PDM – Product Design Matters เสื่อที่เรามักจะแซวกันว่าเป็นเสื่อที่มีทุกบ้าน เริ่มต้นธุรกิจและโด่งดังขึ้นมาจากการขายเสื่อที่เปลี่ยนนิยามการรับรู้ของคนไทยไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งด้วยลวดลาย วัสดุ การใช้งาน และการดูแลรักษา ที่เพียงปรายตามองแวบเดียวก็รู้ได้ทันที่ว่านี่คือเสื่อ PDM

PDM ปฏิวัติวงการเฟอร์นิเจอร์ด้วยการขายของผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทุกคนในวงการเชื่อว่าการขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านโดยลูกค้าไม่ได้เห็นของจริงหรือได้สัมผัสสินค้าก่อนเป็นเรื่องเพ้อผัน แต่วันนี้ PDM ก็พิสูจน์ให้เห็นว่ามันเวิร์ก เพราะไม่ว่าจะเปิดพรีออร์เดอร์อะไร ก็มักจะขายหมดทุกที

ปัจจุบัน PDM คือแบรนด์เกี่ยวกับการดำรงชีวิตที่ไม่อยู่นิ่ง มีโปรเจกต์มันๆ ที่ไป Collaborate กับแบรนด์อื่นเยอะมาก จนชวนให้สงสัยว่า PDM คืออะไรกันแน่ เพราะบางทีก็ขายเสื่อ บางทีก็ขายโต๊ะ บางทีก็ขายเก้าอี้ บางทีก็มีลำโพงที่ร่วมงานกับบริษัทลำโพงระดับโลกอย่าง B&O หลังจากที่ได้ถอดรองเท้า ปูเสื่อ แล้วนั่งลงคุยกับ แมน-แมนรัตน์ สวนศิลป์พงศ์ และ ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ผมขออนุญาตบอกความประหลาดใจส่วนตัวของผมต่อแบรนด์แบรนด์นี้ 2 ข้อด้วยกัน

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

ข้อแรก แนวคิดในการออกแบบและทำเสื่อของ PDM น่าทึ่งและน่าประทับใจมาก

ข้อสอง โมเดลธุรกิจของ PDM นั้นมันช่างดูง่ายและน่าสนใจ

ข้อแรกผมอาจจะรู้สึกช้าไปนิด เพราะคนก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วว่าเสื่อ PDM เป็นยังไง แต่รับรองว่าทุกคนต้องรู้สึกแบบเดียวกับผมในข้อสอง เพราะโมเดลธุรกิจที่ว่านี้จะทำให้คุณสร้างแบรนด์สินค้าขึ้นมาใหม่ได้เหมือนพวกเขา โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน สต๊อก หรืออะไรก็ตามที่ต้องมีเหมือนธุรกิจยุคก่อนๆ

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

สิ่งที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ คือเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ PDM ที่ผ่านการต่อสู้กับตลาดที่เปลี่ยนแปลง ยุคสมัย วัฒนธรรม จนกลายมาเป็นเหมือนแพลตฟอร์มหนึ่งในวงการเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน

นี่จึงเป็นวิธีการทำธุรกิจที่น่าสนใจให้ผู้ประกอบการหลายๆ คน ในยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงกันอย่างรวดเร็วทุกๆ วันแบบนี้ ถ้าพร้อมแล้วก็ขอเชิญนั่งลงบนเสื่อผืนตรงหน้าและฟังเรื่องราวไปพร้อมกัน

1

เสื่อผืนหมอนใบ

หลายคนอาจจะรู้จักเสื่อของ PDM อยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่อาจจะยังไม่รู้จักดีนัก ผมขอเล่าอย่างสั้นๆว่า PDM เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทยเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ผสมผสานเอาวิถีการใช้งานของพรมแบบฝรั่งเข้ากับงานหัตถกรรมจักสานที่เรียกว่า ‘เสื่อ’ ของคนไทย

PDM เริ่มต้นเมื่อดิวได้รู้จักกับ Sini Henttonen นักออกแบบสิ่งทอชาวฟินแลนด์ ตอนที่เขาไปเรียนต่อด้านการออกแบบที่นั่น หลังจากทั้งคู่เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดนครราชสีมา ซีนิก็ได้พบเสื่อและประทับใจการใช้งานเสื่อของคนไทยเมืองร้อนซึ่งคล้ายคลึงกับพรมของฝรั่งในเมืองหนาว

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

ทั้งวัสดุ สีสัน และลวดลาย ของเสื่อไทย ทำให้เธอเกิดไอเดียในการออกแบบเสื่อสำหรับเมืองร้อนที่มีลวดลายสวยงามเข้ากับวิถีชีวิตยุคใหม่ แต่ยังดูแลรักษาง่ายเหมาะกับการใช้งาน เมื่อไอเดียบังเกิด ดิวก็นำไปปรึกษาแมน พี่ชายคนสนิท ซึ่งขณะนั้นทำงานด้านการตลาดของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Kenkoon จนได้เสื่อ PDM ที่ทำจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้งานและดูแลรักษาง่าย 

และที่สำคัญ PDM ได้เสกให้เสื่อนั้นเป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ผงชูรส ที่เมื่อนำไปวางกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ แล้ว ทำให้บ้านสวยขึ้นฉับพลันทันตาได้

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์
PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

แบรนด์ PDM จึงถือกำเนิดขึ้นโดยมีเสื่อเป็นสินค้าเรือธง ภายใต้การบริหารของแมนและดิว ขณะที่ซีนินั้นช่วยดูแลเรื่องการออกแบบ

ช่วงปีแรกๆ PDM ใช้วิธีการขายแบบสินค้าดีไซน์ทั่วไป นั่นคือไปออกร้านตามงานแสดงสินค้า ซึ่งต่อให้พูดเก่งแค่ไหน คนซื้อก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมพวกเขาต้องซื้อเสื่อราคาแพงขนาดนี้ หรือหากจะนำไปวางขายในร้านของแต่งบ้าน PDM ก็ต้องแบกรับต้นทุนสินค้าเพื่อกระจายไปขายตามร้านต่างๆ ซึ่งหากขายไม่ได้ก็ต้องเก็บกลับคืนมา 

ด้วยความที่เป็นสินค้าใหม่ที่ยังไม่มีในท้องตลาด PDM จึงต้องพยายามเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นสถาปนิกหรือนักออกแบบ ที่น่าจะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดีไซน์และวัสดุ กับราคาได้เป็นอย่างดี แต่ยอดขายก็ยังคงทำให้คิดไม่ได้ว่า บริษัทกำลังเดินมาในทางที่ถูกต้อง ด้วยประสบการณ์ แมนจึงตัดสินใจหันหัวเรือ PDM เข้าสู่โลกออนไลน์

