โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร เป็นนักออกแบบอารมณ์ดีที่รักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าถามว่าเขารักขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่าออกแบบและสร้างเคาน์เตอร์ชงกาแฟที่ออฟฟิศตัวเองอีกหนึ่งห้อง ถ้าคิดจะเปิดรับลูกค้าก็เปิดได้เลย แต่ที่ทำเพราะแค่ชอบ รวมถึงอยากให้น้องๆ ในออฟฟิศได้มาหัดชงกาแฟเพียงเท่านั้น

หากให้แนะนำอย่างเป็นทางการขึ้นอีกสักนิด โต คือ Design Director & Founder แห่ง party / space / design ที่ทุ่มเทกับงานมาก มีผลงานการออกแบบร้านอาหารและคาเฟ่กว่า 100 แห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น นิวยอร์ก คูเวต และจีน ถ้านับที่เคยออกแบบทั้งหมด เขาว่ามีมากกว่า 300 โครงการเลยทีเดียว

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

ทุกความความสำเร็จที่โตได้รับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ (ถึงแม้ระหว่างพูดคุยกัน เขาบอกว่าตัวเองนั้นค่อนข้างโชคดีอยู่บ่อยๆ ก็ตาม) เพราะตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ก่อตั้งบริษัท การทำงานของเขาไม่เคยง่ายเลย ด้วยความที่ลูกค้ามักเข้ามาพร้อมความคาดหวังว่าร้านของตัวเองจะมีชื่อเสียงเช่นเดียวกับร้านอื่นๆ ที่เขาเคยออกแบบไว้ นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เส้นทางการออกแบบของโตท้าทายอยู่เสมอ

“party / space / design อยู่ในอุตสาหกรรม Creativity Business โดยเราเป็น Specialist ด้านการออกแบบประสบการณ์การกิน ฟังดูอาจเหิมเกริมไปนิด แต่ถ้าต้องการให้คนจดจำร้านได้ ต้องเน้นตรงไปที่การสร้างประสบการณ์ระหว่างลูกค้ากับอาหารและเครื่องดื่ม แล้วค่อยพูดถึงองค์ประกอบอื่นๆ อย่างงานออกแบบที่ต้องให้เป็นเรื่องรอง อาจจะดู Abstract นะ แต่เราทำอย่างนี้จริงๆ” เขาเริ่มต้นเล่าก่อนขยับแก้วในมือขึ้นมาจิบ

เลิกออกแบบ กลับมาออกแบบ

โตเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทันทีที่จบการศึกษา เขาสมัครเข้าทำงานที่ DBALP บริษัทออกแบบของ ด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดังอันดับต้นๆ ของไทย

ด้วยใจรักและแพสชันที่มีให้กับวิชาชีพ โตได้ทุ่มเทอย่างหนัก เริ่มทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า เลิกงานตี 3 เครื่องดื่มอะไรก็ตามที่กระตุ้นให้ทำงานหนักได้ สถาปนิกหนุ่มดื่มได้ไม่เคยเกี่ยง เขาใช้ชีวิตเช่นนั้นต่อเนื่องนานถึง 2 ปี จนในที่สุดร่างกายก็ส่งสัญญาณเตือนว่าถึงขีดจำกัดแล้ว

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร Design Director & Founder แห่ง party / space / design หรือ p / s / d.

แม้รู้สึกว่าตัวเองตายได้แล้วที่ได้ทั้งฝึกงานและทำงานกับไอดอล แต่เอาเข้าจริงยังเร็วไปนักที่จบจะชีวิตด้วยปัญหาสุขภาพ เขาเลือกหันหลังให้วิชาชีพสถาปนิก แต่ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการออกแบบแขนงอื่นๆ ทำกราฟิกดีไซน์ เป็นโปรแกรมเมอร์ และทำโฆษณา จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึง 10 ปี จังหวะและเวลาเป็นใจให้โตได้รับการติดต่อให้ออกแบบร้าน Wine Republic ทองหล่อ ที่มีข้อจำกัดไม่ธรรมดา ซึ่งหลังพิจารณาแล้ว อดีตสถาปนิกจึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทโฆษณา แล้วมาก่อตั้ง party / space / design เพื่อกลับมารับงานออกแบบที่รัก

จากเจ๊งเป็นเจ๋งด้วย 5 ศาสตร์

“พี่โตทำได้ไหม”

“ออกแบบร้านเหรอ” โตตอบลูกค้าด้วยคำถาม

“ไม่ใช่ ให้ร้านมันไม่เจ๊ง”

Wine Republic ทองหล่อ
Wine Republic ทองหล่อ

“อืม…” ดีไซเนอร์อุทานเมื่อคิดถึงโจทย์ยากในวันนั้น 

“เราต่างรู้กันว่าทำเลที่ตั้งของร้าน Wine Republic เรียกว่าปราบเซียน เราเป็นคนที่เจ็ดที่ออกแบบตรงนั้น ก่อนหน้านั้นเจ๊งมาหกเจ้ารวด พอตัดสินใจรับออกแบบ ก็ออกแบบทั้งห้าศาสตร์ Architecture, Interior, Branding, Furniture และ Lighting ซึ่งตอนนั้นก็บอกลูกค้าว่า ถ้าไม่ได้ทำห้าอย่างนี้ไม่ทำนะ

“เราออกแบบสเปซใหม่ ขอเปลี่ยนตัวตึก ออกแบบให้เก้าอี้เหมือนขวดไวน์ ทำโลโก้ ทำเมนู ถ่ายรูปด้วย แล้วเพิ่งมารู้ตอนบริษัทจะครบสิบปี ว่าสิ่งที่ทำมันเป็นการ Consultant คือเป็นคนเลือกทิศทางให้ธุรกิจที่ลูกค้าจะทำ ตั้งแต่ช่วยคิดชื่อ ตั้งชื่อให้เลย”

ความพยายามและการตัดสินใจลาออกจากงานก็เกิดเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เพราะไม่เพียงแต่ Wine Republic ไม่เจ๊ง ยังทำกำไรได้จนขยายร้านไปอีก 2 สาขาในเวลาต่อมา

Wine Republic ทองหล่อ
Wine Republic ทองหล่อ

ความสำเร็จของ Wine Republic ส่งผลให้โตมีงานออกแบบชิ้นต่อไป หนึ่งในหุ้นส่วนของร้านอย่าง ต่าย-นัฐฐพนท์ ลียะวณิช คิดอยากทำคาเฟ่แถวสามย่านให้นักศึกษามานั่งอ่านหนังสือ โดยตั้งใจให้เป็นร้านที่เปิดบริการตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน 

