The Cloud x GC Circular Living

นับเป็นเวลาหลายสิบปีที่มนุษย์เราได้รับความสะดวกสบายจากการใช้พลาสติกนานารูปแบบ และไม่ว่าใครจะลุกขึ้นมารณรงค์ชวนลด ละ หรือเลิก ใช้พลาสติก หรือแม้แต่ให้ความรู้เรื่องรีไซเคิลพลาสติกอย่างไร ผู้คนก็ยังมองพลาสติกเป็นผู้ร้าย เหมือนทุกครั้งที่เราต้องโทษใครสักคนไว้ก่อน 

ไม่มีประโยชน์ที่จะหาตัวผู้กระทำผิดที่สุดของปัญหาสิ่งแวดล้อมในตอนนี้ เราย่อมรู้ว่าเราต่างมีส่วนไม่มากก็น้อย คิดแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก ความทรงจำในห้องเรียนวิชาเคมีสมัยมัธยมปลายสอนให้เห็นกระบวนการกว่าจะเป็นพลาสติก ซึ่งยิ่งใหญ่ ใช้ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ มนุษย์ เงินทุน และเทคโนโลยีมหาศาล แต่กลับได้ผลลัพธ์เป็นบรรจุภัณฑ์อายุงานสั้น เช่น ใส่ของไม่ถึง 5 นาทีก็กลายเป็นขยะในถังแล้ว 

บทความไม่ได้ตั้งใจมาพูดแทนหรือแก้ตัวให้ใครทั้งนั้น เพียงแค่รู้ว่าผู้ผลิตต้นทางไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่พยายามเปลี่ยนวิธีการคิดและบริหารงานของตัวเองซึ่งกระทบผู้ใช้ทั้งอุตสาหกรรม เราจึงอยากเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟัง

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ The Cloud จะได้มีโอกาสนัดหมายพูดคุยกับ คุณปฏิภาณ สุคนธมาน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC มากกว่าวิธีคิดที่ผลักดันและยกระดับผู้ใช้พลาสติกทั้งระบบ เราสนใจมุมมองบริหารองค์กรและเคล็ดลับการทำงานที่เปลี่ยนข้อมูลเป็นความเชี่ยวชาญซึ่งเต็มไปด้วยปฏิภาณสมชื่อ

ก่อนคุยกับเขา มีคนเตือนเราว่า เขาเป็นคนดุมาก

วินาทีที่เขายอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่ดุจริง บรรยากาศการสนทนาก็เปลี่ยนไป ยิ่งคุยยิ่งพบมุมที่เข้าถึงง่ายของเขา ไม่แปลกใจว่าทำไมผู้ใต้บังคับบัญชาจึงรักและเคารพเขา

ใครอยากได้วิธีทำงานกับเจ้านายดุๆ ไปปรับใช้ ลองฟังเรื่องราวและคำแนะนำจากกัปตันทีมคนนี้พร้อมกัน

การบริหารองค์กรที่ทำเรื่องพลาสติกวันนี้แตกต่างจากอดีตยังไง

สมัยก่อนเราเป็นเพียงผู้ผลิตเม็ดพลาสติกตั้งต้นเกรดต่างๆ เพื่อลูกค้านำไปผลิตต่อตามการใช้งาน แต่วันนี้เราเปลี่ยนมาขายวิธีการแก้ปัญหาให้ลูกค้า เช่น ในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างบางส่วนให้กลายเป็นพลาสติกเพื่อลดน้ำหนัก อย่างคานรับน้ำหนักช่วงล่างของรถยนต์ งานของเราคือ พัฒนาคุณสมบัติของพลาสติก เบาอย่างเดียวไม่พอเพราะเขากำลังจะใช้มันแทนที่สิ่งที่แข็งแกร่งอย่างเหล็ก และการพัฒนาจะเกิดจากคิดขึ้นเองไม่ได้ เราต้องคุยกับเขาถึงความต้องการใช้งานจริง โจทย์คือแล้วจะพัฒนาอย่างไรให้หักในส่วนที่ควรหัก และแข็งในส่วนที่ควรแข็ง นอกจากน้ำหนัก ข้อดีของพลาสติกคือพัฒนาต่อได้หลากหลาย เพราะขึ้นรูปง่ายกว่า

ยังไง

ที่อาคารสำนักงานใหญ่ เรามีศูนย์ความร่วมมือและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ Customer Solution Center (CSC) เพื่อออกแบบและแก้ปัญหาให้ลูกค้า สำหรับคนทั่วไปที่ทำธุรกิจ เช่น อยากทำเครื่องสำอางขาย ต้องการบรรจุภัณฑ์สวยงาม ดูดี ออกแบบสวย แต่ไม่มีความรู้เรื่องบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาก่อน เราก็มีทีมออกแบบ ทีมผลิตแม่พิมพ์ ทีมสร้างสรรค์ เพื่อให้ลูกค้ารายย่อยได้งานที่ต้องการ และเราอยากยกระดับการใช้งานพลาสติก แทนที่จะใช้ผลิตถุง ถัง และกะละมัง ก็ให้ความรู้และตัวอย่างการสร้างสรรค์งานที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้วิถีและความต้องการใช้งานพลาสติกเปลี่ยนไป

ปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้บริหารผู้เปลี่ยนความต้องการใช้งานพลาสติกของผู้ผลิตทั้งระบบ

ทำไมบริษัทใหญ่อย่าง GC ถึงเลือกจะลงทุนกับผู้ประกอบการรายย่อย 

เพราะผลจากเรื่องนี้จะยกระดับเราทั้งอุตสาหกรรม การสนับสนุนสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทำให้เราได้ทดลองทำโจทย์ที่หลากหลาย เช่น ปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์สามมิติ ที่พิมพ์แบบออกมาดูและปรับแก้ ก่อนทดลองผลิต ทำให้ประหยัดเวลาและได้สิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกคนจริงๆ

เรื่องนี้สำคัญยังไง

กระบวนการกว่าจะได้มาซึ่งพลาสติก จากก๊าซธรรมชาติ จากน้ำมันปิโตรเลียม เปลี่ยนให้เป็นปิโตรเคมี เปลี่ยนให้เป็นเม็ดพลาสติก ไม่เพียงเงินลงทุนในแต่ละห่วงโซ่มีมูลค่าหลายแสนล้าน พลาสติกใช้เทคโนโลยีและความพยายามมากมายเหลือเกิน สิ่งที่เราต้องการสื่อสารคือ พลาสติกไม่ใช่สิ่งไม่ดี เพียงแต่วันนี้เราใช้เขาถูกต้องหรือเปล่า ในวันที่ผู้คนเคยชินกับความสะดวกสบาย จะให้ลดการใช้พลาสติกคงทำได้แต่หากจะต้องตัดขาดเลยคงยาก สำคัญที่สุดคือ ให้ความรู้และทำให้เห็นว่าจะอยู่ร่วมและจัดการกับพลาสติกที่ใช้ยังไง 

เราเคยแยกประเภทขยะอย่างตั้งใจมั้ย ทิ้งแล้วรู้ไหมว่านำมันไปทำอะไรต่อได้อีกบ้าง ถ้าทิ้งก็ต้องทิ้งอย่างรับผิดชอบ ผมชอบวิธีของคนญี่ปุ่นไม่เพียงแค่แยกนะ แต่เขาล้างขยะที่รีไซเคิลได้ทุกชิ้นก่อนจะแยก ทำให้ขยะไม่เป็นขยะเพราะกลับไปทำอย่างอื่นต่อได้ในต้นทุนที่ถูกลง

อะไรคือวิธีการที่คุณใช้สื่อสารให้คนเข้าใจว่าพลาสติกไม่ใช่เป็นผู้ร้าย

ในฐานะผู้ผลิตเราเองก็รู้สึกไม่ดีนะ พลาสติกทำมาอย่างลำบากยากเย็น บางทีใช้เป็นถุงใส่ของไม่ถึง 5 นาทีแล้วทิ้ง เราอยากให้คนเห็นคุณค่าทรัพยากรนี้มากกว่าที่เคย จากเม็ดพลาสติกผลิตถุงเป็นของที่เกิดประโยชน์ เช่น ท่อน้ำ สายไฟ ถังน้ำขนาดใหญ่ เส้นใยเสื้อผ้า เปลี่ยนจากพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเป็นพลาสติกเกรดอื่นที่ขายได้ราคาสูงกว่า ในความเป็นจริงถุงพลาสติกก็ยังต้องมีอยู่ นึกภาพกินปลาหมึกย่างราดน้ำจิ้ม เราพยายามแนะนำทางเลือกให้ผู้ใช้รู้จักไบโอพลาสติกซึ่งย่อยสลายได้ แปลว่าพลาสติกชิ้นนั้นจะกลับกลายเป็นดินเลยนะ ไม่ได้แตกตัวเป็นไมโครพลาสติก นั่นเป็นเพราะพลาสติกทั่วไปทำจากน้ำมัน แต่ไบโอพลาสติกทำจากน้ำตาล

น้ำตาลอ้อย?

ใช่ เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ปลูกอ้อยเยอะ และเราลงทุนพัฒนาเรื่องนี้กับอเมริกานานแล้ว ที่อเมริกาใช้น้ำตาลจากข้าวโพด ได้พลาสติกประเภทที่เรียกว่า PLA กระบวนผลิตจะใช้น้ำตาลอ้อยหมักใส่แบคทีเรีย จากนั้นรอให้ทำปฏิกิริยาถ่ายกากออกมา แล้วจึงนำกากนั้นไปผลิตไบโอพลาสติก

กระบวนการเหมือนจะสั้นกว่าการทำพลาสติกจากน้ำมัน

กระบวนการยาวกว่า รอเวลากินเชื้อและย่อยแบคทีเรียออกมา ความยากคือการควบคุมคุณภาพและความเสถียรในการผลิต เราถึงบอกว่าไม่มีทางที่ไบโอพลาสติกจะแทนพลาสติกที่มีในโลกได้ 

ต่อให้ปลูกอ้อยทั้งโลกก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน?

