แม้จะต้องเผชิญกับวิกฤตหมอกควันแทบทุกฤดูร้อน แต่เราเชื่อว่า ‘เชียงใหม่’ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคนอยู่ดี เพราะใครเล่าจะไม่อยากใช้ชีวิตแบบคนเมืองเหนือ ท่ามกลางขุนเขาที่ลมหนาวพัดผ่านต้นไม้ใบหญ้า นำพาบรรยากาศรื่นรมย์มาให้ทุกปลายปี

คนต่างถิ่นจำนวนไม่น้อยติดอกติดใจเสน่ห์ความเนิบช้า จึงขึ้นมาตั้งถิ่นฐานปลูกบ้านที่เมืองเหนือ เช่นเดียวกับ จิ๋ม-ภรณี เจตสมมา อดีตชาวกรุง เจ้าของเรือนไม้หลังงามที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือและทักษะของ ‘สล่า’ อันเป็นคำเมืองที่ใช้เรียกนายช่างผู้สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมด้วยเทคนิคแบบล้านนาที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ

ต้นจามจุรี ภาษาเหนือเปิ้นเรียกฉำฉา ออกดอกบานสะพรั่งและร่วงหล่นเมื่อสิ้นลมหนาว ให้ร่มเงาตระหง่านปกคลุมรอบรั้ว ซึ่งประกอบไปด้วยเรือน 3 หลังต่างฟังก์ชัน และแมกไม้นานาพันธุ์ที่กระจัดกระจายให้สีเขียวเย็นตาไปทั่วอาณาบริเวณ

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

เมื่อปีก่อน ภรณีปรับปรุงบางส่วนของบ้านเพื่อเปิดให้บริการ Bed & Breakfast ในชื่อ Peace-Love-Joy และเปิดครัวให้บริการอาหาร Chef’s Table ฝีมือ เชฟกี้-รณิฐา จริตกุล ในชื่อ GeesTable ที่เน้นผสมผสานวัตถุดิบออร์แกนิกท้องถิ่นและนานาชาติ ออกมาเป็นเมนูสุขภาพแสนอร่อย แถมยังมีเตาดินสำหรับอบพิซซ่าแบบต้นตำรับ เผื่อวันไหนแขกครึ้มอกครึ้มใจอยากชิมอาหารอิตาลี เชฟก็จัดให้ได้สบายมาก

ใต้แสงแดดยามบ่ายของเชียงใหม่ปลายฤดูหนาว ภรณีต้อนรับเราด้วยซอร์เบต์ผลไม้รวมรสชาติชื่นใจ ก่อนจะนั่งลงเล่าเรื่องราวของบ้านที่มีตัวตนของเธออยู่ในนั้นให้ฟัง

01

ความฝันที่เบ่งบาน

ภรณีซื้อที่ดินผืนนี้เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่สมัยยังทำงานเป็นคนโฆษณาอยู่ที่บริษัท Leo Burnett จนเวลาล่วงเลยไปหลายสิบปี ชีวิตในเมืองกรุงถึงจุดอิ่มตัว ความฝันเล็กๆ ที่ถูกปลูกไว้ในใจมาแสนนานจึงค่อยๆ เบ่งบานขึ้นอีกครั้ง

“เราอยากอยู่เชียงใหม่ มีบ้านในฝันในใจตั้งแต่เด็กแล้ว ที่ดินตรงนี้ พอมาดูแล้วรู้สึกเลยว่าใช่ เพราะมีต้นไม้เดิมอยู่เยอะ ตอนหลังเลยซื้อที่ดินที่อยู่ติดกันเพิ่มอีกแปลง เราเริ่มสร้างบ้านจากเงินน้อยๆ เพราะก็เหมือนคนกรุงเทพฯ ทั่วไป เป็นมนุษย์ทำงานที่ต้องใช้จ่ายหลายอย่าง ไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย บ้านหลังนี้จึงเป็นความฝันที่ถูกหล่อเลี้ยงให้เป็นภาพที่ชัดเจนขึ้นช้าๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

“เพราะชื่นชอบงานคราฟต์และฝีมือช่างพื้นเมือง เราจึงไม่ได้ใช้บริการผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่ตั้งใจมองหาช่างไม้พื้นเมืองหรือที่ทางเหนือเรียกว่าสล่ามาปลูกบ้านหลังนี้ให้ โดยเราเป็นคนเขียนแบบบ้านอย่างที่อยากได้ด้วยตัวเอง และได้รุ่นน้องสถาปนิกที่รู้จักกันมาช่วยเคาะแบบ จับตรงนั้นตรงนี้ให้เข้าที่

