25 ธันวาคม 2563
11 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

The Cloud ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จังหวัดปัตตานี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทำโครงการศึกษาอัตลักษณ์ของเมืองปัตตานี แล้วนำเสนอในมุมใหม่ เพื่อให้เห็นว่าจังหวัดปัตตานีมีเรื่องราวที่น่าสนใจ น่านำมาต่อยอดในรูปแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และน่าเดินทางไปสัมผัสความพิเศษนี้

พวกเรามองว่า ปัตตานี คือเมืองพหุวัฒนธรรม

มีอัตลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวมากมาย ทั้งเรื่องราวในเชิงประวัติศาสตร์ และการขับเคลื่อนเมืองโดยคนรุ่นใหม่ยุคปัจจุบัน

ในอดีตที่นี่เป็นดินแดนฮินดู-พุทธ หรือ ฮินดู-ชวา ที่ชื่อ ‘ราชอาณาจักรลังกาสุกะ’ มีผู้คนหลายเชื้อชาติเข้ามามีปฏิสัมพันธ์และอาศัยร่วมกัน เช่น สยาม มลายู ชวา อินเดีย อาหรับ จีน จึงมีวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเดินทางมาถึงและได้รับการยอมรับมาจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงที่ปัตตานีมีสถานะเป็นเมืองท่า มีการติดต่อค้าขายกับชาติต่างๆ เช่น โปรตุเกสที่เข้ามาค้าขายกับปัตตานีเป็นเมืองแรก แล้ว 2 ปีต่อมาถึงเดินทางไปค้าขายกับอยุธยา อิทธิพลของโปรตุเกสหลายอย่างยังคงมีให้เห็นในปัตตานี ไม่ว่าจะเป็นขนมอย่างบ๊ะหนี่ มหรสพอย่างรองเง็ง และคำศัพท์อย่างโก๊ะ (หน่วยเงิน ถ้ากาแฟแก้วละสิบบาท จะเรียกว่าปูโละห์โก๊ะ มาจากหน่วยเงินโปรตุเกสโบราณชื่อ Gosh)

อิทธิพลจากชาติต่างๆ รวมทั้งความเป็นมลายู พุทธ และจีน ปรากฏให้เห็นในชีวิตประจำวันอย่างผสมกลมกลืนกัน ทั้งอาหาร สถาปัตยกรรม มหรสพ และศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เช่น เครื่องดื่มยอดนิยมยามเช้าของชาวมลายูคือ แตออ ซึ่งเป็นคำภาษาจีน แปลว่า ชาร้อน

มีการจัดทำเส้นทาง ‘วงแหวนพหุวัฒนธรรมเมืองปัตตานี’ ในเขตพื้นที่ชั้นในของเมือง ระหว่างถนนปัตตานีภิรมย์ ถนนอาเนาะรู ถนนยะรัง และถนนยะหริ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญของวัฒนธรรมต่างๆ ให้แวะไปเรียนรู้

เรื่องราวความน่าสนใจของจังหวัดปัตตานีมีมากมายจนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เขียนรายงานออกมาได้หลายร้อยหน้า แต่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถถ่ายทอดได้ครบ ก็เลยขอคัดสรรมาแค่ส่วนหนึ่ง เป็นสิ่งของและสถานที่ 14 อย่าง เมื่อเรารู้จักแล้ว เราจะได้รู้จักปัตตานีในมุมใหม่ ที่อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

01

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

เมื่อครั้งรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดปัตตานี ทรงเห็นว่าที่นี่มีประชากรนับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมาก สมควรจะมีมัสยิดที่ใหญ่โตและสวยงามขึ้น จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นเงินทุนก้อนแรก จากนั้นรัฐบาลก็อนุมัติงบประมาณสำหรับการก่อสร้าง เมื่อถึง พ.ศ. 2506 มัสยิดกลางปัตตานีก็เปิดใช้งาน

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี
ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ตัวอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 2 ชั้น บางส่วนสร้างตามแบบของทัชมาฮาล ในประเทศอินเดีย ชั้นล่างตกแต่งด้วยหินอ่อนใช้เป็นที่ละหมาด ชั้นบนเป็นดาดฟ้า มียอดโดมสีเขียวขนาดใหญ่กลางอาคาร และโดมขนาดเล็กล้อมรอบ 4 ด้าน ด้านข้างมีหออะซาน ด้านหน้ามีสระน้ำซึ่งสะท้อนเงาของตัวมัสยิด

มัสยิดกลางถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม และใช้ประกอบศาสนกิจสำคัญ อย่างการละหมาดวันละ 5 เวลา รวมถึงการละหมาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในวันศุกร์ด้วย

02

ศาลเจ้าเล่งจูเกียง

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ชาวจีนมีความสัมพันธ์กับดินแดนปัตตานีมานับพันปีผ่านการค้าขาย เดินทางมาตั้งรกราก และแต่งงานกับคนท้องถิ่น ช่วงต้นรัตนโกสินทร์มีกลุ่มชาวจีนฮกเกี้ยนเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ทำมาหากิน และได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาษีนายอากร จนเรียกได้ว่าเป็น ‘กลุ่มชาวจีนสร้างเมือง’

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเกิดที่ประเทศจีน ในครอบครัวตระกูลลิ้ม ชื่อ หอเหนี่ยว มีพี่ชายชื่อ ลิ้มเต้าเคียน (ลิ้มโต๊ะเคี่ยม) เขาหนีภัยจากจีนพร้อมเรือสามสิบกว่าลำมาอาศัยที่ปัตตานี เข้ารีตนับถือศาสนาอิสลาม มีภรรยาเป็นเชื้อพระวงศ์ของเมืองปัตตานี

น้องสาวไม่ทราบข่าวคราว จึงอาสาออกตามหาพี่ชายให้กลับบ้านไปหามารดา พร้อมกับลั่นวาจาว่า หากทำไม่สำเร็จจะไม่ขอมีชีวิตอยู่ เมื่อเดินทางมาถึงปัตตานี ลิ้มเต้าเคียนติดงานคุมก่อสร้างมัสยิดจึงไม่อาจกลับไปพร้อมน้องสาว ลิ้มกอเหนี่ยวจึงผูกคอตาย จากนั้นก็มีเรื่องราวอภินิหารต่างๆ ทำให้มีการสร้างศาลและรูปจำลอง เมื่อมีผู้ไปกราบไหว้เป็นจำนวนมาก ก็เลยย้ายศาลมาอยู่กลางเมือง ชื่อ ‘ศาลเจ้าเล่งจูเกียง’ (ศาลเทพเจ้าแห่งความเมตตา) แต่คนทั่วไปเรียกว่า ‘ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว’

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี
ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ทุกปีจะมีงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) เป็นงานใหญ่ประจำปีที่ยิ่งใหญ่มาก มีการอัญเชิญองค์พระต่างๆ ราว 30 องค์ใส่เกี้ยวแห่ไปทั่วเมือง เป็นวาระสำคัญที่ชาวปัตตานีจะกลับมารวมตัวกัน เพื่อร่วมขบวนแห่ เกี้ยวแต่ละหลังใช้คนหาม 4 คน คานหามแต่ละข้างรับผิดชอบโดยตระกูลต่างๆ ในปัตตานี สืบทอดกันมายาวนาน

ขบวนแห่จะออกจากศาลเจ้า ไปตามถนน ลุยข้ามแม่น้ำปัตตานีเพื่อระลึกถึงการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลของเจ้าแม่ เมื่อเดินทั่วเมืองแล้วก็กลับมาทำพิธีลุยไฟที่หน้าศาลเจ้า ในช่วงกลางคืนก็จะมีมหรสพทั้งงิ้วและมโนราห์เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

03

วัดตานีนรสโมสร

ชาวมุสลิมและชาวพุทธในปัตตานีอยู่ร่วมกันฉันมิตรมาเนิ่นนาน ภาพของนายอุเซ็ง แวหลง คนถีบสามล้อรับจ้างชาวมุสลิม ผู้ทำหน้าที่รับส่งหลวงตาวีระ จากวัดตานีนรสโมสร ออกบิณฑบาตทุกเช้า เป็นที่คุ้นตาของชาวเมือง

วัดตานีนรสโมสรเป็นวัดที่สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกในเขตเมืองปัตตานีใน พ.ศ. 2395 เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นมาที่ปัตตานี จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์มาให้สร้างศาลาการเปรียญ และเมื่อสร้างเสร็จพระองค์ก็เสด็จฯ มาสมโภชด้วยพระองค์เองใน พ.ศ. 2432

