อะไรคือสิ่งที่ข้าราชการ ผู้ใหญ่กำนัน และคุณย่าคุณยายมีร่วมกัน

เฉลย : ชุดผ้าไหม

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

ภาพของชุดผ้าไหมสีสดลวดลายสม่ำเสมอกันสวยงาม น่าจะเป็นภาพจำของใครหลายๆ คน ที่มีต่อบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่ใส่ออกงานสำคัญ กำนัน อบต. ที่ใส่มาร่วมงานลูกบ้าน และครูวัยใกล้เกษียณ

ผ้าไหมในความคิดของคนทั่วไปจึงเป็นผ้าราคาแพงที่เฉพาะวัยเก๋ากระเป๋าหนักเท่านั้นที่จะซื้อหามาตัดชุดใส่ได้ วัยรุ่นหรือวัยทำงานหมดสิทธิ์ เพราะนอกจากราคาที่ไม่เป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์เท่าไหร่แล้ว รูปแบบการตัดชุดซึ่งมีอยู่ไม่กี่แบบ ก็ยังไม่ค่อยโดนใจวัยรุ่นเท่าไหร่นัก

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

แต่เพียงย่างก้าวแรกที่เราเดินเข้าสู่ร้าน ‘PASSA silkwear’ ร้านตัดชุดของ แก้ม-ภัสซา จีระนันทกิจ บรรดาเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทำจากวัตถุดิบหลักคือผ้าไหมไทยลายเก๋ ก็ได้กล่าวคำเอื้อนเอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตรในทันที ชักชวนให้เราเปลี่ยนความคิด และลบภาพจำเกี่ยวกับผ้าไทยที่เคยมีมา แสดงให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งว่าผ้าไหมคือวัตถุดิบวิเศษ ที่จะหยิบมาสร้างสรรค์เป็นชุดแบบไหน สำหรับโอกาสใด ก็ได้ทั้งสิ้น

ดูเหมือนว่าความมุ่งหมายในการทำร้านนี้ขึ้นมาของแก้มจะประสบผลสำเร็จไปล่วงหน้าแล้ว โดยที่เรายังไม่ทันแนะนำตัวกับเธอแม้แต่ประโยคเดียว

ความมุ่งหมายที่ว่านั้นคือการทำลายภาพจำเดิมของคนไทยที่มีต่อผ้าไหม

เรานั่งลงคุยกับแก้มท่ามกลางชุดผ้าไหมสีสวยนับสิบ เกี่ยวกับที่มาที่ไปและแรงบันดาลใจในการทำร้านตัดชุดของเธอที่กำลังปฏิวัติวงการผ้าไทย

01

ผู้ใหญ่หา ‘ผ้าไหม’

“แก้มชอบเสื้อผ้าอยู่แล้วค่ะ” ภัสซาในวัยผู้ใหญ่เกริ่นถึงตัวเธอเองวัยเยาว์ ก่อนจะเล่าที่มาที่ไปของความชอบให้เราฟัง

“ตั้งแต่เด็กแล้ว ผู้หญิงอะเนอะ ชอบเล่นผ้าไหมของคุณแม่ เอามาจินตนาการทำเป็นชุดราตรี โตมาหน่อยคุณแม่ก็พาไปเดินซื้อผ้าไหมด้วยกันที่ดิโอลด์สยาม ซึ่งในการรับรู้ของเราตอนเด็กคือเป็นของแพงมาก สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นเลย ชุดหนึ่งเสื้อกระโปรงก็เป็นหมื่นแล้ว”

แก้มค่อยๆ ก้าวตกไปในหลุมรักของผ้าไหมแต่นั้นเป็นต้นมา แม้จะเห็นว่าเป็นสินค้าสำหรับผู้ใหญ่ที่มีฐานะก็ตาม เธอเก็บความชอบนี้ไว้ที่ส่วนลึกในใจ ก่อนตัดสินใจเรียนคณะบริหารธุรกิจตามความต้องการของครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เห็นว่ามีความมั่นคงมากกว่า จบมาก็เลือกทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ผู้มีงานอดิเรกเป็นการแต่งกายสวยๆ ด้วยเสื้อผ้างามๆ

จนเมื่อราว 4 ปีก่อน ตอนจะแต่งงาน เธอปิ๊งไอเดียการเปิดร้านตัดชุดราตรีให้เช่าจากกองผ้าสวยๆ ที่พาหุรัด

“เมื่อก่อนเป็นแอร์โฮสเตสแล้วเราเรียนหญิงล้วน เราเลยได้ไปงานแต่งหรืองานกลางคืนที่เจอเพื่อนผู้หญิงเยอะมาก จนเราสังเกตเห็นว่าเขาใส่ชุดซ้ำๆ กัน ชุดผ้าซาตินก็สีเดียวกัน แบบคล้ายๆ กัน ช่วงตอนจะแต่งงาน เราไปเดินหาผ้ามาตัดชุดที่พาหุรัด แล้วเห็นผ้าหลายๆ แบบ เลยมีไอเดียว่าผ้าพวกนี้น่าจะเอาไปทำเป็นชุดเช่าสวยๆ ได้เยอะมาก ทำไมทุกคนต้องใส่แต่ชุดแบบซ้ำๆ กันล่ะ”

เธอจึงตัดสินใจเบนเข็มจากอาชีพเดิม ถอดปีกนางฟ้า หันมาเปิดร้านให้เช่าชุดราตรี โดยเริ่มจากการหาซื้อผ้าแบบต่างๆ ที่ยังไม่มีใครเอามาใช้ แล้วนำไปให้ช่างตัดเป็นชุดตามที่เธอออกแบบ ทว่าขณะนั้น ความรู้เรื่องการตัดชุดของอดีตแอร์โฮสเตสสาวเท่ากับศูนย์

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย
PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

