พัฒนาอินเตอร์คูล (Patana Intercool) คือผู้ผลิตและออกแบบตู้แช่เย็นที่จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศภายใต้แบรนด์ของตัวเอง รวมถึงรับออกแบบและผลิตให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่อีกหลายราย มีแนวคิดในการทำธุรกิจที่สั้นและกระชับว่า ‘ถูก ดี ไม่มีข้อแม้’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพัฒนาอินเตอร์คูลที่ทำให้คนสนับสนุนธุรกิจเรื่อยมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ คิม ตั้งสิริมานะกุล ที่ปัจจุบันยังคงทำงานอย่างมีความสุข

ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องของทายาทรุ่นสองธุรกิจตู้แช่ที่ต่อยอดและขยายตลาดไปไกลกว่าการขายตู้แช่เย็น The Cloud ก็ติดต่อนัดหมายพูดคุยกับ แฮม-เอกพงษ์ ตั้งสิริมานะกุล กรรมการผู้จัดการและทายาทรุ่นสองของพัฒนาอินเตอร์คูลทันที

แฮม-เอกพงษ์ ตั้งสิริมานะกุล กรรมการผู้จัดการและทายาทรุ่นสองของพัฒนาอินเตอร์คูลทันที

เขาชวนเรามาพบกันที่สำนักงานใหม่หน้าตาทันสมัยชวนอยู่อาศัย ราวกับเป็นบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพแรกเกิด 

“เรากำลังแข่งกับตัวเอง เพื่อพัฒนาเป็นธุรกิจตู้แช่เย็นของคนไทยที่ได้รับการยอมรับระดับโลก”

หนุ่มทายาทกิจการวัย 32 ปี เล่าความฝันปลายทางของธุรกิจครอบครัว ซึ่งเราสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

ว่ากันว่า ข้อดีของคนรุ่นใหม่คือไฟแรง แฮมเข้ามาปรับเปลี่ยนธุรกิจตั้งแต่พัฒนาระบบทำงานภายใน ขยายตลาดเข้าสู่ร้านเบเกอรี่และห้องไวน์ ปรับตู้แช่และโรงงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และล่าสุด เขากำลังพัฒนาให้ตู้แช่เย็นรองรับเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อยกระดับการใช้งานขั้นสูง ยิ่งทำให้ตู้แช่ที่อาจดูธรรมดาในสายตาใครๆ มีเสน่ห์น่าติดตามและสนับสนุนขึ้นไปอีก

“เราเชื่อว่าธุรกิจนี้สร้างคุณค่าให้มนุษยชาติได้” แฮมเอ่ยหนึ่งในเหตุผลที่เขาตัดสินใจรับช่วงต่อกิจการตั้งแต่สมัยเรียน โดยไม่หันเหใจไปทำงานที่อื่นใดเลย ยิ่งทำให้เราสนใจขึ้นไปอีกว่า อะไรเป็นแรงผลักดันที่ก่อให้เกิดความเชื่อเช่นนี้

ธุรกิจตู้แช่เย็นอายุ 40 ปีนี้พิเศษอย่างไร ทำไมถึงต้องมุ่งมั่นพัฒนาให้ไปคูลระดับอินเตอร์

แฮมพร้อมดับความร้อนใจในความอยากรู้คำตอบของเราด้วยเรื่องราวของเขาแล้ว

แฮม-เอกพงษ์ ตั้งสิริมานะกุล กรรมการผู้จัดการและทายาทรุ่นสองของพัฒนาอินเตอร์คูลทันที

ธุรกิจ : พัฒนาอินเตอร์คูล (พ.ศ. 2523)

อายุ : 40 ปี

ประเภท : ผู้ผลิต ออกแบบ และจำหน่ายตู้แช่เย็น

เจ้าของและผู้ก่อตั้ง : คิม ตั้งสิริมานะกุล

ทายาทรุ่นที่สอง : เอกพงษ์ ตั้งสิริมานะกุล

01

เริ่มต้นจากธุรกิจผลิตตู้เก๊กฮวยและตู้เขียงหมู สู่ตู้แช่มินิมาร์ท

ก่อนเป็นโรงงานขนาดใหญ่อย่างทุกวันนี้ พัฒนาอินเตอร์คูลเริ่มมาจากห้องแถวขนาดสองคูหาย่านอารีย์มาก่อน

ด้วยฐานะครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย คุณคิมลาออกจากโรงเรียนเพื่อทำงานหารายได้และเรียนรู้การทำธุรกิจผลิตตู้เก๊กฮวยและตู้เขียงหมู เพราะเชื่อว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ในประเทศที่สภาพอากาศร้อนอย่างไทย จนเมื่อเก็บเกี่ยววิชาได้พร้อม จึงตัดสินใจเปิดกิจการของตนเอง โดยมีภรรยาเข้ามาช่วยดูแลด้านการเงินในภายหลัง

ในยุคแรก ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของบริษัท คือตู้แช่มินิมาร์ท ‘Chilled Foods & Drinks’ ทรงเหลี่ยมสีขาวมีบานประตูกระจก ซึ่งคุณคิมเห็นต้นแบบมาจากไต้หวัน และนำมาทดลองพัฒนาต่อในไทยเป็นเจ้าแรกๆ

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด
ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

ตู้แช่นี้ขายดีเป็นปรากฏการณ์จนต้องขยายกำลังการผลิต ด้วยการจับมือกับบริษัทใหญ่ที่รับจ้างผลิต โดยการแลกเปลี่ยนกับความรู้ของพัฒนาอินเตอร์คูล แต่กลับกลายเป็นว่ามีการนำไปผลิตภายใต้แบรนด์ของตัวเองโดยไม่บอกกล่าวจนเสียส่วนแบ่งในตลาดและกระทบต่อธุรกิจ

“ครอบครัวเราไม่ค่อยปิดบังกันเท่าไหร่ วิกฤตก็บอกวิกฤต ทำให้เรารับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจตั้งแต่เด็ก จนถึงช่วงเข้าเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวอุตสาหการ (Industrial Engineering) จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ่อกับเราก็เจอที่ดินใกล้ๆ ขนาดเก้าไร่พอดี เลยคิดว่าถึงเวลาสร้างโรงงานที่ผลิตและดูแลเองทั้งหมดแล้ว” แฮมเล่าถึงการตัดสินใจครั้งนั้นที่เขามีบทบาทในฐานะทายาทกิจการ