วัดนี้มีพระพุทธรูปไม้แกะสลักโบราณที่เรียกว่า พระนุ่งซิ่น เพราะจีวรแกะสลักเป็นลายดอกพิกุล แล้วก็มีอับเฉาหรือตุ๊กตาหินจีน (ทางวัดทาสีทองทับ) ซึ่งมากับเรือสินค้าจากประเทศจีน และพระบรมรูปหล่อทองเหลืองครึ่งพระองค์ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำมามอบด้วยพระองค์เอง

นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตามหลักสูตรประถมศึกษาแห่งแรกในจังหวัดปัตตานี ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2444 ที่นี่จึงเป็นสถานศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรมให้ชาวปัตตานีมาเนิ่นนาน

04

ย่านอา-รมย์-ดี

ในบรรดาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานีถือเป็นเมืองที่เท่ที่สุดในสายของพี่น้องมุสลิมวัยรุ่น เพราะเป็นเมืองเก่าที่อยู่มานานที่สุด มีความหลากหลายที่สุด มีมหาวิทยาลัยทำให้มีวัยรุ่นเยอะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีโครงการพัฒนาอาคารเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ สถานที่จัดกิจกรรม และจุดถ่ายรูป เรียกรวมๆ ว่าย่านกือดาจีนอ (ตลาดจีน) ครอบคลุมพื้นที่ถนนอาเนาะรู และปัตตานีภิรมย์ ต่อมาก็กลุ่ม Melayu Living และภาคประชาชนอีกมากมาย ก็ช่วยกันพัฒนาต่อ จนขยายพื้นที่มาถึงถนนฤาดี จึงเรียกว่าย่านอา-รมย์-ดี

ถนนอาเนาะรู เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว อาคารสองฝั่งถนนเป็นบ้านแบบจีน ซึ่งเป็นห้องแถวหน้าแคบแต่ลึกมาก ทุกหลังมีบ่อน้ำกลางบ้านเพื่อใช้อุปโภคบริโภค เรียกว่า ฉิ่มแจ้ มีอาคารที่น่าสนใจหลายหลัง เช่น บ้านเลขที่ 27 หรือ บ้านกงสี ของหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง (ปุ่ย แซ่ตัน) ผู้นำชุมชนจีนและนายอากรชาวจีนซึ่งเข้ามาอยู่ที่ปัตตานีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โรงเตี๊ยมอาเนาะรู ร้านอาหารที่กลางวันขายข้าวมันไก่และข้าวหมูกรอบ กลางคืนขายเครื่องดื่ม ในอดีตเป็นเรือนรับรองและบ้านภรรยาน้อยของหลวงสุนทรสิทธิโลหะ (ตันจูเบ้ง) ลูกชายของหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง บ้านเลขที่ 1 บ้านสไตล์ชิโนยูโรเปียนตรงหัวมุมอาเนาะรู เดิมเป็นบ้านของบุตรสาวคนโตของหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เป็นบ้านหลังแรกที่ได้รับการออกบ้านเลขที่โดยเทศบาลเมืองปัตตานี

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี
ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ถนนปัตตานีภิรมย์ มีอาคารที่น่าสนใจคือ บ้านขุนพิทักษ์รายา เรือนแถวสองชั้นแบบจีนประยุกต์ที่ได้รับการบูรณะแล้ว บ้าน ม.อ.ปัตตานีภิรมย์ บ้านแฝด 3 หลังสีเหลืองนวล สไตล์จีนผสมตะวันตก ทาง ม.อ. ได้ซื้อและปรับปรุงเป็นพื้นที่สาธารณะของชุมชน แล้วก็ยังมีพื้นที่ของกลุ่ม Melayu Living ซึ่งจัดกิจกรรมเชิงศิลปวัฒนธรรมอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารหลายหลังใช้เป็นกองบัญชาการของกองทัพญี่ปุ่น และมีที่ตั้งของโรงฝิ่นเก่าด้วย

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ถนนฤาดี เป็นถนนที่ติดกับถนนปัตตานีภิรมย์ มีอาคารอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นสไตล์ชิโนยูโรเปียนแบบปัตตานี ซึ่งมีทั้งตึกปูนและตึกครึ่งอิฐครึ่งไม้ อาคารที่โดดเด่นคือ White House กลุ่มที่สองคือ บ้านทรงผอมลึก ปัจจุบันทาสีสารพัดตามนโยบายพัฒนาเมืองจนสีสันสดใสทั้งถนน ที่นี่มีป้ายอีซูซุที่เขียนแบบโบราณ เพราะเคยเป็นโชว์รูมรถอีซูซุแห่งแรกในภาคใต้ ของชาวญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันกลายเป็นร้านรับทำป้าย อีกช่วงที่น่าสนใจก็คือบริเวณตลาดเทศวิวัฒน์ (เทศ คือ ชาวต่างประเทศ) ป้ายชื่อร้านย่านนี้มีหลายภาษาอยู่รวมกัน ทั้งภาษาไทย มลายู จีน และอังกฤษ

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

05

ผ้าจวนตานี

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ปัตตานีมีผ้าท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากมาย แต่ผ้าที่โดดเด่นที่สุดคือ ผ้าจวนตานี หรือผ้ายกตานี จุดเด่นคือ มี ‘ล่อง’ หรือลวดลายตามชายผ้า จนบางครั้งก็เรียกว่า ‘ผ้าล่องจวน’ ช่างทอผ้ารุ่นเก่าเรียกว่า ‘จูวา’ จะเรียกว่า ‘ล่องจูวา’ ผ้าจวนปัตตานีมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ผ้าลีมา’ ถือเป็นผ้าชั้นสูง มีราคาแพง

ผ้าจวนตานีนั้นซื้อขายกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น รู้จักแพร่หลายในหมู่ขุนนางและพระราชวงศ์ และปรากฏอยู่ในวรรณคดีหลายเรื่อง เช่น อิเหนา รามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน

ผ้าจวนตานีเคยสูญหายไปจากจังหวัดปัตตานีเพราะขาดผู้สืบทอด ต่อมา รศ.จุรีรัตน์ บัวแก้ว เป็นแกนนำรื้อฟื้นคืนมาจนสำเร็จ ผ่านกลุ่มทอผ้าตำบลทรายขาว ที่อำเภอโคกโพธิ์ จนผ้าไหมมัดหมี่จวนตานี เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ผู้ชอบผ้าไหมพื้นเมือง

06

ผ้านายูจีนอ

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ผ้าที่น่าสนใจอีกชนิดของจังหวัดปัตตานี เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ชื่อผ้านายูจีนอ (ผ้ามลายูจีน) เป็นการผสานความเป็นมลายูกับจีนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นผ้าปาเต๊ะที่นำลวดลายของช่องลมและกระเบื้องปูพื้นของอาคารเก่าบนถนนอาเนาะรูมาทำเป็นบล็อกทองเหลืองแบบโบราณ แล้วพิมพ์เป็นแพตเทิร์นลงบนผ้า จากนั้นก็เติมสีลงไปจนเต็มผืนแบบผ้าปาเต๊ะ มีขายทั้งแบบเป็นผืน และนำไปแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ มากมาย

ผ้าลีมาบาติก

07

กริชปัตตานี

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

สิ่งที่โดดเด่นเช่นเดียวกับผ้าก็คือ กริช ที่ปัตตานีมีงานชื่อ กริชาภรณ์ เป็นงานที่จัดแสดงทั้งกริชและผ้าพร้อมกัน กริชเป็นอาวุธประจำตัวที่นิยมในหมู่ชาวมลายู นอกจากจะเป็นอาวุธประจำกายแล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะทางสังคม เศรษฐกิจ และยศถาบรรดาศักดิ์ แล้วก็ยังเป็นเครื่องรางของขลัง กริชบางประเภทจะถูกตีและทำพิธีตามวันเดือนปีเกิดเจ้าของกริช จึงเป็นกริชเฉพาะตัวอย่างแท้จริง ในสมัยโบราณยังใช้กริชแทนตัวเจ้าบ่าว คือเมื่อเจ้าบ่าวไม่สามารถมาร่วมพิธีแต่งงานของตนเองได้ (เช่น มีศัตรูอยู่ในหมู่บ้านเจ้าสาว) เจ้าบ่าวอาจส่งกริชของตนมาเป็นตัวแทนในพิธีได้ และถือว่าการวิวาห์นั้นชอบด้วยกฎหมายและประเพณี

