“อีนี่มันต้องโดนตบ!”

หากใครดูคลิปแนะนำผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World รายการที่เหมือนเป็นเวทีนางงามระดับโลกของ ‘แดร็กควีน’ (Drag Queen) หรือการแต่งหญิงและแสดงอย่างสุดเว่อร์วังอลังการ คงจะต้องสะดุดใจกับประโยคภาษาไทยสำเนียงเหน่อนี้ของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง เจ้าของประโยคนั้นคือ Pangina Heals หรือ ปันปัน นาคประเสริฐ แดร็กควีนลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ที่พกทั้งคำและอินเนอร์ “อีนี่มันต้องโดนตบ!” ไปจากประเทศไทย 

“ปันไป RuPaul’s Drag Race UK มงที่ 3 ของประเทศต้องมา” ปันปันบอกเราด้วยสายตามุ่งมั่น

บทสนทนากับเธอยิ่งตอกย้ำจุดยืนชัดเจนว่า จะไปเพื่อฟาดกับผู้เข้าแข่งขันจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์ แคนาดา ในรายการ และจะกลับไทยพร้อมชัยชนะ

นอกจากความจริงจังในบทบาทผู้เข้าแข่งขันบนเวทีแล้ว ปันปันยังจริงจังและมุ่งมั่นกับอีกหลายบทบาทในชีวิต เธอเป็นพิธีกรร่วมในรายการ Drag Race Thailand ที่ยืนระยะมาถึง 2 ซีซั่น และได้รับเสียงเรียกร้องถึงซีซั่น 3 อย่างต่อเนื่อง เธอเป็นกระบอกเสียงเพื่อสร้างความเข้าใจ LGBTQ+ ในทุกโอกาสหลากวิธีการ เช่น การจับมือคุณพ่อมาแต่งหญิง หรือการสนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการร้องเพลง และเธอเป็นเจ้าของ House of Heals ที่เนรมิตโรงแรมเรเนซองส์ชั้น 33 ให้เป็นคลับเพื่อแดร็กควีนรวมถึงนักร้องนักแสดงได้มาแสดงพลัง

ในขณะนี้ที่เรากำลังเฝ้ารอ RuPaul’s Drag Race UK versus The World ตอนหน้า เราชวนปันปันมาพูดคุยถึงเรื่องราวบนเส้นทางที่นำเธอมาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่วันแรกที่แต่งหญิง จนถึงวันนี้ที่เต้นบนส้นสูงอย่างมั่นคง ความเชื่อที่กลายเป็นจุดยืน และความฝันที่กลายเป็นความจริง

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก
ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

เหตุการณ์ไหนที่ทำให้ปันปันรู้ว่าตัวเองเป็นแดร็กควีน และความรู้สึกแรกที่ได้แต่งอย่างที่ใจอยากเป็นอย่างไร

ประมาณปี 2010 ปันอยู่ที่อเมริกา วันฮัลโลวีนก็เห็นคนแต่งหญิงกัน ปันรู้สึกว่ามันสนุก เหมือนได้ปลดปล่อยตัวตน ปันอยากให้ทุกวันเป็นวันฮัลโลวีน เลยแต่งเองครั้งแรกตอนการประกวด แต่งเป็นเลดี้กาก้า คนก็มาขอถ่ายรูปด้วย บอกเธอเริ่ดเธอสวย เชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์เขาโกหก (หัวเราะ) แต่เราแต่งแล้วรู้สึกดี ถึงแม้บางคนในสังคมจะไม่ยอมรับ แต่การแต่งหญิงสำหรับปันเหมือนได้เฉลิมฉลองให้ชีวิต เลยแต่งมาเรื่อย ๆ

