โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร เป็นนักออกแบบอารมณ์ดีที่รักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าถามว่าเขารักขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่าออกแบบและสร้างเคาน์เตอร์ชงกาแฟที่ออฟฟิศตัวเองอีกหนึ่งห้อง ถ้าคิดจะเปิดรับลูกค้าก็เปิดได้เลย แต่ที่ทำเพราะแค่ชอบ รวมถึงอยากให้น้องๆ ในออฟฟิศได้มาหัดชงกาแฟเพียงเท่านั้น

หากให้แนะนำอย่างเป็นทางการขึ้นอีกสักนิด โต คือ Design Director & Founder แห่ง party / space / design ที่ทุ่มเทกับงานมาก มีผลงานการออกแบบร้านอาหารและคาเฟ่กว่า 100 แห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น นิวยอร์ก คูเวต และจีน ถ้านับที่เคยออกแบบทั้งหมด เขาว่ามีมากกว่า 300 โครงการเลยทีเดียว

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

ทุกความความสำเร็จที่โตได้รับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ (ถึงแม้ระหว่างพูดคุยกัน เขาบอกว่าตัวเองนั้นค่อนข้างโชคดีอยู่บ่อยๆ ก็ตาม) เพราะตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ก่อตั้งบริษัท การทำงานของเขาไม่เคยง่ายเลย ด้วยความที่ลูกค้ามักเข้ามาพร้อมความคาดหวังว่าร้านของตัวเองจะมีชื่อเสียงเช่นเดียวกับร้านอื่นๆ ที่เขาเคยออกแบบไว้ นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เส้นทางการออกแบบของโตท้าทายอยู่เสมอ

“party / space / design อยู่ในอุตสาหกรรม Creativity Business โดยเราเป็น Specialist ด้านการออกแบบประสบการณ์การกิน ฟังดูอาจเหิมเกริมไปนิด แต่ถ้าต้องการให้คนจดจำร้านได้ ต้องเน้นตรงไปที่การสร้างประสบการณ์ระหว่างลูกค้ากับอาหารและเครื่องดื่ม แล้วค่อยพูดถึงองค์ประกอบอื่นๆ อย่างงานออกแบบที่ต้องให้เป็นเรื่องรอง อาจจะดู Abstract นะ แต่เราทำอย่างนี้จริงๆ” เขาเริ่มต้นเล่าก่อนขยับแก้วในมือขึ้นมาจิบ

เลิกออกแบบ กลับมาออกแบบ

โตเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทันทีที่จบการศึกษา เขาสมัครเข้าทำงานที่ DBALP บริษัทออกแบบของ ด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดังอันดับต้นๆ ของไทย

ด้วยใจรักและแพสชันที่มีให้กับวิชาชีพ โตได้ทุ่มเทอย่างหนัก เริ่มทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า เลิกงานตี 3 เครื่องดื่มอะไรก็ตามที่กระตุ้นให้ทำงานหนักได้ สถาปนิกหนุ่มดื่มได้ไม่เคยเกี่ยง เขาใช้ชีวิตเช่นนั้นต่อเนื่องนานถึง 2 ปี จนในที่สุดร่างกายก็ส่งสัญญาณเตือนว่าถึงขีดจำกัดแล้ว

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร Design Director & Founder แห่ง party / space / design หรือ p / s / d.

แม้รู้สึกว่าตัวเองตายได้แล้วที่ได้ทั้งฝึกงานและทำงานกับไอดอล แต่เอาเข้าจริงยังเร็วไปนักที่จบจะชีวิตด้วยปัญหาสุขภาพ เขาเลือกหันหลังให้วิชาชีพสถาปนิก แต่ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการออกแบบแขนงอื่นๆ ทำกราฟิกดีไซน์ เป็นโปรแกรมเมอร์ และทำโฆษณา จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึง 10 ปี จังหวะและเวลาเป็นใจให้โตได้รับการติดต่อให้ออกแบบร้าน Wine Republic ทองหล่อ ที่มีข้อจำกัดไม่ธรรมดา ซึ่งหลังพิจารณาแล้ว อดีตสถาปนิกจึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทโฆษณา แล้วมาก่อตั้ง party / space / design เพื่อกลับมารับงานออกแบบที่รัก

จากเจ๊งเป็นเจ๋งด้วย 5 ศาสตร์

“พี่โตทำได้ไหม”

“ออกแบบร้านเหรอ” โตตอบลูกค้าด้วยคำถาม

“ไม่ใช่ ให้ร้านมันไม่เจ๊ง”

Wine Republic ทองหล่อ
Wine Republic ทองหล่อ

“อืม…” ดีไซเนอร์อุทานเมื่อคิดถึงโจทย์ยากในวันนั้น 

“เราต่างรู้กันว่าทำเลที่ตั้งของร้าน Wine Republic เรียกว่าปราบเซียน เราเป็นคนที่เจ็ดที่ออกแบบตรงนั้น ก่อนหน้านั้นเจ๊งมาหกเจ้ารวด พอตัดสินใจรับออกแบบ ก็ออกแบบทั้งห้าศาสตร์ Architecture, Interior, Branding, Furniture และ Lighting ซึ่งตอนนั้นก็บอกลูกค้าว่า ถ้าไม่ได้ทำห้าอย่างนี้ไม่ทำนะ

“เราออกแบบสเปซใหม่ ขอเปลี่ยนตัวตึก ออกแบบให้เก้าอี้เหมือนขวดไวน์ ทำโลโก้ ทำเมนู ถ่ายรูปด้วย แล้วเพิ่งมารู้ตอนบริษัทจะครบสิบปี ว่าสิ่งที่ทำมันเป็นการ Consultant คือเป็นคนเลือกทิศทางให้ธุรกิจที่ลูกค้าจะทำ ตั้งแต่ช่วยคิดชื่อ ตั้งชื่อให้เลย”

ความพยายามและการตัดสินใจลาออกจากงานก็เกิดเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เพราะไม่เพียงแต่ Wine Republic ไม่เจ๊ง ยังทำกำไรได้จนขยายร้านไปอีก 2 สาขาในเวลาต่อมา

Wine Republic ทองหล่อ
Wine Republic ทองหล่อ

ความสำเร็จของ Wine Republic ส่งผลให้โตมีงานออกแบบชิ้นต่อไป หนึ่งในหุ้นส่วนของร้านอย่าง ต่าย-นัฐฐพนท์ ลียะวณิช คิดอยากทำคาเฟ่แถวสามย่านให้นักศึกษามานั่งอ่านหนังสือ โดยตั้งใจให้เป็นร้านที่เปิดบริการตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน 

