มก้าวเข้ามาในวงการนี้ตั้งแต่จำความได้ เริ่มจากการติดตามพ่อที่ทำงานสายเดียวกัน ก่อนจะเริ่มมีส่วนร่วมช่วยพ่อทำงานบ้าง เขาเป็นคนคนหนึ่งที่รู้ตัวว่าอยากทำอะไรมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่เขาสนใจและฝึกฝนมาตลอดจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับแสงและสี จนได้ไปเรียนต่อด้านนี้โดยเฉพาะ

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

นอกจากสามคอนเสิร์ตที่เล่าไปแล้วข้างต้น เขาคือเบื้องหลังของแสงไฟสวยๆ ในคอนเสิร์ตของศิลปินดังๆ หลายคน ทั้ง Scrubb, Bodyslam, The TOYS, Lomosonic, Penguin Villa, Better Weather เทศกาลดนตรีใหญ่ๆ อย่าง Maho Rasop Festival, CAT EXPO รวมถึง Big Mountain Music Festival ที่เริ่มจากการทำไฟให้วงวงเดียว เป็นออกแบบ 3 เวทีและ 5 เวทีในปีถัดๆ มา ภีมบอกว่าตัวเองได้ร่วมงานกับ 1 ใน 4 ของศิลปินที่เขาอยากทำงานด้วยไปแล้ว และไม่คิดจะทำแบบนี้ไปจนถึงอายุ 80 ต่อให้อยู่กับสิ่งนี้มาตั้งแต่เกิด เขาก็ยังมีเรื่องใหม่ๆ เรียนรู้อยู่ทุกวัน 

ในวัยแค่ 23 นับว่านี่คือพอร์ตโฟลิโอชั้นยอดที่นายจ้างคนไหนเห็นก็คงประทับใจ แต่ความสำเร็จในช่วงอายุยังน้อยก็ไม่ได้ทำให้เขาคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใครเลย ตรงกันข้าม ภีมยอมรับข้อเสียในทุกงานที่ได้ทำอย่างภาคภูมิใจ เล่าให้ฟังด้วยความเข้าใจและอารมณ์ขัน ก่อนจะเปิดผลงานชิ้นถัดไปที่ได้แก้ไขข้อบกพร่องของงานชิ้นก่อนหน้าให้เราดู

Tech Geek ประจำโรงเรียน

ภีมเติบโตมาในครอบครัวที่ทำงานสายโปรดักชันมาตั้งแต่เขายังไม่เกิด เริ่มจากการที่พ่อเคยเป็นพนักงานของบริษัททำไฟประจำให้ BEC-Tero ส่วนแม่ก็ทำงานกับ BEC-Tero มาตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งคู่มีประสบการณ์ทำโปรดักชันให้งานคอนเสิร์ตศิลปินต่างชาติชื่อดังอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน (Michael Jackson) และ ฟิล คอลลินส์ (Phil Collins) ช่วงที่เขาเกิด ทั้งพ่อและแม่ก็ลากออกมาเปิดบริษัทโปรดักชันทำคอนเสิร์ตของตัวเอง

“ผมเกิดมาก็อยู่กับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่แรก ถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้ติดตามคุณพ่อตั้งแต่สองสามขวบไปดูคอนเสิร์ตตั้งแต่เล็กๆ ได้เห็นว่าโปรดักชันมันมีหลายแผนก หลายหน้าที่ ซึ่งผมสนุกกับ Lighting มากที่สุด เนื่องจากคุณพ่อเป็นคนทำไฟเอง และเราชอบเวลาที่กดปุ่มหนึ่งปุ่มมันสร้างอารมณ์คนดูได้หนึ่งมู้ด พอกดอีกปุ่มก็ทำให้คนกรี๊ดได้ เหมือนกับเราเป็นคนกำหนดโชว์ในมุมหนึ่ง เป็นเหมือนปากกาให้ศิลปินเล่าเรื่อง”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

เขาบอกว่าชีวิตในวัยเด็กของตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง (จริงๆ เขาใช้คำว่าแย่) ทุกวันศุกร์ เขาจะขอออกจากโรงเรียนตั้งแต่เที่ยง ให้พี่ในบริษัทพ่อกับแม่มารับไป 7 สีคอนเสิร์ต เพื่อดูพ่อทำไฟ กิจวัตรของเขาเป็นอย่างนั้นตั้งแต่อายุ 8 – 9 ขวบ จนช่วงประมาณประถมศึกษาปีที่ 5 เขาก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมทำไฟให้ 7 สีคอนเสิร์ต

“ตอนนั้นยังไม่เข้าใจเรื่องเทคนิค ไม่รู้ว่าไฟทำงานยังไง หรือต่อยังไง รู้แค่ว่าแต่ละท่อน ไฟทำหน้าที่อะไรบ้าง เช่น ท่อนร้องต้องกดปุ่มนี้ ท่อนโซโล่กดอีกปุ่มหนึ่ง พอสักพักคุณพ่อก็ให้ทำอะไรมากขึ้น เริ่มจากให้เรากดปุ่มเดียวทั้งงาน แต่ต้องกดให้ถูก ห้ามผิด แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มปุ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเด็กคนหนึ่งมันกดดันนะ แต่ก็สนุกมาก 

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ตอนแรกพี่ที่ออฟฟิศเป็นคนโปรแกรมซีนไฟให้ เรากดปุ่มที่เขาโปรแกรมไว้แล้วอย่างเดียวทั้งโชว์ พอเวลาผ่านไปก็ยากขึ้นเรื่อยๆ ให้เราลองโปรแกรมเอง แล้วบอร์ดไฟที่ใช้มันใหญ่มาก มีปุ่มเป็นเจ็ดสิบปุ่ม เราไม่เคยทำ แต่ด้วยความชอบก็ไปขอร้องพี่ที่เป็นเจ้าของบริษัทให้เช่าอุปกรณ์ไฟว่า ผมขอยืมบอร์ดตัวนี้มาไว้ที่บ้านสักอาทิตย์หนึ่งได้ไหมครับ ช่วงนั้นก็รีบกลับบ้านมาเล่นบอร์ดไฟทุกวัน ในขณะที่เพื่อนไปร้านเกม ถ้าเทียบ Position ในโรงเรียนตอนนั้นคือเป็น Tech Geek เป็นคนเก่ง Final Cut คนเก่ง iMovie เป็นคนแรกที่ใช้คอมฯ Mac นำเทรนด์เรื่องเทคโนโลยีในห้อง”

หลังจากนั้น ภีมก็ได้ทำคอนเสิร์ตขนาด Thunder Dome หรือ Royal Paragon Hall แล้ว ตั้งแต่ยังไม่เข้ามัธยมปลายด้วยซ้ำ

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ก้าวสำคัญ

พอเรียนจบ ม.3 ภีมตัดสินใจว่าอยากจะเรียนด้านนี้อย่างจริงจัง จึงมองหามหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ เขาและครอบครัวเลือกเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพราะเป็นเมืองที่ใกล้ประเทศไทยที่สุด แต่ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัยที่โน่นได้ เขาต้องไปเรียนมัธยมปลายก่อน 2 ปี ซึ่งดูเหมือนเขาจะต้องห่างหายจากการทำ Lighting กับพ่อไปในช่วงระหว่างนั้น แต่ก็ไม่…

“ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่ได้ทำไฟเลยช่วงที่ไปเรียนไฮสคูล แต่พลิกล็อก โรงเรียนที่ไปมีจัดละครเวทีทุกปี ตอนแรกๆ คนก็ไม่ค่อยเชื่อว่าเราจะทำได้เพราะเห็นเป็นเด็กเอเชีย พออยู่ไปเขาก็เริ่มเห็นความสามารถ ผ่านไปสักพักเราถึงกับขนไฟจากบ้านที่เมืองไทยไปออสเตรเลียไว้ให้โรงเรียนเช่า มันเลยเถิดมาก 

“ผมไม่เคยทำละครเวทีมาก่อน เอาจริงๆ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ก็เลยลองใช้สกิลล์จากการทำคอนเสิร์ตมาใส่ มีเวิร์กบ้าง ไม่เวิร์กบ้าง แต่พอทำไปปีสองปีก็เริ่มเรียนรู้แล้วว่า ละครเวทีมันต้องการความเป็นธรรมชาติมากกว่าความเปรี้ยงปร้าง ตูมตาม จะมากระโตกกระตากไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น การที่ไฟดวงหนึ่งจะหมุนไปหาคนคนนั้น มันต้องดับก่อนไปถึงตัวละคร A แล้วค่อยเปิด มันลากไปเลยไม่ได้ เพราะชีวิตจริงพระอาทิตย์มันไม่ได้หมุนมาหาเราแบบนั้น เหมือนกับเราจำลองไฟธรรมชาติอยู่”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

หลังจบไฮสคูล ภีมเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อ NIDA (National Institute of Dramatic Art) ซึ่งสอนทั้ง Production Design, Lighting, Acting ทำฉาก คอร์สที่เขาเรียนคือ Technical Theatre and Stage Management ซึ่งเป็นการสอนโปรดักชันทั้งหมด รวมถึงการทำแสงสีเสียง ข้อดีของมหาลัยฯ นี้คือมีโรงละคร 5 โรง ทุกปี NIDA จะมีละคร 3 ซีซั่น ทุกครั้งที่มีละคร นักศึกษาทั้งหมดต้องมาทำงานด้วยกัน 

“สองปีแรกที่เข้าไปเรียนเขาสอนแต่การทำละครเวที ซึ่งเป็นจุดที่เราโหว่ ตอนทำคอนเสิร์ตมีอะไรก็เปิดร้อยเปอร์เซ็นต์ ขยับหมด แต่สายละครเวทีสอนให้รู้ว่า การเพิ่มไฟแค่ศูนย์หรือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็สร้างความแตกต่างของอารมณ์คนดูได้ สามปีที่ทำละครกับ NIDA มา เราเริ่มจาก Assistant Stage Manager ตำแหน่งที่ต่ำที่สุด ถึงดีไซเนอร์ ตำแหน่งที่สูงที่สุด มันทำให้เรารู้ว่าหัวใจของแต่ละตำแหน่งก็มีหน้าที่ที่สำคัญ เพื่อจะประกอบกันเป็นละครหนึ่งเรื่อง 

“ผมว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ได้เรียนแต่ Lighting พอกลับมาทำงานจริงๆ มันทำให้เราเข้าใจทุกคนมากขึ้น เราจะรู้ว่าขั้นตอนนี้ เราต้องขอความช่วยเหลือจากใคร ต้องทำยังไงให้งานเราราบรื่นขึ้น”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ชื่อของ ‘ภีม พูลผล’

สมัยเรียน ภีมจะกลับมาไทยช่วงที่มีงานเทศกาลดนตรี Big Mountain เสมอ จนงานงานนั้นกลายเป็นคอนเสิร์ตที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปเลยเมื่อ บอล-ต่อพงศ์ จันทบุบผา หรือ บอล Scrubb ผู้เห็นภีมมาทำงานกับพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ชักชวนให้ไปทำไฟให้วง Scrubb ที่งาน Big Mountain Music Festival 7 เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเจอคนทำงานสายนี้มากขึ้นอย่าง โก อุเอดะ (Go Ueda) Lighting Designer ชาวญี่ปุ่น วอ-วรธร พีรพงศ์พรรณ และ ต้น-เรืองฤทธิ์ สันติสุข จาก ​DuckUnit พล หุยประเสริฐ เจ้าของบริษัท H.U.I. ชื่อของ ภีม พูลผล เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้น พอเรียนจบเขาจึงตัดสินใจกลับมาทำงานที่เมืองไทยทันที

ภีมมีโอกาสได้ทำงานมากมายหลังจากนั้น ยกตัวอย่างเช่น CAT EXPO, คอนเสิร์ต G19, POLYCAT, Potato, Bodyslam และ Big Mountain อีกหลายครั้ง หัวใจสำคัญของการทำงานนี้ที่เราสรุปได้จากการนั่งคุยกับภีมมี 2 ข้อคือ หนึ่ง ต้องถ่ายทอดความรู้สึกของศิลปินให้ดีที่สุด และสอง คนดูคือคนที่สำคัญที่สุด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ถ้าทำงานกับวงที่เพลงเขาสื่อสารออกมาง่าย เนื้อเพลงตรงไปตรงมาอย่าง Scrubb เราอาจจะสื่อสารด้วยแสง ด้วยสีอย่างเดียวได้ แต่ถ้าเนื้อเพลงยากหน่อยอย่างพี่เล็ก Greasy Cafe ก็อาจจะต้องมีกราฟิกมาช่วยให้คนดูเข้าใจง่ายขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่า สุดท้ายคนไม่ได้มาคอนเสิร์ตเพื่อดูไฟนะ คนซื้อบัตรมาดูพี่เล็ก มาดูพี่บอล พี่เมื่อย คอนเสิร์ตส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงออกในสิ่งที่เขาเล่นที่อื่นไม่ได้ สมมติพี่ตูน Bodyslam เล่นเพลงความหมายลึกมาก เกี่ยวกับชีวิต ถ้าเล่นในร้านเหล้า คนคุยกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเล่นเพลงนั้นในที่แห่งนั้นได้ เขาเลยต้องมีคอนเสิร์ตเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และสิ่งที่ตั้งใจจะสื่อจากเพลงนี้ได้อย่างที่ตั้งใจที่สุด 

“คอนเสิร์ตเป็นพื้นที่ของศิลปิน ไม่ใช่ของเรา เราเป็นคนซัพพอร์ตเขา ให้เขาเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีขึ้น ระหว่างทำงานเราเลยพยายามสื่อสารกับศิลปินตลอดเวลา เพราะสุดท้ายเขาคือคนเขียนบทหนัง เราเป็นแค่คนทำหนังให้เขา เราต้องคุยกับเขาให้รู้ว่าถ้าคุณเล่นเพลงนี้ แสงและภาพข้างหลังคุณจะเป็นยังไง”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ผลงานที่สอนให้เก่งขึ้น

เราขอให้เขาเลือกงานที่ภาคภูมิใจ งานที่ชอบ งานที่สนุก งานที่เปลี่ยนชีวิตมา 5 – 6 งาน แต่เขาเลือกมา 10 และไม่ใช่เพราะทั้งสิบงานนั้นสมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่เป็นงานที่มีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งทำให้เขาเติบโตและเก่งขึ้นเรื่อยๆ

01 SCUBB Big Mountain Music Festival 9 (2017)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“จริงๆ เราเคยทำวงนี้มาตั้งแต่ 7 สีคอนเสิร์ต แล้ว เป็นวงที่อยู่ในทุกช่วงชีวิต แต่ปีนั้นเป็นคอนเสิร์ตที่แตกต่างจากที่ผ่านๆ มาเพราะสี ผมชอบใช้คู่สี เราจะศึกษาวงก่อนว่าอาร์ตไดเรกชันของเขาเป็นยังไง อย่างอัลบั้มแรกๆ จะใช้สี Aqua กับสีเหลือง ช่วงร็อกจะเป็นสีส้มสีแดง ซึ่ง Scrubb จะมีความป๊อป ใช้สีเหลืองกับสีฟ้ามาตลอด เป็นป๊อปเรโทร ไม่ค่อยลงชมพูเท่าไหร่ จนมาอัลบั้มหลังๆ พวกเพลงรอยยิ้มที่เป็นเพลงรักที่มีความหวานขึ้น

