17 มิถุนายน 2563
11 K

“ไฟสวยไหมครับ รอดไหม”

ภีม พูลผล ถามเราด้วยเสียงหัวเราะ ทันทีที่เราบอกว่าเคยไปคอนเสิร์ตที่เขาออกแบบไฟให้

เขาเป็น Lighting Designer นักออกแบบแสงให้งานบันเทิงและงานศิลปะ ตั้งแต่คอนเสิร์ต เฟสติวัล อีเวนต์ ไปจนถึง Art Installation โดยทำงานร่วมกับศิลปินหลายๆ แขนง และเป็นผู้ก่อตั้ง Saturate Designs ซึ่งเชื่อว่าไฟคือวิธีการสื่อสารสิ่งที่ศิลปินต้องการบอกสู่คนดูที่ง่ายที่สุด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

คุณอาจไม่คุ้นหน้าเขา และอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของเขาด้วยซ้ำ แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบไปคอนเสิร์ต คงต้องมีอย่างน้อยหนึ่งหรือสองงานของเขาที่คุณเคยเห็นอยู่บ้าง ทั้งดอกไม้บนจอ LED ในคอนเสิร์ตของ POLYCAT สายรุ้งในอิมแพ็คของคอนเสิร์ต POTATO หรือการจำลองตลาดปลาของวง Whal & Dolph ที่น่ารักมากๆ

ภีมเริ่มก้าวเข้ามาในวงการนี้ตั้งแต่จำความได้ เริ่มจากการติดตามพ่อที่ทำงานสายเดียวกัน ก่อนจะเริ่มมีส่วนร่วมช่วยพ่อทำงานบ้าง เขาเป็นคนคนหนึ่งที่รู้ตัวว่าอยากทำอะไรมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่เขาสนใจและฝึกฝนมาตลอดจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับแสงและสี จนได้ไปเรียนต่อด้านนี้โดยเฉพาะ

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

นอกจากสามคอนเสิร์ตที่เล่าไปแล้วข้างต้น เขาคือเบื้องหลังของแสงไฟสวยๆ ในคอนเสิร์ตของศิลปินดังๆ หลายคน ทั้ง Scrubb, Bodyslam, The TOYS, Lomosonic, Penguin Villa, Better Weather เทศกาลดนตรีใหญ่ๆ อย่าง Maho Rasop Festival, CAT EXPO รวมถึง Big Mountain Music Festival ที่เริ่มจากการทำไฟให้วงวงเดียว เป็นออกแบบ 3 เวทีและ 5 เวทีในปีถัดๆ มา ภีมบอกว่าตัวเองได้ร่วมงานกับ 1 ใน 4 ของศิลปินที่เขาอยากทำงานด้วยไปแล้ว และไม่คิดจะทำแบบนี้ไปจนถึงอายุ 80 ต่อให้อยู่กับสิ่งนี้มาตั้งแต่เกิด เขาก็ยังมีเรื่องใหม่ๆ เรียนรู้อยู่ทุกวัน 

ในวัยแค่ 23 นับว่านี่คือพอร์ตโฟลิโอชั้นยอดที่นายจ้างคนไหนเห็นก็คงประทับใจ แต่ความสำเร็จในช่วงอายุยังน้อยก็ไม่ได้ทำให้เขาคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใครเลย ตรงกันข้าม ภีมยอมรับข้อเสียในทุกงานที่ได้ทำอย่างภาคภูมิใจ เล่าให้ฟังด้วยความเข้าใจและอารมณ์ขัน ก่อนจะเปิดผลงานชิ้นถัดไปที่ได้แก้ไขข้อบกพร่องของงานชิ้นก่อนหน้าให้เราดู

Tech Geek ประจำโรงเรียน

ภีมเติบโตมาในครอบครัวที่ทำงานสายโปรดักชันมาตั้งแต่เขายังไม่เกิด เริ่มจากการที่พ่อเคยเป็นพนักงานของบริษัททำไฟประจำให้ BEC-Tero ส่วนแม่ก็ทำงานกับ BEC-Tero มาตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งคู่มีประสบการณ์ทำโปรดักชันให้งานคอนเสิร์ตศิลปินต่างชาติชื่อดังอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน (Michael Jackson) และ ฟิล คอลลินส์ (Phil Collins) ช่วงที่เขาเกิด ทั้งพ่อและแม่ก็ลากออกมาเปิดบริษัทโปรดักชันทำคอนเสิร์ตของตัวเอง

“ผมเกิดมาก็อยู่กับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่แรก ถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้ติดตามคุณพ่อตั้งแต่สองสามขวบไปดูคอนเสิร์ตตั้งแต่เล็กๆ ได้เห็นว่าโปรดักชันมันมีหลายแผนก หลายหน้าที่ ซึ่งผมสนุกกับ Lighting มากที่สุด เนื่องจากคุณพ่อเป็นคนทำไฟเอง และเราชอบเวลาที่กดปุ่มหนึ่งปุ่มมันสร้างอารมณ์คนดูได้หนึ่งมู้ด พอกดอีกปุ่มก็ทำให้คนกรี๊ดได้ เหมือนกับเราเป็นคนกำหนดโชว์ในมุมหนึ่ง เป็นเหมือนปากกาให้ศิลปินเล่าเรื่อง”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

เขาบอกว่าชีวิตในวัยเด็กของตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง (จริงๆ เขาใช้คำว่าแย่) ทุกวันศุกร์ เขาจะขอออกจากโรงเรียนตั้งแต่เที่ยง ให้พี่ในบริษัทพ่อกับแม่มารับไป 7 สีคอนเสิร์ต เพื่อดูพ่อทำไฟ กิจวัตรของเขาเป็นอย่างนั้นตั้งแต่อายุ 8 – 9 ขวบ จนช่วงประมาณประถมศึกษาปีที่ 5 เขาก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมทำไฟให้ 7 สีคอนเสิร์ต

“ตอนนั้นยังไม่เข้าใจเรื่องเทคนิค ไม่รู้ว่าไฟทำงานยังไง หรือต่อยังไง รู้แค่ว่าแต่ละท่อน ไฟทำหน้าที่อะไรบ้าง เช่น ท่อนร้องต้องกดปุ่มนี้ ท่อนโซโล่กดอีกปุ่มหนึ่ง พอสักพักคุณพ่อก็ให้ทำอะไรมากขึ้น เริ่มจากให้เรากดปุ่มเดียวทั้งงาน แต่ต้องกดให้ถูก ห้ามผิด แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มปุ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเด็กคนหนึ่งมันกดดันนะ แต่ก็สนุกมาก 

