“อีนี่มันต้องโดนตบ!”

หากใครดูคลิปแนะนำผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World รายการที่เหมือนเป็นเวทีนางงามระดับโลกของ ‘แดร็กควีน’ (Drag Queen) หรือการแต่งหญิงและแสดงอย่างสุดเว่อร์วังอลังการ คงจะต้องสะดุดใจกับประโยคภาษาไทยสำเนียงเหน่อนี้ของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง เจ้าของประโยคนั้นคือ Pangina Heals หรือ ปันปัน นาคประเสริฐ แดร็กควีนลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ที่พกทั้งคำและอินเนอร์ “อีนี่มันต้องโดนตบ!” ไปจากประเทศไทย 

“ปันไป RuPaul’s Drag Race UK มงที่ 3 ของประเทศต้องมา” ปันปันบอกเราด้วยสายตามุ่งมั่น

บทสนทนากับเธอยิ่งตอกย้ำจุดยืนชัดเจนว่า จะไปเพื่อฟาดกับผู้เข้าแข่งขันจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์ แคนาดา ในรายการ และจะกลับไทยพร้อมชัยชนะ

นอกจากความจริงจังในบทบาทผู้เข้าแข่งขันบนเวทีแล้ว ปันปันยังจริงจังและมุ่งมั่นกับอีกหลายบทบาทในชีวิต เธอเป็นพิธีกรร่วมในรายการ Drag Race Thailand ที่ยืนระยะมาถึง 2 ซีซั่น และได้รับเสียงเรียกร้องถึงซีซั่น 3 อย่างต่อเนื่อง เธอเป็นกระบอกเสียงเพื่อสร้างความเข้าใจ LGBTQ+ ในทุกโอกาสหลากวิธีการ เช่น การจับมือคุณพ่อมาแต่งหญิง หรือการสนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการร้องเพลง และเธอเป็นเจ้าของ House of Heals ที่เนรมิตโรงแรมเรเนซองส์ชั้น 33 ให้เป็นคลับเพื่อแดร็กควีนรวมถึงนักร้องนักแสดงได้มาแสดงพลัง

ในขณะนี้ที่เรากำลังเฝ้ารอ RuPaul’s Drag Race UK versus The World ตอนหน้า เราชวนปันปันมาพูดคุยถึงเรื่องราวบนเส้นทางที่นำเธอมาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่วันแรกที่แต่งหญิง จนถึงวันนี้ที่เต้นบนส้นสูงอย่างมั่นคง ความเชื่อที่กลายเป็นจุดยืน และความฝันที่กลายเป็นความจริง

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก
ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

เหตุการณ์ไหนที่ทำให้ปันปันรู้ว่าตัวเองเป็นแดร็กควีน และความรู้สึกแรกที่ได้แต่งอย่างที่ใจอยากเป็นอย่างไร

ประมาณปี 2010 ปันอยู่ที่อเมริกา วันฮัลโลวีนก็เห็นคนแต่งหญิงกัน ปันรู้สึกว่ามันสนุก เหมือนได้ปลดปล่อยตัวตน ปันอยากให้ทุกวันเป็นวันฮัลโลวีน เลยแต่งเองครั้งแรกตอนการประกวด แต่งเป็นเลดี้กาก้า คนก็มาขอถ่ายรูปด้วย บอกเธอเริ่ดเธอสวย เชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์เขาโกหก (หัวเราะ) แต่เราแต่งแล้วรู้สึกดี ถึงแม้บางคนในสังคมจะไม่ยอมรับ แต่การแต่งหญิงสำหรับปันเหมือนได้เฉลิมฉลองให้ชีวิต เลยแต่งมาเรื่อย ๆ

ชื่อ Pangina Heals มีที่มาอย่างไร 

ปันชอบคำว่า Pangia เพราะมันคล้ายชื่อปัน แล้วมันคล้องกับคำว่า Pangaea ซึ่งเป็นชื่อทวีปใหญ่ทวีปเดียวของโลกสมัยดึกดำบรรพ์ก่อนโลกเราจะแยกเป็นแต่ละทวีป ปันรู้สึกว่าการแต่งหญิงและการเต้นรำทำให้ทุกคนมาอยู่โลกเดียวกัน ได้พูดภาษาเดียวกัน โดยที่อาจจะไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ปันยังมีแดร็กควีนที่เป็นแรงบันดาลใจคือ Ongina ซึ่งเป็นแดร็กควีนเชื้อสายฟิลิปปินส์-อเมริกา จาก Rupaul’s Drag Race Season 1 เพราะเขาเป็นตัวแทนเอเชียที่ดีมาก เขาเล่าเรื่องของเขา ส่วนนามสกุลปันใช้คำว่า Heals เพราะการแต่งหญิงและการเต้นเยียวยา (Heal) ทุกคนและเบียวยาปัน (Drag and dance heal people and heal me.)

