“พี่ชอบอะไรในเล่มนี้”

เราหยิบหนังสือปกแข็งสีขาวของสำนักพิมพ์ Penguin Books จากนับพันเล่มบนชั้นไม้ที่สตูดิโอ Wrongdesign หนังสือส่วนใหญ่เป็นผลงานที่ เบิ้ม-กรมัยพล ศิริมงคลรุจิกุล นักออกแบบปกหนังสือผู้เป็นเจ้าของออกแบบเอง ส่วนน้อยเป็นแรงบันดาลใจหรือเล่มที่ชอบ

Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ

พี่เบิ้มไม่ต้องคิดนานก็ตอบมาว่าชอบปก ซึ่งออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่สื่อสารได้ดีเยี่ยม

ชื่อหนังสือ Paris versus New York วางอยู่กึ่งกลางระหว่างตึกเอมไพร์สเตตกับหอไอเฟล เนื้อหาด้านในเล่าเรื่องความแตกต่างของทั้งสองมหานครใหญ่ด้วยภาพประกอบสีสันสดใส 

ในฐานะคนคนหนึ่งที่ชื่นชอบความแตกต่างของผู้คนและวัฒนธรรม มุกเหน็บแนม (Sarcasm) พอน่ารักไม่มากไป และการได้ไปเยือนทั้งสองเมืองนี้มาแล้ว หนังสือเล่มนี้น่าสนุกมากถึงมากที่สุด หลังกลับจากสตูดิโอของพี่เบิ้มในวันนั้น เราจึงเข้าเว็บ Book Depository เพื่อกดสั่งซื้อหนึ่งเล่มทันที

Paris versus New York เกิดมาจากบล็อกภาพประกอบของ Vahram Muratyan กราฟิกดีไซเนอร์จากปารีสที่เข้ามาใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก ในฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 2010 บล็อกนี้มีผู้เข้าชมมากกว่า 4 ล้านคนทั่วโลก ผลงานในเล่มนี้เคยได้จัดแสดงที่ Colette ในปารีส และ The Standard ในนิวยอร์ก ก่อนตีพิมพ์เป็นหนังสือเล่มนี้

Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ
Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ

คำนำเล่าถึงความผูกผันของผู้เขียนกับเมืองปารีส เขาบอกว่าปารีสลึกลับ มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และอารมณ์แปรปรวน ส่วนนิวยอร์กเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย สถาปัตยกรรมสมัย Art-Deco และ Neo-Gothic สลับสองข้างทาง 

Vahram เรียนรู้เกี่ยวกับเมืองทั้งสองผ่านการสังเกต ผ่านผู้คน ผ่านเมนูกาแฟที่ชาวปารีเซียงมักสั่งเอสเปรสโซ่แก้วจิ๋ว ส่วนนิวยอร์กเกอร์ชื่นชอบอเมริกาโน่แก้วใหญ่ ผ่านไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนน ผ่านเบเกิลและขนมปังฝรั่งเศส ผ่านกิจกรรมการสูบบุหรี่อย่างหนักของคนปารีส ในขณะที่ชาวนิวยอร์กวิ่งออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง

Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ
Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ

เขายังสังเกตไปถึงวิธีการเสพศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์และ MOMA สำนักงาน Unesco และ United Nation ผู้กำกับฝีมือรางวัลของสองฝั่งแอตแลนติก Jean-Luc Godard และ Woody Allen แผงขายหนังสือริมถนน วิธีการทักทาย สถาปัตยกรรมสุดล้ำของสองเมืองอย่าง Pompidou และ Guggenheim ไปจนถึงการจัดการกับอุจจาระสุนัขที่พาไปเดินเล่น!

ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีก็สำรวจหนังสือเล่มนี้จนจบ หัวเราะ ยิ้มเยาะ และทึ่งกับการช่างสังเกตของ Vahram อยู่ก็หลายหน้า บางหน้าปารีสจิกกัดนิวยอร์ก บางหน้านิวยอร์กก็จิกกัดปารีส แต่ทุกหน้าคือวิถีชีวิตผ่านสายตาของชายคนหนึ่งที่นิยามตัวเองว่า เป็นคนรักปารีสที่ได้มาเตร็ดเตร่ในนิวยอร์ก 

และหนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่ออุทิศให้ผู้ที่รักปารีสหรือนิวยอร์ก และผู้ที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะรักเมืองไหนมากกว่าดี

Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ
Paris versus New York หนังสือภาพประกอบเล่าความแตกต่างของสองเมืองที่ทั้งแสบ คัน บางทีก็หลุดขำ

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

Extraordinary Attorney Woo (2022)

Directed : Yoo In-sik

Written : Moon Ji-won

Starring : Park Eun-bin, Kang Tae-oh, Kang Ki-young

Country : South Korea

Episodes : 16

Original Network : Netflix

บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์

เราเริ่มดูซีรีส์ ‘Extraordinary Attorney Woo’ จากเหตุผล 3 ข้อ

  1. รุ่นพี่ที่ไม่ได้อินกับซีรีส์เกาหลี ออกตัวเชียร์สุดใจว่านี่คือซีรีส์ที่ดี
  2. ข้อความมากมายจากบรรดาคนรู้จักที่ทักมาถามว่า ‘พัคอึนบิน’ นางเอกของเรื่องนี้ มีผลงานใดที่พวกเขาจะตามไปดูได้อีกบ้าง ระหว่างรอตอนถัดไปในวันพุธหน้า
  3. ตัวเลขเรตติ้งขณะออกอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทุกตอน ตั้งแต่ 0 นิด ๆ จนทะยานเกิน 10 กว่า และมีทีท่าว่าจะแตะ 20 (ซึ่งนับว่าสูงมากเป็นปรากฏการณ์)

เท่านี้ก็เพียงพอให้เราสมัครเข้าเป็นหนึ่งในคณะลูกขุน ร่วมพิจารณาว่าเพราะเหตุใดเรื่องราวของทนายความออทิสติกผู้มีชีวิตแสนพิเศษ ถึงครองใจผู้ชมได้มากมายขนาดนี้

‘Extraordinary Attorney Woo’ เล่าเรื่องของ อูยองอู บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล พ่วงด้วยการคว้าคะแนนเกือบเต็มตอนสอบเนติบัณฑิต แต่เธอกลับต้องเดินเตะฝุ่นร่อนใบสมัครอยู่นานถึง 6 เดือน ไม่มีโอกาสแม้แต่ไปสอบสัมภาษณ์ นั่นอาจเป็นเพราะภายใต้ความเก่งกาจ คืออาการออทิสติกสเปกตรัมที่ติดตัวเธอมาแต่กำเนิด

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

แต่แล้ววันหนึ่งฟ้าก็มีตา ฮันบาดา สำนักงานกฎหมายเบอร์ต้น ๆ ของวงการตอบรับเธอเข้ามาทำงานเป็นทนายฝึกหัด ครั้งแรกที่เธอได้ขึ้นว่าความในชั้นศาล อูยองอูกล่าวประโยคเด็ดออกมาว่า

“ก่อนกล่าวคำชี้แจงทั้งหมด ฉันอยากขอความกรุณาค่ะ ฉันมีอาการออทิสติกสเปกตรัม ในสายตาของทุกท่าน ฉันอาจจะพูดตะกุกตะกักและแสดงท่าทีไม่เป็นธรรมชาติ แต่ฉันรักกฎหมายและความเคารพต่อจำเลยที่ฉันมีไม่ต่างไปจากทนายความคนอื่นค่ะ”

และนั่นก็ทำให้ผู้ชมทั้งหลายกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกันว่า จะขอสมัครเป็นแม่ยก ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์น้องไปจนครบทั้ง 16 ตอน