“เราเป็นคนชอบอ่านนิตยสารเรื่องบ้านและสวน ก็ค่อยๆ เก็บข้อมูลไป ใช้วิธีการง่ายๆ เหมือนตอนทำงาน ด้วยความที่เป็นโปรดิวเซอร์คุ้นเคยกับการทำฉากอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว ก็จะตัดสิ่งที่เราชอบเก็บไว้เป็นเรเฟอเรนซ์ จนถึงเวลาก็เอาเรเฟอเรนซ์พวกนั้นมากองรวมกัน จากนั้นค่อยๆ จัดหมวดหมู่แล้วหาพื้นที่ในบ้านให้มัน เช่น ดีไซน์แบบนี้ สีสันแบบนั้น เราจะให้มันอยู่ตรงส่วนไหนของบ้าน”

รายละเอียดเล็กๆ ถูกนำมาประกอบเข้าไว้ด้วยกันภายใต้คอนเซ็ปต์ดีไซน์ตามใจผู้อยู่ ซึ่งภรณีจำกัดความบ้านของเธอว่า บ้านชนบท โดยต้องโล่ง โปร่ง มีช่องให้แสงและลมเล็ดลอดเข้ามาได้อย่างอิสระ และใช้วัสดุบ้านๆ อย่างไม้

02

ประกอบไม้ให้เป็นบ้าน

ภรณีใช้ขั้นตอนประกอบบ้านแบบสมัยก่อน นั่นคือไปซื้อเรือนไม้เก่ามาทั้งหลัง จากนั้นจึงถอดไม้ออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาประกอบกันขึ้นใหม่ตามแบบบ้านที่ออกแบบไว้ ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถคำนวณได้ว่าต้องซื้อเรือนไม้เก่าขนาดใหญ่แค่ไหน จำนวนเท่าไหร่ จึงจะเพียงต่อการประกอบกันขึ้นมาเป็นบ้านหลังใหม่

เรือนไม้หลังประธานจึงถูกประกอบขึ้นพร้อมๆ กับเรือนบริวารด้านหลังที่ตั้งใจให้เป็นที่พักคนงาน เพราะช่วงแรกๆ ของการก่อร่างสร้างบ้านที่เชียงใหม่ เจ้าของบ้านยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

“พอประกอบเรือนเสร็จ มันจะมีเศษไม้เหลือเยอะทีเดียว เราไม่อยากทิ้งเพราะเสียดาย เลยต้องหาพื้นที่ไว้เก็บชิ้นไม้พวกนั้น จะตั้งไว้บนพื้นเฉยๆ ก็ไม่ได้ ปลวกจะกินเอา ก็เลยต้องตั้งเสาขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วเอาไม้ไปพาดเก็บไว้ข้างบน

“ปรากฏว่านานวันเข้าเพิงเก็บไม้กลายเป็นเพิงเก็บของสัพเพเหระที่รกขึ้นทุกวัน เห็นแล้วขัดหูขัดตา ประกอบกับเราใกล้จะรีไทร์จากงานที่ทำอยู่ที่กรุงเทพฯ พอดี เลยเกิดเป็นไอเดียต่อเติมเพิงหลังนี้ให้เป็นเรือนหลังที่ 3 สำหรับเป็นสเตชั่นทำครัว ทำขนม”

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

นอกจากวัสดุหลักอย่างไม้เก่าแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นของเก่าทั้งหมด ไม่ว่าจะกรอบประตู กรอบหน้าต่าง ไปจนถึงลูกบิดและโคมไฟ ภรณีเล่ายิ้มๆ ว่าบางครั้งมีของที่ต้องซื้ออยู่ในใจ จดขนาดไปเรียบร้อย ปรากฏว่าพอไปถึงร้าน เจอของเก่าสวยมาก ถูกใจจนต้องซื้อ กลับมาถึงบ้านต้องลำบากหาที่ใส่มันเข้าไปอีก

“เพิ่งมารู้ตัวว่าเป็นคนชอบก่อสร้าง (หัวเราะ) ว่างเป็นไม่ได้ต้องทำนู่นนี่ก๊อกแก๊กไปเรื่อย”

03

จากคนเมือง (กรุง) มาเป็นคนเมือง (เหนือ)

“เชียงใหม่คือสวรรค์ของคนชอบทำบ้านเลยนะ เพราะมีของถูก ของสวย อยู่เยอะ เราเองก็ยังติดนิสัยคนเมืองอยู่หน่อยตรงที่บ้าซื้อ ซื้อมากองๆ เอาไว้แล้วก็ต้องเที่ยวหาที่ใส่ เพื่อนชอบถามว่าบ้าหรือเปล่า อยู่บ้านคนเดียวทำไมเก้าอี้เต็มไปหมด เพราะเก้าอี้ในบ้านเราเยอะมาก เป็นคนชอบเก้าอี้ทรงต่างๆ (ยิ้ม)

“บ้านเราเหมือนโรงเก็บของ เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ข้าวของแทบทุกสไตล์ ถ้าชิ้นที่ดูโมเดิร์น ออกไปทางสแกนดิเนเวียน บางส่วนขนมาจากกรุงเทพฯ ส่วนชิ้นเท่ๆ หน้าตา Rustic ไปจนถึงชิ้นที่ทำด้วยช่างฝีมือพื้นเมืองเนี่ย แน่นอนว่ามากจากเมืองเหนือนี่แหละ”

