“อีนี่มันต้องโดนตบ!”

หากใครดูคลิปแนะนำผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World รายการที่เหมือนเป็นเวทีนางงามระดับโลกของ ‘แดร็กควีน’ (Drag Queen) หรือการแต่งหญิงและแสดงอย่างสุดเว่อร์วังอลังการ คงจะต้องสะดุดใจกับประโยคภาษาไทยสำเนียงเหน่อนี้ของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง เจ้าของประโยคนั้นคือ Pangina Heals หรือ ปันปัน นาคประเสริฐ แดร็กควีนลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ที่พกทั้งคำและอินเนอร์ “อีนี่มันต้องโดนตบ!” ไปจากประเทศไทย 

“ปันไป RuPaul’s Drag Race UK มงที่ 3 ของประเทศต้องมา” ปันปันบอกเราด้วยสายตามุ่งมั่น

บทสนทนากับเธอยิ่งตอกย้ำจุดยืนชัดเจนว่า จะไปเพื่อฟาดกับผู้เข้าแข่งขันจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์ แคนาดา ในรายการ และจะกลับไทยพร้อมชัยชนะ

นอกจากความจริงจังในบทบาทผู้เข้าแข่งขันบนเวทีแล้ว ปันปันยังจริงจังและมุ่งมั่นกับอีกหลายบทบาทในชีวิต เธอเป็นพิธีกรร่วมในรายการ Drag Race Thailand ที่ยืนระยะมาถึง 2 ซีซั่น และได้รับเสียงเรียกร้องถึงซีซั่น 3 อย่างต่อเนื่อง เธอเป็นกระบอกเสียงเพื่อสร้างความเข้าใจ LGBTQ+ ในทุกโอกาสหลากวิธีการ เช่น การจับมือคุณพ่อมาแต่งหญิง หรือการสนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการร้องเพลง และเธอเป็นเจ้าของ House of Heals ที่เนรมิตโรงแรมเรเนซองส์ชั้น 33 ให้เป็นคลับเพื่อแดร็กควีนรวมถึงนักร้องนักแสดงได้มาแสดงพลัง

ในขณะนี้ที่เรากำลังเฝ้ารอ RuPaul’s Drag Race UK versus The World ตอนหน้า เราชวนปันปันมาพูดคุยถึงเรื่องราวบนเส้นทางที่นำเธอมาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่วันแรกที่แต่งหญิง จนถึงวันนี้ที่เต้นบนส้นสูงอย่างมั่นคง ความเชื่อที่กลายเป็นจุดยืน และความฝันที่กลายเป็นความจริง

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก
ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

เหตุการณ์ไหนที่ทำให้ปันปันรู้ว่าตัวเองเป็นแดร็กควีน และความรู้สึกแรกที่ได้แต่งอย่างที่ใจอยากเป็นอย่างไร

ประมาณปี 2010 ปันอยู่ที่อเมริกา วันฮัลโลวีนก็เห็นคนแต่งหญิงกัน ปันรู้สึกว่ามันสนุก เหมือนได้ปลดปล่อยตัวตน ปันอยากให้ทุกวันเป็นวันฮัลโลวีน เลยแต่งเองครั้งแรกตอนการประกวด แต่งเป็นเลดี้กาก้า คนก็มาขอถ่ายรูปด้วย บอกเธอเริ่ดเธอสวย เชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์เขาโกหก (หัวเราะ) แต่เราแต่งแล้วรู้สึกดี ถึงแม้บางคนในสังคมจะไม่ยอมรับ แต่การแต่งหญิงสำหรับปันเหมือนได้เฉลิมฉลองให้ชีวิต เลยแต่งมาเรื่อย ๆ

ชื่อ Pangina Heals มีที่มาอย่างไร 

ปันชอบคำว่า Pangia เพราะมันคล้ายชื่อปัน แล้วมันคล้องกับคำว่า Pangaea ซึ่งเป็นชื่อทวีปใหญ่ทวีปเดียวของโลกสมัยดึกดำบรรพ์ก่อนโลกเราจะแยกเป็นแต่ละทวีป ปันรู้สึกว่าการแต่งหญิงและการเต้นรำทำให้ทุกคนมาอยู่โลกเดียวกัน ได้พูดภาษาเดียวกัน โดยที่อาจจะไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ปันยังมีแดร็กควีนที่เป็นแรงบันดาลใจคือ Ongina ซึ่งเป็นแดร็กควีนเชื้อสายฟิลิปปินส์-อเมริกา จาก Rupaul’s Drag Race Season 1 เพราะเขาเป็นตัวแทนเอเชียที่ดีมาก เขาเล่าเรื่องของเขา ส่วนนามสกุลปันใช้คำว่า Heals เพราะการแต่งหญิงและการเต้นเยียวยา (Heal) ทุกคนและเบียวยาปัน (Drag and dance heal people and heal me.)