ทนายความที่ขาดทักษะการเข้าสังคม

ตัวละคร อูยองอู (รับบทโดย พัคอึนบิน) มีอาการ Autism Spectrum Disorder (ASD) มาตั้งแต่กำเนิด ในวัย 5 ขวบ เธอยังไม่ยอมส่งเสียงโต้ตอบ ไม่สบตา เรียกชื่อแล้วไม่หัน ไม่ทำตามคำสั่ง และอีกสารพัดอาการผิดปกติที่สร้างแผลใจให้พ่อเลี้ยงเดี่ยวแทบจะเสียศูนย์ แต่สวรรค์ก็ยังใจดี หยอดทักษะความจำระดับเทพมาให้หนูน้อย แถมยังพาเธอไปเจอและสนใจตำรากฎหมายของพ่อผู้เป็นอดีตบัณฑิตนิติศาสตร์ เมื่อสองสิ่งประสานเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นฝันที่ทำให้พ่อลุกขึ้นสู้ เพื่อส่งเด็กหญิงแสนพิเศษคนนี้ไปสู่อาชีพทนาย และกลายเป็นมนุษย์อีกคนที่ได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในสังคม

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการหยิบอาการผิดปกติในลักษณะนี้มาเป็นพล็อตเรื่องหลัก อย่างใน The Good Doctor ซีรีส์อเมริกันที่เป็นเวอร์ชันรีเมกจากทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น วางไว้ให้พระเอกของเรื่องซึ่งเป็นหมอมีอาการ Savant Syndrome จดจำตำแหน่งอวัยวะในร่างกายได้ราวกับตาเห็น หรือตัวละครฮันกือรู ใน Move To Heaven ก็พบความผิดปกติประเภท Asperger Syndrome มีปัญหาในการเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น และไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเช่นคนทั่วไป ซึ่งผลงานข้างต้น ล้วนตั้งใจสื่อสารในประเด็นใกล้เคียงกัน คือชวนเราทำความเข้าใจว่า แม้หน้าตา ท่าทาง หรือการกระทำของพวกเขาจะต่างออกไป แต่ทั้งหมดนั้นเป็นความพิเศษ และพวกเขาก็เป็นมนุษย์ที่สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างสมเกียรติ

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ในปี 2022 วงการซีรีส์เกาหลีส่งอูยองอูมาเป็นตัวแทนสื่อสารในประเด็นนี้อีกครั้ง โดยให้เธอมีความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ ขาดทักษะการเข้าสังคม รวมถึงแสดงพฤติกรรมและการสื่อสารที่ผิดปกติ ซึ่งอาชีพทนายความที่เธอปักธงหมายมั่นตั้งแต่เด็ก จำเป็นต้องมีทักษะทั้งหมดที่กล่าวมานี้ในระดับดีถึงดีมาก แล้วจะเป็นอย่างไรหากยองอูทำไม่ได้

Extraordinary Attorney Woo จึงพยายามฉายภาพความพยายามใช้ชีวิตของหญิงสาวที่ไม่ได้อ่อนแอ พ่ายแพ้เป็น พร้อมทั้งพยายามเอาชนะคำสบประมาทและความเข้าใจผิดจากคนรอบข้าง โดยเธอไม่นำความผิดปกติของร่างกายมาเป็นข้ออ้าง แม้ว่าจะไม่สามารถยืนตรง สบตา หรือพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่สิ่งที่เธอใช้ทดแทนทักษะที่ขาด คือคลังความรู้บวกวิธีการทำงานอันยอดเยี่ยม และอีกสิ่งที่เราชอบมาก คือยองอูจะอธิบายอาการที่เธอเป็นต่อหน้าคู่สนทนาด้วยท่าทางมั่นใจเสมอ นั่นไม่ใช่เพราะอยากให้เขาสงสารหรือให้อภัย แต่เธอต้องการให้เขายอมรับและไว้ใจ ว่าเธอรวมถึงคนออทิสติกอีกมากมายก็ทำสิ่งนี้ได้ไม่ต่างจากคนปกติ