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

ด้วยความที่เจ้าของบ้านชื่นชอบงาน Art and Craft เราจึงได้เห็นชิ้นงานศิลปะยูนีกสวยๆ ที่ภรณีสะสมตั้งแต่สมัยทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ แขวนอยู่ทั่วไปในเรือนทั้งสามหลัง ซึ่งตอนนี้มีฟังก์ชันการใช้งานแตกต่างกัน เรือนประธานเป็นบ้าน เรือนบริวารหลังที่ 2 และ 3 ตอนนี้เปิดให้บริการ Bed & Breakfast และ Chef’s Table โดยเชฟกี้-รณิฐา จริตกุล

เรือนประธานหลังแรกสร้างเสร็จตั้งแต่ ค.ศ. 2001 ด้วยงบประมาณหลักแสนปลายๆ ภรณีเล่ายิ้มๆ ว่าอยู่ไปซ่อมไป เพราะปัญหาจุกจิกเยอะพอตัว อย่างแรกเนื่องจากบ้านอยู่ใต้ต้นฉำฉาซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่กิ่งก้านเปราะเหลือเกิน มันจึงทิ้งกิ่งลงมาทำให้หลังคาทะลุอยู่บ่อยๆ รั่วที 20 – 30 รู จนถึงปัจจุบันก็เปลี่ยนวัสดุหลังคาไปแล้ว 5 รอบด้วยกัน

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่เจอคือพื้นไม้ คนโบราณจะรู้ดีว่าถ้าปลูกบ้านไม้ต้องทิ้งช่องใต้พื้นไว้ให้ลมผ่านข้างใต้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความชื้นใต้ตัวบ้าน และทำให้แผ่นไม้แห้งอยู่เสมอ แต่เรือนประธานหลังนี้ แรกเริ่มสร้างติดดิน ไร้ช่องลม ทำให้ต้องมายกบ้านขึ้นทีหลัง และอีกสารพัดปัญหาให้ตามแก้

“ถือว่าเป็นความบันเทิงระหว่างก่อสร้าง เพราะบางอย่างเราก็เพิ่งมาเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เจอปัญหาก็ค่อยๆ แก้ไป ถือว่าไม่ได้เดือดร้อนใคร เดือดร้อนก็แต่ตัวเอง (ยิ้ม)”

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

04

ผลิบานและเติบโต

“เราเป็นคนชอบต้นไม้มากและใช้เวลาอยู่ในสวนเยอะ Green House ในบ้านเลยเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกที่เขียนไว้ในแบบเลย บางคนอาจจะอยากมีห้องไวน์ บางคนอาจจะอยากมี Walk-in Closet แต่สำหรับเรา ที่สุดของความใฝ่ฝันคือการมี Green House ไว้ปลูกต้นไม้ในบ้าน

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

“สวนทุกส่วนในบ้านจัดเองทั้งหมด อาจเพราะเราเป็นคนที่สามารถอยู่กับอะไรนานๆ ได้ ไม่เบื่อง่ายๆ ชอบอะไรก็จดจ่อทำอยู่นั่น พอเราอยู่กับต้นไม้เยอะๆ ก็จะรู้จักเขามากขึ้น ทำให้สังเกตและเรียนรู้ได้ว่า ต้นนี้อยู่ตรงไหนแล้วงอกงามดีที่สุด

“การปลูกต้นไม้ก็เหมือนหลายๆ อย่างในชีวิตที่การปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะทำให้เขาเติบโต เบ่งบาน ได้ดีกว่าการที่เราไปฝืนบังคับ แค่ประคองอยู่ห่างๆ ก็พอ จนเมื่อเขาเริ่มรกยุ่งเหยิงนั่นแหละ เราอาจจะเข้าไปตัดแต่งบ้างแต่ก็น้อยและบรรจงมาก เพื่อไม่ให้ไปทำลายธรรมชาติการเติบโตของเขา

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

“เมื่อก่อนตอนอยู่กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะรีบร้อนแค่ไหน ต้องออกจากบ้านไปกองถ่ายตี 3 ตี 4 ก็ตาม จะต้องขอมีเวลาชั่วโมงหนึ่งจิบกาแฟและทำตัวย้วยอยู่สักแป๊บ ทุกวันนี้ที่เชียงใหม่ ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เราได้ย้วยนานหน่อย ละเอียดกาแฟ เดินดูต้นไม้ใบหญ้า จากนั้นสายๆ ก็เตรียมตะกร้ากับข้าวไปเยี่ยมแม่ที่สถานบำบัดฟื้นฟู ช่วงบ่ายกลับมาก็ย้วยต่อในสวนเป็นส่วนใหญ่

“อยู่กับต้นไม้ที่เราชอบ บางทีแค่นั่งดูแดดค่อยๆ ตกจากร่มไม้ เช้ามุมนั้น บ่ายมุมนี้ ก็แสนสุขแล้ว”

