เคยนอนค้างคืนที่สถานีรถไฟกันบ้างมั้ยครับ?

ผมเคยมีประสบการณ์นอนค้างสถานีรถไฟในเมืองใหญ่ๆ ของโลกมาอยู่บ้าง ซึ่งก็สารภาพตามตรงว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเลย ทั้งเก้าอี้ที่นั่งแสนจะไม่สบาย บรรดาคนไร้บ้านที่เดินเฉียดไปมาในยามค่ำคืน กลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงความมืดและอันตรายต่างๆ ทั้งหมดนี้ทำให้การนอนค้างคืนที่สถานีรถไฟทั้งน่าสะพรึงกลัวและสร้างความกังวลแก่คนนอนจริงๆ 

ที่ถามนี่ผมก็ไม่ได้จะชวนนอนค้างคืนที่สถานีรถไฟแบบนั้นหรอกนะครับ แต่หมายถึงการนอนค้างในโรงแรมที่สถานีรถไฟต่างหาก

ด้วยความที่ชอบการนั่งรถไฟ ชอบใช้บริการรถไฟตู้นอน จึงทำให้ผมมีความฝันอยากนอนโรงแรมในสถานีรถไฟด้วย เพราะตอนเด็กๆ ผมเคยอ่านเรื่องราวสมัยที่สถานีรถไฟกรุงเทพยังเรืองรองอยู่ และเปิดให้บริการโรงแรมหรูหราแสนทันสมัยที่ชื่อว่า โรงแรมราชธานี (ปัจจุบันคือบริเวณห้องน้ำในสถานีรถไฟกรุงเทพ) ซึ่งเปิดตั้งแต่ พ.ศ. 2470 ก่อนจะปิดบริการไปใน พ.ศ. 2512 อ้าว…ปิดไปตั้งแต่ผมเองก็ยังไม่เกิดเลย ความฝันนั้นของผมจึงกลายเป็นฝันสลายไป 

แต่เมื่อไม่นานนี้ผมมีโอกาสเดินทางไปยังประเทศโปรตุเกส และได้สานฝันวัยเด็กอีกครั้งด้วยการนอนในโรงแรมที่สถานีรถไฟจริงๆ ซะด้วยสิ 

ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญทุกท่านก้าวขึ้นมาบนรถไฟของเรา และสถานีต่อไปคือสถานี São Bento ผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะเข้า-ออกขบวนรถ โปรดระวังช่องว่างระหว่างพื้นชานชาลากับขบวนรถ และเมื่อเดินเข้ามาจนสุดชานชาลาแล้ว โปรดเตรียมพาสปอร์ตเพื่อลงทะเบียนเข้าพักที่ Passenger Hostel และโปรดระวังตกหลุมรักโรงแรมแห่งนี้เมื่อได้นอนพักค้างคืน 🙂

สถานี São Bento
อสถานี São Bento

ขอเล่าถึงตัวสถานีรถไฟแห่งนี้ก่อน สถานีรถไฟ São Bento สร้างเสร็จและเปิดใช้งานตั้งแต่ ค.ศ. 1896 หรือเกือบๆ 123 ปีมาแล้ว นอกจากความสวยงามของกระเบื้องลายครามที่ติดอยู่บริเวณตัวสถานีแล้ว ที่นี่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กร UNESCO ด้วย 

และด้วยความที่เป็นสถานีในยุโรปช่วงที่การเดินทางด้วยรถไฟเบ่งบาน ทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมสถานีรถไฟมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันไปหมดทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือสถานีรถไฟ São Bento 

สถานี São Bento

และนี่จึงเป็นการสานฝันวัยเด็กของผม เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าผมก็ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อพบกับโถงห้องนั่งเล่นขนาดยักษ์ของโรมแรม ความสูงของเพดานที่สูงกว่า 5 เมตร ทำให้รู้สึกถึงความโปร่งโอ่โถง และเพราะความสูงที่มากกว่าอาคารทั่วไปในปัจจุบัน ทำให้ทางโรงแรมและผู้ออกแบบเล่นพื้นที่แบบห้อง Duplex หรือชั้นลอยภายในห้องทุกชั้นได้อย่างสวยงามและลงตัว ซึ่งชั้นลอยเหนือโถงห้องนั่งเล่นนี้เป็นวิวที่ดีที่สุดในการนั่งชมสถานีรถไฟแห่งนี้จริงๆ นอกจากเป็นห้องนั่งเล่นแล้ว ในตอนกลางคืนก็จะแปลงร่างเป็นผับสำหรับนักเดินทางทุกคนอีกด้วย

