4 มิถุนายน 2563
6 PAGES
4 K

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ เป็นเจ้าของบ้านนี้

เธอเป็นนักเขียน นักเดินทาง 

เธอทำสำนักพิมพ์ด้วย นั่นคือสำนักพิมพ์มาลาฤดูร้อน มีหนังสือ ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก ออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน กับหนังสือ ซินญอริต้าในชุดผ้ากันเปื้อน ออกมาในปีนี้

ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก เล่าเรื่องราวการเดินทางไปอินเดีย ประเทศที่เธอไปครั้งแรกเมื่อ 12 ปีก่อน และราวๆ 30 ครั้ง คือจำนวนการไปอีกของเธอนับถึงปีนี้ 

ซินญอริต้าในชุดผ้ากันเปื้อน เล่าเรื่องราวการเดินทางไปเม็กซิโก โดยมี ฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) ศิลปินชาวเม็กซิกัน เป็นทั้งแรงดึงดูดและแรงผลักดันให้เธอไปทำความรู้จักประเทศนี้

และนั่นก็เหมือนจะเป็นเหตุผลหลักๆ ของบรรยากาศและรายละเอียดในบ้านหลังนี้ บ้านที่รอเธอกลับมานั่งเขียนทุกเรื่องราวการเดินทาง

เริ่มด้วยสีชมพู

ตอนที่เข้ามาในหมู่บ้านนี้ครั้งแรก เราเลือกบ้านหลังนี้เพราะกำแพง เพราะสเปซของมันอยู่ด้านในสุด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เราเชื่อว่าการที่คนเราตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างให้กับตัวเอง การตัดสินใจที่เกิดขึ้นมันมักจะมาจากพื้นฐานชีวิตบางอย่าง อย่างเรา ตอนเด็กๆ เราเป็นคนที่รู้สึกไม่มั่นคง ขาดความ Secure เวลาจะต้องเลือกพื้นที่อะไรสักอย่างเราเลยมักจะมองหากำแพงเป็นอย่างแรกเสมอ 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

จนโตมา พอถึงช่วงชีวิตของการเลือกบ้าน วันที่ขับรถเข้ามาในหมู่บ้านนี้ หลังอื่นเราไม่มองเลยนะ เราขับชิดในมองหาแต่บ้านหลังที่ติดกำแพงอย่างเดียวเลย นั่นหมายถึงจะต้องเป็นบ้านที่อยู่หลังสุดท้ายของซอย จนพอเจอหลังที่ใช่ปุ๊บ วันแรกที่ย้ายเข้ามากับลูก ยังไม่ได้ขนอะไรมาจากบ้านเก่าทั้งนั้น มันต้องมาลองนอนดูก่อนเพื่อให้รู้ว่าพอนอนจริงแล้ว เราต้องการให้อะไรมันมาอยู่ในบ้านหลังนี้อีกบ้าง จำได้เลยวันแรกที่มามีฟูกมาอย่างเดียวกับหมอนและผ้าห่ม เอามาแค่นั้นล่ะ ยกขึ้นไปวางบนห้องโล่งๆ นอนกับลูก หาทิศแทบตาย กว่าจะเจอทิศลงตัวว่าควรจะหันหัวไปทางไหน

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยสีเทา

ตอนแรกที่เข้ามา อารมณ์บ้านหลังนี้ก็เป็นเหมือนบ้านในหมู่บ้านทั่วไปนั่นล่ะ คือทุกอย่างสีขาวหมด ทั้งฝ้า กำแพง พื้น แต่เราเป็นคนชอบสีสัน เพราะฉะนั้น พอเข้ามาเจอบ้านที่มีแต่สีขาวว้องไปหมดเลยเนี่ย เรารู้สึกว่าเราอยู่ไม่ได้ มันขาดความอุ่น เราก็เลยใส่สีเทาลงไปให้กับผนังและฝ้าในบ้านก่อน แล้วก็ค่อยๆ หยอดสีอื่นๆ หยอดชิ้นเฟอร์นิเจอร์ตามเข้ามา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มหยอดด้วยโซฟา

