เราได้ไปแลกเปลี่ยนที่ Architecture School ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงสุดท้ายของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว (ฤดูหนาว) จนถึงปลายปี (ฤดูร้อน) เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของเราจากชีวิตนักศึกษา เราอยากเล่าถึงบันทึกความรู้สึกของเมือง ชีวิตประจำวัน อารมณ์ความรู้สึก และการเปลี่ยนแปลงของฤดูที่เราพบเห็นระหว่างทาง

ฤดูหนาว

“This might not be love at first sight.”  

ปีนี้เป็นปีที่หิมะตกหนักที่สุดในรอบหลายปี อากาศแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา การใช้ชีวิตประจำวันมันช่างหม่นหมองจืดชืดไปเสียหมด เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุดหรือร้านหนังสือมือสองเพื่อหลีกหนีจากอากาศหนาวที่เกินจะทนไหว ฝนตกสลับกับหิมะทำให้พื้นเฉอะแฉะและจิตใจขุ่นมัวไปตามๆ กัน รถไฟใต้ดินมีบรรยากาศที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ชวนให้ระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ทุกคนในเมโทรดูจะมีกิจกรรมฆ่าเวลาที่หลากหลาย เราเลือกที่จะอ่าน All the Light We Cannot See คลอไปกับเสียงรถไฟที่รีบเร่งเคลื่อนตัวไปให้ถึงจุดหมาย ช่วงเวลานี้อาจจะนิยามได้ว่า ‘Profound Sadness’ 

ฤดูใบไม้ผลิ

แดดเริ่มออกสลับกับฝนที่ยังตกประปรายแลกกับการมอบสายรุ้งให้เรา เป็นโอกาสน้อยนักที่แดดจะส่องแสงสร้างความอบอุ่นแก่ผู้คนในเมืองในช่วงเวลานี้ของปี แต่เมื่อแสงนั้นได้กลับมาเยี่ยมเยียนกันอีกครั้ง เราก็ไม่รอช้าที่จะออกไปทักทาย มุมโปรดของเราอาจจะไม่ใช่มุมลึกลับน่าค้นหา เป็นเพียงขั้นบันไดริมแม่น้ำธรรมดาๆ ที่หันหน้าสู้แสงแดดในจุดที่พลุกพล่านที่สุดของเมือง ดอกไม้ใบหญ้าเริ่มกลับมามีสีสันแต่งแต้มความสดใสอีกครั้ง ต้น Cherry Blossom ใน Jardin des Plantes ก็ออกดอกงามสะพรั่ง แม้กระทั่งดอกไม้จากสวนข้างหน้าต่างก็แข่งกันชูช่อทักทาย แต่บางทีผู้คนในเมืองนี้ก็ไม่ได้ยิ้มรับให้กันเหมือนดั่งเช่นดอกไม้ ออกจะประหลาดไปในบางครา แต่ใครบนโลกนี้บ้างล่ะที่เป็นคนปกติ

ฤดูร้อน

วันแรกของฤดูร้อนนั้นเต็มไปด้วยเสียงเพลง เราเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยของเมืองเพื่อไปยังร้านขนมร้านโปรด (ที่มีมากกว่าหนึ่งร้าน) ผู้คนออกมารับแสงแดดกันเต็มทุกสนามหญ้า สระว่ายน้ำมีคิวที่ยาวเหยียด ตลาดนัดกลางแจ้งเริ่มขายผลไม้ที่ออกผลหอมหวานเฉพาะช่วงฤดูกาล ร้านแผ่นเสียงในเมืองแห่งนี้มีแทบทุกอัลบั้มที่เราค้นหา ไม่มีเพลงใดอธิบายความรู้สึกของลมเย็นๆ ที่พัดโชยมาเล็กน้อยควบคู่ไปกับแสงแดดที่สัมผัสแก้มทั้งสองข้างอย่างอบอุ่นได้ดีเท่ากับเพลง Sonate Pacifique อีกแล้ว ยามค่ำคืนในบาร์แจ๊สก็อัดแน่นไปด้วยผู้คน มันช่างเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยสีสันของชีวิตซะเหลือเกิน ทำให้อยู่ๆ ก็ฉุกคิดได้ว่า ฤดูร้อนมักคืบคลานมาอย่างเชื่องช้า เปรี้ยวหวานขมเปลือกเหมือนเลมอนทาร์ต แต่ฤดูร้อนนั้นคุ้มค่าแก่การลิ้มลองและรอคอยเสมอ

Writer & Photographer

Avatar

กิรตา แม้นเลขา

เป็นคนพูดไม่เก่ง เขียนไม่เก่ง แต่รักการเก็บความทรงจำไว้ในภาพถ่าย จบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ แต่ผันตัวมาเป็น Product Designer มีสิ่งที่ชอบและอยากทำอยู่หลากหลาย เช่น สะสมถุงผ้าจากสถานที่ต่างๆ แต่ที่ชอบมากที่สุดคงเป็นการเล่นกับน้องแมวข้างถนน

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

รูปถ่าย Fuji Everyday ชุดนี้ คงเป็นรูปฟูจิที่ดิบและจริงที่สุดในโลกชุดหนึ่ง เพราะไม่ได้ถูกตกแต่งด้วยแอพพลิเคชันใดๆ ไม่ได้จัดฉาก ไม่ได้ถ่ายด้วยกล้องระดับโปร คุณฟูจิถึงออกมายืนตระหง่านพร้อมหลังคาบ้านกับเสาไฟฟ้า มุมที่ยืนถ่ายก็เป็นจุดตามสะดวกคือ หลังบ้าน เวลาถ่ายก็เป็นฤกษ์สะดวกคือ ตอนตื่นนอน มันคงเป็นความโชคดีในชีวิตที่ซื้อบ้านแล้วเขาแถมวิวภูเขาไฟแห่งชาติมาให้ด้วย ฟูจิซัง ภูเขาไฟที่คนทั่วโลกข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อหวังจะได้พบปะครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อมันเป็นของมีค่าที่มาอยู่ใกล้ตัว ใกล้จนเห็นได้ทุกวันๆ มันก็อาจเป็นการทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งมีค่านั้นกลายเป็นของธรรมดาจนมองข้ามคุณค่านั้นไป คงเหมือนเรามองข้ามคุณค่าของคนใกล้ตัว อย่างพ่อแม่ พี่น้อง คนรัก เพียงเพราะมันใกล้จนไม่ได้อยู่ในสายตา ใกล้จนเราละเลย แต่ถ้ามันหายไป มันคงเป็นวันที่เราสำนึกถึงคุณค่า แต่ทว่ามันก็อาจจะสายไปแล้ว ฟูจิซังยังตั้งอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือหิมะขาวโพลนบนหัวค่อยๆ ละลายหายไปเมื่ออากาศเริ่มร้อน แต่ไม่ว่าจะหัวขาวหรือหัวดำ ไม่ว่าจะเป็นวันที่มีเมฆมาบังจนมองไม่เห็น ยังไงเราก็จะยังคงยิ้มให้กันทุกเช้าเพื่อเริ่มวันใหม่ ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันนะคุณฟูจิ

Writer & Photographer

Avatar

ปองทิพย์ วนิชชากร

แม่บ้านไทย-ญี่ปุ่น-ลาดพร้าว รักจะ slow life เลยชอบ write slow slow

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load