2

ใจดีสู้เสื่อ

แมนที่มีประสบการณ์ทำงานด้านการตลาดตั้งแต่คราวที่เขาไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเริ่มทำธุรกิจ E-commerce ชื่อ Thai Grocer ขายเครื่องปรุงอาหารไทยในเว็บไซต์เจ้าแรกในอเมริกา ตั้งแต่สมัยการค้าในธุรกิจดอทคอมพึ่งจะตั้งไข่ 

จนกระทั่งกลับมาไทย แมนก็เข้าสู่วงการเฟอร์นิเจอร์อย่างเต็มตัวด้วยการรับช่วงต่อที่บ้านดูแลธุรกิจเฟอร์นิเจอร์นำเข้าและส่งออกอย่างแบรนด์ Kenkoon 

เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นและเสนอไอเดียในการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่พัฒนาไปไกลแล้วในยุคปัจจุบัน แม้ว่าในความคิดของคนทั่วไปหากจะซื้อเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น คงต้องการจับ ต้องการลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อทั้งนั้น 

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ส่วนมากจึงมุ่งสื่อสารคุณค่าผ่านโชว์รูมมากกว่านำเสนอและปิดการขายบนโลกออนไลน์ และไม่เพียงแค่ขายผ่านตลาดออนไลน์ PDM ยังใช้วิธีการพรีออเดอร์สินค้าก่อนที่จะนำเอายอดสั่งซื้อไปสั่งผลิตจริงอีกด้วย ซึ่งนั่นทำให้ทางแบรนด์ไม่ต้องสต๊อกสินค้าในการทำธุรกิจเลย

สิ่งที่ทำให้ PDM ทำการขายรูปแบบนี้ได้นั้น คือเรื่องของ ‘การสื่อสาร’

PDM เลือกจะสื่อสารเรื่องราวของสินค้ากับผู้ซื้อโดยเล่าสรรพคุณความดีงามของเสื่อ PDM ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องดีไซน์ วัสดุ การใช้งาน ที่ใครเห็นก็อดใจไม่ไหว เป็นต้องเสียตังค์

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

“เวลาที่เราจะเลือกเฟอร์นิเจอร์มาขาย เราจะคุยกันเพื่อหาว่าของชิ้นนี้ดีกว่าดีไซน์เดิมที่มีอยู่สิบเท่าหรือไม่ สมมติจะเล่าเรื่องเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง เราจะพูดเรื่องความเก่งของดีไซเนอร์ พูดเรื่องความเก่งของโรงงาน เป็นข้อๆ และเมื่อได้ความดีงามครบสิบข้อ เราก็สื่อสารบอกเล่าออกไป ไปจนถึงเรื่องของคุณภาพและความประณีตในการออกแบบและผลิตสินค้าของ PDM” ดิวเล่าวิธีสื่อสารในขั้นตอนแรกสุด

วิธีขายของ PDM ในช่วงวันแรก พวกเขาจะไม่บอกราคาที่แน่นอนของสินค้า ไม่ใช่เพราะอยากให้ลูกค้ามาถาม หรือเล่นตัวแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะพวกเขาก็ยังไม่รู้ราคาเช่นเดียวกัน เพราะยอดสั่งซื้อที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้ราคาในการผลิตต่อชิ้นนั้นลดต่ำลง ซึ่งเป็นผลดีทั้งแก่ลูกค้าและผู้ผลิต

“ที่เราไม่บอกราคา เพราะว่าบางทีลงโพสต์แรกไป เราก็ยังไม่รู้ราคาด้วยซ้ำ (หัวเราะ) ผมรู้แค่ว่าถ้าออเดอร์เยอะ ก็ไปต่อรองราคากับโรงงานได้ และถ้าผมบอกว่าผมขายแค่ร้อยตัว ผมก็ขายแค่ร้อยตัวจริงๆ ไม่โกหก ถ้ารอบต่อไปผมจะขายอีก คุณก็จะได้ราคาไม่เท่ากับรอบแรกแน่ๆ เหมือนในระยะเวลาเดียวกันนี้เราก็แสดงจุดยืนถึงลูกค้าไปด้วยว่าแบรนด์เราเป็นแบบนี้” ดิวเป็นตัวแทนเล่า

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

โมเดลธุรกิจแบบนี้ทำให้นึกถึงการทำ Kickstarter ที่ไม่ว่าใครมีไอเดียอะไร ขอแค่ทำสินค้าต้นแบบมาสักชิ้นให้คนอื่นดู แล้วเอาไอเดียมาขายเพื่อระดมทุน ไอเดียนั้นก็เกิดขึ้นจริงได้ แต่โมเดล Kickstarter จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีแพลตฟอร์มในการติดต่อสื่อสาร

นอกจะทำได้ดีในฝั่งขาย ฝั่งดูแลความพอใจของลูกค้าก็ทำได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งดิวและแมนเล่าว่ามีลูกค้าเพียงไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับสินค้าไปแล้วมีปัญหา ซึ่งแบรนด์ยึดมั่นในเรื่อง Empathy มาก หากสินค้าที่มีตำหนิแม้เพียงเล็กน้อย และทำให้ลูกค้าไม่สบายใจ ก็เคลมสินค้าได้อย่างง่ายดาย  

“เราต้องเข้าใจก่อนว่า การขายออนไลน์ ลูกค้าจะมีความต้องการสินค้ามาก แล้วจะคาดหวัง อันนี้พูดแบบตรงไปตรงมาเลยนะ ว่าปัญหาเกิดขึ้นน้อยมาก ซึ่งเราให้ความสำคัญกับการรับประกันความพึงพอใจสุดๆ คือไม่ชอบก็เปลี่ยนให้ เราบอกทีมว่าห้ามไปเถียงลูกค้าว่าไม่เห็นเป็นไร หลังจากอธิบายก็คืนหรือเปลี่ยนใหม่ให้ทันที” แมนเล่า

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์
PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

หลังจากที่ PDM ใช้โมเดลการขายแบบพรีออเดอร์ ซึ่งเน้นการสื่อสารและความพิเศษจากจำนวนผลิตที่จำกัดมาระยะหนึ่ง ทั้งแมนและดิวก็เริ่มเห็นว่า PDM เดินมาถูกทาง ทั้งจากยอดขายและความเชื่อใจจากกลุ่มลูกค้า ฐานแฟนคลับที่ไม่ว่าสินค้าใหม่จะประกาศขายเมื่อไหร่ พวกเขาก็พร้อมเฝ้ารอ