ไม่พอ ที่สำคัญ ราคาสูงเพราะเทคโนโลยีการผลิตเพิ่งเริ่มต้น เพราะฉะนั้น เลือกประเภทการใช้งานให้เหมาะสม เช่น ไปทดแทนบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารที่ปกติจะรีไซเคิลไม่ได้ เพราะปนเปื้อนอาหารไปแล้ว เป็นต้น

ปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้บริหารผู้เปลี่ยนความต้องการใช้งานพลาสติกของผู้ผลิตทั้งระบบ

จากนักเรียนรัฐศาสตร์มาสู่ผู้บริหารในสายธุรกิจเคมีภัณฑ์ได้ยังไง

หลังจากเรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์การบริหารการคลัง ต่อด้วยปริญญาโทบริหารธุรกิจงานการเงิน ก็ทำงานบริหารการเงินมาตลอด เคยมีคนถามหน้าที่ของ Chief Financial Officers หรือ CFO ผมก็ตอบว่าคือ นักขาย โดยหน้าที่แล้วต้องขายความน่าเชื่อถือของบริษัทให้แก่นักลงทุนและธนาคาร ขายหุ้นแล้วก็ต้องคิดขยายธุรกิจ ขายผลประกอบการ ขายทุกๆ อย่างที่ทำให้บริษัทมีความมั่นคง ระหว่างทำงานเดินสายเจอนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ยิ่งเปิดโลกการบริหารธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ จนวันที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารก็นำประสบการณ์และความรู้จากที่เคยแลกเปลี่ยนมาต่อยอด

ความเข้าใจในบริษัทและธุรกิจที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงตัวคุณอย่างไรบ้าง

ฟังดูอาจจะรู้สึกว่าวิชาการนะ ในกระบวนแปลงข้อมูลเป็นความรู้ประกอบด้วย 4 ลำดับขั้น ได้แก่ ขั้นแรกข้อมูลดิบ (Data) ข้อมูลตัวเลขที่ขึ้นและลง สังเคราะห์เป็น Information จนรู้ความหมายกลายเป็น Knowledge ที่เมื่อสะสมเยอะๆ จะกลายเป็นปัญญา (Wisdom) ที่การทำงานมันยากเพราะเราไม่รู้ว่าอะไรคือ Knowledge และอะไรคือ Wisdom จนกว่าจะมีประสบการณ์จากการทำงานแก้ปัญหามามากพอ เหตุการณ์ที่เข้ามาไม่ค่อยเหมือนกันหรอก แต่ความรู้และปัญญาที่มีจะช่วยให้แก้ปัญหาต่างๆ ได้

ถ้ามีตำราบริหารธุรกิจสไตล์คุณ เนื้อหาส่วนใหญ่จะพูดเรื่องอะไร

เรื่องการบริหารคน โดยเฉพาะเรื่องการมองเป้าหมายที่ตรงกัน การเห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว การทำงานเป็นทีม วันนี้สิ่งที่ GC พยายามผลักดันหรือเปลี่ยนองค์กร ได้แก่ หนึ่ง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง สอง พัฒนาตัวเอง ซึ่งการทำงานเหมือนเดิมๆ ไม่ถือเป็นการพัฒนา เมื่อกล้าคิดแล้วต้องกล้าทำในสิ่งใหม่ๆ โดยทำงานเป็นทีมนะ มีหลายเรื่องที่คุณไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองคนเดียว สาม ทำงานเชิงรุกเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า ระลึกเสมอว่าถ้าไม่มีลูกค้า ธุรกิจก็ไม่อาจอยู่รอด และสุดท้าย ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เรื่องนี้สำคัญและคุยกันบ่อยมาก ว่าส่วนรวมที่ว่านั้นส่วนรวมของใคร ต้องไม่ใช่ส่วนรวมของฝ่าย แต่เป็นส่วนร่วมของบริษัท

อะไรคือความยากของการบริหารคน

สิ่งที่ยากคือ คนคิดได้หลากหลาย เคยมีคนที่จบสายวิทย์เดินมาถามว่า ที่ให้กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกนั้น แบ่งเป็นหัวข้อละกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็บอกให้ดูความเหมาะสม คุณต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะทำ หยุด หรือฟัง คนอื่นเขา สำคัญที่ยอมรับข้อตกลงที่มีร่วมกัน สมัยทำงานใหม่ๆ ใครๆ ก็บอกว่าบริหารคนเป็นเรื่องยากสุด เราก็ยังไม่เชื่อ คิดว่างานต่างหากที่ยาก แต่ตอนนี้ยอมรับแต่โดยดี

คุณชอบทำงานกับลูกน้องแบบไหน

ลูกน้องที่อดทน เพราะผมค่อนข้างที่จะกดดัน

ชอบให้ลูกน้องเถียงหรือว่าชอบให้เชื่อฟัง

ทั้งสองแบบ คุณควรจะเถียงในสิ่งที่ควรเถียง คุณควรจะเชื่อฟังในสิ่งที่ควรจะเชื่อฟัง ลูกน้องที่เชื่อฟังอย่างเดียว เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจสิ่งที่สั่งไปถูกต้องมั้ย หลายครั้งที่ฟังมุมมองใหม่จากพวกเขาก็เปลี่ยนความคิดได้เหมือนกัน ถ้าถามผมว่าชอบแบบไหนมากกว่า ผมชอบแบบที่มีอะไรก็พูดกันมาตรงๆ ไม่ชอบแบบที่ว่า ‘ครับ ครับ’ โดยที่ไม่เข้าใจ สุดท้ายงานก็ไม่เกิดขึ้นอย่างที่คุยกันไว้ แต่ก็ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตามาเถียง อันนั้นก็อีกแบบหนึ่งนะ