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

กริชมีหลายสกุล แต่สกุลที่โดดเด่นมากในภาคใต้คือ กริชสกุลช่างปัตตานี ลักษณะเด่นคือ ด้ามจับเป็นรูปหัวนกพังกะหรือนกกระเต็น ครั้งหนึ่งโรงแรมโอเรียนเต็ลเคยเปิดให้สั่งทำกริชโดยต้องส่งวันเดือนปีเกิดมาด้วย มีชาวยุโรปและอินเดียสั่งกันเยอะมาก ราคาเริ่มต้นที่ 70,000 บาท ผู้ที่ตีกริชและทำฝักก็คือช่างชาวปัตตานีนั่นเอง

08

เรือกอและ

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

เรือกอและเป็นเรือท้องถิ่นที่อยู่คู่กับจังหวัดปัตตานีมาเนิ่นนาน เป็นเรือที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก ต่อสู้กับคลื่นลมกลางทะเลได้ดี ใช้เป็นเรือประมง ยามว่างก็นำมาจัดแข่งพายเรือ แหล่งต่อเรือกอและส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอยะหริ่ง ปะนาเระ และสายบุรี

ความพิเศษของเรือกอและคือ ลวดลายสีน้ำมันสีสันฉูดฉาดที่เขียนอยู่ข้างเรือ เป็นลวดลายแบบมลายูผสมไทยซึ่งจิตรกรพื้นบ้านหัดขีดเขียนเรียนรู้ด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นลายพรรณพฤกษา ลายกนก บัวคว่ำ บัวหงาย ตรงหัวเรือมักวาดเป็นรูปหัวนกในตำนาน อย่างนกกาเฆาะซูรอหรือนกกากะสุระ เชื่อกันว่าเป็นนกการเวกหรือนกสวรรค์ที่บินเทียมเมฆ และบุหรงซีงอ ที่มีหัวเป็นนกตัวเป็นราชสีห์ มีฤทธิ์มากดำน้ำก็ได้ บ้างก็เป็นรูปหัวพญานาค หรือเหรา

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

แบมัง-มะยานัม อูมา ศิลปินนักวาดลายเรือกอแห่งอำเภอปันนาเระ ลองนำลวดลายของเรือกอและมาอยู่บนสิ่งของต่างๆ เช่น แกะเป็นลายบนรองเท้าแตะ แล้วก็สร้างกลุ่มลูกศิษย์ที่ไม่ได้วาดลายลงบนเรือ แต่เปลี่ยนมาวาดบนของที่ระลึกต่างๆ ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มลายเรือกอและอยู่ตามอำเภอต่างๆ อดุลย์ มูดอ ลูกศิษย์ของแบมัง เล่าว่า พวกเขาวาดลวดลายสไตล์ปัตตานี ซึ่งเป็นแนวมลายูผสมผสานเส้นสายและลวดลายดอกไม้แบบไทยลงบน ร่ม เสื้อ กรอบรูป นาฬิกา และว่าว มาเกือบ 10 ปีแล้ว

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี
ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

09

ตูป๊ะซูตง

ปัตตานีได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาหารท้องถิ่นจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หลากหลาย เช่น ไก่กอและ ซึ่งนางเม๊าะเต๊ะ ต้นเครื่องในวังจะบังติกอ เป็นผู้คิดค้นสูตรและเคยทำขายทุกเย็นที่หน้าโรงภาพยนตร์วิกคิงส์ โรงหนังเก่าในเมืองปัตตานี

ข้าวยำ 5 สี ที่ต้องกินคู่กับน้ำบูดู (ซึ่งหมักด้วยเกลือหวานของปัตตานี) นาซิดาแฆ เป็นข้าวเจ้าผสมข้าวเหนียวและหางกะทินึ่งสุก ใส่ฮาลือบอ (เครื่องเทศ) คลุกเคล้าแล้วกินกับแกงปลาโอ แกงไก่ หรือแกงไข่ โรยหน้าด้วยข้าวคั่วและมะพร้าวคั่ว แนมด้วยพริกสด

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ตัวอย่างของขนมขึ้นชื่อก็มี ลอป๊ะตีแก (กระโดดแทง) เป็นขนมที่เด้งและยืดหยุ่นมาก จึงต้องยกไม้พายกวน และทิ่มแทงขนมเวลากวนในกระทะ แกลแป๊ะซาฆู แป้งสาคูปิ้งบนหม้อดินเผาโบราณ และบ๊ะหนี่ เป็นขนมไข่ที่เชื่อมกับน้ำเชื่อมจนเป็นสีส้ม ได้รับอิทธิพลมาจากโปรตุเกส

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

เมนูที่เราอยากแนะนำที่สุดคือ ตูป๊ะซูตง หรือปลาหมึกยัดไส้ข้าวเหนียว เป็นได้ทั้งอาหารคาวและหวาน เป็นอาหารมื้อหลักก็ได้ อาหารว่างก็ได้ มีขายหน้าโรงพยาบาลและร้านอาหารหลายร้าน เช่น ร้านเดอนารา อาหารและขนมท้องถิ่นเหล่านี้ หาชิมได้ที่ตลาดวอกะห์เจ๊ะหะ ชุมชนจะบังติกอ ตลาดเทศบาล และร้านน้ำชาบังหนูด หน้า ม.อ.

10

เกลือหวาน

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ปัตตานีเป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ที่ทำนาเกลือและผลิตเกลือมายาวนานกว่า 400 ปี เอกลักษณ์ของเกลือปัตตานีคือ รสกลมกล่อม ไม่เค็มขม เพราะใช้น้ำในอ่าวปัตตานีซึ่งเป็นน้ำทะเลผสมน้ำจืดจากแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำยะหริ่ง จนชาวปัตตานีเรียกว่า ‘ฆาแฆ ตานิง มานิส’ หรือ ‘ปัตตานีถิ่นเกลือหวาน’

ในอดีตปัตตานีเป็นแหล่งผลิตเกลือแห่งเดียวในแหลมมลายู เกลือปัตตานีจึงเป็นสินค้าราคาแพงที่ส่งขายไกลถึงสิงคโปร์ และเรือสินค้านานาชาติที่มาค้าขายกับปัตตานีต้องซื้อเกลือกลับไป

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี
ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

เกลือหวานของปัตตานีเป็นสูตรลับสำคัญของอาหารพื้นบ้านปัตตานีมากมาย เช่น น้ำบูดู (ถ้าเปลี่ยนไปใช้เกลือจากที่อื่น รสชาติน้ำบูดูจะไม่กลมกล่อม) การใช้เกลือปัตตานีดองสะตอจะทำให้สะตอกรอบ ไม่เปื่อยยุ่ย รสชาติหวานมัน อร่อย

ถ้าอยากเห็นบรรยากาศนาเกลือไปดูได้ที่ถนนนาเกลือในเขตเทศบาลเมืองนี่เอง ที่นั่นมีเกลือและอาหารทะเลตั้งขายเรียงรายอยู่ข้างทาง แต่ในร้านขายของที่ระลึกในเมืองก็มีผลิตภัณฑ์เกลือหวานที่นำมาต่อยอดได้อย่างน่าสนใจโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทั้งเกลือสปาขัดผิว และเกลือขมิ้นบานา คือการนำขมิ้นขูดมาผสมกับเกลือ เมื่อนำไปทาปลาสดแล้วทอด เนื้อปลาจะไม่เค็มจนเกินไป และจะหอมขมิ้น

11

สกายวอล์ก

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

จุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองปัตตานี คือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหรือสกายวอล์ก สูง 13 เมตร เหนือป่าชายเลน ทางเดินชมวิวความยาวประมาณ 400 เมตร แห่งนี้ อยู่ด้านหลังสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ปัตตานี ในพื้นที่ของ ม.อ. จุดเริ่มต้นมาจากทางมหาวิทยาลัยขุดลอกดินออกจากพื้นที่จึงเกิดเป็นป่าชายเลน ทางเทศบาลจึงทำทางเดินศึกษาธรรมชาติ พอต้นไม้ในป่าชายเลนเริ่มสูงขึ้น ทางจังหวัดเห็นว่าน่าทำสกายวอล์กให้คนเดินชม นอกจากจะเห็นป่าชายเลนด้านล่างแล้ว ก็ยังเห็นทิวทัศน์โดยรอบด้วย

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ถือเป็นจุดชมวิวยอดนิยมของคนในเมือง สวยทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น จากสกายวอล์ก เราจะมองเห็นหอดูนกของ ม.อ. ด้วย เร็วๆ นี้จะมีการสร้างทางเดินช่วงที่ 2 ทำให้เป็นทางเดินครบรอบ มีความยาวรวมราวกิโลครึ่ง