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

“พ่อหันมาถามเราว่าจะทำธุรกิจต่อไหม ถ้าทำ พ่อจะใช้เงินที่เหลือซื้อที่ดินและสร้างโรงงานเลย ข้อแม้คือต้องทำจริงจังเท่านั้น แต่ถ้าเราไม่ทำ เขาจะเก็บเงินไว้ให้เราเรียนสูงๆ แล้วเกษียณแทน”

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

คำถามนี้อาจต้องใช้เวลาใคร่ครวญนานสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับแฮม เขารู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“ทำ” แฮมตอบคุณพ่อกลับไปอย่างมั่นใจ

02

เริ่มจากพื้นฐานและลงมือทำให้หนักกว่า

แม้ไม่มีประสบการณ์บริหารมาก่อน แต่แฮมมองเห็นปัญหาที่สมควรได้รับการแก้ไขมาตั้งแต่เด็ก และอยากเริ่มลงมือทำทันที

“เราเชื่อว่าทำได้ก็ทำเลย ถ้าเราไม่ทำ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป กลายเป็นเรียนๆ อยู่ ถ้ามีปัญหาหรือลูกค้าเข้ามา เราก็ออกจากห้องเรียนมาช่วยที่โรงงานเลย” แฮมเล่า พร้อมบอกว่าช่วงแรกที่เข้ามาทำงาน พ่อไม่ได้คาดหวังอะไรเป็นพิเศษ แค่ไม่ทำให้ธุรกิจล่มก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

แฮมได้รับความไว้วางใจอย่างรวดเร็วจากพนักงานคนอื่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาคลุกคลีอยู่ในโรงงานมาตั้งแต่ยังเล็ก คอยช่วยพี่ๆ พิมพ์งานและห่อของเท่าที่ทำได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเลือกที่จะทำงานเหมือนพนักงานทั่วไป โดยไม่ถือตัวเป็นทายาทแต่อย่างใด 

“เราเริ่มทำงานพื้นฐานเหมือนคนอื่นก่อน ทำใบเสนอราคา ขับรถพาพี่ๆ ไปพบลูกค้าด้วยกัน เข้างานเร็ว เลิกงานดึก ทำทุกอย่างให้เหมือนเขา แต่ทำให้หนักกว่า เราจะได้เข้าใจว่าเขารู้สึกกันอย่างไรและเกิดความเชื่อใจ”

เมื่อฝีมือพัฒนาขึ้น แฮมจึงค่อยขยับไปทำหน้าที่บริหาร

สิ่งแรกๆ ที่เขาทำ คือพัฒนาระบบการทำงาน แบ่งหน่วยงานภายในให้ชัดเจน เพื่อผลิตสินค้าได้อย่างมีคุณภาพและปริมาณ โดยประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ร่ำเรียนมา พร้อมปรึกษารับคำแนะนำจากอาจารย์และผู้รอบรู้อยู่เสมอ จนบริษัทเข้าที่เข้าทางมากขึ้น และได้รับการรับรองมาตรฐานสากลเป็นเครื่องยืนยันความสามารถ

03

แก้ธุรกิจให้ถูกจุดด้วยการสร้างแบรนด์และตลาดใหม่ให้วงการตู้แช่

โจทย์หนึ่งที่แฮมเร่งทำในช่วงแรก คือแก้ปัญหาธุรกิจที่ติดค้างอยู่ ด้วยการรับจ้างผลิตตู้แช่เย็นให้แบรนด์น้อยใหญ่อื่นๆ แทนการผลิตเป็นแบรนด์ตัวเองเพียงอย่างเดียวในรุ่นพ่อ 

“พอเราเสียลูกค้าไปเยอะจากการโดนแย่งตลาด โจทย์ของเราคือทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาเร็วที่สุดด้วยกำลังที่มี เลยตัดสินใจว่าจะรับจ้างผลิตและทำแบรนด์ให้คนอื่นเพิ่ม คุณมีช่างกี่คนก็ส่งมาฝึกวิธีดูแลตู้ที่โรงงานเราได้เลย ไม่เก็บค่าบริการเพิ่ม” แฮมอธิบาย

วิธีนี้ตอบโจทย์ธุรกิจรายย่อยที่ต้องการสร้างแบรนด์ตัวเองในราคาย่อมเยา เมื่อตู้แช่มีติดโลโก้แบรนด์ตัวเองอยู่ เจ้าของแต่ละรายจะดูแลรักษาตู้อย่างดีโดยอัตโนมัติ ทำให้แฮมไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องบริการดูแลรักษามากเหมือนเคย ด้วยการติดต่อเข้าหาลูกค้ารายเก่าๆ อย่างสุภาพของแฮม พวกเขาเริ่มกลับมาจ้างผลิตมากขึ้น จนธุรกิจมีสภาพคล่องทางการเงินและควบคุมต้นทุนให้ถูกลงได้

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

ในขณะเดียวกัน แฮมเร่งค้นคว้าพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อผลิตขายให้ลูกค้าหลากหลายกลุ่มไปด้วย เช่น ตู้เค้ก ตู้แช่เคาน์เตอร์สเตนเลส ตู้แช่เบียร์วุ้น ตู้แช่ยาในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล รวมถึงเครื่องครัว ทำให้ชื่อของพัฒนาอินเตอร์คูลเข้าไปอยู่ในสถานที่หลากหลาย และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

ส่วนกลุ่มลูกค้าเดิมที่ค้าขายกันมานานอย่างโชห่วยและร้านค้าปลีก คุณพ่อก็ยังคงช่วยแฮมดูแล ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของคนสองรุ่นอย่างแท้จริง

04

ตู้แช่เย็นออกแบบได้โดยไม่มีข้อแม้

ความโดดเด่นสำคัญที่ทำให้พัฒนาอินเตอร์คูลโดดเด่นเหนือผู้เล่นรายอื่นๆ อีกประการ คือแนวคิด ‘ไม่มีข้อแม้’ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบโมเดลตู้แช่เย็น

“เราค่อนข้างยืดหยุ่นในการผลิตมาก บางโรงงานอาจบอกว่าผลิตให้คุณไม่ได้นะ เพราะปริมาณไม่มากพอ หรือมีเงื่อนไขอื่นๆ มากมาย แต่ของเราทำได้หมด ลูกค้าเลยไว้วางใจ เพราะคุยกับเราที่เดียวแล้วจบทุกเรื่อง” แฮมอธิบายความหมาย

แฮมออกแบบการผลิตตู้แช่เป็น 3 ระดับ

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

ระดับแรก คือการปรับแต่งรูปแบบใหม่ให้พิเศษโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะใช้ตู้ทรงเหลี่ยมหรือโค้ง ขนาดเล็กหรือใหญ่ เปลี่ยนสีวัสดุ ทำใช้ในร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ โรงแรม พัฒนาอินเตอร์คูลยินดีออกแบบและผลิตให้ใหม่ แม้จะสั่งเพียงตัวเดียวก็ตาม ด้วยศักยภาพของวิศวกรและเครื่องจักรทันสมัยที่ผลิตได้แม่นยำ และออกแบบระบบความเย็นให้ควบคุมอุณหภูมิได้ตามต้องการ