02

คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้า (ไหม) ให้ดูเนื้อ

ก่อนจะเป็น PASSA silkwear ร้านตัดชุดผ้าไหมเกรดบูติกแบบที่เห็นปัจจุบัน ร้านตัดชุดราตรีให้เช่าน้องใหม่รายนี้ ได้เผชิญอุปสรรคและปัญหามากมายเพราะความไม่รู้เป็นเหตุ

ปัญหาแรกๆ ที่แก้มเจอคือการโดนช่างตัดชุดหลอกโกงเงิน เพราะไม่มีพื้นฐานเรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้ามาก่อนเลย อีกทั้งยังไม่สามารถสื่อสารและทำความเข้าใจกับช่างตัดชุดอย่างถูกต้องและครบถ้วนแบบภาพที่เธอจินตนาการในหัว จึงไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นชุดตัดอย่างที่เธอต้องการ

“ตอนแรกที่ไม่มีความรู้เรื่องตัดชุดก็โดนโกงค่ะ แล้วพอโดนเยอะๆ เลยรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมีความรู้ในการตัดเย็บชุดตัวเอง เลยไปหาเรียนตัดเสื้อเพิ่มที่ห้องเสื้อแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้กะว่าจะต้องตัดเย็บได้สวยเป๊ะหรือเชี่ยวชาญไปเลย แค่อยากให้เราไปคุยกับช่างแล้วไม่โดนหลอก แก้มไปเรียนพื้นฐานเสื้อ กางเกง กระโปรง เพื่อให้รู้ศัพท์ช่าง เพราะตอนแรกเลยแก้มไม่สามารถอธิบายให้เขาเข้าใจว่ากระโปรงที่เราอยากได้มันคือแบบไหน แล้วพอไปเรียนเราก็เข้าใจเลย”

เธอเล่าถึงประสบการณ์อันเป็นบทเรียนล้ำค่าให้ฟัง ก่อนเฉลยว่า ทุกอย่างค่อยๆ เข้าที่เข้าทางเมื่อเธอได้พบช่างตัดชุดคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่างประจำร้านแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย
PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

03

ทันสมัย

เมื่อร้านให้เช่าชุดราตรีเริ่มตั้งไข่ ดำเนินธุรกิจไปได้สักพักหนึ่ง แก้มจึงขยายกิจการมาสู่การรับตัดชุดผ้าไหม ด้วยความหลงใหลในเสน่ห์แห่งงานหัตถกรรมท้องถิ่นแต่เด็ก ผสมกับความตั้งใจที่อยากทำผ้าไหมให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นจากคนทุกวัย ไม่ว่ากระเป๋าเงินจะหนาหรือบาง จะหนักหรือเบา

“แก้มชอบผ้าไหมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใกล้ชิดมาตั้งแต่เด็กๆ ประกอบกับเราอยากจับกลุ่มตลาดใหม่ คือวัยรุ่นหรือวัยทำงาน เลยพยายามทำราคาให้จับต้องได้และสมเหตุสมผลมากขึ้น เริ่มต้นจากการตัดชุดหมั้นหรือชุดสำหรับโอกาสพิเศษต่างๆ ก่อน พอทำไปเรื่อยๆ แก้มก็เริ่มออกแบบและตัดชุดผ้าไหมแบบใหม่ๆ ไว้ใส่เองในชีวิตประจำวัน” แก้มเฉลยที่มาที่ไปก่อนร้าน PASSA silkwear จะเข้าสู่วงการผ้าไหมไทย

“พอลงรูปไปลูกค้าก็จะเห็นว่าชุดผ้าไหมที่แก้มใส่มันทันสมัย ไม่เหมือนชุดผ้าไหมแบบเดิมๆ ที่เขาเคยเห็นหรือที่อยู่ในภาพจำของเขา เขาตัดสินได้ทันทีว่าแบบที่เราทำไม่แก่เลย อาจเพราะเดิมผ้าไหมมันแพง คนที่ใส่คือคนมีอายุ พอซื้อผ้าไปตัดก็ต้องตัดให้สมวัย แต่พอวัยรุ่นเอามาตัด มันก็ต้องสมวัยวัยรุ่นเหมือนกัน”

ทุกๆ คอลเลกชัน แก้มใส่ความเป็นตัวตนของเธอลงไปในงานดีไซน์เยอะมาก และนั่นทำให้ PASSA silkwear แตกต่างจากที่อื่น

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย
PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

“ถ้าจะให้นิยาม เสื้อผ้าของ PASSA silkwear มีความหวานนิดๆ ซ่อนเปรี้ยวไว้หน่อย เพราะส่วนตัวแต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยอยู่แล้ว และชอบโทนสีพาสเทล สองอย่างมารวมกันมันเลยดูมีเอกลักษณ์ในตัวชัดเจน ชุดที่แก้มทำบางตัวก็โป๊นิดหนึ่ง โชว์บ้าง ซึ่งแก้มรู้สึกว่ากลุ่มลูกค้าแก้มก็คือคนกล้าแต่งตัว อายุเท่าไหร่ก็ได้ แต่ยังมีหัวใจวัยรุ่นอยู่” แก้มเราให้เราฟังพลางชี้ให้ชมบรรดาชุดผ้าไหมสีพาสเทลอ่อนหวานดีไซน์เก๋

จุดแข็งของเสื้อผ้า PASSA silkwear คือแบบที่ไม่เหมือนใคร และร้านนี้จะไม่รับตัดชุดเลียนแบบแบรนด์อื่น เธอให้เกียรติห้องเสื้ออื่นๆ ในวงการ ถ้าลูกค้าต้องการแบบคล้ายคลึงกันจริงๆ เธอจะขอปรับโครงสร้างชุด ใส่ตัวตน PASSA silkwear ลงไปให้แตกต่าง