“มีลูกค้าคนหนึ่งสะสมเสื่อ PDM ไว้มากถึง 24 ผืนที่บ้าน” ดิวเปิดประเด็น

“เป็นเพราะลูกค้าเชื่อในแบรนด์ PDM ผมว่าแบรนด์อื่นมาทำแบบนี้ ใช้วิธีเดียวกัน สื่อสารด้วยข้อความเหมือนกันก็คงไม่ได้ เพราะคนซื้อเขาต้องมั่นใจก่อนว่าแบรนด์นี้จะไม่หลอกเขา ไม่ว่าจะเพราะแบรนด์เคยขายมาตั้งนานแล้ว เพราะว่าแบรนด์ได้รางวัล หรือเพราะว่าแบรนด์อาจจะมีพื้นฐานอะไรที่ได้เคยทำมา เขาอาจจะรู้จักเราในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งนั่นก็คือความเชื่อใจ” แมนสรุป

เมื่อเติบโตได้ระดับหนึ่ง ก็ถึงเวลาที่ PDM จะขยับขยายไปสู่การเป็น Enhance Living อย่างที่ตั้งใจ ที่อยากให้คนทุกระดับ ทุกไลฟ์สไตล์ เข้าถึงสินค้าดีไซน์

3

จับเสื่อมือเปล่า

พอสร้างแบรนด์ของตัวเองได้มั่นคงมากพอ PDM ก็เริ่มชวนเพื่อนฝูง พี่ๆ น้องๆ ในวงการเฟอร์นิเจอร์มาลองขายผ่านช่องทางออนไลน์ดู แทบทุกคนปฏิเสธเพราะนึกไม่ออกว่าเฟอร์นิเจอร์จะขายโดยไม่ได้เห็นก่อนได้ยังไง ทั้งแมนและดิวก็เลยสร้างความมั่นใจให้เพื่อนๆ พี่ๆ ด้วยการชวนทุกคนมาจับมือกัน 

ยากที่จะนิยามการ Collaborate แต่ละครั้งของ PDM เพราะพวกเขาคิดสนุกและทำหลากหลายสิ่งมาก มีทั้งเลือกสินค้าบางรุ่นของแบรนด์อื่นมาขาย ชวนกันมาร่วมกันออกแบบ หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือแบรนด์อื่นในด้านต่างๆ 

“ทุกไอเทมที่ผ่านเราอาจจะไม่ได้มาจากเราตั้งแต่เริ่มแรก มีตั้งแต่เราไปเลือกของที่เราชอบมาปรับแล้วสื่อสารใหม่ หรืออาจจะไปเชิญนักออกแบบจากต่างประเทศมาทำงานกับโรงงานที่เรารู้จักเพื่อสร้างของชิ้นใหม่ บางอันเราเห็นว่าสินค้านี้สวยมากเลย กำลังวางขายในตลาดเดือนหน้าแล้ว แต่ว่าเดือนนี้เราก็ไปขอมาขายก่อน บางครั้งเราก็ขอเอาดีไซน์เราไปใส่ หรือเราไปเอาดีไซน์ที่เขายังไม่ได้ปล่อยตลาดมาขาย” 

ผมฟังแล้วก็เชื่อว่าไร้กระบวนท่าจริงๆ 

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

ภาพการ Collaborate ที่ PDM ตามหา คือการผสมผสานวิถีของแบรนด์แต่ละแบรนด์เข้าด้วยกัน จนท้ายที่สุด ทำให้ PDM เป็นแบรนด์ที่มีชีวิตขึ้นมา แต่เป็นชีวิตที่มีวิถีทางชัดเจน และเพราะแนวคิดนี้ PDM จึงไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งใจทำเพื่อสร้างให้แบรนด์ดูไม่แห้งเหี่ยวมากกว่า

PDM เฟ้นหาแบรนด์เพื่อนร่วมงานอย่างระมัดระวัง เพราะใส่ใจลูกค้า PDM จึงมีเกณฑ์คัดเลือกในใจ ไม่ใช่ใครก็ได้ เป็นต้นว่าร่วมงานกับแบรนด์ที่มีประสบการณ์มาก หรือแบรนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น

“เราจะร่วมงานกับผู้ผลิตที่ประสบการณ์มาไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าถึงสามสิบปี เราค่อนข้างมั่นใจ และผมคิดว่าลูกค้าเองก็เชื่อใจกับสิ่งที่เราเลือกมาแล้วระดับหนึ่ง”

“ซึ่งจะว่าไป เราคิดว่าสาเหตุที่ทำให้แบรนด์อื่นๆ ยอมร่วมงานด้วยก็เพราะรูปแบบและวิธีคิดของ PDM เอง เพราะ PDM เป็นแบรนด์ที่ไม่ได้มีโรงงานผลิตใดๆ ของตัวเองเลย พอจะร่วมงานกับใครจึงง่ายไปเสียหมด 

“เรียกได้ว่าต้นทุนเราแทบจะเป็นศูนย์เกือบทุกอย่าง ไม่มีสต๊อก ไม่มีโรงงาน แล้วก็ทำให้มันน้อยสุดๆ เพราะฉะนั้น เวลาที่เราจะไปร่วมงานกับใครก็ง่าย ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์โยธกา (YOTHAKA) เขาไม่เคยทำการตลาดออนไลน์เลย ไม่เคยทำการตลาดออฟไลน์ด้วยซ้ำ แต่อยู่มามากกว่า 30 ปี เพราะมีสถาปนิกและนักตกแต่งภายในเข้าหาตลอด แล้วพอเราชวนมาร่วมงาน กลายเป็นว่าเราเปิดโลกให้ตลาดและคนใหม่ๆ รู้จักโยธกามากขึ้น” 

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

PDM ยกตัวอย่างอีกว่า คนที่พวกเขาเลือกร่วมงานด้วยอาจจะเป็นโรงงาน และการที่ทำต้นแบบเสร็จแค่ชิ้นเดียวแล้วมีคำสั่งซื้อเลยก็อาจจะเป็นผลดีต่อเขา ไม่ต้องมาบริหารคลังสินค้าเหมือนกัน

มีบ้างที่ทำงานร่วมกับคนอื่นแล้วล้มเหลว แต่สำหรับ PDM สิ่งที่เสียไปคือค่าโฆษณาและค่าต้นแบบเบื้องต้น ซึ่งนับว่าเล็กน้อยและคุ้มค่ามาก เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดภาพจำของแบรนด์ที่สนุกและทำสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ซึ่งตอบโจทย์การ Collaborate ของ PDM โดยตรง

4

น้ำพึ่งเรือ เสื่อพึงกัน

เพื่อให้เห็นภาพการคอลแลบชัดขึ้น เราขอเล่าเรื่อง Air Cushion ของ PDM ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีมากที่สุดรุ่นหนึ่ง