หากต้องการตู้แช่ยาในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลที่ต้องควบคุมอุณหภูมิเป็นพิเศษ ตู้แช่เบียร์วุ้นตั้งอุณหภูมิลบ 7 องศาคงที่ หรือตู้แช่ไวน์แดงอุณหภูมิ 19 ถึง 20 องศาแบบไร้เสียง พวกเขาออกแบบให้คุณได้หมด

ระดับที่สอง คือการผลิตแบบเน้นจำนวนหรือ Mass Production 

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

ส่วนระดับที่สามเรียกว่า Semi-mass Production คือการผลิตชิ้นส่วนหนึ่งจำนวนมากแบบเจาะหลุมหรือฝาทิ้งไว้ แล้วออกแบบชิ้นส่วนอื่นๆ ที่จะเข้ามาประกบตามความเหมาะสม ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสลับสับเปลี่ยนชิ้นส่วนนี้เอง

“จริงๆ เราชอบด้านการออกแบบด้วย เลยมองตู้แช่เป็นเหมือนการออกแบบงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ส่วนในทางธุรกิจ เราเชื่อว่าถ้าคนชอบตัวต้นแบบตัวแรก เดี๋ยวตัวต่อไปก็ตามมา” แฮมเล่า ไม่แปลกใจที่ธุรกิจหลากหลายประเภทติดต่อมาหาเขาเมื่อนึกถึงตู้แช่เย็น

05

จากความเย็นระดับห้องแถวสู่เวทีระดับอินเตอร์

เมื่อเป็นที่รู้จักในเวทีระดับประเทศ ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองมาเป็นเวลานานจนเชี่ยวชาญและมีบริการที่ตอบโจทย์ รวมถึงความโชคดีทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่อยู่ในบริเวณที่ขนส่งสินค้าไปยังประเทศแถบอาเซียนได้ง่ายด้วยต้นทุนต่ำ บริษัทนานาชาติจึงเริ่มเข้ามาติดต่อร่วมงานกับพัฒนาอินเตอร์คูล ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนถ่ายโอนความรู้ทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก 

ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งขึ้น พัฒนาอินเตอร์คูลสามารถติดต่อไปเสนอขายกับประเทศต่างๆ รวมถึงจีนง่ายขึ้น ทำให้แฮมเริ่มมองเป้าหมายขั้นถัดไปเป็นระดับโลก สอดคล้องกับความตั้งใจของรุ่นพ่อที่อยากเห็นธุรกิจด้านการผลิตของไทยมีที่ยืนระดับสากล

ปัจจุบัน พัฒนาอินเตอร์คูลส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศกลุ่มอาเซียน จีน เอเชียตะวันออกกลาง และวางแผนเข้าตลาดยุโรปและอเมริกาในไม่ช้า ด้วยกำลังการผลิตที่มากถึง 5,000 ตู้ต่อเดือน และมุ่งมั่นจะผลิตให้ได้ถึง 15,000 เครื่องต่อเดือนในเร็ววันนี้ 

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

06

ดีด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หากผลิตตู้แช่เย็นด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม ด้วยจำนวนเท่ากับที่โรงงานแฮมผลิตได้ คงต้องใช้พลังงานมหาศาล และไม่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมแน่ๆ 

แต่ด้วยพลังเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่แฮมนำมาปรับใช้กับโรงงาน ตู้แช่เย็นก็เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน โดยไม่ทำให้ธุรกิจขาดทุนแต่อย่างใด

“เราพัฒนาฉนวนโฟมและสารความเย็นภายในเครื่องให้เป็นชนิดที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศและประหยัดพลังงาน ซึ่งข้อเสียโดยปกติคือต้องลงทุนสูง แต่เพราะเราผลิตขายจำนวนมากจนลดต้นทุนได้ดี และทำงานร่วมกับธนาคารโลกที่ช่วยสนับสนุนด้านเงินทุน โดยแลกกับการสัญญาว่าเราจะเลิกใช้วัตถุแบบเก่าที่ทำลายโลกทั้งหมด ทำให้เราเปลี่ยนตัวเองได้” แฮมอธิบาย พร้อมชี้ให้เราเห็นโรงงานการผลิตด้านหลังสำนักงานที่เป็นไปตามแนวคิดโรงงานสีเขียวเช่นกัน โปร่งโล่งเดินสะดวก ไม่ต้องเปิดพัดลมและไฟสักหลอดก็ทำงานได้สบาย แถมดีต่อสิ่งแวดล้อม 

วิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีของแฮมยังไม่หยุดเท่านี้ เพราะเขากำลังทดลองสร้างตู้แช่เย็นที่มีส่วนประกอบของเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ที่ทำให้เขาดูแลรักษาตู้แช่เย็นจำนวนมากจากมุมใดของโลกก็ได้

“ปัญหาหลักของตู้แช่เย็นคืออุณหภูมิ ถ้าระบบข้างในชำรุดบกพร่องจะทำให้ตู้ไม่เย็น ซึ่งระบบ IoT ที่ติดอยู่กับตู้ จะรายงานสถานะของตู้เย็นแต่ละตู้เข้ามาทางสมาร์ทโฟน และคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้าได้ หรือถ้าต้องปรับอุณหภูมิเครื่องจำนวนมากให้เท่ากัน เราสามารถกดบนคอมพิวเตอร์เพียงเล็กน้อย ทุกตู้ก็จะปรับอุณหภูมิพร้อมกัน ช่วยแก้ปัญหาให้องค์กรต่างๆ ได้ง่ายมาก” แฮมเผยโครงการใหม่ที่เราน่าจะได้เห็นกันภายในปีหน้าให้เราฟังก่อนใคร

07

ธุรกิจคือการให้พื้นที่ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้ว ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ ก็เพราะมีผู้คนที่ดี

400 คือจำนวนชีวิตพนักงานของพัฒนาอินเตอร์คูล ทั้งหมดอยู่ร่วมกันภายในสำนักงานและโรงงานแห่งใหม่หน้าตาทันสมัยขนาด 40 ไร่ที่พวกเขาย้ายมาพักพิงเมื่อปีก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานมากขึ้น