“ลูกค้าอายุน้อยที่สุดของแก้มอยู่ชั้นมอหกค่ะ อายุน่าจะสิบเจ็ดสิบแปด แก้มประทับใจมาก น้องเรียนมัธยมปลายที่ออสเตรเลีย ชอบแบบชุดที่ร้านมากอยู่แล้ว พอมีงานพรอมตอนเรียนจบ เขาเลยขอแม่บินมาตัดชุดกับเรา แก้มดีใจมากเลยที่กลุ่มลูกค้าของแก้มขยายไปสู่วัยรุ่นแล้ว ไม่ได้ภูมิใจที่เขาชอบดีไซน์ของเรานะคะ แต่ภูมิใจตรงจากที่เขาเคยมองว่าผ้าไหมมันแก่ เขาเปลี่ยนมาชอบผ้าไหมได้ อันนี้เป็นความอิ่มใจสูงสุดแล้ว”

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

04

เส้นทางสาย (ผ้า) ไหม

เราอดสงสัยไม่ได้ว่า นอกจากเรื่องพื้นฐานการตัดเย็บแล้ว ในฐานะผู้ออกแบบ แก้มเอาความเข้าใจเรื่องผ้ามาจากไหน เพราะลำพังเพียงความชอบและการขวนขวายเรียนรู้ด้วยตัวเอง คงไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ในการออกแบบชุดเป็นธุรกิจจริงจังได้

“เพิ่งมาเข้าใจตอนที่เริ่มเข้าไปคุยกับคุณป้าคุณยายที่เขาทอผ้า แก้มก็อาศัยพวกเขาเป็นครู เราไปถึงแหล่งทอผ้าจริงๆ ไปดูเขาทอ สงสัยอะไรก็ถามหรือขอให้เขาทำให้ดูเลย แต่ถามว่าเข้าใจจริงๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์มั้ย ก็ไม่ เพราะมันซับซ้อนมาก ต้องใช้เวลา อย่างถ้าหาอ่านเอาเองก็จะไม่เข้าใจว่าขิดคืออะไร สองตะกอกับสามตะกอต่างกันยังไง มันไม่เห็นภาพ เวลาเราไปสั่งทอเราก็ไปขอเขาดู ให้เขาช่วยอธิบาย คุณย่าคุณยายนี่แหละคือครูคนสำคัญ กลับมาแก้มก็มาทำการบ้าน ศึกษาต่อเอง”

ผ้าไทยจากแต่ละแหล่งแห่งที่ก็มีความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของตน สะท้อนวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แรกเริ่มเดิมที แก้มได้ทดลองนำผ้าไทยหลากชนิดจากหลายที่มามาตัดเป็นชุดดีไซน์ทันสมัย

“จริงๆ เริ่มทำผ้าฝ้ายมาก่อน เพราะราคาถูกกว่าเยอะมาก แต่พอลองเอามาใช้จริง ซักปุ๊บสีซีดลงไปเลย ชุดจะดูเก่าๆ เลยคิดว่าไม่ค่อยคุ้มที่จะเอามาตัด เพราะว่าเราทำอย่างดี คัตติ้งเป๊ะ เกรดนี้ราคานี้ แล้วผ้าไหมลวดลายและสีสันหลากหลายกว่า เยอะกว่า เราทำซับในอย่างดี เนี้ยบ ที่สำคัญคือเอามาดีไซน์ได้สนุกกว่า ระยะยาวก็ทนทานกว่าผ้าฝ้าย คุ้มค่าที่จะเอามาตัดมากกว่า”

ข้อจำกัดของผ้าไหมคือหน้าผ้าแคบว่าผ้าสังเคราะห์ทั่วไป อีกอย่างคือผ้าแข็งไม่พลิ้ว แต่ข้อเสียนั้นไม่ใช่อุปสรรคใหญ่หลวงอะไร เพราะเธอใช้ผ้าหลากชนิดมาตกแต่งชุด เพื่อกลบจุดด้อยของไหม 

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

ประสบการณ์ทำให้แก้มตัดสินใจเลือกใช้ผ้าไหมจากทั้ง 3 แหล่งชุมชนภาคอีสาน คือ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น เพราะนอกจากคุณสมบัติของผ้าจะตรงกับความต้องการของเธอแล้ว ผ้าจากแหล่งทอเหล่านี้ต่างมีลักษณะเฉพาะตัว เมื่อผ่านการออกแบบที่เกิดจากความเข้าใจธรรมชาติของไหมอีสานเป็นอย่างดี ซึ่งจะชูลวดลายและสีสันของงานหัตถกรรมพื้นถิ่นให้โดดเด่นขึ้น ชุดผ้าไหมของ PASSA silkwear จึงเฉิดฉายในงานแฟชั่นระดับนานาชาติได้สบายๆ

“ผ้าไหมของแต่ละจังหวัดมีเอกลักษณ์เรื่องสีและลายที่แตกต่างกัน อย่างบุรีรัมย์ลายเป็นแบบดั้งเดิม โทนสีเข้ม ทึมๆ เอิร์ธโทน ขอนแก่นผ้าลายเยอะๆ เต็มผืนเลย ส่วนมากสีอ่อนๆ พาสเทลเป็นของของปักธงชัย ซึ่งลายก็จะไม่ละเอียดเต็มผืนเท่าของขอนแก่น ผ้าแต่ละแหล่งก็เหมาะกับชุดคนละแบบคนละดีไซน์กัน ต้องเลือกใช้ให้ถูก” คนรักผ้าไหมอธิบายให้เราฟังอย่างฉะฉาน

“แก้มภูมิใจว่างานของแก้มช่วยเหลือชุมชนและวงการผ้าได้ พี่ที่ทอผ้าบอกกับแก้มเลยว่า พี่ไม่เคยขายผ้าแล้วคนเอาไปตัดชุดมากขนาดนี้มาก่อน สมัยก่อนลูกค้าก็จะซื้อไปเก็บ เพราะว่าเสียดาย ซื้อมาราคาแพง แต่ทุกวันนี้คนก็เอามาตัดกับแก้มเยอะ บางคนเอาผ้าที่เก็บไว้เป็นสิบปีออกมาตัดชุดกับแก้มคราวเดียวสิบชุด แก้มรู้สึกดีมากที่ผ้าไหมไม่ต้องนอนในตู้แล้ว น้องกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