Air Cushion ของ PDM หรือที่เราตั้งชื่อเล่นให้ว่า หมอนปุยเมฆ ตามรูปทรงหยดน้ำขนาดยักษ์ที่นุ่มและสบายที่สุด แม้รูปร่างภายนอกจะดูไม่ต่างอะไรจากถุงถั่ว Bean Bag แต่ยืนยันได้ว่าทันทีที่ทิ้งตัวลงไป จะรับรู้ถึงความสบายได้ฉับพลัน (เพราะแอบไปลองนั่งมาแล้ว และถ้าไม่มีใครมาฉุดแขนขึ้นเสียก่อน เราก็คงนั่งอยู่นิ่งๆ แบบนั้นได้ถึงเย็น)

และนี่ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ของ PDM ที่ไม่ได้เริ่มต้นจาก PDM

ดิวเจอหมอนปุยเมฆที่งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านงานหนึ่ง แล้วสะดุดตาด้วย 2 สาเหตุ ข้อแรกคือ หยดน้ำรูปทรงถุงถั่วหุ้มด้วยผ้าอย่างดีนั้นวางอยู่บนเสื่อ PDM ของเขา ข้อสองคือ รูปร่างหน้าตาของมันโดดเด้งออกมาจากเฟอร์นิเจอร์ร้านข้างๆ อย่างชัดเจน 

ประกอบกับทักษะการขายชั้นเลิศของดีไซเนอร์ ดิวจึงลองนั่งดู แล้วเขาก็พบว่าความรู้สึกที่ได้รับนั้นแตกต่างไปจริงๆ แต่ Air Cushion ตัวนี้ราคาสูงและมีน้ำหนักมากเกินไป PDM จึงเสนอความเห็นและขอร่วมกันพัฒนาดีไซน์ของสินค้า

วันเวลาผ่านไป Air Cushion ก็กลายร่างเป็นปุยเมฆที่น้ำหนักน้อยลง นั่งลงไปแล้วสบายขึ้นมาก แถมขนส่งเคลื่อนย้ายง่าย เพราะไม่ว่าจะยัดก้อนน้ำนี้ลงบรรจุภัณฑ์อย่างยู่ยี่ยังไง เพียงนำออกมาข้างนอกแล้วทิ้งให้ได้ดูดอากาศเข้าไป 1 วันถ้วน ก็จะกลับมานุ่มฟูเหมือนเดิม ที่สำคัญ Air Cushion โมเดลนี้ถูกกว่าตอนอยู่งานแฟร์กว่าครึ่ง!

จากนั้น PDM ก็รับบทพ่อค้าเต็มตัว เรียบเรียงข้อดีที่ไม่โม้ของหมอนปุยเมฆ แล้วนำเสนอลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และเหมือนเดิม ขายแบบพรีออเดอร์ในจำนวนจำกัด

ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมหมอนวิเศษถึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะภาพจำเดิมก็เป็นของดีมีคุณภาพอยู่แล้ว วิธีการขายแบบ PDM ก็ยิ่งทำให้ขายง่ายและขายดีขึ้นไปอีก จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ลูกค้าที่ซื้อ Air Cushion ไป ไม่มีใครรู้ราคาที่แน่นอน หรือขอลองนั่งก่อนซื้อเลยแม้แต่คนเดียว

หาก Air Cushion ยังไม่ใช่ตัวอย่างที่ชัดเจนพอ เราเชื่อว่าโปรเจกต์ข้างล่างเหล่านี้น่าจะเคยผ่านหูผ่านตาใครหลายคนมาบ้าง เช่น

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์
PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

การร่วมงานกับ B&O (Bang & Olufsen) ที่ PDM เอาลวดลายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปพิมพ์ลงบนฝาครอบของลำโพงรุ่น Beoplay A9 ที่มีฟังก์ชันและคุณภาพเยี่ยมอยู่แล้ว การร่วมงานกันครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนลำโพงให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ ที่ไปอยู่ตรงไหนในบ้านก็ทำให้บ้านสวยขึ้น เติมเสน่ห์ให้แก่พลังเสียงด้วยดีไซน์ของ PDM 

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

Colly โปรเจกต์ที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์กลายเป็นคอลลาเจน ใช้แล้วบ้านเด้ง ไม่ว่าจะเป็น Colly Sofa, Colly Trolley, Colly Shelf Table หรือ Colly Chair ก็ทำให้บ้านกลับไปมีชีวิตได้เหมือนตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ ซึ่งเป็นการร่วมงานกับ Modernform แบรนด์ใหญ่ของคนไทย เมื่อคราวที่ Modernform ครบรอบ 40 ปี

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

ชุดโต๊ะและเบาะแบบญี่ปุ่นชื่อ Bouton ที่น่าจะคุ้นหูคุ้นตามากพอๆ กับเสื่อ แบรนด์ได้ผสมผสานลวดลายเอกลักษณ์ของ PDM ลงไปในเบาะที่ได้มาจากมาร์ค ดีไซเนอร์แห่ง Kenkoon ความพิเศษคือเบาะทุกใบซ่อนเก็บไว้ใต้โต๊ะได้พอดี โต๊ะทำจากวัสดุที่แข็งแรง และทั้งเซ็ตใช้งานได้อเนกประสงค์

5

การบริหารความเสื่อ

เราสงสัยและอดเป็นห่วงไม่ได้ เลยถามถึงการที่ไปร่วมงานกับแบรนด์อื่นเยอะมาก จนไม่กลัวว่าลูกค้าจะสับสนว่าตกลงแล้ว PDM คือแบรนด์อะไรกันแน่

“ถ้าเราเป็นผู้บริโภค สิ่งที่เราได้เห็น ได้ดูทุกอย่าง ถ้าย้อนกลับมามันจะให้ผลตามแก่นของเราทุกอย่างเลยนะ” ดิวและแมนยืนยันว่าทั้งหมดนี้คือการสร้างบรรยากาศและชีวิตชีวาให้แบรนด์อย่างที่ควรจะเป็น

เพราะฉะนั้น ตอนนี้ PDM คืออะไร

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

“เรามองว่า PDM เป็นเหมือนแพลตฟอร์ม” พวกเขาแทบจะตอบพร้อมกัน

เมื่อ PDM เติบโตมาอยู่ในจุดที่แข็งแรงมากพอจะร่วมงานกับใครก็ได้ สถานะของ PDM จึงไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เพื่อการใช้ชีวิตเท่านั้น แต่เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชื่อมต่อระหว่างลูกค้าเข้ากับสินค้า 

และที่สำคัญ เพราะเป็น PDM แพลตฟอร์ม จึงลีนและลื่นไหลได้ง่ายมาก หาก Collaboration เป็นรูปแบบธุรกิจแห่งยุคสมัย โมเดลธุรกิจของ PDM ก็เป็นโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นมากพอที่จะอยู่รอดสำหรับโลกยุคนี้