“พี่โตทำร้านไวน์แล้วรอดนี่ ไม่เจ๊ง ผมมีโปรเจกต์เหมือน Wine Republic เลยอยากให้พี่โตช่วยออกแบบ” ต่ายพูดกับโตก่อนมอบทุกอย่างให้ดูแล โปรเจกต์ Too Fast To Sleep จึงเป็นงานออกแบบที่คิดให้ทุกอย่างครบ 5 แขนงเช่นกัน ตั้งแต่ออกแบบอาคาร คิดชื่อ ตกแต่งภายใน ดูแลชุดพนักงาน ดูแลเพลง ดูแลเฟอร์นิเจอร์ 

Too Fast To Sleep
Too Fast To Sleep
ร้าน Too Fast To Sleep 

ทั้ง 5 ศาสตร์ (Architecture, Interior, Branding, Furniture และ Lighting) กับความเชื่อว่าร้านที่ว่าถ้าได้ออกแบบครบ จะช่วยให้ประสบความสำเร็จของโตนั้น ต้องเล่าย้อนไปสมัยเด็ก เขาเติบโตมากับกิจการร้านข้าวต้มและอาหารทะเลชื่อ ‘อ้วนเฮฮา’ ในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยรสชาติอร่อยเลิศ จึงได้รับการการันตีฝีมือจากเชลล์ชวนชิม รวมถึงรายการอาหารมากมาย

สิ่งที่เด็กชายโตขัดใจอยู่เสมอไม่ใช่เรื่องรสชาติ แต่เป็นเรื่องความไม่สวยงามของร้าน ตั้งแต่การเลือกใช้เต็นท์แทนการใช้หลังคาแบบทั่วไป การใช้จานชามพลาสติกที่ดู Look Cheap แบบสุดๆ ไปจนถึงเมนูอาหารที่จัดเรียงอย่างไม่เป็นระเบียบ แน่ล่ะว่าโตไม่พอใจมาก ด้วยความเป็นเด็กและไม่มีประสบการณ์ ทำให้คำร้องที่ส่งไปถึงคุณพ่อคุณแม่เป็นอันถูกปัดตกทุกข้อ นั่นจึงเป็นแรงผลักดันที่เขาตั้งมั่นเอามากๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งได้ออกแบบร้านอาหารจะขอทำทั้ง 5 ศาสตร์นี้ให้ได้ และยังเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้โตตัดสินเลือกรับงานออกแบบ Wine Republic และ Too Fast To Sleep เพื่อพิสูจน์ความเชื่อที่มีว่า การออกแบบที่ดีทำให้ร้านอาหารประสบความสำเร็จได้

ปรากฏการณ์น้ำตาลที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

แม้ว่า Too Fast To Sleep จะเริ่มทำให้หลายคนรู้จักโตและบริษัทบ้างแล้ว แต่หากจะกล่าวถึงงานที่ใช้คำว่า ‘เรียกแขก’ จริงๆ (ในความหมายที่ดี) ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักทั้งในและนอกประเทศเช่นทุกวันนี้ โตเล่าว่ามีอยู่ 2 โปรเจกต์ คือ งานออกแบบออฟฟิศ party / space / design ของตัวเอง และร้าน SHUGAA

ออฟฟิศ party / space / design

“โปรเจกต์แรกคือออฟฟิศเรานี่แหละ ก่อนหน้านี้เราย้ายมาห้ารอบนะ ล่าสุด เล็กมาก ขนาดแค่สิบตารางเมตร พอได้ที่ตรงนี้ก็เลยจัดเต็ม (ออฟฟิศปัจจุบันอยู่ที่ซอยเอกมัย 21) เอากำไรสามล้านบาทที่สะสมตลอดห้าปีมาลงทุนทำ ตอนออกแบบรู้สึกว่าถ้าจะต้องลงเงินเองขนาดนี้ก็ขอทุกอย่างที่ชอบเลยแล้วกัน หลังจากนั้นมีโอกาสไปลงใน designboom.com พอลงหนังสือรวมเล่ม Office Space ต่างๆ ก็มีหลายคนติดต่อให้ไปออกแบบงาน Co-working Space เยอะขึ้น ส่วนงานออกแบบที่เรียกว่าเป็นสปอตไลต์ส่องไปในเส้นทางการออกแบบร้านอาหารมาจนถึงปัจจุบันเลย คือ SHUGAA ครับ”

ร้าน SHUGAA
ร้าน SHUGAA

SHUGAA เป็นโปรเจกต์ออกแบบคาเฟ่ที่ทำให้คนรู้จัก party / space / design แบบก้าวกระโดด เพราะตัวร้านให้ความรู้สึก Feminine มากจนโดนแซวถึงความเข้าอกเข้าใจจริตผู้หญิง และถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีในทุกๆ ตารางนิ้ว 

ปรากฏการณ์ของ SHUGAA หลังได้รางวัลที่อังกฤษและฝรั่งเศส ได้ลงหนังสือต่างประเทศจำนวนมาก ความสนใจก็มากตามมา มากขนาดที่ว่า ภายใน 1 เดือนมีอีเมลเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ส่งมาหาเขาเป็นร้อยฉบับ โตเล่าติดตลกว่างานนี้น่าได้จะลงในสื่อของทุกทวีปบนโลกแล้ว

ร้าน SHUGAA

“เราว่าที่ประสบความสำเร็จ เพราะมันสร้างอะไรใหม่ๆ ให้กับแวดวงการออกแบบคาเฟ่ เป็นโปรเจกต์แรกที่ทำให้รู้สึกว่าเวลาทำงานดีไซน์แล้วปล่อยออกไปในโซเชียลจะเป็นกระแสได้มาก”

ร้าน SHUGAA

ทำงานแบบ party / space / design 

เพราะร้านที่ออกแบบไปนั้นประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก (แต่โตแย้งว่าก็มีเจ๊งบ้าง) ทุกครั้งที่รับโจทย์ใหม่ๆ โตเองยอมรับว่าความยากและความกดดันที่ได้รับนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งทำให้หลายคนเปลี่ยนนามสกุลให้เขาเป็น ‘นักออกแบบร้านอาหาร’ แต่โตกลับอยากวางตัวเองเป็น Specialist ด้านการออกแบบประสบการณ์การกิน มากกว่านักออกแบบงานสถาปัตยกรรมหรือตกแต่งภายในให้ร้านอาหารหรือคาเฟ่

ในอนาคตเขาตั้งใจเสริมทัพผู้เชี่ยวชาญในเรื่องอาหารด้านต่างๆ มาเข้าทีม ทั้งเชฟ บาริสต้า บาร์เทนเดอร์ เพราะโตมองว่าทิศทางหรือการวาง Positioning ของร้านลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญกว่า และต่อไปทุกงานออกแบบของ party / space / design ต้องอาศัยแต่คนรู้จริงในด้านนั้นๆ