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง
Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

เมื่อเราเดินผ่านห้องนั่งเล่นขึ้นมาผ่านโถงบันได ก็ตะลึงเพราะความสวยงามของพื้นไม้และราวบันไดไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีต และด้วยความสูงของอาคารที่ทำให้เราต้องเดินเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว หลังจากเดินหอบมาจนถึงชั้น 2 ก็จะเจอโถงทางเดินตรงกลางที่ถูกขนาบด้วยผนังสูงลิบ 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

ห้องด้านติดหน้าต่างสถานีจะเป็นห้องพักแบบ Private Room ส่วนห้องด้านในสถานีจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง อย่างเช่นครัว ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง
Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

เมื่อใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องพักเข้ามาผมก็ได้แต่ยิ้มกว้างอีกครั้งหนึ่ง เพราะได้เจอการเล่นพื้นที่แบบชั้นลอยภายในห้องพักอีกทีหนึ่ง การตกแต่งภายในนั้นเน้นไปที่บรรดาเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายย้อนยุคเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยเรืองรองของการเดินทางด้วยรถไฟ 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง
Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

ห้องด้านล่างถูกจัดไว้ในรูปแบบห้องนั่งเล่นส่วนตัว ด้วยพื้นไม้เดิมของอาคารและเมื่อมีโซฟายาวแสนนุ่มสบายวางไว้ พร้อมด้วยเครื่องเสียงและโคมไฟสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน ก็ทำให้อยากจะเอนหลังพักผ่อนสั้นๆ หลังจากเดินเล่นสำรวจเมือง และห้องด้านบนก็เป็นเตียงนอนเพียงอย่างเดียว หน้าต่างสูงยาวของห้องทำให้เรารับรู้ความเป็นไปด้านนอกของสถานีอยู่ตลอดเวลา และเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวก็เพียงแค่รูดม่านปิดเท่านั้นเอง 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

แม้จะเป็นห้องส่วนตัว แต่ก็ใช้ระบบคล้ายๆ ห้องพักแบบ Dormitory คือเป็นห้องครัวและห้องน้ำรวม นั่นก็มีเหตุผล เพราะอาคารสถานีรถไฟเก่านั้นมีระบบสุขาภิบาลจำกัด (ก็เมื่อก่อนมันเป็นสำนักงานนี่นา ไม่ใช่โรงแรม) การทำห้องน้ำรวมจึงง่ายต่อการจัดการระบบสุขาภิบาลกว่า 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

และเพื่อเป็นการอนุรักษ์อาคารเก่า ทางโรงแรมเลยหลีกเลี่ยงการเจาะพื้น แต่ใช้วิธีการยกพื้นขึ้นมาจากพื้นเดิม และทำงานระบบซ่อนไว้ใต้พื้นที่ยกขึ้นมานั้นแทน ผลที่ได้ก็คือห้องน้ำที่ใช้งานสะดวกและสบายมาก ถ้าใครเคยไปนอนพักโรงแรมเก่าในยุโรปก็อาจจะเคยเจอปัญหาส้วมกดไม่ลงหรือท่อน้ำอุดตันบ้าง แต่ที่นี่ไม่เป็นแบบนั้น รวมถึงแถมวิวสวยงามของชานชาลาให้มองด้วย 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

พื้นที่ชั้น 3 ของตึกนั้นเป็นห้องแบบ Dormitory และห้องน้ำรวม ส่วนชั้น 4 หรือห้องใต้หลังคาของตึกนั้นก็มีการแบ่งพื้นที่ครึ่งหนึ่งเป็นครัวกลางที่เสิร์ฟอาหารเช้าให้แขกทุกคน และพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งเป็นห้องนั่งเล่นที่ตั้งคอนเซปต์ว่าเป็น Under Roof Garden ที่มีบรรยากาศเป็นสวนใต้หลังคา

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง
Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

จากการได้นอนพักที่นี่สองสามคืนในห้องพักที่ไร้เสียงรบกวนจากรถไฟ ผมพบว่าผมเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย เพราะเดินเปิดประตูออกไปก็ขึ้นรถไฟได้ทันที ตัวสถานีรถไฟแสนสวยงามนี้ที่มักจะมีนักท่องเที่ยงมาถ่ายรูปอยู่เสมอ ก็เหมือนมีผมเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เพียงแค่เดินออกจากที่พักในช่วงกลางดึกหรือเช้าตรู่เท่านั้น 