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้ผมใช้ไฟนีออนไปตั้งบนเวที เพราะเห็นคอนเสิร์ตต่างประเทศเขามี Lighting Installation เป็นของตัวเอง และเป็นครั้งแรกที่เราออกแบบไฟเพลงต่อเพลง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เตรียมไว้เป็นชุด ชุดเพลงช้า ชุดเพลงเร็ว”

02 Klear / Palmy GENIE G19 (2018)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“หลังจาก Big Mountain ครั้งแรก พี่พลก็ชวนไปทำสองงาน เป็นวง Klear กับปาล์มมี่ ผมก็ถามว่างานอะไร พี่พลบอกว่า ‘G19’ เดี๋ยว ราชมังฯ เลยเหรอพี่ งานนี้ใหญ่มากๆ เรื่องสีหลายๆ คนชม ส่วนเรื่องไดนามิกเราก็ยังไม่เก่งมาก คนดูยังไม่รู้สึกถึงไฟเราได้มากพอ เพราะเรียน Theatre มาด้วย มันเลยจะนิ่งๆ 

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“มันเปลี่ยนชีวิตมากนะ เรียนก็ยังไม่จบ เรียนเต็มเวลาด้วยนะ แล้ว NIDA ถ้าเป็นช่วงละครเรียนเก้าโมงเช้าถึงห้าทุ่ม บินไปบินมา เงินที่ได้มาก็ต้องเอาไปจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน เหนื่อยนะ แต่เขาให้โอกาสแล้วก็ต้องลองเหนื่อยดูสักตั้ง”

03 SCRUBB 18+ (2018)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้ทำกับ DuckUnit เป็นงานฉาก เราเป็นคนออกแบบไฟ แต่ตอนนั้นยังไม่เข้าใจการดีไซน์ไฟให้ซัพพอร์ตฉากเท่าไหร่ รอบแรกไม่มีไฟไปส่องฉากเลย เราไม่ได้คิดถึงฉาก คิดแต่ว่าคนดูจะต้องเห็นไฟ แต่พอใกล้วันงาน พี่เขาก็สอนว่ามันต้องมีไฟส่องฉากด้วยนะ การที่จะเอาไปส่องฉากมันมีรายละเอียดนะ ต้องใช้ไฟยังไง ต้องใช้สีอะไร สิ่งที่พี่ต้น DuckUnit ทำคือการเอาสีทุกโทนที่ใช้ในฉากมาทาที่ไม้ แล้วเอาไฟแต่ละสีส่องดูว่าผลลัพธ์เป็นยังไง ฉากสีชมพูเจอไฟสีแดงจะกลายเป็นสีอะไร ปกติคอนเสิร์ตเขาจะปล่อยควันให้เห็นลำไฟ แต่พอมีฉาก สีไฟจะไปอยู่ที่ฉากมากกว่า ทำให้การย้อมฉากเป็นสิ่งสำคัญ”

04 Better Weather Better Together Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“Betther Weather เป็นคอนเสิร์ตแรกที่ทำในนามบริษัท Saturate Designs ทำไฟด้วย ทำกราฟิกด้วย ได้ผันตัวจากคนออกแบบไฟอย่างเดียว เป็นการออกแบบทั้ง Lighting และซีน ซึ่งกราฟิกของเราทำออกมาเพื่อสนับสนุนไฟ งานนี้ทำให้รู้ว่าตัวเองยังไม่เก่งเรื่องซิงก์ไฟกับเพลงหรือกราฟิก เรายอมรับ”

05 PENGUIN VILLA WHY FLY? CONCERT (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานที่แล้วทำให้ได้รู้จักคนมากขึ้น เลยได้มาทำคอนเสิร์ตให้พี่เจ Penguin Villa (เจตมนต์ มละโยธา) งานนี้ก็ไฟเป็นหลัก กราฟิกเป็นรอง ช่วงแรกจะเป็นกราฟิกจ๋า พอหลังจากเพลง Acrophobia ผ้าจะร่วงลงมาเป็นแผงไฟขนาดใหญ่ที่เราซ่อนไว้อยู่ คนก็กรี๊ด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“เราอยากลองทำงานบนผ้าสีขาวบ้าง เพราะส่วนใหญ่คอนเสิร์ตจะเล่นบนผ้าสีดำหมดเลย เพราะมันควบคุมแสงได้ง่ายกว่า แต่เราอยากรู้ว่าสีขาวจะไปได้ถึงไหน”

06 POLYCAT I Want You Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“POLYCAT เป็นงานปล่อยของทุกอย่าง ปล่อยของจริงๆ วงน่ารักมาก เราตั้งใจจะทำ Time Code คือทำไฟซิงก์กับดนตรีร้อยเปอร์เซ็นต์ วิธีการทำงานคือ เราส่งนาฬิกาจากมือกลองมาหาหลอดไฟ แปลว่าไฟเราไม่ต้องกดเลย มือกลองเล่นปุ๊บ ไฟวิ่งเองทั้งโชว์ และเป็นงานแรกที่เอาจอ LED มาวางเป็นดีไซน์ที่มากกว่าแผงใหญ่ๆ ด้านหลังเหมือนงานทั่วไป เราเอาจอ LED มาทำเป็นแท่งปริซึม เพราะตีความจากคำว่า Poly ที่เป็นรูปหลายเหลี่ยม แล้ววงมีสามคนก็เลยมีสามแท่ง นี่เป็นงานของตัวเองงานแรกที่ออกสู่สายตาส่วนใหญ่เพราะเป็นงาน Lighting จริงๆ”

07 The TOYS Loy On Mars Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ผมชอบคาแรกเตอร์ The TOYS อยู่แล้ว เขาเป็นคนกวนแต่เท่ เลยคิดว่าน่าจะทำอะไรได้เยอะ คอนเซปต์คือ Loy on Mars ช่วยคิดกับพี่พล หุยประเสริฐ ก็ได้เวทีออกมาเป็นวงกลม อยากให้เขารู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในสเปซที่มีไฟมากมาย งานนี้ก็ภูมิใจมากๆ คนพูดต่อเยอะ ชีวิตนี้ไม่เคยทำเวทีวงกลมด้วย ได้เรียนรู้ว่ามันยาก เพราะปกติมีคานติดไฟความยาวสิบสองเมตร เวทีธรรมดาเราเอาไปสิบสองตัววางได้เลย แต่นี่เราต้องเฉลี่ยเป็นองศาแล้วมาคำนวณอีกที”

08 Whal & Dolph Fish Market Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้อาจจะไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงเท่าไหร่ แต่เป็นงานที่ทำให้เราเหมือนได้กลับบ้านละครเวทีอีกครั้ง ทำเป็นตลาดปลา มีฉาก ผมได้เอาเทคนิคการทำไฟแบบละครมาปัดฝุ่นใหม่ คือต้องย้อมฉากด้วย ต้องย้อมคนด้วย ต้องทำให้รู้สึกว่ามันเรียบๆ ในขณะเดียวก็ต้องเอาเทคนิคไฟคอนเสิร์ตมาผสมด้วย”

09 POTATO Magic Hours Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“Magic Hours คือช่วงเวลาที่แสงจะสวยที่สุดของวัน เราเลยขายไปว่ามันคือปรากฏการณ์แสงจากหลายๆ ช่วงเวลามารวมกัน จะพูดถึงธรรมชาติเป็นหลัก เราเลยดีไซน์ไฟให้ต่างออกไป ปกติไฟจะอยู่แค่ที่เวที แต่พอเป็นปรากฏการณ์แสง เราคิดว่าคนดูก็ต้องได้รับสิ่งเดียวกันสิ เราเลยเอาไฟจำนวนเท่าๆ กับบนเวทีไปไว้กับคนดู เป็นร้อยๆ ดวงเลย คนดูเลยเหมือนได้อยู่ในโลกของ Potato แล้วก็มีเพลงที่วงเน้นชื่อ เธอคือเรื่องจริง ที่เราสร้างปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำในอิมแพ็ค แค่ซีนนี้น่าจะสามแสนบาท”

10 Bodyslam นับ 1 ถึง 7 คอนเสิร์ต (2020)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“พอเริ่มได้รับความไว้ใจก็เลยได้ทำไฟให้กับวง Bodyslam ซึ่งค่อนข้างยาก เพราะปกติเป็นคนฟังเพลงป๊อป คือฟังเพลงเขานะ แต่ไม่เคยทำเพลงร็อกแบบนี้ เลยได้ออกมาเป็นคอนเสิร์ต Bodyslam ที่ไม่ตูมตาม แต่เน้นที่ Design Concept ความยากอีกอย่างคือเขาเล่นทั้งหมดสี่สิบเพลง แล้วศิลปินต้องดูงานก่อนทั้งหมด เลยกลายเป็นงานที่ได้เรียนรู้เรื่องการแบ่งเวลาไปด้วย”

รางวัลที่ยิ่งใหญ่

“เหมือนเวลาเราจะไปปล้นร้านทอง มันลุ้น”

ภีมตอบเราด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถามถึงความสุขในการดีไซน์แสงสีในคอนเสิร์ต

“ผมชอบตอนทำคอนเสิร์ตที่สุด ชอบเห็นไฟจริงๆ ที่หน้างานจริงๆ เพราะเรารู้สึกว่ามันจับต้องได้ มันคือของจริง ชอบเห็นการตอบรับของคนดู มันมีอะดรีนาลีนบางอย่าง เพลงสรรเสริญฯ จบปุ๊บ ไฟดับ คนกรี๊ดแน่นอน เอาละว่ะ จุดนั้นคือจุดตัดสินชีวิตว่าเราจะรอดบนเขียงในสองชั่วโมงข้างหน้าไหม ศิลปินร้องเพลงให้คนดู แต่คนดูมองไม่เห็นหน้าเขา มันก็คือหน้าที่เรา ผมชอบโมเมนต์ที่กำลังจะเริ่มที่สุดแล้ว มันเหมือนงานที่เราทำมาทั้งหมดจะมีคุณค่าก็ตอนนี้

“วงการนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนไม่มีอาชีพ Lighting Designer ที่แยกออกมาทำเดี่ยวๆ ดีไซเนอร์ทุกคนจะอยู่กับบริษัทเจ้าของไฟ สมมติแกรมมี่ไปเช่าไฟกับบริษัทหนึ่ง เขาก็จะมีคนเล่นไฟอยู่แล้ว เวลาจ่ายเงินก็รวมเป็นแพ็กเกจเดียวกัน มาวันนี้ ลูกค้ามาหาเราก่อน แล้วเราถึงค่อยไปหาบริษัทเช่าไฟ เราเป็นหน้าด่านก่อน เทคโนโลยีก็พัฒนาขึ้น เรา Previsualization ให้ศิลปินเห็นงานก่อนได้ แต่ก่อนศิลปินไม่เคยได้เห็นก่อนเลยนะ บางงานประตูจะเปิดแล้วเพิ่งเห็นว่าไฟเวทีเป็นสีฟ้า พอเป็นแบบนี้ทั้งศิลปินและค่ายก็เริ่มจะเห็นคุณค่าของงานดีไซน์มากขึ้น

“รางวัลของเราคือการที่คนดูรู้สึกไปพร้อมๆ กับไฟในแบบที่เราอยากให้เขารู้สึก สมมติท่อนนี้ไฟดับหมดเลย แล้วอยู่ดีๆ ปั้ง! คนกรี๊ด หรือหลังจากจบงานไปถ้าเห็นคนถ่ายรูปไฟในคอนเสิร์ตเยอะๆ ไฟสวยมาก โชคดีที่เรามีโซเชียลที่ทำให้เห็นฟีดแบ็กงานตัวเองได้ง่ายขึ้น เมื่อก่อนไม่รู้เลยจนกว่าค่ายจะทำดีวีดี เราต้องไปร้านโดเรมีที่สยามซื้อดีวีดีมาดู สำหรับเราฟีดแบ็กจากวงและคนดูสำคัญที่สุด สุดท้ายอาจจะเป็นคนดูด้วยซ้ำไป เพราะเราทำคอนเสิร์ตให้คนดูดู แม้มันจะเป็นความภาคภูมิใจของวง แต่คนดูก็คือส่วนที่สำคัญที่สุด”

ความฝันของภีมในฐานะ Lighting Designer คือการได้ทำไฟให้กับวงดนตรีที่เขาชื่นชอบอย่าง Phoenix, 1975, Tame Impala และวงไทยอย่าง TELEx TELEXs เขาบอกว่า Lighting ในคอนเสิร์ตคือเครื่องมือช่วยสื่อความหมายในใจศิลปินได้ เป็นสิ่งที่ถึงตัวคนดูได้ง่ายที่สุด และอาจจะเข้าใจง่ายที่สุดด้วยซ้ำ หน้าที่ของเขาคือการควบคุมว่าคนดูจะเห็นหรือไม่เห็นอะไร แต่สุดท้ายแล้วมันคือการออกแบบ มันคือการออกแบบประสบการณ์ใน 2 ชั่วโมงนั้น ซึ่งมากไปกว่าแค่ทำให้คนเห็นหน้าศิลปินแล้ว

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
17 มิถุนายน 2563
9 K

“ไฟสวยไหมครับ รอดไหม”

ภีม พูลผล ถามเราด้วยเสียงหัวเราะ ทันทีที่เราบอกว่าเคยไปคอนเสิร์ตที่เขาออกแบบไฟให้

เขาเป็น Lighting Designer นักออกแบบแสงให้งานบันเทิงและงานศิลปะ ตั้งแต่คอนเสิร์ต เฟสติวัล อีเวนต์ ไปจนถึง Art Installation โดยทำงานร่วมกับศิลปินหลายๆ แขนง และเป็นผู้ก่อตั้ง Saturate Designs ซึ่งเชื่อว่าไฟคือวิธีการสื่อสารสิ่งที่ศิลปินต้องการบอกสู่คนดูที่ง่ายที่สุด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

คุณอาจไม่คุ้นหน้าเขา และอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของเขาด้วยซ้ำ แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบไปคอนเสิร์ต คงต้องมีอย่างน้อยหนึ่งหรือสองงานของเขาที่คุณเคยเห็นอยู่บ้าง ทั้งดอกไม้บนจอ LED ในคอนเสิร์ตของ POLYCAT สายรุ้งในอิมแพ็คของคอนเสิร์ต POTATO หรือการจำลองตลาดปลาของวง Whal & Dolph ที่น่ารักมากๆ

ภีมเริ่มก้าวเข้ามาในวงการนี้ตั้งแต่จำความได้ เริ่มจากการติดตามพ่อที่ทำงานสายเดียวกัน ก่อนจะเริ่มมีส่วนร่วมช่วยพ่อทำงานบ้าง เขาเป็นคนคนหนึ่งที่รู้ตัวว่าอยากทำอะไรมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่เขาสนใจและฝึกฝนมาตลอดจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับแสงและสี จนได้ไปเรียนต่อด้านนี้โดยเฉพาะ