“เมื่อก่อนหน้าตาบริษัทเราดูไประดับโลกไม่ไหว คนดูภายนอกแล้วไม่แน่ใจว่าเราจะไปรอดไหม พอมีโอกาสได้ทำบริษัทใหม่ เราจึงเนรมิตให้ดูทันสมัยด้วยต้นทุนที่มี เพื่อทำให้คนรู้สึกน่ามาทำงาน” แฮมเล่า

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด
ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

นอกจากตอบโจทย์คนภายในแล้ว สำนักงานแห่งใหม่นี้ยังมีเปิดสตูดิโอให้คนภายนอกเข้ามาทดลองใช้เครื่องครัวทำอาหารและอบเบเกอรี่ พร้อมให้ถ่ายรูปเพื่อโปรโมตอย่างเสร็จสมบูรณ์ มีคนภายในพร้อมช่วยเหลือ จบครบภายในที่เดียว เรียกได้ว่าวางแผนพื้นที่และการทำงานมาเป็นอย่างดี

ทายาทรุ่นสอง Patana Intercool ผู้ต่อยอดตู้แช่เก๊กฮวยสู่ธุรกิจบริการออกแบบตู้แช่ไม่จำกัด

แต่แน่นอนว่า การตกแต่งพื้นที่สวยงามอาจไม่เพียงพอให้คนมีความสุขในการทำงานได้ แฮมจึงตั้งใจแสดงให้พนักงานรับรู้ถึงความใส่ใจในชีวิตของพวกเขาเสมอมาผ่านการกระทำ

“ทุกครั้งเวลาสัมภาษณ์คนเข้าทำงาน เราถามเสมอว่าเป้าหมายในชีวิตคุณคืออะไร แล้วที่นี่จะตอบโจทย์คุณได้อย่างไร เพราะเราอยากให้ทุกคนทำงานแล้วรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้แสดงความสามารถ มีพื้นที่ให้เขาได้เติบโตและได้รับการชื่นชม เราอยากให้คนจดจำธุรกิจได้ไม่ใช่ด้วยหน้าตาของเรา แต่เป็นผู้คนในบริษัท 

“เพราะบริษัทนี้มีชีวิตขึ้นมาถึงทุกวันนี้ได้จากการช่วยเหลือกันของทุกคน เป็นสิ่งที่เราไม่มีทางทำคนเดียวไม่ได้” แฮมย้ำความเชื่อที่เขามีต่อผู้คนและการสร้างบริษัท

08

เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่คนรุ่นต่อไป

“เชื่อไหม ไม่มีขาลงสำหรับเราตอนทำธุรกิจนี้เลยนะ” แฮมตอบ เมื่อเราถามว่าเขามีช่วงเวลาทุกข์ใจบ้างหรือเปล่าตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ทำงานมาในฐานะทายาทรุ่นสอง

“อาจเป็นเพราะเราเห็นพ่อเป็นตัวอย่าง พ่อขยัน อดทน ทำงาน เวลามีแรงกดดัน พ่อจะรีบปล่อยวางและทำต่อทันที เราก็ตั้งใจจะเป็นแบบนั้นเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นด้วย เหนื่อยหรือเครียดมีบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรารู้เสมอว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร” แฮมเล่า พร้อมบอกว่าถึงทุกวันนี้คุณพ่อไม่ได้ชมเชยตามธรรมชาติของครอบครัวคนจีน แต่เขาได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดี และนำพาบริษัทให้เติบโตจนคุณพ่อไว้วางใจ

09

ความภาคภูมิใจของคุณพ่อ

ก่อนเราแยกจาก คุณคิมในวัย 63 ปีเดินกลับเข้ามาในบริษัทหลังติดต่องานกับลูกค้าเสร็จพอดี ทำให้เราได้มีโอกาสสนทนากับบุคคลต้นแบบตัวจริงที่แฮมเอ่ยถึงมาตลอด

“ผมสนุกกับงานนี้มาก ยังเคยบอกแฮมเลยว่าไม่อยากเกษียณ เพราะอาชีพนี้ไม่ธรรมดา” คุณพ่อต้อนรับเรา โดยเล่าให้ฟังว่างานนี้มีความหมายสำหรับเขาอย่างไร

แฮม-เอกพงษ์ ตั้งสิริมานะกุล กรรมการผู้จัดการและทายาทรุ่นสองของพัฒนาอินเตอร์คูลทันที

“อาชีพนี้ได้ผลิตของที่ทำให้คนสร้างอาชีพ จะเปิดห้าง เปิดร้านอาหาร สำนักงาน ต่างต้องมีตู้แช่ทั้งนั้น แต่คนไทยไม่ค่อยผลิตให้ได้คุณภาพดีเท่าไหร่หรือทำแล้วไปไม่รอด เมื่อก่อนคนเลยต้องไปซื้อของต่างประเทศมาใช้ เราเห็นอย่างนั้นก็ประกาศเลยว่าจะทำตู้แช่คุณภาพดี หน้าตาทันสมัย ราคาถูก ส่งไปขายต่างประเทศให้ได้ นั่นถือเป็นความภาคภูมิใจของเรา” คุณพ่อเล่าอย่างยิ้มแย้มเหมือนชื่นชมรุ่นสองไปในตัว ทำให้เราเข้าใจทันทีว่าเป้าหมายและความเชื่อของแฮมได้รับอิทธิพลมาจากใคร

สุดท้าย คุณคิมฝากบทเรียนจากประสบการณ์ทำธุรกิจของเขา ที่พบเจอปัญหาความเหน็ดเหนื่อยมามากมายตั้งแต่เป็นธุรกิจห้องแถวสองคูหา แต่ยังคงหลงรักการทำงานอยู่จนถึงทุกวันนี้ 

เป็นประโยคสั้นๆ ที่ทรงพลัง

“คุณจะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องใจรักและสู้เท่านั้น คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต่อสู้มาเยอะมาก จะมีวันที่เราเหนื่อย ขอให้ลุยต่อ เมื่อคุณก้าวผ่านไปได้และเจริญก้าวหน้า คุณจะภูมิใจและมีความสุขกับตัวเอง”


พัฒนาอินเตอร์คูล (พ.ศ. 2523)

ครอบครัวของแฮมเริ่มสร้างรากฐานทางธุรกิจจากคุณปู่ที่นั่งเรือสำเภาจากจีน ย้ายถิ่นฐานมาทำงานรับจ้างทั่วไปในประเทศไทย ก่อนที่รุ่นคุณพ่อจะพยายามหล่อเลี้ยงชีวิตตัวเอง ด้วยการเปิดธุรกิจผลิตตู้เก๊กฮวยสเตนเลสและตู้เขียงหมูที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสมัยนั้น โดยแรกเริ่มใช้ชื่อว่า ‘พัฒนาเครื่องเย็นไทย’ 