และด้วยความที่ในยุคก่อนเมืองถูกสร้างขึ้นโดยมีสถานีรถไฟเป็นศูนย์กลาง ทำให้ตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรมนั้นแสนจะสะดวกสบายต่อการเดินทางไปยังจุดอื่นๆ ของเมือง 

สำหรับผม นี่จึงเป็นการนอนค้างสถานีรถไฟที่รื่นรมย์และมีความสุขแบบที่หาจากที่อื่นไม่ได้เลยจริงๆ ถ้าใครรักรถไฟและมีโอกาสได้เดินทางผ่านมาปอร์โต้ ก็ขอเชิญมานอนค้างที่สถานีรถไฟด้วยกันนะครับ แล้วคุณจะหลงรักการนอนค้างสถานี

ผมเพิ่งได้อ่านบทความเรื่อง สถานีกลางบางซื่อ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคตสถานีรถไฟกรุงเทพ (หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าหัวลำโพง) นั้นจะถูกลดบทบาทลง กลายมาเป็นสถานีหัวลำโพงของรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มและพิพิธภัณฑ์รถไฟไทยแทน ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครสนใจขอปรับปรุงรีโนเวตบางส่วนเล็กๆ ของหัวลำโพงให้กลายเป็นโรงแรมแก่คนรักรถไฟแบบนี้บ้างมั้ยนะ…

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ลมจากเมืองกรุงหอบเรามาใช้ชีวิต Eco Living ที่ ‘The Motifs Eco Hotel’ โรงแรมน้องใหม่แห่งจันทบุรี 

อาคารปูนสีขาวแซมไม้เก่าสีน้ำตาลตรงหน้ามอบความอบอุ่นตั้งแต่แรกเห็น ไม่นับความสบายตาของต้นไม้สีเขียวที่ผ่อนคลายชวนตบเท้าเข้าเอนกาย เมื่อ 60 ปีก่อน พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นบ้านเลขที่ 1 ของ คุณยายวิสาขะ โกศล

จากบ้านไม้เก่าล้อมด้วยรั้วพู่ระหงของครอบครัวข้าราชการ ถูกแปลงโฉมเป็นที่พักสีเขียวด้วยแนวคิดของ ดาว-ไอยรีลดา จิรโชคชยานันทร์ สาวชลบุรีที่กลายมาเป็นสะใภ้เมืองจันท์ เบื้องหลังเธอเคยคลุกคลีและได้รับโอกาสในการทำงานสาย MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions)

“เราผ่านการทำงานระดับนั้นมาแล้ว สิ่งที่ต้องมีคือ Can do Attitude สิ่งนั้นตอบแทนเราตรงๆ พอเราทำมันบนพื้นฐานของความสุขและแพสชัน ประสบการณ์ทั้งหมดที่สั่งสอนเรา มันใช้ได้จริงและเป็นมุมมองที่กว้างมาก”

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

แม้ The Motifs Eco Hotel จะเปิดมาเพียง 3 เดือนเศษ แต่แผนการอนุรักษ์พื้นที่ถูกคิดมาก่อนหน้านั้นถึง 2 ปี เธอเริ่มตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ของพื้นที่ และเห็นโอกาสว่าจังหวัดจันทบุรียังไม่มีที่พักสำหรับสายอีโค่ เมื่อตกตะกอนความคิดก็ตระเวนนอนตามโรงแรมเพื่อมองหาจุดอ่อนทางธุรกิจ ออกตามหาสถาปนิกที่มีหัวใจและแนวทางเดียวกัน จนลงเอยที่ ECO Architect สตูดิโอออกแบบจากจังหวัดภูเก็ต ภายใต้ฝีมือการสร้างสรรค์ของ แก้ว-คำรน สุทธิ 

ที่พักแห่งนี้นำเสนอจันทบุรีด้วยคอนเซ็ปต์ #โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ 

ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นไปได้ของเมืองจันท์ที่จะถูกดันให้เป็น ‘ปอดของตะวันออก’ ที่สำคัญ ไม่เพียงแค่มีลมหายใจเดียวกันกับธรรมชาติ แต่ยังเป็นลมหายใจเดียวกันกับชุมชนละแวกนั้นด้วย 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ

“เราคุยกับสถาปนิกสิบเจ้า แล้วคัดเหลือสามเจ้า สุดท้ายไม่มีเจ้าไหนที่เข้ากันได้นอกจาก ECO Architect เขามาจากภูเก็ต และชินกับภูมิอากาศฝนแปดแดดสี่เหมือนจันทบุรี เราเชื่อในตัวเขาว่าจะต้องรังสรรค์อะไรสักอย่างให้เราได้ ที่สำคัญเขาเข้าใจสภาวะอากาศของที่นี่เป็นอย่างดี แล้วเขามีแฮชแท็กของตัวเองว่า บ้านที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ แต่ของเราเป็นโรงแรมที่มีคอนเซ็ปต์เดียวกัน เลยขอใช้แฮชแท็กเดียวกับเขา เป็น โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติ”

ECO Architect เป็นนักสร้างบ้านที่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติเป็นสำคัญ นั่นเป็นสิ่งที่ตรงใจดาว 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี
The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

จึงไม่แปลกใจหากเจ้าบ้านยกให้สายฝน แสงเงา และสายลม เป็นพระนางของที่นี่ ซึ่งการออกแบบที่หายใจร่วมกับธรรมชาติยังเป็นการสร้างต้นแบบ Eco Living ที่เกิดขึ้นและใช้ได้จริง แล้วก็แทบไม่ต้องเปิดไฟ ทั้งทางเดิน ตัวอาคาร และล็อบบี้ เพราะสถาปนิกออกแบบให้แสงแดดส่องถึงทั่วบริเวณ ส่วนห้องพักก็มีหน้าต่างมากถึง 3 ด้าน แน่นอนว่าถลุงงบก่อสร้างให้บานปลาย แต่ดาวยืนยันว่าคุ้มชัวร์ในระยะยาว และแขกก็ปลื้มมาก! จนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘อยู่สบาย’ จนลืมว่าต้องเปิดแอร์ไปเลย เธอกระซิบว่าการออกแบบที่คิดมาอย่างดีช่วยลดค่าใช้จ่ายบางส่วนมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่นี่ออกแบบโดยเคารพพื้นที่เดิม มีการใช้ไม้จากบ้านหลังเก่ามาประกอบทั่วโรงแรม 

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

บรรยากาศก็เงียบสงบแม้สถานที่จะตั้งอยู่ละแวกชุมชน และอีกจุดขายที่ดาวตั้งใจคือ ‘อยากให้คนเที่ยวจันท์หน้าฝน’ เพราะฤดูฝนกับจันทบุรีเป็นของคู่กัน ทั้งยังเปิดมุมมองประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวด้วย พอสถาปนิกได้ฟังความตั้งใจ ก็จัดให้ด้วยการออกแบบตัวอาคารที่ทิ้งโซ่ลงมาจากหลังคาแทนท่อ ยามฝนโปรยปรายผ่านโซ่ที่เรียงกัน แขกจะเห็นสายฝนกำลังเต้นระบำ และหยาดฝนก็เป็นเหมือนคนสวนที่คอยรดน้ำให้ต้นไม้ที่นี่ออกดอกออกผลงอกงาม

ห้องพักที่เข้าใจมนุษย์และพึ่งพาธรรมชาติ

จากการออกตามล่า Pain Point ของธุรกิจโรงแรม เพื่อไขข้อสงสัยว่านักเดินทางต้องการอะไร ดาวก็พบปัญหาเรื่องตำแหน่งแอร์ เช่น นอนแล้วแอร์เป่าหัว นักออกแบบแก้ปัญหาด้วยการติดแอร์บริเวณ Foyer พร้อมแนะทริคให้อยู่สบาย ไม่ร้อนจนเหงื่อซึม แอร์เย็นสบายตลอดเวลา แถมอากาศเย็นๆ ของเมืองจันท์ ทำให้แขกเลือกเปิดหน้าต่างมากกว่าพึ่งเครื่องปรับอากาศ ก็ช่วยเจ้าบ้านประหยัดไฟได้อีกนิด

ด้วยพื้นที่จำกัดของห้องพัก สถาปนิกเลือกยกฐานเตียงด้วยปูนแล้ววางทับด้วยฟูก เพื่อช่วยให้ห้องโปร่งโล่ง คนไม่ชอบความอึดอัดถูกใจสิ่งนี้ แล้วที่นี่ก็ไม่มีโทรศัพท์ในห้องพัก เพื่อลดในสิ่งที่อาจไม่จำเป็นและใช้ในสิ่งที่ทุกคนมีอยู่แล้ว คือ โทรศัพท์มือถือ จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีสแกน QR code คุยผ่านทาง [email protected] และโทรติดต่อกับแขกแทน