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

นอกจากสามคอนเสิร์ตที่เล่าไปแล้วข้างต้น เขาคือเบื้องหลังของแสงไฟสวยๆ ในคอนเสิร์ตของศิลปินดังๆ หลายคน ทั้ง Scrubb, Bodyslam, The TOYS, Lomosonic, Penguin Villa, Better Weather เทศกาลดนตรีใหญ่ๆ อย่าง Maho Rasop Festival, CAT EXPO รวมถึง Big Mountain Music Festival ที่เริ่มจากการทำไฟให้วงวงเดียว เป็นออกแบบ 3 เวทีและ 5 เวทีในปีถัดๆ มา ภีมบอกว่าตัวเองได้ร่วมงานกับ 1 ใน 4 ของศิลปินที่เขาอยากทำงานด้วยไปแล้ว และไม่คิดจะทำแบบนี้ไปจนถึงอายุ 80 ต่อให้อยู่กับสิ่งนี้มาตั้งแต่เกิด เขาก็ยังมีเรื่องใหม่ๆ เรียนรู้อยู่ทุกวัน 

ในวัยแค่ 23 นับว่านี่คือพอร์ตโฟลิโอชั้นยอดที่นายจ้างคนไหนเห็นก็คงประทับใจ แต่ความสำเร็จในช่วงอายุยังน้อยก็ไม่ได้ทำให้เขาคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใครเลย ตรงกันข้าม ภีมยอมรับข้อเสียในทุกงานที่ได้ทำอย่างภาคภูมิใจ เล่าให้ฟังด้วยความเข้าใจและอารมณ์ขัน ก่อนจะเปิดผลงานชิ้นถัดไปที่ได้แก้ไขข้อบกพร่องของงานชิ้นก่อนหน้าให้เราดู

Tech Geek ประจำโรงเรียน

ภีมเติบโตมาในครอบครัวที่ทำงานสายโปรดักชันมาตั้งแต่เขายังไม่เกิด เริ่มจากการที่พ่อเคยเป็นพนักงานของบริษัททำไฟประจำให้ BEC-Tero ส่วนแม่ก็ทำงานกับ BEC-Tero มาตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งคู่มีประสบการณ์ทำโปรดักชันให้งานคอนเสิร์ตศิลปินต่างชาติชื่อดังอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน (Michael Jackson) และ ฟิล คอลลินส์ (Phil Collins) ช่วงที่เขาเกิด ทั้งพ่อและแม่ก็ลากออกมาเปิดบริษัทโปรดักชันทำคอนเสิร์ตของตัวเอง

“ผมเกิดมาก็อยู่กับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่แรก ถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้ติดตามคุณพ่อตั้งแต่สองสามขวบไปดูคอนเสิร์ตตั้งแต่เล็กๆ ได้เห็นว่าโปรดักชันมันมีหลายแผนก หลายหน้าที่ ซึ่งผมสนุกกับ Lighting มากที่สุด เนื่องจากคุณพ่อเป็นคนทำไฟเอง และเราชอบเวลาที่กดปุ่มหนึ่งปุ่มมันสร้างอารมณ์คนดูได้หนึ่งมู้ด พอกดอีกปุ่มก็ทำให้คนกรี๊ดได้ เหมือนกับเราเป็นคนกำหนดโชว์ในมุมหนึ่ง เป็นเหมือนปากกาให้ศิลปินเล่าเรื่อง”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

เขาบอกว่าชีวิตในวัยเด็กของตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง (จริงๆ เขาใช้คำว่าแย่) ทุกวันศุกร์ เขาจะขอออกจากโรงเรียนตั้งแต่เที่ยง ให้พี่ในบริษัทพ่อกับแม่มารับไป 7 สีคอนเสิร์ต เพื่อดูพ่อทำไฟ กิจวัตรของเขาเป็นอย่างนั้นตั้งแต่อายุ 8 – 9 ขวบ จนช่วงประมาณประถมศึกษาปีที่ 5 เขาก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมทำไฟให้ 7 สีคอนเสิร์ต

“ตอนนั้นยังไม่เข้าใจเรื่องเทคนิค ไม่รู้ว่าไฟทำงานยังไง หรือต่อยังไง รู้แค่ว่าแต่ละท่อน ไฟทำหน้าที่อะไรบ้าง เช่น ท่อนร้องต้องกดปุ่มนี้ ท่อนโซโล่กดอีกปุ่มหนึ่ง พอสักพักคุณพ่อก็ให้ทำอะไรมากขึ้น เริ่มจากให้เรากดปุ่มเดียวทั้งงาน แต่ต้องกดให้ถูก ห้ามผิด แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มปุ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเด็กคนหนึ่งมันกดดันนะ แต่ก็สนุกมาก 

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ตอนแรกพี่ที่ออฟฟิศเป็นคนโปรแกรมซีนไฟให้ เรากดปุ่มที่เขาโปรแกรมไว้แล้วอย่างเดียวทั้งโชว์ พอเวลาผ่านไปก็ยากขึ้นเรื่อยๆ ให้เราลองโปรแกรมเอง แล้วบอร์ดไฟที่ใช้มันใหญ่มาก มีปุ่มเป็นเจ็ดสิบปุ่ม เราไม่เคยทำ แต่ด้วยความชอบก็ไปขอร้องพี่ที่เป็นเจ้าของบริษัทให้เช่าอุปกรณ์ไฟว่า ผมขอยืมบอร์ดตัวนี้มาไว้ที่บ้านสักอาทิตย์หนึ่งได้ไหมครับ ช่วงนั้นก็รีบกลับบ้านมาเล่นบอร์ดไฟทุกวัน ในขณะที่เพื่อนไปร้านเกม ถ้าเทียบ Position ในโรงเรียนตอนนั้นคือเป็น Tech Geek เป็นคนเก่ง Final Cut คนเก่ง iMovie เป็นคนแรกที่ใช้คอมฯ Mac นำเทรนด์เรื่องเทคโนโลยีในห้อง”

หลังจากนั้น ภีมก็ได้ทำคอนเสิร์ตขนาด Thunder Dome หรือ Royal Paragon Hall แล้ว ตั้งแต่ยังไม่เข้ามัธยมปลายด้วยซ้ำ

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ก้าวสำคัญ

พอเรียนจบ ม.3 ภีมตัดสินใจว่าอยากจะเรียนด้านนี้อย่างจริงจัง จึงมองหามหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ เขาและครอบครัวเลือกเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพราะเป็นเมืองที่ใกล้ประเทศไทยที่สุด แต่ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัยที่โน่นได้ เขาต้องไปเรียนมัธยมปลายก่อน 2 ปี ซึ่งดูเหมือนเขาจะต้องห่างหายจากการทำ Lighting กับพ่อไปในช่วงระหว่างนั้น แต่ก็ไม่…

“ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่ได้ทำไฟเลยช่วงที่ไปเรียนไฮสคูล แต่พลิกล็อก โรงเรียนที่ไปมีจัดละครเวทีทุกปี ตอนแรกๆ คนก็ไม่ค่อยเชื่อว่าเราจะทำได้เพราะเห็นเป็นเด็กเอเชีย พออยู่ไปเขาก็เริ่มเห็นความสามารถ ผ่านไปสักพักเราถึงกับขนไฟจากบ้านที่เมืองไทยไปออสเตรเลียไว้ให้โรงเรียนเช่า มันเลยเถิดมาก 

“ผมไม่เคยทำละครเวทีมาก่อน เอาจริงๆ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ก็เลยลองใช้สกิลล์จากการทำคอนเสิร์ตมาใส่ มีเวิร์กบ้าง ไม่เวิร์กบ้าง แต่พอทำไปปีสองปีก็เริ่มเรียนรู้แล้วว่า ละครเวทีมันต้องการความเป็นธรรมชาติมากกว่าความเปรี้ยงปร้าง ตูมตาม จะมากระโตกกระตากไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น การที่ไฟดวงหนึ่งจะหมุนไปหาคนคนนั้น มันต้องดับก่อนไปถึงตัวละคร A แล้วค่อยเปิด มันลากไปเลยไม่ได้ เพราะชีวิตจริงพระอาทิตย์มันไม่ได้หมุนมาหาเราแบบนั้น เหมือนกับเราจำลองไฟธรรมชาติอยู่”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

หลังจบไฮสคูล ภีมเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อ NIDA (National Institute of Dramatic Art) ซึ่งสอนทั้ง Production Design, Lighting, Acting ทำฉาก คอร์สที่เขาเรียนคือ Technical Theatre and Stage Management ซึ่งเป็นการสอนโปรดักชันทั้งหมด รวมถึงการทำแสงสีเสียง ข้อดีของมหาลัยฯ นี้คือมีโรงละคร 5 โรง ทุกปี NIDA จะมีละคร 3 ซีซั่น ทุกครั้งที่มีละคร นักศึกษาทั้งหมดต้องมาทำงานด้วยกัน 

“สองปีแรกที่เข้าไปเรียนเขาสอนแต่การทำละครเวที ซึ่งเป็นจุดที่เราโหว่ ตอนทำคอนเสิร์ตมีอะไรก็เปิดร้อยเปอร์เซ็นต์ ขยับหมด แต่สายละครเวทีสอนให้รู้ว่า การเพิ่มไฟแค่ศูนย์หรือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็สร้างความแตกต่างของอารมณ์คนดูได้ สามปีที่ทำละครกับ NIDA มา เราเริ่มจาก Assistant Stage Manager ตำแหน่งที่ต่ำที่สุด ถึงดีไซเนอร์ ตำแหน่งที่สูงที่สุด มันทำให้เรารู้ว่าหัวใจของแต่ละตำแหน่งก็มีหน้าที่ที่สำคัญ เพื่อจะประกอบกันเป็นละครหนึ่งเรื่อง 

“ผมว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ได้เรียนแต่ Lighting พอกลับมาทำงานจริงๆ มันทำให้เราเข้าใจทุกคนมากขึ้น เราจะรู้ว่าขั้นตอนนี้ เราต้องขอความช่วยเหลือจากใคร ต้องทำยังไงให้งานเราราบรื่นขึ้น”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ชื่อของ ‘ภีม พูลผล’

สมัยเรียน ภีมจะกลับมาไทยช่วงที่มีงานเทศกาลดนตรี Big Mountain เสมอ จนงานงานนั้นกลายเป็นคอนเสิร์ตที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปเลยเมื่อ บอล-ต่อพงศ์ จันทบุบผา หรือ บอล Scrubb ผู้เห็นภีมมาทำงานกับพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ชักชวนให้ไปทำไฟให้วง Scrubb ที่งาน Big Mountain Music Festival 7 เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเจอคนทำงานสายนี้มากขึ้นอย่าง โก อุเอดะ (Go Ueda) Lighting Designer ชาวญี่ปุ่น วอ-วรธร พีรพงศ์พรรณ และ ต้น-เรืองฤทธิ์ สันติสุข จาก ​DuckUnit พล หุยประเสริฐ เจ้าของบริษัท H.U.I. ชื่อของ ภีม พูลผล เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้น พอเรียนจบเขาจึงตัดสินใจกลับมาทำงานที่เมืองไทยทันที

ภีมมีโอกาสได้ทำงานมากมายหลังจากนั้น ยกตัวอย่างเช่น CAT EXPO, คอนเสิร์ต G19, POLYCAT, Potato, Bodyslam และ Big Mountain อีกหลายครั้ง หัวใจสำคัญของการทำงานนี้ที่เราสรุปได้จากการนั่งคุยกับภีมมี 2 ข้อคือ หนึ่ง ต้องถ่ายทอดความรู้สึกของศิลปินให้ดีที่สุด และสอง คนดูคือคนที่สำคัญที่สุด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ถ้าทำงานกับวงที่เพลงเขาสื่อสารออกมาง่าย เนื้อเพลงตรงไปตรงมาอย่าง Scrubb เราอาจจะสื่อสารด้วยแสง ด้วยสีอย่างเดียวได้ แต่ถ้าเนื้อเพลงยากหน่อยอย่างพี่เล็ก Greasy Cafe ก็อาจจะต้องมีกราฟิกมาช่วยให้คนดูเข้าใจง่ายขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่า สุดท้ายคนไม่ได้มาคอนเสิร์ตเพื่อดูไฟนะ คนซื้อบัตรมาดูพี่เล็ก มาดูพี่บอล พี่เมื่อย คอนเสิร์ตส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงออกในสิ่งที่เขาเล่นที่อื่นไม่ได้ สมมติพี่ตูน Bodyslam เล่นเพลงความหมายลึกมาก เกี่ยวกับชีวิต ถ้าเล่นในร้านเหล้า คนคุยกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเล่นเพลงนั้นในที่แห่งนั้นได้ เขาเลยต้องมีคอนเสิร์ตเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และสิ่งที่ตั้งใจจะสื่อจากเพลงนี้ได้อย่างที่ตั้งใจที่สุด 

“คอนเสิร์ตเป็นพื้นที่ของศิลปิน ไม่ใช่ของเรา เราเป็นคนซัพพอร์ตเขา ให้เขาเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีขึ้น ระหว่างทำงานเราเลยพยายามสื่อสารกับศิลปินตลอดเวลา เพราะสุดท้ายเขาคือคนเขียนบทหนัง เราเป็นแค่คนทำหนังให้เขา เราต้องคุยกับเขาให้รู้ว่าถ้าคุณเล่นเพลงนี้ แสงและภาพข้างหลังคุณจะเป็นยังไง”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ผลงานที่สอนให้เก่งขึ้น

เราขอให้เขาเลือกงานที่ภาคภูมิใจ งานที่ชอบ งานที่สนุก งานที่เปลี่ยนชีวิตมา 5 – 6 งาน แต่เขาเลือกมา 10 และไม่ใช่เพราะทั้งสิบงานนั้นสมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่เป็นงานที่มีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งทำให้เขาเติบโตและเก่งขึ้นเรื่อยๆ

01 SCUBB Big Mountain Music Festival 9 (2017)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“จริงๆ เราเคยทำวงนี้มาตั้งแต่ 7 สีคอนเสิร์ต แล้ว เป็นวงที่อยู่ในทุกช่วงชีวิต แต่ปีนั้นเป็นคอนเสิร์ตที่แตกต่างจากที่ผ่านๆ มาเพราะสี ผมชอบใช้คู่สี เราจะศึกษาวงก่อนว่าอาร์ตไดเรกชันของเขาเป็นยังไง อย่างอัลบั้มแรกๆ จะใช้สี Aqua กับสีเหลือง ช่วงร็อกจะเป็นสีส้มสีแดง ซึ่ง Scrubb จะมีความป๊อป ใช้สีเหลืองกับสีฟ้ามาตลอด เป็นป๊อปเรโทร ไม่ค่อยลงชมพูเท่าไหร่ จนมาอัลบั้มหลังๆ พวกเพลงรอยยิ้มที่เป็นเพลงรักที่มีความหวานขึ้น

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้ผมใช้ไฟนีออนไปตั้งบนเวที เพราะเห็นคอนเสิร์ตต่างประเทศเขามี Lighting Installation เป็นของตัวเอง และเป็นครั้งแรกที่เราออกแบบไฟเพลงต่อเพลง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เตรียมไว้เป็นชุด ชุดเพลงช้า ชุดเพลงเร็ว”

02 Klear / Palmy GENIE G19 (2018)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“หลังจาก Big Mountain ครั้งแรก พี่พลก็ชวนไปทำสองงาน เป็นวง Klear กับปาล์มมี่ ผมก็ถามว่างานอะไร พี่พลบอกว่า ‘G19’ เดี๋ยว ราชมังฯ เลยเหรอพี่ งานนี้ใหญ่มากๆ เรื่องสีหลายๆ คนชม ส่วนเรื่องไดนามิกเราก็ยังไม่เก่งมาก คนดูยังไม่รู้สึกถึงไฟเราได้มากพอ เพราะเรียน Theatre มาด้วย มันเลยจะนิ่งๆ 