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

SHUGAA เป็นจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกอย่างของโตในการเลือกรับงานชิ้นต่อๆ มา ด้วยเห็นว่าในระดับสากลให้ความสำคัญกับดีไซน์เป็นอย่างมาก รวมถึงคอนเทนต์เรื่องการออกแบบและรายละเอียดต่างๆ ควรได้รับการถ่ายทอดอย่างตั้งใจ จากจุดนี้ นักออกแบบประสบการณ์จึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่รับทำงานที่ไม่อิน ทั้งตัวเขาเองและลูกค้า หรือถ้างานไหนที่อิน ทุกคนในทีมก็ต้องอินไปในทิศทางเดียวกัน 

ถ้าถามว่าอินหรือไม่อินยังไงนั้น โตบอกว่าอยู่ที่การพูดคุยเป็นหลัก ถ้ามีคนเข้ามาแล้วบอกว่า “ผมอยากเปิดร้านมากเลย ใช้ร้อยล้านพอไหมครับ” ถ้าพูดคำนี้ โตจะไม่รับ เพราะรู้สึกว่าเจ้าของยังไม่เข้าใจและหลงใหลในสิ่งที่ทำมากพอ

ถ้าเป็น “พี่ ผมไม่มีเงินนะ แต่ผมกินกาแฟ อินมากเลยตอนนี้ กำลังเก็บเงินซื้อเครื่องทำอยู่ ผมจองคิวพี่ล่วงหน้าปีหนึ่ง ผมจะหาเงินมาให้ได้ห้าแสน ผมจะปั้นของผมให้ดังที่สุดในซอย” กรณีแบบนี้ โตกล่าวว่าเขาอยากจะออกแบบให้

หลังจากผ่านการเลือกงานที่ ‘อิน’ และเซ็นสัญญากันแล้ว โตจะบอกลูกค้าว่าอีก 2 อาทิตย์เจอกัน จากนั้นก็จะแอบไปกินที่ร้านอาหารของลูกค้าและทำ Blind Test ให้ โดยวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อหาทางแก้ปัญหาได้ถูกจุด เช่น ครัวซองต์คุณรสชาติยังสู้ที่อื่นไม่ได้  หรือหมาหน้าร้านขวางทางเข้าสุดๆ ไปจนถึงน้ำที่ร้านของคุณมีกลิ่นนะ โดยสรุปออกมาเป็นพาวเวอร์พอยต์ ก่อนจะพูดคุยถึงแนวทางการออกแบบต่อไป

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

“เรารีเสิร์ชให้หมด บางครั้งเขาขอบคุณเราด้วยซ้ำว่าจริงเหรอ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย เราจะไปทั้งหมดประมาณสามครั้ง หลังจากนั้นก็จะนำเสนอว่า เราจะพาเขาไปจุดไหน เทียบกับสิ่งที่เขาให้โจทย์เราตอนต้น”

ขั้นตอนสำคัญของการออกแบบร้านอาหาร คือการค้นหา Identity ของลูกค้าเพื่อนำออกมาใส่ในงาน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่โตถนัดและทำได้ดีเป็นอย่างยิ่ง

“เวลาเราบิวต์คน ให้นึกถึงร้านที่ดี ต้องมีรสชาติที่ดี มีบรรยากาศมวลรวมของร้าน หรือประสบการณ์กินอาหาร ร้านสวยไม่สวยไม่เกี่ยวนะ แล้วเรื่องประสบการณ์การกิน เมืองนอกมีมานานแล้ว ที่นิวยอร์กข้นขลั่กมาก ญี่ปุ่นก็เยอะ แต่เมืองไทยเพิ่งมาให้ความสำคัญกันไม่ถึงสิบปี  เรามองภาพรวมเป็นแล้ว ว่าธุรกิจมันไม่ใช่ร้านสวย หลังบ้านมันมีอีกหลายสิ่งมากที่ทำให้ร้านประสบความสำเร็จได้ อย่าให้ความสำคัญของนักออกแบบมากขนาดนั้น มันมีอีกหลายอย่างมากที่มันสำคัญกว่าการออกแบบ

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design
โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

ขอยกเป็นตัวอย่างเคสหนึ่งเป็นลูกค้ามาใหม่ โจทย์ของเขาคืออยากเปิดร้านกาแฟให้ดังเท่านั้น เริ่มต้นมาแบบนั้น เลยยอมนัดให้เข้ามาคุย เพราะอยากเคลียร์ (หัวเราะ) คุยกันไปสี่ชั่วโมง เรื่องคุณชอบกินอะไร ถ้าชอบกินข้าวต้ม จัดเลยอาหารเช้า ข้าวต้ม แต่คุณต้องชอบจริงๆ นะ สุดท้ายกลายเป็นทำร้านกาแฟ ได้ร้านข้าวต้มเป็น Brunch ตอนเช้า พอคุยเรื่องที่เขาอิน ผมรู้สึกว่าเขาตาเป็นประกายมากเลย เขาบอกจะกลับไปลงลึกในสิ่งที่ชอบ ไปตกตะกอน และจะมาคุยใหม่ปีหน้า คือถ้าเราผลักลูกค้าไปจนเจอว่าเขาชอบอะไรได้ และเราทำร้านในสิ่งที่เขาชอบได้ ก็เป็นวิธีรับมือกับความคาดหวังอย่างหนึ่ง”

ความสุขเกิดจากบาลานซ์ที่ดี

“ถ้าย้อนกลับไปได้อยากจะบอกว่า มึงโอเค ไม่ต้องเครียดมาก” โตตอบคำถามสุดท้ายของเราอย่างยิ้มๆ 

แม้วันนี้ชายตรงหน้าจะพา party / space / design มาไกลจากบันไดขั้นแรกไปมาก บางช่วงเป็นการก้าวช้าๆ หรือบางช่วงจะเร็วจนเหมือนวิ่ง หลายคนมองเห็นเพียงความสำเร็จของเขาในวันนี้ และอาจจินตนาการว่าทุกย่างก้าวคงง่ายดาย แต่โตรู้ดีกว่าใครว่าเขานั้นอดทนและผ่าฟันอุปสรรคระหว่างทางมาไม่น้อย โดยเฉพาะกับช่วงแรกในการก่อตั้งบริษัทที่เผชิญกับเครียดในหลายด้าน 

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร Design Director & Founder แห่ง party / space / design หรือ p / s / d.