“พี่โตทำร้านไวน์แล้วรอดนี่ ไม่เจ๊ง ผมมีโปรเจกต์เหมือน Wine Republic เลยอยากให้พี่โตช่วยออกแบบ” ต่ายพูดกับโตก่อนมอบทุกอย่างให้ดูแล โปรเจกต์ Too Fast To Sleep จึงเป็นงานออกแบบที่คิดให้ทุกอย่างครบ 5 แขนงเช่นกัน ตั้งแต่ออกแบบอาคาร คิดชื่อ ตกแต่งภายใน ดูแลชุดพนักงาน ดูแลเพลง ดูแลเฟอร์นิเจอร์ 

Too Fast To Sleep
Too Fast To Sleep
ร้าน Too Fast To Sleep 

ทั้ง 5 ศาสตร์ (Architecture, Interior, Branding, Furniture และ Lighting) กับความเชื่อว่าร้านที่ว่าถ้าได้ออกแบบครบ จะช่วยให้ประสบความสำเร็จของโตนั้น ต้องเล่าย้อนไปสมัยเด็ก เขาเติบโตมากับกิจการร้านข้าวต้มและอาหารทะเลชื่อ ‘อ้วนเฮฮา’ ในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยรสชาติอร่อยเลิศ จึงได้รับการการันตีฝีมือจากเชลล์ชวนชิม รวมถึงรายการอาหารมากมาย

สิ่งที่เด็กชายโตขัดใจอยู่เสมอไม่ใช่เรื่องรสชาติ แต่เป็นเรื่องความไม่สวยงามของร้าน ตั้งแต่การเลือกใช้เต็นท์แทนการใช้หลังคาแบบทั่วไป การใช้จานชามพลาสติกที่ดู Look Cheap แบบสุดๆ ไปจนถึงเมนูอาหารที่จัดเรียงอย่างไม่เป็นระเบียบ แน่ล่ะว่าโตไม่พอใจมาก ด้วยความเป็นเด็กและไม่มีประสบการณ์ ทำให้คำร้องที่ส่งไปถึงคุณพ่อคุณแม่เป็นอันถูกปัดตกทุกข้อ นั่นจึงเป็นแรงผลักดันที่เขาตั้งมั่นเอามากๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งได้ออกแบบร้านอาหารจะขอทำทั้ง 5 ศาสตร์นี้ให้ได้ และยังเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้โตตัดสินเลือกรับงานออกแบบ Wine Republic และ Too Fast To Sleep เพื่อพิสูจน์ความเชื่อที่มีว่า การออกแบบที่ดีทำให้ร้านอาหารประสบความสำเร็จได้

ปรากฏการณ์น้ำตาลที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

แม้ว่า Too Fast To Sleep จะเริ่มทำให้หลายคนรู้จักโตและบริษัทบ้างแล้ว แต่หากจะกล่าวถึงงานที่ใช้คำว่า ‘เรียกแขก’ จริงๆ (ในความหมายที่ดี) ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักทั้งในและนอกประเทศเช่นทุกวันนี้ โตเล่าว่ามีอยู่ 2 โปรเจกต์ คือ งานออกแบบออฟฟิศ party / space / design ของตัวเอง และร้าน SHUGAA

ออฟฟิศ party / space / design

“โปรเจกต์แรกคือออฟฟิศเรานี่แหละ ก่อนหน้านี้เราย้ายมาห้ารอบนะ ล่าสุด เล็กมาก ขนาดแค่สิบตารางเมตร พอได้ที่ตรงนี้ก็เลยจัดเต็ม (ออฟฟิศปัจจุบันอยู่ที่ซอยเอกมัย 21) เอากำไรสามล้านบาทที่สะสมตลอดห้าปีมาลงทุนทำ ตอนออกแบบรู้สึกว่าถ้าจะต้องลงเงินเองขนาดนี้ก็ขอทุกอย่างที่ชอบเลยแล้วกัน หลังจากนั้นมีโอกาสไปลงใน designboom.com พอลงหนังสือรวมเล่ม Office Space ต่างๆ ก็มีหลายคนติดต่อให้ไปออกแบบงาน Co-working Space เยอะขึ้น ส่วนงานออกแบบที่เรียกว่าเป็นสปอตไลต์ส่องไปในเส้นทางการออกแบบร้านอาหารมาจนถึงปัจจุบันเลย คือ SHUGAA ครับ”

ร้าน SHUGAA
ร้าน SHUGAA

SHUGAA เป็นโปรเจกต์ออกแบบคาเฟ่ที่ทำให้คนรู้จัก party / space / design แบบก้าวกระโดด เพราะตัวร้านให้ความรู้สึก Feminine มากจนโดนแซวถึงความเข้าอกเข้าใจจริตผู้หญิง และถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีในทุกๆ ตารางนิ้ว 

ปรากฏการณ์ของ SHUGAA หลังได้รางวัลที่อังกฤษและฝรั่งเศส ได้ลงหนังสือต่างประเทศจำนวนมาก ความสนใจก็มากตามมา มากขนาดที่ว่า ภายใน 1 เดือนมีอีเมลเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ส่งมาหาเขาเป็นร้อยฉบับ โตเล่าติดตลกว่างานนี้น่าได้จะลงในสื่อของทุกทวีปบนโลกแล้ว

ร้าน SHUGAA

“เราว่าที่ประสบความสำเร็จ เพราะมันสร้างอะไรใหม่ๆ ให้กับแวดวงการออกแบบคาเฟ่ เป็นโปรเจกต์แรกที่ทำให้รู้สึกว่าเวลาทำงานดีไซน์แล้วปล่อยออกไปในโซเชียลจะเป็นกระแสได้มาก”

ร้าน SHUGAA

ทำงานแบบ party / space / design 

เพราะร้านที่ออกแบบไปนั้นประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก (แต่โตแย้งว่าก็มีเจ๊งบ้าง) ทุกครั้งที่รับโจทย์ใหม่ๆ โตเองยอมรับว่าความยากและความกดดันที่ได้รับนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งทำให้หลายคนเปลี่ยนนามสกุลให้เขาเป็น ‘นักออกแบบร้านอาหาร’ แต่โตกลับอยากวางตัวเองเป็น Specialist ด้านการออกแบบประสบการณ์การกิน มากกว่านักออกแบบงานสถาปัตยกรรมหรือตกแต่งภายในให้ร้านอาหารหรือคาเฟ่

ในอนาคตเขาตั้งใจเสริมทัพผู้เชี่ยวชาญในเรื่องอาหารด้านต่างๆ มาเข้าทีม ทั้งเชฟ บาริสต้า บาร์เทนเดอร์ เพราะโตมองว่าทิศทางหรือการวาง Positioning ของร้านลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญกว่า และต่อไปทุกงานออกแบบของ party / space / design ต้องอาศัยแต่คนรู้จริงในด้านนั้นๆ