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“มันเปลี่ยนชีวิตมากนะ เรียนก็ยังไม่จบ เรียนเต็มเวลาด้วยนะ แล้ว NIDA ถ้าเป็นช่วงละครเรียนเก้าโมงเช้าถึงห้าทุ่ม บินไปบินมา เงินที่ได้มาก็ต้องเอาไปจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน เหนื่อยนะ แต่เขาให้โอกาสแล้วก็ต้องลองเหนื่อยดูสักตั้ง”

03 SCRUBB 18+ (2018)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้ทำกับ DuckUnit เป็นงานฉาก เราเป็นคนออกแบบไฟ แต่ตอนนั้นยังไม่เข้าใจการดีไซน์ไฟให้ซัพพอร์ตฉากเท่าไหร่ รอบแรกไม่มีไฟไปส่องฉากเลย เราไม่ได้คิดถึงฉาก คิดแต่ว่าคนดูจะต้องเห็นไฟ แต่พอใกล้วันงาน พี่เขาก็สอนว่ามันต้องมีไฟส่องฉากด้วยนะ การที่จะเอาไปส่องฉากมันมีรายละเอียดนะ ต้องใช้ไฟยังไง ต้องใช้สีอะไร สิ่งที่พี่ต้น DuckUnit ทำคือการเอาสีทุกโทนที่ใช้ในฉากมาทาที่ไม้ แล้วเอาไฟแต่ละสีส่องดูว่าผลลัพธ์เป็นยังไง ฉากสีชมพูเจอไฟสีแดงจะกลายเป็นสีอะไร ปกติคอนเสิร์ตเขาจะปล่อยควันให้เห็นลำไฟ แต่พอมีฉาก สีไฟจะไปอยู่ที่ฉากมากกว่า ทำให้การย้อมฉากเป็นสิ่งสำคัญ”

04 Better Weather Better Together Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“Betther Weather เป็นคอนเสิร์ตแรกที่ทำในนามบริษัท Saturate Designs ทำไฟด้วย ทำกราฟิกด้วย ได้ผันตัวจากคนออกแบบไฟอย่างเดียว เป็นการออกแบบทั้ง Lighting และซีน ซึ่งกราฟิกของเราทำออกมาเพื่อสนับสนุนไฟ งานนี้ทำให้รู้ว่าตัวเองยังไม่เก่งเรื่องซิงก์ไฟกับเพลงหรือกราฟิก เรายอมรับ”

05 PENGUIN VILLA WHY FLY? CONCERT (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานที่แล้วทำให้ได้รู้จักคนมากขึ้น เลยได้มาทำคอนเสิร์ตให้พี่เจ Penguin Villa (เจตมนต์ มละโยธา) งานนี้ก็ไฟเป็นหลัก กราฟิกเป็นรอง ช่วงแรกจะเป็นกราฟิกจ๋า พอหลังจากเพลง Acrophobia ผ้าจะร่วงลงมาเป็นแผงไฟขนาดใหญ่ที่เราซ่อนไว้อยู่ คนก็กรี๊ด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“เราอยากลองทำงานบนผ้าสีขาวบ้าง เพราะส่วนใหญ่คอนเสิร์ตจะเล่นบนผ้าสีดำหมดเลย เพราะมันควบคุมแสงได้ง่ายกว่า แต่เราอยากรู้ว่าสีขาวจะไปได้ถึงไหน”

06 POLYCAT I Want You Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“POLYCAT เป็นงานปล่อยของทุกอย่าง ปล่อยของจริงๆ วงน่ารักมาก เราตั้งใจจะทำ Time Code คือทำไฟซิงก์กับดนตรีร้อยเปอร์เซ็นต์ วิธีการทำงานคือ เราส่งนาฬิกาจากมือกลองมาหาหลอดไฟ แปลว่าไฟเราไม่ต้องกดเลย มือกลองเล่นปุ๊บ ไฟวิ่งเองทั้งโชว์ และเป็นงานแรกที่เอาจอ LED มาวางเป็นดีไซน์ที่มากกว่าแผงใหญ่ๆ ด้านหลังเหมือนงานทั่วไป เราเอาจอ LED มาทำเป็นแท่งปริซึม เพราะตีความจากคำว่า Poly ที่เป็นรูปหลายเหลี่ยม แล้ววงมีสามคนก็เลยมีสามแท่ง นี่เป็นงานของตัวเองงานแรกที่ออกสู่สายตาส่วนใหญ่เพราะเป็นงาน Lighting จริงๆ”

07 The TOYS Loy On Mars Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ผมชอบคาแรกเตอร์ The TOYS อยู่แล้ว เขาเป็นคนกวนแต่เท่ เลยคิดว่าน่าจะทำอะไรได้เยอะ คอนเซปต์คือ Loy on Mars ช่วยคิดกับพี่พล หุยประเสริฐ ก็ได้เวทีออกมาเป็นวงกลม อยากให้เขารู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในสเปซที่มีไฟมากมาย งานนี้ก็ภูมิใจมากๆ คนพูดต่อเยอะ ชีวิตนี้ไม่เคยทำเวทีวงกลมด้วย ได้เรียนรู้ว่ามันยาก เพราะปกติมีคานติดไฟความยาวสิบสองเมตร เวทีธรรมดาเราเอาไปสิบสองตัววางได้เลย แต่นี่เราต้องเฉลี่ยเป็นองศาแล้วมาคำนวณอีกที”

08 Whal & Dolph Fish Market Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้อาจจะไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงเท่าไหร่ แต่เป็นงานที่ทำให้เราเหมือนได้กลับบ้านละครเวทีอีกครั้ง ทำเป็นตลาดปลา มีฉาก ผมได้เอาเทคนิคการทำไฟแบบละครมาปัดฝุ่นใหม่ คือต้องย้อมฉากด้วย ต้องย้อมคนด้วย ต้องทำให้รู้สึกว่ามันเรียบๆ ในขณะเดียวก็ต้องเอาเทคนิคไฟคอนเสิร์ตมาผสมด้วย”

09 POTATO Magic Hours Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“Magic Hours คือช่วงเวลาที่แสงจะสวยที่สุดของวัน เราเลยขายไปว่ามันคือปรากฏการณ์แสงจากหลายๆ ช่วงเวลามารวมกัน จะพูดถึงธรรมชาติเป็นหลัก เราเลยดีไซน์ไฟให้ต่างออกไป ปกติไฟจะอยู่แค่ที่เวที แต่พอเป็นปรากฏการณ์แสง เราคิดว่าคนดูก็ต้องได้รับสิ่งเดียวกันสิ เราเลยเอาไฟจำนวนเท่าๆ กับบนเวทีไปไว้กับคนดู เป็นร้อยๆ ดวงเลย คนดูเลยเหมือนได้อยู่ในโลกของ Potato แล้วก็มีเพลงที่วงเน้นชื่อ เธอคือเรื่องจริง ที่เราสร้างปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำในอิมแพ็ค แค่ซีนนี้น่าจะสามแสนบาท”

10 Bodyslam นับ 1 ถึง 7 คอนเสิร์ต (2020)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“พอเริ่มได้รับความไว้ใจก็เลยได้ทำไฟให้กับวง Bodyslam ซึ่งค่อนข้างยาก เพราะปกติเป็นคนฟังเพลงป๊อป คือฟังเพลงเขานะ แต่ไม่เคยทำเพลงร็อกแบบนี้ เลยได้ออกมาเป็นคอนเสิร์ต Bodyslam ที่ไม่ตูมตาม แต่เน้นที่ Design Concept ความยากอีกอย่างคือเขาเล่นทั้งหมดสี่สิบเพลง แล้วศิลปินต้องดูงานก่อนทั้งหมด เลยกลายเป็นงานที่ได้เรียนรู้เรื่องการแบ่งเวลาไปด้วย”

รางวัลที่ยิ่งใหญ่

“เหมือนเวลาเราจะไปปล้นร้านทอง มันลุ้น”

ภีมตอบเราด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถามถึงความสุขในการดีไซน์แสงสีในคอนเสิร์ต

“ผมชอบตอนทำคอนเสิร์ตที่สุด ชอบเห็นไฟจริงๆ ที่หน้างานจริงๆ เพราะเรารู้สึกว่ามันจับต้องได้ มันคือของจริง ชอบเห็นการตอบรับของคนดู มันมีอะดรีนาลีนบางอย่าง เพลงสรรเสริญฯ จบปุ๊บ ไฟดับ คนกรี๊ดแน่นอน เอาละว่ะ จุดนั้นคือจุดตัดสินชีวิตว่าเราจะรอดบนเขียงในสองชั่วโมงข้างหน้าไหม ศิลปินร้องเพลงให้คนดู แต่คนดูมองไม่เห็นหน้าเขา มันก็คือหน้าที่เรา ผมชอบโมเมนต์ที่กำลังจะเริ่มที่สุดแล้ว มันเหมือนงานที่เราทำมาทั้งหมดจะมีคุณค่าก็ตอนนี้

“วงการนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนไม่มีอาชีพ Lighting Designer ที่แยกออกมาทำเดี่ยวๆ ดีไซเนอร์ทุกคนจะอยู่กับบริษัทเจ้าของไฟ สมมติแกรมมี่ไปเช่าไฟกับบริษัทหนึ่ง เขาก็จะมีคนเล่นไฟอยู่แล้ว เวลาจ่ายเงินก็รวมเป็นแพ็กเกจเดียวกัน มาวันนี้ ลูกค้ามาหาเราก่อน แล้วเราถึงค่อยไปหาบริษัทเช่าไฟ เราเป็นหน้าด่านก่อน เทคโนโลยีก็พัฒนาขึ้น เรา Previsualization ให้ศิลปินเห็นงานก่อนได้ แต่ก่อนศิลปินไม่เคยได้เห็นก่อนเลยนะ บางงานประตูจะเปิดแล้วเพิ่งเห็นว่าไฟเวทีเป็นสีฟ้า พอเป็นแบบนี้ทั้งศิลปินและค่ายก็เริ่มจะเห็นคุณค่าของงานดีไซน์มากขึ้น

“รางวัลของเราคือการที่คนดูรู้สึกไปพร้อมๆ กับไฟในแบบที่เราอยากให้เขารู้สึก สมมติท่อนนี้ไฟดับหมดเลย แล้วอยู่ดีๆ ปั้ง! คนกรี๊ด หรือหลังจากจบงานไปถ้าเห็นคนถ่ายรูปไฟในคอนเสิร์ตเยอะๆ ไฟสวยมาก โชคดีที่เรามีโซเชียลที่ทำให้เห็นฟีดแบ็กงานตัวเองได้ง่ายขึ้น เมื่อก่อนไม่รู้เลยจนกว่าค่ายจะทำดีวีดี เราต้องไปร้านโดเรมีที่สยามซื้อดีวีดีมาดู สำหรับเราฟีดแบ็กจากวงและคนดูสำคัญที่สุด สุดท้ายอาจจะเป็นคนดูด้วยซ้ำไป เพราะเราทำคอนเสิร์ตให้คนดูดู แม้มันจะเป็นความภาคภูมิใจของวง แต่คนดูก็คือส่วนที่สำคัญที่สุด”

ความฝันของภีมในฐานะ Lighting Designer คือการได้ทำไฟให้กับวงดนตรีที่เขาชื่นชอบอย่าง Phoenix, 1975, Tame Impala และวงไทยอย่าง TELEx TELEXs เขาบอกว่า Lighting ในคอนเสิร์ตคือเครื่องมือช่วยสื่อความหมายในใจศิลปินได้ เป็นสิ่งที่ถึงตัวคนดูได้ง่ายที่สุด และอาจจะเข้าใจง่ายที่สุดด้วยซ้ำ หน้าที่ของเขาคือการควบคุมว่าคนดูจะเห็นหรือไม่เห็นอะไร แต่สุดท้ายแล้วมันคือการออกแบบ มันคือการออกแบบประสบการณ์ใน 2 ชั่วโมงนั้น ซึ่งมากไปกว่าแค่ทำให้คนเห็นหน้าศิลปินแล้ว

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ภาพเขียนการ์ตูนลายเส้นสนุกสนาน สีสันหวานแหววสะดุดตา ประกายกลิตเตอร์วะแวววะวับ คาแรกเตอร์กึ่งคนกึ่งสัตว์ชวนให้คิดถึงแอนิเมชันเรื่องโปรดในวัยเยาว์ เนื้อหนังมังสาเป็นขนฟูนุ่มน่าสัมผัส ขัดแย้งกับเนื้อหาเสียดสีนานาประเด็นร้อนในสังคม ตั้งแต่ปัญหาธรรมชาติไปจนถึงการเมือง

ประติมากรรมรูปหล่อน้องเหมียวเพศเมียนั่งกอดเข่า ส่งสายตาละห้อยหาปนโศก หว่างขามีแม่กุญแจไซส์โตล็อกกางเกงในเหล็กไว้อย่างรัดกุม ถัดออกมาไม่ไกลคือลูกกุญแจ ถึงดูผิวเผินน่ารัก แต่เบื้องหลังทุกมุมโค้งเว้าล้วนแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ การกดขี่ทางเพศ และความทรมานของอิสตรีทั้งสิ้น

ศิลปินนักออกแบบการ์ตูนสีสดที่ซ่อนประเด็นสังคม ธรรมชาติ จนถึงการเมือง

นี่คือฝีไม้ลายมือของ ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ผู้มีผลงานเป็นเอกลักษณ์ผ่านหูผ่านตาเราตลอดเวลา

ยุรี เกนสาคู

เรารู้จักเธออย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อคราวไปชมผลงาน ‘Atmosfear : บรรยากาศมาคุ’ ที่ 100 Tonson Gallery ภาพจิตรกรสาวร่างเล็กยืนตวัดฝีแปรง ประจงลากเส้นต่อจุดบนผนังสูงเกือบเป็น 2 เท่าอย่างทะมัดทะแมงประทับอยู่ในความทรงจำตั้งแต่นั้นมา สิงสาราสัตว์นับสิบรายล้อมผนังทั้ง 4 ด้าน แม้ดูตลกขบขัน แต่ล้วนเดินทางออกมาจากก้นบึ้งแห่งความกลัวของผู้วาดมันขึ้นมาทั้งสิ้น

ศิลปินนักออกแบบการ์ตูนสีสดที่ซ่อนประเด็นสังคม ธรรมชาติ จนถึงการเมือง
ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

จนเมื่องาน BAB 2020 ปีที่ผ่านมา เธอจัดแสดงภาพเขียนมาสเตอร์พีซ ‘Bleu Blanc Rouge’ ในตึก The PARQ หลังกลับมาจากฝรั่งเศสในฐานะศิลปินพำนัก (Artist Residency) แถมจับมือกับคริสตัลในโปรเจกต์ Crystal x Yuree ออกแบบฉลากขวดน้ำสุดเก๋ มีทั้งเต่าทะเลนักดำน้ำ พะยูนคู่หูแม่ลูก วาฬยักษ์ใจดี และนางเงือกชุบแป้งทอด