ซึ่งวิธีที่คุณใช้รับมือกับคนแล้วได้ผล ก็คือ…

ผมไม่ใช่ผู้บริหารที่ดีที่สุดหรอกนะ ผมดุมาก แต่ทุกครั้งที่ดุจะบอกทางออกหรือทางแก้ของปัญหาเสมอว่าเขาต้องทำอะไร

ปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้บริหารผู้เปลี่ยนความต้องการใช้งานพลาสติกของผู้ผลิตทั้งระบบ

ได้ยินมาว่าคุณดุลูกน้องตามความคาดหวังที่แตกต่างกัน

ใช่ ผมคาดหวัง โชคร้ายหน่อยนะถ้าใครที่ผมให้ความคาดหวังเยอะ จะรู้สึกหนัก แต่เราอยากให้เขาเก่งขึ้นกว่าเดิม นายคนแรกในชีวิตเคยสอนว่า ทำงานกับเขาผิดได้ไม่ว่า แต่ขออย่างเดียว อย่าผิดครั้งที่สอง ซึ่งบ่อยครั้งความผิดเกิดจากที่เขาแยกประเด็นไม่ออก เอาเรื่องนั้นผสมเรื่องนี้ แล้วพยายามแก้ทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งคุณจะสับสนเอง สิ่งที่ผมช่วยได้คือ แยกเรื่องก่อน แล้วแก้ทีละเรื่อง เหมือนวิชาพีชคณิตที่พวกคุณเรียนกันมานั่นแหละ หาทางพิสูจน์ปัจจัยของเรื่องที่เกิดขึ้น

แสดงว่าปัญหาคือการลำดับความสำคัญของงานเหรอ

ลำดับความสำคัญ หรือจริงๆ แล้วเพราะตั้งโจทย์ไม่เป็น

อะไรคือคำแนะนำที่เราไปปรับใช้ เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกคนทำงาน

ต้องสร้างปัญญาขึ้นมา แล้วจะรู้ว่าจะแก้ปัญหานั้นยังไง เจอบ่อยๆ ระหว่างที่ประชุมรวมกัน เราก็หวังให้ทุกคนรับฟังปัญหาของคนอื่น เรียนรู้จากคนอื่น ฟัง คิด ถาม แต่ในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่สนใจแต่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง นั่งทำงานของตัวเองขณะที่คนอื่นกำลังพูด สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร หนึ่ง คุณรู้สึกเสียเวลา สอง คุณไม่เกิดความรู้ที่เป็น Knowledge และ Wisdom เมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น คุณก็จะคิดไม่ออกเพราะว่าคุณไม่มีฐานข้อมูลเรื่องอื่นๆ ผมจะบอกให้ทีมตั้งใจฟัง เมื่อฟังเราจะคิดตามและถามจนเข้าใจ อย่าไปคิดว่าการถามคำถามง่ายๆ หรือซ้ำๆ จะดูไม่ฉลาด จากประสบการณ์สมัยเดินสายคุยกับนักลงทุน ผมพบว่าคำถามซ้ำๆ ทำให้ผู้ตอบแตกฉานมากขึ้นจริงๆ

ผู้บริหารผู้เปลี่ยนความต้องการใช้งานพลาสติกของผู้ผลิตทั้งระบบ

6 Questions Answered

by Chief Operating Officer – Downstream Petrochemical Business of  PTT Global Chemical (GC)

  1. โครงการเกี่ยวกับพลาสติกในโลกที่รู้สึกประทับใจ: โรงงานรีไซเคิลเคลื่อนที่ชื่อ Trashpresso ซึ่งตั้งในพื้นที่ที่มีคนเยอะๆ ให้คนเรียนรู้ว่าพลาสติกที่ใช้รีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกได้ทันทีอย่างไรบ้าง
  2. คำพูดติดปาก: ส่วนใหญ่เป็นประโยคคำถาม เพราะลูกน้องบางคนจะตอบสิ่งที่อยากตอบ จนเราต้องบอกว่า ‘ฟังคำถามนะ’
  3. ไอเทมรักโลกที่อยากอวด: โห เยอะมาก เลือกไม่ได้เลย มีพรมที่ปูในห้องทำงานทำมาจากรีไซเคิล PP สีสวยงามมาก เราอยากทำให้คนเห็นว่าของรีไซเคิลใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงนะ อย่างชิ้นนี้เราใช้ตกแต่งห้องทำงาน
  4. ถ้ามีเวลาให้ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ให้เด็กจบใหม่ 10 วินาที คุณจะพูดว่า: ความสำเร็จประกอบด้วยสองอย่าง ครึ่งหนึ่งคือดวง อีกครึ่งคือฝีมือ เช่น การได้พบนายดีทำให้เราพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งการได้นายที่ดีหรือไม่ดี คือดวง
  5. เจ้านายที่ดีในนิยามของคุณ: นายดุไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนไม่ดี นายที่ดีของเราคือนายที่สั่งงานเยอะ ครั้งหนึ่งทำงานกับผู้บริหารระดับสูง เขาขอให้จดบันทึกการประชุม แค่คิดว่าเด็กรัฐศาสตร์จดบันทึกการประชุมเรื่องวิศวกรรมก็ยากแล้ว แต่ทำให้เราตั้งใจฟัง ไม่อย่างนั้นจะจดไม่ได้ และต้องทำความเข้าใจ ไม่เช่นนั้นจะเขียนเพื่อไปใช้งานต่อไม่ได้ ทำให้เข้าใจความสำเร็จ ที่มากกว่าความคิด และความรู้ก็คือการพาสิ่งที่เราคิดไปสู่คนอื่น
  6. คุณไปแข่งแฟนพันธุ์แท้ตอนไหนได้บ้าง: แฟนพันธุ์แท้นาฬิกา