เดิมคุณพ่อไม่ได้คาดหวังอะไรนอกเหนือกว่าการเลี้ยงชีพให้อยู่รอด แต่ปรากฏว่าธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี จึงค่อยๆ ขยายโรงงานและเปลี่ยนชื่อเป็น ‘พัฒนาอินเตอร์คูล’ เพื่อให้ดูเป็นสากลมากขึ้น เป็นธุรกิจรายแรกๆ ที่นำคำว่า ‘อินเตอร์คูล’ มาใช้ในชื่อ ต่อมาได้รับการต่อยอดให้สอดคล้องกับยุคสมัยในรุ่นของแฮม จนเป็นธุรกิจผลิตและออกแบบตู้แช่เย็นครบวงจรที่ครองตลาดใหญ่ในไทย และมีแบรนด์ต่างชาติมากมายเข้ามาร่วมทำงาน ด้วยความไว้ใจในคุณภาพและบริการที่ดีตลอด 40 ปีที่ผ่านมา

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : Wawa Group หรือ บริษัท นิวไวเต็ก จำกัด (เดิม)

ประเภทธุรกิจในอดีต : สิ่งพิมพ์

ประเภทธุรกิจในปัจจุบัน : เทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2500

อายุ : 65 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ไว เธียรนุกุล

ทายาทรุ่นสอง : เกรียงไกร เธียรนุกุล

ทายาทรุ่นสาม : กร เธียรนุกุล

ไม่มีใครเข้าใจคำว่า Digital Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันของเทคโนโลยีเท่ากับธุรกิจสิ่งพิมพ์อีกแล้ว

กลิ่นหมึก เสียงเครื่องจักรทำงานดังสนั่นและเครื่องพิมพ์ Mitsubishi สีฟ้ารุ่นแรกของประเทศไทยคือสิ่งที่บอกเล่าประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ ‘นิวไวเต็ก’ ได้เป็นอย่างดี กระดาษกองโตจำนวนมหาศาลถูกแปลงเป็นใบปลิว โบรชัวร์ คู่มือใช้งานสินค้าและอีกสารพัดสิ่งพิมพ์โฆษณาหลายล้านชิ้นในช่วงกว่า 6 ทศวรรษจากวันแรกของ ไว เธียรนุกุล ผู้ก่อตั้งสู่ปัจจุบัน กร เธียรนุกุล ทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งยังคงนั่งทำงานอยู่ในอาคารเก่าแก่ย่านสี่พระยานี้

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

ผ่านจุดที่รุ่งเรืองที่สุดของวงการสิ่งพิมพ์ และจุดเปลี่ยนที่มาเยือนแท่นพิมพ์เร็วกว่าที่คิด

ว่ากันว่าคนรุ่นแรกคือผู้ก่อร่างสร้างตัวจากสองมือเปล่า และคนรุ่นสองคือผู้ต่อยอดสร้างธุรกิจให้เติบโต แต่บทถัดไปของคนรุ่นสามที่โรงพิมพ์นิวไวเต็กนี้ ต้องการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เชื่อมโยง 45 อุตสาหกรรมไว้ด้วยกันบนตลาดออนไลน์ เพื่อก้าวต่อไปบนเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิม

อยู่รอดเพื่อเติบโต

เติบโตเพื่อสร้างตำนานต่อไปในอนาคต

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

เริ่มต้นที่ ‘เสื่อผืน หมอนใบ’

คุณกรเล่าให้เราฟังว่า คุณปู่ของเขา (ไว เธียรนุกุล) คืออีกหนึ่งตัวอย่างของคนจีนโพ้นทะเลที่มาตามหาอนาคตในเมืองไทย ยุคนั้นเทคโนโลยียังไม่ได้ใกล้ตัวและมีบทบาทกับผู้ประกอบการมากเหมือนปัจจุบัน หนทางเดียวของ ‘คนต้นตระกูล’ หรือเบบี้บูมเมอร์ทั้งหลาย คือต้องขยันทำมาหากิน หนักเบาเอาสู้และเปิดรับทุกโอกาสโดยไม่มีข้อแม้

ปู่ของเขาเห็นว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะคนทำโรงพิมพ์ยังมีน้อยราย จึงก่อตั้งโรงพิมพ์แห่งแรกของตระกูลที่ตลาดน้อย รับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์เพื่อการโฆษณาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนธุรกิจเติบโตมากขึ้นจึงย้ายมาโรงพิมพ์แห่งใหม่ย่านสี่พระยา ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

“คุณปู่เล่าว่าแต่ก่อนตรงสี่พระยาโล่งมาก จากนั้นก็เริ่มมีคนจีนเข้ามาทำมาหากิน สังเกตดูชื่อบริษัทแถวนี้จะเป็นชื่อภาษาจีนหมดเลย”

โรงพิมพ์นิวไวเต็กในยุคเริ่มต้นเน้นพิมพ์สื่อโฆษณาเป็นหลัก จนเมื่อธุรกิจถูกส่งต่อให้กับลูกชายคนโตอย่าง เกรียงไกร เธียรนุกุล ทายาทรุ่นสองจึงหันมาขยายตลาดในธุรกิจสิ่งพิมพ์ปลอดการปลอมแปลงหรือ Security Prining สำหรับลูกค้ากลุ่มธนาคาร ซึ่งผลตอบรับดีมาก หลายสถาบันการเงินรวมทั้งแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง American Express ต่างก็เป็นลูกค้าของที่นี่ทั้งนั้น เนื่องจากการพิมพ์ลักษณะนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและมีเพียงไม่กี่โรงพิมพ์ที่ทำได้ ขณะเดียวกันสิ่งพิมพ์โฆษณาที่เป็นรายได้สำคัญก็ยังเติบโตต่อเนื่องด้วย

“สมัยผมยังเด็ก ธุรกิจโรงพิมพ์ดีมาก ทำงานกัน 7 วันแทบไม่หยุดเพราะงานล้นมือ ตั้งแต่จำความได้ ผมเดินเข้าไปในโรงพิมพ์ก็เห็นเครื่องพิมพ์ทำงานเสมอ วุ่นวายมาก กลับมาดึกแค่ไหนก็เห็นคนงานเดินไปมา รถจัดส่งวิ่งเข้าออกตลอด โกดังที่นี่ไม่ได้ใหญ่เท่าคนอื่น ก็ต้องบริหารจัดการพื้นที่ให้ดี อยู่ข้างนอกเวลาเจอใบปลิวของแบรนด์ดัง ๆ ที่พิมพ์จากโกดังเรา ก็ภูมิใจว่านี่มันของบ้านเราพิมพ์นี่นา”