ล่าสุด เราได้คุยกับเธอสั้นๆ ในงาน Bangkok Illustration Fair 2021 จึงถือโอกาสชวนเธอมานั่งลงสนทนายาวๆ อีกครั้ง เกี่ยวกับตัวตนและผลงาน ย้อนรอยเบื้องหลังคาแรกเตอร์สุดน่ารักที่เธอชุบชีวิตขึ้นบนผืนผ้าใบ มิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ ถุงผ้า เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม ไปจนถึงประติมากรรมรูปหล่อสุดคิวต์ ฉบับยุรี เกนสาคู

01

Put the Right Girl to the Right Place

หมุนทวนเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปสมัยยังเป็นเด็กหญิงยุรี แววตาเป็นประกายของเธอจับจ้องดีไซน์คาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนตามบรรจุภัณฑ์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันด้วยความชอบ ทั้งถุงขนม ของเล่นกระจุกกระจิก หนังการ์ตูน ค่อยๆ ซึมและซับเข้าสู่ห้วงคำนึงอย่างแนบเนียน รู้ตัวอีกทีก็ต้องใจราวกับต้องมนตร์นะจังงังเรียบร้อยแล้ว

แต่พอได้เห็นพี่ชายนักเรียนช่างศิลป์ต้องฝึกทักษะการวาดพื้นฐาน กลับมองว่าหมดสนุกและไม่ใช่แนวทางที่ตนสนใจ เพราะไม่เหมือนกับการขีดเส้นตามจินตนาการเป็นตัวการ์ตูนสุดโปรดอย่างเจ้าตัวถนัด

“แต่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีพรสวรรค์เลยนะ” ศิลปินหญิงกล่าวถ่อมตัวตามประสาคนมากฝีมือ

หลังอกหักจากระบบสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ยุรีบ่ายหน้าสู่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถานที่ซึ่งเปิดประตูบานกว้างอ้าออกต้อนรับเหล่ามนุษย์ผู้มีความคิดสร้างสรรค์

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบการ์ตูนสีสดที่ซ่อนประเด็นสังคม ธรรมชาติ จนถึงการเมือง

“โชคดีตรงได้เรียนที่ที่เหมาะกับเรา จำได้ครั้งหนึ่งตอนฝึกวาดสีน้ำมัน เราก็จัดสโตรกหนักๆ เป็นภาพพื้นผิวอะไรสักอย่างแปะบนแบกกราวนด์แบนเรียบ แทนที่จะทำอากาศให้ฟุ้งหน่อย ไม่มีเอกภาพเลย ปรากฏว่าอาจารย์ไม่ตำหนิอะไรเลยสักคำ บางครั้งวาดลดทอนแบบบิดๆ เบี้ยวๆ แนวหลีกหนีความเป็นจริง กลับได้คะแนนดีด้วยซ้ำ เพราะความคิดและสไตล์เรามีค่ามากกว่าแค่ความเหมือนจริง”

ยุรีพาตัวเองเข้าไปอยู่ถูกที่ถูกทาง เหมือนนักกีฬาดาวรุ่งได้โค้ชมากฝีมือมาช่วยเทรน บ่มเพาะจนสุกงอมพร้อมทาน สบกับโอกาสพิเศษที่ได้รับ ซึ่งนับเป็นหมุดหมายแห่งการก้าวเข้าสู่วงการศิลปะเต็มตัวของเธออย่างเป็นทางการ

“ตอนเรียนไม่เคยมั่นใจว่าจะอยู่รอดได้ด้วยอาชีพศิลปิน ช่วงนั้นพ่อผู้เป็นรายได้เดียวของครอบครัวเพิ่งเสีย ยิ่งต้องคิดหนักว่าจะไปทางนี้ต่อดีไหม เผอิญหลังเรียนจบ มหาวิทยาลัยทำโครงการร่วมกับพื้นที่สองสามแห่ง เปิดโอกาสให้คนที่ยังไม่เคยจัดนิทรรศการเดี่ยว มาสร้างและขายผลงานของตัวเอง ปรากฏว่าเราได้รับคัดเลือก ทำให้มีแกลเลอรี่เข้ามาติดต่อและขายผลงานได้เกือบหมด จึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเดินทางนี้ต่อไป”

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบการ์ตูนสีสดที่ซ่อนประเด็นสังคม ธรรมชาติ จนถึงการเมือง

เจ้าตัวแอบกระซิบว่าถ้างานครั้งนั้นแป้ก ก็คงหักเลี้ยวไปสายออกแบบเพื่อการค้าอย่างเดียว ปิดตายลงกลอนประตูศิลปินไฟน์อาร์ต ไม่ได้เขียนภาพโชว์ตามแกลเลอรี่หรืองานต่างๆ อย่างที่เห็นทุกวันนี้ควบคู่กันไปด้วย

02

แกงโฮะ

กลเม็ดเด็ดพรายของยุรี เกนสาคู คือการหยิบคว้าเรื่องราวนอกกรอบหลากหลาย ตั้งแต่ตำนานปกรณัม นิทานพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงแง่มุมในก้นบึ้งแห่งตัวตนของเธอ ทั้งความกลัวและความสนใจต่อประเด็นต่างๆ ในสังคม กลั่นกรองออกมาเป็นทั้งผลงานพาณิชยศิลป์และวิจิตรศิลป์

“นอกจากโจทย์ใหญ่ซึ่งครอบไว้ ก็พยายามสำรวจตัวเองว่าขณะนั้นสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษอยู่บ้าง พอได้ไอเดียคร่าวๆ ก็พยายามแตกแขนงความคิดให้เหนือคาด อย่างงาน Nagabi Transferry ในเทศกาล Thailand Biennale 2018 ที่กระบี่ เราสนใจเรื่องตำนาน จึงเอานิทานพื้นบ้านเรื่องการเกิดเกาะของภาคใต้มาเป็นธีม มียักษ์ นาค เขานางนอน เป็นเนื้อหาในการวาดภาพลงบนเรือและทำประติมากรรม

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“หรือชิ้น The Prophecy of 24 March 2019 จัดแสดงที่ถังแกลเลอรี่ ช่วงนั้นเริ่มสนใจเรื่องการเมืองเพราะเป็นปีที่มีการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากการยึดอำนาจ เลยโยงเอาคำทำนายอนาคตเรื่องนารีขี่ม้าขาว มาผสมผสานกับความเชื่อแบบจีนซึ่งปรากฏบนปฏิทินแบบฉีก วาดขึ้นใหม่โดยเปลี่ยนคนบนหลังม้าจากชายเป็นหญิงแทน” เธอเล่ารายละเอียดการออกแบบอย่างฉะฉาน

ความคิดสร้างสรรค์น่าจะเป็นสารตั้งต้นสำคัญที่ทำให้ยุรีเลือกเฟ้นวัตถุดิบแปลกตามายำรวมกันได้อย่างแซ่บนัว แต่หากสืบสาวราวเรื่องไปถึงต้นตอ จะพบว่าไอเดียสนุกๆ ของเธอก่อกำเนิดขึ้นจากนิสัยขี้เบื่อหน่ายสไตล์ศิลปิน อยากทำให้ตัวเองอยู่กับงานได้จนตลอดรอดฝั่ง เพราะงานบางชิ้นก็กินเวลาถึงค่อนปีกว่าจะสำเร็จ

“คือพี่เป็นคนไม่ชอบแก้งาน” นักออกแบบตรงข้ามเราเปลี่ยนประเด็นพลางหัวเราะ

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“พอรับบรีฟมาแล้วมีไอเดีย จะรีบปรึกษาลูกค้าทันทีว่าถ้าทำแบบนี้โอเคไหม อีกอย่างคือต้องทำรีเสิร์ชให้แม่นมาก ต้องทั้งลึกซึ้งและกว้างขวาง อย่างตอนทำกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนให้ โลตัส (Lotus’s) ก็ศึกษาละเอียด สัตว์ชนิดไหนได้รับผลกระทบจากขยะอย่างไรบ้าง ทุกอย่างต้องมีความหมายเสมอ

“จะวาดหรือออกแบบอะไรก็ต้องให้ชัวร์ประมาณหนึ่ง ไม่ให้โดนด่าว่าไม่มีความรู้ สมัยก่อนไม่กล้า เพราะรู้สึกว่ายังอ่านไม่มาก แต่ตอนนี้เปลี่ยนความคิดแล้ว ถ้าถึงจุดที่พร้อมพูดเพราะมั่นใจในข้อมูลก็ทำเลย เพราะหากกลัวจนขึ้นสมอง คงไม่ได้ทำอะไรกันพอดี อย่างนั้นไม่ต้องไปเป็นนักวิชาการก่อนแล้วค่อยมาเป็นจิตรกรหรอ” โทนเสียงสดใสเจือหัวเราะในลำคอ กลบเนื้อหาเสียดสีระหว่างบรรทัดได้อย่างอยู่หมัด ไม่ต่างอะไรกับผลงานของเธอ

เพราะผสานสารพัดเรื่องราวเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกล่อม คุมประเด็นได้เฉียบคม ผลงานของยุรีจึงเป็นเหมือนแกงโฮะแห่งเรื่องราว ที่แม่ครัวประจำหม้อนั้นมากฝีมือและประสบการณ์ รู้จักวัตถุดิบอย่างถ่องแท้ ปรุงเป็นอาหารรสเลิศจนกินได้ไม่มีเบื่อ รู้ตัวอีกทีก็อ้วนพีด้วยความเอิบอิ่มใจในผลงาน

03

Sugar Coating

ตัวการ์ตูนหลุดจากโลกความจริง สีสันฉูดฉาดเด่นชัดถนัดตา สถานที่และเวลาพร่าเลือนราวกับอยู่ในเทพนิยาย แต่สอดแฝงเรื่องราวหนักแน่นเข้มข้นอย่างชาญฉลาด คือสไตล์จากปลายพู่กันของศิลปินลูกครึ่งคนนี้

“แบบปัจจุบัน เริ่มก่อตัวตอนไหนไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเบื่อโลก ชอบวาดอะไรไม่เหมือนจริง เพื่อหลีกหนีสิ่งที่เราเห็นด้วยตา เน้นสัตว์เพราะมันน่ารัก อยู่ใกล้แล้วมีความสุข ตรงไปตรงมากว่ามนุษย์ ส่วนสีสันของงานมาจากรสนิยม เราชอบความสนุกสนาน ทำอย่างไรก็ได้ให้อยู่บนโลกนี้โดยไม่ประสาทแดกไปก่อน เลยแปรสิ่งไม่ดีให้สวยงาม ลดทอนความโหดร้ายนองเลือดลง โดยยังคงความไม่ดีเอาไว้ เหมือนกับแอบด่าคนด้วยคำพูดเพราะๆ (หัวเราะ) เพื่ออย่างน้อยที่สุดจะได้เข้าใจและใช้ชีวิตอยู่กับมันง่ายขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหยิบประเด็นดาร์กๆ มาเคลือบน้ำตาล นำเสนอในรูปแบบสำเร็จรูปพร้อมทาน หลายครั้งมีส่วนช่วยลับคมให้สารัตถะ ซึ่งงานศิลปะหรืองานดีไซน์จะกระซิบบอกแก่ผู้ชมเป็นนัยๆ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่ารูปแบบเช่นนี้จะไปลดทอนเบียดบังเนื้อหาแท้จริงของงานหรือเปล่า

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ไม่คิดว่าลดทอน แค่เป็นวิธีหนึ่งในการนำเสนอมากกว่า” เธอปฏิเสธด้วยน้ำเสียงถ้อยที

“งานตรงไปตรงมาไม่ค่อยสนุก บางคนอาจชอบเพราะมีพลัง แต่ผลงานย่อมสะท้อนผู้สร้าง เราไม่ใช่คนบู๊ก้าวร้าว เกลียดใครก็ด่า อยากนำเสนอแบบ Soft Power มากกว่า จึงพยายามประนีประนอม แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สื่อสารได้ว่าเราต้องการอะไร และจัดแสดงเป็นสาธารณะหรือใช้เพื่อการค้าได้อย่างปลอดภัย เพราะถ้ารุนแรงสุดโต่งก็อาจจะไม่มีที่ทาง”

ฉะนั้น การเล่นแร่แปรธาตุ พลิกเอาความหมายแท้จริงซ้อนลึกลงไปข้างใน ไม่ใช่การแสดงทักษะอันฉกาจอย่างคนอวดดี แต่เป็นกุศโลบายอันสุขุมคัมภีร์ที่เปิดโอกาสให้งานเดินทางอย่างสาธารณะ เข้าสู่ห้วงกระแสความนึกคิดของคนหมู่มากได้ตามประสาเครื่องมืออันมี Soft Power ดั่งเจ้าตัวว่าต่างหาก

04

“ของจริงไม่ได้แบนเหมือนในภาพนะ”

หากไม่นับเอกลักษณ์ซึ่งถูกจริตตรงใจเราอย่างเต็มเปา อีกเหตุผลที่ต้องปรี่ไปชมผลงานเธอด้วยตาเนื้อทุกคราว คือบรรดารายละเอียดสนุกๆ ที่กล้องถ่ายภาพเล่าต่อไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

“เราอยากให้คนมาดูว่าของจริงไม่ได้แบนเหมือนในภาพนะ ถ้ามาดูจะเห็นพื้นผิวของการคอลลาจ ใช้ประกาย กลิตเตอร์ ขน ผ้า มาผสมให้งานสนุกขึ้น

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ
เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“อย่างชิ้น เรื่อสำเภาหัวแดง (Red Beak Junk Ship) ล่าสุดที่ล้ง 1919 เราเชื่อมโยงกับสถานที่ การค้า ความเชื่อของคนจีนเกี่ยวกับการเดินเรือ หยิบเอาผ้าแพรซึ่งเคยซื้อเก็บไว้ตอนไปเมืองจีน และสั่งผ้ากระสอบใหม่เพื่อมาใช้ในงาน ด้านล่างของภาพก็มีเรือสำเภาจีน ใช้เสริมฮวงจุ้ยมาตั้งคู่กัน ช่วยสื่อถึงการค้าขาย พอมีสิ่งพวกนี้งานจะน่าตื่นเต้นขึ้น”

ถ้าบอกว่างานของยุรีในยุคนี้มันหยดแล้ว ย้อนกลับไปสมัยก่อนหน้ามันยิ่งกว่าหลายเท่า เพราะเธอเล่นสนุกกับภาพลายเส้นตัวเองได้อย่างเหนือชั้นสุดๆ ตั้งแต่ทำปกอัลบั้มและมิวสิกวิดีโอในโปรเจกต์ Pry&May-T ไปจนถึงแอนิเมชัน ‘วิฬาร์ทวาทศ’ บนผนังถ้ำในนิทรรศการ ‘สภาวการณ์-มนุษย์-เมือง บทสนทนาในถ้ำ’ ที่ถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี

“โปรเจกต์ Pry&May-T พี่เม (เมธี น้อยจินดา แห่งวงโมเดิร์นด็อก) ชวนไปทำ เป็นครั้งแรกสำหรับแอนิเมชันเลย เราตีความจากอารมณ์เพลง เพราะเนื้อร้องเหมือนบทกวีมาก ลายเส้นทุกอย่างมาจากเราทั้งหมด แต่การทำให้ขยับมีทีมงานหลังบ้านเอาไปทำต่อ ยุรีพึ่งพาคนทำกราฟิกค่อนข้างเยอะเพราะเราไม่รู้ขั้นตอน ไม่รู้ว่าอะไรได้หรือไม่ได้