ชื่อ Pangina Heals มีที่มาอย่างไร 

ปันชอบคำว่า Pangia เพราะมันคล้ายชื่อปัน แล้วมันคล้องกับคำว่า Pangaea ซึ่งเป็นชื่อทวีปใหญ่ทวีปเดียวของโลกสมัยดึกดำบรรพ์ก่อนโลกเราจะแยกเป็นแต่ละทวีป ปันรู้สึกว่าการแต่งหญิงและการเต้นรำทำให้ทุกคนมาอยู่โลกเดียวกัน ได้พูดภาษาเดียวกัน โดยที่อาจจะไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ปันยังมีแดร็กควีนที่เป็นแรงบันดาลใจคือ Ongina ซึ่งเป็นแดร็กควีนเชื้อสายฟิลิปปินส์-อเมริกา จาก Rupaul’s Drag Race Season 1 เพราะเขาเป็นตัวแทนเอเชียที่ดีมาก เขาเล่าเรื่องของเขา ส่วนนามสกุลปันใช้คำว่า Heals เพราะการแต่งหญิงและการเต้นเยียวยา (Heal) ทุกคนและเบียวยาปัน (Drag and dance heal people and heal me.)

Pangina Heals เธอเป็นคนอย่างไร

เหี้ย (หัวเราะ) จัญไร เริ่ดหรู ปากหมา มั่นใจ เป็นคนรักชีวิต รักเพื่อน รักการแสดงมาก ๆ ซึ่งปันไม่ได้มองว่าแต่งหญิงแล้วจะต้องเป็นอีกคนนะ สิ่งเหล่านี้คือตัวปันเองด้วย

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก
ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

ในการแสดง Drag Show แต่ละครั้ง ปันปันต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ปันชอบทำการบ้าน อย่างอาทิตย์ที่ปันแสดงเป็นเมดูซ่า ปันจะกินแต่ไข่ ให้รู้สึกเหมือนงู หรือเวลาเล่นเป็นตัวตลกหลอน It ปันจะดูหนัง เปิดเพลงที่ประกอบเรื่อง It ตอนแต่งหน้าแต่งตัว แล้วหัวเราะไปเรื่อย ๆ ให้เราเข้าถึงคาแรกเตอร์ ส่วนแรงบันดาลใจก็มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งเพลง ประสบการณ์ เสื้อผ้า คนที่เราชื่นชม เช่น Mariah Carey, Lady Gaga, Beyonce 

สำหรับแดร็กควีนอย่างปันปัน ประโยคในตำนานของ RuPaul ว่า เราเกิดมาเปลือยและที่เหลือคือการแต่ง “We are born naked and the rest is the drag” หมายถึงอะไร

ตัวปันเองรู้สึกว่าปันเกิดมาเพื่อเป็นแดร็กควีน คือเกิดมาตัวเปล่าและมาเพื่อแต่งเป็นแดร็กควีน สำหรับคนอื่น ๆ ปันมองว่าการแต่ง หรือ ‘แดร็ก’ (Drag) ไม่ใช่แค่ชายแต่งเป็นหญิง การแต่งตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็เป็นการแดร็กอย่างหนึ่ง ผู้หญิงใส่สูทแล้วรู้สึกมั่นใจ ทะมัดทะแมง นั่นก็เป็นแดร็กอย่างหนึ่ง ผู้ชายรู้สึกอยากใส่กระโปรงไม่ว่าเขาจะแต่งกับอะไรก็เป็นแดร็ก ทุกคนเกิดมาตัวเปล่า และเสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกดีกับตัวเองเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีโอกาสได้ทำ ไม่ว่าเพศไหนหรือแต่งอย่างไร และมันไม่ใช่เรื่องเลยถ้าคนเราจะไม่ยอมรับกันเพราะเศษผ้า 

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

ครอบครัวตอบรับอย่างไรบ้างกับการเลือกก้าวมาเป็นแดร็กควีนของปันปัน

2 ปีแรกคุณแม่ปันไม่โอเคนะ คุณแม่เดินออกจากที่แสดงทุกครั้ง ท่านไม่อยากเห็นปันที่เป็นลูกชายในครอบครัวจีนแต่งหญิง แต่พอเพื่อนท่านทุกคนบอกว่าลูกประสบความสำเร็จ แม่เลยค่อย ๆ ยอมรับ จนตอนนี้โอเคแล้ว พ่อแม่บางท่านจะยอมรับเราได้ ก็ต่อเมื่อคนอื่นยอมรับเราได้แล้วเนอะ