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

SHUGAA เป็นจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกอย่างของโตในการเลือกรับงานชิ้นต่อๆ มา ด้วยเห็นว่าในระดับสากลให้ความสำคัญกับดีไซน์เป็นอย่างมาก รวมถึงคอนเทนต์เรื่องการออกแบบและรายละเอียดต่างๆ ควรได้รับการถ่ายทอดอย่างตั้งใจ จากจุดนี้ นักออกแบบประสบการณ์จึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่รับทำงานที่ไม่อิน ทั้งตัวเขาเองและลูกค้า หรือถ้างานไหนที่อิน ทุกคนในทีมก็ต้องอินไปในทิศทางเดียวกัน 

ถ้าถามว่าอินหรือไม่อินยังไงนั้น โตบอกว่าอยู่ที่การพูดคุยเป็นหลัก ถ้ามีคนเข้ามาแล้วบอกว่า “ผมอยากเปิดร้านมากเลย ใช้ร้อยล้านพอไหมครับ” ถ้าพูดคำนี้ โตจะไม่รับ เพราะรู้สึกว่าเจ้าของยังไม่เข้าใจและหลงใหลในสิ่งที่ทำมากพอ

ถ้าเป็น “พี่ ผมไม่มีเงินนะ แต่ผมกินกาแฟ อินมากเลยตอนนี้ กำลังเก็บเงินซื้อเครื่องทำอยู่ ผมจองคิวพี่ล่วงหน้าปีหนึ่ง ผมจะหาเงินมาให้ได้ห้าแสน ผมจะปั้นของผมให้ดังที่สุดในซอย” กรณีแบบนี้ โตกล่าวว่าเขาอยากจะออกแบบให้

หลังจากผ่านการเลือกงานที่ ‘อิน’ และเซ็นสัญญากันแล้ว โตจะบอกลูกค้าว่าอีก 2 อาทิตย์เจอกัน จากนั้นก็จะแอบไปกินที่ร้านอาหารของลูกค้าและทำ Blind Test ให้ โดยวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อหาทางแก้ปัญหาได้ถูกจุด เช่น ครัวซองต์คุณรสชาติยังสู้ที่อื่นไม่ได้  หรือหมาหน้าร้านขวางทางเข้าสุดๆ ไปจนถึงน้ำที่ร้านของคุณมีกลิ่นนะ โดยสรุปออกมาเป็นพาวเวอร์พอยต์ ก่อนจะพูดคุยถึงแนวทางการออกแบบต่อไป

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

“เรารีเสิร์ชให้หมด บางครั้งเขาขอบคุณเราด้วยซ้ำว่าจริงเหรอ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย เราจะไปทั้งหมดประมาณสามครั้ง หลังจากนั้นก็จะนำเสนอว่า เราจะพาเขาไปจุดไหน เทียบกับสิ่งที่เขาให้โจทย์เราตอนต้น”

ขั้นตอนสำคัญของการออกแบบร้านอาหาร คือการค้นหา Identity ของลูกค้าเพื่อนำออกมาใส่ในงาน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่โตถนัดและทำได้ดีเป็นอย่างยิ่ง

“เวลาเราบิวต์คน ให้นึกถึงร้านที่ดี ต้องมีรสชาติที่ดี มีบรรยากาศมวลรวมของร้าน หรือประสบการณ์กินอาหาร ร้านสวยไม่สวยไม่เกี่ยวนะ แล้วเรื่องประสบการณ์การกิน เมืองนอกมีมานานแล้ว ที่นิวยอร์กข้นขลั่กมาก ญี่ปุ่นก็เยอะ แต่เมืองไทยเพิ่งมาให้ความสำคัญกันไม่ถึงสิบปี  เรามองภาพรวมเป็นแล้ว ว่าธุรกิจมันไม่ใช่ร้านสวย หลังบ้านมันมีอีกหลายสิ่งมากที่ทำให้ร้านประสบความสำเร็จได้ อย่าให้ความสำคัญของนักออกแบบมากขนาดนั้น มันมีอีกหลายอย่างมากที่มันสำคัญกว่าการออกแบบ

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design
โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

ขอยกเป็นตัวอย่างเคสหนึ่งเป็นลูกค้ามาใหม่ โจทย์ของเขาคืออยากเปิดร้านกาแฟให้ดังเท่านั้น เริ่มต้นมาแบบนั้น เลยยอมนัดให้เข้ามาคุย เพราะอยากเคลียร์ (หัวเราะ) คุยกันไปสี่ชั่วโมง เรื่องคุณชอบกินอะไร ถ้าชอบกินข้าวต้ม จัดเลยอาหารเช้า ข้าวต้ม แต่คุณต้องชอบจริงๆ นะ สุดท้ายกลายเป็นทำร้านกาแฟ ได้ร้านข้าวต้มเป็น Brunch ตอนเช้า พอคุยเรื่องที่เขาอิน ผมรู้สึกว่าเขาตาเป็นประกายมากเลย เขาบอกจะกลับไปลงลึกในสิ่งที่ชอบ ไปตกตะกอน และจะมาคุยใหม่ปีหน้า คือถ้าเราผลักลูกค้าไปจนเจอว่าเขาชอบอะไรได้ และเราทำร้านในสิ่งที่เขาชอบได้ ก็เป็นวิธีรับมือกับความคาดหวังอย่างหนึ่ง”

ความสุขเกิดจากบาลานซ์ที่ดี

“ถ้าย้อนกลับไปได้อยากจะบอกว่า มึงโอเค ไม่ต้องเครียดมาก” โตตอบคำถามสุดท้ายของเราอย่างยิ้มๆ 

แม้วันนี้ชายตรงหน้าจะพา party / space / design มาไกลจากบันไดขั้นแรกไปมาก บางช่วงเป็นการก้าวช้าๆ หรือบางช่วงจะเร็วจนเหมือนวิ่ง หลายคนมองเห็นเพียงความสำเร็จของเขาในวันนี้ และอาจจินตนาการว่าทุกย่างก้าวคงง่ายดาย แต่โตรู้ดีกว่าใครว่าเขานั้นอดทนและผ่าฟันอุปสรรคระหว่างทางมาไม่น้อย โดยเฉพาะกับช่วงแรกในการก่อตั้งบริษัทที่เผชิญกับเครียดในหลายด้าน 

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร Design Director & Founder แห่ง party / space / design หรือ p / s / d.