05

วิธีการทำงานแบบไหม เอ้ย! แบบใหม่

PASSA silkwear ทำผ้าไหมให้จับต้องง่ายขึ้นไปอีก ด้วยการสั่งผ้าไหมจากทั้ง 3 แหล่งที่มาคราวละมากๆ แก้มจึงซื้อผ้าไหมมาได้ในราคาที่ถูกลง แล้วนำมาออกแบบเป็นคอลเลกชัน ตัดเป็นแบบชุดรอไว้ เมื่อได้ไซส์ของลูกค้ามาจึงปรับแก้ให้เข้ารูปพอดี ลูกค้าจึงไม่ต้องรอนาน แถมได้ชุดผ้าไหมสั่งตัดพอดีตัวเป๊ะ ราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย

“แก้มจะออกปีละสองคอลเลกชัน เป็นผ้าไหมที่เราสั่งทอมาเป็นพับใหญ่ๆ แล้วพอได้ผ้ามา แก้มก็จะออกแบบเป็นชุด ถ้ามีลูกค้าสั่ง แก้มค่อยถามเขาว่า อก เอว สะโพก ขนาดเท่าไหร่ แล้วค่อยปรับแก้ไซส์ให้เขา เพราะว่าชุดผ้าไหมราคาสูง ถ้าเกิดเขาจะซื้อสำเร็จรูปที่เป็น S M L บางทีอกได้แต่ติดสะโพก เขาก็คงรู้สึกเสียดายเงิน ซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้ ดังนั้น แก้มก็เลยจะยังไม่ตัดเป็นชุดตามไซส์พร้อมส่ง แต่แก้มจะรอสัดส่วนเขาก่อน แล้วค่อยปรับแก้ให้ใหม่” แก้มเล่าวิธีการทำงานด้วยความใส่ใจให้เราฟัง

แม้ว่ากระบวนการทำงานเช่นนี้จะดูคล้ายอุตสาหกรรมการผลิตผ้าคราวละมากๆ ที่ลดทอนความพิถีพิถัน ซึ่งซ่อนอยู่ระหว่างเส้นไหมแต่ละเส้น และแฝงอยู่บนลวดลายอันละเอียดลออของงานฝีมือลงไปก็ตาม แต่แก้มยืนยันว่า ชุดทุกชุดผ่านการออกแบบที่รอบคอบ ผ่านการตัดเย็บที่ไร้ที่ติ และผ่านทำงานร่วมกับชุมชนอย่างเข้าอกเข้าใจวิถีแห่งการผลิตผ้าโดยแท้

“แก้มเข้าใจชุมชน เข้าใจคุณป้าคุณย่าคุณยาย แก้มได้เรียนรู้วิธีการทำงานแบบใหม่ คือเราต้องรอเป็น ช่วงแรกๆ ที่ทำ แก้มเคยร้อนรนใจว่าทำไมผ้าที่สั่งทอไม่มาสักที มัวแต่ให้ความสำคัญกับตัวเอง เพราะกลัวว่าจะออกแบบไม่ทัน ซึ่งผ่านไปแก้มเลยเข้าใจว่าต้องไม่ซีเรียส ไม่เร่งคนทอ ไม่ใช่ว่าผ้าที่ได้ออกมาไม่เหมือนที่สั่งก็เป็นนางยักษ์นางมาร โทรไปจิกๆ แว้ดๆ ทำอย่างนั้นแล้วคนทอเขาจะไม่แฮปปี้ บางทีลายก็ไม่ได้เป๊ะๆ เพราะทุกอย่างทำด้วยมือ เราเข้าใจกัน”

 แก้มเล่าวิธีการทำงานให้เราฟังอย่างสนุกสนาน ก่อนจะสรุปอย่างกระชับชัดเจนว่า “ทีหลังมาแก้มเลยเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ จะบรีฟเขาแค่คร่าวๆ มากๆ เช่น ขอโทนสีแบบนี้ ลายประมาณนี้ แล้วให้อิสระแก่คนทอได้สร้างสรรค์ ซึ่งมันก็ได้ผ้าที่มีสีสวยลายสวยแบบใหม่ๆ จริง ผ้ามาเมื่อไหร่เราค่อยออกแบบตามโจทย์เอา ทำอย่างนี้ก็สนุกและท้าทายไปอีกแบบ ตอนนี้เราเลยได้กลุ่มช่างที่รักกันดีเลย ทอให้กันมาตลอด”

เจ้าของห้องเสื้อผ้าไทยอัปเดตสถานการณ์ปัจจุบันให้เราฟังว่า “ในวงการผ้าตอนนี้ที่มีปัญหาคือเขาตัดราคากันเอง ซึ่งสร้างค่านิยมให้ลูกค้าว่าผ้าไหมต้องมีราคาเท่านี้ๆ แพงกว่านี้คือโกง แก้มว่าตรงนี้เป็นการลดทอนคุณค่าของงานหัตถกรรม บางทีไม่คุ้มกับความสามารถของคนทอ แก้มแนะนำให้ลูกค้าไปซื้อกับคนทอโดยตรงเลยเพราะว่าผ้าไหมผืนหนึ่งราคาสูง พอเขาไปหาซื้อเอง นอกจากจะได้ของแท้แล้วยังได้รู้ราคาต้นทุนวัตถุดิบอีกด้วย

“เราไม่ใช่คนขายผ้า แก้มแนะนำแหล่งที่น่าเชื่อถือให้ได้ แต่ให้เขาติดต่อกันเอง ไม่ต้องผ่านเรา ถ้าลูกค้าชอบก็ซื้อเลย โอนตรงให้พี่เขาเลยเงินจะได้เข้ากระเป๋าคนทอทันที แก้มเป็นนายหน้าช่วยขายได้ แต่ไม่อยากซื้อผ้ามาบวกกำไรขาย เราอยากให้เขารู้ราคาจริงของผ้า จะได้เข้าใจ เราขอช่วยเรื่องการออกแบบเป็นชุดอย่างที่เราถนัดดีกว่า”