“เอาจริงๆ ก็ถ้าย้อนกลับไปได้และพูดได้เรื่องเดียว อยากให้กำลังใจตัวเองและบอกว่าที่ทำมานั้นถูกหมดเลย ถึงแม้ว่ามันฟลุ๊กหลายเรื่อง โชคดีหลายอย่างมาก ระหว่างที่ตั้งบริษัทแรกๆ มันเครียดมาก รู้สึกว่าตัวเองเครียดและจริงจังกับงานเกินไป ทำให้คนรอบตัวเป็นห่วง ปีแรกที่ก่อตั้งบริษัทนี่กินแกลบของจริง (หัวเราะ) ตอนนั้นเหมือนขาดกำลังใจ ถ้ากลับไปได้ก็อยากไปให้กำลังใจตัวเองครับ”

โตที่กำลังก้าวย่างเข้าสู่เลข 4 นั้นยังคงอารมณ์ดี และใช้ธรรมะเป็นหน้าต่างในการมองความเป็นจริงของชีวิต ส่วนเรื่องงานออกแบบ เขาให้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตแต่ไม่ใช่ทั้งหมดเหมือนเมื่อก่อน เพราะตอนนี้โตวางตัวเองเป็นเพียงนักออกแบบที่หากินกับอาชีพนี้เท่านั้น

“ตอนตั้งบริษัทเราเต็มที่กับมันไปหน่อย รู้สึกว่าเราไม่ค่อยดูแลคนรอบตัวเท่าไหร่ คนพอมาปีหลังๆ พยายามตื่นมาแล้วอยากชวนน้องๆ ทำกาแฟกินกันตอนเช้า ช่วงนี้ใครมาออฟฟิศเช้าๆ ไม่ต้องทำงานก็ได้นะ มาทำกาแฟดริปกัน หรือไปเจอข้างนอกกันบ้างไหม เราเริ่มเบื่อการอยู่ออฟฟิศ เลยทำให้ทุกวันมันแฮปปี้

“อยากเจอคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน อยากทำงานดีๆ ให้ข้อผิดพลาดมันน้อยที่สุด

แล้วก็อยากกลับบ้าน อยากอยู่กับแม่ นี่คือความสุขง่ายๆ ที่อยากมีในช่วงนี้นะ” นัก (จะ) ออกแบบประสบการณ์ชีวิตตัวเองทิ้งท้าย

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร นักออกแบบประสบการณ์กินแห่ง party / space / design

5 ผลงานที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ party / space / design

1. Wine Republic ทองหล่อ 

Wine Republic ทองหล่อ

ดีที่หยุดเรื่องเจ๊งไว้ได้ มันไม่เจ๊งแล้ว และทำให้รู้ว่าเปิดร้านอาหารเนี่ยมันรวยไม่รู้เรื่องนี่หว่า (หัวเราะ) คือเราเริ่มรู้ทริคของวงการร้านอาหาร รู้เรื่อง +7 +10 (Vat, Service Charge) จากที่นี่เลย”

2. Too Fast To Sleep

Too Fast To Sleep

“ที่นี่เป็นโปรเจกต์โจ๊ะๆ ลั่นๆ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำ แล้วคนก็เริ่มรู้จักเราจากงานชิ้นนี้”

3. SHUGAA

น้ำตาลลิน, SHUGAA

“มันเป็นปรากฏการที่เหมือนเดินอยู่ดีๆ ไฟก็ส่องเรา ตอนแรกที่ได้โจทย์จากลูกค้าซึ่งก็คือ ‘น้ำตาลลิน’ ว่าต้องการทำ Fondant อยู่ชั้นล่าง คาเฟ่ต้องอยู่ชั้นบน เราฟังเสร็จคิดเลยว่า ‘ก็เจ๊งสิ’ เพราะคนอยากมาคาเฟ่ เลยคุยกันในทีมดีไซน์ว่า พวกเราทำยังไงก็ได้ให้เขาปั้น Fondant ด้านบน แล้วเอาคาเฟ่ไว้ด้านล่าง แต่ต้องหลอกล่อให้คนรู้สึกว่าด้านบนเจ๋งกว่า อยากขึ้นไปดูต้องมีอะไรแน่ๆ  ผลก็เลยปั้นบันไดเท่ๆ ซึ่งตีความมาจากขั้นตอนทำน้ำตาล เหมือนตอนมันร้อนๆ แล้วเอาด้ายหย่อนลงมา พอดึงขึ้นน้ำตาลมันจะเกาะเป็นโมเลกุลพิเศษ กลายเป็นโคมไฟคริสตัล แล้วก็เล่นกับความเป็นมินิมอล และให้มันมีเงาเวลาโดนแสง”

4. party / space / design office

party / space / design office
party / space / design office

เมื่อสั่งสมประสบการณ์ในการออกแบบ รวมถึงได้กลั่นกรองทุกอย่างในชีวิตจนเลือกจะใส่ทุกความชอบลงในออฟฟิศของ party / space / design ที่โตบอกว่าที่นี่เป็นเขา 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีห้องนอนที่แอบไว้ด้านหลังชั้นวางหนังสือที่สูงจรดฝ้าเพดาน นอกจากนั้นยังตระหนักถึงความไม่จีรังของสิ่งต่างๆ ผ่านการศึกษาธรรมะ ด้วยการออกแบบให้ทุกอย่างเข้าใจง่าย คนที่เข้ามาก็รับรู้ถึงความชอบกาแฟของโต ผ่านเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสารพัดเครื่องชงอย่างตรงไปตรงมา แต่ในความไม่ซับซ้อนกลับเต็มไปด้วยความพิถีพิถันช่างเลือกและมีที่มาที่ไป

party / space / design office
โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร Design Director & Founder แห่ง party / space / design หรือ p / s / d.

“ที่นี่คือสิ่งที่ชอบทั้งหมดแล้ว รวมของที่ไม่เกี่ยวกับงานออกแบบไว้ตรงนี้ด้วย ชอบฟังเพลง ชอบกระจกบานใหญ่ๆ ชอบแสงแดด เป็นคนชอบอยู่กับแดด แล้วก็ชอบเก้าอี้ ชอบพื้น ที่นี่เป็นของชอบหมดเลย ชอบเล่นสเก็ตบอร์ด ชอบทำกาแฟกิน แล้วก็ถ้าเดี๋ยวเริ่มเบื่อกาแฟก็จะเปลี่ยนอันนี้เป็นบาร์ และกำลังศึกษาเกี่ยวกับไซรัป อยากทำพวกค็อกเทลที่ไม่ต้องเป็นเหล้า กำลังเริ่มศึกษาอยู่ อาจจะปีนี้ ปีหน้า ให้ว่างก่อน ค่อยเริ่มศึกษา แล้วก็ชอบบันไดวน ทางขึ้นนอกออฟฟิศมากเลย เพราะนี่เป็นตัวพิสูจน์ว่าพี่ด้วงเจ๋งจริง และมาจากตอนที่เขาพูดกับเราสมัยฝึกงานว่า

“โต มึงเชื่อกูไหม ถ้ามึงทำลูกตั้ง 17.5 ลูกนอน 25 เนี่ย มึงทำบันไดโดยที่ไม่มีราวกันตกได้

“จริงเหรอพี่ด้วง”

“จริง มึงเชื่อสิ มึงไปทำบ้านมึงเลย”

ซึ่งมันทำได้จริง!”