“เอาจริงๆ ก็ถ้าย้อนกลับไปได้และพูดได้เรื่องเดียว อยากให้กำลังใจตัวเองและบอกว่าที่ทำมานั้นถูกหมดเลย ถึงแม้ว่ามันฟลุ๊กหลายเรื่อง โชคดีหลายอย่างมาก ระหว่างที่ตั้งบริษัทแรกๆ มันเครียดมาก รู้สึกว่าตัวเองเครียดและจริงจังกับงานเกินไป ทำให้คนรอบตัวเป็นห่วง ปีแรกที่ก่อตั้งบริษัทนี่กินแกลบของจริง (หัวเราะ) ตอนนั้นเหมือนขาดกำลังใจ ถ้ากลับไปได้ก็อยากไปให้กำลังใจตัวเองครับ”

โตที่กำลังก้าวย่างเข้าสู่เลข 4 นั้นยังคงอารมณ์ดี และใช้ธรรมะเป็นหน้าต่างในการมองความเป็นจริงของชีวิต ส่วนเรื่องงานออกแบบ เขาให้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตแต่ไม่ใช่ทั้งหมดเหมือนเมื่อก่อน เพราะตอนนี้โตวางตัวเองเป็นเพียงนักออกแบบที่หากินกับอาชีพนี้เท่านั้น

“ตอนตั้งบริษัทเราเต็มที่กับมันไปหน่อย รู้สึกว่าเราไม่ค่อยดูแลคนรอบตัวเท่าไหร่ คนพอมาปีหลังๆ พยายามตื่นมาแล้วอยากชวนน้องๆ ทำกาแฟกินกันตอนเช้า ช่วงนี้ใครมาออฟฟิศเช้าๆ ไม่ต้องทำงานก็ได้นะ มาทำกาแฟดริปกัน หรือไปเจอข้างนอกกันบ้างไหม เราเริ่มเบื่อการอยู่ออฟฟิศ เลยทำให้ทุกวันมันแฮปปี้

“อยากเจอคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน อยากทำงานดีๆ ให้ข้อผิดพลาดมันน้อยที่สุด

แล้วก็อยากกลับบ้าน อยากอยู่กับแม่ นี่คือความสุขง่ายๆ ที่อยากมีในช่วงนี้นะ” นัก (จะ) ออกแบบประสบการณ์ชีวิตตัวเองทิ้งท้าย

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

5 ผลงานที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ party / space / design

1. Wine Republic ทองหล่อ 

Wine Republic ทองหล่อ

ดีที่หยุดเรื่องเจ๊งไว้ได้ มันไม่เจ๊งแล้ว และทำให้รู้ว่าเปิดร้านอาหารเนี่ยมันรวยไม่รู้เรื่องนี่หว่า (หัวเราะ) คือเราเริ่มรู้ทริคของวงการร้านอาหาร รู้เรื่อง +7 +10 (Vat, Service Charge) จากที่นี่เลย”

2. Too Fast To Sleep

Too Fast To Sleep

“ที่นี่เป็นโปรเจกต์โจ๊ะๆ ลั่นๆ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำ แล้วคนก็เริ่มรู้จักเราจากงานชิ้นนี้”

3. SHUGAA

น้ำตาลลิน, SHUGAA

“มันเป็นปรากฏการที่เหมือนเดินอยู่ดีๆ ไฟก็ส่องเรา ตอนแรกที่ได้โจทย์จากลูกค้าซึ่งก็คือ ‘น้ำตาลลิน’ ว่าต้องการทำ Fondant อยู่ชั้นล่าง คาเฟ่ต้องอยู่ชั้นบน เราฟังเสร็จคิดเลยว่า ‘ก็เจ๊งสิ’ เพราะคนอยากมาคาเฟ่ เลยคุยกันในทีมดีไซน์ว่า พวกเราทำยังไงก็ได้ให้เขาปั้น Fondant ด้านบน แล้วเอาคาเฟ่ไว้ด้านล่าง แต่ต้องหลอกล่อให้คนรู้สึกว่าด้านบนเจ๋งกว่า อยากขึ้นไปดูต้องมีอะไรแน่ๆ  ผลก็เลยปั้นบันไดเท่ๆ ซึ่งตีความมาจากขั้นตอนทำน้ำตาล เหมือนตอนมันร้อนๆ แล้วเอาด้ายหย่อนลงมา พอดึงขึ้นน้ำตาลมันจะเกาะเป็นโมเลกุลพิเศษ กลายเป็นโคมไฟคริสตัล แล้วก็เล่นกับความเป็นมินิมอล และให้มันมีเงาเวลาโดนแสง”

4. party / space / design office

party / space / design office
party / space / design office

เมื่อสั่งสมประสบการณ์ในการออกแบบ รวมถึงได้กลั่นกรองทุกอย่างในชีวิตจนเลือกจะใส่ทุกความชอบลงในออฟฟิศของ party / space / design ที่โตบอกว่าที่นี่เป็นเขา 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีห้องนอนที่แอบไว้ด้านหลังชั้นวางหนังสือที่สูงจรดฝ้าเพดาน นอกจากนั้นยังตระหนักถึงความไม่จีรังของสิ่งต่างๆ ผ่านการศึกษาธรรมะ ด้วยการออกแบบให้ทุกอย่างเข้าใจง่าย คนที่เข้ามาก็รับรู้ถึงความชอบกาแฟของโต ผ่านเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสารพัดเครื่องชงอย่างตรงไปตรงมา แต่ในความไม่ซับซ้อนกลับเต็มไปด้วยความพิถีพิถันช่างเลือกและมีที่มาที่ไป

party / space / design office
โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร Design Director & Founder แห่ง party / space / design หรือ p / s / d.

“ที่นี่คือสิ่งที่ชอบทั้งหมดแล้ว รวมของที่ไม่เกี่ยวกับงานออกแบบไว้ตรงนี้ด้วย ชอบฟังเพลง ชอบกระจกบานใหญ่ๆ ชอบแสงแดด เป็นคนชอบอยู่กับแดด แล้วก็ชอบเก้าอี้ ชอบพื้น ที่นี่เป็นของชอบหมดเลย ชอบเล่นสเก็ตบอร์ด ชอบทำกาแฟกิน แล้วก็ถ้าเดี๋ยวเริ่มเบื่อกาแฟก็จะเปลี่ยนอันนี้เป็นบาร์ และกำลังศึกษาเกี่ยวกับไซรัป อยากทำพวกค็อกเทลที่ไม่ต้องเป็นเหล้า กำลังเริ่มศึกษาอยู่ อาจจะปีนี้ ปีหน้า ให้ว่างก่อน ค่อยเริ่มศึกษา แล้วก็ชอบบันไดวน ทางขึ้นนอกออฟฟิศมากเลย เพราะนี่เป็นตัวพิสูจน์ว่าพี่ด้วงเจ๋งจริง และมาจากตอนที่เขาพูดกับเราสมัยฝึกงานว่า

“โต มึงเชื่อกูไหม ถ้ามึงทำลูกตั้ง 17.5 ลูกนอน 25 เนี่ย มึงทำบันไดโดยที่ไม่มีราวกันตกได้

“จริงเหรอพี่ด้วง”

“จริง มึงเชื่อสิ มึงไปทำบ้านมึงเลย”

ซึ่งมันทำได้จริง!”