12

รองเท้าทะเลจร

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

กิจการธุรกิจยุคใหม่ของปัตตานีซึ่งเป็นที่พูดถึงทั่วประเทศ ไม่น่าจะมีแบรนด์ไหนโด่งดังไปกว่า รองเท้าทะเลจร (Tlejourn) อีกแล้ว กิจการเพื่อสังคมแบรนด์นี้ ก่อตั้งโดย ดร.ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นการนำขยะจากรองเท้าแตะที่เก็บโดยกลุ่มผู้พิทักษ์ขยะริมชายหาด (Trash Zero) จากหมู่เกาะและชายหาดต่างๆ มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น พื้นยางปูสนามเด็กเล่นและรองเท้าแตะ รองเท้าทะเลจรหนึ่งคู่ทำจากขยะรองเท้า 10 ข้าง

รองเท้าทะเลจรผลิตโดยชาวชุมชนในปัตตานี กลุ่มแม่บ้านก็ช่วยเย็บถุงผ้าปาเต๊ะเป็นบรรจุภัณฑ์ ช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ปัจจุบันรองเท้าทะเลจรส่งออกไปยังต่างประเทศ และมีขายในร้านค้า และโรงแรมชั้นนำ หลายแห่งทั่วประเทศ รวมถึงได้ร่วมทำรองเท้าแตะรุ่นพิเศษกับรองเท้าแตะแบรนด์ดังอย่างนันยางด้วย ในจังหวัดปัตตานี หาซื้อทะเลจรได้ที่ Farm Outlet Pattani

13

ตลาดรูสะมิแล

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ปัตตานีเป็นตลาดเสื้อผ้ามือสองที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ก่อนอื่นต้องขอเล่าที่มากันก่อน พื้นที่ตำบลบางปู เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมง (ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ควรไปนั่งเรือชมนกและชมหิ่งห้อย) ช่วง พ.ศ. 2524 มีพ่อค้าชาวบางปูบุกเบิกการนำเนื้อกระสอบจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียมาขายที่ตลาดนัดสนามหลวงในกรุงเทพฯ (เมื่อก่อนใช้เป็นที่จัดตลาดนัด)

ยุคนั้นเสื้อผ้าอัดมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมขนาด 30 กิโลกรัม เสื้อผ้าด้านในเรียกว่า บาญู ฆูนี (Baju Guni) แปลว่า เสื้อกระสอบ ในช่วงนั้นพ่อค้าเสื้อกระสอบจากสามจังหวัดชายแดนใต้ทำรายได้อย่างมหาศาล เพราะผูกขาดการนำเข้า สัปดาห์ละหลายหมื่นบาท คนในตำบลบางปูจึงหันมาทำธุรกิจที่เกี่ยวกับเสื้อกระสอบ เช่น รับจ้างซักรีด คัดแยกเกรดเสื้อ กันอย่างคึกคัก

พ.ศ. 2525 ตลาดนัดสนามหลวงย้ายไปอยู่ที่ตลาดนัดพหลโยธิน (เปลี่ยนชื่อเป็นตลาดนัดจตุจักรในเวลาต่อมา) แต่กลุ่มพ่อค้าเสื้อกระสอบรายใหญ่จากสามจังหวัดไม่ย้ายตามไป แยกย้ายไปทำอาชีพอื่น และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลให้เกิดตลาดของมือสองขนาดใหญ่ในจังหวัดปัตตานีแทน

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี
ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ตลาดของมือสองที่ใหญ่ที่สุดในปัตตานีคือ ตลาดรูสะมิแล ตั้งร้านขายของสองฝั่งถนนรูสะมิแลตลอดความยาวราว 1.5 กิโลเมตร มีเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หมวก ผ้ากันเปื้อน ผ้าปูที่นอน ชุดจักรยานก็มี ราคาเริ่มต้นที่ไม่กี่สิบบาท เปิดขายตั้งแต่สายๆ ถึงบ่ายวันอาทิตย์ ตอนนี้ขยายมาถึงถนนด้านหน้าโรงเรียนสาธิตฯ เป็นตลาดของเก่าแบบคลองถม และเสื้อผ้าที่คัดมาแล้ว เป็นบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง ถือเป็นสถานที่ช้อปปิ้งอันดับหนึ่งในดวงใจของวัยรุ่นปัตตานี

ถ้าเป็นช่วง 5 โมงถึง 3 ทุ่ม วันศุกร์ถึงอาทิตย์ วัยรุ่นจะมาพบกันที่ตลาดเปิดท้าย (ตลาดสุวรรณมงคล) เป็นตลาดมือสองที่มีขายทั้งเสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ที่ปูผ้าขายกับพื้น เป็นการเดินเลือกของในบรรยากาศเย็นสบาย แต่ตลาดที่เด็ดที่สุดคือ ตลาดขยะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นการขายของแบบเพิ่งเปิดกระสอบ ให้เหล่าคนที่มีสายตาแหลมคมทั้งหลายเข้าไปคัดของเป็นรายแรกๆ วัยรุ่นปัตตานีจำนวนไม่น้อยก็เลยคุ้นเคยกับการคัดของแบรนด์เนม และของมือสองที่มีความพิเศษทั้งหลายมาขายต่อในโลกออนไลน์ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น โพสต์ขายในอีเบย์เลยทีเดียว

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ของมือสองที่ฮิตที่สุดในหมู่วัยรุ่นมุสลิมตอนนี้คือ ผ้าเลอปาส (ผ้าปล่อยชาย ไม่เย็บปลาย) เป็นผ้าอเนกประสงค์แบบผ้าขาวม้า ใช้ได้ทั้งชายหญิง โพกหัว บังแดด เข้าสวน เช็ดตัว และทำพิธีกรรม มันเพิ่งดังในช่วง COVID-19 นี่เอง เพราะงานฮารีรายอปีที่แล้วมีกระแสคนแต่งตัวชุดมลายูไปฉลองและถ่ายรูปตามที่ต่างๆ ซึ่งผ้าเลอปาสก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องมี เหล่าเยาวชนเลยตามหาผ้าเลอปาสมือสองมาใช้กันจนฮิต ถ้าจะเล่นก็เล่นผืนที่ผลิตในอังกฤษหรืออินเดีย ที่เด็ดสุดคือสีเหลือง ซึ่งเป็นสีที่แสดงถึงความหรูหรานั่นเอง

14

ลูกหยียะรัง

ลูกหยีนั้นเปรียบได้กับผลไม้ประจำจังหวัดปัตตานี ที่แค่ชิมยังไม่พอ เราควรไปชมด้วย ขอแนะนำให้มุ่งหน้าไปท่องเที่ยวชุมชนดงต้นหยี หมู่บ้านปูลาตะเยาะฆอ อำเภอยะรัง ซึ่งเป็นย่านที่ปลูกและแปรรูปลูกหยีกันมาหลายชั่วอายุคน มันเด็ดและเด่นดังจนทางจังหวัดกำลังผลักดันให้ลูกหยียะรังเป็นสินค้า GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) เลยทีเดียว

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ต้นหยีสูงใหญ่คล้ายต้นยางนา ที่นี่มีต้นหยีโบราณอายุถึง 400 ปี ซึ่งน่าจะมีอายุมากที่สุดในประเทศไทย ความสูงก็ไล่เลี่ยกับตึก 10 ชั้น ในอำเภอยะรังมีต้นหยีอายุเกินร้อยปีอยู่เกือบร้อยต้น มีต้นหยีรุ่นลูกรุ่นหลานรวม 3 พันกว่าต้น ซึ่งในจำนวนนี้มีต้นที่ออกผลอยู่พันกว่าต้น ความพิเศษของต้นหยีก็คือ นับจากวันที่เริ่มปลูกจนถึงวันที่ออกผลนั้นต้องใช้เวลายาวนานราว 30 ปี ต้นหยีเกือบทั้งหมดที่ออกผลจึงเป็นมรดกที่บรรพบุรุษหลายรุ่นปลูกไว้ให้

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

การเก็บลูกหยีก็ต้องให้ผู้ชำนาญการปีนขึ้นไปถึงยอด แล้วตัดกิ่งที่มีผลลงมา ตัดกิ่งด้านไหน ปีหน้าด้านนั้นก็จะไม่ออกผลอีก ต้องรอปีถัดไป เพราะต้นหยีจะออกผลตามกิ่งที่มีอายุเท่านั้น