5. NANA Hunter Coffee Roasters

NANA Hunter Coffee Roasters

“ท้าทายที่สุดต้องยกให้ NANA Hunter Coffee Roasters มันไม่ใช่ท้าทายในเรื่องการดีไซน์ เพราะเรื่องนั้นเราทำตั้งแต่ร้านเดิม ทั้งเปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนร้าน  แต่มันคือการประคับประคองทีมงานเราทุกคน ทั้งตัวเราเอง ทีมบาริสต้า ทีมพี่กุ้ง NANA (วรงค์ ชลานุชพงศ์ และ กานดา โทจำปา เจ้าของรางวัล Thailand Barista Champion 2013, Cup Taster Thailand 2017 และ Thailand Aational Barista Championship 2019) แล้วก็ทีมเจ้าของด้วย

“เราตั้งใจจะทำปรากฏการณ์บางอย่างให้เกิดขึ้นในประเทศ เพราะภาพรวมธุรกิจกาแฟอยู่ในช่วงขาลง COVID-19 ก็กำลังมา คนก็รู้สึกว่าไม่สามารถสู้ร้านเชนได้ เหมือนทุกคนเริ่มหมดหวัง แล้วอยู่ดีๆ NANA Hunter Coffee Roasters ก็มา เราชอบโมเมนต์นั้นมากเลยตอนที่ต้องให้กำลังใจกัน ทุกครั้งที่ไปไซต์ ผมต้องตอบคำถามเรื่องงานออกแบบประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ อีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์คือโน้มน้าวทีมว่าเรามาถูกทางแล้ว ถ้าทำทั้งทีมันต้องดีที่สุด คือมันจูนกัน ถ้าจะทำแบบนี้ต้องแบบนี้เท่านั้นและความ Speacialty มันขายได้” 

โต-ศุภรัตน์ ชินะถาวร Design Director & Founder แห่ง party / space / design หรือ p / s / d.

ด้วยความที่หลงใหลกาแฟ จากผู้ออกแบบร้าน NANA Hunter Coffee Roasters เขายังข้ามสายไปดีไซน์พรีเซนเทชันให้กับกุ้ง (กานดา โทจำปา) แชมป์ Thailand National Barista Championship 2019 ในการแข่งขันรายการ World Narista Championship 2019 ที่เมือง บอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา 

“พอเขาได้แชมป์ประเทศ แล้วต้องไปแข่งต่อ เราเลยเสนอตัวว่า พี่กุ้ง อย่าให้คนอื่นทำนะ ขอทำเอง พี่กุ้งเล่ามาว่าจะทำอะไร จะโชว์เรื่องอะไร จะช่วยดีไซน์พรีเซนเทชันทั้งสี่แก้ว โดยเราวาดเป็นรูปเส้นทางกระบวนการทำกาแฟ แล้วให้เขาลองซ้อมกับบท ทำประมาณสามเวอร์ชัน เลือกอันที่เขาพูดแล้วเป็นเขาที่สุด” 

Writer

เอกธิดา นาคเวช

สถาปนิกที่เลือกผันตัวมาถ่ายทอดงานดีไซน์ผ่านตัวอักษรแทนการตี cad และขึ้น SketchUp

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ภาพวาดสิ่งมีชีวิตสี่ขาสื่อแทนผู้คน เติมเต็มด้วยลวดลายแพตเทิร์น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ลายขวาง ค่าน้ำหนักขาว เทา ดำ เส้นทุกเส้นบรรจบกันอย่างบรรจง ทุกองค์ประกอบประดับขึ้นเพื่อเพิ่มมิติให้กับทุกคาแรกเตอร์ในหนึ่งเรื่องราว

ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากที่จะเลียนแบบนี้เป็นผลงานของ กรีฑา พรมโว หรือศิลปินผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ Chang of Art ผลงานของเขาโดดเด่นในสไตล์ของ Pop Art, Contemporary Art และ Doodle Art สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และแนวคิดที่ว่า มันบาลานซ์ได้ดีระหว่างความเป็น Fine Art (วิจิตรศิลป์เน้นความสวยงาม) และ Commercial Art (พาณิชยศิลป์เน้นการต่อยอดด้านมูลค่าของผลงาน) ทั้งความงามและคุณประโยชน์ของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันอย่างมาก

ด้วยสไตล์งานที่สนุกและเข้าใจง่าย ทำให้คนเสพก็สุข คนสร้างจึงไม่เคยหยุดเสาะแสวงหาไอเดียมาวาดชิ้นงานใหม่ ๆ ชีวิตที่เติบโตมากับศิลปะประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งซึ่งแยกจากกันไม่ได้ ทำให้เขาเข้าใจงาน เข้าใจตัวเอง และเข้าใจสิ่งที่สังคมต้องการได้เป็นอย่างดี แต่เบื้องหลังกว่าจะได้มายังสิ่งนี้ คงไม่ง่ายเสมือนดีดนิ้วแค่เป๊าะเดียวเป็นแน่

งานของเขามีชื่อเสียงในแวดวงนักสะสมผู้ชื่นชอบศิลปะคาแรกเตอร์ชัด ขนาดมีคนยอมรอภาพวาดในเวลาหลักปี ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ เขายังได้ไปจัดแสดงงานที่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ล่าสุด เขาได้ออกแบบลวดลายบนเสื้อลิมิเต็ดอิดิชันให้กับ Garena Free Fire เกมมือถือออนไลน์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าท้าย การต่อสู้ และการเอาชีวิตรอด คว้ารางวัล ‘เกมมือถือยอดเยี่ยมแห่งปี’ จากงาน Esports Awards 2021 ถึง 2 ปีซ้อน คล้ายจะเป็นเรื่องเดียวกับรางวัลชีวิตราว 20 ปีที่ได้มาจากการฝ่าฟันของเขา เราจึงอยากชวนทุกคนทำความรู้จัก ‘งานช้าง’ ในแบบของ Chang of Art ไปพร้อมกัน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Unique-Useful-Universal 

ภายในสตูดิโอส่วนตัวที่ปลุกพลังด้วยผนังสีแดง แสงไฟปรับระดับเข้ม กลาง อ่อน ไปตามฟีลลิ่งของการสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยผลงานหลายชิ้น หลากสไตล์

“เราใช้สัตว์และคนมาเป็นตัวแทนในการนำเสนอความคิดและความรู้สึก” เจ้าของผลงานกล่าว เมื่อเราเห็นว่าทุกภาพมีสัตว์เป็นพระเอกของงาน

หากใครเป็นแฟนผลงาน Chang of Art ก็ดี หรือใครกำลังทำความรู้จักกับผลงานของเขาจากเรื่องราวนี้ก็ตามแต่ จะสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังโลดแล่นลีลาอยู่บนพื้นผ้าใบ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนเข้าใจง่ายในพริบตาเดียว ดังเช่นที่อยู่ตรงหน้าเรา ภาพสิงโตกำลังหัวเราะร่า ใส่หมวกกันน็อกเตรียมพร้อมออกซ่าผจญภัยบนท้องถนน แฝงไปด้วยอารมณ์ บริบท และไลฟ์สไตล์ จนใครเห็นก็คงต้องพูดออกมาเลยว่า ‘นี่แหละ ผลงานของ Chang of Art’