Pangina Heals เธอเป็นคนอย่างไร

เหี้ย (หัวเราะ) จัญไร เริ่ดหรู ปากหมา มั่นใจ เป็นคนรักชีวิต รักเพื่อน รักการแสดงมาก ๆ ซึ่งปันไม่ได้มองว่าแต่งหญิงแล้วจะต้องเป็นอีกคนนะ สิ่งเหล่านี้คือตัวปันเองด้วย

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก
ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

ในการแสดง Drag Show แต่ละครั้ง ปันปันต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ปันชอบทำการบ้าน อย่างอาทิตย์ที่ปันแสดงเป็นเมดูซ่า ปันจะกินแต่ไข่ ให้รู้สึกเหมือนงู หรือเวลาเล่นเป็นตัวตลกหลอน It ปันจะดูหนัง เปิดเพลงที่ประกอบเรื่อง It ตอนแต่งหน้าแต่งตัว แล้วหัวเราะไปเรื่อย ๆ ให้เราเข้าถึงคาแรกเตอร์ ส่วนแรงบันดาลใจก็มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งเพลง ประสบการณ์ เสื้อผ้า คนที่เราชื่นชม เช่น Mariah Carey, Lady Gaga, Beyonce 

สำหรับแดร็กควีนอย่างปันปัน ประโยคในตำนานของ RuPaul ว่า เราเกิดมาเปลือยและที่เหลือคือการแต่ง “We are born naked and the rest is the drag” หมายถึงอะไร

ตัวปันเองรู้สึกว่าปันเกิดมาเพื่อเป็นแดร็กควีน คือเกิดมาตัวเปล่าและมาเพื่อแต่งเป็นแดร็กควีน สำหรับคนอื่น ๆ ปันมองว่าการแต่ง หรือ ‘แดร็ก’ (Drag) ไม่ใช่แค่ชายแต่งเป็นหญิง การแต่งตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็เป็นการแดร็กอย่างหนึ่ง ผู้หญิงใส่สูทแล้วรู้สึกมั่นใจ ทะมัดทะแมง นั่นก็เป็นแดร็กอย่างหนึ่ง ผู้ชายรู้สึกอยากใส่กระโปรงไม่ว่าเขาจะแต่งกับอะไรก็เป็นแดร็ก ทุกคนเกิดมาตัวเปล่า และเสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกดีกับตัวเองเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีโอกาสได้ทำ ไม่ว่าเพศไหนหรือแต่งอย่างไร และมันไม่ใช่เรื่องเลยถ้าคนเราจะไม่ยอมรับกันเพราะเศษผ้า 

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

ครอบครัวตอบรับอย่างไรบ้างกับการเลือกก้าวมาเป็นแดร็กควีนของปันปัน

2 ปีแรกคุณแม่ปันไม่โอเคนะ คุณแม่เดินออกจากที่แสดงทุกครั้ง ท่านไม่อยากเห็นปันที่เป็นลูกชายในครอบครัวจีนแต่งหญิง แต่พอเพื่อนท่านทุกคนบอกว่าลูกประสบความสำเร็จ แม่เลยค่อย ๆ ยอมรับ จนตอนนี้โอเคแล้ว พ่อแม่บางท่านจะยอมรับเราได้ ก็ต่อเมื่อคนอื่นยอมรับเราได้แล้วเนอะ

ส่วนคุณพ่อน่ารักมากตั้งแต่แรกเลย อยากทำอะไรทำ สนับสนุนมาตลอด เวลาปันไปทำงานในฐานะแดร็กควีน ท่านก็จะเป็นคนที่ขับรถส่งปันในชุดราตรี 

