เคยนอนค้างคืนที่สถานีรถไฟกันบ้างมั้ยครับ?

ผมเคยมีประสบการณ์นอนค้างสถานีรถไฟในเมืองใหญ่ๆ ของโลกมาอยู่บ้าง ซึ่งก็สารภาพตามตรงว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเลย ทั้งเก้าอี้ที่นั่งแสนจะไม่สบาย บรรดาคนไร้บ้านที่เดินเฉียดไปมาในยามค่ำคืน กลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงความมืดและอันตรายต่างๆ ทั้งหมดนี้ทำให้การนอนค้างคืนที่สถานีรถไฟทั้งน่าสะพรึงกลัวและสร้างความกังวลแก่คนนอนจริงๆ 

ที่ถามนี่ผมก็ไม่ได้จะชวนนอนค้างคืนที่สถานีรถไฟแบบนั้นหรอกนะครับ แต่หมายถึงการนอนค้างในโรงแรมที่สถานีรถไฟต่างหาก

ด้วยความที่ชอบการนั่งรถไฟ ชอบใช้บริการรถไฟตู้นอน จึงทำให้ผมมีความฝันอยากนอนโรงแรมในสถานีรถไฟด้วย เพราะตอนเด็กๆ ผมเคยอ่านเรื่องราวสมัยที่สถานีรถไฟกรุงเทพยังเรืองรองอยู่ และเปิดให้บริการโรงแรมหรูหราแสนทันสมัยที่ชื่อว่า โรงแรมราชธานี (ปัจจุบันคือบริเวณห้องน้ำในสถานีรถไฟกรุงเทพ) ซึ่งเปิดตั้งแต่ พ.ศ. 2470 ก่อนจะปิดบริการไปใน พ.ศ. 2512 อ้าว…ปิดไปตั้งแต่ผมเองก็ยังไม่เกิดเลย ความฝันนั้นของผมจึงกลายเป็นฝันสลายไป 

แต่เมื่อไม่นานนี้ผมมีโอกาสเดินทางไปยังประเทศโปรตุเกส และได้สานฝันวัยเด็กอีกครั้งด้วยการนอนในโรงแรมที่สถานีรถไฟจริงๆ ซะด้วยสิ 

ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญทุกท่านก้าวขึ้นมาบนรถไฟของเรา และสถานีต่อไปคือสถานี São Bento ผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะเข้า-ออกขบวนรถ โปรดระวังช่องว่างระหว่างพื้นชานชาลากับขบวนรถ และเมื่อเดินเข้ามาจนสุดชานชาลาแล้ว โปรดเตรียมพาสปอร์ตเพื่อลงทะเบียนเข้าพักที่ Passenger Hostel และโปรดระวังตกหลุมรักโรงแรมแห่งนี้เมื่อได้นอนพักค้างคืน 🙂

สถานี São Bento
อสถานี São Bento

ขอเล่าถึงตัวสถานีรถไฟแห่งนี้ก่อน สถานีรถไฟ São Bento สร้างเสร็จและเปิดใช้งานตั้งแต่ ค.ศ. 1896 หรือเกือบๆ 123 ปีมาแล้ว นอกจากความสวยงามของกระเบื้องลายครามที่ติดอยู่บริเวณตัวสถานีแล้ว ที่นี่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กร UNESCO ด้วย 

และด้วยความที่เป็นสถานีในยุโรปช่วงที่การเดินทางด้วยรถไฟเบ่งบาน ทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมสถานีรถไฟมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันไปหมดทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือสถานีรถไฟ São Bento 

สถานี São Bento

และนี่จึงเป็นการสานฝันวัยเด็กของผม เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าผมก็ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อพบกับโถงห้องนั่งเล่นขนาดยักษ์ของโรมแรม ความสูงของเพดานที่สูงกว่า 5 เมตร ทำให้รู้สึกถึงความโปร่งโอ่โถง และเพราะความสูงที่มากกว่าอาคารทั่วไปในปัจจุบัน ทำให้ทางโรงแรมและผู้ออกแบบเล่นพื้นที่แบบห้อง Duplex หรือชั้นลอยภายในห้องทุกชั้นได้อย่างสวยงามและลงตัว ซึ่งชั้นลอยเหนือโถงห้องนั่งเล่นนี้เป็นวิวที่ดีที่สุดในการนั่งชมสถานีรถไฟแห่งนี้จริงๆ นอกจากเป็นห้องนั่งเล่นแล้ว ในตอนกลางคืนก็จะแปลงร่างเป็นผับสำหรับนักเดินทางทุกคนอีกด้วย

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง
Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

เมื่อเราเดินผ่านห้องนั่งเล่นขึ้นมาผ่านโถงบันได ก็ตะลึงเพราะความสวยงามของพื้นไม้และราวบันไดไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีต และด้วยความสูงของอาคารที่ทำให้เราต้องเดินเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว หลังจากเดินหอบมาจนถึงชั้น 2 ก็จะเจอโถงทางเดินตรงกลางที่ถูกขนาบด้วยผนังสูงลิบ 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

ห้องด้านติดหน้าต่างสถานีจะเป็นห้องพักแบบ Private Room ส่วนห้องด้านในสถานีจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง อย่างเช่นครัว ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง
Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