วาฬตัวน้อยกลางท้องทะเลที่กว้างใหญ่ 

Extraordinary Attorney Woo คือซีรีส์ที่แปะ Genre ไว้ว่าเป็นแนวกฎหมาย-ดราม่า คุณจึงจะได้รับชมภาพการทำงานของทีมงานหนุ่มหล่อ-สาวสวยในสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่ ร่วมกันทำงานหามรุ่งหามค่ำ ฟาดฟัน แก่งแย่ง เอาหน้า หักหลัง และอีกสารพัดพิษสงที่มนุษย์เงินเดือนในโลกทุนนิยมจะทำได้ แล้วน้องยองอูผู้ยังต้องย่ำเท้าเป็นจังหวะตอนเข้าประตูหมุนอัตโนมัติ แถมต้องนับ 1 – 3 ก่อนเข้าห้อง จะเอาอะไรไปสู้…

‘ความสามารถ ความจริงใจ ความรัก’ น่าจะเป็น 3 สิ่งที่น้องพกไว้เป็นอาวุธ 

ความสามารถ – จากที่เธอเรียนหนัก ตั้งใจจริง และมุ่งมั่นตามฝันแบบไม่เคยยอมแพ้

ความจริงใจ – ทั้งที่เธอมอบให้และได้รับจากคนรอบข้าง เพราะถึงแม้สังคมการทำงานจะน่ากลัว แต่เป็นโชคดีที่ยองอูยังได้เจอเพื่อนที่จริงใจ พร้อมช่วยเหลือและปกป้องเธอด้วยใจจริง

ความรัก – ยองอูรักและเคารพกฎหมายรวมถึงลูกความของเธอยิ่งกว่าใคร แม้บางครั้งเธออาจจะไม่ได้รับเกียรติเทียบเท่าทนายที่มีร่างกายปกติ แต่หากเขาคือฝ่ายถูกและต้องการความช่วยเหลือ เธอจะเต็มที่เสมอ

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ในทุกสัปดาห์ที่ซีรีส์ออกอากาศ จะมีคดีความใหม่ ๆ ส่งมาให้ยองอูและทีมรับผิดชอบ ไล่เรียงตั้งแต่ฟ้องร้องมูลค่าหมื่นล้าน คดีสาธารณประโยชน์ คดีที่มีเอี่ยวกับภาครัฐ หรือคดีที่เราชอบที่สุด (ณ ขณะที่ออกอากาศมาแล้วครึ่งเรื่อง) คือคดีฆาตกรออทิสติก ซึ่งยองอูได้เผยความเก่งกาจทั้งในมุมทนาย และใช้ความเข้าใจคนกลุ่มนี้ช่วยไขคดี

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ฉากที่เราชอบกดย้อนดูซ้ำ ๆ คือสีหน้าและท่าทางของลูกความทันทีที่ได้รู้ว่าหญิงสาวผู้ไม่สบตาและแนะนำตัวด้วยประโยคว่า “ชื่อของฉัน ไม่ว่าอ่านตามตรงหรืออ่านกลับด้านก็ยังเป็นอูยองอู กนก บวบ นลิน ยาย วาดดาว อูยองอู” คือทนายความผู้จะพาเขาขึ้นให้การในชั้นศาล

‘ผิดหวัง สับสน ตกใจ ไม่เชื่อมั่น’ น่าจะเป็นนิยามความรู้สึกของพวกเขาได้ครอบคลุมที่สุด แต่เมื่อกระบวนการทำงานผ่านพ้น ยองอูได้แสดงทักษะสืบคดีที่อาจไม่ได้คะแนนเต็มร้อย สะดุดล้มบ่อยแต่ก็ลุกขึ้นได้ทุกครั้ง เรื่อยไปจนถึงฉากที่มีลมพัดจนหน้าม้าของเธอเปิด สลับกับภาพฝูงวาฬกระโดดขึ้นสู่ผิวน้ำ อันเป็นสัญญาณว่ายองอูรู้เท่าทันวิธีที่จะเอาชนะในคดีนี้ได้แล้ว สีหน้าและอากัปกริยาของลูกความอันเป็นที่รักทั้งหลายล้วนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เผยให้เห็นว่าพวกเขารู้สึกขอบคุณและภูมิใจในตัวทนายความคนพิเศษมากแค่ไหน

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ทุกคนต่างใช้ชีวิตด้วยเหตุผลทางการเมือง