พ่อปันบอกว่ามันมีคำเดียวแหละ คือ ‘ความรัก’ ท่านบอกว่าในฐานะพ่อแม่ คุณมีสิทธิ์เลือกแค่ 2 ทางเอง ทางแรก ใจไม่กว้าง อารมณ์เสีย รับลูกไม่ได้เพราะสิ่งเก่า ๆ ในสมัยก่อน แล้วในที่สุด ทุกคนก็แตกแยก ลูกก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีความสุข คุณก็ทุกข์ใจ หรือทางที่สองคือ เลือกที่จะยอมรับลูกในทางที่เขาเป็น ทุกคนคุยกันได้ ยอมรับกันในสิ่งที่เป็น สนิทมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ พ่อบอกการตัดสินใจนี้อยู่ที่พ่อแม่ เลือกเอาว่าอยากได้ครอบครัวแบบไหน

ซึ่งคุณพ่อมีคลิปแต่งหญิงกับปันปันด้วย เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าแรงบันดาลใจของคลิปนี้คืออะไร 

ปันคุยกับคุณพ่อว่า “ป๋า ป๋าต้องคิดถึงครอบครัวคนอื่นนะคะ พ่อแม่คนอื่นเขาเห็นวิดีโอนี้แล้วเขารักลูกมากขึ้น ป๋าได้บุญนะ” ป๋าก็ยอมทำด้วย พอคลิปออกผลตอบรับดีมาก มีคนมาคอมเมนต์ว่าคุณพ่อเสียไปแล้ว แต่ถ้าพ่อยังไม่เสียแล้วได้ดูวิดีโอนี้น่าจะรักกันมากขึ้น มีคอมเมนต์ว่าคิดถึงพ่อ ปันไปยิมแล้วเจอคุณน้าผู้ชายมาบอกว่าขอบคุณคุณพ่อปันมาก เพราะคลิปทำให้เขาใจกว้างขึ้น และเข้าใจลูกที่เป็น LGBTQ+ มากขึ้น หรือบางคนบอกว่า ดูวิดีโอนี้แล้วกล้าคุยกับพ่อแม่มากขึ้น ปันดีใจที่สิ่งที่ปันกับพ่อทำได้ทำให้คนอื่นยอมรับกันมากขึ้น 

ความฝันของ 'ปันปัน นาคประเสริฐ' Pangina Heals แดร็กควีนไทยในรายการแดร็กควีนระดับโลก

การก้าวเข้าวงการบันเทิงในฐานะพิธีกรรายการ Drag Race Thailand ล่ะ ได้ให้ประสบการณ์กับปันปันอย่างไร 

ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแฟชั่นเยอะมาก ๆ โดยเฉพาะการทำงานกับ พี่อาร์ต อารยา เพราะก่อนหน้านั้นปันไม่รู้เรื่องแฟชั่นเลย แค่รู้สึกว่าถ้าแต่งออกมาสวยคือจบ แต่พี่อาร์ตได้สอนว่า แฟชั่นคือภายนอกที่แสดงว่าคุณเป็นใครต่อโลก (Fashion is something that is an external part of who you are, and it’s a representation of you to the world.) 

แล้วรายการ Drag Race UK versus The World ที่ปันปันไปร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขัน ปันปันไปแข่งด้วยแนวคิดอย่างไร

ปันมองว่าปันเป็นตัวแทนของสิ่งที่ปันเป็น ปันเป็นคนไทย ปันเป็นลูกครึ่งไต้หวัน ปันเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ปันเป็นกะเทยไทยคนแรกบนเวที RuPaul’s Drag Race UK เพราะฉะนั้น ปันจะเอาวัฒนธรรมของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปฟาดไปโชว์ให้โลกรู้ 

จริง ๆ RuPaul’s Drag Race UK ก็เป็นเหมือน Miss Universe ของกะเทยนะ (หัวเราะ) ประเทศไทยเคยได้มงจาก Miss Universe มาแล้ว 2 มง ปันไป RuPaul’s Drag Race UK มงที่ 3 ของประเทศต้องมา ปันจริงจัง และปันแสดงจุดยืนนี้ในรายการตอนแรกด้วยการเดินเข้าบ้านด้วยลุค คุณปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก Miss Universe ค.ศ. 1988 ซึ่งนั่นเป็นปีที่ปันเกิดพอดีด้วย 

ในคลิปแนะนำผู้เข้าแข่งขันรายการ ทำไมถึงเลือก “อีนี่มันต้องโดนตบ” เป็นประโยคเปิดตัว