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่
จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

งานพิมพ์ที่ดีเขาดูกันอย่างไร

คุณกรบอกว่าคนในวงการพิมพ์จะดูกันที่เม็ดสี เมื่อพิมพ์งานเสร็จแล้ว เม็ดสีต้องไม่เหลื่อมกัน ผู้เชี่ยวชาญจะใช้กล้องส่องแบบเดียวกับการตรวจสอบอัญมณี เพื่อดูว่างานพิมพ์คมชัดหรือไม่ การลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์คุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่าคู่แข่งได้ แม้จะต้องใช้เงินราว 30 – 40 ล้านบาทต่อเครื่อง แต่การทำธุรกิจในช่วง ‘ขาขึ้น’ อย่างไรเสียก็มีกำไร โรงพิมพ์นิวไวเต็กไว้เวลาเพียง 2 – 3 ปีเท่านั้นก็คืนทุนแล้ว

คำสอนที่คุณปู่สอนคุณพ่อ และคุณพ่อก็สอนเขาต่อกันมาคือ “ทำธุรกิจอะไรก็ได้ แต่ขอให้สุจริต ไม่เบียดเบียนคนอื่น” คุณกรจึงเชื่อว่าธุรกิจต้องยึดเรื่องความดีเป็นหลักก่อน ไม่นานจากก้าวแรก นิวไวเต็กเติบโตมากขึ้นจากรุ่นที่หนึ่งไปสู่รุ่นที่สอง ในยุคที่การพิมพ์เฟื่องฟูที่สุดได้

คุณพ่อเกรียงไกร เป็นที่นับหน้าถือตาในอุตสาหกรรมนี้มานานแล้ว เคยดำรงนายกสมาคมการพิมพ์ไทยมาหลายสมัย และมีส่วนผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร (ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร) ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ธุรกิจการพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย ความมุ่งมั่นในตอนนั้นคือการยกระดับวงการการพิมพ์ โดยมีคู่เทียบที่สำคัญคือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ของเอเชีย ทั้งที่มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยและจำนวนอุตสาหกรรมก็น้อยกว่า จึงเป็นที่มาของพื้นที่อุตสาหกรรมการพิมพ์ขนาดใหญ่และสถาบันการพิมพ์ไทย (Thai Printing Academy) ผลิตคนมีฝีมือออกไปสร้างชื่อเสียงในเวทีสากลจนถึงทุกวันนี้

“ตอนนั้นเป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจการพิมพ์ ราคางานพิมพ์ดีมาก เราเลือกลูกค้าเองด้วยซ้ำว่าเราอยากจะทำให้ใคร แต่เดี๋ยวนี้ลูกค้าเป็นฝ่ายเลือกเรา เพราะอุปสงค์ต่ำกว่าอุปทานมาก แถมสู้ราคากันจนกำไรแทบไม่มี”

ขึ้นชื่อว่าโลกธุรกิจ ไม่เคยมีอะไรง่ายและจะไม่มีวันง่าย การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ภาพอดีตที่หอมหวานผ่านไปอย่างรวดเร็ว สื่อดิจิทัลขยายตัวสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสน่ห์ของสิ่งพิมพ์จึงแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมที่เคยมีอีกต่อไป

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่
จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

เทคโนโลยีป่วน ธุรกิจเปลี่ยน

เดิมคุณกรมีแผนไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากเรียนจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผัน เมื่อต้องกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากคุณน้าซึ่งเป็นกำลังหลักฝั่งทีมขายเสียชีวิต เขาจึงต้องรับหน้าที่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ต่อ ในวันที่อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจเอาเสียเลย

“ผมไปคุยกับลูกค้ารายใหญ่ทั้งหมด เพื่อแนะนำตัวว่ามาทำแทนคุณน้า เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง จำได้เลยว่าเจอลูกค้าอินเดีย เขาบอกผมว่ามีข่าวร้ายนะ คืองบประมาณโฆษณาสื่อออฟไลน์สำหรับการทำการตลาดก็คือสิ่งที่เราทำให้ทั้งหมด จะโดนหั่นออกไป 80 เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นคนเริ่มนิยมใช้เฟซบุ๊กและยูทูบกันมากแล้ว เห็นว่าช่องทางการทำการตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพมากกว่า ตรวจสอบได้เลย คนก็เทเงินไปการตลาดออนไลน์กัน วันนั้นผมรู้เลยว่า สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ทันสมัยแล้ว มันไม่ใช่แล้วล่ะ”

คุณกรพบว่าลูกค้ารายอื่น ๆ ก็บอกกับเขาแบบนี้เช่นกัน จึงปรึกษากับคุณพ่อในฐานะนักธุรกิจใหญ่ซึ่งเห็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงมาก่อนหน้านี้ จากการเดินทางไปดูงานในต่างประเทศ และพบว่าการพิมพ์เพื่อการโฆษณาไม่ได้มีอนาคตที่สดสดใสอีกต่อไป สองพ่อลูกนั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไรกับธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเวลานั้นโรงพิมพ์หลายรายเริ่มหันไปผลิตบรรจุภัณฑ์แทน เพื่อสอดรับกับการขายของออนไลน์ที่เติบโตมากขึ้น ปรับแต่งเครื่องจักรและกระบวนการเข้าไปก็ทำให้เห็นทางออกเพื่อหนีตายได้

แต่นั่นไม่ใช่ทางที่คุณกรเลือก

เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำสิ่งใหม่โดยไม่ยึดโยงกับอุตสาหกรรมเดิม นั่นคือแพลตฟอร์มออนไลน์ในชื่อ Wawa Pack เป็นการต่อยอดจากความรู้ด้านบรรุภัณฑ์และเครือข่ายทางธุรกิจที่ครอบครัวมี ตั้งเป้าเป็นตลาดออนไลน์สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์และคู่ค้าหรือ B2B โดยเฉพาะ โดยที่คุณกรต้องดูแลทั้งธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่เป็นหลักยึดของครอบครัวและธุรกิจดิจิทัลไปพร้อม ๆ กัน