‘วาฬ’ หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวโปรดของอูยองอู คือสัญลักษณ์สำคัญที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งในซีรีส์เรื่องนี้ เพราะนอกจากกฎหมาย เธอก็มีวาฬเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สนใจและเปรียบเทียบวิถีของมันกับทุกอย่างที่พบเห็น ขนาดว่าพ่อต้องสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงในที่ทำงาน ซึ่งการเปรียบเปรยทีี่ลึกซึ้งและเรียกน้ำตาคนดูได้มาก คงเป็นตอนที่เธอบอกว่า “วาฬฉลาดมากนะ มันคงรู้ตัวว่าถ้าไม่ทิ้งลูกไป ตัวเองก็จะตายตาม แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ยอมทิ้งลูก ถ้าฉันเป็นวาฬ แม่คงจะไม่ทิ้งฉันไปใช่ไหม”

อูยองอูเติบโตมาโดยปราศจากแม่ พ่อบอกว่าผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้ว แต่ยองอูรู้ดีว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และหน้าที่การงานก็ค่อย ๆ พาทั้งสองคนมาเจอกัน จนทำให้หญิงสาวออทิสติกคนนี้เรียนรู้ว่า สถานภาพที่แตกต่าง ช่วงวัยที่ไม่เหมาะสม หรือผลประโยชน์ทางการเมืองมากมาย ล้วนมีผลให้สมาชิกในครอบครัวเหลือเพียงพ่อ-ลูก และเธออาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เรียกผู้ให้กำเนิดว่าแม่

แม้ผ่านพ้นปัญหาการเมืองในบ้าน (ที่คาบเกี่ยวกับการทำงาน) ไปได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายอุปสรรคที่ยองอูต้องเผชิญ อันหนึ่งที่เราว่าน่าจะสะท้อนทัศนคติด้านลบที่มีต่อความบกพร่องของยองอูได้ดี คือการที่เพื่อนร่วมงานตัวร้ายแวะเวียนมาชิงดีชิงเด่น ยกตนข่มเหงยองอูให้คนดูต้องวอร์มหมัด ทั้งหมดนั้นสะท้อนชัดว่า ตราบใดที่ยังมีความคิดแบ่งแยกกลุ่มคนที่มีอาการเช่นยองอูเป็นคนนอก หรือมองว่าศักยภาพของพวกเขาไม่มีทางเท่าเทียมคนปกติ ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะเกิดขึ้นอีกซ้ำ ๆ

Extraordinary Series

Extraordinary Attorney Woo คือซีรีส์ที่ดีและน่าจะกลายเป็นซีรีส์ขึ้นหิ้งในใจของใครหลายคนได้ไม่ยาก ทั้งหมดมาจากการร้อยเรียงพร้อมสอดแทรกสัญญะเอาไว้อย่างลงตัวและมีความหมาย ทั้งเรื่องวาฬ คิมบับ ครอบครัว กฎหมาย หรือแม้แต่ ‘ความรัก’ และ ‘ความห่วงใย’ ที่คนรอบข้างมอบให้ยองอู ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งให้ซีรีส์เรื่องนี้ลื่นไหลและน่าติดตามมากขึ้น