สำหรับเรา มุมที่สำคัญที่สุดในบ้านคือมุมนั่งเล่นกลางบ้าน เพราะอย่างน้อยถ้ายังไม่มีข้าวของอะไรเลย การมีโซฟาสักตัวมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มีที่ให้นั่งเล่นนอนเล่นในช่วงกลางวัน เพราะฉะนั้น เฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกที่ขนเข้ามาเลยเป็นโซฟาตัวเก่าของปู่ มันเป็นโซฟาวัสดุหนังที่ดูเชยๆ หน่อย แต่พอเอาผ้าอินเดียมาคลุมไว้ มันก็กลายเป็นอีกอารมณ์แล้ว หลังจากเราสร้างมุมนั่งเล่นกลางบ้านนี้ขึ้นมาได้ ของชิ้นอื่นๆ มันก็ค่อยๆ ถูกขนตามเข้ามาจากบ้านหลังเก่า 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยโต๊ะกินข้าว

ตามมาด้วยโต๊ะกินข้าว ซึ่งโต๊ะกินข้าวเราก็เป็นโต๊ะไม้ธรรมดาๆ นี่ล่ะ ให้ช่างไม้ประกอบขึ้นมาเพื่อเป็นโต๊ะกินข้าวที่นั่งได้สองคน เพราะเราอยู่บ้านกับลูกแค่สองคน แต่ด้วยความเป็นคนชอบดอกชอบลาย จะปล่อยโต๊ะให้มันเป็นไม้เพลนๆ ก็ไม่ได้อีก เลยไปเอาผ้าอินเดียลายดอกมาคลุมมันไว้ วันไหนเบื่อลายนี้ เราก็แค่เปลี่ยนผ้าผืนใหม่ ที่บ้านเราผ้าเยอะ ไปอินเดียทีเราจะชอบขนผ้าคอตตอนกลับมา ราคาผ้าที่นู่นมันถูก ลายมันสวยด้วย

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มเข้ามุมอยู่กับงาน

เวลาทำงาน เราต้องการมุมที่ทำให้เราได้รู้สึกถึงคำว่าอยู่กับตัวเองจริงๆ รู้สึกนิ่งได้มากที่สุด คือในบ้านเราอาจจะมีอะไรเยอะแยะไปหมดสารพัดสิ่ง แต่พอเป็นมุมทำงานแล้ว มันคือมุมที่ทำให้เรามีสมาธิในการทำงานได้ดีที่สุด คือทุกวันนี้อาจจะมีร้านกาแฟเป็นพันเป็นหมื่นแห่งให้เลือกไปนั่งเขียนงาน ซึ่งเราเคยลองหลายทีแล้ว ไม่รอดสักที มันเขียนไม่ออก ไม่รู้ทำไม เขียนไม่เคยเสร็จสักที ต้องเขียนที่บ้านเท่านั้นถึงจะเสร็จ คือโต๊ะทำงานในบ้านเรามันจะเป็นมุมในสุดของบ้าน ที่เรานั่งหันหน้าออกไปทางหน้าต่างที่เห็นเป็นแผงต้นไม้ ซึ่งตรงนี้ล่ะคือมุมที่ใช่สำหรับเรา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยมุมอยู่กับหนังสือ

มุมตรงชั้นหนังสือนี่ ด้วยความที่ลูกเราเป็นคนอ่านหนังสือเยอะมาตั้งแต่เด็ก และตัวเราเองก็เป็นคนทำงานหนังสือมาก่อน เพราะฉะนั้น เรากับลูกจะมีหนังสืออยู่เยอะ ซึ่งพอมีห้องนั่งเล่น มีโต๊ะกินข้าว และมุมทำงานแล้ว มุมต่อมาที่ต้องมีแน่ๆ ก็คือมุมเก็บหนังสือ เราให้ช่างทำตู้เก็บหนังสือบิลท์อินสูงจรดเพดานขึ้นมา ส่วนที่นั่งข้างชั้นหนังสือก็ใช้เป็นฟูกเตียงเดียวขนาด 3 ฟุตของเก่านี่ล่ะ เอามาวางและใช้ผ้าคลุมเอา ซึ่งพอมีผ้ามาคลุมแล้วก็ไม่มีใครดูออกเลยว่ามันคือฟูก วิธีนี้มันเวิร์กมากเลยนะสำหรับบ้านที่อยากมีที่นั่งที่นอนสบายๆ แต่ไม่อยากลงทุนซื้อเบาะที่นั่งหรือโซฟาใหม่ พอวางหมอนสีๆ ลงไป อะจบ งามล่ะ