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ
เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ส่วนที่ถ้ำจอมพล อาจารย์สาครินทร์ เครืออ่อน ชวนไปดูไซต์ว่าทำอะไรได้บ้าง ท่านมัดมือมัดขาเราด้วยการห้ามวาดภาพ ยุรีเลยทำงานคาแรกเตอร์ เป็นแอนิเมชันเรื่อง นางสิบสอง แทนเพราะเข้ากับโลเคชันและมีดนตรี ที่ยุรีและพี่เมเล่นประกอบเรื่อง อย่างเพลง Can’t Take My Eyes off You เล่นคู่ไปกับฉากที่นางสิบสองไม่มีลูกตา ยกเว้นนางเภา แม่ของพระรถเสน ที่เหลือตาอยู่ข้างเดียว” นักออกแบบหญิงถ่ายทอดประสบการณ์โปรเจกต์นั้นอย่างสนุกสนาน

นางเงือกชุบแป้งทอดบนเครื่องซักผ้าบุเบี้ยว แมวเหมียวนั่งกอดเขาโดยใส่กางเกงในเหล็กล็อกเอาไว้ นอกจากจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้ใครหลายคนหยุดชะงักจนต้องเหลียวหลังกลับมามอง ยังยืนยันได้ด้วยว่ายุรีไม่ได้เป็นเซียนแค่บนผืนกระดาษผ้าใบเท่านั้น

“เราเริ่มต้นจากภาพวาดก่อนแล้วค่อยมาหัดทำประติมากรรมทีหลัง เพราะชอบให้มีงานหลายแบบจัดแสดงพร้อมกัน เพื่อให้ภาพรวมมีมิติและพลังมากขึ้น ชิ้นแรกคือ Gogi Chan Sitting on the Eternal Waste แล้วก็หัวเรือ Nagabi Transferry ทำเป็นนาค ตามมาด้วยสาวน้อยแม่กุญแจ (Lady Key) และล่าสุดคือ Broken Victoria ประติมากรรมเทพีแห่งชัยชนะปีกหักสภาพสะบักสะบอม เราทำขึ้นเพื่อใช้คู่กับภาพ Bleu Blanc Rouge และภาพ Louis XVI ในงาน BAB 2020

“ประติมากรรมมีเรื่องให้คำนึงเยอะมาก หลักๆ คือทุน แพงกว่าจิตรกรรมเยอะ ไหนจะที่เก็บอีก แล้วเราไม่ได้มาสายนี้ จะทำขายก็กลัวขายไม่ได้”

ยุรีมองว่าการสร้างสรรค์งานศิลปะหลากหลายประเภทควบคู่ไปกับการทำงานดีไซน์ คือหนึ่งในกระบวนการเติบโต (ส่วนตัว) ของเธอ เพราะชีวิตมีหลากหลายด้าน ศิลปะแต่ละประเภท งานดีไซน์แต่ละชนิด มีวิถีทางในการดำเนินไปสู่ผู้เสพแตกต่างกัน แนวทางสนุกเร้าใจเช่นนี้ จึงคอยเติมแรงไฟแห่งการสร้างสรรค์ของเธอลุกโชนขึ้นอยู่ทุกวี่วัน และเปิดประตูแห่งโอกาสให้กางกว้าง 

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ
05

ศิลปินพำนัก

นิทรรศการ The Adventure of Momotaro Girl จัดแสดงที่ Yokohama Museum of Art เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ ค.ศ. 2007

ภาพ Bleu Blanc Rouge ในงาน BAB 2020 ผลงานจากเมืองลา โรแชล (La Rochelle) ประเทศฝรั่งเศส

งานทั้งคู่นี้ นอกจากเป็นผลิตผลที่ได้รับคัดเลือกไปเป็นศิลปินพำนัก (Artist Residency) ยังการันตีฝีมือของ ยุรี เกนสาคู ได้ครบจบในตัว

เทคนิคหนึ่งที่เราได้จากการฟังเธอเล่า คือการพยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสถานที่และโจทย์ที่ได้รับ

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ตอนไปญี่ปุ่น ก็นั่งทบทวนกับตัวเองว่าเรามีอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้ไหม ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบไม่นาน ยังหน่อมแน้มอยู่เลย ไปอยู่ต่างแดนคนเดียวก็เหงา พอดีพักอยู่ตึกชื่อ ‘โตโฮ’ เลยใช้เป็นชื่อเล่นของผลงานว่า ‘โฮโต’ หมายถึง ร้องไห้หนักมาก แล้วพอไปเดินตามร้านฮาร์ดแวร์ เจอบล็อกแก้วรูปทรงคล้ายตึกนี้ เลยซื้อมาใช้ ทำงานไซส์จิ๋วในนั้น มีคนนั่ง เปิดทีวี จำลองเหมือนเป็นตัวเรา

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ฝรั่งเศสครั้งล่าสุด พอทำการบ้านจริงๆ พบว่ามีเรื่องราวเชื่อมโยงเยอะมาก การ์ตูน Barbapapa ช่อง 11 ที่เคยดูตอนเด็ก วรรณกรรมเรื่อง สามทหารเสือ ที่เราเคยไปวาดปกให้ แถมมีฉากหนึ่งเกิดในเมืองลา โรแชล ที่เราไปพอดี รวมทั้งการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง กุหลาบแวร์ซาย” เธออธิบายถึงวิธีการทำงานรูปแบบเฉพาะตัว

และโอกาสได้ไปท่องโลกกว้างในฐานะศิลปินพำนัก รวมถึงการสร้างและจัดแสดงงานในเมืองนอกเมืองนามานักต่อนัก ทั้งรัสเซีย ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และสิงคโปร์ นี้เอง คือส่วนผสมสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมวิธีคิดในการทำงานเชิงพาณิชยศิลป์ของยุรีให้แพรวพราวขึ้น

“การทำงานด้านคอมเมอร์เชียลไม่ใช่การเล่าเรื่องของตัวเอง เราเลยต้องพยายามคิดเชื่อมโยงกับโจทย์ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้เข้าใจงานและค้นคว้าข้อมูลมาบิดเล่นได้สนุกกว่าเดิม เราว่าศิลปะทำให้คนเรามีอะไรอย่างอื่นในชีวิต ไม่ใช่แค่การวาดรูปเพื่อทำมาหากิน แต่งานดีไซน์สวยๆ ลวดลายตามสมุด หนังสือ กระเป๋า ขวดน้ำ คือความสุขเล็กๆ น้อยๆ คือสุนทรียะประจำวันที่หลายคนอาจมองไม่เห็นว่าสำคัญ” ศิลปินยืนยัน ก่อนย้ำว่าการทำงานกับคนอื่นสนุกมาก และถ้าเขาไม่มาชวน ก็คงไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ แบบนี้

06

แฝดคนละฝา

ยุรีผู้คร่ำหวอดทั้งในวงการศิลปะและวงการออกแบบ จึงต้องคอยบริหารจัดการทรัพยากรซึ่งมีมูลค่าทางสุนทรียะสูงให้เหมาะเหม็งกับประเภทงานทั้ง 2 แขนง ที่เรียกว่าเป็นแฝดคนละฝากัน

“เราไม่ได้มองว่าอะไรมีค่ามากกว่าอะไร” เธอรีบออกตัวทันควัน คำพูดเดินทางไวไม่แพ้ความคิด

“เพราะสองอย่างนี้ต่างกันชัดเจน คนละโจทย์เลยด้วยซ้ำ แค่ต้องจูนตัวเองให้เข้ากับแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนไปให้ได้เท่านั้น อย่าหลงทาง ยุรีจะไม่เอาบางอย่างในจิตรกรรมไปแปะลงตามบรรจุภัณฑ์สิ่งของ เพราะธรรมชาติของจิตรกรรมมันอยู่ได้แค่บนผืนผ้าใบหรือกระดาษเท่านั้น ไปอยู่บนกล่องขนมก็ไม่เหมาะ”

“งานคอมเมอร์เชียลสนุกตรงได้เล่าเรื่องคนอื่นด้วยวิธีการของเรา แต่มักมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ห้ามการเมือง ห้ามเลือดสาด ดังนั้น ความท้าทายหลักคือการวาดเรื่องความโหดร้ายของโชคชะตาปนอยู่อย่างไรให้น่ารัก เช่น การวาดคนแก่ คนพิการ มันต้องปรับโหมดและปรับตัวตามลูกค้าเยอะเหมือนกัน เพราะเราไม่ได้มาจากสายกราฟิก”

แต่หลายคนมักไม่ยอมปรับตัวตามใคร ให้อารมณ์ศิลปินนำทาง การยอมโอนอ่อนผ่อนปรนและลดสัดส่วนตัวตนที่ปรุงแต่งในงานอย่างเหมาะสม ทำให้คุณสูญเสียตัวตนบ้างไหม-เราข้องใจ

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ก็ต้องยอมเสียไปนิดหนึ่ง แต่เราไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ นิสัยของเราค่อนข้างประนีประนอมอยู่แล้ว ขอจบงานแบบยังรักกันดีกว่า อย่างเคสโทรศัพท์มือถือ เราต้องลดทอนรายละเอียดลงไปเยอะมาก จากเดิมที่ต้องวาดเยอะๆ ให้เต็ม กลายเป็นเหลือแค่ตัวเดียว นั่นแปลว่าเรายิ่งต้องใส่ใจกับทุกอย่างมากขึ้นไปอีก ความจริงไม่ได้แย่เลยนะ” คู่สนทนาเบรกอารมณ์ได้ทันจังหวะ

แล้วคุณมีเกณฑ์ในการเลือกรับงานอย่างไร คือคำถามสุดท้ายจากเรา

“ความน่าสนใจของงานเป็นหลัก ไม่ฝืนใจเรามาก จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับตังค์เลยก็ไม่ใช่ ถ้าไม่สนุกเท่าไหร่แต่ค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อและโอกาสเวลาเหมาะกันก็ได้ จ๊อบไหนรู้สึกแย่ที่ต้องทำก็ไม่รับ อย่างไปวาดแบบส่วนตัวมีคนเห็นไม่กี่คน แล้วมาโขกสับกดราคาเราอีก ก็ขอปฏิเสธ แต่งานเอาต์ดอร์ที่มีความหมายต่อคนส่วนมาก เราได้สื่อสารอะไรด้วย เงินนิดเดียวก็ทำให้ได้” ยุรีทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

ต่อไปนี้คือ 5 ผลงานสุดจ๊าบของยุรี เกนสาคู ที่ไม่ได้มีดีแค่สีสันน่ารัก แต่ยังแฝงความหมายนัยยะเอาไว้ได้อย่างแยบยล 

Hot Pot Sweet Dream (2014)

Moscow International Biennale for Young Artist

ทำในงาน Moscow International Biennale for Young Artists เนื้อหาเกี่ยวกับสันติภาพ เวลาบีบมาก ทำแค่สิบเจ็ดวันเอง ชิ้นนี้ไม่ได้สำคัญแค่ในเชิงตัวงานที่ได้รู้จักรัสเซียมากขึ้นนะ แต่สำคัญในเชิงประสบการณ์และความท้าทายด้วย

Atmos Fear : บรรยากาศมาคุ (2016 – 2017)

Atmos Fear : บรรยากาศมาคุ (2016 - 2017)

Painting Installation นี้เป็นเหมือนการห่อหุ้มผู้ชมด้วยภาพจิตรกรรม ชอบเพราะมีพลังมากๆ เหมือนสร้างโลกเล็กๆ ไว้แล้วให้ผู้ชมก็เข้าไปอยู่ข้างในได้เลย

Gogi Chan Sitting on the Eternal Waste (2017)

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

น้องเงือกเป็นประติมากรรมชิ้นแรกที่ทำในเชิงเทคนิค ท้าทายเพราะเรายังใหม่มาก ยิ่งเล่นกับรายละเอียด เช่น ตรงสีชมพูเคลือบมุกสีม่วง ตรงสีเหลืองเคลือบมุกสีส้ม ใช้ฝาเครื่องซักผ้าจริง ส่วนเชิงเนื้อหา การทำประติมากรรมโดดๆ ออกมาตัวเดียว แปลว่ามันต้องเล่าเรื่องจบภายในตัวเอง เราเลยต้องคิดละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นไปอีก

Nagabi Transferry (2018)

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

การได้รับโจทย์เป็นจังหวัดกระบี่ทำให้เราต้องรีเสิร์ชเยอะ ทั้งยังเป็นงาน Size-specific มากๆ การวาดจึงต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมว่าเวลาไปอยู่ในเซ็ตแล้วจะเป็นอย่างไร แถมมีประติมากรรมหัวเรือด้วย แต่พอทำเสร็จแล้วโคตรภูมิใจ เพราะมันเป็นเหมือนเรือประจำเทศกาล จบงานแล้วเขาก็ยังใช้ขนส่งคนได้จริงอยู่จนถึงทุกวันนี้

BLEU BLANC ROUGE (2020)

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

สำคัญในเชิงประสบการณ์ แม้วิธีการทำงานคือการหาความเกี่ยวข้องระหว่างเรากับสถานที่ แต่สุดท้ายก็คือการทำความเข้าใจตัวเองนั่นแหละ เนื้อหาค่อนข้างหนักทำให้เราต้องอ่านเยอะ แต่ยิ่งอ่านยิ่งสนุก พอเอามาใส่ขนต่อที่ไทยยิ่งชอบมากขึ้นเพราะดูไม่แบน ถือว่าเป็นชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง

ภาพผลงานบางส่วน : ยุรี เกนสาคู

ภาพเขียนการ์ตูนลายเส้นสนุกสนาน สีสันหวานแหววสะดุดตา ประกายกลิตเตอร์วะแวววะวับ คาแรกเตอร์กึ่งคนกึ่งสัตว์ชวนให้คิดถึงแอนิเมชันเรื่องโปรดในวัยเยาว์ เนื้อหนังมังสาเป็นขนฟูนุ่มน่าสัมผัส ขัดแย้งกับเนื้อหาเสียดสีนานาประเด็นร้อนในสังคม ตั้งแต่ปัญหาธรรมชาติไปจนถึงการเมือง

ประติมากรรมรูปหล่อน้องเหมียวเพศเมียนั่งกอดเข่า ส่งสายตาละห้อยหาปนโศก หว่างขามีแม่กุญแจไซส์โตล็อกกางเกงในเหล็กไว้อย่างรัดกุม ถัดออกมาไม่ไกลคือลูกกุญแจ ถึงดูผิวเผินน่ารัก แต่เบื้องหลังทุกมุมโค้งเว้าล้วนแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ การกดขี่ทางเพศ และความทรมานของอิสตรีทั้งสิ้น

ศิลปินนักออกแบบการ์ตูนสีสดที่ซ่อนประเด็นสังคม ธรรมชาติ จนถึงการเมือง

นี่คือฝีไม้ลายมือของ ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ผู้มีผลงานเป็นเอกลักษณ์ผ่านหูผ่านตาเราตลอดเวลา