ส่วนคุณพ่อน่ารักมากตั้งแต่แรกเลย อยากทำอะไรทำ สนับสนุนมาตลอด เวลาปันไปทำงานในฐานะแดร็กควีน ท่านก็จะเป็นคนที่ขับรถส่งปันในชุดราตรี 

พ่อปันบอกว่ามันมีคำเดียวแหละ คือ ‘ความรัก’ ท่านบอกว่าในฐานะพ่อแม่ คุณมีสิทธิ์เลือกแค่ 2 ทางเอง ทางแรก ใจไม่กว้าง อารมณ์เสีย รับลูกไม่ได้เพราะสิ่งเก่า ๆ ในสมัยก่อน แล้วในที่สุด ทุกคนก็แตกแยก ลูกก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีความสุข คุณก็ทุกข์ใจ หรือทางที่สองคือ เลือกที่จะยอมรับลูกในทางที่เขาเป็น ทุกคนคุยกันได้ ยอมรับกันในสิ่งที่เป็น สนิทมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ พ่อบอกการตัดสินใจนี้อยู่ที่พ่อแม่ เลือกเอาว่าอยากได้ครอบครัวแบบไหน

ซึ่งคุณพ่อมีคลิปแต่งหญิงกับปันปันด้วย เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าแรงบันดาลใจของคลิปนี้คืออะไร 

ปันคุยกับคุณพ่อว่า “ป๋า ป๋าต้องคิดถึงครอบครัวคนอื่นนะคะ พ่อแม่คนอื่นเขาเห็นวิดีโอนี้แล้วเขารักลูกมากขึ้น ป๋าได้บุญนะ” ป๋าก็ยอมทำด้วย พอคลิปออกผลตอบรับดีมาก มีคนมาคอมเมนต์ว่าคุณพ่อเสียไปแล้ว แต่ถ้าพ่อยังไม่เสียแล้วได้ดูวิดีโอนี้น่าจะรักกันมากขึ้น มีคอมเมนต์ว่าคิดถึงพ่อ ปันไปยิมแล้วเจอคุณน้าผู้ชายมาบอกว่าขอบคุณคุณพ่อปันมาก เพราะคลิปทำให้เขาใจกว้างขึ้น และเข้าใจลูกที่เป็น LGBTQ+ มากขึ้น หรือบางคนบอกว่า ดูวิดีโอนี้แล้วกล้าคุยกับพ่อแม่มากขึ้น ปันดีใจที่สิ่งที่ปันกับพ่อทำได้ทำให้คนอื่นยอมรับกันมากขึ้น 

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

การก้าวเข้าวงการบันเทิงในฐานะพิธีกรรายการ Drag Race Thailand ล่ะ ได้ให้ประสบการณ์กับปันปันอย่างไร 

ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแฟชั่นเยอะมาก ๆ โดยเฉพาะการทำงานกับ พี่อาร์ต อารยา เพราะก่อนหน้านั้นปันไม่รู้เรื่องแฟชั่นเลย แค่รู้สึกว่าถ้าแต่งออกมาสวยคือจบ แต่พี่อาร์ตได้สอนว่า แฟชั่นคือภายนอกที่แสดงว่าคุณเป็นใครต่อโลก (Fashion is something that is an external part of who you are, and it’s a representation of you to the world.) 

แล้วรายการ Drag Race UK versus The World ที่ปันปันไปร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขัน ปันปันไปแข่งด้วยแนวคิดอย่างไร

ปันมองว่าปันเป็นตัวแทนของสิ่งที่ปันเป็น ปันเป็นคนไทย ปันเป็นลูกครึ่งไต้หวัน ปันเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ปันเป็นกะเทยไทยคนแรกบนเวที RuPaul’s Drag Race UK เพราะฉะนั้น ปันจะเอาวัฒนธรรมของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปฟาดไปโชว์ให้โลกรู้ 