การทำงานของแก้มจึงเป็นการใช้ลวดลายและสีของผ้าไหมนำดีไซน์ ได้อุดหนุนผ้าดีๆ มาแล้วค่อยแก้โจทย์ วิธีการเช่นนี้เองทำให้ไฟในตัวแก้มยังลุกโชน อยากตื่นเช้ามาออกแบบผ้าทุกวัน

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

06

ยั่งยืนและยาวนาน

ท่ามกลางชุดผ้าไหมสีสวย ลายเก๋ ดีไซน์โก้จำนวนมาก เรานั่งคำนวณราคาในใจเล่นๆ ก็น่าจะใช่ย่อย พลันฉุกคิดคำถามขึ้นมาได้ว่า “การสั่งตัดเสื้อผ้าราคาแพง ทำให้ลูกค้าใช้เสื้อผ้าได้คุ้มค่ายิ่งขึ้นหรือเปล่า” เราเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“แก้มว่าลูกค้าจะซื้อเสื้อผ้าน้อยลง เพราะเขาแพลนมาแล้วว่าอยากได้ชุดสั่งตัดพอดี ที่ใส่แล้วดูดีไปเลย ไม่ได้เป็น Fast Fashion เขาได้ชุดที่ออกแบบตรงกับคาแรกเตอร์เขาจริงๆ ไซส์พอดีทุกอย่าง บางคนที่เขาสไตล์ PASSA silkware อยู่แล้ว เราก็ออกแบบได้เต็มที่เลย สรุป เขาก็ใส่ออกมาแล้วดูดี เปลี่ยนจากซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นทั่วไปจำนวนเยอะๆ แล้วมาลงทุนตัดให้มันดูดีไปเลยดีกว่า”

ภัสซาอธิบายต่ออีกว่า “ชุดเราเนี้ยบมาก การตัดเย็บดี ดีไซน์สวย ทุกอย่างมันถูกทำขึ้นเพื่อลูกค้าแต่ละคนๆ พอดีตัว แล้วเรามีช่าง จะเอาเข้าเอาออกยังไงได้หมด แก้มว่าตรงนี้น่าจะทำให้เขาใช้งานเสื้อผ้าคุ้มค่าขึ้น นานขึ้น”

“ทุกวันนี้แก้มได้เงินต่อเดือนน้อยลงนะ เพราะไม่บวกราคาเยอะมาก เราอยากจับกลุ่มตลาดที่เป็นวัยรุ่นมากขึ้น อยากทำให้เข้าถึงง่าย ไม่อยากให้ผ้าไหมเป็นสินค้าราคาแพง ชุดละหลายหมื่น คอลเลกชันหนึ่งแก้มเลยบวกกำไรน้อยมาก เอาแค่ให้ครอบคลุมค่าแรงช่างหรือค่าอะไรจิปาถะพอ แค่อยากโฆษณาไปในตัวว่าผ้าไหมไม่แพงก็มี พอตั้งธงไว้แบบนี้แล้วแฮปปี้มาก เพราะมันยิ่งเห็นคุณค่าของงานของเรามากขึ้นไปอีก”

07

Silkwear Originator

แม้แก้มจะประสบความสำเร็จในการแปลงโฉมไหมไทย สลัดทัศนะคติแบบเดิมๆ ของลูกค้าที่ไปได้ แต่ในการทำแบรนด์ PASSA silkware เธอกลับไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็นดีไซเนอร์

“ทุกวันนี้ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าดีไซเนอร์ เพราะไม่ได้จบแฟชั่นมา แล้วแก้มก็ไม่เคยเรียนเพิ่มเรื่องแฟชั่นเลย เราใช้ความชอบของเราล้วนๆ แก้มว่าแก้มคือ Silkware Originator เพราะเราทำงานไม่เหมือนคนอื่น คนอื่นเขาอาจเป็นดีไซเนอร์มาอยู่แล้ว แล้วลูกค้ามาถึงอยากได้ชุดแบบนี้ๆ ตัดให้หน่อยตามแบบ แต่สำหรับ PASSA silkware แก้มจะดูผ้า ดูสีดูลายก่อนแล้วค่อยออกแบบ”

นอกจากนี้ แก้มยังขยายไลน์จาก PASSA silkwear สู่ PASSA beachwear ทำชุดว่ายน้ำลายผ้าไทยสำหรับหญิงสาวทุกวัย แต่เพราะคุณสมบัติของผ้าไหมที่ไม่เหมาะจะนำมาทำเป็นชุดว่ายน้ำ ภัสซาจึงหยิบยกเอาสีสันและลวดลายลงไปใช้สื่อความเป็นไทยแทน

ท่ามกลางชุดผ้าไหมที่งดงามจนเราอยากเป็นเจ้าของบ้าง เราปิดท้ายด้วยคำถามว่า “คิดจะทำชุดผู้ชายบ้างไหม”

แก้มปฏิเสธอย่างถ้อยทีว่าตอนนี้ยังไม่พร้อม แต่เราเชื่อเหลือเกินว่า หากวันนั้นมาถึงจริง ชุดผ้าไหมสำหรับผู้ชายจาก PASSA silkwear จะต้องตีเพดานใหม่ให้วงการออกแบบผ้าไทยด้วยดีไซน์สนุกสนานแปลกใหม่ได้อย่างแน่นอน และทลายกรอบจารีตการแต่งตัวตามขนบเดิมได้ไม่ยาก

PASSA silkwear ห้องเสื้อที่พลิกโฉมผ้าไหมไทยเป็นชุดโก้เก๋ทันสมัยเอาใจสาวๆ ทุกวัย

PASSA silkwear

208/9 ซอยแจ้งวัฒนะ 6 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 (แผนที่)