ประโยคนี้มาจาก มีนตรา พึ่งไม้ หรือ Meannie Minaj ผู้เข้าแข่งขัน Drag Race Thailand Season 1 วันหนึ่งปันกับมีนตรากำลังนั่งเล่นกันอยู่ แล้วเปิดหนังเรื่อง Obsessed ไปด้วย พอถึงฉากที่นางเอกเล่นโดย Beyonce เจอกับผู้หญิงที่มาแย่งสามี มีนตราดูแล้วโมโหเลยพูดว่า “โหย อีนี่มันต้องโดนตบ!” พอตอนถ่ายคลิปแนะนำตัวของ RuPaul’s Drag Race UK versus The World เขาบอกให้พูดคำที่เข้ามาในหัวถ้าต้องสู้กับใคร คำว่า “อีนี่มันต้องโดนตบ!” ของมีนตราก็เข้ามาในหัวทันทีเลย (หัวเราะ)

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World
ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

อีกบทบาทหนึ่งของปันปันนอกจากการโลดแล่นในวงการบันเทิง คือร้าน House of Heals อะไรที่ทำให้อยากเปิดร้าน และอะไรที่ทำให้ที่นี่เป็น ‘บ้าน’ 

ปันเคยทำงานในธุรกิจกลางคืนมาประมาณ 10 กว่าปี แล้วปันรู้สึกว่าหลายคลับหรือบาร์มักจะเรียกแดร็กควีนไปแสดง แต่ไม่ได้มีสถานที่และอุปกรณ์ที่อำนวย ไม่มีไฟที่ดี เสียงเดี๋ยว ๆ ก็ดับเพราะดาวน์โหลดจาก WiFi หรือบางที่เวทีไม่มีด้วยซ้ำ มันไม่ผิดหรอก แต่มันกลายเป็นความฝันใหญ่อันหนึ่งของแดร็กควีนอย่างปันเลยว่า อยากจะสร้างพื้นที่ที่ทุกอย่างพร้อมที่สุด ในการสนับสนุนการแสดงของแดร็กควีนให้ได้เฉิดฉายอย่างเต็มที่ 

ปันเลยสร้าง House of Heals ขึ้นมาด้วยคติที่ว่า คลับของแดร็กควีน ที่ทำโดยแดร็กควีน เพื่อแดร็กควีนและทุกคน (A drag club that is made by a drag queen for a drag queen and everyone.) คลับที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดศูนย์รวมการแสดงความสามารถของแดร็กควีนและนักร้องชาวไทย ที่คนต่างชาติมามาดูและพูดได้เต็มปากว่า นี่คือคุณภาพระดับโลก ซึ่งปีนี้ House of Heals ก็เข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ

ที่ใช้คำว่าบ้าน หรือ House ในชื่อ House of Heals เพราะปันอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้าน เพราะฉะนั้น พนักงานที่ทำงานที่นี่ไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นครอบครัว คนที่มาเที่ยวเราไม่เรียกว่าลูกค้า แต่เราเรียกว่าแขกของบ้าน บ้านคือที่ที่คนมีความสุข บ้านคือที่ที่อยู่กับครอบครัว ที่ House of Heals ทุกคนจะดูแลแขกของเหมือนเขามาเยี่ยมบ้านปันจริง ๆ

สำหรับปันปัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในประเด็น LGBTQ+ อะไรที่ควรเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุด

ปันมองว่าพื้นฐานเลยคือสิทธิและเสรีภาพในการพูด ตอนเรียกร้องเพื่อสมรสเท่าเทียม ปันได้ไปโชว์แต่งเป็น Mariah Carey ร้องเพลง When You Believe ในการประท้วงอย่างสันติที่ถูกกฎหมาย ปรากฏว่าหมายศาลมาที่บ้านเลยค่ะ มันเศร้ามากเลย ทำไมเราเรียกร้องอะไรให้สถานการณ์ในประเทศเราดีขึ้นไม่ได้ ปันมองว่าเราทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องและพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา เพื่อเดินทางไปในอนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งปันเองถึงจะโดนหมายศาลแบบนี้ แต่เพื่อสมรสเท่าเทียมที่ปันเชื่อ ปันจะแสดงจุดยืนต่อไป ปันไม่เงียบหรอกค่ะ! 