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ตอนแรกพี่ที่ออฟฟิศเป็นคนโปรแกรมซีนไฟให้ เรากดปุ่มที่เขาโปรแกรมไว้แล้วอย่างเดียวทั้งโชว์ พอเวลาผ่านไปก็ยากขึ้นเรื่อยๆ ให้เราลองโปรแกรมเอง แล้วบอร์ดไฟที่ใช้มันใหญ่มาก มีปุ่มเป็นเจ็ดสิบปุ่ม เราไม่เคยทำ แต่ด้วยความชอบก็ไปขอร้องพี่ที่เป็นเจ้าของบริษัทให้เช่าอุปกรณ์ไฟว่า ผมขอยืมบอร์ดตัวนี้มาไว้ที่บ้านสักอาทิตย์หนึ่งได้ไหมครับ ช่วงนั้นก็รีบกลับบ้านมาเล่นบอร์ดไฟทุกวัน ในขณะที่เพื่อนไปร้านเกม ถ้าเทียบ Position ในโรงเรียนตอนนั้นคือเป็น Tech Geek เป็นคนเก่ง Final Cut คนเก่ง iMovie เป็นคนแรกที่ใช้คอมฯ Mac นำเทรนด์เรื่องเทคโนโลยีในห้อง”

หลังจากนั้น ภีมก็ได้ทำคอนเสิร์ตขนาด Thunder Dome หรือ Royal Paragon Hall แล้ว ตั้งแต่ยังไม่เข้ามัธยมปลายด้วยซ้ำ

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ก้าวสำคัญ

พอเรียนจบ ม.3 ภีมตัดสินใจว่าอยากจะเรียนด้านนี้อย่างจริงจัง จึงมองหามหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ เขาและครอบครัวเลือกเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพราะเป็นเมืองที่ใกล้ประเทศไทยที่สุด แต่ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัยที่โน่นได้ เขาต้องไปเรียนมัธยมปลายก่อน 2 ปี ซึ่งดูเหมือนเขาจะต้องห่างหายจากการทำ Lighting กับพ่อไปในช่วงระหว่างนั้น แต่ก็ไม่…

“ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่ได้ทำไฟเลยช่วงที่ไปเรียนไฮสคูล แต่พลิกล็อก โรงเรียนที่ไปมีจัดละครเวทีทุกปี ตอนแรกๆ คนก็ไม่ค่อยเชื่อว่าเราจะทำได้เพราะเห็นเป็นเด็กเอเชีย พออยู่ไปเขาก็เริ่มเห็นความสามารถ ผ่านไปสักพักเราถึงกับขนไฟจากบ้านที่เมืองไทยไปออสเตรเลียไว้ให้โรงเรียนเช่า มันเลยเถิดมาก 

“ผมไม่เคยทำละครเวทีมาก่อน เอาจริงๆ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ก็เลยลองใช้สกิลล์จากการทำคอนเสิร์ตมาใส่ มีเวิร์กบ้าง ไม่เวิร์กบ้าง แต่พอทำไปปีสองปีก็เริ่มเรียนรู้แล้วว่า ละครเวทีมันต้องการความเป็นธรรมชาติมากกว่าความเปรี้ยงปร้าง ตูมตาม จะมากระโตกกระตากไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น การที่ไฟดวงหนึ่งจะหมุนไปหาคนคนนั้น มันต้องดับก่อนไปถึงตัวละคร A แล้วค่อยเปิด มันลากไปเลยไม่ได้ เพราะชีวิตจริงพระอาทิตย์มันไม่ได้หมุนมาหาเราแบบนั้น เหมือนกับเราจำลองไฟธรรมชาติอยู่”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

หลังจบไฮสคูล ภีมเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อ NIDA (National Institute of Dramatic Art) ซึ่งสอนทั้ง Production Design, Lighting, Acting ทำฉาก คอร์สที่เขาเรียนคือ Technical Theatre and Stage Management ซึ่งเป็นการสอนโปรดักชันทั้งหมด รวมถึงการทำแสงสีเสียง ข้อดีของมหาลัยฯ นี้คือมีโรงละคร 5 โรง ทุกปี NIDA จะมีละคร 3 ซีซั่น ทุกครั้งที่มีละคร นักศึกษาทั้งหมดต้องมาทำงานด้วยกัน 

“สองปีแรกที่เข้าไปเรียนเขาสอนแต่การทำละครเวที ซึ่งเป็นจุดที่เราโหว่ ตอนทำคอนเสิร์ตมีอะไรก็เปิดร้อยเปอร์เซ็นต์ ขยับหมด แต่สายละครเวทีสอนให้รู้ว่า การเพิ่มไฟแค่ศูนย์หรือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็สร้างความแตกต่างของอารมณ์คนดูได้ สามปีที่ทำละครกับ NIDA มา เราเริ่มจาก Assistant Stage Manager ตำแหน่งที่ต่ำที่สุด ถึงดีไซเนอร์ ตำแหน่งที่สูงที่สุด มันทำให้เรารู้ว่าหัวใจของแต่ละตำแหน่งก็มีหน้าที่ที่สำคัญ เพื่อจะประกอบกันเป็นละครหนึ่งเรื่อง 

“ผมว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ได้เรียนแต่ Lighting พอกลับมาทำงานจริงๆ มันทำให้เราเข้าใจทุกคนมากขึ้น เราจะรู้ว่าขั้นตอนนี้ เราต้องขอความช่วยเหลือจากใคร ต้องทำยังไงให้งานเราราบรื่นขึ้น”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ชื่อของ ‘ภีม พูลผล’

สมัยเรียน ภีมจะกลับมาไทยช่วงที่มีงานเทศกาลดนตรี Big Mountain เสมอ จนงานงานนั้นกลายเป็นคอนเสิร์ตที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปเลยเมื่อ บอล-ต่อพงศ์ จันทบุบผา หรือ บอล Scrubb ผู้เห็นภีมมาทำงานกับพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ชักชวนให้ไปทำไฟให้วง Scrubb ที่งาน Big Mountain Music Festival 7 เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเจอคนทำงานสายนี้มากขึ้นอย่าง โก อุเอดะ (Go Ueda) Lighting Designer ชาวญี่ปุ่น วอ-วรธร พีรพงศ์พรรณ และ ต้น-เรืองฤทธิ์ สันติสุข จาก ​DuckUnit พล หุยประเสริฐ เจ้าของบริษัท H.U.I. ชื่อของ ภีม พูลผล เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้น พอเรียนจบเขาจึงตัดสินใจกลับมาทำงานที่เมืองไทยทันที