จริง ๆ RuPaul’s Drag Race UK ก็เป็นเหมือน Miss Universe ของกะเทยนะ (หัวเราะ) ประเทศไทยเคยได้มงจาก Miss Universe มาแล้ว 2 มง ปันไป RuPaul’s Drag Race UK มงที่ 3 ของประเทศต้องมา ปันจริงจัง และปันแสดงจุดยืนนี้ในรายการตอนแรกด้วยการเดินเข้าบ้านด้วยลุค คุณปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก Miss Universe ค.ศ. 1988 ซึ่งนั่นเป็นปีที่ปันเกิดพอดีด้วย 

ในคลิปแนะนำผู้เข้าแข่งขันรายการ ทำไมถึงเลือก “อีนี่มันต้องโดนตบ” เป็นประโยคเปิดตัว

ประโยคนี้มาจาก มีนตรา พึ่งไม้ หรือ Meannie Minaj ผู้เข้าแข่งขัน Drag Race Thailand Season 1 วันหนึ่งปันกับมีนตรากำลังนั่งเล่นกันอยู่ แล้วเปิดหนังเรื่อง Obsessed ไปด้วย พอถึงฉากที่นางเอกเล่นโดย Beyonce เจอกับผู้หญิงที่มาแย่งสามี มีนตราดูแล้วโมโหเลยพูดว่า “โหย อีนี่มันต้องโดนตบ!” พอตอนถ่ายคลิปแนะนำตัวของ RuPaul’s Drag Race UK versus The World เขาบอกให้พูดคำที่เข้ามาในหัวถ้าต้องสู้กับใคร คำว่า “อีนี่มันต้องโดนตบ!” ของมีนตราก็เข้ามาในหัวทันทีเลย (หัวเราะ)

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World
ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

อีกบทบาทหนึ่งของปันปันนอกจากการโลดแล่นในวงการบันเทิง คือร้าน House of Heals อะไรที่ทำให้อยากเปิดร้าน และอะไรที่ทำให้ที่นี่เป็น ‘บ้าน’ 

ปันเคยทำงานในธุรกิจกลางคืนมาประมาณ 10 กว่าปี แล้วปันรู้สึกว่าหลายคลับหรือบาร์มักจะเรียกแดร็กควีนไปแสดง แต่ไม่ได้มีสถานที่และอุปกรณ์ที่อำนวย ไม่มีไฟที่ดี เสียงเดี๋ยว ๆ ก็ดับเพราะดาวน์โหลดจาก WiFi หรือบางที่เวทีไม่มีด้วยซ้ำ มันไม่ผิดหรอก แต่มันกลายเป็นความฝันใหญ่อันหนึ่งของแดร็กควีนอย่างปันเลยว่า อยากจะสร้างพื้นที่ที่ทุกอย่างพร้อมที่สุด ในการสนับสนุนการแสดงของแดร็กควีนให้ได้เฉิดฉายอย่างเต็มที่ 

ปันเลยสร้าง House of Heals ขึ้นมาด้วยคติที่ว่า คลับของแดร็กควีน ที่ทำโดยแดร็กควีน เพื่อแดร็กควีนและทุกคน (A drag club that is made by a drag queen for a drag queen and everyone.) คลับที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดศูนย์รวมการแสดงความสามารถของแดร็กควีนและนักร้องชาวไทย ที่คนต่างชาติมามาดูและพูดได้เต็มปากว่า นี่คือคุณภาพระดับโลก ซึ่งปีนี้ House of Heals ก็เข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ

ที่ใช้คำว่าบ้าน หรือ House ในชื่อ House of Heals เพราะปันอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้าน เพราะฉะนั้น พนักงานที่ทำงานที่นี่ไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นครอบครัว คนที่มาเที่ยวเราไม่เรียกว่าลูกค้า แต่เราเรียกว่าแขกของบ้าน บ้านคือที่ที่คนมีความสุข บ้านคือที่ที่อยู่กับครอบครัว ที่ House of Heals ทุกคนจะดูแลแขกของเหมือนเขามาเยี่ยมบ้านปันจริง ๆ

สำหรับปันปัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในประเด็น LGBTQ+ อะไรที่ควรเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุด

ปันมองว่าพื้นฐานเลยคือสิทธิและเสรีภาพในการพูด ตอนเรียกร้องเพื่อสมรสเท่าเทียม ปันได้ไปโชว์แต่งเป็น Mariah Carey ร้องเพลง When You Believe ในการประท้วงอย่างสันติที่ถูกกฎหมาย ปรากฏว่าหมายศาลมาที่บ้านเลยค่ะ มันเศร้ามากเลย ทำไมเราเรียกร้องอะไรให้สถานการณ์ในประเทศเราดีขึ้นไม่ได้ ปันมองว่าเราทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องและพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา เพื่อเดินทางไปในอนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งปันเองถึงจะโดนหมายศาลแบบนี้ แต่เพื่อสมรสเท่าเทียมที่ปันเชื่อ ปันจะแสดงจุดยืนต่อไป ปันไม่เงียบหรอกค่ะ! 

อะไรคือสิ่งที่ภูมิใจที่สุดที่ได้ทำ

(นิ่งคิด) หลายอย่าง แต่เรื่องที่ภูมิใจมาก ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตด้วยซ้ำนะ อาจเป็นแม่ส่งข้อความมาบอกว่า ‘ภูมิใจในตัวเธอจังเลยเนอะ’ หรือคนส่งข้อความมาบอกว่า ‘เยี่ยมมาก Good job’ จากการที่เราไปแต่งหญิงในงานของเขา อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่แค่นี้เองก็ทำให้เรารู้สึกเต็มมาก อิ่มมาก 

ความภูมิใจมาก ๆ อีกอย่างคือการได้เปิด House of Heals เวลาปันหันไปรอบ ๆ ร้านแล้วเห็นแขกทั้งร้านยิ้มและหัวเราะอยู่ ได้เห็นว่าร้านมันเยียวยาคนอื่นผ่านการแสดง การเต้น และเสียงเพลง เหมือนร้าน House of Heals ช่วยให้คนได้พักจากปัญหาของเขาไปได้ชั่วขณะ ถึงปันจะเหนื่อยหรือเครียดแค่ไหน เห็นแบบนี้แล้วก็หายทันทีเลยนะ ปันดีใจและภูมิใจที่ร้านปันทำให้คนอื่นมีความสุข 

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

อะไรคือบทเรียนสำคัญที่สุดที่ปันปันได้เรียนรู้จากชีวิต

คนที่อยู่กับเราในเวลาที่เราตกต่ำที่สุด นั่นคือเพื่อนแท้เราเท่านั้น เพราะทุกคนพร้อมที่จะอยู่กับเราในช่วงเวลาที่เราขึ้น แต่น้อยมากที่จะอยู่กับเราตอนเราลง

ตอนนี้ความฝันของปันปันคืออะไร

เรื่องแรก ปันอยากเปิด House of Heals ไปอีกยาวนาน (ลากเสียง) เรื่องที่ 2 หลังจากปันไปแข่ง RuPaul’s Drag Race UK versus The World จบ ปันก็อยากไปทัวร์แสดงทั่วโลก

มีอีกความฝันที่อยากเล่าถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยนึกว่าจะได้แต่ปันได้แล้ว คือการเป็น Brand Ambassador ในฐานะแดร็กควีนให้กับ PULSE CLINIC คลินิกที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย สำหรับปัน ความรู้คือพลัง ปันเลยดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะสุขภาพทางเพศก็สำคัญไม่แพ้สุขภาพร่างกาย และแน่นอนว่าสำคัญไม่แพ้สุขภาพจิตด้วย เราจึงต้องดูแลสุขภาพทุกด้านอย่างเต็มที่ค่ะ

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

สิ้นเสียงประกาศรายการแสดงสุดท้ายบนเวที Japan Expo in Thailand 2017 โน้ตดนตรีญี่ปุ่นดังขึ้น ชายหนุ่มในชุดสูทสองชิ้นเนี้ยบกริบ 5 คนเดินเรียงแถวออกมาช้าๆ ด้วยท่าทางแบบหุ่นยนต์ เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของผู้ชมชาวไทยดังกึกก้อง การรอคอย WORLD ORDER สิ้นสุดลงแล้ว