การแปรรูปลูกหยีคุณภาพดีที่สุดในช่วงต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวคือ ลูกหยีเชื่อม จากนั้นก็จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำลูกหยี น้ำพริกลูกหยี เยลลี่ลูกหยี สบู่ลูกหยี และสินค้าที่คนคุ้นเคยกันดีอย่าง ลูกหยีกวน และลูกหยีฉาบ ชิมแล้วรับรองว่า จะได้ยิ้มจนตาหยีแน่ๆ

ทำความรู้จักปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรมในมุมใหม่ ผ่านของ 14 อย่าง, ที่เที่ยว ปัตตานี

ขอบคุณ

  • รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ
  • ผศ. ดร.พรปวีณ์ พุ่มเกิด
  • ผศ. ดร.นภดล ทิพยรัตน์
  • ผศ. ดร.จรีรัตน์ รวมเจริญ
  • อ.พิชัย แก้วขาว
  • คุณรดา จิรานนท์
  • คุณมณฑิรา เพชรอุไร
  • คุณประทุมรัตน์ รัตน์น้อย
  • คุณนราวดี โลหะจินดา
  • Melayu Living

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

4 กุมภาพันธ์ 2566
759

Bangkok Design Week ปีนี้ดุดันไม่เกรงใจใคร

ด้วยจำนวน 500 โปรแกรมตลอด 9 วัน จัดเต็มจุกๆ มากกว่า 9 ย่าน เดินยังไงก็ไม่หมด ช่วงวันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 คนชอบงานสร้างสรรค์จึงควรทำตัวให้ว่าง ฟิตร่างพร้อมลุยดูงานที่กระจายตัวในย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย, สามย่าน-สยาม, อารีย์-ประดิพัทธ์, พระนคร, เยาวราช, นางเลิ้ง, ปากคลองตลาด, คลองสาน, วงเวียนใหญ่-ตลาดพลู, บางโพ, เกษตรฯ, พร้อมพงษ์ และอีกเพียบ

ปีนี้ สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กับพันธมิตรเครือข่ายออกแบบกรุงเทพฯ จัดงานด้วยแนวคิด urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี เนรมิตย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นสนามทดลองไอเดีย สร้างเมืองอันเป็นมิตรที่ดีต่อคนอยู่ มีสารพัดโปรแกรมให้เลือกตั้งแต่ทัวร์-ทอล์ก-เวิร์กช็อป-เดินตลาด-ดนตรี-อีเวนต์ และนิทรรศการ

คอลัมน์ Take Me Out ชวนตบเท้าออกจากบ้าน ไปสำรวจย่านสร้างสรรค์ เติมเต็มประสบการณ์และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่คัดมาแล้วว่าดี ควรค่าแก่การแวะเวียนไปรับชม

วางแพลน-จัดโปรแกรมให้ดี แล้วชวนมิตรไปตะลอนทั่วเมืองด้วยกัน 

#01

งิ้ว

ย่านเยาวราช

อุปรากรจีน หรือ ‘งิ้ว’ เคยเป็นการแสดงคู่กับคนจีนในเยาวราชมาเนิ่นนาน ก่อนโรงงิ้วจะถูกปิดแล้วเปลี่ยนเป็นโรงหนังหรือที่จอดรถ นั่นทำให้บทบาทของงิ้วค่อย ๆ หายไปจากวิถีชีวิตของผู้คน  

‘เยาวเล่น’ ได้ฟื้นชีวิตงิ้วในเยาวราชให้กลับมาอีกครั้ง ณ โรงเจเก่าแก่ที่สุดในย่านเยาวราช อย่างโรงเจบุญสมาคม นำเสนอการแสดงงิ้วจากคณะอุปรากรจีนชื่อดัง แชลั่งเง็กเล่าชุน และคณะอื่น ๆ ยกขบวนความสนุกของ งิ้วนางพญางูขาว สามก๊ก ฯลฯ เวอร์ชันภาษาไทยมาให้รับชม พร้อมเปิดเรื่องราวหลังเวทีใน นิทรรศการ Chinese Opera History in Yaowarat ว่าด้วยบทละครและเครื่องแต่งกายงิ้วในฉบับเข้าใจง่ายและสนุกมาก โดยร่วมกับนักศึกษาแฟชั่นจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

15 งานดีไซน์น่าดูใน BKKDW2023 ตั้งแต่ออกแบบงานศพตัวเอง ยันฟังเสียงพระนครที่แทงก์ประปา

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ เช่น เพนต์หน้ากาก แถมเอากลับบ้านมาเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ อีกหนึ่งกิจกรรมน่าสนใจ คือ ในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ ในงานจะมีชุดงิ้วให้ได้ลองสวมใส่ พร้อมบริการแต่งหน้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ความสนุกแบบนี้หาได้ที่นี่ที่เดียว! 

งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok City Trooper ที่ STRN Citizen Lab เครือข่ายชุมชน นักศึกษาและอาจารย์จากกว่า 27 สถาบัน ร่วมกันสำรวจและออกแบบพัฒนาพื้นที่ไชน่าทาวน์ ชวนผู้คนทำความรู้จักเยาวราชผ่าน 4 อัตลักษณ์ คือ เยาวรักษ์ เยาวลิงค์ เยาวเลิศ และเยาวเล่น

  • โรงเจบุญสมาคม ถนนมหาจักร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
  • 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 11.00 – 22.00 น.
  • เยาวเล่น bkkdw2023
#02

Finding Teresa

ย่านเยาวราช

เถี่ยน มี่ มี่ หนี่ เซียว เต่อ เทียน มี่ มี่ 

หากคุณอ่านประโยคด้านบนโดยไม่ร้องตาม เราขอแนะนำให้รู้จัก เติ้ง ลี่จวิน หรือ เทเรซ่า เจ้าของบทเพลงชื่อดัง Tian Mi Mi, The Moon Represents My Heart, I Only Care About You 

15 งานดีไซน์น่าดูใน BKKDW2023 ตั้งแต่ออกแบบงานศพตัวเอง ยันฟังเสียงพระนครที่แทงก์ประปา

ในปีนี้ Bangkok City Trooper ร่วมกับ STUDIO11206 หยิบ 6 บทเพลงดังของ เติ้ง ลี่จวิน มาเล่าเรื่องราวเยาวราชในยุคต่าง ๆ กับโปรเจกต์ Finding Terasa กิจกรรม Theatrical Walking Tour ย่ำเท้าสำรวจเยาวราชใน 3 เส้นทาง พาทำความรู้จักย่านผ่านผู้คน สถานที่ ตึก และอาคารเก่า พร้อมกับยกโรงละครขนาดย่อมมาไว้กลางแจ้ง โดยผู้ชมจะได้เป็นส่วนหนึ่งกับการแสดง ซึ่งทัวร์นี้อาจกลายเป็นกิจกรรมประจำย่านเยาวราช (ในอนาคต) ให้ผู้คนสนุกกันต่อหลังจบดีไซน์วีก

ไฮไลต์สุดน่ารักคือ ตลอดการทัวร์ คุณจะได้สวมบทบาทนักสืบ ตามหาหญิง 6 คนที่หลุดออกมาจากเพลงของ เติ้ง ลี่จวิน และระบุว่าพวกเธอหลุดออกมาจากเพลงใดในเวลาที่กำหนด

แค่คิดก็สนุกแล้วใช่ไหมล่ะ

  • 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566
    จันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 – 21.30 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.30 – 20.00 น.
  • เยาวเล่น bkkdw2023
#03

You Do Me, I Do You

ย่านเยาวราช

D&O Association นิทรรศการหลุดกรอบพร้อมออกคอมฟอร์ตโซนที่ท้าทายนักออกแบบ โดยการแลกเปลี่ยนวัสดุเพื่อสร้างสรรค์ผลงานกลิ่นอายดั้งเดิมของตน นำเสนอผลงาน 29 ชิ้น จาก 39 สตูดิโอ

นี่คือหนทางในการพัฒนาและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ โดยการแลกเปลี่ยนความคิดและวิธีการ เรียนรู้วัสดุใหม่ที่ไม่คุ้นชิน และยังช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วย สิ่งที่น่าสนใจในงานนี้คือการที่ บริษัท เฌอร่า (SHERA) จำกัด (มหาชน) สนับสนุนวัสดุให้แก่นักออกแบบ 6 คน เพื่อนำไปรังสรรค์สิ่งใหม่ ได้แก่ PDM Brand, kenkoon, Yothaka, Dots Design Studio, Masaya Furniture และกรกต อารมณ์ดี ไม่ว่าจะเป็นการนำซีเมนต์มา Compose ใหม่ หรือนำวัสดุที่แข็งกร้าวมาจัดให้อยู่ในทรวดทรงลื่นไหลของน้ำ และสิ่งที่น่าจับตา คือ Pavillion ที่นำวัสดุของเฌอร่ามาประสานเข้ากับไม้ไผ่อย่างสร้างสรรค์ โดยชิ้นงานนี้มีความทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายของกรกตไว้ทุกตารางนิ้ว