ภีมมีโอกาสได้ทำงานมากมายหลังจากนั้น ยกตัวอย่างเช่น CAT EXPO, คอนเสิร์ต G19, POLYCAT, Potato, Bodyslam และ Big Mountain อีกหลายครั้ง หัวใจสำคัญของการทำงานนี้ที่เราสรุปได้จากการนั่งคุยกับภีมมี 2 ข้อคือ หนึ่ง ต้องถ่ายทอดความรู้สึกของศิลปินให้ดีที่สุด และสอง คนดูคือคนที่สำคัญที่สุด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ถ้าทำงานกับวงที่เพลงเขาสื่อสารออกมาง่าย เนื้อเพลงตรงไปตรงมาอย่าง Scrubb เราอาจจะสื่อสารด้วยแสง ด้วยสีอย่างเดียวได้ แต่ถ้าเนื้อเพลงยากหน่อยอย่างพี่เล็ก Greasy Cafe ก็อาจจะต้องมีกราฟิกมาช่วยให้คนดูเข้าใจง่ายขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่า สุดท้ายคนไม่ได้มาคอนเสิร์ตเพื่อดูไฟนะ คนซื้อบัตรมาดูพี่เล็ก มาดูพี่บอล พี่เมื่อย คอนเสิร์ตส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงออกในสิ่งที่เขาเล่นที่อื่นไม่ได้ สมมติพี่ตูน Bodyslam เล่นเพลงความหมายลึกมาก เกี่ยวกับชีวิต ถ้าเล่นในร้านเหล้า คนคุยกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเล่นเพลงนั้นในที่แห่งนั้นได้ เขาเลยต้องมีคอนเสิร์ตเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และสิ่งที่ตั้งใจจะสื่อจากเพลงนี้ได้อย่างที่ตั้งใจที่สุด 

“คอนเสิร์ตเป็นพื้นที่ของศิลปิน ไม่ใช่ของเรา เราเป็นคนซัพพอร์ตเขา ให้เขาเล่าเรื่องของตัวเองได้ดีขึ้น ระหว่างทำงานเราเลยพยายามสื่อสารกับศิลปินตลอดเวลา เพราะสุดท้ายเขาคือคนเขียนบทหนัง เราเป็นแค่คนทำหนังให้เขา เราต้องคุยกับเขาให้รู้ว่าถ้าคุณเล่นเพลงนี้ แสงและภาพข้างหลังคุณจะเป็นยังไง”

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

ผลงานที่สอนให้เก่งขึ้น

เราขอให้เขาเลือกงานที่ภาคภูมิใจ งานที่ชอบ งานที่สนุก งานที่เปลี่ยนชีวิตมา 5 – 6 งาน แต่เขาเลือกมา 10 และไม่ใช่เพราะทั้งสิบงานนั้นสมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่เป็นงานที่มีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งทำให้เขาเติบโตและเก่งขึ้นเรื่อยๆ

01 SCUBB Big Mountain Music Festival 9 (2017)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“จริงๆ เราเคยทำวงนี้มาตั้งแต่ 7 สีคอนเสิร์ต แล้ว เป็นวงที่อยู่ในทุกช่วงชีวิต แต่ปีนั้นเป็นคอนเสิร์ตที่แตกต่างจากที่ผ่านๆ มาเพราะสี ผมชอบใช้คู่สี เราจะศึกษาวงก่อนว่าอาร์ตไดเรกชันของเขาเป็นยังไง อย่างอัลบั้มแรกๆ จะใช้สี Aqua กับสีเหลือง ช่วงร็อกจะเป็นสีส้มสีแดง ซึ่ง Scrubb จะมีความป๊อป ใช้สีเหลืองกับสีฟ้ามาตลอด เป็นป๊อปเรโทร ไม่ค่อยลงชมพูเท่าไหร่ จนมาอัลบั้มหลังๆ พวกเพลงรอยยิ้มที่เป็นเพลงรักที่มีความหวานขึ้น

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้ผมใช้ไฟนีออนไปตั้งบนเวที เพราะเห็นคอนเสิร์ตต่างประเทศเขามี Lighting Installation เป็นของตัวเอง และเป็นครั้งแรกที่เราออกแบบไฟเพลงต่อเพลง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เตรียมไว้เป็นชุด ชุดเพลงช้า ชุดเพลงเร็ว”

02 Klear / Palmy GENIE G19 (2018)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“หลังจาก Big Mountain ครั้งแรก พี่พลก็ชวนไปทำสองงาน เป็นวง Klear กับปาล์มมี่ ผมก็ถามว่างานอะไร พี่พลบอกว่า ‘G19’ เดี๋ยว ราชมังฯ เลยเหรอพี่ งานนี้ใหญ่มากๆ เรื่องสีหลายๆ คนชม ส่วนเรื่องไดนามิกเราก็ยังไม่เก่งมาก คนดูยังไม่รู้สึกถึงไฟเราได้มากพอ เพราะเรียน Theatre มาด้วย มันเลยจะนิ่งๆ 

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“มันเปลี่ยนชีวิตมากนะ เรียนก็ยังไม่จบ เรียนเต็มเวลาด้วยนะ แล้ว NIDA ถ้าเป็นช่วงละครเรียนเก้าโมงเช้าถึงห้าทุ่ม บินไปบินมา เงินที่ได้มาก็ต้องเอาไปจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน เหนื่อยนะ แต่เขาให้โอกาสแล้วก็ต้องลองเหนื่อยดูสักตั้ง”

03 SCRUBB 18+ (2018)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้ทำกับ DuckUnit เป็นงานฉาก เราเป็นคนออกแบบไฟ แต่ตอนนั้นยังไม่เข้าใจการดีไซน์ไฟให้ซัพพอร์ตฉากเท่าไหร่ รอบแรกไม่มีไฟไปส่องฉากเลย เราไม่ได้คิดถึงฉาก คิดแต่ว่าคนดูจะต้องเห็นไฟ แต่พอใกล้วันงาน พี่เขาก็สอนว่ามันต้องมีไฟส่องฉากด้วยนะ การที่จะเอาไปส่องฉากมันมีรายละเอียดนะ ต้องใช้ไฟยังไง ต้องใช้สีอะไร สิ่งที่พี่ต้น DuckUnit ทำคือการเอาสีทุกโทนที่ใช้ในฉากมาทาที่ไม้ แล้วเอาไฟแต่ละสีส่องดูว่าผลลัพธ์เป็นยังไง ฉากสีชมพูเจอไฟสีแดงจะกลายเป็นสีอะไร ปกติคอนเสิร์ตเขาจะปล่อยควันให้เห็นลำไฟ แต่พอมีฉาก สีไฟจะไปอยู่ที่ฉากมากกว่า ทำให้การย้อมฉากเป็นสิ่งสำคัญ”

04 Better Weather Better Together Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“Betther Weather เป็นคอนเสิร์ตแรกที่ทำในนามบริษัท Saturate Designs ทำไฟด้วย ทำกราฟิกด้วย ได้ผันตัวจากคนออกแบบไฟอย่างเดียว เป็นการออกแบบทั้ง Lighting และซีน ซึ่งกราฟิกของเราทำออกมาเพื่อสนับสนุนไฟ งานนี้ทำให้รู้ว่าตัวเองยังไม่เก่งเรื่องซิงก์ไฟกับเพลงหรือกราฟิก เรายอมรับ”