อะไรคือสิ่งที่ภูมิใจที่สุดที่ได้ทำ

(นิ่งคิด) หลายอย่าง แต่เรื่องที่ภูมิใจมาก ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตด้วยซ้ำนะ อาจเป็นแม่ส่งข้อความมาบอกว่า ‘ภูมิใจในตัวเธอจังเลยเนอะ’ หรือคนส่งข้อความมาบอกว่า ‘เยี่ยมมาก Good job’ จากการที่เราไปแต่งหญิงในงานของเขา อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่แค่นี้เองก็ทำให้เรารู้สึกเต็มมาก อิ่มมาก 

ความภูมิใจมาก ๆ อีกอย่างคือการได้เปิด House of Heals เวลาปันหันไปรอบ ๆ ร้านแล้วเห็นแขกทั้งร้านยิ้มและหัวเราะอยู่ ได้เห็นว่าร้านมันเยียวยาคนอื่นผ่านการแสดง การเต้น และเสียงเพลง เหมือนร้าน House of Heals ช่วยให้คนได้พักจากปัญหาของเขาไปได้ชั่วขณะ ถึงปันจะเหนื่อยหรือเครียดแค่ไหน เห็นแบบนี้แล้วก็หายทันทีเลยนะ ปันดีใจและภูมิใจที่ร้านปันทำให้คนอื่นมีความสุข 

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

อะไรคือบทเรียนสำคัญที่สุดที่ปันปันได้เรียนรู้จากชีวิต

คนที่อยู่กับเราในเวลาที่เราตกต่ำที่สุด นั่นคือเพื่อนแท้เราเท่านั้น เพราะทุกคนพร้อมที่จะอยู่กับเราในช่วงเวลาที่เราขึ้น แต่น้อยมากที่จะอยู่กับเราตอนเราลง

ตอนนี้ความฝันของปันปันคืออะไร

เรื่องแรก ปันอยากเปิด House of Heals ไปอีกยาวนาน (ลากเสียง) เรื่องที่ 2 หลังจากปันไปแข่ง RuPaul’s Drag Race UK versus The World จบ ปันก็อยากไปทัวร์แสดงทั่วโลก

มีอีกความฝันที่อยากเล่าถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยนึกว่าจะได้แต่ปันได้แล้ว คือการเป็น Brand Ambassador ในฐานะแดร็กควีนให้กับ PULSE CLINIC คลินิกที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย สำหรับปัน ความรู้คือพลัง ปันเลยดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะสุขภาพทางเพศก็สำคัญไม่แพ้สุขภาพร่างกาย และแน่นอนว่าสำคัญไม่แพ้สุขภาพจิตด้วย เราจึงต้องดูแลสุขภาพทุกด้านอย่างเต็มที่ค่ะ

ความเชื่อของ ‘ปันปัน นาคประเสริฐ’ หรือ Pangina Heals แดร็กควีนไทยหนึ่งเดียวในรายการ RuPaul’s Drag Race UK versus The World

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

The Cloud X PONY

เราต่างบอกกันปากต่อปากว่าให้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ในชีวิตจริงใช่ว่าทุกคนจะค้นพบสิ่งนั้น

ยังไม่นับว่าเมื่อค้นพบแล้วสิ่งนั้นจะหล่อเลี้ยงปากท้องได้จริงหรือไม่

บอล-กันตพัฒน์ สิริเกียรติยศ ซึ่งเป็นหนึ่งในอีกคนสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นในเมืองไทยมาตั้งแต่วันแรกๆ บอกกับผมว่า เขาก็เป็นอีกคนที่ตอนวัยเด็กไม่มีความฝัน

มันคงเชื่อได้ง่ายกว่านี้ถ้าผมไม่บังเอิญรู้เห็นสิ่งที่เขาทำ และพบว่าเขามีแพสชันในวงการที่อยู่อาศัย ชอบสตรีทแฟชั่นเขาก็ก่อตั้งร้าน SneakaVilla แบรนด์สตรีทแฟชั่นเบอร์แรกๆ ในประเทศไทย

แต่เมื่อได้นั่งคุยกับเขา ผมจึงเริ่มเข้าใจว่าอะไรทำให้เขามาถึงจุดนี้ ทั้งที่ออกตัวว่าตัวเองโตมาโดยไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไรด้วยซ้ำ

บางทีอาจต้องขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ความไม่รู้พัดพาให้เขาบินไปไกลถึงนิวยอร์ก

ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa, ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa,

Chapter 1

“เราไม่มีความฝันเลย”