โมเดลข้างบนนี้อาจดูจะไม่ใช่ความลับแห่งจักรวาล หากแต่เป็นสูตรที่ดูจะทำตามได้ง่ายด้วยซ้ำ และใครๆ ก็นำไปปรับใช้ได้ตามสะดวก แต่เราเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นคงจะเป็นไปตามส่วนผสมของประสบการณ์ และแนวคิดในการดำเนินธุรกิจของแต่ละคน แม้จะไม่มีทางเหมือนกับ PDM อย่างแน่นอน แต่ก็น่าลุ้นว่าผลจะออกมาเป็นยังไง

แมนกับดิวเล่าความท้าทายของธุรกิจ ที่ควรเป็นกังวลมากกว่าการลอกเลียน ซึ่งได้แก่ความเสี่ยงที่มาจากการพึ่งพาช่องทางออนไลน์ช่องทางใดช่องทางหนึ่งมากไป ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือว่าไลน์ เพราะเท่ากับว่าเราเอาชีวิตไปแขวนอยู่บนแพลตฟอร์มคนอื่น

6

เลี้ยงดูปูเสื่อ 

ผ่านมา 7 ปี อะไรคือคุณค่าที่ PDM ยึดถือ แล้วเป็นแก่นในการทำงาน-เราถาม

“เวลาถามเร็วๆ เราก็จะตอบว่า อยากทำให้บ้านของคนสวยขึ้น ชีวิตของคนอยู่ดีขึ้น มีความสุขกับการใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น อันนี้แหละคือหลักของเรา แล้วอะไรก็ตามที่ทำออกมาแล้วไม่ใช่อย่างนี้ ก็อย่าไปทำ” แมนตอบ ก่อนส่งต่อให้ดิวเสริม

“ผมแค่คิดว่าน่าจะดี ถ้าป้าที่อยู่อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดอุดรธานีชอบเล่นเฟซบุ๊ก แล้วก็กดสั่งซื้อเสื่อ PDM ได้ แล้วพอมีคนไปบ้าน ก็เกิดบทสนทนาเล็กๆ ทำนองว่า บ้านสวยจังเลย เสื่อซื้อที่ไหน ผมว่าแค่นี้ก็มากมายแล้ว มันเป็นความปีติในใจ อย่างยุคโควิดผมว่าเห็นได้ชัด คนเริ่มใช้เวลาที่บ้านมากขึ้นแล้ว แล้วก็น่าจะดี ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเห็นว่าบ้านเขาสวยเหมือนในนิตยสารได้”

เรื่องราวธุรกิจของ PDM ที่เริ่มจากเสื่อ สู่โมเดลธุรกิจที่เป็นแพลตฟอร์มนี้ น่าจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นภาพได้อย่างแจ่มชัดมากพอ จนคิดสนุกและนึกอยากจะริเริ่มทดลองทำธุรกิจของตัวเอง ด้วยสูตรเดียวกันนี้ขึ้นมาบ้าง           

 ม้วนเสื่อ.

PDM จากแบรนด์เสื่อเมืองร้อน สู่แพลตฟอร์มเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ที่ทำให้บ้านสวยง่ายๆ, แมน-แมนรัฐ สวนศิลป์พงศ์, ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์

Lesson Learned

แมนและดิวร่วมกันสรุป 3 บทเรียนที่พวกเขาได้เรียนรู้จากการทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และสินค้าดีไซน์ภายใต้แบรนด์ PDM ที่ผ่านมา

1. การไม่หยุดเรียนรู้คือเรื่องจริง เวลาอ่านหรือฟังอะไรจากใคร ให้คิดสงสัยไว้ก่อนเสมอว่านั่นอาจจะเป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยรู้

2. ควรมีความถ่อมใจมากในระดับเดียวกับความกระหายความสำเร็จ เรียนรู้ให้รวดเร็วว่า สิ่งที่เสียไป เดี๋ยวก็ได้มา ส่วนสิ่งที่ได้มาแล้ว ก็อาจจะต้องเสียไป ไม่มีอะไรแน่นอน ต้องเตือนใจของตัวเองไว้อย่างนี้ พร้อมกับเดินไปข้างหน้า

3. จงมี Empathy หรือการเอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ เอาตัวเราไปสวมใส่ ให้ดูว่าถ้าเราไม่ชอบ ก็อย่าทำ แล้วใช้หลักนี้เป็น Check-list ในการทำงานตลอด

Writers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

28 มิถุนายน 2565
2.36 K

15 ปีที่แล้ว ก่อนเป็น ‘Peaberry Thai’ ที่จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟ ในยุคสมัยที่กาแฟ Specialty ยังมีคนรู้จักไม่มากนัก Peaberry เป็นบริษัทแรก ๆ ในไทยที่มองเห็นความพิเศษของกาแฟ จึงเริ่มเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กที่คอกาแฟหลายคนรู้จักในชื่อ ‘Pacamara Coffee Roasters’ ก่อนจะเห็นโอกาสของตลาดกาแฟที่พร้อมโตได้อีกมาก

จากร้านกาแฟ 1 ร้าน เติบโตเป็นธุรกิจครบวงจรที่นำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟสารพัดอย่างจากทั่วโลก ทั้งเยอรมนี อิตาลี ไอร์แลนด์ อเมริกา และญี่ปุ่น นำเสนอหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง Giesen, Slayer, Mahlkönig, Compak, Marco, Astoria, Kalita, Urnex และอีกมากมาย

ด้วยความตั้งใจคัดสรรคุณภาพทุกขั้นตอนให้พิเศษที่สุดสมกับความเชื่อ ‘Selected Toward Specialty’ พระเอกในวันนี้จึงไม่ใช่แค่กาแฟในแก้ว แต่เป็นเรื่องราวความไม่ธรรมดาของกระบวนการและอุปกรณ์ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟทุกแก้ว

The Cloud ชวนฟังเรื่องราวสุดพิเศษเหล่านี้กับ คุณเด็บ-วิภา บุญปาลิต Managing Director และ คุณป่าน-ธงธรรม เวชยชัย Deputy Managing Director, Commercial บริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จํากัด ที่นำประสบการณ์การทำธุรกิจมานาน ผสานกับความหลงใหลในกาแฟ สกัดออกมาเป็นความใส่ใจที่อยากเล่าให้ Coffee Lovers ฟัง

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Specialty in Coffee Consult

ก่อนฟังเรื่องราวการทำธุรกิจสุดสเปเชียล ขอเสิร์ฟกาแฟของ Peaberry Thai ให้ชิมก่อนอ่านสักแก้ว

คุณเด็บบอกว่า “กาแฟที่เราทำเป็นกาแฟหวาน เวลาชิมกาแฟ จะชิมว่ารสหวานไหม ไม่ใช่ขมไหม มีความหวานอยู่ในปาก” เป็นความหวานจากรสผลไม้ที่ไม่เหมือนหวานจากน้ำตาล มี After Taste แตะที่ลิ้น ซึ่งต้องใช้ความละเมียดละไมในการลิ้มรสชาติ