เว็บไซต์ : passasilkwear.com

Facebook : PASSA silkwear

Instagram : passa.official

Line ID : @passasilkwear

โทรศัพท์ : 08 1554 4144

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

“ผมกำลังสร้างภาพจากอดีตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”

เสียงของ วสิน อุ่นจะนำ พูดขึ้นท่ามกลางมวลผ้าซิ่นหลากสี ในร้าน วสิน ผ้าทอไท

‘วสิน ผ้าทอไท (Wasin Thai Textile)’ เป็นแบรนด์ผ้าทอโบราณที่เชื่อว่าประวัติศาสตร์ไม่มีวันเก่า เขามีเรื่องมากมายเกี่ยวกับภูมิหลังของภูมิปัญญาผ้าทอที่อยากเล่า และนั่นเป็นสิ่งที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่สมัยเรียน สิ่งนั้นปรากฏชัดเจนเมื่อครั้งไปออกภาคสนามที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

“อาจารย์พาไปนอนวัด เรางัวเงียตื่นเช้าตั้งแต่ตี 4 ตี 5 พอเราเปิดประตูออกไป เจอชาวบ้านมากันเต็มวัด เขาใส่เสื้อผ้าชุดพื้นเมืองตามอัตลักษณ์ประจำเผ่า นุ่งผ้าซิ่นตีนจกกันทุกคนเลย

“เรารู้สึกว่า เฮ้ย! เซอร์ไพรส์ สวยมาก ทำไมสวยขนาดนี้” วสินเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

จากความรู้สึกชื่นชมภูมิปัญญาดั้งเดิม ชื่นชอบประวัติศาสตร์ความเป็นมาของผ้า อยากฟื้นฟูองค์ความรู้ภูมิปัญญาโบราณ สั่งสมมาพร้อมกับอีกหนึ่งเหตุผล คือเขามองเห็นปัญหาที่คนในชุมชนไม่มีงาน ต้องดิ้นรนมาทำงานในเมือง ห่างครอบครัวจนบางครั้งเป็นบ่อเกิดของปัญหาภายใน ขยายเป็นปัญหาเรื่องการศึกษาและเศรษฐกิจ เขาจึงอยากสร้างความภูมิใจให้แก่คนในชุมชน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

“เราเข้าไปในหมู่บ้าน บ้านทุกหลังมีกี่ มีการทอผ้า เรารู้สึกว่าชุมชนนี้ทำไมถึงพิเศษ ทำไมถึงรักษาสิ่งนี้ไว้ ความแข็งแรงตรงนี้เกิดขึ้นจากอะไร เราเลยพยายามหาคำตอบ และเราควรส่งเสริมให้ชุมชนอื่น ๆ เป็นแบบนี้ไหม เพราะผ้าพวกนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น มันเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดมาหลายร้อยปีแล้ว”

วสินคือผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าจากการลงพื้นที่ตอนเรียน เมื่อเรียนจบเหมือนเป็นการเริ่มก่อเชื้อเพลิง สุมไฟความตั้งใจของเขาออกมาผ่าน จนสร้างเพจที่ชื่อว่า ผ้าและสิ่งถักทอไท ขึ้นมา

“เราอยากทำให้คนใส่ผ้าไทมาเดินห้างแล้วไม่รู้สึกขัดเขิน” หนึ่งความตั้งใจของวสิน เชื้อเชิญให้ทำความรู้จักกับความสนใจประวัติศาสตร์ผ้าจนก่อเป็นอาชีพ ผ่านเรื่องราวของวสิน ผ้าทอไท

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

เริ่มต้นจากผ้าและสิ่งถักทอไท

สมัยเป็นนักศึกษาคณะสาขาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความสนใจและหลงใหลในประวัติศาสตร์ผ้าของวสิน ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องเรียน เรื่องที่อยากเล่าอัดอั้นอยู่ในใจ

เขาจึงสร้างพื้นที่หนึ่งขึ้นมา เป็นพื้นที่ที่รวมคนรักผ้าพื้นเมืองมาเจอกัน

“เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้โบราณสวยมากอยู่แล้ว เราแค่เอามาเล่าใหม่”

เพจ ‘ผ้าและสิ่งถักทอไท’ วสินเลือกใช้คำว่า ‘ไท’ ที่ไม่มี ย ยักษ์ ชาวไทส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือและบ้างอยู่แถบพม่าและลาว มีหลายกลุ่ม เช่น ไทยวน ไทลื้อ ไทใหญ่ ไทยอง ไทเขิน เขาเลือกใช้คำนี้เพราะต้องการให้หมายรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ไททุกคนที่พูดภาษาไทย ไม่ใช่เฉพาะคนไทยที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย 

“เรามีข้อมูล มีภาพแม่อุ๊ยทอผ้า มีภาพกระบวนการทอผ้า มีภาพผ้าสวย ๆ เราเลยอยากให้คนอื่นได้เห็นคุณค่าแบบที่เราชื่นชม” ภาพที่ว่าเหล่านั้นฉายชัดอยู่บนไดอารี่ออนไลน์ของวสินเป็นฉาก ๆ

ข้อมูลในตำราประวัติศาสตร์บ่งบอกไว้ว่า ผ้าซิ่นถูกมองว่ามีจิตวิญญาณ บางครั้งได้รับยกย่องเป็นของศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะผ้าซิ่นของบุคคลสำคัญในครอบครัว ที่ถูกยกให้กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ทางความเชื่อด้วย ผ้าซิ่นบ่งบอกทุกอย่าง เพราะผ้าเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่ใกล้ตัวมนุษย์ที่สุด 