Pangina Heals เธอเป็นคนอย่างไร

เหี้ย (หัวเราะ) จัญไร เริ่ดหรู ปากหมา มั่นใจ เป็นคนรักชีวิต รักเพื่อน รักการแสดงมาก ๆ ซึ่งปันไม่ได้มองว่าแต่งหญิงแล้วจะต้องเป็นอีกคนนะ สิ่งเหล่านี้คือตัวปันเองด้วย

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก
ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

ในการแสดง Drag Show แต่ละครั้ง ปันปันต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ปันชอบทำการบ้าน อย่างอาทิตย์ที่ปันแสดงเป็นเมดูซ่า ปันจะกินแต่ไข่ ให้รู้สึกเหมือนงู หรือเวลาเล่นเป็นตัวตลกหลอน It ปันจะดูหนัง เปิดเพลงที่ประกอบเรื่อง It ตอนแต่งหน้าแต่งตัว แล้วหัวเราะไปเรื่อย ๆ ให้เราเข้าถึงคาแรกเตอร์ ส่วนแรงบันดาลใจก็มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งเพลง ประสบการณ์ เสื้อผ้า คนที่เราชื่นชม เช่น Mariah Carey, Lady Gaga, Beyonce 

สำหรับแดร็กควีนอย่างปันปัน ประโยคในตำนานของ RuPaul ว่า เราเกิดมาเปลือยและที่เหลือคือการแต่ง “We are born naked and the rest is the drag” หมายถึงอะไร

ตัวปันเองรู้สึกว่าปันเกิดมาเพื่อเป็นแดร็กควีน คือเกิดมาตัวเปล่าและมาเพื่อแต่งเป็นแดร็กควีน สำหรับคนอื่น ๆ ปันมองว่าการแต่ง หรือ ‘แดร็ก’ (Drag) ไม่ใช่แค่ชายแต่งเป็นหญิง การแต่งตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็เป็นการแดร็กอย่างหนึ่ง ผู้หญิงใส่สูทแล้วรู้สึกมั่นใจ ทะมัดทะแมง นั่นก็เป็นแดร็กอย่างหนึ่ง ผู้ชายรู้สึกอยากใส่กระโปรงไม่ว่าเขาจะแต่งกับอะไรก็เป็นแดร็ก ทุกคนเกิดมาตัวเปล่า และเสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกดีกับตัวเองเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีโอกาสได้ทำ ไม่ว่าเพศไหนหรือแต่งอย่างไร และมันไม่ใช่เรื่องเลยถ้าคนเราจะไม่ยอมรับกันเพราะเศษผ้า 

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

ครอบครัวตอบรับอย่างไรบ้างกับการเลือกก้าวมาเป็นแดร็กควีนของปันปัน

2 ปีแรกคุณแม่ปันไม่โอเคนะ คุณแม่เดินออกจากที่แสดงทุกครั้ง ท่านไม่อยากเห็นปันที่เป็นลูกชายในครอบครัวจีนแต่งหญิง แต่พอเพื่อนท่านทุกคนบอกว่าลูกประสบความสำเร็จ แม่เลยค่อย ๆ ยอมรับ จนตอนนี้โอเคแล้ว พ่อแม่บางท่านจะยอมรับเราได้ ก็ต่อเมื่อคนอื่นยอมรับเราได้แล้วเนอะ

ส่วนคุณพ่อน่ารักมากตั้งแต่แรกเลย อยากทำอะไรทำ สนับสนุนมาตลอด เวลาปันไปทำงานในฐานะแดร็กควีน ท่านก็จะเป็นคนที่ขับรถส่งปันในชุดราตรี 

พ่อปันบอกว่ามันมีคำเดียวแหละ คือ ‘ความรัก’ ท่านบอกว่าในฐานะพ่อแม่ คุณมีสิทธิ์เลือกแค่ 2 ทางเอง ทางแรก ใจไม่กว้าง อารมณ์เสีย รับลูกไม่ได้เพราะสิ่งเก่า ๆ ในสมัยก่อน แล้วในที่สุด ทุกคนก็แตกแยก ลูกก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีความสุข คุณก็ทุกข์ใจ หรือทางที่สองคือ เลือกที่จะยอมรับลูกในทางที่เขาเป็น ทุกคนคุยกันได้ ยอมรับกันในสิ่งที่เป็น สนิทมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ พ่อบอกการตัดสินใจนี้อยู่ที่พ่อแม่ เลือกเอาว่าอยากได้ครอบครัวแบบไหน

ซึ่งคุณพ่อมีคลิปแต่งหญิงกับปันปันด้วย เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าแรงบันดาลใจของคลิปนี้คืออะไร 

ปันคุยกับคุณพ่อว่า “ป๋า ป๋าต้องคิดถึงครอบครัวคนอื่นนะคะ พ่อแม่คนอื่นเขาเห็นวิดีโอนี้แล้วเขารักลูกมากขึ้น ป๋าได้บุญนะ” ป๋าก็ยอมทำด้วย พอคลิปออกผลตอบรับดีมาก มีคนมาคอมเมนต์ว่าคุณพ่อเสียไปแล้ว แต่ถ้าพ่อยังไม่เสียแล้วได้ดูวิดีโอนี้น่าจะรักกันมากขึ้น มีคอมเมนต์ว่าคิดถึงพ่อ ปันไปยิมแล้วเจอคุณน้าผู้ชายมาบอกว่าขอบคุณคุณพ่อปันมาก เพราะคลิปทำให้เขาใจกว้างขึ้น และเข้าใจลูกที่เป็น LGBTQ+ มากขึ้น หรือบางคนบอกว่า ดูวิดีโอนี้แล้วกล้าคุยกับพ่อแม่มากขึ้น ปันดีใจที่สิ่งที่ปันกับพ่อทำได้ทำให้คนอื่นยอมรับกันมากขึ้น 