แต่ก่อนจะมาเป็นสัตว์นานาชนิด ศิลปินต้องทำความเข้าใจกับความหมายและความเชื่อของตัวละครที่จะปรากฏในผลงานเสียก่อน

“ถ้าเราเข้าใจ เราจะมักง่ายเวลาถ่ายทอดไม่ได้ เพราะต้องสื่อสารและนำเสนอ Definition ให้ได้ ว่าทำไมต้องเป็นเสือสิงโต มังกร หมาป่า หรือทำไมต้องเป็นขวดเหล้า ขวดเบียร์ ทำไมต้องเป็นรถยนต์ ทำไมต้องเร็ว พวกนี้มันมีคำตอบที่ชัดเจน และเป็นคำตอบแบบ High Art ไม่ใช่ Design มันมีมิติลึกกว่า อย่างสัตว์นี่มีความเชื่อ เรื่องสถานะต่าง ๆ มีความหมายแฝงอยู่ เช่น เสือ สื่อถึงบุคลิกสุขุม นุ่มลึก ใจใหญ่”

นิยามของ ‘งานช้าง’ จึงมีด้วยกัน 3 อย่างใหญ่ ๆ คือ Unique, Useful, Universal 

Unique ยูนีกทันทีที่มอง รู้เลยว่าเส้นเยอะ ๆ หนวดเยอะ ๆ มีแพตเทิร์น มีไอคอน มีไอเดียแฝงอยู่ในทุกคาแรกเตอร์

Useful ต่อยอดประโยชน์ของชิ้นงานได้มากกว่าแค่บทบาทของภาพวาด เขาคิดต่อยอดไปถึงว่างานชิ้นนี้ให้อะไรกับคนและสังคม การจบกระบวนการของงานจึงไม่ใช่การลงสีในด่านสุดท้าย แต่ต้องคิดเผื่อไปไกลถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

Universal ต้องเป็นงานสะท้อนตัวตนที่ได้รับการยอมรับในสังคม ซึ่งการเป็นที่ยอมรับในที่นี้ เขาอธิบายว่า ไม่เท่ากับความแมสเพียงอย่างเดียว แม้ศิลปินต้องการให้ผลงานตัวเองเป็นที่รู้จัก แต่งานชิ้นนั้นก็ต้องให้ไอเดียกับคนที่พบเห็น ผู้คนต้องมีการตั้งคำถาม ชื่นชม ไปจนถึงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นย้อนกลับมาสู่การพัฒนางานชิ้นต่อไปของตน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Flashback to The Beginning

กว่าจะออกมาเป็น Chang of Art ในทุกวันนี้ ช้างได้เดินทาง ลองผิดลองถูก มีอุปสรรคแวะทักทายบ้าง จนตกตะกอนกับความรักในศิลปะมากว่า 20 ปี

“ผมไม่ได้คิดว่าเราทำงาน เราคิดว่าเราใช้ชีวิต”

ชีวิตที่มีศิลปะเป็นส่วนประกอบหลัก เริ่มตั้งแต่สมัยเป็นเด็กชายช้างที่ชอบวาดรูปเหมือนกับเด็กหลาย ๆ คน ศิลปินเยาว์วัยวาดเตาะแตะเรื่อยมาไม่เคยหยุดจนกลายเป็นความชอบ พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จึงเริ่มทำความเข้าใจศิลปะในเรื่องพื้นฐาน ลัทธิต่าง ๆ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และพื้นฐานทางด้านทัศนศิลป์ เขาค่อย ๆ มองภาพในสเกลใหญ่ขึ้น นั่นคือ การหาสถานที่สักที่ เพื่อเดินต่อในเส้นทางของการพัฒนาฝีมือ หลังจากเรียนจบระดับอุดมศึกษา เขาจึงคิดถึงการนำศิลปะมาอยู่ในชีวิตประจำวัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งหาลู่ทางนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ ประกอบอาชีพ และเติมเต็มคุณค่าของชีวิต จนถึงทุกวันนี้ เขาเพียงแค่เดินเรื่อย ๆ ไปในทางของตัวเองในทุก ๆ วัน ข้ามผ่านจุดสูงชันและไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร

Learning by Doing

ตลอดชีวิตบนเส้นทางสายศิลปะ เขาผ่านมาทุกยุคทุกวัยของการเรียนรู้ ทั้งยุคลอง ยุคเริ่มต้น ยุคแสวงหา จนอยู่ตัวและให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า ยุคนี้เป็นยุคของการสร้างทัศนคติ สร้างมุมมองใหม่ ๆ และสร้างแม้กระทั่งนิยามใหม่ จากองค์ประกอบศิลป์ที่เขาเข้าใจทั้งหมด 

“เราทำงานมาเรื่อย ๆ ปรับตัว ปรับปรุงอยู่ตลอด ให้มันเลี้ยงชีพได้ ทั้งในทาง Commercial และ Fine Art ให้มันมีความบาลานซ์อยู่ตรงกลาง และเราก็สร้างทัศนคติใหม่ ๆ ขึ้นมาระหว่างทาง”

ช้างทำให้งานเขาอยู่ตรงกลาง พอดีในทุกมิติ

“ผมนิยามงานตัวเองว่ามันคือสมดุลระหว่างความเข้าใจ” พอดีทั้งความงาม มูลค่า ประโยชน์ใช้สอย และแนวคิดต่อยอด

กว่าจะมาเป็น 1 ชิ้นงาน ต้องผ่านกระบวนการคิด และนำความคิดมาคิดต่ออีกที เพื่อวิเคราะห์ความหมายขององค์ประกอบทุกส่วนที่จะเกิดขึ้น หลังจากนั้นจรดปลายดินสอลงบนกระดาษ สเก็ตช์ภาพที่ร่างไว้ในหัวให้คุ้นชิน ลองแล้วลองเล่า ชนิดที่เห็นกระดาษเปล่าแล้วชี้ได้เลยว่าอันนี้อยู่ตรงไหน เชื่อมกับอะไร จึงเริ่มขั้นตอนสำคัญต่อไป คือการร่างความคิดให้เป็นจริงขึ้นมา

“เมื่อได้ไอเดียแล้ว เราต้องมาคิดวิเคราะห์ มาทำสเก็ตช์มาเลือกคาแรกเตอร์ที่ชอบที่สุด และวางแผนว่าทำยังไงถึงสำเร็จ” Chang of Art เปรียบงานตัวเองเสมือนงานวิจัยขนาดย่อม