หาก Takashi Jonishi, Yusuke Morisawa, Akihiro Takahashi, Hayato Uchiyama และ Ryuta Tomita ลงจากเวทีแล้วถือกระเป๋าทำงานสีดำข้ามถนนหรือขึ้นรถไฟในโตเกียว เขาคงกลมกลืนไปกับซาลารี่แมนนับล้านที่ขับเคลื่อนญี่ปุ่นให้เป็นเจ้าเศรษฐกิจ สีหน้าเรียบเฉยกับท่าเต้นแข็งแรงแต่ไร้ชีวิต เปลี่ยนความเคร่งขรึมของมนุษย์เงินเดือนแดนอาทิตย์อุทัยให้เป็นความบันเทิง

เผชิญหน้า WORLD ORDER บอยแบนด์สวมชุดพนักงานเงินเดือนจากญี่ปุ่น เผชิญหน้า WORLD ORDER บอยแบนด์สวมชุดพนักงานเงินเดือนจากญี่ปุ่น

ฉันมองการแสดงของพวกเขาด้วยความประทับใจเต็มเปี่ยม ระเบียบวินัยแข็งขัน ความพร้อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียว เป็นหัวใจของการเต้นที่ Genki Sudo อดีตนักร้องนำของวงที่ผันตัวไปเป็นโปรดิวเซอร์ของวงคิดขึ้น เก็นกิเป็นอดีตนักมวยชื่อดังที่ประสบความสำเร็จมหาศาล ลีลาเปิดตัวก่อนขึ้นสังเวียนของเขาสนุกสร้างสรรค์เสมอ เมื่อเกษียณจากตำแหน่งนักกีฬา แชมป์นักสู้กลับเข้าสู่แสงไฟอีกครั้งในฐานะนักร้องวงบอยแบนด์ในปี 2009

“ซาลารี่แมนญี่ปุ่นมีภาพลักษณ์ขยันขันแข็ง ใส่สูทไปทำงานอย่างตั้งใจทุกวัน WORLD ORDER ตอกย้ำและล้อเล่นกับภาพลักษณ์คนทำงาน และสะท้อนภาพทุนนิยมด้วย ที่อเมริกา ภาพคนใส่สูทคือคน old fashioned ที่ทำงานด้านการเงิน หรือคนที่ประสบความสำเร็จในยุคเก่า เราจับเรื่องนี้มาเล่นเป็นธีมหลักของวง”

เผชิญหน้า WORLD ORDER บอยแบนด์สวมชุดพนักงานเงินเดือนจากญี่ปุ่น เผชิญหน้า WORLD ORDER บอยแบนด์สวมชุดพนักงานเงินเดือนจากญี่ปุ่น

อากิฮิโระ ทากาฮาชิ นักร้องนำคนปัจจุบันและเพื่อนร่วมงานอธิบายเรื่องราวของวงในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ห้องรับรองหลังเวที พวกเขายิ้มอายๆ ตอบคำถามอย่างสุภาพ และค้อมศีรษะแทบตลอดการสนทนา สมาชิก WORLD ORDER เห็นพ้องต้องกันว่าสังคมรวมหมู่ที่เน้นความเป็นกลุ่มก้อนของแดนปลาดิบมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่พวกเขาเลือกนำเสนอเรื่องนี้อย่างสร้างสรรค์

“เนื้อเพลงของเราค่อนข้างจริงจัง แต่เราไม่ได้ตั้งใจสื่อสารเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เราต้องการให้คนที่ดูมีอิสระในการตีความสิ่งที่เห็นจากการร้องการเต้น เพราะสิ่งที่เราพูดส่วนใหญ่เป็นเรื่องนามธรรม”

ทาคาชิ โจนิชิ และ เรียวตะ โทมิตะ กล่าวเสริม เพลงดังอย่าง World Order, Machine Civilization หรือThe Next Phrase พาพวกเขาออกไปเต้นตามที่สาธารณะทั่วญี่ปุ่น กระจายไปทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ไม่ว่าไปออกสเต็ปที่ไหนบนโลก ใครต่อใครล้วนเหลียวมองพวกเขาด้วยสายตาทึ่งปนงุนงง