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

การก้าวเข้าวงการบันเทิงในฐานะพิธีกรรายการ Drag Race Thailand ล่ะ ได้ให้ประสบการณ์กับปันปันอย่างไร 

ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแฟชั่นเยอะมาก ๆ โดยเฉพาะการทำงานกับ พี่อาร์ต อารยา เพราะก่อนหน้านั้นปันไม่รู้เรื่องแฟชั่นเลย แค่รู้สึกว่าถ้าแต่งออกมาสวยคือจบ แต่พี่อาร์ตได้สอนว่า แฟชั่นคือภายนอกที่แสดงว่าคุณเป็นใครต่อโลก (Fashion is something that is an external part of who you are, and it’s a representation of you to the world.) 

แล้วรายการ Drag Race UK versus The World ที่ปันปันไปร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขัน ปันปันไปแข่งด้วยแนวคิดอย่างไร

ปันมองว่าปันเป็นตัวแทนของสิ่งที่ปันเป็น ปันเป็นคนไทย ปันเป็นลูกครึ่งไต้หวัน ปันเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ปันเป็นกะเทยไทยคนแรกบนเวที RuPaul’s Drag Race UK เพราะฉะนั้น ปันจะเอาวัฒนธรรมของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปฟาดไปโชว์ให้โลกรู้ 

จริง ๆ RuPaul’s Drag Race UK ก็เป็นเหมือน Miss Universe ของกะเทยนะ (หัวเราะ) ประเทศไทยเคยได้มงจาก Miss Universe มาแล้ว 2 มง ปันไป RuPaul’s Drag Race UK มงที่ 3 ของประเทศต้องมา ปันจริงจัง และปันแสดงจุดยืนนี้ในรายการตอนแรกด้วยการเดินเข้าบ้านด้วยลุค คุณปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก Miss Universe ค.ศ. 1988 ซึ่งนั่นเป็นปีที่ปันเกิดพอดีด้วย 

ในคลิปแนะนำผู้เข้าแข่งขันรายการ ทำไมถึงเลือก “อีนี่มันต้องโดนตบ” เป็นประโยคเปิดตัว

ประโยคนี้มาจาก มีนตรา พึ่งไม้ หรือ Meannie Minaj ผู้เข้าแข่งขัน Drag Race Thailand Season 1 วันหนึ่งปันกับมีนตรากำลังนั่งเล่นกันอยู่ แล้วเปิดหนังเรื่อง Obsessed ไปด้วย พอถึงฉากที่นางเอกเล่นโดย Beyonce เจอกับผู้หญิงที่มาแย่งสามี มีนตราดูแล้วโมโหเลยพูดว่า “โหย อีนี่มันต้องโดนตบ!” พอตอนถ่ายคลิปแนะนำตัวของ RuPaul’s Drag Race UK versus The World เขาบอกให้พูดคำที่เข้ามาในหัวถ้าต้องสู้กับใคร คำว่า “อีนี่มันต้องโดนตบ!” ของมีนตราก็เข้ามาในหัวทันทีเลย (หัวเราะ)

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World
ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

อีกบทบาทหนึ่งของปันปันนอกจากการโลดแล่นในวงการบันเทิง คือร้าน House of Heals อะไรที่ทำให้อยากเปิดร้าน และอะไรที่ทำให้ที่นี่เป็น ‘บ้าน’ 

ปันเคยทำงานในธุรกิจกลางคืนมาประมาณ 10 กว่าปี แล้วปันรู้สึกว่าหลายคลับหรือบาร์มักจะเรียกแดร็กควีนไปแสดง แต่ไม่ได้มีสถานที่และอุปกรณ์ที่อำนวย ไม่มีไฟที่ดี เสียงเดี๋ยว ๆ ก็ดับเพราะดาวน์โหลดจาก WiFi หรือบางที่เวทีไม่มีด้วยซ้ำ มันไม่ผิดหรอก แต่มันกลายเป็นความฝันใหญ่อันหนึ่งของแดร็กควีนอย่างปันเลยว่า อยากจะสร้างพื้นที่ที่ทุกอย่างพร้อมที่สุด ในการสนับสนุนการแสดงของแดร็กควีนให้ได้เฉิดฉายอย่างเต็มที่ 

ปันเลยสร้าง House of Heals ขึ้นมาด้วยคติที่ว่า คลับของแดร็กควีน ที่ทำโดยแดร็กควีน เพื่อแดร็กควีนและทุกคน (A drag club that is made by a drag queen for a drag queen and everyone.) คลับที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดศูนย์รวมการแสดงความสามารถของแดร็กควีนและนักร้องชาวไทย ที่คนต่างชาติมามาดูและพูดได้เต็มปากว่า นี่คือคุณภาพระดับโลก ซึ่งปีนี้ House of Heals ก็เข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ

ที่ใช้คำว่าบ้าน หรือ House ในชื่อ House of Heals เพราะปันอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้าน เพราะฉะนั้น พนักงานที่ทำงานที่นี่ไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นครอบครัว คนที่มาเที่ยวเราไม่เรียกว่าลูกค้า แต่เราเรียกว่าแขกของบ้าน บ้านคือที่ที่คนมีความสุข บ้านคือที่ที่อยู่กับครอบครัว ที่ House of Heals ทุกคนจะดูแลแขกของเหมือนเขามาเยี่ยมบ้านปันจริง ๆ

สำหรับปันปัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในประเด็น LGBTQ+ อะไรที่ควรเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุด

ปันมองว่าพื้นฐานเลยคือสิทธิและเสรีภาพในการพูด ตอนเรียกร้องเพื่อสมรสเท่าเทียม ปันได้ไปโชว์แต่งเป็น Mariah Carey ร้องเพลง When You Believe ในการประท้วงอย่างสันติที่ถูกกฎหมาย ปรากฏว่าหมายศาลมาที่บ้านเลยค่ะ มันเศร้ามากเลย ทำไมเราเรียกร้องอะไรให้สถานการณ์ในประเทศเราดีขึ้นไม่ได้ ปันมองว่าเราทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องและพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา เพื่อเดินทางไปในอนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งปันเองถึงจะโดนหมายศาลแบบนี้ แต่เพื่อสมรสเท่าเทียมที่ปันเชื่อ ปันจะแสดงจุดยืนต่อไป ปันไม่เงียบหรอกค่ะ! 

อะไรคือสิ่งที่ภูมิใจที่สุดที่ได้ทำ

(นิ่งคิด) หลายอย่าง แต่เรื่องที่ภูมิใจมาก ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตด้วยซ้ำนะ อาจเป็นแม่ส่งข้อความมาบอกว่า ‘ภูมิใจในตัวเธอจังเลยเนอะ’ หรือคนส่งข้อความมาบอกว่า ‘เยี่ยมมาก Good job’ จากการที่เราไปแต่งหญิงในงานของเขา อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่แค่นี้เองก็ทำให้เรารู้สึกเต็มมาก อิ่มมาก 

ความภูมิใจมาก ๆ อีกอย่างคือการได้เปิด House of Heals เวลาปันหันไปรอบ ๆ ร้านแล้วเห็นแขกทั้งร้านยิ้มและหัวเราะอยู่ ได้เห็นว่าร้านมันเยียวยาคนอื่นผ่านการแสดง การเต้น และเสียงเพลง เหมือนร้าน House of Heals ช่วยให้คนได้พักจากปัญหาของเขาไปได้ชั่วขณะ ถึงปันจะเหนื่อยหรือเครียดแค่ไหน เห็นแบบนี้แล้วก็หายทันทีเลยนะ ปันดีใจและภูมิใจที่ร้านปันทำให้คนอื่นมีความสุข 

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

อะไรคือบทเรียนสำคัญที่สุดที่ปันปันได้เรียนรู้จากชีวิต

คนที่อยู่กับเราในเวลาที่เราตกต่ำที่สุด นั่นคือเพื่อนแท้เราเท่านั้น เพราะทุกคนพร้อมที่จะอยู่กับเราในช่วงเวลาที่เราขึ้น แต่น้อยมากที่จะอยู่กับเราตอนเราลง

ตอนนี้ความฝันของปันปันคืออะไร

เรื่องแรก ปันอยากเปิด House of Heals ไปอีกยาวนาน (ลากเสียง) เรื่องที่ 2 หลังจากปันไปแข่ง RuPaul’s Drag Race UK versus The World จบ ปันก็อยากไปทัวร์แสดงทั่วโลก

มีอีกความฝันที่อยากเล่าถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยนึกว่าจะได้แต่ปันได้แล้ว คือการเป็น Brand Ambassador ในฐานะแดร็กควีนให้กับ PULSE CLINIC คลินิกที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย สำหรับปัน ความรู้คือพลัง ปันเลยดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะสุขภาพทางเพศก็สำคัญไม่แพ้สุขภาพร่างกาย และแน่นอนว่าสำคัญไม่แพ้สุขภาพจิตด้วย เราจึงต้องดูแลสุขภาพทุกด้านอย่างเต็มที่ค่ะ

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ตั๊ก บริบูรณ์, บอล เชิญยิ้ม, ค่อม ชวนชื่น, นุ้ย เชิญยิ้ม, แจ๊ส ชวนชื่น, โรเบิร์ต สายควัน, เหน่ง เชิญยิ้ม

คุณนึกภาพบริษัทที่มีพนักงานเป็นกลุ่มคนด้านบนออกไหมว่าทิศทางบริษัทจะเป็นอย่างไร คุณคาดหวังสิ่งใดจากพนักงานเหล่านี้

สำหรับผม แน่นอนว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องซีเรียสอย่างตัวเลขกำไรในแต่ละไตรมาส หรือความมั่นคงของบริษัทในอนาคต

ผมคิดถึงความฮาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ในวันที่บริษัทอื่นหยุดทำการเนื่องในวันหยุดชดเชยวันแม่ ผมเดินทางไปเยือน บริษัท ฮา ไม่จำกัด เนื่องจากนี่เป็นวันแรกที่พวกเขากลับมาเปิดทำการ หลังจากปิดตัวชั่วคราวไปราวเดือนกว่าๆ