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่อินเดีย

สีสันในบ้านนี้ทั้งหมด แน่นอน มันมาจากอินเดีย คือถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อนหน้านี้ เราก็ไม่ใช่เป็นคนที่ใช้สีอะไรเยอะขนาดนี้หรอก (บ้านนี้สิบปี) คือสมัยนั้นเป็นคนชอบลายชอบดอกอยู่แล้วล่ะ แต่ยังแมตช์คู่สีไม่เป็น จนกระทั่ง 12 ปีก่อนกับการไปอินเดียครั้งแรก จำได้ว่าครั้งแรกที่อยากไปที่นั่นเพราะเราเห็นงานภาพถ่ายของช่างภาพฝรั่งคนหนึ่ง มันเป็นงานจากเทศกาลสาดสี (Holi Festival) ในภาพนั้นคือคนอินเดียกำลังสาดสีกันอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง มันเป็นภาพของพิธีกรรมที่ดูขลังมาก แสงสวยฝุ่นสีฟุ้งกระจายไปหมด วันนั้นพอเราได้เห็นภาพถ่ายนั้น เราก็หูย อยากไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้างจัง ก็เลยนำมาซึ่งการตัดสินใจไปอินเดียครั้งแรกและครั้งต่อๆ มาของเรา ซึ่งอินเดียสอนเราเยอะมากในเรื่องของการใช้สี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อที่อินทีเรีย

บ้านคือที่ที่พอคนเราอยู่ไป สิ่งที่เราเป็นมันก็จะปรากฏออกมาเอง ตามกำแพง ตามผนัง ตามเก้าอี้ รวมไปถึงแม้กระทั่งจานชามที่เราเลือกใช้ ตัวเราเอง วันแรกที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้และต้องนึกถึงเรื่องของการตกแต่ง เราก็ไม่ได้มีภาพอะไรอยู่ในหัวสักเท่าไหร่หรอก เราแค่ขอให้ทุกอย่างมันเปิดโล่งโฟลถึงกันได้หมด ช่วงแรกที่ย้ายเข้ามา บางส่วนของชั้นล่างที่หมู่บ้านเขากั้นพื้นที่ห้องเอาไว้ เราก็ทุบออกหมดเลย จากนั้นด้วยความที่เราเป็นคนชอบสี เราก็ค่อยๆ หยิบข้าวของหรือชิ้นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีมาวางลงไปตามมุมต่างๆ ของบ้านให้ทั่ว และค่อยๆ ใส่พร็อพชิ้นเล็กชิ้นน้อยเข้าไปตามมุมต่างๆ เหล่านั้น

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่สีสัน

เราเป็นคนชอบคู่สีอยู่ไม่กี่คู่หรอก และโทนสีที่เราชอบใช้มันก็มักจะเป็นเฉดสีแบบอินเดีย เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องเป็นสีเฉดอินเดียหรอกนะ แต่มันเป็นของมันเองแบบธรรมชาติ อย่างคู่สีที่เราใช้บ่อยๆ ก็เช่นเขียว-ม่วงและเหลือง-ชมพู ซึ่งคู่สีสองคู่สีนี้ จับไปวางอยู่ตรงไหนมันก็รอด ไปกับอย่างอื่นในบ้านเราได้หมด เราว่าสีแบบที่คนอินเดียใช้ในชีวิตประจำวันเป็นสีที่ซับซ้อนนะ อย่างเวลาพูดถึงสีเหลือง ก็จะมีเลเยอร์แยกออกไปอีก เช่น เหลืองมะนาว เหลืองมัสตาร์ด เหลืองไข่ไก่ ฯลฯ สีอินเดียก็เหมือนคนอินเดียนั่นล่ะ เดายากและคาดไม่ถึง เราเลยชอบสีอะไรแบบนี้ บางคนมาบ้านเราอาจจะไม่ชอบสีในแบบเราเลยก็ได้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะทุกคนจะมีสีในแบบของตัวเอง สำหรับเราเวลาผนังบ้านสีเทามันมาเจอกับพร็อปกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่เป็นสีๆ เราว่ามันทำให้ภาพรวมบรรยากาศในบ้านที่รู้สึกอุ่นดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยเส้นสาย