05 PENGUIN VILLA WHY FLY? CONCERT (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานที่แล้วทำให้ได้รู้จักคนมากขึ้น เลยได้มาทำคอนเสิร์ตให้พี่เจ Penguin Villa (เจตมนต์ มละโยธา) งานนี้ก็ไฟเป็นหลัก กราฟิกเป็นรอง ช่วงแรกจะเป็นกราฟิกจ๋า พอหลังจากเพลง Acrophobia ผ้าจะร่วงลงมาเป็นแผงไฟขนาดใหญ่ที่เราซ่อนไว้อยู่ คนก็กรี๊ด

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“เราอยากลองทำงานบนผ้าสีขาวบ้าง เพราะส่วนใหญ่คอนเสิร์ตจะเล่นบนผ้าสีดำหมดเลย เพราะมันควบคุมแสงได้ง่ายกว่า แต่เราอยากรู้ว่าสีขาวจะไปได้ถึงไหน”

06 POLYCAT I Want You Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“POLYCAT เป็นงานปล่อยของทุกอย่าง ปล่อยของจริงๆ วงน่ารักมาก เราตั้งใจจะทำ Time Code คือทำไฟซิงก์กับดนตรีร้อยเปอร์เซ็นต์ วิธีการทำงานคือ เราส่งนาฬิกาจากมือกลองมาหาหลอดไฟ แปลว่าไฟเราไม่ต้องกดเลย มือกลองเล่นปุ๊บ ไฟวิ่งเองทั้งโชว์ และเป็นงานแรกที่เอาจอ LED มาวางเป็นดีไซน์ที่มากกว่าแผงใหญ่ๆ ด้านหลังเหมือนงานทั่วไป เราเอาจอ LED มาทำเป็นแท่งปริซึม เพราะตีความจากคำว่า Poly ที่เป็นรูปหลายเหลี่ยม แล้ววงมีสามคนก็เลยมีสามแท่ง นี่เป็นงานของตัวเองงานแรกที่ออกสู่สายตาส่วนใหญ่เพราะเป็นงาน Lighting จริงๆ”

07 The TOYS Loy On Mars Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“ผมชอบคาแรกเตอร์ The TOYS อยู่แล้ว เขาเป็นคนกวนแต่เท่ เลยคิดว่าน่าจะทำอะไรได้เยอะ คอนเซปต์คือ Loy on Mars ช่วยคิดกับพี่พล หุยประเสริฐ ก็ได้เวทีออกมาเป็นวงกลม อยากให้เขารู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในสเปซที่มีไฟมากมาย งานนี้ก็ภูมิใจมากๆ คนพูดต่อเยอะ ชีวิตนี้ไม่เคยทำเวทีวงกลมด้วย ได้เรียนรู้ว่ามันยาก เพราะปกติมีคานติดไฟความยาวสิบสองเมตร เวทีธรรมดาเราเอาไปสิบสองตัววางได้เลย แต่นี่เราต้องเฉลี่ยเป็นองศาแล้วมาคำนวณอีกที”

08 Whal & Dolph Fish Market Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“งานนี้อาจจะไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงเท่าไหร่ แต่เป็นงานที่ทำให้เราเหมือนได้กลับบ้านละครเวทีอีกครั้ง ทำเป็นตลาดปลา มีฉาก ผมได้เอาเทคนิคการทำไฟแบบละครมาปัดฝุ่นใหม่ คือต้องย้อมฉากด้วย ต้องย้อมคนด้วย ต้องทำให้รู้สึกว่ามันเรียบๆ ในขณะเดียวก็ต้องเอาเทคนิคไฟคอนเสิร์ตมาผสมด้วย”

09 POTATO Magic Hours Concert (2019)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“Magic Hours คือช่วงเวลาที่แสงจะสวยที่สุดของวัน เราเลยขายไปว่ามันคือปรากฏการณ์แสงจากหลายๆ ช่วงเวลามารวมกัน จะพูดถึงธรรมชาติเป็นหลัก เราเลยดีไซน์ไฟให้ต่างออกไป ปกติไฟจะอยู่แค่ที่เวที แต่พอเป็นปรากฏการณ์แสง เราคิดว่าคนดูก็ต้องได้รับสิ่งเดียวกันสิ เราเลยเอาไฟจำนวนเท่าๆ กับบนเวทีไปไว้กับคนดู เป็นร้อยๆ ดวงเลย คนดูเลยเหมือนได้อยู่ในโลกของ Potato แล้วก็มีเพลงที่วงเน้นชื่อ เธอคือเรื่องจริง ที่เราสร้างปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำในอิมแพ็ค แค่ซีนนี้น่าจะสามแสนบาท”

10 Bodyslam นับ 1 ถึง 7 คอนเสิร์ต (2020)

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23
ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

“พอเริ่มได้รับความไว้ใจก็เลยได้ทำไฟให้กับวง Bodyslam ซึ่งค่อนข้างยาก เพราะปกติเป็นคนฟังเพลงป๊อป คือฟังเพลงเขานะ แต่ไม่เคยทำเพลงร็อกแบบนี้ เลยได้ออกมาเป็นคอนเสิร์ต Bodyslam ที่ไม่ตูมตาม แต่เน้นที่ Design Concept ความยากอีกอย่างคือเขาเล่นทั้งหมดสี่สิบเพลง แล้วศิลปินต้องดูงานก่อนทั้งหมด เลยกลายเป็นงานที่ได้เรียนรู้เรื่องการแบ่งเวลาไปด้วย”

รางวัลที่ยิ่งใหญ่

“เหมือนเวลาเราจะไปปล้นร้านทอง มันลุ้น”

ภีมตอบเราด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถามถึงความสุขในการดีไซน์แสงสีในคอนเสิร์ต

“ผมชอบตอนทำคอนเสิร์ตที่สุด ชอบเห็นไฟจริงๆ ที่หน้างานจริงๆ เพราะเรารู้สึกว่ามันจับต้องได้ มันคือของจริง ชอบเห็นการตอบรับของคนดู มันมีอะดรีนาลีนบางอย่าง เพลงสรรเสริญฯ จบปุ๊บ ไฟดับ คนกรี๊ดแน่นอน เอาละว่ะ จุดนั้นคือจุดตัดสินชีวิตว่าเราจะรอดบนเขียงในสองชั่วโมงข้างหน้าไหม ศิลปินร้องเพลงให้คนดู แต่คนดูมองไม่เห็นหน้าเขา มันก็คือหน้าที่เรา ผมชอบโมเมนต์ที่กำลังจะเริ่มที่สุดแล้ว มันเหมือนงานที่เราทำมาทั้งหมดจะมีคุณค่าก็ตอนนี้

“วงการนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนไม่มีอาชีพ Lighting Designer ที่แยกออกมาทำเดี่ยวๆ ดีไซเนอร์ทุกคนจะอยู่กับบริษัทเจ้าของไฟ สมมติแกรมมี่ไปเช่าไฟกับบริษัทหนึ่ง เขาก็จะมีคนเล่นไฟอยู่แล้ว เวลาจ่ายเงินก็รวมเป็นแพ็กเกจเดียวกัน มาวันนี้ ลูกค้ามาหาเราก่อน แล้วเราถึงค่อยไปหาบริษัทเช่าไฟ เราเป็นหน้าด่านก่อน เทคโนโลยีก็พัฒนาขึ้น เรา Previsualization ให้ศิลปินเห็นงานก่อนได้ แต่ก่อนศิลปินไม่เคยได้เห็นก่อนเลยนะ บางงานประตูจะเปิดแล้วเพิ่งเห็นว่าไฟเวทีเป็นสีฟ้า พอเป็นแบบนี้ทั้งศิลปินและค่ายก็เริ่มจะเห็นคุณค่าของงานดีไซน์มากขึ้น

“รางวัลของเราคือการที่คนดูรู้สึกไปพร้อมๆ กับไฟในแบบที่เราอยากให้เขารู้สึก สมมติท่อนนี้ไฟดับหมดเลย แล้วอยู่ดีๆ ปั้ง! คนกรี๊ด หรือหลังจากจบงานไปถ้าเห็นคนถ่ายรูปไฟในคอนเสิร์ตเยอะๆ ไฟสวยมาก โชคดีที่เรามีโซเชียลที่ทำให้เห็นฟีดแบ็กงานตัวเองได้ง่ายขึ้น เมื่อก่อนไม่รู้เลยจนกว่าค่ายจะทำดีวีดี เราต้องไปร้านโดเรมีที่สยามซื้อดีวีดีมาดู สำหรับเราฟีดแบ็กจากวงและคนดูสำคัญที่สุด สุดท้ายอาจจะเป็นคนดูด้วยซ้ำไป เพราะเราทำคอนเสิร์ตให้คนดูดู แม้มันจะเป็นความภาคภูมิใจของวง แต่คนดูก็คือส่วนที่สำคัญที่สุด”

ความฝันของภีมในฐานะ Lighting Designer คือการได้ทำไฟให้กับวงดนตรีที่เขาชื่นชอบอย่าง Phoenix, 1975, Tame Impala และวงไทยอย่าง TELEx TELEXs เขาบอกว่า Lighting ในคอนเสิร์ตคือเครื่องมือช่วยสื่อความหมายในใจศิลปินได้ เป็นสิ่งที่ถึงตัวคนดูได้ง่ายที่สุด และอาจจะเข้าใจง่ายที่สุดด้วยซ้ำ หน้าที่ของเขาคือการควบคุมว่าคนดูจะเห็นหรือไม่เห็นอะไร แต่สุดท้ายแล้วมันคือการออกแบบ มันคือการออกแบบประสบการณ์ใน 2 ชั่วโมงนั้น ซึ่งมากไปกว่าแค่ทำให้คนเห็นหน้าศิลปินแล้ว

ภีม พูลผล จากลูกมือช่วยพ่อจัดไฟใน 7 สีคอนเสิร์ต สู่ Lighting Designer คอนเสิร์ตดังในวัย 23

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ภาพวาดสิ่งมีชีวิตสี่ขาสื่อแทนผู้คน เติมเต็มด้วยลวดลายแพตเทิร์น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ลายขวาง ค่าน้ำหนักขาว เทา ดำ เส้นทุกเส้นบรรจบกันอย่างบรรจง ทุกองค์ประกอบประดับขึ้นเพื่อเพิ่มมิติให้กับทุกคาแรกเตอร์ในหนึ่งเรื่องราว

ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากที่จะเลียนแบบนี้เป็นผลงานของ กรีฑา พรมโว หรือศิลปินผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ Chang of Art ผลงานของเขาโดดเด่นในสไตล์ของ Pop Art, Contemporary Art และ Doodle Art สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และแนวคิดที่ว่า มันบาลานซ์ได้ดีระหว่างความเป็น Fine Art (วิจิตรศิลป์เน้นความสวยงาม) และ Commercial Art (พาณิชยศิลป์เน้นการต่อยอดด้านมูลค่าของผลงาน) ทั้งความงามและคุณประโยชน์ของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันอย่างมาก

ด้วยสไตล์งานที่สนุกและเข้าใจง่าย ทำให้คนเสพก็สุข คนสร้างจึงไม่เคยหยุดเสาะแสวงหาไอเดียมาวาดชิ้นงานใหม่ ๆ ชีวิตที่เติบโตมากับศิลปะประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งซึ่งแยกจากกันไม่ได้ ทำให้เขาเข้าใจงาน เข้าใจตัวเอง และเข้าใจสิ่งที่สังคมต้องการได้เป็นอย่างดี แต่เบื้องหลังกว่าจะได้มายังสิ่งนี้ คงไม่ง่ายเสมือนดีดนิ้วแค่เป๊าะเดียวเป็นแน่

งานของเขามีชื่อเสียงในแวดวงนักสะสมผู้ชื่นชอบศิลปะคาแรกเตอร์ชัด ขนาดมีคนยอมรอภาพวาดในเวลาหลักปี ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ เขายังได้ไปจัดแสดงงานที่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ล่าสุด เขาได้ออกแบบลวดลายบนเสื้อลิมิเต็ดอิดิชันให้กับ Garena Free Fire เกมมือถือออนไลน์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าท้าย การต่อสู้ และการเอาชีวิตรอด คว้ารางวัล ‘เกมมือถือยอดเยี่ยมแห่งปี’ จากงาน Esports Awards 2021 ถึง 2 ปีซ้อน คล้ายจะเป็นเรื่องเดียวกับรางวัลชีวิตราว 20 ปีที่ได้มาจากการฝ่าฟันของเขา เราจึงอยากชวนทุกคนทำความรู้จัก ‘งานช้าง’ ในแบบของ Chang of Art ไปพร้อมกัน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Unique-Useful-Universal 

ภายในสตูดิโอส่วนตัวที่ปลุกพลังด้วยผนังสีแดง แสงไฟปรับระดับเข้ม กลาง อ่อน ไปตามฟีลลิ่งของการสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยผลงานหลายชิ้น หลากสไตล์

“เราใช้สัตว์และคนมาเป็นตัวแทนในการนำเสนอความคิดและความรู้สึก” เจ้าของผลงานกล่าว เมื่อเราเห็นว่าทุกภาพมีสัตว์เป็นพระเอกของงาน

หากใครเป็นแฟนผลงาน Chang of Art ก็ดี หรือใครกำลังทำความรู้จักกับผลงานของเขาจากเรื่องราวนี้ก็ตามแต่ จะสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังโลดแล่นลีลาอยู่บนพื้นผ้าใบ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนเข้าใจง่ายในพริบตาเดียว ดังเช่นที่อยู่ตรงหน้าเรา ภาพสิงโตกำลังหัวเราะร่า ใส่หมวกกันน็อกเตรียมพร้อมออกซ่าผจญภัยบนท้องถนน แฝงไปด้วยอารมณ์ บริบท และไลฟ์สไตล์ จนใครเห็นก็คงต้องพูดออกมาเลยว่า ‘นี่แหละ ผลงานของ Chang of Art’