หนึ่งในสาเหตุของวิกฤตด้านทรัพยากรธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก มาจาก ‘สังคมที่ขาดการคิดก่อนใช้’ ซึ่งก่อให้เกิดขยะปริมาณมหาศาลที่ยากต่อการจัดการ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ โดยสร้างสรรค์แนวทางใหม่ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและยาวนาน ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างทางเลือกใหม่ในการใช้ชีวิตหรือการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน เพื่อลดการสร้างผลกระทบต่อโลก

ถึงเวลาที่เราต้อง ‘ปฏิวัติทรัพยากร’ อย่างจริงจัง ทุกคนสามารถมีบทบาทสำคัญในการร่วมปกป้องอนาคตของโลกใบนี้ได้ด้วยการนำแนวคิด Circular Living ซึ่งเป็นการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

การจัดการขยะควรเป็นอีกหนึ่งทักษะชีวิตที่ควรเสริมสร้างแก่กัน

โจทย์ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติในขณะนี้ คือการรับมือและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ กิจกรรมทางเศรษฐกิจคือองค์ประกอบหลักที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสมดุลของระบบนิเวศทั่วโลก รัฐบาลไปจนถึงภาคเอกชนก็ประกาศเป้าหมายด้านความยั่งยืนพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้น้ำหนักเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งจะนำไปสู่บริบทใหม่ของโลกธุรกิจ

ไม่ทำไม่ได้

ศูนย์การค้าคือสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้คนในเมืองใหญ่ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การบริโภคที่เกิดขึ้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะสร้างขยะสารพัดประเภท ยิ่งเป็นกรุงเทพมหานครที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนติดอันดับโลกด้วยแล้ว เรื่องการจัดการขยะถือเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาและออกแรงลงมือทำอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

The Cloud มีโอกาสคุยกับ คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด องค์กรค้าปลีกที่ทำธุรกิจมากกว่า 6 ทศวรรษ เพื่อคุยกันเรื่องวิธีคิดในการจัดการขยะและการส่งต่อคุณค่าสู่ผู้บริโภค สยามพิวรรธน์ยังตั้งใจสร้างประสบการณ์ที่ดีแบบ 360 องศาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเป็นเพื่อน เป็นพวกเดียวกันกับลูกค้า ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตาม

อ่านความคิดและคุณค่าของขยะได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษนี้

คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด องค์กรค้าปลีกที่ทำธุรกิจมากกว่า 6 ทศวรรษ

การจัดการขยะแบบ 360 องศาของสยามพิวรรธน์เป็นอย่างไร 

เราพูดเรื่องขยะกันเยอะมาก การทำแบบ 360 องศาคือต้องทำให้ครบทุกกระบวนการ ถ้าทำไม่ครบมันจะไม่จบ เราเริ่มคิดกันว่าจะจัดเก็บขยะให้ถูกต้องได้อย่างไรบ้าง เริ่มต้นจากการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะก่อน เพราะมั่นใจว่าถ้าคนมีความรู้ที่ถูกต้อง จะมีพฤติกรรมที่ถูกต้องตามมา จากนั้นก็สนับสนุนสถานที่ เพื่อส่งเสริมให้การจัดเก็บและคัดแยกขยะถูกต้อง พอต้นทางที่เราเริ่มทำถูกต้อง กลางทางเราก็ไปทำต่อว่าคนที่เก็บขยะแล้วทิ้งบ้าง เก็บไปขายหรือทิ้งฝังกลบบ้าง เราจะร่วมสร้างคุณค่าได้อย่างไร นอกจากนี้ก็ไปคุยกับผู้ผลิตต้นทางด้วยเพื่อให้เข้าใจกันทั้งหมดขยะที่เราคัดแยกมาแต่ละประเภท สามารถส่งเข้ากระบวนการใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะหรืออัพไซคลิ่ง (Upcycling)

ทีนี้จะมีขยะที่ไม่สามารถเอากลับไปรีไซเคิลได้ เราเรียกว่าขยะกำพร้า เราก็ยังบริหารจัดการด้วยโดยดูว่าจะเอาไปทำเป็นขยะเชื้อเพลิงต่อได้หรือเปล่า คือทำแบบครบวงจรเลย เรามีอีโคโทเปียที่เป็นชุมชนของคนรักษ์โลก ทำศูนย์การค้าของเราให้กลายเป็นที่นัดพบของคนรักษ์โลกด้วยกัน มีพฤติกรรมคล้ายกันเช่น คนที่ชอบใช้บรรจุภัณฑ์แบบเติม ใช้หมดแล้วก็เอาขวดมาเติมได้ในพื้นที่ของเรา