หากใครจำได้ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพวกเขาเพิ่งแถลงข่าวปิดตัวเนื่องจากหลุดผังจากช่องเดิมหลังออกอากาศมาราว 2 ปี ครั้งนั้นเองที่ บริษัท ฮา ไม่จำกัด สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส แถลงการณ์ในเพจเฟซบุ๊กมียอดไลก์หลักหมื่นและคนคอมเมนต์หลักพัน คลิปแถลงการณ์ในยูทูบมียอดวิวเกือบล้าน บ่งบอกชัดเจนว่ามีคนโหยหาจังหวะตลกเฉพาะตัวของพวกเขาอยู่ไม่น้อย

ว่ากันตามตรง รายการตลกบ้านเราก็มีอยู่ไม่น้อย รายการซิตคอมก็หาดูได้ไม่ยาก สิ่งที่น่าสนใจคืออะไรทำให้ บริษัท ฮา ไม่จำกัด โดดเด้งออกมาจากรายการเหล่านั้น อะไรทำให้ผู้คนโหยหารายการนี้

ไม่ต้องไปเปิดรายงานประจำปีของบริษัทให้วุ่นวาย พนักงานทยอยมาถึงออฟฟิศแล้ว ไปฟังจากปากพวกเขาน่าจะได้เรื่องได้ราวกว่าผมคิดว่าอย่างนั้นนะ

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
1.

มันไม่ใช่ซิตคอมแบบที่เราคิดบนกระดาษแล้ว

ที่สตูดิโอถ่ายทำซึ่งเปรียบเสมือนออฟฟิศของพวกเขา พนักงานบริษัทคนแรกที่ผมเจอคือ โรเบิร์ต สายควัน

อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แค่เห็นหน้าผมก็แอบฮาในใจเมื่อคิดถึงมุกตลกที่ผ่านๆ มาของเขา

ที่พวกเราต้องหยุดไปสี่สิบกว่าวันเพราะพี่โรเบิร์ตเขาหยุดไปทำหน้า” เป๋าอิทธิพล อำพา โปรดิวเซอร์หัวเรี่ยวหัวแรงหลักของรายการแซวตลกขวัญใจโลกโซเชียลฯ

“นี่ขนาดทำแล้วนะ” โรเบิร์ต แซวตัวเองด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย เรียกเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง

หลังจากที่เหล่าตลกหน้าคุ้นมากันครบถ้วน แต่ละคนก็สับเปลี่ยนกันไปยืนกลางแดดจ้าในชุดสูทเพื่อถ่ายทำคลิปโปรโมตการกลับมาของรายการ

กูเอะใจแล้ว ทำไมวันนี้ทากันแดดให้กูหนาจัง” นุ้ย เชิญยิ้ม พูดยิ้มๆ ท่ามกลางแดดร้อนๆ ไม่ต้องสงสัยว่ามีเสียงหัวเราะตามมาไหม

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
บริษัท ฮา ไม่จำกัด

หลายคนอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า ตลกตัวจริงไม่ตลก’ แต่การมาอยู่ท่ามกลางเหล่าพี่ๆ ตลกเหล่านี้ ผมกลับรู้สึกว่าประโยคนั้นเป็นเพียงคำพูดของคนนอกที่ไม่ได้สนิทสนมกับเขาเพียงพอ สารภาพตามตรงว่าตัวเองแอบนั่งหัวเราะไม่หยุดเมื่อได้นั่งฟังพวกเขาคุยกัน อำกัน หยอกล้อกัน และคงต้องให้เครดิตกับ เป๋า ผู้รับเหมาเป็นทั้งผู้กำกับและโปรดิวเซอร์รายการที่มองเห็นความฮานอกจอนี้แล้วหยิบมาใช้อย่างลงตัว

ไม่แน่ใจว่าซิตคอมรายการอื่นมีบทที่แข็งแรงแค่ไหน แต่สำหรับ บริษัท ฮา ไม่จำกัด ผู้กำกับปล่อยให้นักแสดงเล่นกันเหมือนที่พวกเขาคุยเล่นกันในชีวิตจริง

และสำหรับผู้ชมอย่างเราๆ นี่ถือเป็นเสน่ห์สำคัญของ บริษัท ฮา ไม่จำกัด อย่างแท้จริง

ตอนแรกพี่เอ-วราวุธ เจนธนากุล เขาบอกว่าเราต้องทำซิทคอมเรื่องนึง เพื่อให้เป็นตลกทางเลือกใหม่ของคนดูทีวี เพราะตอนนั้นก็มีแต่กลุ่มเดิมๆ” เป๋าย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวันจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทที่มีพนักงาน 3 คนในช่วงเริ่มต้น คือ ตั๊ก บริบูรณ์, บอล เชิญยิ้ม และ ค่อม ชวนชื่น ก่อนจะมีเพื่อนฝูงตลกตามมาสมทบจนเต็มทีมอย่างในปัจจุบัน “ความตั้งใจแรกเลยคือมันจะเหมือนซิตคอมจริงๆ แต่ทันทีที่นับ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง แอ็คชั่น พอเห็นเขาเล่นกันก็บอกตัวเองว่ามันไม่ใช่แล้ว มันไม่ใช่ซิตคอมแบบที่เราคิดบนกระดาษแล้ว แต่มันมีอะไรบางอย่างไม่รู้ที่เราเห็นแล้วมันตลก ตลกกว่าที่เราเคยดูในทีวีอีก จังหวะที่เขาเล่นกัน หลุดกัน มันมีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งถ้าเกิดเราบังคับด้วยบท มันก็จะต้องเทค พูดใหม่ เทค พูดใหม่