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

“Wawa Pack เริ่มจากทีมเล็ก ๆ เราดึงพนักงานนิวไวเต็กที่ดูมีหน่วยก้านดีมาร่วมกันทำงาน จะสัมภาษณ์ดูความเข้าใจว่าเขารู้จักเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ หรือเปล่า และให้ลองมาทำกันจริง ตอนนั้นคุณพ่อและผู้ใหญ่ในครอบครัวเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นแต่ก็มีข้อสงสัยในใจ อย่างลงทุนของโรงพิมพ์ยังได้เห็นเครื่องจักรที่จับต้องได้ รู้ว่ามีสินทรัพย์เท่าไหร่ ขายต่อก็ได้ แต่มาทำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มจับต้องไม่ได้ ก็เลยกล้า ๆ กลัว ๆ คิดกันว่ามันจะดีหรือเปล่า แถมลงทุนเยอะด้วย พอไม่ใช้แล้วจะขายต่อก็ไม่ได้มีมูลค่าอะไรอีก หายไปเลย ไม่เหมือนเครื่องจักรที่ขายต่อมือสองหรือขายเป็นเศษเหล็กได้”

เป็นเรื่องธรรมดาของคนรุ่นใหม่ที่ต้องสานต่อธุรกิจของครอบครัว ทุกคนจะต้องพิสูจน์ฝีมือการบริหารธุรกิจเพื่อซื้อใจหัวหน้าคนสำคัญ ซึ่งก็คือบุพการีหรืออาจเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีบทบาทและอำนาจตัดสินใจในองค์กร ทายาทรุ่นสามของนิวไวเต็กเชื่อว่าการยืมปากคนอื่นมาพูดแทน คือวิธีการที่ช่วยได้มาก จึงสมัครเข้าแข่งขันตามเวทีแข่งขันหรือพิชชิ่งของกลุ่มสตาร์ทอัพ เพื่อทำให้ ‘คนนอก’ มาช่วยรับรองวิธีคิดและไอเดียของเขาว่าน่าสนใจและทำได้จริงผ่านรางวัลต่าง ๆ ที่คว้ามาได้

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย
เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

“มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมบอกเขาว่าจะไปหาลูกค้าของโรงพิมพ์นะ แต่ที่จริงผมไปพิชชิ่งกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมแทน หายไป 3 วันเลย คุณพ่อก็เข้าใจว่าผมไปหาลูกค้า จนผมก็ได้รางวัลรองชนะเลิศกลับมา นั่นเป็นเวทีแรกเลย ผมแบกรางวัลมาโชว์ให้พวกเขาเห็นว่างานของผมมีคนซื้อไอเดียนะ ก็เลยสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น เขาเลยให้ลอง หลังจากนั้นก็ยังไปประกวดอีกหลายเวที 

“ทำ Wawa Pack ถือว่าท้าทายมาก เพราะตลาดออนไลน์แบบ B2B ตอนนั้นเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ผมอายุน้อย คนที่คุยด้วยก็เป็นคนรุ่นพ่อ ถ้าเจอคนต่างรุ่นก็ต้องใช้รางวัลและการรับรองที่ได้ทั้งจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) รวมทั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาสร้างความมั่นใจ จะดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น”

เมื่อโจทย์เก่าถูกแก้ด้วยวิธีการใหม่ ก็มักจะมีโจทย์ใหม่เข้ามาทายเสมอ

การเดินทางจากนิวไวเต็กจึงไม่ได้จบแค่เพียง Wawa Pack เท่านั้น

ฝันใหญ่ที่ต้องไปให้ถึงกับแพลตฟอร์มสินค้าอุตสาหรรมของคนไทย

เมื่อธุรกิจใหม่ขยายตัวได้พอสมควร จนมีสินค้ากว่า 3,000 รายการในระยะเวลาไม่กี่เดือนจากผู้ขายนับร้อยราย คุณกรเห็นโอกาสต่อยอดจากห่วงโซ่อุปทานที่หลายบริษัทบนแพลตฟอร์มมี ซึ่งไม่ได้ทำแค่บรรจุภัณฑ์เท่านั้น ยังมีสินค้ากลุ่มอื่นอีกมากในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีศักยภาพด้วย

“ลูกค้าก็มาคุยว่าในเครือของเขามีสินค้าประเภทอื่นอีกเยอะ ถ้าเอาสินค้าทั้งบริษัทเขามาขายบนแพลตฟอร์มนี้ได้หรือเปล่า ก็เลยเกิดไอเดียว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของเรา เพราะถ้าจำกัดแค่บรรจุภัณฑ์ ตลาดก็จะแคบ แต่ถ้าคนต้องการสินค้าประเภทอื่นด้วยมันก็ขายได้ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อจาก Wawa Pack เป็น myWawa ซึ่งตั้งเป้าจะเป็นตลาดออนไลน์ของ 45 กลุ่มอุตสาหกรรมไปเลย”

สิ่งที่น่าทึ่งของการเชื่อมจุดในโลกธุรกิจ คือจะมีจุดใหม่ ๆ ให้เชื่อมต่อไปเสมอ

แม้จะยังไม่ได้เปิดตัวในวงกว้างอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันแพลตฟอร์ม myWawa มียอดขายเกิดขึ้นระดับพันล้านบาท จากผู้ขายรายใหญ่ที่มีความเคลื่อนไหวประจำหลายสิบราย สำหรับเป้าหมายในอนาคต คุณกรต้องการดึงกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เข้ามามากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมและเป็นพื้นที่ของผู้ประกอบการไทยโดยคนไทยอย่างแท้จริง โจทย์สำคัญที่ต้องแก้ของคนตัวเล็กคือข้อจำกัดด้านบุคลากร เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ต้องช่วยกันเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่โลกดิจิทัลด้วยกัน

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

ธุรกิจใหญ่ไปได้ ธุรกิจก็ต้องมีทางเดินด้วย

สำหรับโครงสร้างองค์กรนั้น นิวไวเต็กจะเป็นเหมือน ‘ยานแม่’ หรือบริษัทโฮลดิ้งของ Wawa Group ที่แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วยกลุ่มแรกคือ Wawa Service and Marketing Group นั่นคือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ myWawa ที่เป็นทั้งตลาดและการบริการลูกค้า กลุ่มที่สองคือ Wawa Financial Group ธุรกิจด้านความปลอดภัยที่เข้ามาช่วยเสริมแพลตฟอร์มให้แข็งแรง เพื่อการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานและการชำระเงินที่ปลอดภัย และกลุ่มที่สามคือ Wawa Logistics Group ธุรกิจบริหารจัดการการขนส่งที่เกิดขึ้นบน myWawa