จากเรื่องสีแล้วก็เป็นเรื่องของเส้นสาย เส้นสายในที่นี้หมายถึงพวกโมบายและเครื่องแขวนต่างๆ ในบ้าน เราชอบอะไรที่มันดูระโยงระยาง ถ้าไม่มี เราจะรู้สึกว่าอะไรมันขาดหายไป เราชอบบ้านที่ให้ความรู้สึกของคำว่าแน่น คือแต่ละมุมของบ้านจะติดนั่นติดนี่ห้อยนั่นห้อยนี่เอาไว้ นี่มีของอยู่ในห้องเก็บของอยู่อีกเยอะมากที่ยังไม่ได้เอามาติด บางอย่างก็เก็บไว้จนลืมไปแล้ว

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่มองเห็น

ของที่เห็นอยู่ในบ้านหลังนี้ ส่วนใหญ่ได้มาจากความสงสัย คือพอไปเดินเจอ ก็จะสงสัยในที่มาของมัน พอคนขายเล่าให้ฟัง หรือของชิ้นนั้นมันมีประวัติที่มาน่าสนใจ เราก็จะซื้อ แต่ไม่ใช่ซื้อทุกอย่างนะ บางอย่างที่พอฟังข้อมูลแล้ว มันไม่ได้รีเลตอะไรกับเราเลย เราก็ไม่ซื้อ เราเป็นคนชอบเรื่องวัฒนธรรม ชอบงานฝีมือของคนพื้นถิ่นจากชาติต่างๆ ฉะนั้น ข้าวของที่เราเลือกซื้อโดยส่วนใหญ่จะเป็นพวกงานคราฟต์ ขนกลับไทยยากแค่ไหนก็จะต้องขนกลับมาให้ได้ ซึ่งวิธีการขนของเราคือจะต้องขนยังไงก็ได้โดยไม่ให้เสียค่าน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม เรามีเทคนิคของเราเองในการแพ็กในการขน

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยถามหา

อย่างแผ่นเหล็กหัวใจ เวลาไปเม็กซิโกเราจะเห็นเขาขายกันเต็มตลาดไปหมด บางคนอาจไม่ได้สงสัยว่ามันคืออะไร แต่เราเองถ้าเกิดความสงสัย เราจะต้องหาคำตอบให้ได้ จนเราไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นเหล็กนี้ว่า การแต่งตัวของคนเม็กซิกันในช่วงยุคหนึ่งจะผสมด้วยศิลปะแนวบาโรกอยู่เยอะ ซึ่งความบาโรกที่ว่านี้หมายรวมถึงพวกแพตเทิร์นรูปหัวใจที่ตกแต่งอยู่บนเสื้อผ้าของคนเม็กซิกันในยุคนั้นด้วย โดยรูปทรงหัวใจถือเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้สื่อสารถึงนักบุญต่างๆ จนผ่านมาในยุคหลังๆ รูปทรงหัวใจก็พัฒนามาเป็นแผ่นสังกะสีรูปหัวใจเพื่อเป็นสินค้าจำหน่ายในตลาด 

ทุกวันนี้คนเม็กซิกันเองก็ซื้อแผ่นเหล็กนี่ไปตกแต่งตามบ้านกันนะ หรืออย่างตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ที่เราได้มาจากเม็กซิโกก็มีที่มาที่น่าสนใจ คือในสมัยโบราณจะมีตุ๊กตาที่เรียกว่าลูปิต้า เราจะเห็นตุ๊กตาลูปิต้านี้ได้ตามหน้าห้องพักของผู้หญิงหากิน ซึ่งมันมีความหมายซ่อนอยู่ โดยถ้าห้องไหนมีตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ลูปิต้าวางอยู่หน้าห้อง ก็แปลได้ว่าผู้หญิงหากินห้องนั้นมีนักการเมืองหรือพวกข้าราชการมาจองตัวไว้แล้ว ห้ามใครยุ่งเด็ดขาด พอเรารู้ที่มาของตุ๊กตาแบบนี้แล้ว ก็เลยซื้อกลับมา มันแปลกดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยซื้อหา

รังโกลี (Rangoli) เป็นศิลปะการวาดภาพในแบบของชาวฮินดูด้วยทรายหรือผงสีของอินเดีย โดยเฉพาะวันเทศกาลดิวาลี (Diwali) ซึ่งเปรียบเทียบได้กับวันปีใหม่ของคนที่นั่น ทุกบ้านจะช่วยกันสร้างลวดลายรังโกลีบนพื้นบ้านอย่างสวยงามกันเต็มที่ เพราะคนที่นั่นเขาถือว่าเมื่อเทศกาลนี้มาถึง เราจะต้องทำความสะอาดบ้าน จัดบ้านให้น่าอยู่ พร้อมสร้างลวดลายที่เต็มไปด้วยสีสันและจุดเทียนสว่างไสว เพื่อที่เทพเจ้าต่างๆ จะได้อยากแวะเวียนเข้ามาให้พรในบ้าน 