เผชิญหน้า WORLD ORDER บอยแบนด์สวมชุดพนักงานเงินเดือนจากญี่ปุ่น เผชิญหน้า WORLD ORDER บอยแบนด์สวมชุดพนักงานเงินเดือนจากญี่ปุ่น

“ตั้งแต่เต้นมา เรายังไม่เจอใครที่ไม่ชอบการเต้นแบบ Robotic Dance เลย ปัจจัยอีกอย่างคือทั่วโลกจับตามองวัฒนธรรมญี่ปุ่นอยู่แล้ว พอสิ่งที่เรานำเสนอแสดงวัฒนธรรม ก็เลยได้รับการตอบรับอย่างดี” ยูสุเกะ โมริซาวาเอ่ยสมทบ

ฉันเหลือบมองชุดสูทสีกรมท่าที่ติดกระดุมเรียบร้อยทุกเม็ด แล้วถามสิ่งที่สงสัยเต็มแก่ในใจออกไปว่าเครื่องแต่งกายของพวกเขามีเทคนิคพิเศษซ่อนอยู่รึเปล่า แต่ละคนถึงเต้นได้เก่งกาจจนถึงขั้นตีลังกา บรรดาชายหนุ่มต่างหัวเราะ

“สูทธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษเลยครับ เลยเต้นยากมาก พวกเราเป็นนักเต้น Street Dance มาก่อนทั้งนั้น เวลาเต้นก็ใส่เสื้อผ้าแบบสบายๆ พอรู้ว่าจะต้องใส่สูทเต้น ตอนแรกทุกคนก็ไม่ชอบ ออกจะต่อต้านนิดๆ แต่พอเต้นไปเรื่อยๆ ก็ชิน”

จากช่วงแรกเริ่มถึงปัจจุบัน WORLD ORDER มีทั้งงานเพลง งานโฆษณา และยังร่วมร้องเพลงกับศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปวงอื่นๆ อย่าง AKB48 หรือ SKE48 พอมาแสดงที่เมืองไทย เลยได้เต้นเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย กับสาวๆ วง BNK 48

“สนุกตั้งแต่ต้นจบจบเลยครับ” ฮายาโตะ อุชิยามา ที่เงียบขรึมตลอดการสนทนาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม นอกจากแสดงในงานเอ็กซ์โป การมาเยือนเมืองไทยครั้งนี้พวกเขายังมีภารกิจแอบแฝง คือการถ่ายทำ MV เพลง Find the Light หนุ่มๆ ชุดสูทเต้นกันจริงจังเต็มที่ลานน้ำพุห้างสยามพารากอน สกายวอล์กหน้ามาบุญครอง เกาะกลางถนน ไปจนถึงกลางซอยคาวบอยย่านอโศก

“เราอยากจะเต้นในที่ที่สะท้อนความเป็นไทย นึกถึงสถานที่ที่มีไฟเยอะๆ และถ่ายสวยในเวลากลางคืน ซึ่งที่เหล่านี้สะท้อนภาพลักษณ์ของเมืองไทยในรูปแบบหนึ่ง”

ฉากหลังพลุกพล่านของสถานที่เที่ยวโด่งดังในไทยเป็นตัวเลือกที่ดีในความคิดของฉัน สัญลักษณ์ทุนนิยมญี่ปุ่นฉายทับลงบนภาพจำของเมืองไทยอย่างพอดิบพอดี ขณะที่ทุนนิยมขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง  WORLD ORDER ดูจะสะท้อนความเป็นไปเหล่านี้ด้วยอารมณ์ขันพอดิบพอดี ตัวแทนซาลารี่มังผู้เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงประดุจเครื่องจักร แต่บทเพลงที่อ่อนโยนที่พวกเขาขับร้อง บ่งบอกว่ากลไกเศรษฐกิจก็มีหัวใจ

ภาพ : World Order, JEDUCATION

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load