บอลบอกแบบนั้นกับผมในบ่ายวันหนึ่งเมื่อผมชวนให้เขาย้อนมองตัวเองในวัยเด็ก

“ตอนเรียนมาก็เรียนมั่วๆ ซั่วๆ จบช่างยนต์ ตกกิจกรรมทุกเทอม ไม่เคยเข้าแถวเคารพธงชาติ แต่รู้ว่าตัวเองชอบเล่นสเก็ตบอร์ดกับชอบทำงานทางด้านคอมพิวเตอร์ เราได้คอมพิวเตอร์เครื่องแรกตอนอายุ 15 เราประกอบคอมฯ เอง ลงซอฟต์แวร์เอง ระหว่างที่เล่นสเก็ตบอร์ดเราก็ทำเว็บไซต์สเก็ตบอร์ดไปด้วย แล้วตอนนั้นเราก็อยากไปสหรัฐอเมริกา เพราะโลเคชันนั้นมันคือสถานที่ที่โปรสเก็ตที่เราชอบไปเล่นแล้วเขาถ่ายวิดีโอ คือเราดูวิดีโอมาตลอด ก็คิดว่าถ้าเราได้ไปเล่นที่นั่นมันจะสุดยอดมาก คือตอนนั้นเรายังเด็กก็คิดแบบเด็กๆ

“ตอนนั้นความฝันที่สนุกที่สุดและเราก็อยากจะทำคือเล่นสเก็ตบอร์ด แม้เราจะหาตัวเองไม่เจอแต่เรารู้ว่าเราชอบเล่นสเก็ตบอร์ด เราก็อยากไปให้สุด”

แล้วความคิดแบบเด็กๆ ก็ทำให้เขาตัดสินใจเดินทางไปเรียนภาษาที่สหรัฐอเมริกาในขณะที่อายุ 18 ปี แต่คล้ายโชคชะตาเล่นตลก เขาตัดสินใจจากบ้านเกิดไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาด้วยความฝันอยากเล่นสเก็ตบอร์ด แต่เมื่อไปถึงชีวิตกลับแทบไม่ได้เฉียดเข้าใกล้ลานสเก็ต

“ไปถึงไม่ได้เล่นเลย” ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อเล่าถึงวันวาน “บ้านที่พักอยู่ไกลจากเมือง ไกลจากที่เล่นสเก็ตบอร์ด นั่งรถเป็นชั่วโมง เราเลยขอเปลี่ยนแผน สิ่งแรกที่เราควรโฟกัสคือเรียนภาษา ให้โต้ตอบกับคนอื่นได้ก่อนแล้วเดี๋ยวอย่างอื่นค่อยตามมา”

ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa, ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa,

Chapter 2

แม้ชีวิตที่ดินแดนแห่งเสรีภาพของเขาจะไม่ได้เข้าใกล้ลานสเก็ต แต่ชีวิตของเขาที่นั่นก็ได้ซึมซับวัฒนธรรมอื่นๆ มาแทน ซึ่งสิ่งเหล่านั้นหล่อหลอมให้เขาเป็นเขาทุกวันนี้ นั่นคือวัฒนธรรมฮิปฮอป

“เราเป็นคนชอบเพลงฮิปฮอป ตอนสมัยเล่นสเก็ตก็จะดูแต่โปรที่เขาเปิดเพลงประกอบเป็นฮิปฮอป แต่งตัวเป็นฮิปฮอป เพราะฉะนั้น เทคนิคในการเรียนภาษาของเราคือเรียนจากหนังที่เป็นฮิปฮอป อยากจะเรียนรู้ศัพท์สแลง แม้เราจะไม่ได้เล่นสเก็ตเลย แต่มาอินทางด้านการเป็นดีเจแทน เริ่มแต่งเพลงแรพ เริ่มโปรดิวซ์เพลง”

และวัฒนธรรมฮิปฮอปนั่นเองที่เริ่มหล่อหลอมรสนิยมทางด้านแฟชั่นให้กับเขา ก่อนที่คำว่าสตรีทแฟชั่นจะถือกำเนิดขึ้นบนโลก

“จริงๆ คำว่าสตรีทแฟชั่นถ้านับปีที่มันเเกิดขึ้น เราว่ามันน่าจะประมาณปี 2004 ก่อนหน้านั้นมันยังไม่มีคำนี้ มันเป็นฮิปฮอป สเก็ตบอร์ด แต่สตรีทแฟชั่นมันคือการขบถของการผสมผสาน เด็กสเก็ตหรือเด็กฮิปฮอปเขาชอบอะไรที่ไม่เหมือนใคร เขาพยายามทำตัวให้แตกต่าง