ขยะมันมีเส้นทางของมัน ไม่ว่าจะอยู่ตรงเส้นทางไหนเราก็มีส่วนร่วมได้ เราช่วยกันลดขยะได้ ไม่ต้องซื้อขยะเพิ่ม เลือกของที่มีของเสียน้อยลง ลดการใช้งานของที่นำไปรีไซเคิลไม่ได้ ทำให้ทุกคนเห็นภาพของตัวเองในแต่ละขั้นตอนของวงจร เราทำตรงไหนได้ก็ทำตรงนั้นเลย และหากจำเป็นต้องสร้างขยะ เราจะสร้างอย่างไรให้มีผลต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย เช่น เลือกวัสดุที่ย่อยสลายได้ ใช้ปริมาณลดลง เป็นต้น

ขยะที่เกิดขึ้นในศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์มีเยอะแค่ไหน

ขยะวันหนึ่งก็มีมากค่ะ สยามพิวรรธน์แบ่งขยะเป็น 2 – 3 ประเภท ประเภทแรกคือขยะที่เกิดจากตัวเราเอง จากร้านค้าต่าง ๆ หรือพนักงานเป็นผู้ผลิตขยะ ส่วนนี้เราควบคุมได้มากที่สุดคือเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกคนต้องคัดแยกขยะ จากนั้นก็เอามาบริหารจัดการต่อ ส่วนที่สองคือลูกค้าที่มาใช้บริการ อันนี้คุมไม่ง่ายเพราะว่ามีคนมาใช้บริการที่เราวันละหลายแสนคน คนที่เข้ามาก็มีพฤติกรรมแตกต่างกัน ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ส่วนนี้จะเป็นปริมาณหลักที่เกิดในศูนย์การค้าวันละ 30 – 40 ตัน เราก็บริหารจัดการโดยคัดแยกขยะได้ถึง 8 ชนิด เราร่วมกับสถาบันพลาสติกและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานวิจัยการพัฒนาแบบแผนธุรกิจ (Business Model) สำหรับการบริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน ภายในงานวิจัยก็มีโจทย์ย่อยลงไปอีกว่า การไม่แยกขยะเกิดจากอะไร พนักงานเราที่มีหน้าที่ในการคัดแยกขยะ เขามีทัศนคติต่อเรื่องนี้ ก็ไปสัมภาษณ์กันตลอดทั้งกระบวนการ ไปจนถึงซาเล้งและคนรับซื้อขยะเลย เพื่อให้งานวิจัยได้ข้อมูลที่ชัดเจนและครอบคลุม นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข พฤติกรรมของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับขยะ ตอนนี้ขยะได้แยกทิ้งอย่างถูกต้องมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เริ่มต้นจากต้นแบบ ‘สยามพิวรรธน์’ องค์กรที่เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่าเพื่อโลกที่น่าอยู่

จูงใจลูกค้าเรื่องการคัดแยกขยะอย่างไร

ชื่อ ‘สยามพิวรรธน์’ แปลว่าการพัฒนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จากการทำวิจัยของเรา จะเห็นได้ว่าเมื่อมีความรู้ที่ถูกต้อง เห็นว่าเรานำขยะไปบริหารจัดการอย่างจริงจัง พฤติกรรมก็เปลี่ยน เราปรับเปลี่ยนไปตามผู้บริโภคเสมอ คิดว่าต้องเป็นเพื่อนที่ดีของผู้บริโภค เป็นพวกเดียวกันกับพวกเขา คนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ใกล้ชิดดิจิทัล ชอบเรื่องแอปพลิเคชันและเงินดิจิทัล เราก็มีทำ ONESIAM SuperApp แล้วแจก VIZ Coins สำหรับคนที่รักษ์โลก ถ้าคัดแยกขยะเองที่บ้านแล้วเอามาทิ้งที่เราผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง เรามีบริการจุดคัดแยกขยะแบบ Drive Thru สามารถมาร่วมกิจกรรมโดยการนำขยะมาแลกเป็น VIZ Coins ที่จะคำนวณตามมูลค่าตลาดของขยะแต่ละประเภท มันทำให้พวกเขาสนุกและมีส่วนร่วม จนนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม ที่บอกว่าจะเป็นองค์กรขยะเป็นศูนย์คือ เราจะไม่ทิ้งขยะที่เป็นภาระกลับเข้าไปในระบบและสิ่งแวดล้อม จัดเก็บถูกต้องและนำกลับมาใช้อย่างถูกวิธี เป็นศูนย์ของเราคือ ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำร้ายโลกอีกต่อไป ขยะที่เป็นประโยชน์ก็นำเข้ากระบวนการ ขยะที่ไม่เป็นประโยชน์ก็เอาไปทำเชื้อเพลิง