The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี
The Motifs Eco Hotel โรงแรมที่หายใจร่วมกับธรรมชาติและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนจันทบุรี

อีกปัญหาที่แก้มาเพื่อคนรักการแต่งหน้า ดาวเห็นว่าไฟห้องน้ำมักเป็นสีเหลือง เวลาแต่งหน้าออกมาแล้วสีบนใบหน้าจะผิดเพี้ยนจากสีจริง เธอเลือกติดตั้งกระจกในบริเวณที่รับแสงธรรมชาติได้ เพื่อขจัดปัญหาให้สายบิวตี้

ห้องพักมีให้เลือกนอนทั้งหมด 4 แบบ หนึ่ง Green Traveller ห้องน้องเล็กขนาด 20 ตารางเมตร เน้นความเรียบง่าย นอนสบาย แสงเช้าโผล่มาทักทายได้ แถมที่วางของตรงปลายเตียงก็ดึงออกมาเป็นโต๊ะทำงานได้ด้วย สอง Green Studio เพิ่มเติมระเบียงและเดย์เบดดูดวิญญาณ ดาวเลือกใช้เดย์เบดเพราะปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ หากมีลูกค้าท่านที่ 3 มาพักด้วยกัน เพียงเอาผ้าลินินหุ้มบนฟูกก็ใช้งานได้เลย ช่วยประหยัดพลังงานคุณแม่บ้านด้วย สาม Green Deluxe และสี่ Green Corner ห้องสองประเภทที่ขายดีที่สุด มีจุดขายคืออ่างอาบน้ำแช่เพลินๆ

เธอว่าห้องสองประเภทสุดท้ายทำเอานักนอนเที่ยวไม่อยากออกไปไหน ขอขลุกอยู่แต่ในห้อง

ผลิตภัณฑ์ในห้องพักส่วนใหญ่ก็เป็นแบบ Eco Friendly อย่างผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำจะเป็นขวดปั๊มที่เติมสบู่-แชมพู ได้หากใช้งานหมด เพราะเธอใส่ใจ อยากให้ข้าวของเครื่องใช้มีมาตรฐานเดียวกับโรงแรมระดับ 5 ดาวไปพร้อมกับการลดขยะ และยังพึ่งพาความงามของธรรมชาติจากดอกไม้สารพัดสีที่โรงแรมปลูกมาประดับลงแจกันใบน้อยๆ

หากสังเกตจะมีใบเตยหั่นจิ๋วแบ่งใส่จานกระจายตามจุดในโรงแรมช่วยเติมความหอมสดชื่นด้วย 

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

โรงแรมที่เป็นหนึ่งเดียวกับชุมชน

Eco Living ไม่ได้ตั้งไว้เพียงแค่คอนเซ็ปต์ แต่เธออยากร่วมงานกับคนที่มีดีเอ็นเอเดียวกัน อย่างการเลือกพนักงาน ดาวพยายามเลือกที่มายด์เซ็ตก่อนเป็นอันดับแรก ต้องมีความคิดรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พนักงานที่นี่จึงมองเห็นและเข้าใจ Energy Saving Plan ของโรงแรมทันที ความน่ารักอีกอย่างคือ เวลาเห็นแขกหิ้วกระเป๋าขนาดไม่หนักมาก พนักงานจะอาสาชวนแขกขึ้นบันไดไปส่งถึงหน้าห้อง ระหว่างทางก็เล่าเรื่องราวของโรงแรมให้แขกฟังไปพลาง

นอกจากพนักงานเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ชุมชนรอบข้างก็สำคัญไม่แพ้กัน 

“Sharing Economy เป็นสิ่งที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้นหลังจากทำโรงแรมนี้ขึ้นมา” เจ้าบ้านเกริ่น

โรงแรมสนับสนุนชุมชนตั้งแต่วัสดุตกแต่งภายในยันกิจการร้านอาหารท้องถิ่น

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“วัสดุในโรงแรมเราใช้วัสดุชุมชนค่ะ เสื่อได้มาจากชุมชนบ้างสระเก้า เขายิ้มกว้างมากวันที่เขาทอเสร็จแล้วเราเอามาติดโชว์บนห้อง ‘นี่เสื่อของป้าไก่นะ ถ้าลูกค้าชอบเราจะช่วยขายให้’ เสื่อของป้าไก่เป็นเสื่อปอ ดูดซับความชื้นและทำความสะอาดได้ง่าย เราเข้าใจงานคราฟต์นะว่าราคาค่อนข้างสูง แต่พอเห็นเขาทำ เรารู้สึกคุ้มค่ามาก”

