“พี่ชอบอะไรในเล่มนี้”

เราหยิบหนังสือปกแข็งสีขาวของสำนักพิมพ์ Penguin Books จากนับพันเล่มบนชั้นไม้ที่สตูดิโอ Wrongdesign หนังสือส่วนใหญ่เป็นผลงานที่ เบิ้ม-กรมัยพล ศิริมงคลรุจิกุล นักออกแบบปกหนังสือผู้เป็นเจ้าของออกแบบเอง ส่วนน้อยเป็นแรงบันดาลใจหรือเล่มที่ชอบ

Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ

พี่เบิ้มไม่ต้องคิดนานก็ตอบมาว่าชอบปก ซึ่งออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่สื่อสารได้ดีเยี่ยม

ชื่อหนังสือ Paris versus New York วางอยู่กึ่งกลางระหว่างตึกเอมไพร์สเตตกับหอไอเฟล เนื้อหาด้านในเล่าเรื่องความแตกต่างของทั้งสองมหานครใหญ่ด้วยภาพประกอบสีสันสดใส 

ในฐานะคนคนหนึ่งที่ชื่นชอบความแตกต่างของผู้คนและวัฒนธรรม มุกเหน็บแนม (Sarcasm) พอน่ารักไม่มากไป และการได้ไปเยือนทั้งสองเมืองนี้มาแล้ว หนังสือเล่มนี้น่าสนุกมากถึงมากที่สุด หลังกลับจากสตูดิโอของพี่เบิ้มในวันนั้น เราจึงเข้าเว็บ Book Depository เพื่อกดสั่งซื้อหนึ่งเล่มทันที

Paris versus New York เกิดมาจากบล็อกภาพประกอบของ Vahram Muratyan กราฟิกดีไซเนอร์จากปารีสที่เข้ามาใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก ในฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 2010 บล็อกนี้มีผู้เข้าชมมากกว่า 4 ล้านคนทั่วโลก ผลงานในเล่มนี้เคยได้จัดแสดงที่ Colette ในปารีส และ The Standard ในนิวยอร์ก ก่อนตีพิมพ์เป็นหนังสือเล่มนี้

Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ
Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ

คำนำเล่าถึงความผูกผันของผู้เขียนกับเมืองปารีส เขาบอกว่าปารีสลึกลับ มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และอารมณ์แปรปรวน ส่วนนิวยอร์กเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย สถาปัตยกรรมสมัย Art-Deco และ Neo-Gothic สลับสองข้างทาง 

Vahram เรียนรู้เกี่ยวกับเมืองทั้งสองผ่านการสังเกต ผ่านผู้คน ผ่านเมนูกาแฟที่ชาวปารีเซียงมักสั่งเอสเปรสโซ่แก้วจิ๋ว ส่วนนิวยอร์กเกอร์ชื่นชอบอเมริกาโน่แก้วใหญ่ ผ่านไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนน ผ่านเบเกิลและขนมปังฝรั่งเศส ผ่านกิจกรรมการสูบบุหรี่อย่างหนักของคนปารีส ในขณะที่ชาวนิวยอร์กวิ่งออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง

Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ
Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ

เขายังสังเกตไปถึงวิธีการเสพศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์และ MOMA สำนักงาน Unesco และ United Nation ผู้กำกับฝีมือรางวัลของสองฝั่งแอตแลนติก Jean-Luc Godard และ Woody Allen แผงขายหนังสือริมถนน วิธีการทักทาย สถาปัตยกรรมสุดล้ำของสองเมืองอย่าง Pompidou และ Guggenheim ไปจนถึงการจัดการกับอุจจาระสุนัขที่พาไปเดินเล่น!

ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีก็สำรวจหนังสือเล่มนี้จนจบ หัวเราะ ยิ้มเยาะ และทึ่งกับการช่างสังเกตของ Vahram อยู่ก็หลายหน้า บางหน้าปารีสจิกกัดนิวยอร์ก บางหน้านิวยอร์กก็จิกกัดปารีส แต่ทุกหน้าคือวิถีชีวิตผ่านสายตาของชายคนหนึ่งที่นิยามตัวเองว่า เป็นคนรักปารีสที่ได้มาเตร็ดเตร่ในนิวยอร์ก 

และหนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่ออุทิศให้ผู้ที่รักปารีสหรือนิวยอร์ก และผู้ที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะรักเมืองไหนมากกว่าดี

Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ
Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

ประเภท: ภาพยนตร์
ช่องทางการดู: Netflix
ความเสียหาย: 2 ชั่วโมงถ้วน
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่มีการเปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์

ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องตัวหนัง สิ่งสำคัญสุดที่เราควรรู้ก่อนสิ่งอื่นใดเพื่อไม่ให้เกิดความอัปยศเหมือนกับผู้เขียนนั่นคือ ชื่อหนังและชื่อตัวเอกของหนังเรื่องนี้มันออกเสียงว่า โอคจา

ไม่ใช่โอเคจ้า…(ผมเรียกแบบนี้อยู่พักใหญ่ทีเดียว)

okja เป็นหนังจากผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์อย่าง Netflix ซึ่งหนังเรื่องนี้มันดังขึ้นมาตั้งแต่ยังไม่ทันได้ปล่อยฉาย เพราะมันเกิดกรณีดราม่ากันขึ้นจากที่หนังเรื่องนี้ได้รับเลือกให้เข้าร่วมประกวดในเทศกาลหนังอันดับหนึ่งของโลกอย่างเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประจำปี 2017 บรรดาค่ายหนังสตูดิโอค่ายอื่นๆ ก็เลยตั้งคำถามขึ้นมาว่า หนังที่ไม่ได้ถูกฉายในโรงภาพยนตร์จะยังมีสิทธิ์ได้เข้าร่วมการประกวดภาพยนตร์อยู่รึเปล่า

okja : การผจญภัยจากโซลสู่นิวยอร์กเพื่อช่วยชีวิตหมูยักษ์!

ซึ่งที่จริงแล้วก็มีหนังอีกเรื่องหนึ่งถูกเสนอชื่อในเทศกาลปีนี้เช่นเดียวกัน นั่นคือ The Meyerowitz Stories และการที่หนังซึ่งไม่ได้ฉายในโรงนั้นถูกเสนอชื่อในเทศกาลหนังก็ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้หนังสารคดีอย่าง The White Helmets (2017, Orlando von Einsiedel) ที่เกี่ยวกับกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยในซีเรีย ก็ได้รางวัลออสการ์สาขาสารคดีสั้น เพื่อป้องกันการดราม่าขึ้นอีกในอนาคต ทำให้เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ได้ประกาศกติกาใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในปีหน้า นั่นคือ ภาพยนตร์ที่จัดฉายในโรงของฝรั่งเศสเท่านั้นที่จะได้รับคัดเลือกเข้าประกวด

okja ว่าด้วยเรื่องของบริษัทขนาดใหญ่ยักษ์อย่าง Mirando Corporation ที่อยู่ภายใต้การบริการจัดการของประธานบริษัทคนใหม่ Lucy Mirando (รับบทโดย ทิลด้า สวินตัน) บริษัทได้คิดค้นนวัตกรรมขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอาหารหมดโลก เนื่องจากโลกมีประชากรโลกแตะจำนวน 800 ล้านคนแล้ว ซึ่งนวัตกรรมที่ว่ามานี้ก็คือหมูพันธุ์ใหม่ ที่อ้างว่าได้ถูกค้นพบในประเทศชิลี ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาอาหารไม่พอกินให้กับคนทั้งโลกได้ ซึ่งทางบริษัท Mirando Company ได้ทำการเพาะพันธุ์หมูที่ว่านี่มา 26 ตัวและส่งมอบให้กับเกษตรกรทั่วโลก และในอีก 10 ปีจะมีเทศกาลประกวดซูเปอร์หมูจากหมู 26 ตัวที่ถูกส่งไปนี้ ผ่านการไปตรวจสอบและคัดเลือกถึงที่ของ Dr Johnny Wilcox (รับบทโดย เจค จิลเลนฮาล)

okja : การผจญภัยจากโซลสู่นิวยอร์กเพื่อช่วยชีวิตหมูยักษ์!
okja : การผจญภัยจากโซลสู่นิวยอร์กเพื่อช่วยชีวิตหมูยักษ์!