นอกจากนี้ยังมีห้องฉายภาพบรรยากาศในการทำงานของเหล่านักออกแบบที่ร่วมเดินทางแก้ไขปัญหา และแบ่งปันความคิดกันตลอดเวลา 2 เดือน ถ้าพลาดงานนี้ ทาง D&O Association กระซิบมาว่าจะยังคงติดตั้งงานบางชิ้นไว้ให้ชมภายหลัง แต่จะเป็นชิ้นไหน ต้องรอติดตามไปพร้อมกัน

  • ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 11.00 – 22.00 น.
  • 09 2549 6592
#04

อีท-อะ-ลอง (Eat Along)

ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย

หลายคนที่เคยเดินเที่ยวย่านตลาดน้อย อาจพอคุ้นชินกับภาพอาคารเก่า ศาลเจ้า และร้านค้าที่มาพร้อมเสน่ห์แบบจีน ๆ ชวนให้เส้นทางทุกซอกทุกมุมน่าค้นหา แต่ใครจะรู้ว่าบนถนนเส้นนี้ไม่ได้มีเพียงวัฒนธรรมจีน ที่นี่ยังมีวัฒนธรรมคริสต์ มุสลิม และพุทธ ผสมผสานกันอยู่ และภาพง่าย ๆ ที่ทำให้มองเห็นวิถีชีวิตของผู้คนในย่านนี้ชัดที่สุด คือ ‘อาหาร’ ซึ่งกระจายอยู่ตลอดรายทาง

Bangkok Design Week 2023 ในครั้งนี้ TREASURE ร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหารย่านตลาดน้อย จัดกิจกรรมชวนคนรุ่นใหม่สร้างประสบการณ์ใหม่ ลองรู้จักอาหารไม่คุ้นชื่อ ไม่คุ้นหน้า ไปพร้อมกับการรู้จักย่าน อิ่มอร่อยกับ Storytelling ที่ทำให้อาหารแต่ละคำมีความหมายและกินสนุกมากขึ้น

15 งานดีไซน์น่าดูใน BKKDW2023 ตั้งแต่ออกแบบงานศพตัวเอง ยันฟังเสียงพระนครที่แทงก์ประปา

ตลอดการจัดงาน พวกเขายกขบวนอาหารจากทั้งย่านมาเสิร์ฟให้ทานเป็นคำ ๆ ทั้งจอร้อ ขาหมูตือคาตั่ง กุยช่ายจากร้านดังที่เปิดขาย 20 นาทีหมด เกี๊ยวซ่าหน้าเปิดเฟิงจู และอีกเพียบ จัดลงกล่อง 2 แบบให้เลือกทาน คือ อีท-อะ-ลอง กับ Sing-อะ-ลอง, หากอยากสนุกไปพร้อมกับการทาน ขอแนะนำให้เลือก Sing-อะ-ลอง เพราะคุณจะได้ทำความรู้จักอาหารแบบเสี่ยงทายสุด ๆ จากเพลงที่คุณเลือก

พิเศษใส่ไข่ ไม่ว่าซื้ออาหารเซตไหน ก็ได้คูปอง Free Bite ในตลาดน้อยฟรีอีก 1 คำ!

  • ลานหน้าไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
  • 4, 5, 11, และ 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 11.00 – 22.00 น
  • TREASURE
#05

พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทย

ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย

นี่คือ Public Space ที่ชวนตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นพื้นที่ของทุกวัย

เนื่องจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มักเป็นพื้นที่ที่ผู้คนรวมตัวกันเพื่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ตนต้องการ จึงทำให้เกิดคอมมูนิตี้สายมูขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพื่อพบปะ แลกเปลี่ยน และนำไปสู่อีกหลายกิจกรรม ท่ามกลางซุ้มศาล เครื่องเซ่น และเหล่ารูปปั้น กิจกรรมผูกผ้าสามสี ไหว้ผี หรือแม้แต่บนนางรำ 

15 งานดีไซน์น่าดูใน BKKDW2023 ตั้งแต่ออกแบบงานศพตัวเอง ยันฟังเสียงพระนครที่แทงก์ประปา

Semiotic Architect + Design จึงเสนอโปรเจกต์สร้างพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ติดตั้งชิงช้าทั่วย่านในการจัดงานดีไซน์วีก เพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์เครื่องเล่นของคนทุกวัย โดยใช้วัสดุไม้สีแดงและสีทองแทนลักษณะถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้คนทุกคนกล้าก้าวเท้าเข้ามาเพื่อสร้างคอมมูนิตี้ใหม่ ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สาธารณะแห่งนี้ พร้อมยังเป็นตัวตั้งต้น เปิดโอกาสให้ทุกเพศทุกวัยตั้งคำถามว่า ที่ว่างในพื้นที่สาธารณะจะพัฒนาเป็นสิ่งใดเพื่อให้เป็นมิตรกับทุกคน 

และสิ่งที่จะทำให้ตื่นตาตื่นใจก็เป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการให้เลขเด็ดที่ให้คุณนั่งลุ้นพร้อมไกวชิงช้าตีเลขไปพร้อมกัน

  • พิพิธภัณฑ์ชุมชนตลาดน้อย ซอยภาณุรังษี เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • 4 – 12 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 – 22.00 น.
  • 08 4556 1669
  • Semiotic Architect + Design
#06

ออกแบบงานศพของตัวเอง

ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย

ถ้าออกแบบงานศพของตัวเองได้ คุณอยากให้เป็นแบบไหน

คำถามที่หลายคนอาจไม่ค่อยพูดถึง ทั้งที่ความตายเป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นธรรมชาติของมนุษย์ โดย บริ-บุญ (Boriboon) และ สุริยาหีบศพ (Sureeya) จับมือกันจัดนิทรรศการนี้ขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์และมุมมองใหม่ ภายในนิทรรศการออกแบบให้เล่าเรื่องผ่านชีวิตของคนหนึ่งใน 5 ช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน วัยครอบครัว และวัยเกษียณ โดยจัดโลงศพจำลองที่แตกต่างกัน 5 รูปแบบ พร้อมให้บรรยากาศที่ลึกซึ้งกว่าด้วยภาพและเสียง ซึ่งเป็นการนำประเด็นความตายมาพูดในเชิงบวก ให้ผู้คนตีความผ่านมุมมองของการใช้ชีวิต ความคิด และความต้องการที่แตกต่างกัน

15 งานดีไซน์น่าดูใน BKKDW2023 ตั้งแต่ออกแบบงานศพตัวเอง ยันฟังเสียงพระนครที่แทงก์ประปา

ไม่ใช่ทุกคนที่นึกถึงงานศพของตัวเอง แต่โปรเจกต์นี้เปิดโอกาสให้สัมผัสประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การคิดและการตั้งคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ในลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

งานนี้เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

  • ชัยพัฒนศิลป์ ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • 4, 5, 11, และ 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 11.00 – 22.00 น
  • บริบุญ – Boriboon
#07

กรุงเทพฯ เมืองชวนขำ

ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย

พูดยังไงให้ตลกได้ขนาดนี้…

หากพูดถึง เดี่ยวไมโครโฟน หลายคนอาจนึกถึง โน้ส-อุดม แต้พานิช แต่ขออธิบายก่อนว่า เดี่ยวไมโครโฟน เป็นการแสดง Stand Up Comedy ที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความบันเทิงด้วยการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ประเด็นต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์และสร้างความสนุกสนานแก่ผู้ชม มักได้รับความนิยมในต่างประเทศ 

แต่ในวาระนี้ เมืองไทยมีกลุ่มสแตนด์อัปคอมเมดี้อย่าง ‘ยืนเดี่ยว ที่เป็นผู้นำในการจัดแสดงมหรสพดังกล่าวมาตั้งแต่ ปี 2019 และในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 15 โดยมีชื่องานว่า กรุงเทพฯ เมืองชวนขำ Bangkok Design Laughจัดขึ้นที่ ปรินซ์ เธียเตอร์ เฮอริเทจ สเตย์ โรงภาพยนตร์เก่าที่เปลี่ยนเป็นโรงแรม แต่ยังคงความเป็นสถานบันเทิงอย่างในอดีต ยืนเดี่ยวเลือกที่นี่เพราะอยากนำเอาเสน่ห์และความทรงจำของสถานที่แห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