เมื่อเป็นกาแฟแก้วละเมียด อุปกรณ์ที่ใช้จึงต้องใส่ใจในรายละเอียด ทั้งการคั่ว บด ชง โดยหลักการคัดเลือกสินค้านั้นแสนง่าย คือ ทุกชิ้นและทุกกระบวนการต้องส่งเสริมให้ผลลัพธ์สุดท้าย ออกมาเป็นกาแฟ Specialty แก้วพิเศษสำหรับคนทานตามคอนเซ็ปต์ Selected Toward Specialty นั่นเอง

แบรนด์เครื่องคั่วกาแฟชื่อดังที่ Peaberry Thai เลือกใช้ และเป็นตัวแทนจำหน่ายหลักเจ้าเดียวในไทย คือ Giesen เครื่องคั่วหน้าตาหล่อเหลาจากยุโรปที่ใช้ในการแข่งขันคั่วกาแฟระดับโลก World Coffee Roasting Championship

คุณป่านเล่าความเป็นมาว่า “เดิม Giesen ทำธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก จึงใช้วัสดุจากเหล็กหล่ออย่างดี ที่ส่งเสริมให้เกิดปัจจัยการทำความร้อนได้ดี ทำให้การคั่วมีคุณภาพ

“จุดเด่นของเครื่อง คือ ปรับแต่งสูตรได้ ปรับความร้อนได้ และสามารถเล่นกับคาแรกเตอร์ของกาแฟได้หลากหลายโปรไฟล์ ทำซ้ำได้ ถ้าชอบโปรไฟล์สูตรนี้ ครั้งต่อไปบันทึกไว้แล้วกลับมาที่โปรไฟล์เดิมได้ แบรนด์พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้ควบคุมได้ตามที่ต้องการ”

การใช้เครื่องคั่วกาแฟที่ดี ช่วยดึงคาแรกเตอร์ของกาแฟให้เฉิดฉายออกมาได้เต็มที่ เหมือนมีเพื่อนดีที่สนับสนุนให้คาแรกเตอร์เราเด่นชัดขึ้นมา

สำหรับเครื่องบด Peaberry Thai มีทั้งเครื่องขนาดใหญ่อย่าง Mahlkönig ที่บดกาแฟได้ทั่วถึงและแม่นยำสม่ำเสมอ เน้นความละเอียดของกาแฟที่สเกลไมครอน ในขณะที่แบรนด์ Compak มีลักษณะของเฟืองแตกต่างออกไป ทำให้รสชาติกาแฟออกมาอีกแบบหนึ่ง เพียงทรงเฟืองของเครื่องบดที่ต่างกัน ก็ทำให้รสชาติกาแฟออกมาไม่เหมือนกันแล้ว การขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟจึงไม่ใช่แค่รู้สเปกเครื่อง แต่ต้องรู้ศาสตร์การทำกาแฟอย่างลึกซึ้งด้วย

คุณป่านบอกว่า “ทุกเครื่องมีความพิเศษในตัวเอง เรานำเข้าของมาหลายแบบ ทั้งรุ่นแพงและถูกต่างมีเอกลักษณ์”

เครื่องชงตัวท็อปของร้านคือ Slayer ที่มีเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ในการสกัดกาแฟด้วยการพรมน้ำ ค่อย ๆ ดึงความหวานและรสชาติที่ถูกบดออกมาอย่างครบถ้วนละมุนละไม ส่วนแบรนด์ Astoria มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปคือ ความทนทาน ความนิ่ง และความแม่นยำ เหมาะสำหรับร้านกาแฟอย่าง Café Amazon ที่แต่ละสาขาขาย 300 – 500 แก้วต่อวัน

นอกจากนี้ Peaberry Thai ยังมี Coffee Supply หลากหลาย ทั้งแก้วทรงกรวย ดริปเปอร์ แอโรเพรส และอุปกรณ์สกัดกาแฟหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำเชื่อมและส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมการทำกาแฟหลากหลายวิธีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ คุณป่านจึงบอกว่า เราเป็นที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่ขายเครื่อง”

หากอยากทำร้านกาแฟ นอกจากอุปกรณ์ที่ใช้แล้ว ยังให้คำปรึกษาได้ทั้งด้านคุณภาพเครื่องดื่มและการทำร้านกาแฟให้ได้กำไร เพียงรู้ราคาที่อยากขายต่อแก้ว ก็คำนวณได้ว่าผู้ประกอบการเหมาะกับอุปกรณ์รุ่นไหน

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

เลือกแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

กาแฟเป็นศิลปะที่พิเศษ ผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ แถมยังต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก การใช้เครื่องชง Slayer ที่มีแรงดันต่างกันแค่บาร์เดียว หรืออุณหภูมิน้ำต่างกันแค่ 1 – 2 องศาเซลเซียส ก็ทำให้ได้กาแฟรสชาติไม่เหมือนกันแล้ว

หากไม่รู้จริงเรื่องกาแฟ อาจมองว่าเครื่องกรองน้ำ หม้อต้มน้ำ ตาชั่ง และถุง เป็นอุปกรณ์ธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ Peaberry Thai ตั้งใจเลือกแบรนด์เหล่านี้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลต่อรสชาติกาแฟ

เครื่องกรองน้ำสำหรับกาแฟแบรนด์ BWT มีเทคโนโลยีพิเศษ นอกจากกรองความสกปรกในน้ำออกแล้ว ยังใส่แมกนีเซียมลงไปในน้ำ ทำให้แร่ธาตุจับกับอโรม่าของกาแฟ จนออกมาเป็นกาแฟรสชาติดี

นอกจากนี้ คอกาแฟจะรู้ว่าอุณหภูมิและสเกลต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ต้องเป๊ะ หม้อต้มน้ำ Marco สำหรับกาแฟ Specialty มีหัวก๊อกที่ตั้งอุณหภูมิน้ำได้เสถียร ไม่คลาดเคลื่อน ได้น้ำร้อนไวตามที่ต้องการ มีทั้งหัวก๊อกน้ำร้อน น้ำเย็น โซดา สะดวกต่อคนใช้งาน ทำให้ขายได้เร็วขึ้นและมีรูปลักษณ์สวยงาม เหมาะกับตั้งประดับที่บาร์กาแฟ

ส่วนตาชั่งสำหรับกาแฟโดยเฉพาะ จะมีสเกลไวและนิ่ง ต่างจากตาชั่งทั่วไปที่คลาดเคลื่อนในหน่วยทศนิยม เหมาะกับการชั่งกาแฟที่ต้องละเอียดในหน่วยกรัม ใส่สูตรการชงเข้าไป แล้วแชร์สูตรกับกลุ่มคนรักกาแฟผ่านแอปพลิเคชัน หรือเข้าไปดูสูตรของแชมป์บาริสต้าได้