หนึ่งในวิธีการสร้างลวดลายของเขาก็คือการเอาแผ่นลวดลายมาขึงบนเฟรมแบบนี้ จากนั้นเอาทรายสีมาร่อนผ่านเฟรมจนเกิดเป็นลวดลายที่พื้น ตอนที่ซื้อแผ่นเฟรมนี้กลับมา เราก็ไม่ได้คิดว่าจะเอากลับมาร่อนสร้างลายที่พื้นบ้านอะไรหรอก เราแค่เห็นว่ามันสวยดีและราคาถูกมากด้วย ก็เลยซื้อกลับมาสามสิบอัน กะว่าจะเอามาแขวนตกแต่งบ้าน นี่เพิ่งแขวนไปได้สี่ห้าอันเอง จำวันที่ไปยืนซื้อที่ร้านได้ คนขายถามเราว่าซื้อไปทำไมเยอะแยะ จะขนไปขายที่เมืองไทยเหรอ 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่หีบห่อ

เวลาไปตามบ้านของคนในอินเดีย เราจะเห็นว่าทุกบ้านต้องมีหีบ จะเอาขนาดไหนล่ะมีหมด ตั้งแต่ขนาดมินิสุดๆ ใช้เก็บเหรียญเก็บเงิน ไปจนขนาดใหญ่ที่เขาใช้เก็บเสื้อผ้าแทนตู้เสื้อผ้าเลยก็มี ซึ่งหีบเหล่านี้ ถ้าย้อนไปในสมัยที่มีการแบ่งแยกดินแดนปากีสถานกับอินเดีย พวกศิลปินในสมัยนั้นจะใช้หีบนี่ล่ะเป็นสัญลักษณ์ของสถานการณ์การแบ่งแยกที่เกิดขึ้น 

ซึ่งในยุคนั้นคนอินเดียเองก็ไม่ได้มีเงินขึ้นเครื่องบินหรือมีทางเลือกที่หลากหลายมากนักในการเดินทาง สายการบินก็ไม่ได้มีเยอะแบบทุกวันนี้ การเดินทางที่คนอินเดียใช้เป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบันจึงเป็นรูปแบบของการเดินทางด้วยรถไฟ และนั่นเลยทำให้การรถไฟของอินเดียมันยิ่งใหญ่มาก เป็นหัวใจเป็นชีวิตของเขาเลยล่ะ เวลาคนอินเดียจะอพยพขนย้ายข้าวของกันทีกับการเดินทางที่ต้องใช้เวลายาวนานเป็นวันเป็นคืน ถ้าขนของใส่กระเป๋าเสื้อผ้าทั่วไป ข้าวของก็คงพินาศแน่ หีบอะลูมิเนียมก็เลยเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุดเพราะมันสมบุกสมบัน จะถูกโยนถูกทับยังไงก็ไม่เป็นไร เราชอบความจุของหีบนี้ ทุกครั้งเวลากลับจากอินเดีย เราเลยต้องซื้อหีบกลับมาด้วย ค่อยๆ สะสมมาทีละใบสองใบ

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยห่อหีบ

หีบใบนี้แต่เดิมเป็นสีเงิน พอซื้อมาจากในตลาด เราก็ไปหาช่างที่ดาร์จิลิ่งให้เพนต์ให้ ตอนส่งหีบให้เขาเราก็ไม่ได้บอกตรงๆ นะว่าเราต้องการลายอะไร เราแค่ให้โจทย์เขาว่าเราอยากได้ลายดอกไม้ที่บอกความเป็นดาร์จิลิ่ง จนผ่านไปหนึ่งคืน เขาก็ยกหีบลายดอกไม้ที่เขาเพนต์เสร็จมาให้เรา ทุกวันนี้เวลาเห็นหีบใบนี้ เราก็จะนึกถึงดาร์จิลิ่งอยู่เสมอ เราใช้หีบใบนี้เก็บของจากอินเดียที่เรามีความทรงจำกับมัน ของบางชิ้นก็ดูไร้สาระมากนะ แต่มันมีคุณค่าทางใจกับเรา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มจะฉุกคิด