05

Peace-Love-Joy

“ตลอดชีวิตอ่านหนังสือมามากมาย มีหนังสือหลายเล่มที่นำไปสู่คำถามที่วนเข้ามาในทุกช่วงชีวิตเลยว่า คุณมีเป้าหมายอะไรในชีวิต แพสชันของชีวิตคุณคืออะไร พออ่านเจอคำถามอะไรแนวนี้ก็จะชะงักและแอบเศร้าทุกที เพราะตัวเราไม่มีอะไรแบบนั้นเลยตอบไม่ได้ (หัวเราะ)

“พอเราเติบโตขึ้น คำตอบของเป้าหมายมันเลยกลายมาเป็นคำถามใหม่ว่า อะไรที่มีแล้วชีวิตจะเป็นสุข ซึ่งเราตอบได้อย่างไม่ลังเลว่า Peace Love Joy”

Peace คือความสงบสันติ

Love คือความเมตตากรุณา

Joy คือความเบิกบานสนุกสนาน

และเพราะเป็นจุดตั้งต้นของความสุข คำ 3 คำนี้จึงถูกนำมาตั้งเป็นชื่อห้อง 3 ห้องในเรือนบริวารทั้งสองหลังที่เปิดให้บริการ Bed & Breakfast ซึ่งแต่ละห้องล้วนมีสไตล์และความหมายเฉพาะตัวที่สอดคล้องไปกับชื่อห้อง

ห้อง Joy for 4 สำหรับเพื่อนและครอบครัวใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน

ห้อง Love for 2 สำหรับคู่รัก กับดีเทลในการตกแต่ง ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงแพตเทิร์นกระเบื้องแสนสวย

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

และห้อง Peace for 2 ที่เน้นความเรียบโก้ สงบเงียบเพราะหันระเบียงด้านหน้าเข้าหาสวน

บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา บ้านสวน ในฝัน ที่สร้างจากไม้เก่าทั้งหลังด้วยฝีมือและเทคนิคของสล่าล้านนา

“ที่ชอบอีกอย่างของคำ 3 คำนี้ คือไอคอนมันเรียบง่ายและสื่อความหมายในตัวเอง พอจับไอคอนมาวางเรียงกันตามชื่อ Peace-Love-Joy เลยยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่”

06

ชีวิตที่เดินไปตามจังหวะ

“เคยคิดว่าการที่เรารอจนรีไทร์แล้วค่อยย้ายขึ้นมาอยู่เชียงใหม่ ทั้งที่เป็นความฝันมาตั้งนมนาน มันช้าไปจริงๆ ถึงกับบอกรุ่นน้องหลายคนว่า ถ้าคิดจะทำอะไร ให้รีบทำเข้านะ ช้าไปจะหมดแรง นึกอยากทำอะไรเยอะๆ มันก็ไม่คล่องตัวอย่างแต่ก่อน

“แต่พอมานึกอีกที ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่เลวนะ ก็ถูกต้องตามครรลองของมัน เพราะในแต่ละช่วงชีวิต เราก็จะมีเรื่องราวและจังหวะให้ก้าวเดิน อายุเท่านี้ ความคิดเราแบบนี้ พอโตขึ้นมาหน่อย ความคิดเปลี่ยนไปเป็นหลังมือเฉยเลย

“และบางครั้งจังหวะชีวิตมันไม่พาเราไปตามคิด หลายสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น ต่อให้อยากแค่ไหน ถ้าไม่ใช่จังหวะที่ใช่ มันก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น แต่ละก้าวที่เดินไปข้างหน้า มันคือจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ณ ขณะปัจจุบันแล้ว

“เหมือนต้นไม้ บางต้นปลูกอยู่ตั้งนาน ประคบประหงมเอาใจสุดฤทธิ์ ก็ไม่ยอมเบ่งบานสักที แต่เดี๋ยวพอถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม เขาก็จะผลิดอกออกผลเอง อย่าเพิ่งใจร้อนให้ชีวิตค่อยๆ เดินไปตามจังหวะเวลา”

Writer

Avatar

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

Avatar

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

คุณพอจะมีเวลาสัก 2 – 3 นาทีไหม?

เปล่าชวนทำงานผ่านเน็ตที่บ้าน แต่เรากำลังจะพาไปเยี่ยมบ้านที่กลายมาเป็นที่ทำงานทุกวันของ โปเต้-วิภาวัส ดาราพงศ์ และ กีวี่-กวิตา ศรีสันต์ สองหุ้นส่วน TA.THA.TA แบรนด์กระเป๋าผ้าดีไซน์สวย

โปเต้-วิภาวัส ดาราพงศ์ และ กีวี่-กวิตา ศรีสันต์

หลังประตูรั้วบานใหญ่ตรงหน้าคือสตูดิโอสีขาวสะอาด ไม่บอกก็แทบจินตนาการไม่ออกเลยว่าตึกหน้าแคบแห่งนี้เคยรับหน้าที่เป็นโรงจอดรถเก่ามาก่อน

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

“เรารู้สึกว่ามันเป็นบ้านมากกว่าออฟฟิศ” โปเต้เอ่ยขณะกำลังง่วนอยู่กับการจัดแจงโต๊ะที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ตัดเย็บกระเป๋าบนชั้น 3 ของ TA.THA.TA Studio ก่อนเริ่มต้นเล่าเรื่องโฮมออฟฟิศขนาดอบอุ่นนี้ให้เราฟัง

รู้จักใครที่เล่นอินเทอร์เน็ตวันละ 2 – 3 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันบ้างหรือเปล่า?