Recycle Collection Center คืออะไร ตั้งอยู่ตรงจุดใด

เราเริ่มจากการที่คนบ่นว่า ทำไมต้องแยกขยะ แยกแล้วปลายทางก็เอาไปรวมกันอยู่ดี บางคนก็ไม่มีที่ให้ทิ้ง เราก็จัดจุดบริการให้ ซึ่งสังเกตเห็นได้ง่าย ขนใส่รถมาหรือนั่งรถไฟฟ้าถือคนละถุงสองถุงก็เอามาได้ เรามี 2 จุดหลัก ๆ ที่สยามพารากอนซึ่งมีลูกค้ามาใช้บริการเยอะ จุดแรกคือจุดจอดรถทัวร์ตรงด้านหลังห้าง อยู่หน้าโรงเรียนวัดปทุมวนาราม เป็นจุดใหญ่ จอดรถได้ มีพนักงานคอยช่วยเหลือ อีกจุดคือทางออกจากสยามพารากอนไปถนนอังรีดูนังต์ เราทำไว้ให้เด่นชัด สีสันสดใส และให้ความรู้เรื่องการแยกขยะออกเป็น 8 ประเภท จากนั้นพนักงานเราก็จะคัดแยกขยะให้และส่งต่อเข้ากระบวนการต่อไป นอกจากนี้เราก็มีโครงการกับทั้งโรงเรียน วัด และชุมชนโดยรอบด้วย

ดูเหมือนทักษะการจัดการขยะควรเป็นทักษะชีวิต

ใช่ค่ะ พอพูดถึงขยะ เราก็จะคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทิ้ง ทั้งที่เราเอามาบริหารจัดการได้หลายขั้นตอนมาก เริ่มจากการลดการใช้ก่อน ทำให้เกิดขยะน้อย การลดการใช้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว เปลี่ยนเป็นใช้พลาสติกซ้ำเอากลับมาใช้ใหม่ได้ พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ใช้ถุงผ้า ใช้ถุงรียูสมากขึ้น มันเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง ต่อมาคือการเลือก เลือกของที่เอามารียูสได้ จริง ๆ พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย หลายอย่างเราต้องใช้พลาสติก เพียงแต่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และไม่เป็นภาระต่อสำหรับคนที่เขาคัดแยกและจัดการในกระบวนการถัดไป

คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด องค์กรค้าปลีกที่ทำธุรกิจมากกว่า 6 ทศวรรษ
เริ่มต้นจากต้นแบบ ‘สยามพิวรรธน์’ องค์กรที่เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่าเพื่อโลกที่น่าอยู่

ร่วมมือกับภาคส่วนอื่นนอกองค์กรอย่างไรบ้าง

เราร่วมมือกับทั้งสถาบันพลาสติก จุฬาฯ และเอกชนอีกหลายแห่ง ให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยน การบริหารจัดการขยะโดยการคัดแยกอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าอย่าง ยูนิลีเวอร์ คาโออินดัสเตรียล เต็ดตรา แพ้ค หรือกลุ่ม ปตท. ที่มาตั้งจุดรับขยะกับเรา 

ธุรกิจเราเป็นสถานที่ที่มีคนเข้ามาเยอะ ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้างได้มาก ลูกค้าก็จะเห็นว่าเราทำจริงนะ ไม่ใช่ทำผิวเผินแล้วเลิก เดี๋ยวนี้ลูกค้าเขารู้จริง เก่งกว่าเรา เราก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเราทำจริง ตั้งใจจริง นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รับการยอมรับ เรายินดีจับมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรต่าง ๆ ให้มาดูงานว่าเราคัดแยกและจัดการขยะอย่างไรบ้าง อยากจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ก็ทำด้วยกันได้ เราไม่ใช่แค่สถานที่ขายของ แต่เป็นที่ที่ให้ความรู้กับคนที่เดินเข้ามาด้วย เราไม่ได้ทำแต่เรื่องค้าขาย สยามพิวรรธน์อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมคนส่วนใหญ่ในสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร

เรามีกลยุทธ์ในการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี (ESG) มาตลอด เราเป็นคนแรก ๆ ที่ทำเรื่องนี้ สิ่งที่เรายึดมั่นคือความอยู่รอดของธุรกิจต้องคำนึงถึง 3P คือ ผลประกอบการที่ดีขององค์กร (Profit) การทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Planet) รวมทั้งการพัฒนาผู้คนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราสู่ความยั่งยืน (People) เรายึดมั่นเรื่องคุณค่าที่แชร์ร่วมกันในการบริหารจัดการ ปลูกฝังเข้าไปในทุกกระบวนการของการทำธุรกิจ มีความร่วมมือกับทุกส่วนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำกันแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะ เรามีพื้นที่อีโคโทเปีย (Ecotopia) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รวมคนรักษ์โลกให้มาเจอกัน มีกิจกรรมทั้งการรีไซเคิล (Recycle) และอัพไซคลิ่ง (Upcycling) ใครอยากหาของขวัญเก๋ ๆ ไอเดียไม่เหมือนใคร แถมยังดีต่อสิ่งแวดล้อม ก็ต้องมาหาที่นี่ 