เสื่อจันทบูรขึ้นชื่อลือชา ละเอียดเนี๊ยบและคงทน จนมีนักออกแบบมาพัฒนางานร่วมกับชุมชนจนผลิตภัณฑ์สวยงามน่าสนับสนุน ไม่เพียงแค่เมืองจันท์ ดาวยังอุดหนุนงานคราฟต์จากภาคเหนือมาประดับพื้นที่ด้วย

“แล้วก็มีอาหารท้องถิ่นจากชุมชน อย่างอาหารเช้า เราพาร์ตเนอร์กับร้านข้าวต้มจันทบูร อนาคตกำลังจะร่วมมือกันทำ Afternoon Tea กับร้านหอมรัญจวน และ Coffee Break ก็ดีลกับร้านกาแฟเจ๋งๆ ร้านหนึ่งที่เขาเน้นคุณภาพ และเขาแฮปปี้ที่ได้ร่วมงานกับเรา พอเป็นแบบนี้ก็ค่อนข้างยั่งยืนนะคะ เหมือนว่ามีวัตถุดิบอยู่ใกล้ตัว เขาแนะนำเรา เราแนะนำเขา ซึ่งมันไม่เกิด Food Waste จนเกินไป ไม่ต้องจ้างเชฟมาทำทุกอย่าง ถ้าเราดีลกับผู้เชี่ยวชาญ (ชุมชน) ได้เอง” ดาวเล่าใจความสำคัญ

เหตุผลที่โรงแรมฉบับอีโค่แห่งนี้เลือกเสิร์ฟ Afternoon Tea แทนเมนูคาเฟอีน เพราะไม่อยากเป็นคู่แข่งกับคาเฟ่บ้านใกล้เรือนเคียง และดาวเชื่อว่าทุกร้านพรีเมี่ยมในตัวเอง เธอจึงเลือกเป็นมิตรในเส้นทางที่แตกต่าง

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ดาวมักแนะนำแขกให้เดินสำรวจเพื่อนบ้านรอบชุมชนริมน้ำจันทบูร ย่านเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี ของจันทบุรี มีทั้งร้านรวงท้องถิ่น ตลาดค้าพลอย จนถึงโบสถ์ริมน้ำ ถ้ามีเวลาเหลืออีกนิด เธออยากให้คุณแวะ ‘ชุมชนขนมแปลก’ ขับรถเพียง 10 นาทีจากที่พัก ถ้าคุณเป็นสายประวัติศาสตร์ต้องเยือนหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี

“เราภูมิใจกับหอจดหมายเหตุฯ มาก มีพื้นที่นิทรรศการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยู่ตรงนั้นก็ใช้เวลาเกือบครึ่งวันแล้วค่ะ” เธอเล่าพลางหัวเราะ “หลังจากนั้นก็เดินไปไหว้ศาลหลักเมือง ไหว้พระเจ้าตาก ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันได้ หรือขับรถไปเที่ยวที่อู่ต่อเรือพระเจ้าตากด้วยก็ได้ค่ะ ซึ่งข้อมูลพวกนี้ เราจะให้ Front Office คอยช่วยแนะนำแขกและสังเกตว่าเขาเป็นสายไหน เช่น Cafe Hopper ก็เหมาะเลย ถ้าเดินผ่านโรงแรมเรา จะเจอร้านกาแฟราวๆ ห้าร้าน”

พอเราตั้งคำถามว่า ‘การที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม สำคัญกับธุรกิจยังไง’ เธอก็ให้คำตอบ

“อีกห้าปี สิบปี เราจะเข้าสู่ช่วง Sustainable ตอนนี้ถ้าเซอร์วิสเราอยู่ได้อย่างยั่งยืน มันก็จะซัพพอร์ตกันเองยาวๆ อย่างช่วงโควิด-19 มันสอนเราหลายอย่าง เราไม่ต้องเก่งทุกอย่างก็ได้นะ เราไม่ต้องแบกทุกอย่างเพื่อให้ธุรกิจรอด แต่การ Source ของจากชุมชนจะทำให้ทุกคนอยู่ได้ เราได้มิตรภาพในแง่ของธุรกิจที่เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน มีการแนะนำบอกต่อลูกค้าด้วยความจริงใจ เราเชื่อว่าที่เราอยู่รอดได้ก็มาจากความช่วยเหลือของชุมชนเหมือนกัน”