ตัดภาพมาอีก 10 ปี ในชนบทไกลโพ้นที่มีธรรมชาติที่สวยงามของเกาหลีใต้ Okja หรือหมูที่ได้รับมาจาก Mirando Corporation สาขาเกาหลีในวันนั้นได้กลายมาเป็นซูเปอร์หมูที่ตัวเท่าช้างขึ้นมาจริงๆ ในวันนี้ ด้วยการเลี้ยงดูและโตมาด้วยกันของเด็กสาว Mija (รับบทโดย อัน ซอ ฮยอน) ซึ่งทุกอย่างก็ดำเนินมาด้วยดีจนกระทั่งการมาถึงของเวลาการประกวดซูเปอร์หมูที่นิวยอร์ก จึงทำให้โอคจาถูกพาตัวไปและมีจาก็ออกเดินทางไปตามหาและช่วยเหลือหมูยักษ์ตัวนี้ให้กลับมายังบ้านของเธอ โดยการช่วยเหลือของเหล่าองค์กรพิทักษ์สัตว์ที่นำโดย Jay (รับบทโดย พอล ดาโน) พล็อตหนังหลักๆ ก็มีเท่านี้ หลังจากนี้ก็เป็นการผจญภัยของนางเอกเพื่อนำหมูยักษ์กลับคืนมายังบ้าน ดูผ่านๆ ก็เหมือนกับหนังครอบครัวแนวดิสนีย์ที่เราต่างก็รู้ตอนจบกันหมด แต่เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้ไปพร้อมกับหมูยักษ์ ซึ่งด้วยขนาดของมันก็ทำให้ทุกจุดเต็มไปด้วยอุปสรรคอยู่ตลอด พอรวมเข้ากับบรรดามุกตลกที่ตั้งใจเสียดสีและประชดสังคมโลกปี 2017 ซึ่งมีอยู่เต็มไปหมดทั้งเรื่อง ก็ทำให้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่คือหนังที่สนุกและบันเทิงมากๆ เรื่องหนึ่งของปีเลยทีเดียว

okja : การผจญภัยจากโซลสู่นิวยอร์กเพื่อช่วยชีวิตหมูยักษ์!
okja : การผจญภัยจากโซลสู่นิวยอร์กเพื่อช่วยชีวิตหมูยักษ์!
okja : การผจญภัยจากโซลสู่นิวยอร์กเพื่อช่วยชีวิตหมูยักษ์!

นอกจากความบันเทิงใจ เรื่องที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจในหนังคือประเด็นเรื่องบริษัทด้านเกษตรกรรมยักษ์ใหญ่ ซึ่งอยู่ในโลกที่อาหารลดน้อยลงเพราะสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน พื้นที่ทำกินก็ลดลง ทำให้ค่าครองชีพแพงขึ้นเรื่อยๆ อาหารราคาถูกก็ดูจะเป็นสิ่งหายากขึ้นทุกที การเพาะพันธู์หมูยักษ์แบบนี้หรือแม้แต่เกษตรอุตสาหกรรมอื่นที่ผลิตสินค้าเกษตรได้จำนวนมหาศาลภายใต้ต้นทุนต่ำ ก็เลยเหมือนได้รับการยินยอมพร้อมยอมรับจากทุกๆ คนไปโดยปริยาย (แหม ก็ลองไปดูหน้าร้านสะดวกซื้อช่วงบ่ายๆ หรือเย็นๆ สิครับ แทบทุกคนก็กินผลิตภัณฑ์หมูแปรรูปกันทั้งนั้นน่ะแหละ)

ถ้ายังพอจำข่าวลือใน forward mail เมื่อนานมาแล้วกันได้ เค้าลือกันว่าไก่ที่ขายในร้านไก่ทอดชื่อดังนั้นถูกตัดต่อพันธุกรรมให้ 1 ตัวมี 8 ปีก 4 น่อง ซึ่งเรื่องพิสดารแบบนั้นไม่ได้มีอยู่จริงๆ แต่ชีวิตของไก่ในฟาร์มก็พิสดารไม่แพ้ข่าวลือสักเท่าไหร่ การตื่นอยู่แทบจะทั้งวันทั้งคืนจากหลอดไฟสว่างจ้า ได้กินอาหารตลอดเวลาเพื่อให้น้ำหนักสูงเร็วๆ และจะได้ถูกส่งขายเร็วๆ

okja : การผจญภัยจากโซลสู่นิวยอร์กเพื่อช่วยชีวิตหมูยักษ์!

การเดินทางไปช่วยเหลือโอคจานี้ ไม่ว่าจะช่วยสำเร็จหรือไม่ก็เป็นแค่การช่วยเหลือหมูยักษ์ตัวเดียวเท่านั้นเอง หมูยักษ์ตัวอื่นๆ ทั่วทั้งโลกนั้นก็ยังคงอยู่ในชะตากรรมรีบกิน รีบโต รีบกลายมาเป็นอาหารในร้านใกล้บ้านให้เรา โดยที่เราก็รู้อยู่แก่ใจ

แต่ก็ไม่รู้จะช่วยเหลือมันยังไงอยู่ดี

ปกติเวลาหนังลงโรงฉาย จะมีการฉายรอบสื่อฯ เพื่อให้บรรดาสื่อฯ เข้ามาดูและเขียนถึงหนังก่อนฉายจริงอยู่เสมอ แต่พอเป็นค่ายหนังสตรีมมิ่ง การฉายรอบสื่อฯ ก็เลยเป็นการเปิดให้สตรีมมิ่งดูกันที่บ้านหรือที่ทำงานเอาเองแทน

หนังจะเปิดให้ชมกันได้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2560 นี้นะครับ

Writer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load