แต่ก่อนจะมาเป็นสัตว์นานาชนิด ศิลปินต้องทำความเข้าใจกับความหมายและความเชื่อของตัวละครที่จะปรากฏในผลงานเสียก่อน

“ถ้าเราเข้าใจ เราจะมักง่ายเวลาถ่ายทอดไม่ได้ เพราะต้องสื่อสารและนำเสนอ Definition ให้ได้ ว่าทำไมต้องเป็นเสือสิงโต มังกร หมาป่า หรือทำไมต้องเป็นขวดเหล้า ขวดเบียร์ ทำไมต้องเป็นรถยนต์ ทำไมต้องเร็ว พวกนี้มันมีคำตอบที่ชัดเจน และเป็นคำตอบแบบ High Art ไม่ใช่ Design มันมีมิติลึกกว่า อย่างสัตว์นี่มีความเชื่อ เรื่องสถานะต่าง ๆ มีความหมายแฝงอยู่ เช่น เสือ สื่อถึงบุคลิกสุขุม นุ่มลึก ใจใหญ่”

นิยามของ ‘งานช้าง’ จึงมีด้วยกัน 3 อย่างใหญ่ ๆ คือ Unique, Useful, Universal 

Unique ยูนีกทันทีที่มอง รู้เลยว่าเส้นเยอะ ๆ หนวดเยอะ ๆ มีแพตเทิร์น มีไอคอน มีไอเดียแฝงอยู่ในทุกคาแรกเตอร์

Useful ต่อยอดประโยชน์ของชิ้นงานได้มากกว่าแค่บทบาทของภาพวาด เขาคิดต่อยอดไปถึงว่างานชิ้นนี้ให้อะไรกับคนและสังคม การจบกระบวนการของงานจึงไม่ใช่การลงสีในด่านสุดท้าย แต่ต้องคิดเผื่อไปไกลถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

Universal ต้องเป็นงานสะท้อนตัวตนที่ได้รับการยอมรับในสังคม ซึ่งการเป็นที่ยอมรับในที่นี้ เขาอธิบายว่า ไม่เท่ากับความแมสเพียงอย่างเดียว แม้ศิลปินต้องการให้ผลงานตัวเองเป็นที่รู้จัก แต่งานชิ้นนั้นก็ต้องให้ไอเดียกับคนที่พบเห็น ผู้คนต้องมีการตั้งคำถาม ชื่นชม ไปจนถึงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นย้อนกลับมาสู่การพัฒนางานชิ้นต่อไปของตน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Flashback to The Beginning

กว่าจะออกมาเป็น Chang of Art ในทุกวันนี้ ช้างได้เดินทาง ลองผิดลองถูก มีอุปสรรคแวะทักทายบ้าง จนตกตะกอนกับความรักในศิลปะมากว่า 20 ปี

“ผมไม่ได้คิดว่าเราทำงาน เราคิดว่าเราใช้ชีวิต”

ชีวิตที่มีศิลปะเป็นส่วนประกอบหลัก เริ่มตั้งแต่สมัยเป็นเด็กชายช้างที่ชอบวาดรูปเหมือนกับเด็กหลาย ๆ คน ศิลปินเยาว์วัยวาดเตาะแตะเรื่อยมาไม่เคยหยุดจนกลายเป็นความชอบ พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จึงเริ่มทำความเข้าใจศิลปะในเรื่องพื้นฐาน ลัทธิต่าง ๆ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และพื้นฐานทางด้านทัศนศิลป์ เขาค่อย ๆ มองภาพในสเกลใหญ่ขึ้น นั่นคือ การหาสถานที่สักที่ เพื่อเดินต่อในเส้นทางของการพัฒนาฝีมือ หลังจากเรียนจบระดับอุดมศึกษา เขาจึงคิดถึงการนำศิลปะมาอยู่ในชีวิตประจำวัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งหาลู่ทางนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ ประกอบอาชีพ และเติมเต็มคุณค่าของชีวิต จนถึงทุกวันนี้ เขาเพียงแค่เดินเรื่อย ๆ ไปในทางของตัวเองในทุก ๆ วัน ข้ามผ่านจุดสูงชันและไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร

Learning by Doing

ตลอดชีวิตบนเส้นทางสายศิลปะ เขาผ่านมาทุกยุคทุกวัยของการเรียนรู้ ทั้งยุคลอง ยุคเริ่มต้น ยุคแสวงหา จนอยู่ตัวและให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า ยุคนี้เป็นยุคของการสร้างทัศนคติ สร้างมุมมองใหม่ ๆ และสร้างแม้กระทั่งนิยามใหม่ จากองค์ประกอบศิลป์ที่เขาเข้าใจทั้งหมด 

“เราทำงานมาเรื่อย ๆ ปรับตัว ปรับปรุงอยู่ตลอด ให้มันเลี้ยงชีพได้ ทั้งในทาง Commercial และ Fine Art ให้มันมีความบาลานซ์อยู่ตรงกลาง และเราก็สร้างทัศนคติใหม่ ๆ ขึ้นมาระหว่างทาง”

ช้างทำให้งานเขาอยู่ตรงกลาง พอดีในทุกมิติ

“ผมนิยามงานตัวเองว่ามันคือสมดุลระหว่างความเข้าใจ” พอดีทั้งความงาม มูลค่า ประโยชน์ใช้สอย และแนวคิดต่อยอด

กว่าจะมาเป็น 1 ชิ้นงาน ต้องผ่านกระบวนการคิด และนำความคิดมาคิดต่ออีกที เพื่อวิเคราะห์ความหมายขององค์ประกอบทุกส่วนที่จะเกิดขึ้น หลังจากนั้นจรดปลายดินสอลงบนกระดาษ สเก็ตช์ภาพที่ร่างไว้ในหัวให้คุ้นชิน ลองแล้วลองเล่า ชนิดที่เห็นกระดาษเปล่าแล้วชี้ได้เลยว่าอันนี้อยู่ตรงไหน เชื่อมกับอะไร จึงเริ่มขั้นตอนสำคัญต่อไป คือการร่างความคิดให้เป็นจริงขึ้นมา

“เมื่อได้ไอเดียแล้ว เราต้องมาคิดวิเคราะห์ มาทำสเก็ตช์มาเลือกคาแรกเตอร์ที่ชอบที่สุด และวางแผนว่าทำยังไงถึงสำเร็จ” Chang of Art เปรียบงานตัวเองเสมือนงานวิจัยขนาดย่อม