ยุรี เกนสาคู

เรารู้จักเธออย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อคราวไปชมผลงาน ‘Atmosfear : บรรยากาศมาคุ’ ที่ 100 Tonson Gallery ภาพจิตรกรสาวร่างเล็กยืนตวัดฝีแปรง ประจงลากเส้นต่อจุดบนผนังสูงเกือบเป็น 2 เท่าอย่างทะมัดทะแมงประทับอยู่ในความทรงจำตั้งแต่นั้นมา สิงสาราสัตว์นับสิบรายล้อมผนังทั้ง 4 ด้าน แม้ดูตลกขบขัน แต่ล้วนเดินทางออกมาจากก้นบึ้งแห่งความกลัวของผู้วาดมันขึ้นมาทั้งสิ้น

ศิลปินนักออกแบบการ์ตูนสีสดที่ซ่อนประเด็นสังคม ธรรมชาติ จนถึงการเมือง
ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

จนเมื่องาน BAB 2020 ปีที่ผ่านมา เธอจัดแสดงภาพเขียนมาสเตอร์พีซ ‘Bleu Blanc Rouge’ ในตึก The PARQ หลังกลับมาจากฝรั่งเศสในฐานะศิลปินพำนัก (Artist Residency) แถมจับมือกับคริสตัลในโปรเจกต์ Crystal x Yuree ออกแบบฉลากขวดน้ำสุดเก๋ มีทั้งเต่าทะเลนักดำน้ำ พะยูนคู่หูแม่ลูก วาฬยักษ์ใจดี และนางเงือกชุบแป้งทอด

ล่าสุด เราได้คุยกับเธอสั้นๆ ในงาน Bangkok Illustration Fair 2021 จึงถือโอกาสชวนเธอมานั่งลงสนทนายาวๆ อีกครั้ง เกี่ยวกับตัวตนและผลงาน ย้อนรอยเบื้องหลังคาแรกเตอร์สุดน่ารักที่เธอชุบชีวิตขึ้นบนผืนผ้าใบ มิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ ถุงผ้า เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม ไปจนถึงประติมากรรมรูปหล่อสุดคิวต์ ฉบับยุรี เกนสาคู

01

Put the Right Girl to the Right Place

หมุนทวนเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปสมัยยังเป็นเด็กหญิงยุรี แววตาเป็นประกายของเธอจับจ้องดีไซน์คาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนตามบรรจุภัณฑ์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันด้วยความชอบ ทั้งถุงขนม ของเล่นกระจุกกระจิก หนังการ์ตูน ค่อยๆ ซึมและซับเข้าสู่ห้วงคำนึงอย่างแนบเนียน รู้ตัวอีกทีก็ต้องใจราวกับต้องมนตร์นะจังงังเรียบร้อยแล้ว

แต่พอได้เห็นพี่ชายนักเรียนช่างศิลป์ต้องฝึกทักษะการวาดพื้นฐาน กลับมองว่าหมดสนุกและไม่ใช่แนวทางที่ตนสนใจ เพราะไม่เหมือนกับการขีดเส้นตามจินตนาการเป็นตัวการ์ตูนสุดโปรดอย่างเจ้าตัวถนัด

“แต่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีพรสวรรค์เลยนะ” ศิลปินหญิงกล่าวถ่อมตัวตามประสาคนมากฝีมือ

หลังอกหักจากระบบสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ยุรีบ่ายหน้าสู่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถานที่ซึ่งเปิดประตูบานกว้างอ้าออกต้อนรับเหล่ามนุษย์ผู้มีความคิดสร้างสรรค์

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบการ์ตูนสีสดที่ซ่อนประเด็นสังคม ธรรมชาติ จนถึงการเมือง

“โชคดีตรงได้เรียนที่ที่เหมาะกับเรา จำได้ครั้งหนึ่งตอนฝึกวาดสีน้ำมัน เราก็จัดสโตรกหนักๆ เป็นภาพพื้นผิวอะไรสักอย่างแปะบนแบกกราวนด์แบนเรียบ แทนที่จะทำอากาศให้ฟุ้งหน่อย ไม่มีเอกภาพเลย ปรากฏว่าอาจารย์ไม่ตำหนิอะไรเลยสักคำ บางครั้งวาดลดทอนแบบบิดๆ เบี้ยวๆ แนวหลีกหนีความเป็นจริง กลับได้คะแนนดีด้วยซ้ำ เพราะความคิดและสไตล์เรามีค่ามากกว่าแค่ความเหมือนจริง”

ยุรีพาตัวเองเข้าไปอยู่ถูกที่ถูกทาง เหมือนนักกีฬาดาวรุ่งได้โค้ชมากฝีมือมาช่วยเทรน บ่มเพาะจนสุกงอมพร้อมทาน สบกับโอกาสพิเศษที่ได้รับ ซึ่งนับเป็นหมุดหมายแห่งการก้าวเข้าสู่วงการศิลปะเต็มตัวของเธออย่างเป็นทางการ

“ตอนเรียนไม่เคยมั่นใจว่าจะอยู่รอดได้ด้วยอาชีพศิลปิน ช่วงนั้นพ่อผู้เป็นรายได้เดียวของครอบครัวเพิ่งเสีย ยิ่งต้องคิดหนักว่าจะไปทางนี้ต่อดีไหม เผอิญหลังเรียนจบ มหาวิทยาลัยทำโครงการร่วมกับพื้นที่สองสามแห่ง เปิดโอกาสให้คนที่ยังไม่เคยจัดนิทรรศการเดี่ยว มาสร้างและขายผลงานของตัวเอง ปรากฏว่าเราได้รับคัดเลือก ทำให้มีแกลเลอรี่เข้ามาติดต่อและขายผลงานได้เกือบหมด จึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเดินทางนี้ต่อไป”

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบการ์ตูนสีสดที่ซ่อนประเด็นสังคม ธรรมชาติ จนถึงการเมือง

เจ้าตัวแอบกระซิบว่าถ้างานครั้งนั้นแป้ก ก็คงหักเลี้ยวไปสายออกแบบเพื่อการค้าอย่างเดียว ปิดตายลงกลอนประตูศิลปินไฟน์อาร์ต ไม่ได้เขียนภาพโชว์ตามแกลเลอรี่หรืองานต่างๆ อย่างที่เห็นทุกวันนี้ควบคู่กันไปด้วย

02

แกงโฮะ

กลเม็ดเด็ดพรายของยุรี เกนสาคู คือการหยิบคว้าเรื่องราวนอกกรอบหลากหลาย ตั้งแต่ตำนานปกรณัม นิทานพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงแง่มุมในก้นบึ้งแห่งตัวตนของเธอ ทั้งความกลัวและความสนใจต่อประเด็นต่างๆ ในสังคม กลั่นกรองออกมาเป็นทั้งผลงานพาณิชยศิลป์และวิจิตรศิลป์

“นอกจากโจทย์ใหญ่ซึ่งครอบไว้ ก็พยายามสำรวจตัวเองว่าขณะนั้นสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษอยู่บ้าง พอได้ไอเดียคร่าวๆ ก็พยายามแตกแขนงความคิดให้เหนือคาด อย่างงาน Nagabi Transferry ในเทศกาล Thailand Biennale 2018 ที่กระบี่ เราสนใจเรื่องตำนาน จึงเอานิทานพื้นบ้านเรื่องการเกิดเกาะของภาคใต้มาเป็นธีม มียักษ์ นาค เขานางนอน เป็นเนื้อหาในการวาดภาพลงบนเรือและทำประติมากรรม

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“หรือชิ้น The Prophecy of 24 March 2019 จัดแสดงที่ถังแกลเลอรี่ ช่วงนั้นเริ่มสนใจเรื่องการเมืองเพราะเป็นปีที่มีการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากการยึดอำนาจ เลยโยงเอาคำทำนายอนาคตเรื่องนารีขี่ม้าขาว มาผสมผสานกับความเชื่อแบบจีนซึ่งปรากฏบนปฏิทินแบบฉีก วาดขึ้นใหม่โดยเปลี่ยนคนบนหลังม้าจากชายเป็นหญิงแทน” เธอเล่ารายละเอียดการออกแบบอย่างฉะฉาน

ความคิดสร้างสรรค์น่าจะเป็นสารตั้งต้นสำคัญที่ทำให้ยุรีเลือกเฟ้นวัตถุดิบแปลกตามายำรวมกันได้อย่างแซ่บนัว แต่หากสืบสาวราวเรื่องไปถึงต้นตอ จะพบว่าไอเดียสนุกๆ ของเธอก่อกำเนิดขึ้นจากนิสัยขี้เบื่อหน่ายสไตล์ศิลปิน อยากทำให้ตัวเองอยู่กับงานได้จนตลอดรอดฝั่ง เพราะงานบางชิ้นก็กินเวลาถึงค่อนปีกว่าจะสำเร็จ

“คือพี่เป็นคนไม่ชอบแก้งาน” นักออกแบบตรงข้ามเราเปลี่ยนประเด็นพลางหัวเราะ

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“พอรับบรีฟมาแล้วมีไอเดีย จะรีบปรึกษาลูกค้าทันทีว่าถ้าทำแบบนี้โอเคไหม อีกอย่างคือต้องทำรีเสิร์ชให้แม่นมาก ต้องทั้งลึกซึ้งและกว้างขวาง อย่างตอนทำกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนให้ โลตัส (Lotus’s) ก็ศึกษาละเอียด สัตว์ชนิดไหนได้รับผลกระทบจากขยะอย่างไรบ้าง ทุกอย่างต้องมีความหมายเสมอ

“จะวาดหรือออกแบบอะไรก็ต้องให้ชัวร์ประมาณหนึ่ง ไม่ให้โดนด่าว่าไม่มีความรู้ สมัยก่อนไม่กล้า เพราะรู้สึกว่ายังอ่านไม่มาก แต่ตอนนี้เปลี่ยนความคิดแล้ว ถ้าถึงจุดที่พร้อมพูดเพราะมั่นใจในข้อมูลก็ทำเลย เพราะหากกลัวจนขึ้นสมอง คงไม่ได้ทำอะไรกันพอดี อย่างนั้นไม่ต้องไปเป็นนักวิชาการก่อนแล้วค่อยมาเป็นจิตรกรหรอ” โทนเสียงสดใสเจือหัวเราะในลำคอ กลบเนื้อหาเสียดสีระหว่างบรรทัดได้อย่างอยู่หมัด ไม่ต่างอะไรกับผลงานของเธอ

เพราะผสานสารพัดเรื่องราวเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกล่อม คุมประเด็นได้เฉียบคม ผลงานของยุรีจึงเป็นเหมือนแกงโฮะแห่งเรื่องราว ที่แม่ครัวประจำหม้อนั้นมากฝีมือและประสบการณ์ รู้จักวัตถุดิบอย่างถ่องแท้ ปรุงเป็นอาหารรสเลิศจนกินได้ไม่มีเบื่อ รู้ตัวอีกทีก็อ้วนพีด้วยความเอิบอิ่มใจในผลงาน

03

Sugar Coating

ตัวการ์ตูนหลุดจากโลกความจริง สีสันฉูดฉาดเด่นชัดถนัดตา สถานที่และเวลาพร่าเลือนราวกับอยู่ในเทพนิยาย แต่สอดแฝงเรื่องราวหนักแน่นเข้มข้นอย่างชาญฉลาด คือสไตล์จากปลายพู่กันของศิลปินลูกครึ่งคนนี้

“แบบปัจจุบัน เริ่มก่อตัวตอนไหนไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเบื่อโลก ชอบวาดอะไรไม่เหมือนจริง เพื่อหลีกหนีสิ่งที่เราเห็นด้วยตา เน้นสัตว์เพราะมันน่ารัก อยู่ใกล้แล้วมีความสุข ตรงไปตรงมากว่ามนุษย์ ส่วนสีสันของงานมาจากรสนิยม เราชอบความสนุกสนาน ทำอย่างไรก็ได้ให้อยู่บนโลกนี้โดยไม่ประสาทแดกไปก่อน เลยแปรสิ่งไม่ดีให้สวยงาม ลดทอนความโหดร้ายนองเลือดลง โดยยังคงความไม่ดีเอาไว้ เหมือนกับแอบด่าคนด้วยคำพูดเพราะๆ (หัวเราะ) เพื่ออย่างน้อยที่สุดจะได้เข้าใจและใช้ชีวิตอยู่กับมันง่ายขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหยิบประเด็นดาร์กๆ มาเคลือบน้ำตาล นำเสนอในรูปแบบสำเร็จรูปพร้อมทาน หลายครั้งมีส่วนช่วยลับคมให้สารัตถะ ซึ่งงานศิลปะหรืองานดีไซน์จะกระซิบบอกแก่ผู้ชมเป็นนัยๆ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่ารูปแบบเช่นนี้จะไปลดทอนเบียดบังเนื้อหาแท้จริงของงานหรือเปล่า

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ไม่คิดว่าลดทอน แค่เป็นวิธีหนึ่งในการนำเสนอมากกว่า” เธอปฏิเสธด้วยน้ำเสียงถ้อยที

“งานตรงไปตรงมาไม่ค่อยสนุก บางคนอาจชอบเพราะมีพลัง แต่ผลงานย่อมสะท้อนผู้สร้าง เราไม่ใช่คนบู๊ก้าวร้าว เกลียดใครก็ด่า อยากนำเสนอแบบ Soft Power มากกว่า จึงพยายามประนีประนอม แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สื่อสารได้ว่าเราต้องการอะไร และจัดแสดงเป็นสาธารณะหรือใช้เพื่อการค้าได้อย่างปลอดภัย เพราะถ้ารุนแรงสุดโต่งก็อาจจะไม่มีที่ทาง”

ฉะนั้น การเล่นแร่แปรธาตุ พลิกเอาความหมายแท้จริงซ้อนลึกลงไปข้างใน ไม่ใช่การแสดงทักษะอันฉกาจอย่างคนอวดดี แต่เป็นกุศโลบายอันสุขุมคัมภีร์ที่เปิดโอกาสให้งานเดินทางอย่างสาธารณะ เข้าสู่ห้วงกระแสความนึกคิดของคนหมู่มากได้ตามประสาเครื่องมืออันมี Soft Power ดั่งเจ้าตัวว่าต่างหาก

04

“ของจริงไม่ได้แบนเหมือนในภาพนะ”

หากไม่นับเอกลักษณ์ซึ่งถูกจริตตรงใจเราอย่างเต็มเปา อีกเหตุผลที่ต้องปรี่ไปชมผลงานเธอด้วยตาเนื้อทุกคราว คือบรรดารายละเอียดสนุกๆ ที่กล้องถ่ายภาพเล่าต่อไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

“เราอยากให้คนมาดูว่าของจริงไม่ได้แบนเหมือนในภาพนะ ถ้ามาดูจะเห็นพื้นผิวของการคอลลาจ ใช้ประกาย กลิตเตอร์ ขน ผ้า มาผสมให้งานสนุกขึ้น

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ
เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“อย่างชิ้น เรื่อสำเภาหัวแดง (Red Beak Junk Ship) ล่าสุดที่ล้ง 1919 เราเชื่อมโยงกับสถานที่ การค้า ความเชื่อของคนจีนเกี่ยวกับการเดินเรือ หยิบเอาผ้าแพรซึ่งเคยซื้อเก็บไว้ตอนไปเมืองจีน และสั่งผ้ากระสอบใหม่เพื่อมาใช้ในงาน ด้านล่างของภาพก็มีเรือสำเภาจีน ใช้เสริมฮวงจุ้ยมาตั้งคู่กัน ช่วยสื่อถึงการค้าขาย พอมีสิ่งพวกนี้งานจะน่าตื่นเต้นขึ้น”