เริ่มแรก TA.THA.TA ลงทุนด้วยเงินเพียง 3,000 บาท โปเต้ออกแบบและตัดเย็บกระเป๋าคุณภาพดีด้วยมือลงขายในแฟนเพจ จาก 1 ใบ เป็น 2 ใบ จาก 2 เป็น 3 จาก 3 เป็น 4 ที่ต่อยอดไปเรื่อยๆ ด้วยฝีมือ ฝีเข็ม และด้วยกำไร 

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

เหมือนสูตรสำเร็จที่ได้ยินบ่อย แต่พิสูจน์แล้วว่าของที่เราเองยังอยากใช้ คิดทุกใบให้หน้าตาแบบที่ตัวเองชอบ ใส่ใจทุกรายละเอียดการผลิตและมองหาสิ่งที่ตลาดยังไม่มีนั้น มีลู่ทางให้ไปต่อได้เสมอ

จากอยากทำก็กลายเป็นชอบ จากชอบกลายเป็นรัก และเพราะรักโปเต้ก็ลงมือทำให้กลายเป็นงานอดิเรกที่จริงจังขึ้น ตอนเช้าเธอออกไปทำงานประจำ ตอนเย็นก็กลับมาทำกระเป๋า พอเสาร์-อาทิตย์ก็ไปขายที่ Aree Garden ก่อนชักชวนกีวี่ เพื่อนร่วมงาน มาทำด้วยกัน

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ทั้งคู่ลาออกจากงานประจำมาปั้นฝันให้ใหญ่ขึ้น คือการสมัครเข้าโครงการ Talent Thai กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จากที่คิดว่าจะทำขายออนไลน์ เมื่อมองเห็นทางไปต่อและไม่อยากให้กระเป๋าที่พวกเธอหลงรักเป็นแค่งานอดิเรกอีกแล้ว ทั้งคู่ชักชวนกันออกจากงานประจำ มาทำกระเป๋าอย่างจริงจัง

ระยะเวลา 6 ปี กระเป๋าของพวกเธอเดินทางไกลไปอีกซีกโลก จนได้วางขายที่ยุโรปอย่างในสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่ฟังแล้วใจพองไปด้วย

แม้จะเติบโตไปอีกขั้น แต่วิธีทำงานของทั้งคู่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะไปออกร้านที่ไหน โปเต้และกีวีก็ยังไปขายด้วยตัวเองเสมอ เพราะอยากเจอ อยากรู้จัก และได้พูดคุยกับลูกค้าเหมือนอย่างวันแรก 

งานนี้ทำที่บ้านได้

เมื่องานอดิเรกกลายมาเป็นงานหลัก… เริ่มต้นทั้งคู่ใช้บ้านหลังเก่าอายุหลักเลขสามของครอบครัวเป็นห้องทำงาน

หน้าต่างน้อย ห้องมืด และอัดแน่นไปด้วยกระเป๋าที่มากขึ้นเรื่อยๆ ย่อมส่งผลกับงานออกแบบ พวกเธอเลยตัดสินใจทุบโรงจอดรถข้างบ้านและวาดแบบหน้าตาสตูดิโอที่เธออยากอยู่ในมืออย่างเรียบง่าย โจทย์คือโปร่งโล่ง และแสงที่เอื้อต่อการนั่งทำงานมากที่สุด ก่อนส่งต่อให้สถาปนิกขึ้นแบบโครงสร้างให้ทั้งหมด

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

TA.THA.TA (ตถตา) ในภาษาสันสกฤต แปลว่า ‘เป็นจริงเช่นนั้นเอง’ ถ้าคำนี้เป็นภาษาญี่ปุ่นก็คล้ายกับ ‘วาบิซาบิ’ ที่แปลว่า ‘สัจจะวัสดุ’ แก่นแนวคิดนี้ส่งต่อมาถึงโฮมออฟฟิศของพวกเธอด้วย ฉะนั้น ที่นี่เลยเน้นเผยพื้นผิวของเหล็ก คอนกรีต และไม้อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นจริงเช่นนั้นเอง