5. NANA Hunter Coffee Roasters

NANA Hunter Coffee Roasters

“ท้าทายที่สุดต้องยกให้ NANA Hunter Coffee Roasters มันไม่ใช่ท้าทายในเรื่องการดีไซน์ เพราะเรื่องนั้นเราทำตั้งแต่ร้านเดิม ทั้งเปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนร้าน  แต่มันคือการประคับประคองทีมงานเราทุกคน ทั้งตัวเราเอง ทีมบาริสต้า ทีมพี่กุ้ง NANA (วรงค์ ชลานุชพงศ์ และ กานดา โทจำปา เจ้าของรางวัล Thailand Barista Champion 2013, Cup Taster Thailand 2017 และ Thailand Aational Barista Championship 2019) แล้วก็ทีมเจ้าของด้วย

“เราตั้งใจจะทำปรากฏการณ์บางอย่างให้เกิดขึ้นในประเทศ เพราะภาพรวมธุรกิจกาแฟอยู่ในช่วงขาลง COVID-19 ก็กำลังมา คนก็รู้สึกว่าไม่สามารถสู้ร้านเชนได้ เหมือนทุกคนเริ่มหมดหวัง แล้วอยู่ดีๆ NANA Hunter Coffee Roasters ก็มา เราชอบโมเมนต์นั้นมากเลยตอนที่ต้องให้กำลังใจกัน ทุกครั้งที่ไปไซต์ ผมต้องตอบคำถามเรื่องงานออกแบบประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ อีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์คือโน้มน้าวทีมว่าเรามาถูกทางแล้ว ถ้าทำทั้งทีมันต้องดีที่สุด คือมันจูนกัน ถ้าจะทำแบบนี้ต้องแบบนี้เท่านั้นและความ Speacialty มันขายได้” 

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร Design Director & Founder แห่ง party / space / design หรือ p / s / d.

ด้วยความที่หลงใหลกาแฟ จากผู้ออกแบบร้าน NANA Hunter Coffee Roasters เขายังข้ามสายไปดีไซน์พรีเซนเทชันให้กับกุ้ง (กานดา โทจำปา) แชมป์ Thailand National Barista Championship 2019 ในการแข่งขันรายการ World Narista Championship 2019 ที่เมือง บอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา 

“พอเขาได้แชมป์ประเทศ แล้วต้องไปแข่งต่อ เราเลยเสนอตัวว่า พี่กุ้ง อย่าให้คนอื่นทำนะ ขอทำเอง พี่กุ้งเล่ามาว่าจะทำอะไร จะโชว์เรื่องอะไร จะช่วยดีไซน์พรีเซนเทชันทั้งสี่แก้ว โดยเราวาดเป็นรูปเส้นทางกระบวนการทำกาแฟ แล้วให้เขาลองซ้อมกับบท ทำประมาณสามเวอร์ชัน เลือกอันที่เขาพูดแล้วเป็นเขาที่สุด” 

Writer

เอกธิดา นาคเวช

สถาปนิกที่เลือกผันตัวมาถ่ายทอดงานดีไซน์ผ่านตัวอักษรแทนการตี cad และขึ้น SketchUp

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ถ้าลองเข้าเว็บไซต์งานส่วนตัวของ ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ปี จะพบว่านิยามคำว่า ‘ภาพประกอบ’ ของเธอกว้าง ตั้งแต่ภาพวาด แอนิเมชัน ของเล่นไขลาน ตุ๊กตา ไปจนถึงพรม 

สำหรับลันลัน ภาพประกอบคือการสื่อสารโจทย์ผ่านศิลปะ จึงไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะบนกระดาษสองมิติ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ถ้ามันทำหน้าที่เล่าเรื่องได้อย่างหมดจด ก็ถือเป็นภาพประกอบที่เยี่ยมยอดแล้ว

ในอีกแง่มุมหนึ่ง หลายครั้งลันลันก็ใช้ภาพประกอบมาเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองด้วยเช่นกัน เธอกล่าวถึงเรื่องที่เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเจอเอง ผ่านกลิ่นอายลายเส้นภาพนิทานสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ที่ใช้ปลาว่ายวนเป็นตัวแทนการคิดเวียนไปมาตอนตี 3 ตัวการ์ตูนสัตว์ประหลาดคล้ายหมาที่กินไม่หยุดในช่วงกักตัว หรือปัญหาในครัวอย่างถังข้าวที่โดนรุกรานจากผีเสื้อกลางคืน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ความน่ารักในงานของลันลันโลดแล่นอยู่บนเวทีประกวดระดับโลกมาแล้วตั้งแต่ตอนเธอเรียนมัธยมปลาย งานของศิลปินวัยเยาว์ได้รับเลือกบนเวทีการประกวด Young Arts : Merit Award ค.ศ. 2014, 2015 และ 2016 โดยจัดแสดงผลงานที่ Disney Concert Hall ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ช่วงมหาวิทยาลัย ลันลันเป็นศิลปินในรอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize 2018 ได้จัดแสดงผลงานที่เวนิส ประเทศอิตาลี (ลันลันแอบกระซิบมาว่า ปีนี้งานของเธอได้รับเลือกอีกครั้ง) ปีถัดมา เธอเข้ารอบสุดท้ายเวที RWS Royal Watercolor Society 2019 ได้จัดแสดงงานที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมถึงได้เป็นศิลปินรับเชิญจัดแสดงผลงานที่ IYN Gallery ณ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และเข้ารอบสุดท้ายบนเวที Society Of Illustration ค.ศ. 2020, Association of Illustration ค.ศ. 2020, Society Of Illustration West ค.ศ. 2021

ศิลปินมากฝีมือคนนี้ยังเคยร่วมงานกับ Oliver Chin บรรณาธิการสำนักพิมพ์ Immedium ผู้แต่งหนังสือสำหรับเด็กมาแล้วกว่า 15 เล่ม รวมถึงเคยร่วมงานกับ Tom Kracauer และ Sean Hernandez ศิลปินผู้ทำงานผ่านหลากหลายสื่อและเทคนิค นอกจากนี้ เธอยังทำงานอาสาสมัครเป็นครูศิลปะจากผ้า (Fiber Art) ให้กับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษในมูลนิธิ Exceptional Children Foundation

ไม่ว่าคุณจะเคยรู้จักเธอมาก่อนหรือไม่ เราอยากชวนลันลันมาพูดคุยเรื่องการเติบโตไปพร้อมกับศิลปะ ที่พาความฝันการศิลปินจากประเทศไทยมายัง Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา สู่ Rhode Island School of Design (RISD) มหาวิทยาลัยศิลปะซึ่งโด่งดังด้านการสอนศิลปะภาพประกอบ และอาชีพปัจจุบันในฐานะนักวาดภาพประกอบอิสระในลอสแอนเจลิส พร้อมคุยถึงที่มาของความหลากหลายทางเทคนิคที่เธอใช้ในงานศิลปะ ธรรมชาติอันเป็นแรงบันดาลใจมาตลอด อนาคตก้าวต่อไปที่ใฝ่ฝัน และกระแสในปัจจุบันอย่าง NFT หรือตลาดศิลปะดิจิทัล