ถ้าบอกว่างานของยุรีในยุคนี้มันหยดแล้ว ย้อนกลับไปสมัยก่อนหน้ามันยิ่งกว่าหลายเท่า เพราะเธอเล่นสนุกกับภาพลายเส้นตัวเองได้อย่างเหนือชั้นสุดๆ ตั้งแต่ทำปกอัลบั้มและมิวสิกวิดีโอในโปรเจกต์ Pry&May-T ไปจนถึงแอนิเมชัน ‘วิฬาร์ทวาทศ’ บนผนังถ้ำในนิทรรศการ ‘สภาวการณ์-มนุษย์-เมือง บทสนทนาในถ้ำ’ ที่ถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี

“โปรเจกต์ Pry&May-T พี่เม (เมธี น้อยจินดา แห่งวงโมเดิร์นด็อก) ชวนไปทำ เป็นครั้งแรกสำหรับแอนิเมชันเลย เราตีความจากอารมณ์เพลง เพราะเนื้อร้องเหมือนบทกวีมาก ลายเส้นทุกอย่างมาจากเราทั้งหมด แต่การทำให้ขยับมีทีมงานหลังบ้านเอาไปทำต่อ ยุรีพึ่งพาคนทำกราฟิกค่อนข้างเยอะเพราะเราไม่รู้ขั้นตอน ไม่รู้ว่าอะไรได้หรือไม่ได้

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ
เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ส่วนที่ถ้ำจอมพล อาจารย์สาครินทร์ เครืออ่อน ชวนไปดูไซต์ว่าทำอะไรได้บ้าง ท่านมัดมือมัดขาเราด้วยการห้ามวาดภาพ ยุรีเลยทำงานคาแรกเตอร์ เป็นแอนิเมชันเรื่อง นางสิบสอง แทนเพราะเข้ากับโลเคชันและมีดนตรี ที่ยุรีและพี่เมเล่นประกอบเรื่อง อย่างเพลง Can’t Take My Eyes off You เล่นคู่ไปกับฉากที่นางสิบสองไม่มีลูกตา ยกเว้นนางเภา แม่ของพระรถเสน ที่เหลือตาอยู่ข้างเดียว” นักออกแบบหญิงถ่ายทอดประสบการณ์โปรเจกต์นั้นอย่างสนุกสนาน

นางเงือกชุบแป้งทอดบนเครื่องซักผ้าบุเบี้ยว แมวเหมียวนั่งกอดเขาโดยใส่กางเกงในเหล็กล็อกเอาไว้ นอกจากจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้ใครหลายคนหยุดชะงักจนต้องเหลียวหลังกลับมามอง ยังยืนยันได้ด้วยว่ายุรีไม่ได้เป็นเซียนแค่บนผืนกระดาษผ้าใบเท่านั้น

“เราเริ่มต้นจากภาพวาดก่อนแล้วค่อยมาหัดทำประติมากรรมทีหลัง เพราะชอบให้มีงานหลายแบบจัดแสดงพร้อมกัน เพื่อให้ภาพรวมมีมิติและพลังมากขึ้น ชิ้นแรกคือ Gogi Chan Sitting on the Eternal Waste แล้วก็หัวเรือ Nagabi Transferry ทำเป็นนาค ตามมาด้วยสาวน้อยแม่กุญแจ (Lady Key) และล่าสุดคือ Broken Victoria ประติมากรรมเทพีแห่งชัยชนะปีกหักสภาพสะบักสะบอม เราทำขึ้นเพื่อใช้คู่กับภาพ Bleu Blanc Rouge และภาพ Louis XVI ในงาน BAB 2020

“ประติมากรรมมีเรื่องให้คำนึงเยอะมาก หลักๆ คือทุน แพงกว่าจิตรกรรมเยอะ ไหนจะที่เก็บอีก แล้วเราไม่ได้มาสายนี้ จะทำขายก็กลัวขายไม่ได้”

ยุรีมองว่าการสร้างสรรค์งานศิลปะหลากหลายประเภทควบคู่ไปกับการทำงานดีไซน์ คือหนึ่งในกระบวนการเติบโต (ส่วนตัว) ของเธอ เพราะชีวิตมีหลากหลายด้าน ศิลปะแต่ละประเภท งานดีไซน์แต่ละชนิด มีวิถีทางในการดำเนินไปสู่ผู้เสพแตกต่างกัน แนวทางสนุกเร้าใจเช่นนี้ จึงคอยเติมแรงไฟแห่งการสร้างสรรค์ของเธอลุกโชนขึ้นอยู่ทุกวี่วัน และเปิดประตูแห่งโอกาสให้กางกว้าง 

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ
05

ศิลปินพำนัก

นิทรรศการ The Adventure of Momotaro Girl จัดแสดงที่ Yokohama Museum of Art เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ ค.ศ. 2007

ภาพ Bleu Blanc Rouge ในงาน BAB 2020 ผลงานจากเมืองลา โรแชล (La Rochelle) ประเทศฝรั่งเศส

งานทั้งคู่นี้ นอกจากเป็นผลิตผลที่ได้รับคัดเลือกไปเป็นศิลปินพำนัก (Artist Residency) ยังการันตีฝีมือของ ยุรี เกนสาคู ได้ครบจบในตัว

เทคนิคหนึ่งที่เราได้จากการฟังเธอเล่า คือการพยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสถานที่และโจทย์ที่ได้รับ

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ตอนไปญี่ปุ่น ก็นั่งทบทวนกับตัวเองว่าเรามีอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้ไหม ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบไม่นาน ยังหน่อมแน้มอยู่เลย ไปอยู่ต่างแดนคนเดียวก็เหงา พอดีพักอยู่ตึกชื่อ ‘โตโฮ’ เลยใช้เป็นชื่อเล่นของผลงานว่า ‘โฮโต’ หมายถึง ร้องไห้หนักมาก แล้วพอไปเดินตามร้านฮาร์ดแวร์ เจอบล็อกแก้วรูปทรงคล้ายตึกนี้ เลยซื้อมาใช้ ทำงานไซส์จิ๋วในนั้น มีคนนั่ง เปิดทีวี จำลองเหมือนเป็นตัวเรา

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ฝรั่งเศสครั้งล่าสุด พอทำการบ้านจริงๆ พบว่ามีเรื่องราวเชื่อมโยงเยอะมาก การ์ตูน Barbapapa ช่อง 11 ที่เคยดูตอนเด็ก วรรณกรรมเรื่อง สามทหารเสือ ที่เราเคยไปวาดปกให้ แถมมีฉากหนึ่งเกิดในเมืองลา โรแชล ที่เราไปพอดี รวมทั้งการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง กุหลาบแวร์ซาย” เธออธิบายถึงวิธีการทำงานรูปแบบเฉพาะตัว

และโอกาสได้ไปท่องโลกกว้างในฐานะศิลปินพำนัก รวมถึงการสร้างและจัดแสดงงานในเมืองนอกเมืองนามานักต่อนัก ทั้งรัสเซีย ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และสิงคโปร์ นี้เอง คือส่วนผสมสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมวิธีคิดในการทำงานเชิงพาณิชยศิลป์ของยุรีให้แพรวพราวขึ้น

“การทำงานด้านคอมเมอร์เชียลไม่ใช่การเล่าเรื่องของตัวเอง เราเลยต้องพยายามคิดเชื่อมโยงกับโจทย์ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้เข้าใจงานและค้นคว้าข้อมูลมาบิดเล่นได้สนุกกว่าเดิม เราว่าศิลปะทำให้คนเรามีอะไรอย่างอื่นในชีวิต ไม่ใช่แค่การวาดรูปเพื่อทำมาหากิน แต่งานดีไซน์สวยๆ ลวดลายตามสมุด หนังสือ กระเป๋า ขวดน้ำ คือความสุขเล็กๆ น้อยๆ คือสุนทรียะประจำวันที่หลายคนอาจมองไม่เห็นว่าสำคัญ” ศิลปินยืนยัน ก่อนย้ำว่าการทำงานกับคนอื่นสนุกมาก และถ้าเขาไม่มาชวน ก็คงไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ แบบนี้

06

แฝดคนละฝา

ยุรีผู้คร่ำหวอดทั้งในวงการศิลปะและวงการออกแบบ จึงต้องคอยบริหารจัดการทรัพยากรซึ่งมีมูลค่าทางสุนทรียะสูงให้เหมาะเหม็งกับประเภทงานทั้ง 2 แขนง ที่เรียกว่าเป็นแฝดคนละฝากัน

“เราไม่ได้มองว่าอะไรมีค่ามากกว่าอะไร” เธอรีบออกตัวทันควัน คำพูดเดินทางไวไม่แพ้ความคิด

“เพราะสองอย่างนี้ต่างกันชัดเจน คนละโจทย์เลยด้วยซ้ำ แค่ต้องจูนตัวเองให้เข้ากับแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนไปให้ได้เท่านั้น อย่าหลงทาง ยุรีจะไม่เอาบางอย่างในจิตรกรรมไปแปะลงตามบรรจุภัณฑ์สิ่งของ เพราะธรรมชาติของจิตรกรรมมันอยู่ได้แค่บนผืนผ้าใบหรือกระดาษเท่านั้น ไปอยู่บนกล่องขนมก็ไม่เหมาะ”

“งานคอมเมอร์เชียลสนุกตรงได้เล่าเรื่องคนอื่นด้วยวิธีการของเรา แต่มักมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ห้ามการเมือง ห้ามเลือดสาด ดังนั้น ความท้าทายหลักคือการวาดเรื่องความโหดร้ายของโชคชะตาปนอยู่อย่างไรให้น่ารัก เช่น การวาดคนแก่ คนพิการ มันต้องปรับโหมดและปรับตัวตามลูกค้าเยอะเหมือนกัน เพราะเราไม่ได้มาจากสายกราฟิก”

แต่หลายคนมักไม่ยอมปรับตัวตามใคร ให้อารมณ์ศิลปินนำทาง การยอมโอนอ่อนผ่อนปรนและลดสัดส่วนตัวตนที่ปรุงแต่งในงานอย่างเหมาะสม ทำให้คุณสูญเสียตัวตนบ้างไหม-เราข้องใจ

เจ้าของคาแรกเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักในมิวสิกวิดีโอ แอนิเมชันบนผนังถ้ำ เคสโทรศัพท์ เรือเฟอร์รี่ ขวดน้ำดื่ม และประติมากรรมรูปหล่อ

“ก็ต้องยอมเสียไปนิดหนึ่ง แต่เราไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ นิสัยของเราค่อนข้างประนีประนอมอยู่แล้ว ขอจบงานแบบยังรักกันดีกว่า อย่างเคสโทรศัพท์มือถือ เราต้องลดทอนรายละเอียดลงไปเยอะมาก จากเดิมที่ต้องวาดเยอะๆ ให้เต็ม กลายเป็นเหลือแค่ตัวเดียว นั่นแปลว่าเรายิ่งต้องใส่ใจกับทุกอย่างมากขึ้นไปอีก ความจริงไม่ได้แย่เลยนะ” คู่สนทนาเบรกอารมณ์ได้ทันจังหวะ

แล้วคุณมีเกณฑ์ในการเลือกรับงานอย่างไร คือคำถามสุดท้ายจากเรา

“ความน่าสนใจของงานเป็นหลัก ไม่ฝืนใจเรามาก จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับตังค์เลยก็ไม่ใช่ ถ้าไม่สนุกเท่าไหร่แต่ค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อและโอกาสเวลาเหมาะกันก็ได้ จ๊อบไหนรู้สึกแย่ที่ต้องทำก็ไม่รับ อย่างไปวาดแบบส่วนตัวมีคนเห็นไม่กี่คน แล้วมาโขกสับกดราคาเราอีก ก็ขอปฏิเสธ แต่งานเอาต์ดอร์ที่มีความหมายต่อคนส่วนมาก เราได้สื่อสารอะไรด้วย เงินนิดเดียวก็ทำให้ได้” ยุรีทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

ต่อไปนี้คือ 5 ผลงานสุดจ๊าบของยุรี เกนสาคู ที่ไม่ได้มีดีแค่สีสันน่ารัก แต่ยังแฝงความหมายนัยยะเอาไว้ได้อย่างแยบยล 

Hot Pot Sweet Dream (2014)

Moscow International Biennale for Young Artist

ทำในงาน Moscow International Biennale for Young Artists เนื้อหาเกี่ยวกับสันติภาพ เวลาบีบมาก ทำแค่สิบเจ็ดวันเอง ชิ้นนี้ไม่ได้สำคัญแค่ในเชิงตัวงานที่ได้รู้จักรัสเซียมากขึ้นนะ แต่สำคัญในเชิงประสบการณ์และความท้าทายด้วย

Atmos Fear : บรรยากาศมาคุ (2016 – 2017)

Atmos Fear : บรรยากาศมาคุ (2016 - 2017)

Painting Installation นี้เป็นเหมือนการห่อหุ้มผู้ชมด้วยภาพจิตรกรรม ชอบเพราะมีพลังมากๆ เหมือนสร้างโลกเล็กๆ ไว้แล้วให้ผู้ชมก็เข้าไปอยู่ข้างในได้เลย

Gogi Chan Sitting on the Eternal Waste (2017)

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

น้องเงือกเป็นประติมากรรมชิ้นแรกที่ทำในเชิงเทคนิค ท้าทายเพราะเรายังใหม่มาก ยิ่งเล่นกับรายละเอียด เช่น ตรงสีชมพูเคลือบมุกสีม่วง ตรงสีเหลืองเคลือบมุกสีส้ม ใช้ฝาเครื่องซักผ้าจริง ส่วนเชิงเนื้อหา การทำประติมากรรมโดดๆ ออกมาตัวเดียว แปลว่ามันต้องเล่าเรื่องจบภายในตัวเอง เราเลยต้องคิดละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นไปอีก

Nagabi Transferry (2018)

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

การได้รับโจทย์เป็นจังหวัดกระบี่ทำให้เราต้องรีเสิร์ชเยอะ ทั้งยังเป็นงาน Size-specific มากๆ การวาดจึงต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมว่าเวลาไปอยู่ในเซ็ตแล้วจะเป็นอย่างไร แถมมีประติมากรรมหัวเรือด้วย แต่พอทำเสร็จแล้วโคตรภูมิใจ เพราะมันเป็นเหมือนเรือประจำเทศกาล จบงานแล้วเขาก็ยังใช้ขนส่งคนได้จริงอยู่จนถึงทุกวันนี้

BLEU BLANC ROUGE (2020)

ยุรี เกนสาคู ศิลปินนักออกแบบลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น

สำคัญในเชิงประสบการณ์ แม้วิธีการทำงานคือการหาความเกี่ยวข้องระหว่างเรากับสถานที่ แต่สุดท้ายก็คือการทำความเข้าใจตัวเองนั่นแหละ เนื้อหาค่อนข้างหนักทำให้เราต้องอ่านเยอะ แต่ยิ่งอ่านยิ่งสนุก พอเอามาใส่ขนต่อที่ไทยยิ่งชอบมากขึ้นเพราะดูไม่แบน ถือว่าเป็นชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง

ภาพผลงานบางส่วน : ยุรี เกนสาคู

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load