“ถ้าเราอยากได้หมาหัวเราะหรืออยากได้หมาน่ารัก ๆ ตัวหนึ่งนั่งบนเวสป้าหรือขี่สกู๊ตเตอร์ เราก็วาดไปเลยแล้วค่อยมาดูว่า จะเอามันมาใช้ยังไง ต้องการความ Hamony กลมกลืนไปด้วยกัน ฉะนั้นงานมันต้องวางแผน เพราะทุกเส้นวกไปวนมา”

ทุกผลงาน ช้างเลือกใช้เทคนิค Free Hand หรือการวาดโดยไม่ต้องร่างดินสอก่อนและไม่ต้องพึ่งพายางลบ ลายเส้นทุกเส้นตวัดวาดจากภาพร่างในจินตนาการ ที่ผ่านการวางแผน กลั่นกรอง และสเก็ตช์จนจดจำทุกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

“เราต้องมีภาพในหัวว่าจะวางอะไรบนพื้นที่ตรงนี้ และจัดสรรองค์ประกอบ เว้นสเปซให้พอดี” เขาอธิบายการจัดวางลายเส้นให้เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อและไขว้ไปไขว้มา ชวนค้นหาจุดสิ้นสุด

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

เมื่อภาพเกิดขึ้นตามความตั้งใจสมกับความพยายามแล้ว อาณาจักรของ Chang of Art ไม่หยุดอยู่แค่ในภาพวาด แต่เขายังต่อยอดงานสู่ประติมากรรม ดึงเอาคาแรกเตอร์ของการ์ตูนออกมาเป็นรูปปั้นสามมิติ จับต้องได้ เขาทำมาหมดแล้วทุกไซส์ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ตัวจิ๋วถึงตัวยักษ์ ตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 150 เซนติเมตร

เบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งผลงานทั้งหมด ต้องตกตะกอนกับความคิดจากแพสชันแรกเริ่ม

“มันเริ่มตั้งแต่คิด” ศิลปินชาวนครปฐมเอ่ย

“เราคิดโดยเอาความอยากเป็นตัวตั้ง คิดเสร็จก็ทำ เราต้องสร้างคุณค่าให้กับคาแรกเตอร์เหล่านั้นให้แข็งแรง”
ช้างเผยกลเม็ดที่จะทำให้งานนั้นแข็งแรงขึ้น ด้วยการพาไปออกงานแสดงนิทรรศการ เอาไปให้คนอื่นดู แล้วรับฟีดแบ็กเพื่อนำกลับมาพัฒนา ผลพลอยได้อีกอย่างจากการที่เขาพางานไป Road Show ให้คนรู้จักทั้ง Online และ Onground ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้งานมากขึ้น เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี มีคนชื่นชอบ จึงมีทั้งคำแนะนำ การสนับสนุน และการติชม ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงต่อยอด ดังที่ศิลปินเชื่อมาตลอดว่า ‘Learning by Doing’ ทำให้ผลงานของเขาแอดวานซ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างหาตัวจับได้ยาก

“ถ้าเราอยากเป็นศิลปินระดับโลก เราต้องคิดแบบศิลปินระดับโลก” ช้างกล่าวประโยคเชิญชวนคนฟังเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง ก่อนจะขยายความต่อ 

“เราก็เลยคิดว่าเราต้องสร้างแนวทางของเรา จากฝีมือที่เพียรฝึกฝนและประสบการณ์ที่สะสมมา เราต้องชัดเจนตั้งแต่ความหมายของมัน คิดมากกว่าแค่เริ่มต้นจนสิ้นสุด สุดท้ายมันเลยทำให้งานของเรายูนีกและเป็นตัวตนเราจริง ๆ”

ทุกผลงานเห็นประจักษ์ถึงการประสบความสำเร็จขนาดนี้ เพราะช้างไม่เคยขาดไอเดียสร้างสรรค์

“ตอนนี้สื่อมันเยอะ โลกก็มีอะไรให้ทำมาก เพียงแค่เราต้องเปิดใจเรียนรู้และย้ำตัวเองว่าอย่ายึดติด”

เขาเชื่อว่าการจะเติบโตเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตัวเอง ก็ต้องเริ่มสร้างแนวคิดจากประสบการณ์ สร้างทัศนคติขึ้นมาใหม่ด้วยปัจจัยทางด้านศิลปะเหมือนเดิม แต่ต้องหลุดจากกรอบเดิมนั้น ด้วยวิธีคิดใหม่ ๆ

“อยู่กับศิลปะมา 20 ปี คำว่าแรงบันดาลใจยังสำคัญอยู่มั้ย” เราถามต่อ

“ผมมองว่าแรงบันดาลใจเป็นขั้นสอง ขั้นแรก คือมองชีวิตเราก่อน มองทัศนคติของตัวเอง บางคนบอกผมทำเหมือนพี่ไม่ได้หรอก ยาก จะหาเงินได้ยังไง เนี่ย มันจึงต้องเริ่มที่ทัศนคติ ถ้าเรารู้สึกว่าเชื่อมั่นในตัวเอง เราค่อยมาหาแรงบันดาลใจ 

“จริง ๆ เราเป็นคนธรรมดา พื้นฐานบ้านไม่ได้มีเงิน ติดลบด้วยซ้ำ แต่ว่าพวกนี้มันก็คือแรงบันดาลใจให้เราอยากให้กำลังใจหลาย ๆ คนต่อ อย่าไปคิดว่าต้องรอให้มีตังค์ค่อยทำงานศิลปะที่ดีได้ มันเริ่มจากเล็กไปใหญ่ได้ เราต้องเข้าใจพื้นฐานของศิลปะ เส้น สีรูปทรง น้ำหนัก วัสดุ ลัทธิศิลปะ แล้วทำผลงานให้ดี ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ ชื่อเสียง เงินทอง

 “อย่างพวกเสือ สิงโต ก็กลับไปตอบคำถามเรื่องนิยามที่เราแสดงออกมาแทน Chang of Art ที่ฝ่าฝันเอาตัวรอด งานก็เหมือนการดิ้นรน คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด ที่สำคัญคือต้องพยายามเปิดใจเรียนรู้ มีโอกาสก็ไปดูงานดี ๆ”

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
Chang of Art ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

Free up your soul

“มันประเมินมูลค่าไม่ได้เลย” ช้างตอบ หากให้นิยามความสำเร็จของเขา

งานช้าง ไปสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจดจำในต่างแดนมาแล้วมากมาย ทั้ง เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงงานที่เป็น Original Licencing ระดับโลกในฮ่องกง

ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขารู้ว่า การมองงานศิลปะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จะนำมาสู่ความคิดที่แหลมคม