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ เพราะกาแฟเก่ามักมีกลิ่นคล้ายกระดาษโรเนียวเก่า หากไม่ใช้น้ำยาพิเศษจะทำให้รสชาติในแก้วเปลี่ยน ส่วนถุงที่เก็บเมล็ดกาแฟก็ต้องสั่งทำพิเศษหนา 4 ชั้น ใช้เวลาทดสอบถุงเป็นปีด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่ารักษาคุณภาพกาแฟให้อยู่ได้นาน

ด้วยศาสตร์ของกาแฟที่ละเมียด ทำให้คนทำธุรกิจต้องละเอียดตามไปด้วย ใส่ใจในสิ่งธรรมดาที่ทำให้ผลลัพธ์ของสินค้าออกมาไม่ธรรมดา

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Coffee Wisdom จากการลงลึกหน้างาน

เมื่อถามว่าทำอย่างไร ถึงสะสมความรู้ด้านกาแฟจนรู้จริงและเชี่ยวชาญในการเลือกอุปกรณ์กาแฟต่าง ๆ ได้ดีขนาดนี้

คำตอบของคุณป่านคือ “ต้องลงลึก ลงพื้นที่จริง ไปขึ้นดอย คุยกับคนที่ทำจริง ทำงานกับเกษตรกร ไปดูสายพันธุ์ เก็บหน้าดินมาทดสอบ” ผนวกด้วยหลงใหลในศาสตร์กาแฟ ทำให้พัฒนาร่วมกับเกษตรกรต่อไปได้เรื่อย ๆ จากกาแฟเชอร์รี่เม็ดแดงสุกก่ำ คัดด้วยมือทีละเม็ดผ่านโรงสีและโรงคั่วของแบรนด์ ออกมาเป็นสารกาแฟตั้งต้นที่คุมคุณภาพในทุกกระบวนการ

Peaberry Thai Estate ยังคิดค้นกาแฟ Thai Single Origin ที่บ่มและหมักด้วยเมล็ดกาแฟไทย มีทั้งไอยรารัญจวนจากดอยช้าง เสน่ห์นางนอนจากดอยผาฮี้ และผกาชมพูจากแม่จันหลวงที่มีต้นผกาชมพูปลูกอยู่ มีกาแฟเบลนด์จากทั้งไทยและต่างประเทศ

คุณเด็บบอกว่า “การที่เรามีอุปกรณ์และเครื่องของตัวเอง มีผู้เชี่ยวชาญดูในแต่ละขั้นตอนทั้งหมด ทำให้คุมคุณภาพได้ครบวงจร มั่นใจคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่ามีของดีทุกขั้นตอน”

สิ่งสำคัญคือ Peaberry Thaiไม่ได้ขายแค่กาแฟแล้วบอกว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่บอกได้ว่าทำไมและทำอย่างไรกาแฟถึงมีคุณภาพดี ลงมือทำเองหน้างานจริงแล้ว จึงแนะนำลูกค้าต่อได้ว่าควรใช้อุปกรณ์แบบใด ใช้ดริปเปอร์แบบไหน แล้วส่งผลให้กาแฟเป็นอย่างไร แนะนำสูตรเครื่องดื่มให้ผู้ประกอบการได้ เซลล์ขายเครื่องมีประสบการณ์และความรู้ด้านกาแฟ ก็แนะนำการใช้เครื่องได้ ส่วนบริการหลังการขายนั้นยังรับซ่อมและแนะนำลูกค้าถึงที่ได้อีกด้วย โดยมีศูนย์บริการถึง 16 สาขาทั่วประเทศ

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

รู้ใจลูกค้า ไม่แพ้เข้าใจกาแฟ

ทุกวันนี้ Peaberry Thai มีโชว์รูม 2 สาขา คือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต สำหรับขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ ส่วน Pacamara Coffee Roaster คือ ร้านกาแฟที่เป็นธุรกิจค้าปลีกของบริษัทภายใต้สโลแกน Everyday Specialty กาแฟคุณภาพดีที่ราคาไม่แพง อยากเข้าถึงคนดื่มกาแฟอย่างแพร่หลายและหลากหลายกลุ่มมากขึ้น

ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจครบวงจรของ Peaberry Thai ทำให้ส่งผลดีต่อร้านกาแฟอีกทอด บาริสต้ารู้เรื่องราวกาแฟตั้งแต่ปลูก สามารถถ่ายทอดเรื่องราวก่อนมาเป็นเครื่องดื่มในแก้วให้ลูกค้าฟังได้ เติมเสน่ห์ที่คุณเด็บบอกว่าเป็นหัวใจของธุรกิจคือการเข้าใจลูกค้า “เรารู้ใจลูกค้า เข้าใจว่าคนดื่มกาแฟกำลังมองหาอะไร เข้าร้านมาแล้วถูกใจไหม เราอธิบายข้อมูล เล่าเรื่อง Behind the Cup ให้คนเข้าใจเรื่องราว ใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เสิร์ฟให้ลูกค้า นี่คือสิ่งที่เราทำ”

สำหรับคอกาแฟพิเศษ Pacamara เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ชอบลองกาแฟรสชาติหลากหลาย จึงเสาะหา Cup of Excellence (กาแฟดีจากทั่วโลก ที่ผ่านการให้คะแนนโดยนักชิมรสชาติกาแฟมืออาชีพ) ใน Rank 1 – 22 มากระจายขายใน 20 กว่าสาขาของ Pacamara ทำเป็น Coffee Hunt ให้คอกาแฟไปเสาะหาลองชิม

คุณป่านอธิบายว่า “Coffee Lovers ในไทยแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ทั้งคนดื่มกาแฟวันละหลายแก้วทุกวันที่ต้องการความเข้มและสตรอง หรือคนดื่มกาแฟคั่วอ่อนที่ชอบลิ้มรสชาติกาแฟ” ดังนั้น แม้สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ Specialty เป็นประจำ ก็ต้องการดื่มกาแฟที่ปรับรสชาติได้ในแบบที่แต่ละคนชอบ กาแฟพิเศษจึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้เช่นกัน เพราะสามารถปรับรสชาติได้อย่างละเอียด เช่น ผสมรส Nutty ของกาแฟบราซิลกับรส Floral จากเอธิโอเปียด้วยกันได้

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์กาแฟของ Peaberry Thai และร้านกาแฟ Pacamara นั้นส่งผลดีต่อกัน เมื่อเกิดเทรนด์ Coffee Culture ที่คนนิยมตามหาคาแรกเตอร์ของกาแฟมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์กาแฟโตตามไปด้วย ช่วงที่ผ่านมาตลาดกาแฟยังโตขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้หลายคนลงทุนซื้อแอโรเพรส Espresso Machine เครื่องชงกาแฟแบบออโต้ หรืออุปกรณ์ดริปต่าง ๆ ตามความถนัดของแต่ละคนมาไว้ที่บ้าน