ตึกหน้ากว้างเพียง 4 เมตร ยาว 8 เมตร และสูง 3 ชั้นครึ่ง มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 200 ตารางเมตร พื้นที่เล็กๆ แต่ด้านในกลับไม่ดูแคบ เพราะด้านหน้าอาคารหันหน้ารับแสงแดดและต้นไม้ใหญ่ทางทิศตะวันออก เปิดช่องแสงจนสว่างพอที่จะนั่งทำงานได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ผ่านฟาซาด (Façade) แบบ 2 ชั้น หรือ Double Skin ที่ชั้นในกรุกระจกเต็มผืน และชั้นนอกสุดปูตะแกรงเหล็กฉีกทาสีขาวหลายแพตเทิร์น 

ฟาซาดแบบนี้เป็นไอเดียที่ได้ทั้งความเก๋เท่และฟังก์ชันที่ช่วยพรางสายตาจากข้างนอก รวมถึงช่วยกรองปริมานแสง แต่ในขณะเดียวกันเมื่อนั่งทำงานด้านในก็จะไม่รู้สึกอึดอัด ทึบตัน เพราะช่องของเหล็กฉีก เมื่อมองลอดจากด้านในออกไปยังเห็นต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่แผ่กระจายให้ร่มเงาพ่วงจุดพักสายตาในบางเวลา

และตะแกรงเหล็กฉีกสีขาวนี้ยังนำมาใช้กับช่องเปิดอื่นๆ และราวกันตกด้วย ซึ่งหลอกตาให้พื้นที่ดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัดได้อย่างแนบเนียนและน่ารัก

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

พื้นที่ทั้งสามชั้นของ TA.THA.TA Studio ถูกวางฟังก์ชั้นอย่างเรียบง่าย ชั้นแรกเป็นที่สต๊อกสินค้าเพื่อให้ง่ายต่อการขนส่ง ส่วนชั้น 2 เป็นที่ QC ตรวจคุณภาพสินค้าและประกอบส่วนที่เป็นแฮนด์เมดบางอย่างเช่น หูกระเป๋าหรือบางรุ่นที่ต้องดีไซน์ลวดลายด้วยมือ ชั้น 3 เป็นพื้นที่ทำงานของโปเต้กับกีวี่ ส่วนหลังคาจั่วที่มองเห็นจากด้านนอกเป็นพื้นที่ชั้นลอยที่เจ้าตัวบอกว่าอาจจะทำห้องนอนใต้หลังคา หรือพื้นที่นั่งเล่นในอนาคต

เพราะมีพื้นที่ไม่มาก ห้องน้ำเลยถูกออกแบบให้ยื่นออกไปด้านนอกระหว่างชั้น 2 กับชั้น 3 ต่อเนื่องไปยังชั้นหนึ่งซึ่งเตรียมไว้เป็นห้องเก็บของโดยเสริมคานรับ

ทั้งคู่ตกแต่งภายในเอง เน้นเติมความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนและเรียกความสดชื่นด้วยสีเขียวของต้นไม้แซมไปกับเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งบางชิ้นเป็นของเก่าที่มีอยู่แล้ว บางชิ้นเจ้าตัวก็ไปเลือกซื้อเอง โปเต้กระซิบว่า “เลือกแบบถูกและประหยัด” อย่างโต๊ะไม้นี้เธอก็เลือกซื้อมาแค่โครงขา ส่วนท็อปโต๊ะก็ให้ช่างไม้ตัดมาให้ 

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

ส่วนของแต่งบ้านและของกระจุกกระจิกที่ประดับอยู่ทุกมุมห้องมาจากของสะสมที่ทั้งคู่ยอมรับตรงๆ ว่ามีแต่ของ “หน้าตาประหลาด” ทั้งนั้น

“เราเป็นคนชอบของหน้าตาประหลาด อย่างกระจกสีแดงรูปหน้าคนที่ใครมาแล้วก็ชอบเอาไปถ่ายรูปมาก หน้าตามันจะเพี้ยนๆ ที่เห็นแล้วถ้าไม่ซื้อคงเสียดาย มีหุ่นจำลองร่างกายมนุษย์ด้วยนะ ซื้อมาจากแถวกำแพงเพชร เป็นของมือสองเหมือนกัน อายุ 20 กว่าปี ตอนแรกกลัวมากเลย แต่ว่าไม่มีอะไร ถ้าเกิดมีก็คงเอาไปทิ้ง (หัวเราะ) กีวี่เองก็ชอบของแปลกๆ แบบนี้เหมือนกัน ส่วนมากเราไปซื้อจากร้านที่เขากำลังจะเจ๊ง อันละ 20 บาท” เธอบอกพลางหยิบนู่นหยิบนี่มาให้เราดูอย่างนึกสนุก

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

“รูปปั้นเหมาเจ๋อตุงตัวมี 2 ตัว ตอนแรกเราเห็นที่ร้านหนึ่งเขาตั้งขายราคาตัวละตัวเป็นแสนเลย ด้านล่างมีตัวเลขรหัสซึ่งผลิตจากอิตาลี  เขาก็บอกว่า ที่ตั้งราคานี้เพราะไม่อยากขาย ยิ่งตอนนี้ราคาขึ้นด้วย น่าจะหายากแล้ว คือเราอยากได้มาก แต่ก็ไม่ได้ซื้อมา จนไปเดินแถวคลองถม” เธอแอบกระซิบพิกัดด้วยเสียงเบาลง ราวกับไม่อยากให้ใครรู้แหล่งขุมทรัพย์ของเธอ “ไปเดินแถวเวิ้งนาครเขษม” เธอเล่าต่อด้วยเสียงเจือหัวเราะ