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

เติบโตสู่ วสิน ผ้าทอไท

เมื่อเรื่องราวที่วสินถ่ายทอดไปถึงโสตประสาทของผู้ชม ผ้าทอในเพจเริ่มเป็นที่ต้องการ 

การเดินไปข้างหน้าอีกก้าวจึงเกิดขึ้น

เราว่าองค์ความรู้อยู่ใกล้ตัวเรามาก ๆ เพียงแต่ว่าเราไม่เคยสนใจ ไม่เคยหยิบมาใช้ ไม่เคยเอามาพัฒนาต่อต่างหาก แน่นอนว่าการวิ่งตามกระแสโลกก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ส่วนหนึ่งก็จำเป็นต้องหยิบรากเหง้าในท้องถิ่นกลับมาใช้ด้วย โดยให้มันยังดำรงอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน” วสินเล่า

จากเพจผ้าและสิ่งถักทอไท เติบโตสู่ร้านวสิน ผ้าทอไท สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการต้องลงมือทำจริงจังไม่ใช่แค่เล่าเรื่อง และสิ่งที่คงไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือคำและความหมายของคำว่า ‘ไท’

ผ้าของร้านวสินเน้นฟื้นฟูลวดลาย กระบวนการ กรรมวิธี วัสดุ และ เทคนิคโบราณขึ้นมาอีกครั้ง

“เรารู้ว่าผ้าโบราณทอยาก ซับซ้อน มันสวยมาก แต่ทำไมไม่มีคนทอ เราเลยเอาผ้าโบราณนี้กลับไปให้ชุมชนเดิมที่เขาเคยทอ แต่ทุกวันนี้เขาไม่ได้ทอแบบนี้แล้ว เราเอากลับไปให้เขาทออีกครั้ง”

เมื่อผ้าทอเอกลักษณ์แบบวสินที่รู้ได้โดยไม่ต้องสลักชื่อเป็นที่รู้จักสักพัก คนบางกลุ่มเริ่มอยากแต่งตัวย้อนยุคตามแบบชนชั้นสูงหรือเจ้าโบราณ หลายชุดเหมาะใส่ในพิธีกรรมมากกว่าในชีวิตประจำวัน จึงเกิดสตูดิโอแยกออกมาในชื่อ Wasin Thai Textile for Wedding นำเสนอเครื่องแต่งกายในรูปแบบชุดแต่งงาน ชุดพิธีการ เนรมิตให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมครื่องประดับสมจริงตามแบบฉบับยุคนั้น ๆ โดยสิ่งที่สัมผัสแล้วรู้เลยว่าเป็นร้านวสิน ผ้าทอไท คือสีสันที่นุ่มนวล สบายตา สดแต่ไม่จัดจ้านจนใส่ยาก ลายซิ่นละเอียด ทออย่างประณีต แบบและทรงเข้ากับยุคสมัยโดยไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิม

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

ถ่ายทอดเรื่องราวที่มากกว่าเรื่องเล่า

‘การเปิดร้านเพื่อขายของน่ะใช่ แต่ วสิน ผ้าทอไท ไม่ได้ต้องการแบบนั้นอย่างเดียว’

ภาพที่เขานำเสนอ มีทั้งภาพที่เน้นการขาย แสดงรายละเอียดแต่ละชุดชัด ๆ มิกซ์แอนด์แมตช์ให้ดูทันสมัย และอีกอย่างหนึ่งคือการขายผ่านรูปภาพการแต่งกายเสมือนจริงสมัยโบราณ

“เราเอาผ้าโบราณมาแต่งใหม่ ทำให้เห็นว่าคุณก็ใส่แบบนี้ไปวัดได้นะ ไม่ได้แปลกแยก”

ไม่มีสิ่งใดมาสกัดกั้นแพสชันที่วสินมีต่อผืนผ้าได้ เพราะนอกจากการเล่าเรื่องชุดโบราณผ่านภาพถ่ายและตัวอักษรแล้ว ยังมีวิดีโอในยูทูบ เน้นเนื้อหาในการถามตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับชุดโบราณ บางครั้งก็เป็นสื่อวิดีโอสั้นใน TikTok แบ่งปันทริคการแต่งตัว ว่าจะใส่เสื้อตัวนั้น กระโปรงตัวนี้ ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันยังไง นับเป็นเทคนิคทางการตลาดที่สร้างภาพจำและจุดขายให้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี

เขาหวังจะให้เครื่องแต่งกายเหล่านี้ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน ให้คนสวมใส่อย่างภูมิใจในชีวิตประจำวันได้เหมือนอย่างในอดีต เรารู้จักที่มาหรือสังคมคร่าว ๆ ของคนหนึ่งคนได้ เพราะประวัติทั้งหมดทอเอาไว้ผ่านเส้นไหมทุกเส้น โดยแต่ละชุมชนมีภูมิหลังของผ้าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เช่น เรื่องราวของผ้าซิ่นตีนจกลายหงส์หลวง เป็นลายมาตรฐานของกลุ่มไทยวน (ประชากรล้านนาหลักของ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) ตัวซิ่นเป็นลายแนวขวางด้วยการขึงเส้นยืน ซึ่งการขึงเส้นยืนนี้เป็นลักษณะของกลุ่มชาติพันธุ์มอญ-เขมร ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มชนเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

“สิ่งพวกนี้อยู่ในผ้าซิ่น อยู่ที่เราจะรู้หรือไม่ เราสืบประวัติศาสตร์ผ่านซิ่นได้เป็นร้อยเป็นพันปี”

ตีนซิ่นลายหงส์เป็นลายที่เจอเยอะมากในซิ่นตีนจก สันนิษฐานว่าตกค้างจากยุคสังคมบรรพกาลที่กลุ่มคนไทยวนล้านนายังเป็นเผ่าเร่ร่อนอยู่ ยังไม่มีการสร้างบ้านสร้างเมืองใด ๆ คนยุคนั้นใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์ประจำเผ่า หงส์จึงเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มไทยวน และตกค้างอยู่ในผ้าทอมาตลอด

วสิน ผ้าทอไท เป็นเสมือนตัวกลางคอยเชื่อมเรื่องผ้าของชุมชนล้านนาเข้ากับสังคม และเล่าเรื่องราวที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าภูมิปัญญาผ้าเหล่านี้ดีพอและมีคุณค่าพอที่จะคงอยู่