15 งานดีไซน์น่าดูใน BKKDW2023 ตั้งแต่ออกแบบงานศพตัวเอง ยันฟังเสียงพระนครที่แทงก์ประปา

การแสดงหนึ่งโชว์มีทั้งหมด 6 คน คนละ 15 นาที ความยาวรวมกันอยู่ที่ 2 ชั่วโมง เต็มอิ่มสะใจกันไปเลย โดยไฮไลต์ของงานคือ การหยิบยกประเด็น ปัญหา หรือประสบการณ์ของคนพูดที่เป็นตัวแทนของชาวกรุงมาขยี้ให้แหลก ทั้งในแง่ดีและมุมมองชวนขบคิดอย่างสร้างสรรค์ 

งานนี้เข้าชมฟรีและมีเพียง 2 รอบการแสดง เพราะฉะนั้นอย่ามัวรอช้า

  • ปรินซ์ เธียเตอร์ เฮอริเทจ สเตย์ ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 11 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 20.00 – 22.00 น.
  • ยืนเดี่ยว
#08

Haroon Food Market

ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย

ว่ากันว่าอาหารฮาลาลที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปีในชุมชนรอบมัสยิดฮารูณกำลังจะหายไป

ชุมชนรอบมัสยิดฮารูณหอบสูตรอาหารจากสารพัดแห่ง ทั้งอินโดนีเซียและอินเดีย มาปักหลักในย่านบางรักกว่า 100 ปี แต่สูตรอาหารที่พวกเขามีกำลังจะหายไป เพราะกระบวนการทำต้องใช้เวลานาน ตรงข้ามกับการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเร่งรีบ ในครั้งนี้ NOSH NOSH Project จึงร่วมกับ Haroon Community และ CEA ชวนคุณอิ่มอร่อยกับอาหารท่ามกลางกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนในงาน Haroon Food Market มหกรรมรวมร้านอาหารฮาลาลมากว่า 50 ร้าน ตั้งแต่ของหวานไปจนถึงของคาว 

ความพิเศษของงานนี้คือ หลายบ้านในชุมชนรอบมัสยิดฮารูณได้เปิดครัวในบ้าน นำสูตรอาหารต้นตำรับของพวกเขาเมื่อ 100 กว่าปีก่อนมาเสิร์ฟความอร่อยตลอดงาน! 

แค่นึกภาพข้าวที่หุงด้วยนมกับเนยก็อยากลองไปทานแล้วจริง ๆ 

  • มัสยิดฮารูณ ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 4, 5, 11, 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 11.00 – 19.00 น.
  • NOSH NOSH
#09

PechaKucha: meet (urban) nice people

ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย

Bangkok Design Week 2023 ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี ตอบโจทย์ครอบคลุมทั้งหมด 6 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม การขนส่งสาธารณะ การผลักดันและอนุรักษ์วัฒนธรรม ธุรกิจและเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของชุมชน และความหลากหลายในสังคม

โดย ‘เพชะคุชะ’ คือกิจกรรมเสวนาที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสีสันให้กับงาน สร้างแรงบันดาลใจและความแปลกใหม่ แนวคิดของเพชะคุชะ คือ meet (urban) nice people นำเสนอโปรเจกต์และมุมมองของคนทำงานเพื่อสังคมเมือง เช่น BACC, Urban Ally มหาวิทยาลัยศิลปากร, Alex Face และอีกมากมาย

ไฮไลต์ของงาน คือการนำเสนอแนวคิด ผลงานสนุก ๆ จากนักสร้างสรรค์ 20 คน ผ่าน 20 รูปภาพ x 20 วินาที โดยมีวิธีนำเสนอต่างกันไป ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นนักสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ตลอดจนเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศ

งานนี้เข้าร่วมฟรี แต่รับจำนวนจำกัด ต้องรีบลงทะเบียนให้ไวเลย

  • ห้องฟังก์ชัน ชั้น 4 อาคารส่วนหน้า TCDC ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • เสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 14.00 – 17.00 น.
  • 0 2105 7400 ต่อ 123
  • สมัครเข้าร่วม Bangkok Design Week 2023, Powered by PechaKucha
#10

Lives Waves

ย่านพระนคร

มากกว่าสัมผัสคือการมองเห็น และขั้นกว่าของการมองเห็นคือการได้ยิน โสตสัมผัสการรับรู้เสียงเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่ทำให้เราเชื่อมโยงกับสิ่งต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ถูกส่งผ่าน หรือจินตนาการที่มากกว่าการมองเห็น 

ในดีไซน์วีกครั้งนี้ Hear & Found ร่วมกับ Urban Ally คืนชีวาสู่ย่านบำรุงเมือง เล่าย่านผ่านเสียง ณ โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ และ ประปาแม้นศรี

15 งานดีไซน์น่าดูใน BKKDW2023 ตั้งแต่ออกแบบงานศพตัวเอง ยันฟังเสียงพระนครที่แทงก์ประปา

ณ โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ มีนิทรรศการเล่าเรื่องชุมชนเฟื่องนครที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำทองรูปพรรณและทองคำเปลว ในนิทรรศการ Gold Grows Glow: Goldsmith district story (ธรรม-ทอง) จัดโดย Sonjai และเสียงของสถานที่ที่บันทึกจากชุมชนเฟื่องนคร ร้านขายสังฆพรรณ และการตีทอง

ณ ประปาแม้นศรี ที่นี่เป็นหอเก็บน้ำประปาแห่งแรกในไทย และเป็นสถานที่ในความทรงจำของคนในพื้นที่ใกล้เคียง บริเวณแทงก์น้ำที่ 1 เสียงธารน้ำไหลจากป่าต้นน้ำในหมู่บ้านปกาเกอะญอ บ้านกะเหรี่ยงโข่ และน้ำตกจากหมู่บ้านของชาวม้งที่พิษณุโลกเล่นคลอไปกับนิทรรศการภาพถ่าย Portrait of Water Tank 

ส่วนแทงก์น้ำที่ 2 เป็นเสียงจากย่านพระนคร สดับฟังเสียงกระดิ่งจากวัดภูเขาทองไปพร้อมกับเสียงอันเปราะบางของน้ำแข็งในขั้วโลกที่กำลังละลาย สะท้อนถึงภัยใกล้ตัวที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา 

#11

ฟอนต์บำรุงเมือง

ย่านพระนคร

กุมภาพันธ์นี้ ประปาแม้นศรีจะกลายเป็นพื้นที่นั่งเล่น แสงสี ดนตรี และวิถีชีวิตเก่า นำทัพโดย Urban Ally พร้อมภาคี จะพาทุกคนไปค้นหาอัตลักษณ์และพัฒนาชุมชนย่านพระนคร

นอกจากประวัติศาสตร์และตัวอาคาร อีกสิ่งที่เปลี่ยนตามยุคสมัยโดยที่เราไม่ได้สังเกต คือตัวอักษรตามถนนบำรุงเมือง ศูนย์มิตรเมืองร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ พจน์วิบูลศิริ (พจน์ อักษรสนาน) เดินเท้ากว่า 16,000 ก้าว ตามหาตัวอักษรที่ผ่านกาลเวลาและยุคสมัย หลากวัสดุและรูปแบบ เพื่อประกอบเป็นคำว่า ‘มิตรบำรุงเมือง’ จัดแสดงในนิทรรศการ Typography of Bumrungmuang Exhibition ภายในตึกประปาแม้นศรี โดยนิทรรศการแสดงตัวอักษร 11 ตัวที่เกิดขึ้นต่างยุค บอกความเป็นมาของการออกแบบ แนวคิด วิธีการ ภาพถ่ายป้ายต้นฉบับ และลวดลายอาคารที่เดินสำรวจ

ลายแทงเดินงาน Bangkok Design Week 2023 พาคุณไปสนุกกับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์

ในนิทรรศการมีกิจกรรมสนุก ๆ ประลองความคิด ให้เราลองสร้างคำใหม่จากคำว่า มิตรบำรุงเมือง เพื่อแสดงถึงการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และพัฒนาให้เกิดสิ่งใหม่ คิดคำรอไปจากบ้านได้เลย (ฮา)