ความท้าทายของตลาด B2B คือมีปริมาณการซื้อขายที่ใหญ่ ผ่านกระบวนการทางธุรกิจที่มากกว่าการขายปลีกโดยตรงให้กับผู้บริโภค ผู้ซื้อสินค้าจะสอบถามราคาสินค้าโดยอ้างอิงจากปริมาณที่ต้องการจากนั้นผู้ขายจะเสนอราคา ต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่พอใจทั้งสองฝ่าย จากนั้นจึงเปิดคำสั่งซื้อพร้อมกับตกลงเงื่อนไขการชำระเงินในรูปแบบเครดิตเทอม ซึ่งระบบของ myWawa ต้องรองรับขั้นตอนที่สลับซับซ้อนเหล่านี้ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่การสอบถามสินค้าไปจนถึงการจัดส่งถึงโรงงาน

“อย่างเรื่องการขนส่ง เขาไม่ได้ส่งกันเป็นชิ้น แต่ส่งเป็นรถคันใหญ่ทีละ 50 – 60 ลัง ดังนั้น จะใช้ขนส่งรูปแบบเดิมไม่ได้ เราจะใช้แบบเหมาทั้งคัน จะขนของขึ้นเต็มคันหรือครึ่งคันก็ตามที ค่าขนส่งจะถูกลง เรื่องนี้คนทำธุรกิจส่วนใหญ่คุ้นเคยดี จะต่อรองกันอยู่แล้วว่าถ้าส่งปริมาณมาก ๆ จะมีส่วนลดเพิ่มหรือเปล่า พอตกลงกันได้ก็คุยกันเรื่องเงื่อนไขการชำระเงินต่อ ส่วนใหญ่ใช้การโอนเงินหรือจ่ายเช็คกันทั้งนั้น”

กลายเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบเต็มตัว เหลือภาพแท่นพิมพ์และกลิ่นหมึกเป็นความทรงจำสีจาง ๆ เท่านั้น

“คุณพ่อผมเห็นธุรกิจการพิมพ์ที่รุ่งโรจน์มาก ๆ มาวันนี้ต้องเปลี่ยนผ่านแล้ว เขารู้นะว่าต้องหันไปทำอย่างอื่นมากขึ้น แต่ก็ทำใจได้ยากอยู่ดี ต้องใช้เวลา เราคิดกันว่ามาถูกทางแล้วล่ะ ผลตอบรับค่อนข้างดี สมัยก่อนนิวไวเต็กเป็นตัวบอกว่าเราคือใคร ตอนนี้ก็จะไปอยู่เบื้องหลังและใช้ Wawa Group นำหน้าแทน ตอนนี้พนักงานของนิวไวเต็กน้อยลงมาก หลายคนก็เกษียณไปแล้ว บางคนบอกว่าเห็นคุณกรตั้งแต่แรกเกิด คนที่อยู่ตอนนี้เราก็ยังให้เขาทำงาน แต่ไม่ได้รับคนและไม่ได้ลงทุนเพิ่มแล้ว”

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

ส่งต่อความคิด สื่อสารเพื่อความเข้าใจ

ธุรกิจครอบครัวที่ดำเนินการมายาวนานมักจะเจอปัญหาการทำงานของคนต่างรุ่น คนรุ่นเก่าถือเป็นหลักสำคัญที่ช่วยเจ้าของธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัว อยู่รอดจนเติบโตได้ ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็เป็นเรี่ยวแรงที่เป็นอนาคตเพื่อสานต่อและเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่สิ่งใหม่ คุณกรในฐานะทายาทรุ่นสามเชื่อว่าการสื่อสารระหว่างกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่จะผสานศักยภาพของคนในองค์กรเข้าด้วยกันได้

“คนรุ่นเก่าไม่ใช่ไม่เก่งนะ เขามีประสบการณ์เยอะมาก เรื่องอะไรที่เขาเคยผิดพลาด เราก็รับฟังและเอามาใช้ แต่ไม่ไปบังคับให้เขามาเชี่ยวชาญเทคโนโลยีแบบเด็ก ๆ เราเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตโดยที่ไม่มีคนรุ่นเก่ามาคอยดึงเขาไว้ ต้องรักษาสมดุล หน้าที่ของซีอีโอคือการทำให้คนทั้งสองรุ่นทำงานด้วยกันได้ Wawa Group จะวิ่งไปข้างหน้าและดึงคนเก่ง ๆ เข้ามาให้ได้ ต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกับองค์กรระดับโลกที่คนอยากเข้ามาทำงาน ไม่เพียงแต่คนไทย คนต่างชาติก็ต้องอยากมาทำงานกับเราด้วย”

คุณกรในวันนี้เป็นทั้งลูกชายคนโตของครอบครัว และหลานชายคนโตของตระกูลเธียรนุกุล อีกบทบาทที่สวยงามคือการเป็นคุณพ่อของลูกชายตัวน้อย ๆ ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะไม่บังคับให้ลูกมาสานต่อธุรกิจถ้าเขาไม่ได้สนใจจะทำ อย่างไรก็ตาม องค์กรนี้ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรมืออาชีพอยู่ดี การเปิดโอกาสให้ลูกได้คิดและลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบจึงสำคัญมากกว่า

“ถ้าเขาอยากทำอย่างอื่น อย่างเป็นนักกีฬาหรือนักดนตรี ผมก็จะให้เขาทำ ไม่ห้าม พยายามจะไม่ให้บรรยากาศองค์กรเป็นกงสี อยากให้เป็นมืออาชีพ ถ้าลูกจะเข้ามาทำก็ควรมีฝีมือ ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ก่อน ไม่ใช่ว่าเป็นลูกผมแล้วมาเป็นผู้จัดการได้เลย

“ผมบอกเสมอว่าสตาร์ทอัพของผมไม่ได้เริ่มมาจากโรงรถ เราเริ่มจากโรงพิมพ์ ความท้าทายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถึงผมไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ก็มีตำนานธุรกิจของครอบครัวอยู่ ความยากคือทำอย่างไรผู้ใหญ่จะยอมรับและมั่นใจในตัวเรา ต้องทำให้เขาเปิดใจและอยากลองสิ่งใหม่กับเรา มันใช้เวลาและความอดทนนะ การเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ละที่มีวิถีไม่เหมือนกัน แต่เริ่มต้นเหมือนกันได้คือ การสื่อสารที่ดี เข้าใจปัญหาซึ่งกันและกัน และดูว่ามีทางแก้อะไรได้บ้าง”

ไม่เคยมีสูตรสำเร็จที่ตายตัว มีแต่ธุรกิจที่ตายไปจากระบบเพราะยึดติดกับความสำเร็จเดิม ชื่อนิวไวเต็กจะยังคงอยู่ต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรใหม่ ๆ ที่ยืดหยุ่นมากพอกับการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า

ใครที่ไม่เปลี่ยน สักวันก็ต้องถูกบังคับให้เปลี่ยนอยู่ดี

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load