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง
เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

ฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้าล้านนา

ชาวบ้านในชุมชนจอมทอง แม่แจ่ม แม่แตง หางดง ฮอด เคยทอผ้า แต่ปัจจุบันคนใส่น้อยลง คนทำเลยลดลงตามไปด้วย จนกระทั่งวสินปลุกภูมิปัญญาผ้าทอให้ชาวไทกลับคืนมาอีกครั้ง

“สิ่งที่เราให้เขาทอไม่ใช่สิ่งใหม่ เป็นสิ่งเก่าที่เคยทอแล้วเลิกไป เราแค่อยากให้กลับไปทออีกครั้ง”

ในช่วงแรก ชาวบ้านยังไม่คุ้นชินกับรูปแบบผ้าที่วสินเอามาให้ทอ แม้ว่าลายผ้าทั้งหมดมีมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จึงต้องใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่กว่าชาวบ้านจะเปิดใจยอมเปลี่ยนแปลง

“เราต้องใช้วิธีที่ง่ายที่สุดให้เขายอมทำ เช่น ทอผ้าลายนี้ ก็ต้องจัดด้าย มัดรวมกันไปแล้วบอกให้ทอแบบนี้ สีแค่นี้ บางทีเขาบอกว่าสีซีดจัง ไม่สว่าง ช่วงแรก ๆ ก็มีแอบหยอด เราก็ต้องทำความเข้าใจใหม่”

วิธีการทำงาน ทุกคนต้องนับหนึ่งใหม่ไปพร้อมกัน วสินกำหนดสี กำหนดลาย กำหนดกราฟโบราณเสมือนการปักครอสติส นำแบบทั้งหมดพร้อมรูปภาพตัวอย่างส่งกลับไปให้แต่ละหมู่บ้านทอไหม-ทอฝ้ายออกมาเป็นผ้าถุง ผ้าพื้นเมือง ความยากเกิดขึ้นในระยะแรกแริ่ม แต่สุดท้ายเวลาก็ทำหน้าที่ของมัน ชาวบ้านเห็นคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะยากแค่ไหน เพื่อรื้อฟื้นลายที่ตายไปให้กลับมา

ในทุกผืนผ้าเกิดจากฝ้ายปั่นมือ เป็นฝ้ายออร์แกนิกที่ชาวบ้านปลูกเอง ทำเป็นเส้นทอเอง แล้วก็ส่งไปให้อีกบ้านย้อมสีธรรมชาติ สีน้ำเงินย้อมคราม สีชมพูย้อมครั่ง สีเหลืองย้อมดอกดาวเรือง สีน้ำตาลย้อมเปลือกไม้และแก่นไม้อื่น ๆ เช่น ขนุน ฝาง ฝักเพกา การที่ชาวบ้านได้กลับมาทอผ้าโบราณในรอบหลายศตวรรษ ไม่ใช่คุณค่าเดียวที่เกิดขึ้นจากแบรนด์วสิน “มันไม่ได้จบแค่นั้น มันมากกว่านั้น” วสินบอก

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง
เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

สร้างชุมชนและผ้ายั่งยืน

การทอผ้าร่วมกับชุมชนไม่ได้ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มอย่างเดียว มันขยายออกมากกว่านั้น

หนึ่ง ทำให้ภูมิปัญญาไม่สลายไปพร้อมกับกาลเวลา

สอง ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจและภูมิใจในตัวเอง มั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำเป็นตัวตนที่หาเลี้ยงชีพและครอบครัวได้ ตลอดจนภูมิใจในการอวดภูมิปัญญาของแต่ละพื้นถิ่นที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก

“เราอยากทำให้ภูมิปัญญาโบราณคงอยู่ ขณะเดียวกันก็สร้างอาชีพ สร้างงานให้ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน การที่เราเข้าไปรื้อฟื้น มันทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำ”

เมื่อหลายคนทำแล้วภูมิใจ ส่งผลให้เขาอยากทำต่อ จึงรวมกลุ่มกันแล้วทำอาชีพนี้อย่างยั่งยืน

สาม ทำให้คนในชุมชมได้พบปะหลอมหลวมกัน ทำให้สถาบันครอบครัวกลับมาเชื่อมกัน ทำให้บ้านกลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง จากการกลับมาใช้ชีวิตด้วยกันของคนในครอบครัว

“จากเดิมที่เขาเลิกทำไปแล้ว พอกลับมาทอ เขาก็ชวนเพื่อน ชวนญาติมาทอด้วยกัน เกิดเครือข่ายชุมชนเล็ก ๆ ที่สำคัญ ทำให้เขามีงานในชุมชน จะได้ไม่ต้องออกจากบ้านไปหางานในเมืองใหญ่” 

การมีรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน ให้ผลลัพธ์สะท้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น 

เมื่อชาวบ้านหาเลี้ยงชีพได้จากภูมิปัญญาชุมชน เขาก็ไม่ต้องดิ้นรนออกไปทำงานไกลบ้าน 

ดั่งความตั้งใจหลักส่งท้ายของวสิน 

“ทุกคนอยู่ในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยอาศัยสิ่งที่เขามี นั่นคือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เรามาฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง มันเป็นสิ่งที่ดี และไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ทำมันต่อไป” วสินให้คำมั่น

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

วสิน ผ้าทอไท

ที่อยู่ : ห้างเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต ชั้น 1 โซนนอร์ทเทริน วิลเลจ จังหวัดเชียงใหม่ 

เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 6730 8304

Facebook : ผ้าและสิ่งถักทอไท

Instagram : wasin_thaitextile

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

มงคลชัย ไชยวงค์

ออกเดินทาง เพื่อเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านวิถีชาติพันธุ์ ผู้หลงรักความเป็นวัฒนธรรมต่างถิ่น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load