หลังจากไปเที่ยวเม็กซิโกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเม็กซิโกเป็นประเทศที่โฉ่งฉ่างมาก ทั้งสีทั้งเสียงทั้งความอีเหละเขละขละข้างทางของประเทศนี้ที่มันลงตัวสุดๆ ได้อย่างสวยงามแบบไม่น่าเชื่อ แต่จำได้ว่าพอหลังกลับมาจากทริปนั้น ทันทีที่เราเปิดประตูเดินเข้าบ้าน เรายืนมองไปรอบๆ ตัวเอง อยู่ดีๆ เราก็ถามตัวเองขึ้นมาว่า นี่ฉันจะมีข้าวของเยอะแยะไปทำไมเนี่ย ทำไมมันเยอะไปหมดแบบนี้ ทุกวันนี้ทำไมคนเราต้องมีข้าวของเยอะแยะ ทำไมเราต้องอยากได้นั่นอยากได้นี่ เราซื้อมาแล้วและเราก็เก็บมันไว้ในลังในห้องเก็บของ เก็บจนลืม หรือจริงๆ แล้ว การซื้อของเป็นเพียงเพราะเราแค่ต้องการเป็นเจ้าของ แค่นั้นหรือเปล่า พอยืนคิดแบบนั้นแล้ว เราก็พูดกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ฉันจะซื้อของที่เกินความจำเป็นให้น้อยลง 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยคิดได้

จากนั้นมา เราก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองนะ เพราะโดยปกติเวลาไปเดินทาง ระหว่างทางเรามักจะได้ของติดมือติดไม้อยู่เสมอ ของบางชิ้นก็ไร้สาระสุดๆ คือไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ จนหลังจากทริปเม็กซิโกรอบนั้น เวลาไปไหนเราก็จะซื้อเฉพาะสิ่งที่อยากเก็บอยากสะสมจริงๆ พูดกับตัวเองเสมอว่าเราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างในโลก

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่เดินทาง

รูปแบบงานของเรามันคือการเอาตัวเองออกไปเก็บข้อมูลนอกบ้านเพื่อกลับมานั่งเขียนที่บ้าน โดยปกติ เราเลยเป็นคนที่ใช้เวลาอยู่บ้านเยอะ ไม่เบื่อหรอกนะอยู่บ้าน เพราะชีวิตหลักๆ ของเราก็มีอยู่สองอย่างนี่ล่ะ คือถ้าไม่อยู่บ้านก็ไปเดินทาง เราถือว่าช่วงเวลาเขียนงานอยู่บ้านคือช่วงเวลาหารายได้ของเรา พอหาได้จุดหนึ่งที่เราตั้งไว้แล้ว เราก็เอาเงินไปเดินทางต่อ เป็นวัฏจักรแบบนี้

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เพื่อกลับมาอยู่บ้าน

คนที่ใช้ชีวิตราบเรียบ ไม่ยึดติดไม่กระเสือกกระสนแสวงหาอะไรมากเป็นคนที่โชคดีมากนะ ซึ่งตัวเราเอง คงอีกไกลกว่าจะไปถึงจุดนั้น เพราะทุกวันนี้ถึงเราจะมีความอยากได้นั่นอยากได้นี้ในช่วงระหว่างทางน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราตัดใจได้ทั้งหมด ซึ่งบางทีไอ้ความที่ยังไม่รู้จักพอแบบนี้เนี่ย มันก็ทุกข์เหมือนกันนะ 

หรืออย่างบ้านเราเอง ถามว่าทุกวันนี้ถ้าต้องเคลียร์ของทั้งหมดออกไปให้กลายเป็นบ้านสีขาวเพลนๆ เลย เราอยู่ได้ไหม เราคิดว่าเราคงอยู่ไม่ได้ เพราะสีสันเหล่านี้มันเติมเต็มชีวิตในแต่ละวันของเรา สำหรับเรา บ้านมันคือที่ที่เราอยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย รู้สึกเป็นตัวเองได้มากที่สุดโดยไม่มีใครมาตัดสิน และสุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเดินทางไกลรอบโลกแค่ไหนก็ตาม เราก็ต้องกลับมาบ้านอยู่ดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!