บริษัท ฮา ไม่จำกัด

“คำถามคือไอ้สิ่งที่เราดูในสตูดิโอแล้วมันตลก ทำไมคนดูไม่ได้เห็น”

เป็นจริงอย่างที่ใครบางคนว่าไว้ว่าคำถามสำคัญกว่าคำตอบ ด้วยคำถามที่ว่า ‘ทำไมคนดูไม่ได้เห็น’ ตั้งแต่เทปแรกเป็นต้นมา เป๋าจึงตัดสินใจให้สวัสดิการกับพนักงาน บริษัท ฮา ไม่จำกัด ทุกคนเป็นอิสระในการแสดง

จะล้อจะเล่นอะไรปล่อยของกันให้เต็มที่ คนทางบ้านจะได้ฮาด้วย

เราจะมีแค่โครงเรื่อง ว่าเราจะเล่นอะไร ไปเพื่ออะไร สังเกตเขาก็อ่านกัน ดูกัน เขารู้แล้วล่ะว่ามันคืออะไร เพราะถ้าจะให้ไม่มีบทเลยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะบางวันพวกเขาก็แบลงก์มา บางวันเขาก็เหนื่อยล้ากันมา ดังนั้นเราต้องมีโครงให้เขาเดิน เหมือนกับเราเป็นคนสร้างสนามบอล เรามีสนามบอลมาตรฐาน มีสนามหญ้าที่ดี มีลูกบอลที่ดี มีแผนการเล่นที่ดี แล้วสุดท้ายนักฟุตบอลแต่ละคนก็จะโชว์ทักษะของเขาเอง”

แจ๊ส ชวนชื่น ตลกจากยุคคาเฟ่รุ่นสุดท้าย ที่นั่งอยู่ไม่ไกลเปรียบเปรยว่าการเล่นตลกของ บริษัท ฮา ไม่จำกัด คล้ายเวลาตลกนั่งคุยกันหลังเวที

“ที่เหมือนในคาเฟ่คืออะไรรู้มั้ย” แจ๊สเกริ่นด้วยคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ “ความรู้สึกเรามันเหมือนตอนที่ตลกนั่งดื่มกินกันหลังเลิกงานแล้วคุยเล่นกัน มันคือตลกที่เล่นกันข้างล่างจริงๆ เป็นแบบนี้เลยนะ อำกัน ซึ่งไม่มีใครเห็นมุมนี้หรอก ตลกจริงๆ เขาไม่ได้สนุกตลอดเวลานะที่ต้องมาเล่นมุกอะไรเป็นล็อกๆ เขาก็จะเอาสิ่งที่เขาเล่นบนเวทีมาอำกันเอง มาเล่นกันข้างล่าง”

หากใครมีโอกาสมายืนดูการถ่ายทำในสตูดิโอคงเห็นภาพเดียวกันกับผม นั่นคือภาพการถ่ายทำที่แทบไม่มีการสั่งเทค และเป็นการถ่ายทำที่แยกไม่ออกว่าตอนนี้กำลังถ่ายอยู่จริงๆ หรือพวกเขากำลังคุยเล่นกัน

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
บริษัท ฮา ไม่จำกัด
2.

เดี๋ยวนี้วัยรุ่นชอบเห็นความหายนะของตลก

“นี่เปิดบริษัทใหม่มุกมึงยังไม่ไปไหนเลย” นุ้ย เชิญยิ้ม อำเพื่อนตลกระหว่างซ้อมถ่ายทำเทปแรกหลังย้ายมาอยู่ช่อง ONE

นี่คือจุดเด่นอีกประการที่ทำเอาใครหลายคนนั่งหัวเราะเสียอาการ นั่นคือการเอามุกเดิมแบบที่เราคุ้นเคยจากยุคคาเฟ่รุ่งเรืองมาหักมุกหักมุม มาแซวมาขยี้

จากมุกเดิมๆ ช้ำๆ ซ้ำๆ จึงเกิดเป็นมุกใหม่ๆ อย่างไม่จำกัดในบริษัทนี้

“สมมติถ้าเทียบเป็นขนม ตลกคาเฟ่คือขนมในยุคหนึ่ง ถ้าเราเอามาขายแพ็กเกจแบบเดิม คนก็ไม่ซื้อ แต่เราคิดว่าในเมื่อเนื้อในมันดี ขนมมันอร่อยมากเลย เราก็เลยพยายามหีบห่อแพ็คเกจจิ้งใหม่” เป๋า อธิบายระหว่างพักการถ่ายทำ “บริษัทฮาเล่นมุกคาเฟ่เหมือนกัน แต่ในเมื่อคนดูเดาทางถูก แล้วเราจะทำยังไง เรากลัวไม่ขำใช่มั้ย ในเมื่อคนเดาทางถูกเราก็เล่นย้อนศรเลย จะเรียกว่าหน้าด้านก็ได้ แต่ด้วยวิธีการถ่ายทำ วิธีการนำเสนอ แล้วก็การล้อเลียนมันก็เลยดูใหม่ขึ้น”