ถ้าเราพูดถึงคุณค่าของธุรกิจนี้คืออะไร จะมองแต่ผลกำไรมันไม่เพียงพอ สิ่งที่เราได้คือการทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น คนของเราเข้าใจเรื่องนี้กันมากขึ้น เรามีทั้งของแต่งบ้าน ของใช้ อาหารคุณภาพดี สินค้าออร์แกนิกที่เบียดเบียนโลกน้อยที่สุด กระทั่งสินค้าแบบเติมอย่างสบู่ แชมพู ก็ช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ หรือที่ไอคอนสยามเราก็มีไอคอนคราฟต์ เป็นการดูแลสังคมให้ชุนชนมีหน้าบ้านในการนำเสนอสินค้า เจอของดี ๆ ที่ไม่ถนัดขายในห้างค้าปลีก เราก็เอามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แล้วเอามาวางขายที่ร้าน เป็นสิ่งที่เราภูมิใจว่าเราได้สนับสนุนคนไทยจริง ๆ

คิดอย่างไรเวลาคนบอกว่าของประเภทรักษ์โลกราคาแพง 

เราต้องเทียบให้ถูกต้องค่ะ อย่างขวดพลาสติก 1 ขวด เรามองเป็นภาระ ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ทราบหรือไม่ว่าแก้วที่ท่านใช้ ขั้นตอนการผลิต มูลค่ามันมหาศาลกว่าพลาสติกมาก หลาย ๆ อย่างที่ผลิตไม่ถูกต้อง จริง ๆ ราคามันสูงกว่าอีก ต้องบอกว่าคุณค่าของการอยู่บนโลกใบนี้มันต้องทำ ต้องลงทุน เหมือนสุขภาพ ถ้าเราไม่ลงทุนเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้ยาก มันไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ แต่ก็ไม่ได้ยากขนาดที่คุณทำไม่ได้ ในอนาคตการทำของแบบนี้อาจแพงกว่านี้อีกถ้าเราดูแลโลกไม่ดีพอ เช่น ค่าไฟฟ้าอาจจะแพงกว่านี้ก็ได้ วันนี้เราจึงต้องช่วยกัน ลงทุนในวันนี้เพื่อวันข้างหน้า

ได้อะไรจากการผลักดันเรื่องนี้

เราคิดว่าสยามพิวรรธน์เป็นต้นแบบให้คนอื่นได้ สิ่งที่เราทำ ทำเพื่อลูกหลานในอนาคต โลกเราร้อนมากขึ้นทุกวัน ดังนั้น เราเองก็ต้องคิดว่าจะมีส่วนในการดูแลโลกให้ดีขึ้นได้อย่างไร เพราะว่าเรื่องนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องร่วมมือกัน เราเริ่มทำจากภายในองค์กร พนักงานกลับไปที่ครอบครัวก็ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมครอบครัวของเขา ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ของเราได้รับความรู้ มีแรงบันดาลใจที่จะกลับไปช่วยกัน เพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของเราทุกคน

เริ่มต้นจากต้นแบบ ‘สยามพิวรรธน์’ องค์กรที่เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่าเพื่อโลกที่น่าอยู่
‘สยามพิวรรธน์’ ผู้พัฒนากับการเป็นองค์กรต้นแบบสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายการบริหารจัดการขยะเพื่อโลกที่สวยงามขึ้น

Questions answered by COO of Siam Piwat

1. ปกติตื่นนอนกี่โมง

ตื่นเช้าค่ะ ตี 5 ครึ่งก็ตื่นแล้ว

2. ชอบดื่มชาหรือกาแฟ

กาแฟค่ะ ขอเป็นกาแฟดำนะคะ

3 ยังใช้แก้วพลาสติกอยู่หรือเปล่า

ไม่ใช้แก้วพลาสติกแล้วค่ะ จะใช้แก้วตัวเองตลอด

4. ปกติชอบไปเที่ยวทะเลหรือภูเขา

  ทะเลค่ะ มีโอโซน และคิดว่าไม่ต้องไปทำร้ายใคร

5. พกถุงผ้าไหม

  พกค่ะ ในกระเป๋ามีถุงผ้า 2 ใบ เอามาเผื่อเพื่อนด้วย พกแบบนี้ตลอดเวลา เพราะว่าบางคนจะลืม เรื่องถุงผ้านี่ต้องบอกว่าที่ผ่านมา บริษัทห้างร้านหลายแห่งแจกกันเยอะมาก คือถุงผ้าหนึ่งใบถ้าจะใช้ให้คุ้ม อย่างน้อยต้อง 500 ครั้ง ถึงจะคุ้มค่ากับพลังงานที่ผลิตขึ้นมา เพราะมันต้องใช้วัสดุ กระบวนการทอเส้นใยผ้า การเย็บ และพลังงานในการผลิต ใช้ให้คุ้มเถอะค่ะ ใช้ยิ่งเก่ายิ่งดี แสดงว่าผ่านการใช้งานมาเยอะ เราจะทำการบริจาคถุงผ้า เชื่อว่าแต่ละคนมีถุงผ้าเยอะมาก กลับไปดูที่บ้านอาจมีคนละหลายสิบถุง เราเอาพวกนี้มาบริจาคแล้วเอาไปแจกจ่ายกันดีมั้ย จะได้ไม่สร้างภาระให้โลก เป็นการแบ่งปันคนอื่นด้วย

6. ชอบไปห้างไหน 

ไปสยามพารากอน เพราะมาทำงานที่นี่ทุกวัน เราชอบร้านอาหาร เดินแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นคนทำอาหารและทานเก่งด้วยค่ะ (หัวเราะ)

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load