มาเริ่มบทสนทนาที่จะทำให้เราอยากหยิบสิ่งใกล้ตัวมาประดิษฐ์งานศิลปะกันเถอะ 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส
ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ ทำภาพประกอบกับแอนิเมชันอยู่ แล้วก็ทำพรมขาย มีโปรเจกต์อยู่ในช่วงเซ็นสัญญา วาดภาพประกอบกับสำนักพิมพ์จากฝรั่งเศส เขากำลังจะทำหนังสือเกร็ดความรู้เรื่องสัตว์ต่างๆ ส่วนที่เราเข้าไปรับผิดชอบคือ หอยทาก

ทำไมภาพของลันลัน ส่วนใหญ่ถึงเป็นสัตว์กับธรรมชาติ

เราโตมากับธรรมชาติ ครอบครัวเราทุกคนชอบต้นไม้ ที่บ้านปลูกต้นไม้แนวป่าฝนเยอะมาก วิ่งเล่นในสวนของหมู่บ้าน ต้นไม้ก็เยอะ เรียนโรงเรียนรุ่งอรุณก็อยู่กับธรรมชาติ พอชีวิตล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เลยได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวัน

ตอน ม.1 คุณพ่อคุณแม่พาไปดำน้ำ เราเห็นปลาเยอะๆ แล้วชอบมาก มันดูอิสระ สีสันสวย เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ชอบวาดปลา

พอทำงานจากสิ่งรอบตัวแบบนี้ ตอนย้ายมาเรียนมัธยมปลายที่มิชิแกน เลยเริ่มมีสัตว์อื่นมากขึ้นอย่างกวาง กระรอก ไม่ใช่แค่งูหรือปลา เพราะมันคือสัตว์ที่เห็นในโรงเรียน หรือต้นไม้ต่างๆ อย่างตอนนี้อยู่แอลเอ บรรยากาศรอบตัวเป็นทะเลทราย ก็มีกระบองเพชรหรือทิวทัศน์ทะเลทรายในภาพมากขึ้น มันเปลี่ยนไปตามสถานที่

แล้วสัตว์ประหลาดมาจากไหน

ตอนมัธยมปลาย เราเริ่มเอาสัตว์หลายๆ ชนิดมาผสมกัน พอวาดเยอะขึ้นก็เริ่มคิดว่า ทำไมเราไม่สร้างตัวประหลาดของเราขึ้นมาเอง จนเข้ามหาวิทยาลัยเลยเป็นสัตว์ที่ Abstract มากขึ้น 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ขอย้อนกลับไปหน่อย ลันลันรู้ตัวว่าชอบและเริ่มวาดภาพตั้งแต่เมื่อไหร่

จำไม่ได้เลยว่าเริ่มตั้งแต่ตอนไหน (หัวเราะ) เพราะอนุบาลก็ชอบวาดและทำงานคราฟต์แล้ว วิชาศิลปะเป็นวิชาที่เราชอบและทำได้ดีที่สุด 

เราเรียนได้ศิลปะกับ ครูเล็ก (สุภาพร เจริญสุข) ตั้งแต่อนุบาลถึงจบมัธยมต้น มัธยมปลายมาเรียน Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่มิชิแกน สหรัฐอเมริกา ตอนนั้นติดเพื่อนไปลองเรียน ครูเล็กสอนศิลปะแบบไม่จำกัดอะไรเลย เช่น ถ้าเราสนใจเย็บผ้า ครูก็จะหาอุปกรณ์มาให้ เราอยากลองปั้นดิน ทำภาพพิมพ์ ครูก็หามาให้ ครูไม่ได้บังคับว่าอยู่ประถมต้องใช้แค่ดินสอสี อยากทำอะไรได้ทำหมด เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราชอบทำงานศิลปะหลายๆ อย่าง ไม่ได้ติดอยู่กับแค่งานรูปแบบเดียว

งานศิลปะรูปแบบไหนที่ชอบทำเป็นพิเศษ

เราชอบทำงานกับผ้า จำได้ว่าตอน ป.6 คุณแม่ซื้อตุ๊กตาบลายธ์ (Blythe) มาให้แล้วเสื้อผ้ามันแพงมาก ครูเล็กเสนอว่ามาลองทำชุดตุ๊กตากันไหม เราได้ลองทำแล้วชอบมาก ทำชุดตุ๊กตาอยู่เป็นปีๆ ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงที่ได้ทำงานผ้ามากที่สุดแล้ว 

พอ ม.ปลาย ที่โรงเรียนเน้นศิลปะ เลยได้ลองทำงานผ้าอย่างอื่นเพิ่มอีก ได้ทำประติมากรรมนุ่ม (Soft Sculpture หรือประติมากรรมที่ทำจากวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม) เรารู้สึกว่ามันเป็นเทคนิคที่เข้ากับสไตล์ที่ทำอยู่ เพราะอยากให้คนเห็นรูปเราแล้วมีความสุข พอมันมาเป็นอะไรนิ่มๆ จับแล้วก็ยิ่งมีความสุข เอามากอดได้ เอามาใช้ได้ บางทีใช้หลายเทคนิคมารวมกันก็มี ปักผ้า โครเชต์ ทำหมดเลย

ล่าสุดเห็นทำงานพรมด้วย 

ตอนแรกเลยเริ่มสนใจเทคนิคงานพรม เพราะรู้สึกว่ามันเหมือนรูปวาดนิ่มๆ และเป็นอะไรได้หลายอย่าง ทั้งเอาไว้แขวนบนผนังเป็นงานอาร์ต เอามาใช้เป็นพรม ทำเป็นเสื้อผ้า หรือทำเป็นกระเป๋า ช่วงที่ โควิด-19 เข้ามา คนก็สนใจพวกตกแต่งบ้านกันเยอะขึ้นมากๆ เพราะส่วนใหญ่ต้อง Work from Home เมื่อเราเอาพรมลายน่ารักๆ แปลกๆ มาใช้ มันช่วยให้บ้านมีสีสันขึ้น ดูสนุกขึ้น

หลายครั้งเรารู้สึกว่าศิลปะมันจับต้องไม่ได้ แต่เราอยากให้ศิลปะอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันได้ ไม่ใช่ต้องไป Museum อย่างเดียว พอเป็นพรมเลยตอบโจทย์ตรงนี้ทั้งหมด

มาสนใจงานภาพประกอบตอนไหน

ตอนเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกที่ Rhode Island School of Design (RISD) เรายังไม่ต้องเลือกเอก เลยเป็นโอกาสได้ลองทำงานหลายๆ รูปแบบ เช่น Coding ทำงานศิลปะด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งเราพบว่าตัวเองชอบวิชา Illustration (ภาพประกอบ) แล้วครูบอกยังว่า “จริงๆ การทำงานภาพประกอบมันไม่ได้ตายตัวแค่ภาพวาดนะ แค่เราสื่อสารหัวข้อออกมาได้ด้วยศิลปะ ก็ถือเป็นภาพประกอบแล้ว” เลยเลือกเรียนเอกนี้