“มีบ้านหนึ่งเขาขายของเก่า ร้านก็ดูรกมาก มองผ่านๆ รกจนดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่บังเอิญเราไปเห็นตัวนี้เข้า ตั้งไว้ฝุ่นเขรอะเลย เราก็ถามเขาว่าขายมั้ย ปรากฏว่าขายอยู่ที่ 3,000 บาท จังหวะนั้นซื้อแบบไม่คิดเลย เราบอกเขาว่า ‘พี่ ถ้ามีอีกโทรมาตามหน่อยนะ’ เหมือนเขาก็งงๆ เออๆ เดี๋ยวพี่โทรมาตามก็ได้ แล้วก็ได้ตัวข้างล่างมาอีกตัวจริงๆ มีอีกตัวหนึ่งนะ แต่ยังไม่ได้ไปเอาเลย เป็นแบบสีครึ่งตัว แต่อย่าไปแย่งกันนะ (หัวเราะ)

“คือทั้งหมดนี้ก็ได้มาแบบฟลุกๆ เราไม่รู้หรอกว่าตอนนี้มันราคาเท่าไร จะถึงแสนจริงไหม เราชอบแล้วเรารู้สึกว่าว่ามันน่ารักดีแล้วก็มีเลขรหัส ดูเป็นของพิเศษที่เก็บไว้ได้”

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต
TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

“ถ้าถามกีวี่ กีวี่น่าจะชอบโมบายนกตัวนี้ที่ได้มาจากไต้หวัน ตอนแรกได้ตัวเล็กมาก่อน เห็นแล้ว เฮ้ย! ชอบมาก อยากได้มาติดออฟฟิศ ไปยืนดู แล้วก็นึกไม่ออกว่าออฟฟิศควรจะห้อยตัวเล็กหรือตัวใหญ่ถึงจะสวย เลือกกันอยู่นาน จนตัดสินใจว่าตัวเล็กน่าจะใส่กระเป๋าเดินทางกลับมารอด เพราะตัวใหญ่กล่องมันยาว แต่พอห้อยปุ๊บก็รู้สึกว่ามันเล็กไป แล้วพอไปออกงาน BIG+BIH ประมาณ 2 ปีถัดมามั้ง อยู่ดีๆ แบรนด์นี้มาขายด้วย ซึ่งเหลือตัวเดียวอีกแล้ว เป็นตัวโชว์ เราก็เลยเดินไปถามเขาว่าขายมั้ย เขาบอกว่ามันพัง แต่เราดูไม่ออกว่ามันพังยังไง มีรอยนิดหน่อยเองมั้ง เห็นเราอยากได้ เขาก็เลยลดแบบถูกมาก ถูกกว่าที่เราซื้อตัวนั้นอีก”

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต
TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

ที่มาของของแต่ละชิ้นยิ่งฟังยิ่งสนุก ถ้าจะให้เธอเล่าถึงของทุกชิ้นในบ้าน ต้องใช้เวลาค่อนวันแน่ๆ แต่เท่านี้ก็เชื่อหมดใจแล้วว่า ทั้งโปเต้และกีวีชอบสะสมของเล่นหน้าตาแปลกจริงๆ 

“เหมือนว่ารวมทุกอย่างที่เราชอบไว้เลย” เราเอ่ยพลางเคียงคอแทนคำถาม

“ใช่ๆ ชอบแบบไหนเราก็เซฟรูปเก็บไว้ ตอนนั้นคิดกันไว้แค่ว่าอยากให้ตึกนี้สีขาว เพราะว่าของที่เรามีมันสีสันมาก กระเป๋าก็สี ของแต่งบ้านก็สี เราอยากให้ทุกอย่างรวมๆ ในที่นี้แล้วดูไม่แข่งกันเกิน อยากให้ของที่เราเก็บไว้มันเด่น” เธอบอกก่อนพาเราเดินดูรอบๆ ห้องอีกครั้ง

ทำอย่างอื่นเป็นรายได้เสริมด้วยก็ได้

และเมื่องานอดิเรกกลายมาเป็นงานหลัก… หน้าที่งานอดิเรกอย่างใหม่เลยตกเป็นของเจ้าแคคตัสสายพันธุ์ Lophophora ที่เธอบอกว่ากำลังปลูกอย่างจริงจังสุดๆ ถึงขั้นสร้างโรงเรือนหลังเล็กไว้โดยเฉพาะ

แคคตัสสายพันธุ์ Lophophora

บนชั้น 3 ริมโต๊ะทำงาน มุมรับแสงที่ดีที่สุดถูกจับจองจนเต็มพื้นที่ กระถางเพาะพันธุ์ขนาดย่อมอัดแน่นไปด้วยแคคตัสไซส์จิ๋ว ชูคอรับแสงแดดริมกระจกบานใหญ่