“สตรีทแฟชั่นมันมีความขบถ เหมือนคนอื่นแต่งตัวเรียบหรู ใส่สูท แต่คนที่เล่นสเก็ตใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์โคร่งหน่อยเพราะว่าเขาต้องฉีกขา พอวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการยอมรับในระดับหนึ่ง คนทั่วไปหันมาสวมมาใส่ด้วย มันก็เลยกลายเป็นเหมือนแฟชั่นหนึ่งที่คนเริ่มบัญญัติคำว่า สตรีทแฟชั่น แต่ความจริงลึกๆ มันมาจากพวกฮิปฮอป เด็กสเก็ตบอร์ด”

ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa,

ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa,

ชายหนุ่มบอกว่าหนึ่งในสิ่งที่เป็นจุดเด่นของนิวยอร์กคือการเปิดรับทุกวัฒนธรรม subculture ในไทยผู้คนอาจมองด้วยสายตาไม่เข้าใจ แต่ที่นั่นผู้คนเปิดกว้าง

ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือเหตุผลที่เมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์เติบโตงอกงาม

“ที่นั่นเราเจอเด็กเล่นสเก็ตบอร์ดเยอะมาก ซึ่งความจริงสเก็ตบอร์ดมันเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่นิชมากๆ เป็นกีฬาของคนที่รักจะเจ็บตัว เป็นกีฬาที่ท้าทาย ต้องเป็นคนที่มีเคมีอะไรบางอย่างถึงจะชอบ แต่พอไปที่นั่นเรารู้สึกว่ามันเปิด เราเห็นพ่อแม่สนับสนุนให้ลูกเล่นสเก็ตบอร์ด ไปที่สวนสาธารณะเราเห็นพ่อแม่พาลูกมาเล่นสเก็ต เรารู้สึกว่า เออ ว่ะ ประเทศนี้มันเปิด เรารู้สึกว่าคนที่นั่นเขาจริงจังกับทุกวัฒนธรรม

“ส่วนตัวคิดว่านิวยอร์กเป็นเมืองที่มีความหลากหลาย มีคนหลากหลายเชื้อชาติมารวมตัวกัน ซึ่งทุกคนเขาก็ใฝ่ฝันอยากจะโดดเด่นออกมา ทุกคนเลยไม่อยากที่จะทำตัวตามกัน ทุกคนจะมีทางของตัวเอง ศิลปินแต่ละคนจะมีสไตล์ชัดเจน แล้วการที่อยู่นิวยอร์กต้องทำตัวเองให้โดดเด่นขึ้นมา เราก็จะเห็นคาแรกเตอร์ของเขาชัด ยกตัวอย่างกราฟิตี้เขาก็พยายามจะแสดงออกตัวเองออกไปเยอะ ในซับเวย์ ตามตึกรามบ้านช่อง เราก็จะเห็นชัดเจนมากขึ้น

“แล้วนิวยอร์กเป็นเมืองแห่งโอกาส มีคนที่พร้อมจะยอมรับศิลปะแบบแปลกๆ หรือมุมมองแปลกๆ มีศิลปินเยอะ คนที่ชื่นชอบศิลปะเยอะ อาร์ตดีลเลอร์ก็เยอะ แล้วการแต่งตัวที่นั่นมันกว้างมาก สมมติเราอยู่เมืองไทย ทุกวันนี้เราไปที่สยาม เราเห็นคนแต่งตัวที่เป็นสตรีท มันก็จะเหมือนกันไปหมดเลย แต่ที่นั่น ถ้าเราไปเดิน แม้กระทั่งย่านโซโหซึ่งเป็นย่านที่คล้ายสยาม จะเห็นว่าสไตล์การแต่งตัวมันก็จะไม่ซ้ำกัน เพราะว่าคาแรกเตอร์ของคนที่นั่นเขาแต่งตัวไม่ใช่เพราะอยากจะตามใคร เขาแต่งตัวตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

“เทรนด์ของเขาคือเป็นตัวของตัวเอง” ชายหนุ่มสรุป

ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa, ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa,