  • ประปาแม้นศรี สี่แยกแม้นศรี ถนนบำรุงเมือง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 11.00 – 21.00 น.
  • 09 1741 5004
  • Urban Ally
#12

Tango Trio | Pop-up Blossom : Flower-Inspired Installation

ย่านปากคลองตลาด

ถ้าพูดถึงแหล่งซื้อดอกไม้ คงไม่มีอะไรเด้งขึ้นมาในหัวได้นอกจากย่านปากคลองตลาด

คราวนี้กลุ่มมนุษย์ปากคลองขอจับมือร่วมกับนักออกแบบ สรรสร้างกิจกรรมให้เราสัมผัสความงามของดอกไม้อย่างใกล้ชิด เช่น การหยุดอายุขัยดอกไม้ 80 สายพันธุ์ลงแจกันอิเล็กทรอนิกส์ การแสดงภาพถ่ายตลาดดอกไม้ปากคลอง-ลอนดอน ควิซตามหาดอกไม้ที่ใช่ กิจกรรมสร้างทางเดินดอกไม้และระบายสีสร้างสีสันให้กับตัวอาคารเก่าผ่านเทคโนโลยี AR โดยทุกงานเดินเท้าถึงกันได้

ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ PHKA Studio ผู้เล่าเรื่องผู้คนและพื้นที่ผ่านการใช้ศาสตร์การจัดดอกไม้มาร่วมสร้างผลงาน งานกระจายอยู่ภายในย่านถึง 3 ชิ้น 

1) แยกถนนจักรเพชรตัดกับถนนบ้านหม้อ ชิ้นงานติดอยู่กับเสาป้ายริมทาง 

2) ชั้น 1 กลางตลาดยอดพิมาน ชิ้นงานห้อยตัวมาจากเพดานสูงระดับตา 

3) พื้นที่ใต้สะพานพระปกเกล้า แสดงความแตกต่างของดอกไม้ที่เปราะบางกลางโครงสร้างอาคารเก่า

ที่พิเศษคือ หากใครไปร่วมงานและซื้อช่อดอกไม้ ไม่ว่าจะช่อเล็ก ช่อใหญ่ หรือพวงมาลัย ทางมนุษย์ปากคลองมีสติกเกอร์น้องไมร่า (aka น้องมาลัย) เป็นของที่ระลึกสำหรับ 1,000 คนแรกด้วยนะ นำไปแลกที่จุด Info Centre ด้านข้างโรงแรมราชินี ติดทางขึ้น-ลง MRT สนามไชย ได้เลย

#13

SENSE OF NANG LOENG : SARTORIAL

ย่านนางเลิ้ง

นางเลิ้งเป็นย่านรวมกิจกรรม ไม่ว่าจะเดินล่อง ท่อง กิน หรือชมงานศิลป์ ซึ่ง SENSE OF NANG LOENG ก็มาพร้อมกับแนวคิดพัฒนาชุมชน เพื่อความยั่งยืนและรื้อฟื้นวัฒนธรรมประจำชุมชน

ชุมชนนางเลิ้งคัดสรรกิจกรรมให้ผู้คนเข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการทัวร์ชุมชน เวิร์กช็อปสำรวจงานศิลป์ ชมแสงสีและการแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังมีขบวนอาหารให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะของกินจุบจิบหรือของกินเลื่องชื่อ 

แต่สิ่งที่พลาดไม่ได้คือการชมการแสดงรำสมโภชน์ที่หาดูได้ยาก ใน ละครชาตรี Happy Birthday ที่ได้รับเกียรติจาก ครูกัญญา ทิพย์โยสถ ครูรำท่านสุดท้ายผู้สืบสายเลือดตรงมาจากคณะนางรำในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นผู้ร่ายรำและนำร้องเพื่ออวยพรแก่ผู้ชม

ลายแทงเดินงาน Bangkok Design Week 2023 พาคุณไปสนุกกับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์

การแสดงในครั้งนี้ได้ รัฐ เปลี่ยนสุข และ Sumphat Gallery มาสรรค์สร้างทำนองพร้อมบรรยากาศผ่าน Projection Mapping จัดแสดงในวันที่ 4 – 5 และ 11 – 12 กุมภาพันธ์ เวลา 17.30 – 18.30 น.

#14

สะพานควายวาไรตี้ (Saphan Khwai Variety) 

ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์

จากชุมชนค้าวัวควายในอดีต สู่เมืองเศรษฐกิจใหม่

เราอยากชวนทุกคนไปร่วมชมนิทรรศการสื่อผสม ‘สะพานควายวาไรตี้’ (Saphan Khwai Variety) นิทรรศการศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวหลากมิติในย่านสะพานควาย งานนี้จัดขึ้นโดย Studio Marketing Materials (SMM) ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศของผู้คน วิถีชีวิต และธุรกิจห้างร้านในย่านเก่าแก่ ที่กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ จากการเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่ จนเกิดเป็นการผสมผสานระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ในมิติที่หลากหลาย เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่น บาร์เก่าแก่ หรือน้องหมาที่เป็นที่รู้จักของคนในย่าน คละรวมกับคอนโดมิเนียมหรืออาคารพาณิชย์ใหม่ ๆ

ภายในนิทรรศการจัดแสดงกราฟิกอาร์ต ชวนให้มองเห็นถึงสิ่งที่ดำเนินอยู่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์และมุมมองใหม่เกี่ยวกับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่อย่างสะพานควายมากขึ้น

หากอยากรู้ว่าย่านนี้มีอะไรน่าสนใจ รีบตบเท้าก้าวให้ไว เพราะเข้าชมฟรี

  • Buffalo Bridge Gallery ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 
    จันทร์-ศุกร์ เวลา 15.00 – 20.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13.00 – 20.00 น.
  • Studio Marketing Materials
#15

ให้ภาพ ‘เล่าเรื่องรถไฟ’

ย่านหัวลำโพง

ย่านหัวลำโพงจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อทุกอย่างกำลังย้ายไปบางซื่อ

Bangkok Design Week 2023 ชวนมิตรรักนักอ่านทุกคนไปนิทรรศการ ให้ภาพ ‘เล่าเรื่องรถไฟ’ Train and Vernadoc จัดขึ้นโดย VERNADOC Thailand องค์กรไม่แสวงผลกำไร และผู้ทำงานในแวดวงสถาปัตยกรรม เพื่อเก็บข้อมูลสถาปัตยกรรมและอาคารเก่าด้วยภาพลายเส้น ภายในนิทรรศการมีการจัดแสดงเกี่ยวกับรถไฟในหลายแง่มุม ทั้งด้านสถาปัตยกรรมรถไฟและพื้นที่ชุมชน

ขณะที่ย่านหัวลำโพงกำลังกลายเป็นอดีตในความทรงจำของใครหลายคน แต่ VERNADOC กลับเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่ ในมุมของการศึกษาเรื่องราวอดีตชุมชน ประวัติศาสตร์ หรือเกร็ดความรู้ที่คนอาจไม่ทราบมาก่อน รวมถึงพยายามสร้างเครือข่ายที่จะพากรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็นเมืองศิลปะ

ลายแทงเดินงาน Bangkok Design Week 2023 พาคุณไปสนุกกับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์

 ไฮไลต์มี Talk-Walk-Workshop เริ่มตั้งแต่กิจกรรมแรก เป็นการบรรยายและพูดคุยหัวข้อสถานีรถไฟกับการอนุรักษ์และการพัฒนาชุมชนเมือง สถาปัตยกรรมอนุรักษ์มรดกรถไฟ และประสบการณ์การทำงานภาคสนาม โดย รศ.ปริญญา ชูแก้ว จากนั้นพาเดินชมย่านหัวลำโพงและมูลนิธิรถไฟไทยเพื่อเข้าใจบริบทของพื้นที่มากขึ้น ปิดท้ายด้วยเวิร์กช็อป Mini Vernadoc บรรยายโดย ผศ.ดร.สุดจิต เศวตจินดา จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และทำหนังสือทำมือ โดย ดิบดีเชียงใหม่

กิจกรรมจัดมาเต็มขบวนแบบนี้ อย่าพลาดกันเชียว! เข้าฟรีนะ

  • PLAY SPACE ถนนเจริญเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 – 20.00 น.
  • Play Space

Writers

เกษมณี ชาติมนตรี

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

มานิตา สุนทรพจน์

มานิตา สุนทรพจน์

เด็กสาวชาวอุทัย ผู้นมัสการให้แด่สายผลิตงานสร้างสรรค์ และผู้ฝากความสุขอนันต์ไว้บนพุงแมวและชาเขียว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load