“ถ้าเราอยากได้หมาหัวเราะหรืออยากได้หมาน่ารัก ๆ ตัวหนึ่งนั่งบนเวสป้าหรือขี่สกู๊ตเตอร์ เราก็วาดไปเลยแล้วค่อยมาดูว่า จะเอามันมาใช้ยังไง ต้องการความ Hamony กลมกลืนไปด้วยกัน ฉะนั้นงานมันต้องวางแผน เพราะทุกเส้นวกไปวนมา”

ทุกผลงาน ช้างเลือกใช้เทคนิค Free Hand หรือการวาดโดยไม่ต้องร่างดินสอก่อนและไม่ต้องพึ่งพายางลบ ลายเส้นทุกเส้นตวัดวาดจากภาพร่างในจินตนาการ ที่ผ่านการวางแผน กลั่นกรอง และสเก็ตช์จนจดจำทุกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

“เราต้องมีภาพในหัวว่าจะวางอะไรบนพื้นที่ตรงนี้ และจัดสรรองค์ประกอบ เว้นสเปซให้พอดี” เขาอธิบายการจัดวางลายเส้นให้เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อและไขว้ไปไขว้มา ชวนค้นหาจุดสิ้นสุด

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

เมื่อภาพเกิดขึ้นตามความตั้งใจสมกับความพยายามแล้ว อาณาจักรของ Chang of Art ไม่หยุดอยู่แค่ในภาพวาด แต่เขายังต่อยอดงานสู่ประติมากรรม ดึงเอาคาแรกเตอร์ของการ์ตูนออกมาเป็นรูปปั้นสามมิติ จับต้องได้ เขาทำมาหมดแล้วทุกไซส์ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ตัวจิ๋วถึงตัวยักษ์ ตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 150 เซนติเมตร

เบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งผลงานทั้งหมด ต้องตกตะกอนกับความคิดจากแพสชันแรกเริ่ม

“มันเริ่มตั้งแต่คิด” ศิลปินชาวนครปฐมเอ่ย

“เราคิดโดยเอาความอยากเป็นตัวตั้ง คิดเสร็จก็ทำ เราต้องสร้างคุณค่าให้กับคาแรกเตอร์เหล่านั้นให้แข็งแรง”
ช้างเผยกลเม็ดที่จะทำให้งานนั้นแข็งแรงขึ้น ด้วยการพาไปออกงานแสดงนิทรรศการ เอาไปให้คนอื่นดู แล้วรับฟีดแบ็กเพื่อนำกลับมาพัฒนา ผลพลอยได้อีกอย่างจากการที่เขาพางานไป Road Show ให้คนรู้จักทั้ง Online และ Onground ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้งานมากขึ้น เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี มีคนชื่นชอบ จึงมีทั้งคำแนะนำ การสนับสนุน และการติชม ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงต่อยอด ดังที่ศิลปินเชื่อมาตลอดว่า ‘Learning by Doing’ ทำให้ผลงานของเขาแอดวานซ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างหาตัวจับได้ยาก

“ถ้าเราอยากเป็นศิลปินระดับโลก เราต้องคิดแบบศิลปินระดับโลก” ช้างกล่าวประโยคเชิญชวนคนฟังเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง ก่อนจะขยายความต่อ 

“เราก็เลยคิดว่าเราต้องสร้างแนวทางของเรา จากฝีมือที่เพียรฝึกฝนและประสบการณ์ที่สะสมมา เราต้องชัดเจนตั้งแต่ความหมายของมัน คิดมากกว่าแค่เริ่มต้นจนสิ้นสุด สุดท้ายมันเลยทำให้งานของเรายูนีกและเป็นตัวตนเราจริง ๆ”

ทุกผลงานเห็นประจักษ์ถึงการประสบความสำเร็จขนาดนี้ เพราะช้างไม่เคยขาดไอเดียสร้างสรรค์

“ตอนนี้สื่อมันเยอะ โลกก็มีอะไรให้ทำมาก เพียงแค่เราต้องเปิดใจเรียนรู้และย้ำตัวเองว่าอย่ายึดติด”

เขาเชื่อว่าการจะเติบโตเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตัวเอง ก็ต้องเริ่มสร้างแนวคิดจากประสบการณ์ สร้างทัศนคติขึ้นมาใหม่ด้วยปัจจัยทางด้านศิลปะเหมือนเดิม แต่ต้องหลุดจากกรอบเดิมนั้น ด้วยวิธีคิดใหม่ ๆ

“อยู่กับศิลปะมา 20 ปี คำว่าแรงบันดาลใจยังสำคัญอยู่มั้ย” เราถามต่อ

“ผมมองว่าแรงบันดาลใจเป็นขั้นสอง ขั้นแรก คือมองชีวิตเราก่อน มองทัศนคติของตัวเอง บางคนบอกผมทำเหมือนพี่ไม่ได้หรอก ยาก จะหาเงินได้ยังไง เนี่ย มันจึงต้องเริ่มที่ทัศนคติ ถ้าเรารู้สึกว่าเชื่อมั่นในตัวเอง เราค่อยมาหาแรงบันดาลใจ 

“จริง ๆ เราเป็นคนธรรมดา พื้นฐานบ้านไม่ได้มีเงิน ติดลบด้วยซ้ำ แต่ว่าพวกนี้มันก็คือแรงบันดาลใจให้เราอยากให้กำลังใจหลาย ๆ คนต่อ อย่าไปคิดว่าต้องรอให้มีตังค์ค่อยทำงานศิลปะที่ดีได้ มันเริ่มจากเล็กไปใหญ่ได้ เราต้องเข้าใจพื้นฐานของศิลปะ เส้น สีรูปทรง น้ำหนัก วัสดุ ลัทธิศิลปะ แล้วทำผลงานให้ดี ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ ชื่อเสียง เงินทอง

 “อย่างพวกเสือ สิงโต ก็กลับไปตอบคำถามเรื่องนิยามที่เราแสดงออกมาแทน Chang of Art ที่ฝ่าฝันเอาตัวรอด งานก็เหมือนการดิ้นรน คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด ที่สำคัญคือต้องพยายามเปิดใจเรียนรู้ มีโอกาสก็ไปดูงานดี ๆ”

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
Chang of Art ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

Free up your soul

“มันประเมินมูลค่าไม่ได้เลย” ช้างตอบ หากให้นิยามความสำเร็จของเขา

งานช้าง ไปสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจดจำในต่างแดนมาแล้วมากมาย ทั้ง เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงงานที่เป็น Original Licencing ระดับโลกในฮ่องกง

ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขารู้ว่า การมองงานศิลปะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จะนำมาสู่ความคิดที่แหลมคม