ทั้งคู่บอกว่า นี่คือโอกาสทางธุรกิจในการส่งต่อความรู้เกี่ยวกับกาแฟแก่ลูกค้า และตอบโจทย์ให้คนรู้จักกาแฟ Specialty มากขึ้น หากคนเข้าใจสุนทรีย์ของกาแฟ ว่าคือการดื่มด่ำความสุขกับกาแฟไม่ใช่คาเฟอีน ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องเลือกอุปกรณ์ทำกาแฟอย่างละเมียดละไม

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Seasonal Problems

“Pacamara ทำให้เข้าใจว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟกำลังเผชิญกับอะไร พอมีร้านกาแฟของเราเอง เรายิ่งเข้าใจปัญหาหน้าบ้านและความซับซ้อนของร้านกาแฟ เพราะเจอสถานการณ์เดียวกัน” คุณป่านเล่า

ความท้าทายของธุรกิจกาแฟ คือ ปัจจัยที่ไม่แน่นอนและควบคุมยากอย่างดินฟ้าอากาศที่ล้วนส่งผลต่อการปลูกกาแฟ เช่น ปีที่ผ่านมาบราซิลหิมะตกหนักมากจึงขาดแคลนกาแฟทั่วโลก เมื่อสภาพแวดล้อมของแต่ละปีไม่เหมือนกัน กาแฟที่ปลูกแต่ละปีจึงไม่เหมือนกันตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการบริหารจัดการกาแฟทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อทำธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความท้าทายจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนจึงยิ่งทวีคูณมากขึ้นจากหลายทิศทางรอบตัว

2 ปีที่ผ่านมาในช่วงโรคระบาดโควิด-19 มีบริษัทล้มไปเยอะมาก หน้าร้านหลายสาขาของ Pacamara ต้องปิดตัวลงเช่นกัน

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

เมล็ดกาแฟแพงขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวในการบริหารจัดการหาวิธีคั่วกาแฟอย่างไร ไม่ให้สูญเสียต้นทุนกาแฟที่มีค่าดั่งเพชร ปรับสัดส่วนการขายสินค้า ออกสินค้าใหม่ในช่วงโควิดอย่างกาแฟกระป๋อง Unicorn ภายใน 1 สัปดาห์ 

ในการทำธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่เบลนด์กาแฟให้อร่อย แต่ต้องรู้จักเบลนด์ไอเดียของหลายคนเข้าด้วยกันให้เกิดทีมเวิร์ก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไปทุกวัน เหมือนรสชาติกาแฟที่ผันเปลี่ยนตามฤดูกาล

เข้าใจฤดูกาลก่อน แล้วจึงหาวิธีรับมือ เข้าใจปัญหาให้ได้ก่อน แล้วจึงหาวิธีแก้ พร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

ทั้งคู่สรุปว่า ทุกธุรกิจมีความท้าทาย ขึ้นอยู่กับว่ามีวิธีรับมืออย่างไร เคล็ดลับของคุณเด็บที่คร่ำหวอดในธุรกิจอาหารมา 30 ปี คือ “ความรู้ในสินค้าของแต่ละธุรกิจเป็นคนละแบบ แต่หลักการการดูแลธุรกิจใกล้เคียงกัน”

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า “หลักการยังไม่เท่ากับความตั้งใจ หลักการเกิดขึ้นในถุงกาแฟใบนี้ที่ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับกาแฟที่ดี อยู่ในช่วงเหมาะสมในการทานมากที่สุด ดังนั้น ทุกครั้งที่เดินเข้าคลัง จะนับวันว่าสต็อกมีกาแฟคั่ววันที่เท่าไหร่บ้าง”

ในขณะที่คุณป่านผู้ทำธุรกิจควบรวมกิจการมาก่อน ได้ประยุกต์ใช้หลักการวางแผนหาช่องทางการทำรายได้ใหม่ และวางโครงสร้างธุรกิจมาใช้กับธุรกิจกาแฟ

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

คอเดียวกัน

คุณเด็บและคุณป่านบอกว่า อยากชวนทุกคนมาร่วมสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ Specialty ด้วยกัน อยากเป็นบริษัทที่จริงจังกับการเป็นคนรักกาแฟ และคนรักกาแฟอยากทำงานด้วย โดยตั้งใจเชื่อมต่อองค์ความรู้ของคนรักกาแฟ จากทั้งเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศ เกษตรกร จนถึงลูกค้า สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการร้านกาแฟที่ช่วยเหลือกัน เป็นเพื่อนทำกาแฟด้วยกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน

คุณเด็บบอกว่า “เราคือคนรักกาแฟ ลูกค้าก็เป็นคนรักกาแฟ เราคือผู้ขาย เขาคือผู้ซื้อ แค่มีสถานะที่ต่างกันแต่จริง ๆ เรามีรสนิยมที่เหมือนกัน ทั้งเราและลูกค้าต่างชอบดื่มกาแฟ อยากได้กาแฟที่แปลกใหม่”

เพราะเป็นแบรนด์ไทยที่เปิดร้านกาแฟ ทำให้มีเป้าหมายเหมือนกันกับผู้ประกอบการกาแฟ คือทำอย่างไรให้ส่งต่อคุณค่าของกาแฟได้มากขึ้น ขายได้มากขึ้น และขยายธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้น

ในต่างประเทศตลาดกาแฟ Specialty เริ่มต้นมาก่อนไทย วันนี้ Peaberry Thai อยากทำกาแฟไทยเทียบเท่าต่างประเทศให้ได้ อยากสร้าง Coffee Culture ในไทยที่คนดื่มกาแฟบนรสชาติกาแฟ โดยเชื่อว่าเมื่อกาแฟดี อุปกรณ์ดี มีบุคลากรที่เข้าใจกาแฟอย่างถ่องแท้ ทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ และเมื่อตลาดกาแฟ Specialty เติบโตขึ้น แปลว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟทุกคน รวมทั้ง Peaberry Thai ก็ยิ่งโตไปได้อีกแน่นอน

เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Lessons Learned

  1. หลงใหลและลงลึกจนเชี่ยวชาญ รู้ดีที่สุดในสิ่งที่ทำจากความชอบและลงมือทำจริงหน้างาน ทำให้คัดเลือกสินค้าและแนะนำลูกค้าได้อย่างช่ำชอง
  2. ไม่ปล่อยผ่านในทุกรายละเอียด ใส่ใจทุกปัจจัยที่ควบคุมได้และไม่ได้ของธุรกิจ ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพอย่างมั่นคง
  3. นำเสนอความพิเศษให้ลูกค้า สินค้าที่พิเศษมาจากทุกกระบวนการที่พิเศษ  พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังให้ลูกค้ารับรู้ถึงความไม่ธรรมดานั้น

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load