บอล เชิญยิ้ม หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เสริมในประเด็นเดียวกัน “บางคนเคยดูมุกไวพจน์ เพ็ดตะพึด เราก็เอามาบิดสิ แกล้งหักมุก บางทีอีกคนเขาเล่นมาเราแกล้งไม่สนใจบ้าง เหมือนตั๊กเล่นเราแกล้งไม่สนใจปล่อยผ่าน มันก็จะได้วิธีการอีกวิธีนึง มันก็จะเงียบบ้าง ฮาบ้าง ผสมกันไป ผมว่าพอมารวมกันแล้วมันกลายเป็นลงตัว เคมีมันเข้ากัน คนเลยชอบ ไม่งั้นคนไม่ฮือฮาอย่างนี้หรอก”

ที่อีกมุมหนึ่งในสตูดิโอ ผมเห็นแจ๊สนอนพักอยู่บนเตียงเคียงข้างน้าค่อม ใครหลายคนในโลกโซเชียลฯ ยกย่องให้เขาและบริษัทฮาไม่จำกัด คือตัวแทนของตลกยุค 4G

ว่าแต่ตลกยุค 4G ต่างจากตลกยุคคาเฟ่ยังไง-ผมสงสัย จึงเดินเข้าไปร่วมเตียงกับเขา

บริษัท ฮา ไม่จำกัด

“นี่แหละตลกยุค 4G เขานอนให้สัมภาษณ์อย่างนี้แหละ” น้าค่อมซึ่งนั่งเอกเขนกบนเตียงชิงตอบ ก่อนที่แจ๊สซึ่งนอนอยู่ข้างๆ จะพูดต่อ “มันต่างกัน สำหรับเราต้องจับจุดคนดู ต้องรู้จักคนดูก่อน พื้นฐานเรามี เราสามารถเล่นได้ทุกอย่างแหละ แต่ไม่รู้ว่าอันไหนดีบ้างไม่ดีบ้าง ไม่รู้นะ แต่ตลกมันต้องแถกไป เอาตัวไถไปให้มันได้ ยุคนี้คนชอบดูอะไรสดๆ คนไม่ชอบอะไรที่ตั้งใจ ไม่ชอบอะไรที่เตี๊ยมมา เราต้องเกี่ยวเอาประสบการณ์ที่เรามีมาใช้ให้เร็ว เหมือนดึงลิ้นชักตรงนี้ออกมา ดึงลิ้นชักตรงนั้นออกมา เอาเอกสารเล่มนี้ออกมาใช้ เราต้องไว

“เดี๋ยวนี้วัยรุ่นชอบเห็นความหายนะของตลก คือพอแม่งเล่นแล้วไม่ฮา แต่มันกลับทำให้ฮาได้ มันคืออีกแบบนึงเลยนะ มึงหักมุกกันเอง แต่เฮ้ย มันฮา มันจี้ มันเห็นแล้วสะใจ คนดูก็ดูแล้วยิ้มแบบสะใจ ก็เลยเกิดเป็นมิติใหม่ของ บริษัท ฮา ไม่จำกัด

หากใครที่ติดตาม บริษัท ฮา ไม่จำกัด มาตั้งแต่วันแรกย่อมสังเกตได้ว่าอีกหนึ่งจุดที่ทำให้รายการโด่งดังในโลกโซเชียล คือมุกที่ทันเหตุการณ์ กล้าหยิบเรื่องหมิ่นเหม่มาล้อเลียน มาหยิกแกมหยอก

“อันนี้คือความตั้งใจเลย” เป๋าตอบทันทีเมื่อผมถามไถ่ “ตอนแรกๆ เราล้อเลียนอะไรกันบางอย่างแล้วมันเกิดกระแส เราก็เลยเรียนรู้ อ๋อ คนเขากำลังสนใจ บางทีสังคมไทยเขาอยากเห็นอะไรที่มันไว สด ตอนนั้น เราก็เลยเอาสิ่งนั้นมาทำ แต่เจตนาเราไม่ได้ตั้งใจที่จะไปตัดสินว่ามันดีหรือไม่ดีนะ

“พี่บอลกับน้าค่อมสอนผมว่า จำอวดคือจำคนอื่นมาอวด การล้อเลียนก็คือการจำเหตุการณ์มาอวดคนอื่นอีกที เราก็เลยกล้าที่จะทำ ใจเราไม่ได้คิดว่าเราจะซ้ำเติมใครหรือไม่ได้ดูถูกใคร เราทำเพื่อความสนุก”

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
บริษัท ฮา ไม่จำกัด
3.

เราสนิทกันมากจนเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้

บางคนบอกว่าหัวใจของการเล่นตลกคือต้องอย่าบอกว่าคุณจะเล่นตลก

แต่เมื่อถามพวกเขา พวกเขาบอกว่าหัวใจของการเล่นตลกคือความเป็นพี่เป็นน้อง และเป็นเพื่อน

ทุกคนพูดตรงกันว่าหากไม่ใช่คนกลุ่มนี้ที่อยู่รายรอบ หลายๆ มุกเขาคงไม่กล้าเล่น ไม่กล้าอำ แต่ที่กล้าทำเพราะความผูกพันที่สั่งสมกันมา

“พวกเราเป็นพี่น้องที่เกี่ยวกันมานาน” แจ๊ส เริ่มพูดก่อน “ผมเคยอยู่กับพี่บอล เคยเล่นคาเฟ่กับพี่บอลมาเกือบปี พี่ค่อมก็เหมือนอาจารย์ผมตั้งนานแล้ว พี่ตั๊กก็เหมือนพี่คนนึง เคยถ่ายรายการ โอโน่ อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เขามีความสนใจที่อยากจะเล่นตลก พี่นุ้ยก็เป็นพี่อีกคนที่เราเคยเจอมา มันกลมเกลียว เล่นกันด้วยความสนิท เราสนิทกันมากจนเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ แล้วผมก็เชื่อด้วยว่าผมไปที่อื่นผมก็ไม่ใช่แบบนี้”

บริษัท ฮา ไม่จำกัด

ความสำเร็จของ บริษัท ฮา ไม่จำกัด เกิดจากความสนิท เราทั้งหมดสนิทกันหมด อย่างคุณตั๊กนี่ก็สนิทกัน สนิทมาก” บอล เชิญยิ้ม พูดถึงเพื่อน

“เฮ้ย ไม่สนิท ผมไม่สนิท” ตั๊กพูดด้วยสีหน้าซีเรียสราวกับสิ่งที่พูดคือเรืี่องจริง บอลมองค้อนก่อนพูดต่อ

“พอสนิทกันเราก็เลยเล่นแกล้งนู่นนี่นั่น อำกันได้ อำตั๊กเรื่องไปเที่ยวหมอนวดจนบางคนเชื่อไปแล้ว อย่างน้าค่อมก็อำแกเรื่องสุขภาพ เรื่องเบาหวาน หรือเอาโรเบิร์ต สายควัน มาอำเรื่องยา จนเริ่มเป็นกระแส ซึ่งพี่เบิร์ตเขาไม่ได้ติดยาแล้วนะ แต่เราอำ เพราะรูปร่างทรงเขายังเหมือนอยู่” บอลพูดถึงความสนิทสนมกันของเพื่อนๆ ร่วมบริษัท

“ผมโดนถามเยอะ พี่เติมมายัง เต็มถังหรือเปล่า อย่าไปทางนั้นนะพี่ ตำรวจเขาตั้งด่าน ผมโดนแซวตลอด” โรเบิร์ต สายควัน พูดถึงผลที่ได้รับจากกระแสในโลกโซเชียลฯ “เราก็กลายเป็นมุกทางนี้ไป แต่เราก็ไม่ซีเรียส เพราะเรื่องยาเรื่องอะไรมันเป็นแค่เรื่องอดีตที่เราเคยผ่านมาในชีวิต ตอนนี้เราก็ไม่ได้ยุ่ง ไม่ได้ข้องแวะ แล้วเราก็ดีใจนะ ที่มีน้องๆ หลายคนที่เขาเคยมีปัญหากับยาเสพติดมาบอกเราว่าได้พี่เป็นไอดอลแล้วก็เลิกยาได้ ไม่ข้องแวะแล้ว ถ้ามีเวลาว่างก็จะไปพูดตามมหาวิทยาลัยบ้าง ตามค่ายทหารบ้าง เรื่องราวของพิษภัยยาเสพติด บอกเขาว่ามันไม่ดี เราผ่านมาแล้ว หลายคนก็เข้ามาขอบคุณ เราก็มีกำลังใจ”

บริษัท ฮา ไม่จำกัด

ก่อนจะปล่อยพวกเขาไปถ่ายทำฉากถัดไป ผมชงคำถามสุดท้ายให้แจ๊สได้ตอบ ความสนิทสนม ความเป็นพี่เป็นน้อง สำคัญยังไงกับการเล่นตลก”

“มันทำให้เราเล่นไม่เกร็ง บางทีสมมติผมไปเล่นกับตลกรุ่นใหญ่ที่ผมไม่ได้สนิทมาก ผมก็จะเกรงบารมี จะเล่นอะไรก็ไม่กล้า ไม่เป็นตัวเอง แต่อยู่ที่นี่ผมเป็นตัวเอง พูดอะไรก็ได้ แล้วมันจะพรั่งพรู ความสามารถเราไม่ถูกปิดกั้น ไม่ถูกปิดฝาขวด

“พอฝามันเปิด ทุกอย่างก็พร้อมที่จะพุ่งออกมา”

หลังพูดจบพวกเขาเดินไปเข้าฉากถัดไป แล้วก็จริงอย่างที่เขาว่าไว้

สิ่งต่างๆ พวยพุ่งออกมาเป็นความฮาไม่จำกัด

บริษัท ฮา ไม่จำกัด
บริษัท ฮา ไม่จำกัด

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load