“จริง ๆ ความคิดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือวิเคราะห์และการมองให้เหนือไปกว่าตรงนั้น เวลาผมทำงาน ผมจะมองลึกกว่าลึกกว่าลึกเข้าไปอีก เราไม่ได้มองแค่ต้องทำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด แต่เรามองเลยไปถึงผลลัพธ์ ว่างานชิ้นนั้นมันให้อะไรได้บ้าง” ศิลปินแนวหน้าเน้นเสียง

อีกหนึ่งสิ่งที่ช้างใช้ขับเคลื่อนศิลปะในชีวิต คือ ‘Free up your soul’ การปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ข้อจำกัด วางกฎเกณฑ์ทั้งหมด แล้วฟังเสียงหัวใจตัวเอง

“คำนี้เป็นคำที่ผมชอบใช้มากเลย คือการที่เราจะมีพลัง มันต้องมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มาเติมเต็ม งานศิลปะฟังก์ชันมันเยอะมาก บางคนที่สะสมจริง ๆ เขาบอกเขาหลับตาไม่ลง เขาละสายตาจากมันไม่ได้ มันสวยมาก เซ็กซี่มาก”

ที่มาของพลัง ของมนต์สะกด ของความเซ็กซี่เหล่านั้น คือ

“เราต้องหาให้เจอว่า Vision คืออะไร Definition คืออะไร ถ้าชัดเจนแล้วมันจะง่ายมากเลย เหมือนกับชีวิตเรา ระหว่างทางเราก็มีปัญหานะ เยอะด้วย ก็แก้ไขไปให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือความรู้ รู้น้อยยิ่งปัญหาเยอะ รู้เยอะปัญหาน้อย เราต้องออกไปค้นหา ไปเจอความผิดพลาดต่าง ๆ พอถึงจุดหนึ่งก็จะง่าย และสิ่งสำคัญคือการพยายามเรียนรู้การเปลี่ยนไปของโลก” ช้างทิ้งท้ายถึงหนึ่งแนวคิดที่เขาเชื่อมาตลอด

หลังจากทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินมาครู่ใหญ่ เราขอพาทุกคนไปรู้จักเรื่องราวในอีกมิติ ผ่าน 4 ผลงานที่มีความหมายของศิลปินบ้าง

01 Free Fire 

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับ Free Fire ที่ร่วมงานกับผู้คนหลายวงการทั้งยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ในครั้งนี้จึงมองหางานศิลปะและการออกแบบ เลยตัดสินใจเลือก Chang of Art อย่างไม่ลังเล ด้วยสไตล์งานที่สนุก เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นรูปสัตว์ที่มีเรื่องราวในตัวงาน

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อความต้องการตรงกัน ช้างจึงตั้งใจให้งานชิ้นนี้เป็น Event Merchandise ที่เน้นความสนุก เขาไม่ได้มองแค่ว่าเป็นสิ่งใช้สอย แต่อยากให้เป็นฟังก์ชัน เป็นการสะสม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ทั้งตัวงานและผู้ครอบครอง จึงออกมาเป็นเสื้อยืดสกรีนลาย Limited Edition มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบพิเศษเช่นกัน และมีซีเรียลนัมเบอร์ทุกกล่อง ภายใต้สโลแกน ‘สัญชาตญาณแรกของชีวิต คือ การเอาตัวรอดอย่างมีเกียรติและเข้มแข็ง’ ให้ Wolf หรือ หมาป่า รับหน้าที่เป็นพระเอกในโปรเจกต์นี้ ถ่ายทอดความเป็นนักล่า ปราดเปรียว เป็นสัตว์ที่ล่ายาก ตายยาก แม้จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวแต่ก็มีเกียรติ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของความเป็นเกมแนว Battle Royale

02 Mr. Mee Hey

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เจ้าป่าใส่หมวกกันน๊อกขี่เมฆ คงเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นจากที่ไหน มีทั้งแบบ 2 มิติ (ภาพวาดคุมโทนด้วยสีขาวดำแต่จัดเต็มด้วยแพตเทิร์นอย่างไม่มีที่ว่างเพื่อเพิ่มสีสันให้งาน) และแบบ 3 มิติ (รูปปั้นขนาด 1.50 เมตร เป็นสิงโตใส่หมวกกันน็อกที่หมวกถอดได้) สื่อความหมายถึงคนที่ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เชื่อว่าชีวิตคือการได้ออกเดินทางแสวงหาสิ่งใหม่

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สีขาวดำของผิวเจ้าป่า เป็นอีกหนึ่งไอเดียใหม่คือการปล่อยโล่งโดยไม่ผ่านการเพนต์ ผลงานชิ้นนี้เปลี่ยนชีวิตเขา และมอบทัศนคติใหม่ ๆ จากที่คนเริ่มมองว่างานแปลกดี ซึ่งมันการันตีได้ว่าความความกล้า ความแปลกนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเหมือนกัน 

03 Mr. Mee Har

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

ถ้าไม่ดุ ก็ไม่ใช่เสือ – ช้างว่า

แต่บังเอิญเป็นเสือดุที่มีมุมน่ารัก คาแรกเตอร์ของนักล่าอย่างเสือนี้ สร้างขึ้นมาเหมาะเจาะกับนักษัตรปีขาลพอดิบพอดี

มีฮาเป็นประติมากรรมทองเหลืองชิ้นแรกของ Change of Art ที่ถอดส่วนประกอบได้ทุกอย่าง เขาสนใจเพียงแค่ฟังก์ชันเป็นหลัก มองข้ามเรื่องต้นทุนเป็นรอง งานชิ้นนี้จัดว่าเป็นคู่แฝดของสิงโตเจ้าป่าอย่าง Mr. Mee Hey ซึ่งนำเสนอความคิดแบบเดียวกัน

04 Leopard

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เสือดาวเฝ้ารอโอกาสและเวลา เมื่อถูกที่ ถูกจังหวะ จึงก้าวออกจากป่า แผ่ซ่านความป๊อปบนถนนใจกลางเมืองหลวง

ช้างเลือกใช้สีสันสดสวยตัดกัน โชว์กลิ่นอายความเป็นป๊อปอาร์ตอย่างชัดเจน และทลายกรอบของตัวเองในการใช้สีสัน ต่างจากงานขาวดำชิ้นก่อน ๆ แสดงออกผ่านภาพวาด ภาพพิมพ์ และประติมากรรม ในการสร้างคาแรกเตอร์เสือดาวสวมแว่นตาฉายอดีตที่มีความเท่ มี Third Eye บนหัว แสดงถึง Sixth Sense เช่นเดียวกับที่ศิลปินมีในทุกการสร้างผลงาน 

ผลงานชิ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้าเดินออกจากเส้นทางเดิม ๆ แสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดติดในสไตล์งานและการใช้ชีวิต

“เราต้องการท้าทายและแสดงความสามารถออกมา ทำให้ดี เป็นที่ยอมรับ เพื่อส่งแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ รวมถึงเพิ่มคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับตัวเราเอง” ศิลปินผู้กล้าย้ำ

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load