“จริง ๆ ความคิดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือวิเคราะห์และการมองให้เหนือไปกว่าตรงนั้น เวลาผมทำงาน ผมจะมองลึกกว่าลึกกว่าลึกเข้าไปอีก เราไม่ได้มองแค่ต้องทำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด แต่เรามองเลยไปถึงผลลัพธ์ ว่างานชิ้นนั้นมันให้อะไรได้บ้าง” ศิลปินแนวหน้าเน้นเสียง

อีกหนึ่งสิ่งที่ช้างใช้ขับเคลื่อนศิลปะในชีวิต คือ ‘Free up your soul’ การปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ข้อจำกัด วางกฎเกณฑ์ทั้งหมด แล้วฟังเสียงหัวใจตัวเอง

“คำนี้เป็นคำที่ผมชอบใช้มากเลย คือการที่เราจะมีพลัง มันต้องมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มาเติมเต็ม งานศิลปะฟังก์ชันมันเยอะมาก บางคนที่สะสมจริง ๆ เขาบอกเขาหลับตาไม่ลง เขาละสายตาจากมันไม่ได้ มันสวยมาก เซ็กซี่มาก”

ที่มาของพลัง ของมนต์สะกด ของความเซ็กซี่เหล่านั้น คือ

“เราต้องหาให้เจอว่า Vision คืออะไร Definition คืออะไร ถ้าชัดเจนแล้วมันจะง่ายมากเลย เหมือนกับชีวิตเรา ระหว่างทางเราก็มีปัญหานะ เยอะด้วย ก็แก้ไขไปให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือความรู้ รู้น้อยยิ่งปัญหาเยอะ รู้เยอะปัญหาน้อย เราต้องออกไปค้นหา ไปเจอความผิดพลาดต่าง ๆ พอถึงจุดหนึ่งก็จะง่าย และสิ่งสำคัญคือการพยายามเรียนรู้การเปลี่ยนไปของโลก” ช้างทิ้งท้ายถึงหนึ่งแนวคิดที่เขาเชื่อมาตลอด

หลังจากทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินมาครู่ใหญ่ เราขอพาทุกคนไปรู้จักเรื่องราวในอีกมิติ ผ่าน 4 ผลงานที่มีความหมายของศิลปินบ้าง

01 Free Fire 

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับ Free Fire ที่ร่วมงานกับผู้คนหลายวงการทั้งยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ในครั้งนี้จึงมองหางานศิลปะและการออกแบบ เลยตัดสินใจเลือก Chang of Art อย่างไม่ลังเล ด้วยสไตล์งานที่สนุก เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นรูปสัตว์ที่มีเรื่องราวในตัวงาน

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อความต้องการตรงกัน ช้างจึงตั้งใจให้งานชิ้นนี้เป็น Event Merchandise ที่เน้นความสนุก เขาไม่ได้มองแค่ว่าเป็นสิ่งใช้สอย แต่อยากให้เป็นฟังก์ชัน เป็นการสะสม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ทั้งตัวงานและผู้ครอบครอง จึงออกมาเป็นเสื้อยืดสกรีนลาย Limited Edition มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบพิเศษเช่นกัน และมีซีเรียลนัมเบอร์ทุกกล่อง ภายใต้สโลแกน ‘สัญชาตญาณแรกของชีวิต คือ การเอาตัวรอดอย่างมีเกียรติและเข้มแข็ง’ ให้ Wolf หรือ หมาป่า รับหน้าที่เป็นพระเอกในโปรเจกต์นี้ ถ่ายทอดความเป็นนักล่า ปราดเปรียว เป็นสัตว์ที่ล่ายาก ตายยาก แม้จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวแต่ก็มีเกียรติ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของความเป็นเกมแนว Battle Royale

02 Mr. Mee Hey

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เจ้าป่าใส่หมวกกันน๊อกขี่เมฆ คงเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นจากที่ไหน มีทั้งแบบ 2 มิติ (ภาพวาดคุมโทนด้วยสีขาวดำแต่จัดเต็มด้วยแพตเทิร์นอย่างไม่มีที่ว่างเพื่อเพิ่มสีสันให้งาน) และแบบ 3 มิติ (รูปปั้นขนาด 1.50 เมตร เป็นสิงโตใส่หมวกกันน็อกที่หมวกถอดได้) สื่อความหมายถึงคนที่ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เชื่อว่าชีวิตคือการได้ออกเดินทางแสวงหาสิ่งใหม่

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สีขาวดำของผิวเจ้าป่า เป็นอีกหนึ่งไอเดียใหม่คือการปล่อยโล่งโดยไม่ผ่านการเพนต์ ผลงานชิ้นนี้เปลี่ยนชีวิตเขา และมอบทัศนคติใหม่ ๆ จากที่คนเริ่มมองว่างานแปลกดี ซึ่งมันการันตีได้ว่าความความกล้า ความแปลกนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเหมือนกัน 

03 Mr. Mee Har

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

ถ้าไม่ดุ ก็ไม่ใช่เสือ – ช้างว่า

แต่บังเอิญเป็นเสือดุที่มีมุมน่ารัก คาแรกเตอร์ของนักล่าอย่างเสือนี้ สร้างขึ้นมาเหมาะเจาะกับนักษัตรปีขาลพอดิบพอดี

มีฮาเป็นประติมากรรมทองเหลืองชิ้นแรกของ Change of Art ที่ถอดส่วนประกอบได้ทุกอย่าง เขาสนใจเพียงแค่ฟังก์ชันเป็นหลัก มองข้ามเรื่องต้นทุนเป็นรอง งานชิ้นนี้จัดว่าเป็นคู่แฝดของสิงโตเจ้าป่าอย่าง Mr. Mee Hey ซึ่งนำเสนอความคิดแบบเดียวกัน

04 Leopard

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เสือดาวเฝ้ารอโอกาสและเวลา เมื่อถูกที่ ถูกจังหวะ จึงก้าวออกจากป่า แผ่ซ่านความป๊อปบนถนนใจกลางเมืองหลวง

ช้างเลือกใช้สีสันสดสวยตัดกัน โชว์กลิ่นอายความเป็นป๊อปอาร์ตอย่างชัดเจน และทลายกรอบของตัวเองในการใช้สีสัน ต่างจากงานขาวดำชิ้นก่อน ๆ แสดงออกผ่านภาพวาด ภาพพิมพ์ และประติมากรรม ในการสร้างคาแรกเตอร์เสือดาวสวมแว่นตาฉายอดีตที่มีความเท่ มี Third Eye บนหัว แสดงถึง Sixth Sense เช่นเดียวกับที่ศิลปินมีในทุกการสร้างผลงาน 

ผลงานชิ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้าเดินออกจากเส้นทางเดิม ๆ แสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดติดในสไตล์งานและการใช้ชีวิต

“เราต้องการท้าทายและแสดงความสามารถออกมา ทำให้ดี เป็นที่ยอมรับ เพื่อส่งแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ รวมถึงเพิ่มคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับตัวเราเอง” ศิลปินผู้กล้าย้ำ

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load