The Motifs Eco Hotel ให้และรับไปพร้อมๆ กัน โดยตั้งใจเดินหน้าโดยมีชุมชนเคียงข้าง

มื้ออาหารที่ใส่ใจคุณและโลก

นอกจากนอนพักให้อิ่มใจ ที่นี่ยังมี Co-working Space และ ร้านอาหาร Gingerbread ให้อิ่มเอมด้วย

“Co-working Space ที่นี่ไม่ใช่แบบ Photogenic นะคะ แต่เป็นสถานที่ที่เอาไว้ทำงานเงียบๆ เพราะเราเห็นเมืองจันท์มีคาเฟ่ค่อนข้างเยอะ แต่ยังไม่มีพื้นที่สำหรับเจนเอ็กซ์ เจนวาย เอาไว้คุยงาน คนที่ไม่ได้พักก็ใช้งานได้

“ส่วนเรื่องอาหาร เราแพลนจะทำ All About Toast ง่ายๆ เน้นเมนูเพื่อสุขภาพ แล้วก็จะบอกแคลอรี่ บอกค่าโปรตีน ค่าคาร์โบไฮเดรต เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายสุขภาพที่กำลังควบคุมพลังงานด้วยค่ะ”

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ร้านอาหารขนมปังขิงนำเสนอในรูปแบบ All-day Breakfast มีเมนูอาหารเช้าและเมนูสุขภาพให้เลือกหลากหลาย หากมานอนพักช่วงนี้จะได้ลิ้มรสอาหารเช้าทานง่ายสบายท้อง อย่างข้าวต้มจันทบูร ปาท่องโก๋พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด พ่วงด้วยน้ำมะปี๊ดสดชื่นซาบซ่า ซึ่งมาจากร้านอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่น สลัด และผลไม้สดจากเมืองจันท์

แน่นอนว่าธุรกิจโรงแรมพ่วงร้านอาหารย่อมเกิดขยะเศษอาหารจากการกินไม่หมด ซึ่งดาวมองว่าการอุดหนุนอาหารท้องถิ่นจากชุมชนก็เป็นส่วนหนึ่งในการลด Food Waste แถมช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการอาหารด้วย และเธอก็เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นมิตรและไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“โชดดีที่ F&B ของที่นี่ค่อนข้างน่ารักค่ะ เวลาเราจะเลือกลงเมนูอาหารอะไร เขาจะคอยช่วยดูว่าเมนูนั้นใช้ส่วนผสมหลักด้วยกันได้หรือเปล่า ช่วยแตกไลน์ส่วนผสมหลักให้เป็นเมนูย่อย ซึ่งทำให้เราเหลือ Waste น้อยมาก

“ต้องออกตัวก่อนว่าร้านอาหารเราเพิ่งเปิดมาสามอาทิตย์ ซึ่งยังไม่ Zero Waste ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เรามองว่าการลด Food Waste ต้องทำให้ง่ายและใช้งานได้จริง ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องทำเยอะ ทำน้อยแต่ดี ก็ทำได้ ไม่เกินตัวหรือเกินกำลังของเรา เพียงแต่ต้องคิดสักหนึ่งถึงสามตลบว่าของเหลือที่มันเกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง อย่างเปลือกไข่ อาจมีคนต้องการเอาไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ในกระบวนการค่ะ มีการจูงใจพนักงานให้แยกขยะ 

“มีเครื่องย่อยอาหารให้เป็นปุ๋ย พอเป็นปุ๋ยก็ตั้งใจว่าจะแบ่งให้แขกเอากลับบ้านหลังเช็กเอาต์ อนาคตอาจให้แขกช่วยใส่ปุ๋ยให้พืชผักที่เรากำลังจะปลูก แล้วก็มีตะกร้าให้เก็บผักมาทำสลัดของตัวเอง ส่วนขวดพลาสติก คิดไว้ว่าจะร่วมกับมหาวิทยาลัยที่เขาคิดค้นเครื่องที่เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นเงินได้ มาติดตั้งไว้ในพื้นที่” ดาวเล่าความมุ่งมั่น

The Motifs Eco Hotel กำลังเริ่มต้นเป็นมิตรกับโลกให้ได้ในทุกมิติเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

การเดินทางที่แสนพิเศษ

โรงแรมแห่งนี้แจ้งเกิดหลังสถานการณ์โควิด-19 เราอดไม่ได้ที่จะถามถึงวิกฤตของธุรกิจท่องเที่ยว