งานภาพประกอบเข้ากับเราที่ไม่ตายตัวด้านเทคนิค อีกอย่างคือเราชอบทำงานตามโจทย์ สำหรับเรา การนั่งคิดตามโจทย์มันสนุกที่ว่าจะเสนอภาพออกไปอย่างไรดีให้เป็นสไตล์เรา และตอบโจทย์ที่ได้มาไปในเวลาเดียวกัน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

จากการเรียนศิลปะที่อเมริกาตอน ม.ปลาย กับมหาวิทยาลัย ลันลันคิดว่าการสอนศิลปะที่ไทยกับอเมริกาแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

จำได้ว่าช่วงก่อนย้ายไปอเมริกา เห็นเพื่อนที่ไทยหลายคนอยากเรียนศิลปะ ต้องไปติววาดภาพเหมือน (Still Life Drawing และ Portrait Drawing) ตอนแรกที่ไปเราก็แอบกังวลเหมือนกัน ว่าพื้นฐานจะพอหรือเปล่าเพราะไม่ได้ติวไป 

แต่พอไปถึง กลายเป็นว่าครูที่อเมริกาไม่อินกับภาพเหมือนเลย ครูบอกว่าภาพเหมือนมันฝึกกันได้ แต่คอนเซ็ปต์กับเรื่องราวของรูปสำคัญกว่า เขาบอกอีกว่า ถ้าว่าต้องวาดภาพให้เหมือนของจริง เราก็จะไม่ลองเทคนิคใหม่ๆ งานก็จะซ้ำๆ อยู่แบบเดิม 

ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกา ไม่ได้ให้วาดภาพเหมือนแบบในไทย แต่ให้เราส่งงานอะไรที่คิดว่าแข็งแรงที่สุด จะเป็นศิลปะนามธรรม งานปั้น งานเย็บ อะไรได้หมดเลย ตอนเข้าไปเรียน ถ้าไม่ใช่วิชาวาดภาพเหมือน ครูก็จะไม่มาติเรื่องเทคนิค ความเหมือน หรือความสวย แต่จะให้ความเห็นว่างานของเรามันตอบโจทย์แค่ไหน และให้แนะนำว่าอะไรที่ปรับแล้ว งานจะสื่อสารได้ดีขึ้น 

แล้วการประกอบอาชีพศิลปินล่ะ ลันลันคิดว่าที่อเมริกามีอะไรที่ไม่เหมือนกันบ้าง

เรารู้สึกว่าคนที่นี่ให้ค่ากับงานศิลปะมาก เพราะเวลาศิลปินขายงาน เราจะคิดเป็นชั่วโมงว่างานชิ้นนี้ใช้เวลาทำกี่ชั่วโมงแล้วก็คูณไป เช่น ปกติคิดกันชั่วโมงละหกร้อยบาท อาจดูแพง แต่ว่าค่ากินอยู่ที่นี่ก็แพงมากเหมือนกัน คิดชั่วโมงเสร็จก็บวกค่าอุปกรณ์เข้าไปอีก จำได้ว่าเราเคยเห็นเพจประมูลงานศิลปะของไทย เขาตั้งราคาเริ่มต้นต่ำมาก จนเรางงว่า โห เขาใช้เวลาทำไปตั้งกี่ชั่วโมง ทำไมถึงขายถูกขนาดนี้

อีกอย่างที่รู้สึกคือ ที่อเมริกามีงานด้านศิลปะหลากหลายมาก มีหลายสายงานเราไม่ค่อยได้เห็นในไทย มันเปิดกว้างมากเลย

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เปิดกว้างขนาดนี้ มีอะไรที่อยากลองทำอีกไหม และวางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร

ถ้าไม่สนใจเรื่องเงินเลย อยากเปิดสตูดิโอกับเพื่อน ขายของทำมือให้จริงจังมากขึ้น เป็นสตูดิโอประหลาดๆ ขายแต่ของที่คนไม่ค่อยซื้อกัน (หัวเราะ)

และคิดมาสักพักแล้วว่าอยากทำงานกับ Stop Motion Studio (แอนิเมชันที่ทำโดยการถ่ายทีละภาพแล้วนำมาต่อกัน) ที่นี่มีบริษัททำ Stop Motion ให้โฆษณาโดยเฉพาะ ซึ่งเราเคยคุยแล้วเขาบอกว่า บริษัทต้องการศิลปินที่ทำได้หลายเทคนิค เพราะวิดีโอ Stop Motion แต่ละตัวไม่ได้ใช้เทคนิคเดียวเสมอไป ใช้ไม้ ผ้า กระดาษ ดิน หลายๆ อย่าง เราเองก็ชอบสร้างนู่นนี่จากของหลายๆ อย่างอยู่แล้ว เลยอยากลอง น่าสนุกดี

ไม่สนใจขายงานศิลปะทาง NFT (ตลาดศิลปะดิจิทัล) เหรอ

ตอนแรกก็สนใจนะ เห็นศิลปินหลายคนเริ่มเข้ามาขาย NFT และทำเงินได้จากตรงนี้ แต่พอเราหาข้อมูลเพิ่มไปเรื่อยๆ ก็พบว่าการเอารูปขึ้นระบบ NFT หนึ่งรูปมันใช้ทรัพยากรและพลังงานเยอะมาก ทำให้ตอนนี้เรายังไม่ขายผลงานทาง NFT รอดูก่อนว่า ในอนาคตตลาด NFT จะมีมาตรการแบบไหน ในการปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เราเห็นลันลันเลือกวาดภาพด้วยมือหรือทำงานประดิษฐ์ มากกว่าดิจิทัลอาร์ต (ศิลปะดิจิทัลที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์) มันให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร

เราชอบการทำงานศิลปะที่นั่งจับ นั่งใช้เวลากับวัสดุ เพราะได้รู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำผ่านร่างกาย เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม เลยเป็นเหตุผลที่เรารู้สึกผูกพันกับงานทุกชิ้น

เราก็ทำดิจิทัลอาร์ตบ้างนะ แต่จะมีลายเส้นคล้ายทำมืออยู่ดี ไม่ได้ดูดิจิทัลอาร์ตแบบแฟลช สีสด เส้นคม เท่าดิจิทัลอาร์ตส่วนใหญ่ในเทรนด์ตอนนี้ เคยลองทำแบบนั้นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชอบ ไม่ใช่ตัวเรา

ลันลันมีวิธีสร้างโอกาสให้ตัวเองอย่างไร ถึงได้ไปจัดแสดงงานหลายประเทศทั่วโลก

ต้องยกเครดิตให้คุณแม่ เขาคอยผลักดันให้เราส่งงานเข้าประกวด เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอให้ตัวเอง เราอยู่อเมริกา โอกาสมันยากมาก คนมีความสามารถก็เยอะ คุณแม่เลยสนับสนุนให้ลองส่งประกวดตั้งแต่ ม.ปลาย ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยมั่นใจในงานของตัวเอง เพราะลายเส้นเราดูเด็ก ไม่ใช่แนววิจิตรศิลป์แบบที่คนอื่นส่งประกวด แต่พอได้ส่งจริงๆ ถึงรู้ว่ามันก็มีเวทีประกวดที่เหมาะกับงานสไตล์เรา