ทั้งรักจาก อูควังโฮ (รับบทโดย จอนแบซู) พ่อผู้ยอมอุทิศทั้งชีวิตให้ลูกสาว รักจาก ชเวซูฮยอน (รับบทโดย ฮายุนคยอง) เพื่อนร่วมรุ่นที่กลายมาเป็นคู่หูในทีม เธอจะคอยชี้แนะและปกป้องยองอูจากคนใจร้าย รักจาก จองมยองซอก (รับบทโดย คังกียอง) หัวหน้าที่ค่อย ๆ เผยความใจดี ยอมรับในความสามารถ และให้โอกาสยองอูอยู่เสมอ รักจาก ดงกือรามี (รับบทโดย จูฮยอนยอง) เพื่อนแท้ที่คอยเชียร์อัป เป็นเมนเทอร์สอนให้เธอกล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงสร้างการทักทายอันเป็นเอกลักษณ์ และทำให้แฟน ๆ ซีรีส์หยิบท่อน “อู To the ยอง To the อู” มาทำตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ที่สำคัญ​ คือความรักและห่วงใยจากชายที่ชื่อ อีจุนโฮ (รับบทโดย คังแทโอ) หนุ่มหล่อเนี้ยบสุดป๊อปที่คาแรกเตอร์เข้าสูตรพระรองผู้แสนดี (แต่จริง ๆ เป็นพระเอก) แม้ทั้งคู่จะรู้จักกันผ่านหน้าที่การงาน แต่ความใจดีที่ยอมรับฟังเรื่องวาฬอย่างไม่มีเบื่อของเขา ก็ส่งให้หัวใจยองอูเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ และนั่นอาจพาทั้งสองไปสู่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ฉันคู่รัก เพื่อตอกย้ำว่าอูยองอูก็เป็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งสมควรได้รับความรัก

อีกจุดถูกใจที่ซีรีส์เรื่องนี้ใส่เอาไว้ คือการดำเนินเรื่องที่กระชับ ฉับไว ทันใจผู้ชม แม้จะมีการเปิดประเด็นทิ้งปมปัญหาเอาไว้มากมาย แต่คุณไม่จำเป็นต้องรอไปจนถึงช่วงท้ายเรื่อง หลาย ๆ ปมถูกเฉลยให้รู้ได้เลย อย่างประเด็นเรื่องแม่ของอูยองอูที่เผยโฉมหน้ามาตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากซีรีส์เกาหลี ไม่แน่นะว่า นักเขียนอาจบอกเป็นนัย ๆ ให้เราทั้งหลายเตรียมรับมือกับปัญหาใหม่ที่ยิ่งใหญ่และสนุกกว่าเดิม

นอกจากฝีมือการแสดงของ พัคอึนบิน ซึ่งเธอเก็บทุกรายละเอียดตั้งแต่สีหน้า แววตา ท่าทาง การเดิน ของตัวละครที่มีอาการออทิสติกสเปกตรัมและถ่ายทอดออกมาได้ยอดเยี่ยม ถึงขั้นการันตีเลยว่ารางวัลนักแสดงนำหญิงจากเวทีใดเวทีหนึ่งคงอยู่ไม่ไกล ยังมีสิ่งพิเศษสำหรับแฟน ๆ ชาวไทยที่รับชมผ่านทาง Netflix คุณจะได้รับชมซีรีส์พร้อมคำบรรยายที่แปลจากภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทยด้วยทักษะเหนือชั้น ท่อนที่ประทับใจเป็นพิเศษคือ การแนะนำตัวของอูยองอู ในภาษาเกาหลีปรากฏคำว่า 기러기 (กีรอกี) 토마토 (โทมาโท) 스위스 (ซือวีซือ) 인도인 (อินโดอิน) 별똥별 (บยอลตงบยอล) 우영우 (อูยองอู) แปลเป็นไทยได้ว่า ห่านป่า มะเขือเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ชาวอินเดีย ดาวตก อูยองอู ซึ่งชุดคำดังกล่าวอาจหลุดไปจากคอนเซ็ปต์ที่ว่า ชื่อของเธอคนนี้ไม่ว่าจะอ่านตามตรงหรืออ่านกลับด้านก็ยังเหมือนเดิม เราจึงได้เห็นคำบรรยายแนะนำตัวแบบไทย ๆ ว่า กนก บวบ นลิน ยาย วาดดาว อูยองอู… เก่ง!

นี่คือส่วนหนึ่งในความพิเศษของซีรีส์ที่เราอยากชวนให้ทุกคนรับชม แม้เรื่องราวจะดำเนินมาแล้วครึ่งทาง แต่ยังไม่สายหากคุณจะเปิดใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์ ‘อูยองอู’ ไม่แน่นะว่า Extraordinary Attorney Woo อาจแทรกซึมเข้าไปอยู่ในลิสต์ซีรีส์ขึ้นหิ้งของคุณก็เป็นได้

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load