เมื่อใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องพักเข้ามาผมก็ได้แต่ยิ้มกว้างอีกครั้งหนึ่ง เพราะได้เจอการเล่นพื้นที่แบบชั้นลอยภายในห้องพักอีกทีหนึ่ง การตกแต่งภายในนั้นเน้นไปที่บรรดาเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายย้อนยุคเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยเรืองรองของการเดินทางด้วยรถไฟ 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง
Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

ห้องด้านล่างถูกจัดไว้ในรูปแบบห้องนั่งเล่นส่วนตัว ด้วยพื้นไม้เดิมของอาคารและเมื่อมีโซฟายาวแสนนุ่มสบายวางไว้ พร้อมด้วยเครื่องเสียงและโคมไฟสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน ก็ทำให้อยากจะเอนหลังพักผ่อนสั้นๆ หลังจากเดินเล่นสำรวจเมือง และห้องด้านบนก็เป็นเตียงนอนเพียงอย่างเดียว หน้าต่างสูงยาวของห้องทำให้เรารับรู้ความเป็นไปด้านนอกของสถานีอยู่ตลอดเวลา และเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวก็เพียงแค่รูดม่านปิดเท่านั้นเอง 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

แม้จะเป็นห้องส่วนตัว แต่ก็ใช้ระบบคล้ายๆ ห้องพักแบบ Dormitory คือเป็นห้องครัวและห้องน้ำรวม นั่นก็มีเหตุผล เพราะอาคารสถานีรถไฟเก่านั้นมีระบบสุขาภิบาลจำกัด (ก็เมื่อก่อนมันเป็นสำนักงานนี่นา ไม่ใช่โรงแรม) การทำห้องน้ำรวมจึงง่ายต่อการจัดการระบบสุขาภิบาลกว่า 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

และเพื่อเป็นการอนุรักษ์อาคารเก่า ทางโรงแรมเลยหลีกเลี่ยงการเจาะพื้น แต่ใช้วิธีการยกพื้นขึ้นมาจากพื้นเดิม และทำงานระบบซ่อนไว้ใต้พื้นที่ยกขึ้นมานั้นแทน ผลที่ได้ก็คือห้องน้ำที่ใช้งานสะดวกและสบายมาก ถ้าใครเคยไปนอนพักโรงแรมเก่าในยุโรปก็อาจจะเคยเจอปัญหาส้วมกดไม่ลงหรือท่อน้ำอุดตันบ้าง แต่ที่นี่ไม่เป็นแบบนั้น รวมถึงแถมวิวสวยงามของชานชาลาให้มองด้วย 

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

พื้นที่ชั้น 3 ของตึกนั้นเป็นห้องแบบ Dormitory และห้องน้ำรวม ส่วนชั้น 4 หรือห้องใต้หลังคาของตึกนั้นก็มีการแบ่งพื้นที่ครึ่งหนึ่งเป็นครัวกลางที่เสิร์ฟอาหารเช้าให้แขกทุกคน และพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งเป็นห้องนั่งเล่นที่ตั้งคอนเซปต์ว่าเป็น Under Roof Garden ที่มีบรรยากาศเป็นสวนใต้หลังคา

Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง
Passenger Hostel โรงแรมจากอาคารการรถไฟในสถานีรถไฟเก่าแก่ของเมืองปอร์โต้ที่ยังใช้งานอยู่จริง

จากการได้นอนพักที่นี่สองสามคืนในห้องพักที่ไร้เสียงรบกวนจากรถไฟ ผมพบว่าผมเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย เพราะเดินเปิดประตูออกไปก็ขึ้นรถไฟได้ทันที ตัวสถานีรถไฟแสนสวยงามนี้ที่มักจะมีนักท่องเที่ยงมาถ่ายรูปอยู่เสมอ ก็เหมือนมีผมเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เพียงแค่เดินออกจากที่พักในช่วงกลางดึกหรือเช้าตรู่เท่านั้น 

และด้วยความที่ในยุคก่อนเมืองถูกสร้างขึ้นโดยมีสถานีรถไฟเป็นศูนย์กลาง ทำให้ตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรมนั้นแสนจะสะดวกสบายต่อการเดินทางไปยังจุดอื่นๆ ของเมือง 

สำหรับผม นี่จึงเป็นการนอนค้างสถานีรถไฟที่รื่นรมย์และมีความสุขแบบที่หาจากที่อื่นไม่ได้เลยจริงๆ ถ้าใครรักรถไฟและมีโอกาสได้เดินทางผ่านมาปอร์โต้ ก็ขอเชิญมานอนค้างที่สถานีรถไฟด้วยกันนะครับ แล้วคุณจะหลงรักการนอนค้างสถานี

ผมเพิ่งได้อ่านบทความเรื่อง สถานีกลางบางซื่อ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคตสถานีรถไฟกรุงเทพ (หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าหัวลำโพง) นั้นจะถูกลดบทบาทลง กลายมาเป็นสถานีหัวลำโพงของรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มและพิพิธภัณฑ์รถไฟไทยแทน ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครสนใจขอปรับปรุงรีโนเวตบางส่วนเล็กๆ ของหัวลำโพงให้กลายเป็นโรงแรมแก่คนรักรถไฟแบบนี้บ้างมั้ยนะ…

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load