มีครั้งไหนที่เกิดคาดบ้างไหม

Arte Laguna Prize ที่ได้ไปจัดแสดงที่อิตาลี เราคิดว่าเขาไม่น่าจะชอบงานเรา เพราะคนอื่นคือยิ่งใหญ่ เช่น งานศิลปะนามธรรมขนาด 3 x 3 เมตร ส่วนของเราเป็น Artist Book (หนังสือที่เน้นการเล่าเรื่องเชิงทัศนศิลป์) เกี่ยวกับตัวละครซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากเห็ดชนิดต่างๆ วางเล็กจิ๋วอยู่มุมหนึ่งของนิทรรศการ ตกใจมากตอนได้เข้ารอบสุดท้ายครั้งแรก (หัวเราะ) พอปีนี้ได้เข้ารอบสุดท้ายอีกครั้ง ตกใจที่สุดเลย!

สุดท้ายแล้ว เล่าถึงผลงานที่มีความหมายต่อชีวิตให้ฟังสัก 5 ชิ้นได้ไหม

ได้เลยค่ะ

01 Night Thoughts

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Night Thoughts เป็นงานที่ทำในชั้นเรียน Animalia คือ ทำงานภาพประกอบที่เกี่ยวกับสัตว์ หรือใช้สัตว์มาเป็นองค์ประกอบ เราเลยเลือกปลาบาราคูด้า (Barracuda) ที่ว่ายเป็นทอร์นาโด เพราะเราชอบลักษณะการเคลื่อนไหวนี้มาก คิดว่ามันคล้ายตอนเรานอนไม่หลับ เวลาที่มีความคิดเข้ามาในหัวเยอะๆ ฟุ้งซ่าน วนไปเรื่อยๆ ซึ่งพอเป็นภาพนิ่ง มันอาจไม่เห็นความวุ่นวายหมุนวนของปลา เลยทำเป็นแอนิเมชัน ชิ้นนี้ได้ 3 รางวัล คือเข้ารอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize ครั้งล่าสุด แล้วก็ได้เข้ารอบสุดท้ายเวที Society Of Illustration West และที่สี่ Society Of Illustration 

02 Quarantine Planet

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

งานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงโควิด-19 เพราะเดือนแรกๆ ที่ระบาด ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน เป็นประสบการณ์ใหม่มาก ไม่มีใครเคยอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืนมาก่อน งานนี้เลยเป็นการเล่าเหตุการณ์ว่า การติดอยู่ในบ้านเราทำอะไรบ้าง ใช้สัตว์ประหลาดมาแทนตัวเรา ส่วนบ้านเป็นดาวเคราะห์ที่สัตว์ประหลาดต้องมาติดอยู่ 

ภาพแรก คือกองเสื้อผ้าที่เราขี้เกียจเก็บ ตอนนั้นเพิ่งย้ายไปอยู่บ้านคุณอาที่โอไฮโอ พอเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าก็ไม่ได้จัด กองอยู่แบบนั้น 

ภาพที่สอง คือการที่เราอยู่บ้านแล้วกินทั้งวัน เปิดตู้เย็นกินไม่หยุด 

ภาพที่สาม คือประชุมออนไลน์กับสัตว์ประหลาดจากดาวเคราะห์อื่นๆ ที่ต้องติดอยู่บ้านเหมือนกัน 

ภาพที่สี่ คืออยู่บ้านดูทีวี กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ 

ภาพสุดท้าย คือการที่เราใช้เวลาผ่อนคลายในห้องน้ำเยอะมาก 

03 Moth

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีที่สี่ เราย้ายไปอยู่ห้องพักใหม่กับเพื่อน แล้วมีถังข้าวสาร ปิดฝาไว้อย่างแน่นหนา อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีผีเสื้อกลางคืนไปสร้างรังอยู่ข้างใน ทำให้ถังนั้นใช้ไม่ได้อีกเลย เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าผีเสื้อกลางคืนเข้าไปอยู่เพื่อกินข้าวสารได้ ตกใจมาก เลยเอาเหตุการณ์นั้นมาทำงาน Artist Book

เราเขียนเป็นกลอนไฮกุเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

Moth are flying around

Seeking roving then landed

On my precious rice 

แปลประมาณว่า ผีเสื้อกลางคืนมันบินไปมา แล้วร่อนลงมาอยู่บนข้าวที่แสนมีค่าของฉัน ใน Artist Book เป็นภาพตุ๊กตาผีเสื้อกลางคืนที่เราเย็บขึ้นมา ที่ตรงกลางตัวติดกระดุมเล็กๆ กับกล่องข้าว แล้วก็ปักกลอนไฮกุที่เราเขียนไว้ที่ปีก

04 พรมงู

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

พรมชิ้นนี้มาจากภาพประกอบที่เคยทำ มีที่มาจากเรื่องราวตอนเด็ก เวลาไปวิ่งเล่นในหมู่บ้าน ได้ยินกลุ่มพี่แม่บ้านคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านบ่อยๆ ว่ามีไอ้เหลือมมากินแมวทั้งตัว เพราะหมู่บ้านป่ารกมาก งูเยอะ พอมาเป็นภาพ เลยอยากให้เห็นว่ามีแมว มีไก่ หรือหมา อยู่ในงูทั้งตัว แล้วเวลาไปคุยกับเพื่อนหรือครูที่อเมริกา ทุกคนจะตกใจมากว่าที่บ้านเรามีงูตัวใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ

05 Dancing Sardine

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Dancing Sardine เป็นปลากระป๋องของเล่นไขลาน เราทำงานชิ้นนี้ขึ้นมาในชั้นเรียนทำของเล่น เรามองสิ่งรอบตัวว่าใช้ทำประโยชน์อื่นๆ อะไรได้บ้าง ซึ่งตอนนั้นกินปลากระป๋องเยอะมาก และชอบรูปร่างของกระป๋อง เลยคิดไปว่าน่าสนุกดีถ้าเอามาทำของเล่น เพราะมันอันเล็กๆ และเป็นสิ่งที่ผู้คนเชื่อมโยงได้ ของเล่นไขลานเป็นปลามานั่งเต้นบนกระป๋องปลากระป๋องจึงเกิดขึ้น ปกติถ้าเป็นงาน 3D ชิ้นอื่น เราจะลงสี แต่งานนี้ไม่ลง คงเนื้อและความวาวของอะลูมิเนียมไว้ เพราะมันเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุ

ภาพ : ด้วยรัก ผดุงวิเชียร

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load