Chapter 3

ชีวิตของชายหนุ่มที่สหรัฐอเมริกา หลักๆ เขาใช้ชีวิตอยู่ใน 2 เมือง

หนึ่งคือ ฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นเมืองที่เขาศึกษาและพักอาศัย สองคือ นิวยอร์ก เมืองที่เขามักไปใช้ชีวิตเมื่อมีวันว่าง

“ด้วยความที่เราเพื่อนไม่เยอะ ทุกวันที่มีเวลาว่างเราจะต้องเข้าเมือง เพื่อที่จะไปเดินเยี่ยมร้านแผ่นเสียง ร้านเสื้อผ้าฮิปฮอป ร้านรองเท้าสนีกเกอร์ เราไปอัพเดต เพราะเมื่อก่อนมันไม่มีทางอินเทอร์เน็ต แล้วช่วงปลายๆ ก่อนจะกลับ เราเริ่มรู้ตัว เราเริ่มชัดเจนว่าเราอินกับฮิปฮอปมาก เราชอบเสื้อผ้าฮิปฮอปมาก เราชอบสนีกเกอร์มาก แล้วพอกลับมามันก็เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่เทรนด์ของฮิปฮอปมันกำลังเทิร์นไปเป็นสตรีทแฟชั่นที่เขาเรียกกันในทุกวันนี้”

แล้วเมื่อเขากลับมายังบ้านเกิดหลังซึมซับ subculture ที่นิวยอร์ก SneakaVilla จึงถือกำเนิดขึ้น และถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของวงการสตรีทแฟชั่นไทย

“ตอนนั้นเทคโนโลยีการสั่งซื้อของออนไลน์ยังไม่เป็นที่นิยม ยังไม่ค่อยมีใครกล้าสั่งสินค้าจากที่นั่น แล้วพอเพื่อนๆ เห็นรองเท้าที่เราซื้อจากที่นั่น ที่เราใส่ ก็อยากได้บ้าง แต่ไม่รู้จะซื้อที่ไหน เราก็คิดว่าเราอาจจะต้องเปิดร้าน และเราอยากทำแบรนด์เสื้อผ้าที่มาซัพพอร์ตสนีกเกอร์ด้วย เพราะตอนนั้นมันยังไม่ค่อยมีแบรนด์ไทยที่เป็นสตรีทแฟชั่น เราก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราทำร้านดีกว่า นั่นคือจุดกำเนิด

“สิ่งที่ได้รับจากการไปอยู่อเมริกา ได้ไปนิวยอร์ก คือเห็นได้ชัดว่าเรื่องของไลฟ์สไตล์กับเรื่องของการกล้าที่จะเป็นผู้นำทางด้านแฟชั่น แล้วก็ตัวตนของเราที่ชัดเจนมากขึ้น ทุกวันนี้ก็ยังคิดนะว่าถ้าเราไม่ได้ไปอเมริกา ไม่ได้ไปนิวยอร์กวันนั้น มันคงไม่ได้หล่อหลอมให้เราชัดเจนขนาดนี้ ที่นั่นทำให้เรารู้ว่าอนาคตเราอยากจะเป็นอะไร เราอยากจะทำอะไร เราชอบอะไร

“คืออยู่เมืองไทยมันมีกรอบเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคม เรื่องของครอบครัว เรื่องของสายตาคนอื่น เรื่องของรัฐบาลไม่เปิดใจหรือเปิดรับให้กับคนที่กล้าทำอะไรแตกต่างมากมายนัก การได้ไปที่นั่นมันเหมือนเราได้ไปเห็นภาพใหญ่แล้วมองกลับมาที่ตัวเองชัดเจนขึ้น อย่างวงการสนีกเกอร์หรือฮิปฮอปที่เราชอบ เราสามารถซึบซับตรงนั้นแล้วกลับมาผลักดันให้คนในประเทศไทยที่เขามีความคิดหรือความชอบใกล้เคียงกับเราสามารถรวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนได้ชัดเจนมากขึ้น”

แน่นอนว่า ใครที่ตามติดวงการสตรีทแฟชั่นมาตั้งแต่วันแรกๆ ย่อมเห็นด้วยว่าสิ่งที่เขาพูดได้สะท้อนผ่านสิ่งที่ SneakaVilla ได้ทำตั้งแต่วันแรกๆ ที่ถือกำเนิด

ดินแดนเสรีภาพ, Sneaka Villa, สตรีทแฟชั่น, บอล Sneaka Villa,

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load