“The Motifs  Eco Hotel รอดได้เพราะคนจันท์” เราชะงักกับคำตอบ ก่อนเธอจะอธิบายต่อ “ตั้งแต่โรงแรมเปิด คนจันท์ก็ให้ความสนใจ เขาคงคิดว่าเป็นของแปลกใหม่ แล้วตอนสร้างเราก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร ไม่ได้เบียดเบียนธรรมชาติ เราเดินถามเพื่อนบ้านว่าโอเคมั้ย ขอโทษนะคะถ้าเสียงดัง อีกอย่างสถาปนิกวางงานระบบให้เราไม่เอาเปรียบคนอื่นด้วย

“พอเรากลับมาดู Analysis ในแฟนเพจ ก็พบว่าคนจันท์เยอะกว่าคนกรุงเทพฯ นิดหน่อย ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราเซอร์ไพรส์ ถือว่า Brand Awareness สำหรับ Local เกินคาดมากค่ะ เพราะคนจันท์มาเปลี่ยนที่นอนเยอะ แล้วเราก็ได้ลูกค้าคนจันท์ที่ช่วยแนะนำให้เพื่อนหรือแขกบ้านแขกเมืองของเขามาพักที่เรา” ดาวเล่าด้วยน้ำเสียงดีใจ

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living
จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

ด้วยดาวอยู่ในสายงานโรงแรมมานับสิบปี เราจึงชวนเธอแบ่งปันโอกาสที่จะรอดในวิกฤตนี้

“มุมมองของเราคิดว่า Sharing Economy คือทางรอดของธุรกิจ และผู้ประกอบการต้องคิดนอกกรอบมากขึ้น ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของตัวเองให้มากที่สุด โดยไม่ลืมตัวตนและเสน่ห์ของตัวเอง อย่างที่นี่เราขายประสบการณ์และเราอยากให้เป็นมากกว่าที่พัก ลานจอดรถก็อาจจะเป็นสถานที่จัดอีเวนต์ ตลาดออร์แกนิก แปลงผัก ลานโยคะ”

ซึ่งเราเห็นด้วยว่า ‘ตัวตน’ คือสิ่งสำคัญ ที่จะพาผู้ประกอบการเดินหน้าต่ออย่างกล้าหาญ

และไม่ลืม ‘ตัวตน’ ที่จะส่งต่อให้ถึงใจแขกต่างถิ่นผู้มาเยือนเช่นกัน

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

“ความจริง The Motifs มีสองความหมายค่ะ ความหมายโดยตรงแปลว่าแม่แบบ ซึ่งเราแสดงออกผ่านงานสถาปัตยกรรม โดยใช้ Gingerbread (ลายขนมปังขิง) ลายแม่แบบของชุมชนริมน้ำจันทบูรเป็นตัวสื่อสาร ส่วนความหมายโดยนัย เราอยากเป็นแม่แบบของโรงแรมด้านอีโค่ เราอยากให้คนรู้จักความเป็นอีโค่มากขึ้นผ่านการมาพัก ซึ่งลูกค้าหลายคนก็เอ็นจอยกับภาวะอยู่สบาย ไม่ต้องเปิดแอร์ก็อยู่ได้ แถมการอยู่ร่วมกับธรรมชาติก็เป็นเรื่องง่ายมากเลย

“หลายคนมักจะบอกว่าสิ่งที่ยากที่สุดของการทำโรงแรมคือการก่อสร้าง แต่สำหรับเรามองว่า การทำโรงแรมให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด เป็นความท้าทายและเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างยาวนาน”

การเดินทางกำลังเริ่มต้น ผู้คนส่งเสียงกู่ร้องด้วยความยินดี ทั้งชาวจันทบุรีและเพื่อนบ้านใกล้เคียง

เรามั่นใจว่า The Motifs Eco Hotel จะเดินด้วยก้าวเล็กๆ ที่มั่นคงจนถึงปลายทาง

จากบ้านไม้เก่าของครอบครัวราชการ สู่ที่พักอีโค่ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรที่อยากเป็นต้นแบบเรื่อง Eco Living

The Motifs Eco Hotel

ที่ตั้ง : 15 ซอยท่าแฉลบ 1 ถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 3465 5353

Facebook : @themotifsecohotel

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปริญญา ชัยสิทธิ์

จบอักษรฯ ทำงานสายพัฒนา Digital platform - เชื่อว่าการมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบบ้าง เป็นเรื่องน่ารัก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load