“จริงๆ ตรงนี้ไม่ได้ปลูก แต่เป็นที่เพาะต้นเล็ก เพราะตรงนี้แดดมันน้อย มันโดนแค่ช่วงสองโมงถึงสี่ห้าโมง ช่วงเวลามันสั้น และมีพวกที่เอามาเปลี่ยนดิน ที่โรงเรือนมันร้อนก็เลยพามาตากแอร์

แคคตัสสายพันธุ์ Lophophora
ตามไปส่องต่อได้ที่ @cactusmartin

“เรียกว่าทำเป็นรายได้พิเศษ เริ่มจากชอบเลี้ยง ก็เลยลองหาข้อมูลการปลูก-วิธีเพาะเองหมดเลย แล้วเราขายเฉพาะในออนไลน์ ขายได้ก็ขาย บางครั้งก็ลงขายในกลุ่มคนรักแคคตัสในเฟซบุ๊กด้วย แต่เราก็ไม่ได้ทำกลางวันนะ ทำตอนกลางคืน เพราะว่าเพาะตอนกลางวันไม่ได้ มันร้อน กลางคืนก็ยกขึ้นมานั่งทำตรงนี้แหละ ดูหนังไปด้วย” พูดจบ โปเต้ก็ชวนเราเดินไปเยี่ยมโรงเรือนไซส์มินิที่อยู่ข้างบ้าน

ไม่จำกัดเวลาในการทำงาน ความสุขจะขึ้นอยู่กับเวลาในการทำงานจริง

กิจวัตรประจำวันของโปเต้และกีวี่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ตื่นเช้าเดินมาทำงาน กลางวันเดินไปกินข้าวในบ้าน และกลับมาทำงานต่อจนเสร็จ

“ตัดเวลาเดินทางออกไปก็ได้ชั่วโมงการทำงานที่มากขึ้นแล้ว” เธอว่า เรารีบพยักหน้าแบบเห็นด้วยสุดๆ

TA.THA.TA Studio ตึกโฮมออฟฟิศสีขาวกับของแต่งบ้านสีสันของคนที่คิดจะทำงานอยู่บ้านตลอดชีวิต

“การทำงานที่บ้าน เรารู้สึกว่ามันมีผลต่อคุณภาพชีวิตมากกว่า คือเราวัดไม่ได้ว่ามันส่งผลกับงานว่าทำอยู่บ้านแล้วทำงานนี้ดีมากเลย เพราะว่าชิลล์กว่า ทำอยู่ที่อื่นก็อาจจะได้แบบนี้เหมือนกัน แต่เราอยู่ที่นี่มันใกล้บ้านจนรู้สึกว่ามันคือบ้าน เราไม่รู้ว่ามันเป็นข้อดีหรือข้อเสีย บางคนอาจจะว่าเป็นข้อเสีย เพราะกลายเป็นว่าเราอยู่ที่นี่ได้ถึงสี่ห้าทุ่ม แต่เรากลับไม่รู้สึกอึดอัดว่า เฮ้ย ทำไมยังต้องทำงานอยู่ เรานั่งเปิดคอม ดูหนังไปด้วย แล้วงานก็ทำไปด้วยได้ มันก็เหมือนได้ชั่วโมงการทำงานที่มากขึ้น แล้วปริมาณงานมันก็มากขึ้นตาม

โปเต้-วิภาวัส ดาราพงศ์ และ กีวี่-กวิตา ศรีสันต์

“บางคนถาม ทำไมยังทำกัน 2 คนไหว เราไม่ได้รู้สึกว่างานเยอะจนต้องจ้างคนเพิ่ม เรามีความสุขนะ เพราะมีเวลา เหมือนเราอยู่บ้านแล้วก็ทำอะไรไปด้วย เสาร์-อาทิตย์ถ้าไม่มีอะไรทำเราก็มานั่งทำที่นี่ทุกวัน

“มันก็มีที่ต้องอยู่ทำถึงดึกเลย แต่ว่าก็ไม่ได้ตลอดเวลาขนาดนั้น ทุกคนจะคิดว่าเราทำงานอยู่บ้านแล้วเรามีเวลามาก จะหยุดตอนไหนก็ได้ แต่จริงๆ ไม่ เรายังมีพนักงานที่ต้องดูแล มีของที่ต้องส่ง คือต้องวางแผนดีๆ ว่าช่วงไหนคือช่วงที่เราส่งของไปเมืองนอกเยอะๆ แล้วหลังจากนั้นเราจะหยุดช่วงไหน 

“ทำงานเองที่บ้านต้องมีวินัยมากนะ เพราะถ้าเกิดเป็นคนที่ไม่ยอมตื่นหรือนอนเยอะกว่าจะทำก็แย่เลยอะ ชีวิตก็จะแบบเป๋ๆ”  โปเต้ทิ้งท้าย

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load